Masukแช่น้ำจนได้ที่เบอร์แบโต้ก็ลุกพรวดขึ้นจากอ่างเป็นคนแรก ผิวสีแทนอมน้ำตาลของเขาแดงระรื่อมัดกลามดีดเปรี๊ยะ ๆ เด้งดึ๋ง ๆ ควันขโมง
.
"วู้วววว.. เรียบร้อย สบายตัวดีจังเลยโว๊ย!"
เหลือบสายตาไปมามองหาผ้าเช็ดตัว ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแล้วขมวดเข้าที่เอวแบบหลวม ๆ
.
"ผมไปก่อนนะพี่ ๆ ไว้ค่อยว่ากันต่อวันหลัง"
.
"เอ้อ..โชคดีไอ้น้องรัก ถ้ามีแบบนี้มาอีกก็อย่าลืมเรียกพวกฉันอีกล่ะ เดี๋ยวเลี้ยงเหล้าตอบแทนโว่ย"
.
"ไม่ต้องหรอกพี่เฟอร์นันโด ลำพังแค่พวกพี่ ๆ สอนงานให้ผม ๆ ก็สำนึกบุญคุณจะแย่อยู่แล้วเรื่องแค่นี้สบายมากครับ นี่เดี๋ยวเสร็จจากตรงนี้ผมก็ต้องขึ้นไปรับเช็คจากคุณเอ็มม่าฝ่ายบัญชีอีก ถ้าไม่ได้ทำงานที่ Parallel ก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินมากมายขนาดนี้ได้รึเปล่า"
เบอร์แบโต้ร่ายยาวพลางส่งยิ้มแหย ๆ กลับไปให้รุ่นพี่ทั้งสองที่ยังคงแช่น้ำอยู่ เขาตรงไปที่ห้องแต่งตัวที่อยู่อีกฟาก จัดแจงเช็ดตัวหวีผมหยิบเอาชุดลำลองที่แลดูเรียบร้อยมาสวมใส่ แล้วก็จวนจะเดินออกมาจากห้องอาบน้ำออนเซ็นบนชั้น 2 นี้อยู่แล้ว ถ้าไม่ติดอะไรบางอย่างเข้า!
.
"เหี้ยไรวะน่ะ? เงาอะไรมาก้ม ๆ เงย ๆ อยู่หน้าห้องน้ำ"
.
เด็กหนุ่มผิวสีสัญชาติอเมริกันค่อย ๆ ย่องเข้าไปดูใกล้ ๆ ด้วยฝีเท้าที่แผ่วเบา อย่างที่บอกก่อนหน้านี้ว่าบานประตูห้องอาบน้ำนั้นทำจากกระดาษสาบาง ๆ ถ้าเจฟเฟอร์ บัตเจนแลนด์ สามารถแอบดูพฤติกรรมของเพื่อน ๆ ได้แล้วล่ะก็ นับประสาอะไรที่เบอร์แบโต้จะทำแบบเดียวกันบ้างไม่ได้ เขาค่อย ๆ เลื่อนบานประตูกั้นออกช้า ๆ ก่อนจะพบว่าเงาปริศนาดำทะมึนดังกล่าว ก็คือเจฟเฟอร์ที่กำลังนั่งหันหลังอยู่
.
"ฉึก.. ฉัก.. ฉึก.. ฉัก.. ฉึก.. ฉัก.. ฉึก.. ฉัก.. ฉึก"
.
"พี่เจฟ.. พี่ทำอะไรอ่ะ?"
เบอร์แบโต้ถามแกมกระซิบกระซาบ
.
"ฉึก.. ฉัก.. ฉึก.. ฉัก.. ฉึก.. ฉัก.. อื้อ.. อืมม.. ม.. ม"
"อือ.. อ่าาา~! ฉึกฉัก ๆ ๆ ๆ !"
.
ได้ยินก็แต่เสียงครือครางแสนกระเส่าดังแว่วออกมา เบอร์แบโต้ก็เลยเดาเอาว่าพี่เจฟของเขาคงจะไม่ได้ยิน ก็เลยเลื่อนบานประตูกระดาษให้กว้างขึ้นเปิดช่องให้แสงไฟจากภายในลอดผ่านออกมาเยอะ ๆ พี่แกจะได้รู้ว่ามีเขายืนตัวดำอยู่ด้านหลัง
.
