LOGIN“โสดไหมจ้ะ”
“ฮึ ๆ ๆ โสดครับผม”
“ตายแล้ว ตาเถรเอ้ย~ อย่าบอกนะว่าจะเป็นเนื้อคู่กัน แม่หนูคนสวยจะปล่อยปลาขอพรความรักพ่อหนุ่มรูปหล่อที่รู้จักกันบังเอิญมาเจอก็เหมาปลาพอดีเลย ป้าว่าบุพเพสันนิวาสแน่ ๆ เนื้อคู่กันแน่เลยจ้ะ”
ฮะ!
ฮะ!!
ฮะ!!!
OoO!!!!
“ป้าคะ ไม่ใช่... / ฮึ ๆ ๆ ไม่รู้เหมือนกันครับ ปล่อยปลาเสร็จอาจจะต้องให้ยัยเด็กนี่เข้าไปทำบุญต่อเยอะ ๆ ก่อน ป้าแนะนำหน่อยนะครับ บุญยัยนี่น่าจะยังไม่ถึงผม”
OoO
ไอ้...เฮีย~
“ตายแล้วพ่อคุณนอกจากจะหล่อมากแล้วยังอารมณ์ดีอีกนะจ้ะ” จ้า~ อารมณ์ดีมากจ้ะป้า~
“เฮีย”
“อะไร”
“พริกจะปล่อยปลา เฮียเหมาหมดแล้วพริกจะปล่อยอะไรอ่ะ”
“ก็ปลาพวกนี้ไง เหมาให้”
OoO
“จริง?”
“อืม...สมทบทุนเผื่อมีผัวเร็ว ๆ”
OoO
ไอ้...เฮี๊ย!!!
ฉันตาโตเท่าไข่ห่านอเมซอนแล้วมั้ง คือก็ไม่รู้ว่าห่านอเมซอลมีไหมหรอกนะแต่เปรียบเปรยไว้ก่อนอะไรที่ลงท้ายด้วยอเมซอนมันดูใหญ่เกินความจำเป็นดี ตามนั้นล่ะค่ะฉันตาโตเท่าไข่ห่านอเมซอนแต่แน่นอนว่าเฮียดีแลนคนหล่อเขาไม่ได้สนใจหรอก หันไปคุยอะไรกับคุณป้าต่อแล้วนั่น ไม่ได้มีป้าเดียวนะ หลายป้าเลย -_-!
-เวลาต่อมา-
“ขอบคุณนะเฮีย” ฉันปล่อยปลาเสร็จแล้ว เยอะมาก พอปล่อยเสร็จก็หันไปขอบคุณเฮียดีแลนที่เหมาปลามาทั้งวัดแต่ดันยืนเล่นโทรศัพท์อยู่ข้างหลังฉันแล้วปล่อยให้ปลา หอย ตะพาบ เต่า นก ทุกอย่างที่มีขายเป็นหน้าที่ของฉันคนเดียว
“อืม”
“แล้วทำไมเฮียใจดีจัง หมดเยอะเลยนะ”
“ซื้อไปแค่บางตัวไม่สงสารมันรึไง ความจริงก็ไม่ได้ชอบธุรกิจแบบนี้หรอกแต่...ช่างแม่งเหอะ ไปกันยัง”
“ฮะ? ไปไหนคะ”
“ไปหาข้าวกิน”
“พริกต้องไปด้วยเหรอ?” ฉันถามด้วยความงงปนอึ้งและชี้นิ้วเข้าอกตัวเอง พอเห็นฉันถามหน้าที่ดูรำคาญก็เปล่งประกายออร่าออกมาทันที
“อืม ไปกินข้าวเป็นเพื่อนตอบแทนที่เป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ในการขอผัวหน่อยสิวะ”
OoO
คำพูดคำจา ปากคอเราะร้าย แต่ถามว่าไปไหม...ไปสิคะ หิว~
-เวลาต่อมา-
“นี่คือ?”
