เข้าสู่ระบบChapter05.แสงสว่าง
”ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันแล้วก็...เรื่องโทรศัพท์“ แพรไหมเอื้อมมือไปรับโทรศัพท์ของตัวเองมาไว้ในมือก่อนจะกล่าวขอบคุณอีกคนอย่างแผ่วเบา “ไม่เป็นไร แล้วนี่เธอจะเอาไงต่อ” ปกตินาวินไม่ใช่คนที่จะสนใจใครง่ายๆ ยิ่งเป็นคนที่ตัวเองเพิ่งรู้จักวันเดียวแล้วด้วย แต่เรื่องนี้ร่างสูงไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้จริงๆ เพราะผู้หญิงคนนี้ เธอดูน่าสงสาร.... ”ฉัน.....“ ปึง!! ไม่ทันที่แพรไหมจะได้ตอบกลับอะไรเสียงกระเป๋าผ้าใบขนาดไม่ใหญ่มากก็ถูกโยนออกมาจากในบ้านโดยฝีมือของพะแพงที่กำลังอยู่ในอารมณ์คุกครุ่น ”ไปแล้วไม่ต้องเสนอหน้ากลับมานะ อีเนรคุณ!” นั่นคือเสียงสุดท้ายที่แพรไหมได้ยินจากผู้เป็นแม่ ตอนนี้สภาพจิตใจของเธอมันด้านชาไปหมดแล้ว ผมยืนมองคนตัวเล็กค่อยๆก้มลงไปเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายออกจากกระเป๋าด้วยสีหน้าที่บอกไม่ถูก คนเราจะมีชีวิตที่น่าเวทนาขนาดนี้ได้ยังไง แต่ถึงแบบนั้นผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ยอมที่จะแสดงความรู้สึกอ่อนแอออกมา หรือมันอาจจะตลกร้าย ผมไม่รู้เลยว่าชีวิตที่ผ่านมาเธอเจออะไรมาบ้าง ตอนนี้ถึงได้นิ่งขนาดนี้ทั้งๆที่สถานการณ์มันไม่ได้ดีขนาดนั้น “เดี๋ยวฉันช่วย” ผมตัดสินใจก้มลงไปช่วยอีกคนเก็บของใส่กระเป๋า มีเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชุดเท่านั้นที่ถูกโยนออกมา “ขอบคุณนะคะ” ผมมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าขบคิด ถ้าตอนนี้ผมจะกลายเป็นที่พึ่งสุดท้ายให้เธอผมก็ยินดี เพราะถ้าจะให้ปล่อยผู้หญิงตัวแค่นี้ให้ออกไปใช้ขีวิตตามลำพังทั้งๆที่เธอเพิ่งโดนไล่ออกจากบ้านผมคงนอนไม่หลับเป็นแน่ “ไปกับฉันเถอะ ฉันช่วยเธอได้นะ ถ้าเธอต้องการความช่วยเหลือ” ผมตัดสินใจพูดออกไป ทำให้แพรไหมค่อยๆพยักหน้าให้ผม เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงเหมือนกันสินะ หลายนาทีต่อมา..... "คุณส่งฉันตรงนี้ก็ได้ค่ะ” เสียงหวานเอ่ยบอกคนตรงหน้า หลังจากที่นาวินขับรถเข้ามาเกือบถึงทางเข้าผับของเขา “เธอจะไปไหน?” นาวินที่ได้ยินแบบนั้นก็ยอมจอดรถตามที่อีกคนขอแต่ก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยถาม “ฉันพอมีเงินติดตัวอยู่ ว่าจะไปเช่าอพาร์ตเมนต์ตรงนั้นค่ะ” ใบหน้าหล่อหันไปมองตามหญิงสาว อพาร์ตเมนต์ฝั่งตรงข้ามติดป้ายเอาไว้ว่ามีห้องว่าง “ขอโทษนะ แต่ตอนนี้เธอเรียนอยู่หรือเปล่า” นาวินอดไม่ได้ที่จะถามเพราะถ้าอีกคนเรียนอยู่ เธอจะเอาเงินที่ไหนไปเรียนในเมื่อเธอตัดขาดกับที่บ้านแล้ว “ค่ะ ฉันเรียนเสาร์-อาทิตย์ค่ะ” แพรไหมตอบกลับเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอเลือกที่จะเรียนและทำงานไปด้วย แต่ตอนนี้ร้านอาหารที่ทำงานเก่าของเธอปิดไปกระทันหันทำให้แพรไหมยังคงว่างงานอยู่ “ที่ผับฉันรับคนทำงานเพิ่ม ถ้าสนใจพรุ่งนี้เข้ามาสมัครได้นะหรือจะติดต่อฉันมาก็ได้ ตามนามบัตรที่ให้ไว้“ แพรไหมหันไปมองเจ้าของใบหน้าหล่อด้วยสีหน้าค่อนข้างแปลกใจที่เขาดูใจดีกับเธอ หรือบางทีเขาอาจจะแค่สงสารที่ชีวิตของเธอช่างดูน่าเวทนาถึงเพียงนี้ ”ขอบคุณนะคะ ถ้างั้น...ฉันขอตัวก่อนนะคะ“ เธอผงกหัวให้เขาก่อนจะกอดกระเป๋าผ้าเพียงใบเดียวเดินลงไปจากรถด้วยหัวใจที่รู้สึกด้านชาเกินยากจะบรรยาย น้ำตาเม็ดใสค่อยๆไหลอาบลงมาบนแก้มนวลด้วยความอดสู คำพูดด่าทอของมารดายังคงดังกังวาลอยู่ในโสตประสาทของเธอ ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยมีสักครั้งที่ผู้หญิงคนนั้นจะทำตัวเป็นแม่ นับตั้งแต่พ่อตาย....ชีวิตของเธอก็ต้องดิ้นรนมาโดยตลอด “.......” หางตาของเธอเหลือบไปเห็นรถของนาวินค่อยๆขับออกไปจากบริเวณนั้น หัวใจก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆกับเขา “ขอบคุณนะคะ” เธอพึมพัมออกมาในขณะที่ยืนอยู่คนเดียว วันนี้ผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นคือแสงสว่างของเธอ....ถ้าไม่ได้เขาเข้ามาช่วย ป่านนี้เสี่ยบวรก็คงเอาตัวเธอไปแล้ว เวลาต่อมา “ถ้าหนูอยากจะเช่าก็ทำสัญญาวันนี้ได้เลยนะ” เสียงเจ้าของอพาร์ทเม้นต์เอ่ยบอกหลังจากที่พาแพรไหมเดินขึ้นไปดูห้องเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย “หนูต้องจ่ายค่าอะไรบ้างเหรอคะ” ปากเล็กเอ่ยถาม เธอมีเงินก้อนนึงที่เก็บเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน “ค่าห้องเดือนละสี่พันห้าถ้าหนูจะเข้ามาอยู่วันนี้เลยต้องจ่ายค่ามัดจำสามเดือนล่วงหน้า แต่เดือนหน้าป้าก็จะหักค่าห้องจากเงินค่ามัดจำของหนูนั่นแหละ” “สะสามเดือนเลยเหรอคะ” แพรไหมพูดออกมาเสียงเบาหวิว เธอมาเงินเก็บอนู่แค่หมื่นหนึ่งเท่านั้น ถ้าจ่ายค่าห้องไปวันนี้นั่นก็หมายความว่าเงินของเธอจะหมด อันที่จริง....