แล้วภาพที่เจ้าตัวเห็นอยู่ตรงหน้าก็คือ เข็มขัดกับกางเกงสแล็คที่กองอยู่กับพื้น กางเกงในที่ล่นต่ำลงมาห้อยต่องแต่งอยู่ที่ตาตุ่ม เจฟเฟอร์หรี่ตาแหงนหน้าขึ้นมองเบอร์แบโต้เป็นภาพย้อนแสง แล้วก็ด้วยแสงลำเดียวกันนั้นเอง ที่ทำให้น้องเล็กในทีมถึงกับต้องร้องอุทานออกมาซะดังลั่น
.
" พี่เจฟชักว่าว!!!"
.
"ตรงนี้เนียะนะพี่! โคตรเหี้ย! โคตรอุบาทว์อ่ะ! ออฟฟิศเรายิ่งมีแต่ผู้หญิงพี่ไม่อายฟ้าอายดินบ้างรึไง มือวางอันดับหนึ่งแห่ง Parallel บอกตรง ๆ นะโคตรเสียศักดิ์ศรีอ่ะพี่"
.
"อ่าว! ไอ้สัดโต้มึงหลอกด่ากูเหรอ! ก็ใครใช้ให้พวกมึงเอากระหรี่มารุมเย็ดในนี้วะ กูเห็นเข้ากูก็อดไม่ไหวสิ แล้วอีกอย่างมึงดูนี่! แหกตาดูสิว่าควยกูแม่งแข็งโด่เป็นเสาไฟฟ้าอย่างงี้ ถ้ากูไม่ชักว่าวออกให้อ่อนลงพวกผู้หญิงมาเห็นเข้ากูจะเอาหน้าไปไว้ไหน ถ้าแม่งจะพลาดก็เพราะไอ้ไก่อ่อนอย่างมึงนี่แหละ มึงจะตะโกนให้ชาวบ้านเขารู้ทำพระแสงของ้าวอะไรวะเฮ่ย!"
เจฟเฟอร์สวนกลับ เขาตะกุยตะกายลุกขึ้นยืนแต่ก็ทำไม่ถนัดนักเพราะแขนซ้ายที่ขาดไป กางกงกางเกงนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง มันก้มเก็บไม่ได้หรอกถ้าขนาดของลำควยจะใหญ่ย้ำค้ำฟ้าขนาดนั้น
.
"ไม่ใช่น่ะพี่.. พี่เข้าใจผิดแล้ว ผู้หญิงที่พวกเราเอาไม่ใช่กระหรี่ แต่นั่นคือก้อนความทรงจำที่ผม Drain มาจากเหยื่อ แคทเธอรีนร้านดอกไม้ใช้เครื่องแปรสภาพมวลสารแล้วก็ได้เป็นเธอออกมา!"
"ว่าแต่.. ช่อดอกลาเวนเดอร์บนพื้นนั่นฝีมือพี่ใช่ไหม?"
.
"เออของกูเอง ถามทำไม?"
.
"เปล่าพี่ผมแค่จะเปรียบเทียบให้ฟังว่ากว่าพวกเรา Parallel จะแปรสภาพได้ของที่เป็นธรรมชาติแท้ ๆ ออกมาน่ะ มันยากมาก ๆ แล้วกับการที่ผมแปรสสารแล้วได้ผู้หญิงตัวเป็น ๆ ออกมา เป็นพี่ ๆ ไม่เอาเหรอ? เอาฟรีนะพี่! เย็ดได้ทุกที่เต็มที่ทุกท่วงท่า เสียดายที่ขาดท่าหมาไป!"
.
"พอ ๆ มึงหยุดพูดเดี๋ยวนี้ไอ้เบอร์แบร์โต้ ยิ่งมึงพูดควยกูยิ่งแข็ง แม่งเอ๊ยกูระบมไปหมดแล้ว~"
.