“แฟน”
“ฮะ!” ฉันอุทานดังลั่นแล้วก็รีบเม้มปากเพราะทุกคนตรงนี้หันมามองฉัน ไม่เว้นแม้แต่...หลวงพ่อที่นั่งอยู่ไม่ไกล
“แฟน?” คุณป้าท่านหนึ่งที่สวยแถมยังดูมีออร่าสง่าราศรีมากทวนคำอีกครั้งพร้อมกับมองเขาแล้วก็มองฉัน
...เชี่ยอะไรวะเนี่ย? เฮียเล่นอะไร?
“ครับ” แล้วดูเฮียดิ เฮีย! เฮี๊ย!!
“เฮีย... / เงียบ” ฉันสะกิดเรียกเบา ๆ เขาก็ดุกลับมาเบา ๆ เช่นกัน
“แฟนดีล?”
“ครับ”
“ไม่เห็นเคยบอกม๊ามาก่อน” ม๊าที่แปลว่าแม่ ถูกไหม โห~ สวยมากเลย ไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำไมเฮียดีแลนถึงเกิดมาหล่อบรรลัยได้ขนาดนี้ ดูสารตั้งต้นของเฮียดิ งานดีมาก~
“เพิ่งคบ ไม่ใช่สิ ความจริงน้องมันเพิ่งตกลงคบกับผม ผมเลยยังไม่ได้บอก”
“หนูคนนี้ดูตกใจนะ”
“คือ...” ยังไงดี หักหน้าเฮียว่าไม่ใช่แฟนได้ไหม นี่มันจะนิยายไปกันใหญ่แล้ว เพิ่งขอพรเรื่องความรักไปหมาด ๆ ก็บังเอิญเจอเฮียในวัด พอเจอเฮียปุ๊บเฮียก็พามาเจอแม่แล้วอย่าบอกนะว่านี่คือกำลังจะมัดมือชกให้ฉันเป็นแฟนของตัวเอง และอย่าบอกนะว่าจะให้ฉันแกล้งเป็นแฟนปลอม ๆ แบบพล็อตนิยายที่ลูกชายมหาเศรษฐีกำลังจะโดนจับคลุมถุงชนเลยบังคับคนสวยมาเป็นแฟนอ่ะ ไม่เอา~ไม่อยากเป็นนางเอกให้เฮีย รับไม่ได้ ไม่อ๊าว~
“คืออะไรจ้ะ หนูตื่นเต้นเหรอ?”
“เอ่อ... / แฟนแกดูงงนะดีแลน” คุณป้าแม่ของเฮียหันไปมองลูกชายฉันเองก็มอง
“ไม่งงหรอกหม่าม๊า ยัยนี่โง่”
“ฮะ?” ฉันนี่แหละฮะ ด่ากันว่าโง่ต่อหน้าแม่ตัวเองเลยเหรอเฮีย แล้วดูหน้าตาเฮียแกดิ โคตรนิ่ง ภายใต้แว่นตาดำฉันรู้ว่าสายตาต้องสะใจมากแน่ ๆ
แว่นแม่ง...
“แกพูดจาอะไรของแกดีแลน แนะนำว่าเป็นแฟนแต่ว่าเขาว่าโง่ต่อหน้าม๊านี่นะ”
“ครับ”
“ทำไมแกปากเสียแบบนี้ดีแลน ว่าแฟน... / ล้อเล่นครับ” หม่าม๊าเขากำลังจะบ่นความปากเสียของลูกชายมั้งแต่ไอ้เฮียก็พูดแทรก ทำเอาหม่าม๊าเขายิ่งมองดุ
“ล้อเล่น? ใช่เรื่องล้อเล่นเหรอกับการว่าแฟนต่อหน้าแม่”
“ฮึ ๆ ๆ บอกว่าล้อเล่นไงหม่าม๊า ม๊าดูหน้ายัยเด็กนี่ดิ หน้าตาโง่แบบนี้ใครจะเอามาเป็นแฟน...ไข่ดาวอีกต่างหาก”
“เฮี๊ย! / ไอ้ดีน!” ทั้งฉันทั้งหม่าม๊าเขานั่นแหละที่อุทานออกมาพร้อมกันแต่ไอ้คนพูดจาไม่น่ารักดันกระตุกยิ้มมุมปาก
ไอ้...เฮี๊ย!!!