มันมีไม่พอสำหรับค่ามัดจำทั้งหมดด้วยซ้ำ “จ้ะ มันเป็นกฎของอพาร์ตเมนต์น่ะลูก“ ”เอ่อ เดี๋ยวหนูขอกลับไปคิดก่อนนะคะ“ ”ได้สิจ้ะ งั้นหนูเอาเบอร์ป้าไป ถ้าตัดสินใจได้โทรมาจองไว้ก่อนก็ได้นะ“ ”ขอบคุณค่ะ” แพรไหมเดินออกมาจากอพาร์ตเมนต์ตรงหน้าด้วยสีหน้าคิดไม่ตก แล้วแบบนี้เธอจะไปอยู่ที่ไหน ใบหน้าสวยคร่ำเครียดขึ้นมาด้วยความวิตกกังวล ถ้าต้องไปเช่าห้องรายวันมันจะคุ้มกับเงินที่เหลือหรือเปล่า ’ที่ผับฉันรับคนทำงานเพิ่ม ถ้าสนใจพรุ่งนี้เข้ามาสมัครได้นะหรือจะติดต่อฉันมาก็ได้ ตามนามบัตรที่ให้ไว้‘ จู่ๆคำพูดของผู้ชายคนนั้นก็ดังขึ้นมาในหัวของเธอ อย่างน้อยๆถ้ามีงานทำเธอก็จะมีเงินสินะ คิดได้แบบนั้นแพรไหมก็ไม่รอช้าที่จะถือกระเป๋าใบเดียวของตัวเองเดินไปยังผับตรงหน้า ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่เธอจะต้องมาเสียเวลาคิดมาก มีโอกาสอะไรต้องรีบคว้าเอาไว้ @The winner pub "สวัสดีครับคุณ ตอนนี้ผับยังไม่เปิดนะครับ“ เสียงของยามดังขึ้นมาแต่ไกลทำให้แพรไหมหยุดเดินก่อนจะหันไปมอง ”เอ่อ พอดีฉันจะมาสมัครงานน่ะค่ะ“ ”อ๋อ สมัครงาน งั้นเดี๋ยวผมพาไปพบคุณคีรินครับ” ยามหนุ่มเอ่ยบอกก่อนจะเดินพาหญิงสาวเข้าไปในผับชื่อดังที่ตอนนี้ไร้ผู้คนเพราะยังไม่ถึงเวลาเปิดทำการ แต่ยังมีพนักงานบางส่วนที่ทำงานอยู่ด้านใน ”คุณคีรินครับ มีคนมาสมัครงานครับ“ คีรินที่กำลังยืนเช็คเหล้าอยู่กับพนักงานเช็คของหันไปมองตามเสียงของคนที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่ ก่อนที่ใบหน้าหล่อของผู้จัดการผับจะค่อยๆหยุดชะงักไปเมื่อได้เห็นหน้าของผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้านหลังคนนั้น ”เธอ?“ แพรไหมทำหน้างุนงงเมื่อคีรินทำท่าเหมือนรู้จักเธอ เขาจำเธอได้ในทันที แต่แพรไหมกลับจำอะไรไม่ได้เลย ”คุณเรียกฉันเหรอคะ?“ หญิงสาวถามกลับด้วยสีหน้างงๆ ”อืม ฉันนึกว่าเธอกลับไปแล้วซะอีก“ คำพูดของคีรินทำเอาหญิงสาวเบิกตากว้าง เขาพูดเอ่ยทักพร้อมกับทำสีหน้าเหมือนกับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้เลย ”คะคุณระรู้จักฉันเหรอคะ“ หัวใจดวงน้อยเต้นถี่รัว ไม่รู้ว่าเมื่อคืนตัวเองทำเรื่องขายหน้าอะไรไว้บ้างแล้วผู้ชายคนนี้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน “เธอจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เลยสินะ” คีรินถามกลับด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเย็นชาแบบนั้น เเพรไหมยิ่งรู้สึกหวั่นใจ หวังว่านาวินจะไม่ได้เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ผู้ชายคนนี้ฟังเพราะลำพังเรื่องที่เขาบังเอิญมารับรู้เรื่องทางบ้านของเธอมันก็น่าขายหน้าสำหรับเธอมากพออยู่แล้ว “ค่ะ“ ”ไม่แปลกใจหรอก เมามากเลยนี่ แล้ววันนี้มาทำอะไร? สมัครงาน?