เจฟเฟอร์รีบโบกมือไหว ๆ เป็นสัญญาณให้รุ่นน้องหยุด สีหน้าเขาเจ็บปวดโอดโอยอย่างเห็นได้ชัด ณ ตอนนี้เรื่องเครื่องเพศตรงหว่างขา เหมือนจะมีวาระมากกว่าแขนที่ขาดไปเสียด้วยซ้ำ แล้วไม่กี่วินาทีให้หลังสองเพื่อนซี้อย่างเฟอร์นันโดกับปิเก้ก็ว่ิงหยอย ๆ นุ่งผ้าเช็ดตัวตามออกมา
.
"ไอ้หย๋า! โคตรพ่องมึง! ไอ้เจฟแขนมึง?"
ปิเก้ทักขึ้น
.
"ส้นตีนเอ๊ย! กูเคยเตือนมึงแล้วว่าอย่าประมาท ถ้าเดาไม่ผิดคงเป็นเพราะเครื่องแปรมวลสารรุ่นพกพาบน Gravity bike ใช่ไหมล่ะที่ขย้ำแขนมึง? หยึยย!!! "
เฟอร์นันโดสำทับโดยไม่ได้ดูตาม้าตาเรือเลยว่า ท่อนเอ็นของเพื่อนนั้นโด่ยื่นออกมาจนแทบจะชี้หน้าคนถามได้อยู่แล้ว
.
"พวกมึงสองคนห่วงกูผิดจุดแล้ว แขนกูไม่เป็นไรหรอกกูรู้ว่าหมอยูมิโกะเขาช่วยกูได้ แต่ควยกูนี่สิถ้ามันไม่ได้จิ๋มผู้หญิงจริง ๆ กูตายแน่ พวกมึงช่วยกูหน่อยเถอะวะ อย่างน้อยก็ช่วยรับผิดชอบกูทีเพราะการลงแขกเย็ดในหม้อสุกี้ของพวกมึง 3 ตัวเชียว ที่ทำให้กูเป็นแบบนี้!"
.
หนุ่มลูกครึ่งอิตาลีเสยผมทองครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่เฟอร์นันโดจะโพล่งคำพูดที่แสนอุบาทว์ออกมาในเสี้ยววินาที
.
"แบกแม่งลงไปข้างล่าง ไปหานังหนูแคทเธอรีน! เด็กไปหน่อยแต่หลับหูหลับตาเอาแก้ขัดไปก่อนได้อยู่ มึงเชื่อกูรับรองเวิร์ค!"
.
"ไอ้ระยำซั่มแม่ง มึงคิดได้ไงเนียะ!?"
.
"อ่าว! นี่อาการมึงหนักมากจนถึงขนาดยกควยตัวเองไม่ไหวเลยหรอ ถ้างั้นไอ้เบอร์แบโต้! มึงอ่ะไปลากตัวแคทเธอรีนขึ้นมาบนนี้เลย บอกไปว่าพี่เจฟเฟอร์อยากพบ"
.
"ไม่ได้เว๊ย! นี่พวกมึงจะกวนตีนกูไปถึงไหน น้องเขายังไร้เดียงสาอย่าเอาความคิดสกปรกชั่วช้าของเรา ไปทำให้เขามัวหมองเป็นอันขาด!"
.
ส่ายหัวเหนื่อยหน่ายสุดแสนจะทน ปิเก้ที่ยืนกอดอกฟังอยู่นานนมเลยขอมีบทบาทบ้าง เริ่มจากการเดินลากขาเอื่อย ๆ มาหยุดลงตรงหน้าเจฟเฟอร์ ก่อนจะคุกเข่าลงชนิดที่ปลายควยนั้นจรดอยู่กับสันจมูก
.
"นี่มึงคิดจะทำอะไรของมึงปิเก้.. กูไม่เล่่นด้วยนะเว่ย"
เจฟเฟอร์ถามแบบกล้า ๆ กลัว ๆ เขาถอยล่นออกห่างเรื่อย ๆ ขณะที่เพื่อนอีกสองคนก็ลุ้นตามเป็นระยะ
.
"กูก็คิดที่จะช่วยมึงด้วยการทำอย่างงี้ไง.. อ้าาาาาาา!!!"