“สรุปหนูคนนี้เป็นแฟนแกหรือไม่ได้เป็น?” คราวนี้หม่าม๊าของเขาเสียงแข็งเลยค่ะ สงสัยรำคาญลูกชายแต่อย่าเสียงแข็งอย่างเดียวค่ะคุณป้า คุณป้าเอาไม้หน้าสามมาตีปากลูกชายด้วยเลยค่ะ ปากหมามาก ไข่ดาวเหรอ? หน้าอกฉันคัพ B ค่อนไปทาง C โน่นเหอะ
พอโดนถามเขาก็ดันแว่นไปคาดหัวแล้วเอามือล้วงกระเป๋าช้า ๆ พร้อมกับมองมาที่ฉันอย่างกับกำลังพิจารณาอะไรสักอย่าง
“เป็นไหมนะ”
“ไอ้ดีล” ด่าต่ออีกหน่อยได้ไหมคะคุณป้า อย่าแค่เรียก ไอ้ดีล ด่าอีกสักนิดเถอะนะคะถือว่าเป็นคำขอจากเด็กตาดำ ๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันอย่างหนู
“ฮึ ๆ ๆ นี่พริกไทยน้องไอ้เติ้ลครับ เก็บได้จากหลังวัด”
ไอ้...เฮี๊ย!!!
“สรุปเมื่อกี้แกล้งม๊าเล่น หนูพริกไทยคนนี้เป็นน้อง?” ใช่ค่ะคุณป้า เป็นน้อง แต่ไม่ใช่น้องไอ้เฮียนี่นะคะ เป็นน้องของเพื่อนรุ่นน้องไอ้เฮียต่างหาก แต่ดูหน้าดิ ดูหันไปมองแม่ตัวเองช้า ๆ แล้วขมวดคิ้วทำยิ้มกวนประสาทดิ
“หม่าม๊าว่าไงล่ะ หน้าตาโง่แบบนี้เหมาะกับผมไหม?”
-หนึ่งปีต่อมา-“แม่ง”“...คะ?” ฉันที่เพิ่งจะหย่อนก้นลงเก้าอี้เงยหน้ามองฝั่งตรงข้ามแล้วเอ่ยออกมาเบา ๆ ด้วยความสงสัยว่าฝั่งตรงข้ามเป็นอะไร“หงุดหงิด”“หงุดหงิดอะไรคะ”“ฮึ!”“เอ้า! พริกถามเฮียดี ๆ นะหงุดหงิดหนักกว่าเดิมทำไม”“...”“เป็นอะไร ตอบ”“...”“จะตอบไหมเฮียดีล” ฉันจ้องเขม็ง รู้ว่าเขาหงุดหงิดแต่ไม่กลัว หงุดหงิดอะไรก็ต้องบอกกันสินี่อะไรตื่นมากำลังจะกินข้าวเช้าด้วยกันอยู่ดี ๆ ก็สบถคำหยาบซะงั้น“เราก็น่าจะรู้ว่าพี่หงุดหงิดอะไร” เฮียดีแลนวางช้อนลงทำท่างอแงเหมือนจะไม่กินข้าวซะดื้อ ๆ“ก็หม่าม๊าเขาบอกฤกษ์ที่เฮียจะแต่งมันไม่ได้”“ฤกษ์? ฮึ! ฤกษ์อะไร ก็รู้ว่ามันไม่ใช่เพราะฤกษ์” เสียงสุดหล่อไม่เอ็นจอยสุด ๆ ไปเลยค่ะ“อีกแค่หกเดือนเองค่ะ เฮียก็รอหน่อยสิ”“แค่? เราใช้คำว่าแค่เหรอพริกไทย”“อาฮะ” ฉันพยักหน้ารับง่าย ๆ เพราะคิดแบบนั้นจริง ๆ“แม่ง...รักกันจังเลยนะแม่ผัวกับลูกสะใภ้”“เอ้า! อะไรของเฮียเนี่ย”“ฮึ!” เฮียดีแลนแค่นเสียงแล้วยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม ดื่มเสร็จก็เมินฉันด้วยการหันไปมองที่ระเบียงซะงั้น“เฮียดีล อย่ามางอนพริกแบบนี้นะ”“เธอไม่อยากแต่งเร็วก็เรื่องของเธอสิวะยัยลูกหมา แต่พี่อยากแต่งเร็ว ๆ