“ คีรินเลิ่กคิ้วถามด้วยความสงสัย เพราะตอนนี้ทางร้านไม่ได้มีแผนว่าจะรับสมัครพนักงานใหม่เเต่อย่างใด “ค่ะ คุณนาวินบอกฉันว่าที่นี่รับสมัครพนักงานอยู่“ “เขาบอกเธอแบบนั้นเหรอ....” คีรินมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าที่คาดเดาไม่ออก ถึงจะไม่รู้ว่าเมื่อคืนมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างทั้งสองคนหรือไม่ แต่การที่นาวินเอ่ยปากชวนผู้หญิงคนนี้ให้มาสมัครงาน สำหรับคีรินเขาก็คิดว่ามันค่อนข้างแปลก เขารู้จักนาวินมานานพอที่จะรู้ว่าหมอนั่นเป็นคนอบอุ่นและขี้สงสาร แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่นาวินจะลากผู้หญิงขึ้นไปนอนที่ห้องส่วนตัวโดยที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ก๊อก ก๊อก ก๊อก “เข้ามา” เสียงทุ้มตอบรับคนที่เคาะประตูอยู่ด้านนอก ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นคีรินก็เปิดประตูเข้ามา “มีอะไร” “ไม่เห็นเคยบอกว่าจะรับพนักงานเพิ่มนะครับ” สิ้นเสียงคำพูดของคีริน เจ้าของผับหนุ่มก็ชะงักนิ่งไปท้นที ถ้าคีรินพูดมาแบบนี้เขาเดาได้ไม่ยากเลยว่าผู้หญิงคนนั้นคงมาที่นี่ เพราะอย่างที่บอกผับของเขามีพนักงานมากพอแล้ว แต่ที่เสนอไปแบบนั้นเพราะเขาอยากช่วยเหลือคนที่ไม่มีที่ไปอย่างเธอ “....ให้เธอเข้ามา” เขาเลือกไม่ตอบคำถามแต่เอ่ยสั่งกลับไปแทน “สรุปเมื่อคืน....ไม่ได้กินเหล้าอย่างเดียวใช่ไหมครับ“ คีรินถามกลับด้วยความอยากรู้ เขาแอบสังเกตุเห็นที่เนินอกของอีกคนมีรอยแดงเป็นจ้ำอยู่ ”เลิกสงสัยได้แล้ว มันไม่ได้มีอะไรสำคัญหรอก“ เขาตอบปัดๆไปเพราะไม่อยากให้ใครรับรู้ในเรื่องนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับแพรไหมมันไม่เหมือนกับการที่เขานอนกับผู้หญิงคนอื่นเพราะความพึงพอใจ แต่เขานอนกับเธอเพราะเธอร้องขอและเขารู้เหตุผลของแพรไหมเป็นอย่างดีว่าทำไมเธอถึงต้องการให้เขาทำแบบนั้น มันคือเหตุผลที่เขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเธอจะโชคร้ายขนาดนั้น จะให้เขาปล่อยผ่านไปคงไม่ได้ อย่างน้อยๆเขาก็จะช่วยเธอเท่าที่ตัวเองจะสามารถช่วยได้ “หึ ไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไรครับ แต่ความลับไม่มีในโลกหรอกนะ”Chapter60.