สองมือจับกระชับหมับ! ขากรรไกรฉีกกว้างถึงใบหู จวนจะอมควยเข้าปากอยู่รอมร่อ แต่ถ้ามันจะเกิดขึ้นจริง ๆ ให้เจฟเฟอร์ตายเสียยังดีกว่า!
.
"ไปอมให้พ่องมึงเถอะ ไอ้เช็ดครก!!!"
.
"พลั๊ววววว!"
.
"โอ๊ยยยย! ไอ้สัดเจฟนี่ กูกำลังช่วยชีวิตมึงอยู่นะไอ้เนรคุณ!"
.
"เนรคุณพ่องมึงสิ! โดนปิเก้โมคควยเนียะนะรู้ถึงไหนอายเข้าถึงนั่น มึงแหกตาดูซิ! มึงฟัง! มึงได้ยินไหม! ไอ้โต้กับไอ้เฟอร์นันโดมันขำกลิ้งตัวโยนอยู่โน่น"
.
"บัดโถ่เอ๊ย! ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ไม่เห็นต้องเอาควยฟาดปากกันนี่หว่า มึงคิดว่ามึงอายเป็นคนเดียวรึไง? แล้วกูล่ะ! มึงไม่คิดเหรอว่ากูจะมีชีวิตอยู่ต่อไปยังไง?! เวรแท้ ๆ "
ปิเก้ตัดพ้อพลางเอามืออังแก้ม อายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
.
"พวกมึงพอเลยมึงหยุดกันแค่นี้แหละ กูว่ากูหาทางออกของกูเองดีกว่า ไม่ต้องรับผิดชอบห่าอะไรแล้ว กูให้อภัยพวกมึงเสมอเพื่อน จะไปไหนก็ไป! ไปไกล ๆ ตีนกู ไม่สิ! ถ้าจะพูดให้ถูกต้องบอกว่าไปให้ไกลควยกูต่างหาก!"
.
"ห่ะ ๆ ๆ ใจเย็น ๆ พ่อหนุ่มอยู่ด้วยกันก่อน เลือดมึงเริ่มไหลออกมาเยอะแล้ว หน้ามึงก็ซีดเป็นไก่ต้มแล้วด้วย มึงอาจจะไม่รู้ตัวแต่พวกกูมองเข้าไปมันเห็นชัดนะเฟ้ยไอ้เจฟ"
เฟอร์นันโดทักท้วงผสมเกลี่ยกล่อม แต่เจฟเฟอร์ก็เลือกที่จะปฏิเสธเสียงแข็งอยู่เช่นเดิม
.
"เออน่ะกูรู้ตัวกูดี กูจะขึ้นไปหาหมอยูมิโกะมันทั้ง ๆ แบบนี้แหละ แค่เจ้าเบอร์แบโต้คนเดียวก็พอ"
.
.
"ไอ้น้องเดี๋ยวเอ็งช่วยเก็บช่อดอกลาเวนเดอร์ , แขนซ้ายที่ขาด , กับกางเกงให้พี่ที แล้วตามพี่ขึ้นไปบนชั้น 4 นะ"
.