“จะคุยอะไรกับพี่พูดมาเลย แต่ไม่ต้องอยากได้คำตอบที่เราถามนะ คำตอบที่รู้อยู่แล้วจะถามทำไมวะยัยลูกหมา”“ฮ่า ๆ ๆ โอเคค่ะ ถ้างั้นพริกพูดเรื่องที่พริกอยากพูดเลยนะ”“อื้ม ว่ามาพี่รอฟังอยู่”“พริก...จะไม่แต่งงานกับเฮียนะ”“...”“เฮีย...” ฉันเรียกเขาเบา ๆ เพราะหลังจากได้ยินคำพูดประโยคก่อนหน้านี้จากฉันเฮียดีแลนก็นิ่งทันที“คือ?”“ก็... / อธิบายให้ชัดหน่อยที่บอกว่าจะไม่แต่งงานกับพี่เหตุผลมันคืออะไร” พูดได้แค่วลีเดียวเขาก็พูดแทรก แต่ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่เข้าใจน้ำเสียงเขากลับไม่ได้มีความหงุดหงิดหรือโมโหฉันเลยแม้แต่นิดเดียว“พริก...ไม่พร้อมแต่งงานกับเฮียค่ะ พริกกับพี่เติ้ลยังติดหนี้เฮียอยู่ ตอนนี้พริกคิดแค่เรื่องเดียวคืออยากใช้หนี้เฮียให้หมดก่อนแล้วค่อยคิดเรื่องอื่น แต่พริกก็ไม่รู้ว่าวันไหนที่เราสองคนพี่น้องจะใช้หนี้หมดเลยคิดว่า...คงจะไม่แต่งงานกับเฮียดีกว่า” คำอธิบายของฉันทำให้เขาระบายรอยยิ้มอบอุ่นออกมาบาง ๆ แต่ถึงจะแค่บาง ๆ ฉันกลับอบอุ่นไปถึงขั้วหัวใจ“จะทิ้งพี่รึไง” เฮียดีแลนถามพร้อมกับใช้หลังมือไล้แก้มฉันเบา ๆ ทำเอาฉันใจเต้นไม่เป็นจังหวะได้ง่าย ๆ“เปล่า พริก
“ขอบคุณนะคะ” ฉันเอ่ยคำขอบคุณสุดหล่อของฉันทันทีที่เขาเดินเข้ามาในบริเวณบ้าน“เปลี่ยนเป็นจุ๊บแก้มสักหนึ่งครั้งได้ไหม”“คะ?” ฉันเปล่งคำนี้ออกมาสั้น ๆ ด้วยความแปลกใจ ขอจุ๊บแก้มนี่นะ? แต่พอเห็นฉันดูงง ๆ คนตรงหน้าก็ระบายรอยยิ้มบาง ๆ ที่ดูอ่อนโยนมากมาให้ แต่ความจริงตั้งแต่เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นรอยยิ้มของคนตรงหน้าก็ดูอ่อนโยนมากแบบนี้เสมอนะ เมื่อก่อนก็อ่อนโยนอยู่แล้วล่ะแต่ตอนนี้อ่อนโยนมากขึ้น เหมือนเขายิ้มเพื่อส่งความอบอุ่นมาให้ฉัน เหมือนเขาใช้รอยยิ้มเป็นสื่อกลางเพื่อบอกให้ฉันรู้อยู่เสมอว่าเขาจะอยู่ข้าง ๆ เป็นที่พักพิงให้ตลอดไปไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรร้ายแรงแค่ไหนก็ตาม“อยากจุ๊บแก้มเรา ได้ไหม”“ต้องขอด้วยเหรอคะ” ไม่ได้อ่อยนะแต่ระดับเฮียจะจุ๊บแก้มเมียนี่ต้องขอด้วยเหรอ? ถามจริง?