จบบริบูรณ์ รุ่งเช้า “อื้อ” “ตื่นแล้วเหรอ” ควับ! แพรไหมหันไปมองเสียงทุ้มของสามีหมาดๆอัตโนมัติ หลังจากที่เธอรู้สึกตื่นขึ้นมา เมื่อคืนแพรไหมแทบจำอะไรไม่ได้เลย เธอจำได้แค่ว่าตัวเองนอนหลับเต็มอิ่มแค่ไหน “คะคุณนาวิน“ ”หลับสบายไหม“ ปากหนาเอ่ยถาม ตอนนี้นาวินกำลังนอนตะแคงใช้แขนหนึ่งข้างเท้าหัวตัวเองไว้พร้อมกับจ้องมองมายังเธอ “เอ่อ ค่ะ มะเมื่อคืนฉันกลับมาที่ห้องได้ยังไงเหรอคะ ฉันจำอะไรไม่ได้เลย“ แพรไหมกระพริบตาปริบๆถาม ”ฉันแบกเธอมาเอง ใครบอกให้ดื่มเยอะขนาดนั้น“ ”เอ่อ ขะขอโทษค่ะ ฉันน่าจะลืมตัวไป“ แพรไหมเอ่ยขอโทษออกมาอย่างไม่เต็มเสียงนัก เพราะแอบรู้สึกผิดที่ไม่ได้ใช้เวลาในงานแต่งกับสามีอย่างเต็มที่เท่าที่ควรเพราะตัวเองดันเมา ”ฉันควรจะจัดการกับภรรยาที่ทิ้งฉันให้เหงาในคืนเข้าหอยังไงดีนะ“ ”-////-“ ใบหน้าสวยแดงระเรื่อขึ้นมาเมื่อได้ยินคำคาดโทษแบบนั้น เพราะเหตุผลนี้เหรอนาวินถึงได้ดุเธอ ”แพรไหม“ ”.....คะ“ ”เธออยากมีลูกไหม“ หญิงสาวค่อยๆหันมามองหน้าสามีด้วยความแปลกใจเพราะตั้งแต่คบกันมา นาวินไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้กับเธอเลย หรือเป็นเพราะเพื่อนเขาถามเมื่
Chapter59.งานแต่ง วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดงานแต่งของแพรไหมกับนาวินก็ถูกจัดขึ้นมาอย่างเรียบง่าย เพราะเธอกับนาวินตกลงกันเอาไว้ว่าจะเชิญเฉพาะคนที่สนิทเท่านั้น ตอนแรกก็ว่าจะไม่เชิญใครมากมายแต่พอแจกการ์ดไปมาจำนวนคนก็ไม่น้อยอยู่เหมือนกัน เพียงเฉพาะแค่เพื่อนนาวินกับพนักงานที่ผับ แขกก็แทบจะเต็มงานอยู่แล้ว “พิธีการต่อเป็นเป็นการโยนช่อดอกไม้ของเจ้าสาวนะครับ ใครที่เป็นสาวโสดขอเรียนเชิญมาด้านหน้าได้เลยครับ” เสียงพิธีกรดังขึ้น เหล่าสาวๆมากมายจึงไม่รอช้าที่จะเดินออกมาด้านหน้า โดยเฉพาะใครหลายๆคนที่ยังไม่ได้เข้าพิธีแต่งงานก็ต่างอยากจะมาแย่งดอกไม้กันทั้งนั้น ”จะโยนแล้วน้า“ แพรไหมที่ยืนเคียงคู่นาวิน ในชุดเจ้าสาวแสนสวยเอ่ยออกไปก่อนจะเหวี่ยงช่อดอกไม้สีสวยไปทางด้านหลัง พรึ่บ! และคนที่ได้ดอกไม้ชื่อนั้นคือสาวสวยคนหนึ่งที่หลายคนไม่คุ้นตา เธอคือ‘อิงฟ้า’ นักร้องสาวคนใหม่ล่าสุดของผับนาวิน ซึ่งเคย์เดนเห็นแบบนั้นก็ไม่รอช้าที่จะหันไปแสยะยิ้มใส่หน้าธีโอ “นั่นมันยัยนักร้องที่มึงตามจีบอยู่ไม่ใช่เหรอวะไอ้ธี” ธีโอได้ยินแบบนั้นก็ปั้นหน้านิ่ง ไม่อยากโดนเพื่อนล้อจึงเลือกที่จะไม่แสดงอาก
Chapter58.ความสุข @เพ้นท์เฮ้าส์ “แพรไหม” “แพรไหม” “แพร?” “คะ?” แพรไหมสะดุ้งหลังจากได้ยินนาวินเอ่ยเรียกเธอเป็นครั้งที่สาม ซึ่งร่างสูงที่เห็นว่าอีกคนดูแปลกไปตั้งแต่กลับมาจากตลาด เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ เขารู้จักแพรไหมดีพอที่จะรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเธอ “เป็นอะไรหรือเปล่า? ฉันเห็นเธอเหม่อตั้งแต่กลับมาที่ตลาด” “.....” เเพรไหมเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเอ่ยปากเล่าแฟนหนุ่มออกไป “ฉันบังเอิญเจอผู้หญิงคนนั้นค่ะ“ ”ใคร?