"แต่ถ้าหมอยูมิโกะเขาฆ่ากูตาย! กูก็รบกวนมึงเก็บศพให้กูด้วยล่ะกัน"
วังเวงเงียบเชียบราวกับป่าช้า อาคารสถาบัน BPI เป็นตึกที่สร้างขึ้นมาใหม่ และทั้งหมดที่เห็นอยู่ก็เป็นเพียงเทคโนโลยีสร้างภาพเสมือน ใต้ฝ่าเท้าที่พวกเขาเหยียบอยู่จึงไม่มีกระดูกของวีรชนคนบรรพบุรุษ จะมีก็แต่ร่างที่ละม้ายคล้ายศพของเด็ก ๆ จากทีมเฟอร์นันโดทั้ง 3 คน ที่มิอาจประเมินความเป็นคนที่คงเหลือได้."ฟู่~!"(ควันยังคงขึ้นโขมง).และคุณครูมนุษย์ลาวาก็เงียบกริบ ต่อด้วยการกระดิกมือเป็นสัญญาณให้ลูกศิษย์ทั้ง 2 ถอยฉากออกมาก่อน.แกเเดินเข้าไปเช็คร่างของอันธการผู้นอนคว่ำหน้าอยู่ใกล้สุด ด้วยความสัตย์จริงมองปราดเดียวก็รู้ว่าหมอนี่คือคนที่เก่งที่สุดในตี้ จัดการเขาได้คนอื่นก็ไม่ใช่งานยากอะไร ร่างจิ๋วดำเมือบของอันธการจึงถูกจับชูแขนขึ้นกลางอากาศ เครื่องออนิวแทร็ปคือเป้าหมายด้วยข้อมูลพิกัดในนี้จะทำให้ล่วงรู้ตำแหน่งของคนเป็นครูที่ซ่อนตัวอยู่ได้ ส่วนการจับแขนชูไว้ให้เรือนร่างห้อยต่องแต่งลงมา ก็มีเจตนาเพื่อจะโชว์ให้ลูกศิษย์ของตัวเองได้เห็น."ฉันจะฉีกแขนแกให้ขาดตามออนิวแทร็ปออกมาเลย ไอ้เด็กเหี้ย!".โรคจิตสัด ๆ กับเด็กก็ไม่เว้น แม้จะสลบไสลอยู่แต่เสียงกระดูกหัวไหล่ที่เริ่มเลือนลั่นก็ทำเอาเสียววาบไปทั้งย่าน
ฟ้าโล่งโปร่งสบายดินเรียบดั่งเม็ดทรายไร้อุปสรรค ว่าแต่มันหายไปไหน! ไอ้ก้อนหินลูกไฟที่พ่นออกจากปากราวกับแมกม่าเดือด ๆ นั่น มันพ่นไปไหนของมัน นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิดหลังจากได้เห็นร่างกายของครูหัวเพลิงได้เปลี่ยนรูปร่างไป.แม่งเหมือนภูเขาไฟเวอร์ชั่นมีขาเนื้อตัวแตกกะเทาะล่อนเป็นกาบ ๆ ปากอ้ากว้างราวกับปากปล่อง แถมยังเดือดปุด ๆ ปะทุอยู่ตลอดเวลา จังหวะที่ครูโก่งตัวนี่ทุกคนรู้เลยว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้น เศษหินดินกรวดได้ผสมปนเปกับมวลไฟที่อยู่ภายในเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่พวกมันทั้งหมดจะพุ่ง ปุด!.. ปุด!.. ปุด!.. ปุด! ออกมารวดเดียวราวกับห่ากระสุน.เด็กฝั่งนั้นต่างพากันก้มหลบวิถี เช่นกันกับอันธการกับสกายด์ที่ก็ต่างย่อตัวให้ต่ำลง พยายามกางบาเรียผลึกให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วสกายด์ก็ถามขึ้น."มันยิงไปไหนอ่ะพี่อัน? พวกเราอยู่ทางนี้ไม่ใช่เหรอ?"."ไม่รู้ดิ? พลาดมั้ง! ก้อนแม็กม่านั่นถ้าโดนเข้าล่ะก็เราคงไม่รอด"อันธการตอบ.กระทั่งหันหลังกลับไปอีกทีถึงได้รู้ความจริงว่า ที่แท้มันไม่ได้ยิงขึ้นข้างบนหรือลงข้างล่าง แต่มันยิงแบบไซร้โค้งออกมาด้านข้างเพื่อหลบกำแพงบาเรียของสกายด์ต่างหาก.บางทีครูหัวเพลิงอา