“ฮึ ๆ ๆ ขอสิ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาสวีทกันนี่ พี่จะจุ๊บเราสุ่มสี่สุ่มห้าได้ยังไง เกิดพี่เข้าไปจุ๊บแต่เรากำลังรู้สึกไม่โอเคกับเรื่องอะไรสักเรื่องพี่ว่ามันคงไม่ดี” เขา...น่ารักจัง พอได้ฟังเหตุผลของการที่เขาเอ่ยปากขอจุ๊บแก้มฉันก็เข้าใจอย่างกระจ่างแจ้งว่าเขารู้สึกยังไงเลยรีบส่งรอยยิ้มน่ารัก ๆ กลับไปให้“จะอยู่ในอารมณ์ไหนแก้มพ
“กินอีกไหมลูกเดี๋ยวให้เฮียดีลปอกให้”“ไม่แล้วค่ะหม่าม๊า หนูอิ่มแล้วค่ะ” ^^ ฉันปฏิเสธพร้อมกับส่งยิ้มให้คนถาม“แต่ม๊าว่าหนูพริกกินน้อยไปนะลูก” สีหน้าเป็นห่วงของหม่าม๊าทำให้ฉันอมยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไรมากกว่านี้ ฉันกินน้อยจริง ๆ นั่นล่ะแต่กินมากกว่านี้ไม่ไหวแล้วเพราะเท่าที่กินเข้าไปก็ฝืนสุด ๆ“พริกไทยเพิ่งเจอเรื่องเครียดมานะครับหม่าม๊าเลยกินได้น้อย แต่เดี๋ยวหายเครียดก็กินเยอะเอง หม่าม๊าไม่ต้องห่วงนะครับถึงตอนนั้นร้องจะกินจนลูกชายหม่าม๊าป้อนไม่ไหวแน่นอน” เฮียดีแลนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ช่วยพูดกึ่งแซวฉัน“โอเคจ้ะ ถ้างั้นก็หายเครียดไวไวนะลูกนะ เรื่องมันผ่านไปแล้วอย่าเก็บมาคิดจนทำร้ายตัวเองเด็ดขาด” ท่านปลอบโยนพร้อมกับเอามือลูบหัว สายตาของหม่าม๊าเต็มไปด้วยความห่วงใย ที่สำคัญท่านมาเยี่ยมเร็วมาก หลังจากที่ฉันฟื้นได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหม่าม๊าก็มาถึงที่นี่แล้ว ตอนที่ท่านเข้ามาในห้องท่าทางท่านร้อนรนมาก ฉันสัมผัสได้ทุกความรัก ความห่วงใยจากผู้ใหญ่วัยกลางคนตรงหน้าที่มีให้เด็กผู้หญิงธรรมดา ๆ อย่างฉันน้ำตาถึงได้คลอออกมาไงคะ“ค่ะหม่าม๊า” ฉันยิ้มรับ อย่างน้อยในความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีเกิดขึ้นกับแกนะพริกไทยเพราะต่อ
“หุบปากซะไอ้เหี้ย!”“เธอนั่นล่ะที่ต้องหุบปากถ้าไม่อยากให้คลิปหลุด!”“ไง! มึงจะฆ่ากูเลยไหม? กูรู้ว่าในห้องนี้มีปืน ไปเอามายิงกูเลยถ้ามึงคิดว่าคลิปที่กูเอากับเมียมึงมันจะไม่... / มันไม่มีคลิปอะไรทั้งนั้นล่ะ! ถ้าจะมีก็คงมีแค่ฉันที่เลิกโง่แล้วส่งคนอย่างแกไปลงนรก!”ขวับ!“...แพม!”