“ นาวินถาม ”แม่“ ร่างสูงชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนั้น เขาเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมอีกคนถึงมีท่าทีแบบนี้ การเจอแม่ของตัวเองคงทำให้หญิงสาวรู้สึกสะเทือนใจและคิดถึงอดีตที่มันแย่ๆของเธอ "เธอโอเคไหม“ นาวินถามออกไปอย่างเป็นห่วงเป็นใย ”ฉันไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไงค่ะ รู้แต่ว่าผู้หญิงคนนั้นดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่“ แม่จะไม่อยากสนใจแต่หัวใจมันอดที่จะสงสัยไม่ได้ เพราะอดีตคุณนายกลับกลายเป็นคนที่แต่งตัวธรรมดาแบบนั้น นั่นทำให้แพรไหมนึกสงสัยว่าหลังจากที่เธอย้ายออกมา เกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงคนนั้นบ้าง ”ถ้าเธออยากรู้ ฉันเล่าใ
Chapter57.คนที่ไม่อยากเจอ “วิน.....” เบลล่าหลุดปากพูดชื่อของคนตรงหน้าออกมาอัตโนมัติ แต่เมื่อเห็นว่าอีกคนมากับใครเบลล่าก็ตัดสินใจสะบัดหน้าหนีแล้วเดินเชิ่ดไปอีกทางอย่างรวดเร็ว เพราะไม่อยากต่อกรณ์อะไรด้วย หลังจากเธอโดนฟ้อง เธอก็ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวอะไรกับนาวินอีก โชคดีที่แม่ของเธอนั้นช่วยเหลือเธอโดยการไปหายืมเงินมาจ่ายทุกอย่างให้ เบลล่าจึงสามารถรอดจากความผิดมาได้อย่างหวุดหวิดเพราะแม่ของเธอเสนอที่จะยกหนี้ทั้งหมดให้กับหมอว่านทิพย์เพื่อที่จะขอให้หมอสาวยกฟ้องไป เหตุการณ์นี้ทำให้เบลล่าจดจำขึ้นใจว่าเธอไม่ควรจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับชีวิตของนาวินอีก โดยเฉพาะยิ่งพอได้เห็นอีกคนอยู่กับผู้หญิงคนนั้น เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองแพ้ “ไปกันเถอะ“ นาวินหันไปบอกแฟนสาว อย่างไม่ได้ใส่ใจในตัวของคนที่เพิ่งเดินออกไปเลยแม้แต่น้อย แพรไหมเองก็เช่นกัน เธอไม่ได้หวนกลับไปนึกถึงอดีตพวกนั้นอีกต่อไปแล้ว หนึ่งวันต่อมา วันนี้เป็นอีกวันที่แพรไหมรู้สึกว่าเธอมีความสุขมากที่สุด เธอตื่นมาพร้อมกับอาหารเช้าที่นาวินทำไว้รอเธอ ซี่งช่วงเย็นของวันนี้เธอมีนัดทานข้าวที่บ้านของเขา แพลนวันนี้จึงไม่มีอะไรมากนอกจากจะใช้เว