"อืม.. ไม่เลวนี่ Not bad! , Not bad! at all"ลูบคางครึงปากคือพฤติกรรมที่เฟอร์นันโดแสดงออก เขายืนกอดอกอยู่บนเนินเขาเฝ้ามองเด็กในสังกัดจากระยะไกล เปี่ยมล้นไปด้วยความภูมิใจอยู่ในที."อัธการดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้วคงอยากจะพิสูจน์ตัวเอง งั้นก็จงแสดงออกมาเถอะไอ้หนู รอบตัวนายก็พี่น้องทั้งนั้น ฝั่งศัตรูก็ไม่เห็นจะสักเท่าไหร่"คุณครูพูดคนเดียวไม่ได้เหงาหรอก แต่ถ้าคิดอะไรที่มันปลุกใจขึ้นมาได้เฟอร์นันโดก็มักจะเผลอทำแบบนี้."ซึมมมม~!""จิ้ววว! , จิ้ววว! , ซึมมม~!""ตูมมมมม~!"."จิ้ววว! , จิ้ววว! , จิ้ววว!".เสียงระเบ็งเซ็งแซ่จากการปะทะกันดังก้องขึ้นมาถึงบนนี้ ฝ่าตีนที่รับน้ำหนักอยู่นี่ถึงกับสั่นโครม ๆ ในทุก ๆ ครั้งที่แง่งผาสั่นโยก ให้ตายเถอะนี่มันการต่อสู้ประเภทไหนกัน เกิดการเซอร์ไพรต์ขึ้นเล็กน้อยเจ้าตัวก็เลยต้องหลุบสายตาลงมามองข้อความบนออนิวแทร็ปเป็นการแก้เขิน."สกายด์ส่งข้อความมางั้นเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่?""อืม.. อืม.. อืม.. อ่าห๊ะ!""อืม.. ครูก็เห็นด้วยตามที่เธอบอกอยู่นะว่าตัวปัญหาของศึกนี้น่าจะเป็นไอ้คนที่เป็นครูของฝั่งโน้นนั่นแหละ มันไม่ยอมเบามือเลย ดูจากท่าทางการปล่อยหมัดกับออกอาวุธแล้ว
"เฮ๊ยยยย! , ย๊ากกกก!"."เปรี๊ยงงง!!!".เศษผลึกแตกกระจุยกระจาย อันธการสอดแขนพุ่งขึ้นมาราวกับลูกเจ๊ียบที่ทะยานตัวออกจากเปลือกไข่ เขาแหกปากตะโกนเพื่อเป็นการเสริมแรง เหยียดแขนถีบขากะเอาให้แม่งแตกออกทุกทิศทุกทางจะได้ลุกขึ้นได้ง่าย ๆ แล้วก็ทำได้จริง ๆ."เฮือกกก! ขอบใจมากสกายด์ช่วยฉันได้เยอะเลย"รุ่นพี่แห่งโลกวิญญาณพูดพลางเอื้อมมือมาตบที่ไหล่ ต่อด้วยการสืบเท้าขึ้นมายืนด้านหน้าพวกน้อง ๆ."เอ่อ..จะเอาเลยเหรอครับพี่อัน? พี่ไม่มีแผลหรือแตกหักตรงไหนบ้างเลยเหรอ?"สกายด์ชำเลืองสายตาถาม."กริ๊กกก! , กรุ๊บ! , กริ๊กกก!"."ไม่หรอกถ้าจะมีก็เห็นจะมีแต่ผลึกของนายที่ฉันเหยียบแตกไปเมื่อครู่ ฮึ่ยยย! นี่แหนะ!"."เปรี๊ยงงง!"ไม่มีปี่มีขลุ่ยมีแต่หลังตีนหนา ๆ ที่ตะบันเตะเข้าใส่เศษผลึกก้อนหนึ่งเต็มแรง หวังเป็นการเบิกทางการโจมตีให้แก่ฝั่งตนเอง.มันลอยแหวกอากาศด้วยพละกำลังที่แรงกว่าตอนที่สกายด์คอนโทรลถึง 3 เท่า มิหนำซ้ำทิศทางก็ตรงเป๊ะ อีกไม่ถึง 3 วิต้องตรงเข้าหน้าผาก ไอ้มนุษย์ไฟที่ยืนอยู่ตรงกลางเป็นแน่แท้.แต่แม่งพลาด!.จะเรียกว่าโดนหักหน้ายับเป็นหนที่สองติด ๆ กันก็คงไม่ผิด เพราะฝั่งนั้นแค่ขยิบตาการโจมตีแบ