“...น้องแพม?” ฉันเองก็ตกใจที่ได้เห็นบุคคลที่สี่ไม่ต่างจากปริ๊นซ์ แต่ฉันแค่ไม่ได้ตกใจเท่าปริ๊นซ์ที่ตอนนี้แสดงอาการหน้าตื่นจนเห็นได้ชัดแพมหรือยัยน้องแพม อดีตแฟนของปริ๊นซ์ที่อยู่ ๆ ก็หายไปจากมหาวิทยาลัยชนิดที่ไม่มีใครได้ข่าวคราวเลยสักคน มีข่าวลือว่าซิ่วไปเรียนที่อื่นเพราะเลิกกับปริ๊นซ์เข้าหูอยู่บ้างแต่ฉันก็ไม่ได้ตามหาความจริงเพราะอยู่ในช่วงที่กำลังอินเลิฟกับเฮียดีแลนอีกอย่างก็ไม่รู้จะไปสนใจเรื่องของคนที่เขาไม่ชอบเราไปเพื่ออะไรด้วย แต่วันนี้แพมกลับปรากฏตัวที่นี่ ในคอนโดของคนรักฉันที่สำคัญยังเพิ่งโผล่ออกมาจากห้องนอนเล็กที่เฮียดีแลนเคยให้ฉันไปอยู่ตั้งแต่แรกที่มาอยู่ที่นี่ด้วยนี่มันอะไรกัน?“ไง ตกใจเหรอคะพี่ปริ๊นซ์ ไม่สิ ตกใจเหรอ...ไอ้สารเลว” แพมจ้องปริ๊นซ์แล้วเดินออกมาจากห้องนั้นช้า ๆ ออกมาพร้อมกับสิ่งที่ทำให้ฉันขาสั
แอด~ประตูคอนโดถูกปริ๊นซ์ผลักเข้าไปให้เปิดออก ภายในห้องไม่ได้สว่างจ้าแต่ก็มีแสงสว่างเพราะไฟถูกเปิดไว้ เห็นไฟแค่นี้ฉันก็รู้แล้วว่าเจ้าของห้องอยู่ในนี้ ถ้าอยู่คนเดียวเฮียดีแลนไม่เปิดไฟทั่วห้องอยู่แล้วฉันรู้“เอามือออกไปปริ๊นซ์” ฉันบอกปริ๊นซ์ที่ลงน้ำหนักมือมาที่เอวฉันมากขึ้นเบา ๆ แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุสินะฉันลืมไป“ฮึ ๆ ๆ แค่กอดไอ้ห่านั่นไม่ขาดใจตายหรอก”“...” ฉันไม่ต่อปากต่อคำ เลือกที่จะเงียบเพราะไม่อยากพูดให้มันกลายเป็นการยั่วยุให้ปริ๊นซ์อยากเอาชนะมากขึ้น บอกตรง ๆ นะคะว่ากลัวเฮียดีแลนเป็นฆาตกรเร็ว ๆ นี้มาก และฉันมั่นใจว่าตอนนี้คนของฉันเขาคงรู้แล้วว่าห้องเขามีคนเข้ามาแต่เขาแค่ยังไม่ออกมาแสดงตัวก็เท่านั้น“เข้าไปสิ” ปริ๊นซ์ดันเอวฉันเบา ๆ ฉันเลยเดินเข้ามาในห้องตามคำสั่ง ใจก็เริ่มเต้นรัวเพราะไม่อยากให้คนรักของตัวเองรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้หมับ!“...” ฉันตั้งใจจะเดินให้เร็วเพื่อออกห่างจากปริ๊นซ์ แต่ก้าวขาได้สองก้าวปริ๊นซ์ก็ตามมากอดเอวเอาไว้ทำให้ฉันนิ่งไปชั่วขณะด้วยความรู้สึกรังเกียจรังเกียจ ขยะแขยง อยากอาเจียน แค่ยืนใกล้ ๆ ก็แทบจะไม่อยากหายใจใช้อากาศร่วมแล้วแต่นี่ปริ๊นซ์มาสัมผัสร่างกายมัน