Chapter56.เปิดตัวอย่างเป็นทางการ วันต่อมา “จะดีเหรอคะ ทุกคนจะไม่ตกใจใช่ไหม” แพรไหมเอ่ยถามร่างสูงที่กำลังนั่งเคลียร์งานตรงหน้า วันนี้นาวินพาเธอติดรถมาที่ผับด้วยและที่สำคัญสิ่งที่ทำให้เธอกำลังรู้สึกลำบากใจอยู่ในตอนนี้ก็คือ นาวินบอกกับเธอว่าเขาอยากจะเปิดตัวเธอให้กับทุกคนที่ผับได้รับรู้อย่างเป็นทางการ “ไม่หรอก สักวันหนึ่งยังไงพวกเขาก็ต้องรู้อยู่ดี” ปากหนาตอบกลับในขณะที่มือก็ยังคงเซ็นเอกสาร “แต่ว่า....ถ้า” แพรไหมยังคงมีสีหน้าที่กังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด แม้เรื่องราวทุกอย่างมันจะผ่านไปนานมากแล้ว แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะกลัวว่าคนอื่นอาจจะมองเธอไม่ดี ทั้งเรื่องของเบลล่าและเรื่องที่นาวินเป็นเจ้านายของเธอ ”อย่าคิดมากเลยนะ ไม่มีอะไรคิดกับเธอไปในทางที่ไม่ดีหรอก“ นาวินปลอบใจแฟนสาวอย่างรู้ทันว่าอีกคนกำลังคิดอะไร ซึ่งแพรไหมได้ยินแบบนั้นก็พยายามทำตามที่เขาว่า แม้จะรู้สึกทำตัวไม่ถูก แต่สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะทำตามในสิ่งที่อีกคนเห็นว่าสมควร เวลาต่อมา ”สวัสดีค่ะคุณนาวิน“ จิ๊บเมื่อเห็นว่าเจ้านายหนุ่มเดินลงมาข้างล่างจึงไม่รอช้าที่จะเอ่ยทัก แต่หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีเธอกลับต้องชะงักไป
Chapter55.ของขวัญพิเศษ NC+ นาวินนอนรอแฟนสาวอาบน้ำอยู่ด้วยท่าทางสบายๆ บนกายแกร่งสวมเพียงผ้าขนหนูเอาไว้ที่ท่อนล่างอย่างหมิ่นเหม่ เขาเลือกที่จะไม่สวมอะไรให้เสียเวลา เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่ามันไม่จำเป็น แกร๊ก.... เสียงลูกบิดประตูห้องน้ำดังขึ้น ทำให้นาวินที่กำลังนั่งพิงหัวเตียงอยู่ค่อยๆวางโทรศัพท์แล้วหันไปมอง แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าอีกคนจะเดินออกมาข้างนอกเสียที ”เป็นอะไรหรือเปล่า?“ “เอ่อ คุณช่วยปิดตาก่อนได้ไหมคะ” แพรไหมเอ่ยบอกออกไปอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก พอเห็นตัวเองในกระจก เธอก็รู้สึกว่าร่างกายมันหดเหลือนิดเดียว ”หื้ม? ทำไม“ นาวินถามอย่างสงสัย ”ฉันมีของขวัญจะให้ค่ะ“ แม้จะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่นาวินก็ยอมที่จะหลับตาลงตามคำขอของคนรักแต่โดยดี ”โอเค หลับแล้ว“ เมื่อได้ยินแบบนั้น แพรไหมจึงค่อยๆโผล่หน้าออกมามอง เมื่อเห็นว่าอีกคนกำลังหลับตาอยู่จริงๆ เธอจึงเรียกความมั่นใจให้ตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่แซนตี้สาวจะค่อยๆขยับเท้าเดินออกมาหยุดอยู่ตรงหน้าร่างสูง หัวใจของแพรไหมเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา ไม่รู้ว่านาวินจะชอบหรือเปล่า แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เธออยากลองทำอะไรแบบนี้ “ละลื