เคยเห็นแต่คลื่นน้ำทะเลที่โถมเข้ามากระทบหาดทรายดังครืด ๆ เพิ่งจะมีวันนี้แหละที่ได้เห็นคลื่นพลังเพลิงกับตาตัวเองเป็นครั้งแรก จากหนึ่งในสามต้องมีใครสักคนในนั้นที่ปล่อยมันออกมา เกลียวความร้อนหมุนวนตวัดตัวไต่เรี่ยมากับพื้นดิน พลันยกตัวเองขึ้นสูงเสียดฟ้า เตรียมจะโถมลงมากลบใส่อันธการ ที่เอาแต่ยืนนิ่งยอมรับชะตากรรมราวกับสารภาพบาป."ครืดดด.. ด.. ด.. ด! , ครืดดดด.. ด.. ด.. ด..!"."โถ่เอ๊ย! ไม่ทันแล้วสินะ เรามาได้แค่นี้เองเหรออันธการ"ตั้งคำถามกับตัวเองพลันแหงนหน้ามองเงาดำทะมึนจากเปลวเพลิงเหนือศีรษะ สาบานได้ว่าเจ้าตัวไม่แม้แต่จะยกมือขึ้นปิดป้องเลยด้วยซ้ำ."ฟึมมม~! ม.. ม.. ม~!"."ฟีบบบ~~!"."เอ๋..อะไรอ่ะ? มอดไปเองเฉยเลยแฮะ?".ใช่อย่างที่เขาพูดดูเหมือนการพิพากษาจากเปลวไฟจะจบสั้นกว่าที่ควรจะเป็น เพราะการมาถึงของเพื่อนร่วมทีมอย่างสกายด์และเรนโบว์ จากระยะไกลกว่า 20 เมตรแถว ๆ ตีนเขา ทันทีที่เห็นว่ารุ่นพี่ชักจะเสียท่า สกายด์จึงรีบส่งผลึกสีฟ้าอันเป็นพลังเฉพาะตัวของเขามุดแทรกลงไปใต้พื้นดิน พวกมันทั้งหลายพุ่งแหวกผ่านฐานล่างเสียดแทงเป็นกระสวยทะลุทะลวงสรรพส่ิง ก่อนจะโผล่พรวดขึ้นมาขวางกั้นม่านทะเลเพลิงจ
"ช่วยด้วย! , ช่วยฉันด้วย! , ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ววว~!".กระเสือกกระสนดิ้นทุรุนทุราย การเปล่งวาจาเช่นนี้ออกมาดั่งบอกเป็นนัยว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว อันธการพลาดอีกจนได้ ความร้อนทารุณกรรมเขาแล็วก็เปรียบดั่งทวยเทพที่ไม่มีใครหน้าไหนโกหกได้ ตรงกับที่ครูฝั่งโน้นโม้ไว้จริง ๆ."หอมน่ารับประทานเชียวคุณผู้ชม~"คุณครูประชดแกยิ้มมุมปากออกมาพลางหลุบสายตาไปมองลูกศิษย์ทั้งคู่ ที่ต่างก็ออกอาการสะใจอยู่ในที เพียงแค่นี้การตายของเพื่อนก็ถูกชำละล้างแล้ว."หนูจะกินเขาให้พุงกางเลยค่ะ.."."ใช่! ผมก็เหมือนกัน เราไม่ได้กินเนื้อดี ๆ มาเป็นอาทิตย์แล้ว ตั้งแต่ที่ด็อกเตอร์ J ห้ามไม่ให้ใช้งานแอพสั่งอาหาร.."เด็กชายพูดเสริม เขาวางมือลงที่พุง พลันสัมผัสได้ถึงเนื้อหอม ๆ แสนอร่อยที่ส่งกลิ่นโชยมาเตะจมูก.อันธการตกอยู่ในสถานะคอขาดบาดตาย เขาได้ยินสิ่งที่พวกนี้ถ่มถุยออกมาทุกคำ แล้วก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นอาหารอันโอชะ คนปี้คนยังได้แล้วทำไมคนจะกินคนไม่ได้เล่า ตรรกะก็สมเหตุสมผลอยู่โลกยุคปัจจุบันก็ปาเข้าไปปี ค.ศ. 2078 เข้าไปแล้ว สมัยใหม่โลกใหม่ ชุดความคิดที่ว่าคนกินคนเป็นเรื่องของคนป่าล้าหลังจึง







