ログイン“ฉันรู้ว่าแถวนี้มีคนโกรธที่ฉันหายไป”
“...” จะพูดเพื่อ? เรื่องเก่าจบไปแล้วไม่อยากเอามาใส่ใจ! หยุดพูดแล้วทำหน้าที่ลูกค้าของตัวเองไปเถอะ!
“แต่ถ้าเธอจำได้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาถึงหายไปแต่ฉันก็พยายามให้เธอไม่ต้องบริการลูกค้าประจำที่มันคิดเกินเลยกับเธอมาตลอดไม่ใช่เหรอ...ปั้นชา”
“นาย...” เขาเรียกฉันว่า...ปั้นชาเหรอ?
“อะไร” ยังจะถามอีก!
“ฉันชื่ออะ.../ ปั้นชา”
“...” เขาพูดแทรกแล้วก็มองหน้าฉัน ปากหยักได้รูปยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากก่อนที่เขาจะเบนสายตามองผ่านฉันแล้วพยักหน้าเบา ๆ ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเรียกพนักงานเสิร์ฟ
“คุณลูกค้าต้องการรับอะไรครับ”
“ดื่มอะไรดี”
“...”
“หรือจะดื่มด้วยกัน”
“ไม่มีทาง” จากตอนแรกฉันไม่คิดจะตอบพอเขาถามแบบนี้ฉันก็ปฏิเสธสิคะ เหล้าดีกรีแรงขนาดนั้นใครจะบ้าดื่ม และพอฉันปฏิเสธเสียงเหวี่ยงเขาก็กะตุกยิ้มขำเบา ๆ
“ถ้างั้นก็เลือก ไม่เลือกก็ดื่มด้วยกัน” เขาบอกพร้อมกับหยิบเมนูมาให้ฉันเลยต้องรับมาแล้วเปิดดู
หมับ~
“อะไร?” กำลังดูเครื่องดื่มที่แก้วใหญ่ ๆ ดีกรีน้อย ๆ เพื่อเซฟลำคอลำไส้และตับของตัวเองมือใหญ่ก็จับมาที่เมนูแล้วพลิกไปอีกหน้าหน้าตาเฉย เขาเสียมารยาทสุด ๆ แต่เพราะเขาเป็นลูกค้าฉันเลยทำอะไรมากไม่ได้
“ดื่มน้ำผลไม้ไม่ก็ม็อคเทลดีกว่า” เขาตอบแล้วพลิกเมนูไปอีกหน้าซึ่งมันเป็นน้ำผลไม้กับม็อคเทลอย่างที่ปากเขาบอกจริง ๆ นั่นล่ะเลยทำให้ฉันมองหน้าเขาหนักยิ่งกว่าเก่าด้วยความไม่เข้าใจในการกระทำของผู้ชายคนนี้
“ไม่อยากให้เธอดื่มเท่าไหร่ ดื่มทุกวันมันไม่ดีหรอก”
“...โอเค” เสียงแกเบามากนะแกรู้ตัวรึเปล่า เสียงพูดของแกมันเบายิ่งกว่าเสียงหัวใจแกที่เต้นอยู่ซะอีก
ฉันก้มมองเมนูเครื่องดื่มที่เป็นน้ำผลไม้กับม็อคเทลตาจ้องเมนูแต่สมองไม่โฟกัสภาพตรงหน้าเลยเพราะสมองกำลังเต็มไปด้วยความสงสัยว่าเขาทำแบบนี้เพื่ออะไร
เขา...ห่วงฉันเหรอ
แล้วถ้าเขาห่วงอย่างที่ฉันคิดจริง ๆ แล้วเขา...ห่วงฉันเพื่ออะไร
“...” สมองฉันเต็มไปด้วยความสงสัยแต่สุดท้ายก็ดึงสติตัวเองกลับมาก่อนจากนั้นก็จัดการสั่งเครื่องดื่ม พอพี่พนักงานเสิร์ฟไปเหลือแค่เราสองคนบนโต๊ะฉันก็เกิดความประหม่าขึ้นมาอีกครั้ง
ฟู่ว์~
สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยปั้นชา ไม่อยากหันหน้าไปสบตาเขาเลยเพราะตั้งแต่มานั่งตรงนี้ผู้ชายคนนี้ทำให้ตัวฉันเปลี่ยนอารมณ์ความรู้สึกเป็นว่าเล่น
“วันนี้ได้ยินว่ามีคนมาโวยวายเหรอ” เขาเป็นฝ่ายชวนคุยกันเลยทำให้ฉันมองเขาได้ง่าย ๆ
“อื้ม นายรู้ได้ไง”
“...”
“อะ...อะไร” ชวนคุยเองพอคุยด้วยก็อย่ามามองนิ่งสิ ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันนะ
“พีอาร์ที่นี่เรียกลูกค้าแบบนี้?”
“ก็...ขอโทษค่ะ คุณ.../ พี่ตัส”
“คะ?”
“ชื่อเซตัส แต่เรียกแค่พี่ตัสก็พอ”
ตึก!
ตึก ๆๆๆ
ฉัน...
นี่เขาจะขยันทำให้ฉันรู้สึกแปลกแตกต่างและแปลกแยกจากลูกค้าคนอื่นไปถึงไหน
“อ่า...ค่ะ พี่ตัส” ปากสั่น~ ปากฉันสั่นมากจริง ๆ นะ แล้วดูสายตาเขาตอนที่ฉันเรียกเขาว่า พี่ตัส สิสายตาเขาเต็มไปด้วยความพอใจสุด ๆ ไปเลย
“กัปตันร้านบอกมาว่ามีลูกค้าประจำเก่าของเธอมาโวยวายก็เลยรู้”
“ค่ะ”
“อยากเทคแคร์มันไหมล่ะ”
“คะ?”
“อยากเทคแคร์ลูกค้าประจำของตัวเองรึเปล่า”
“ก็...ได้หมดนะ พีอาร์ร้านเหล้ามีสิทธิ์เลือกลูกค้าได้ด้วยเหรอ...คะ”
“แสดงว่าถ้าไม่ได้เทคแคร์ลูกค้าประจำคนนั้นก็จะไม่เสียใจถูกต้องไหม”
“ถามทำไมคะ” ฉันงง ๆ นะที่เขาถามแบบนี้
“ถามก็ตอบ”
“อยากได้คำตอบแบบไหนล่ะคะ”
“เอาคำตอบตามความรู้สึกของเธอก็พอ” เขาบอกฉันก็เลยพยักหน้าเบา ๆ ที่เหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่มั่นใจ
“พูดได้จริง ๆ เหรอคะ” ฉันรู้ว่าเป็นใครก็ต้องอยากได้คำตอบที่เป็นความจริง แต่นี่มันสังคมกลางคืนนะคะ พูดตามใจทั้งหมดไม่ได้หรอก
“ฉันชอบความจริง เธอคิดว่าควรตอบแบบไหนล่ะ” หน้าตาเขาดูสบาย ๆ นะ ฉันเองอยู่ ๆ ก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาเหมือนกันพอเขายืนยืนก็ยิ่งรู้สึกผ่อนคลาย
“โอเคค่ะ ก็ถ้ามีลูกค้าให้เงินน้อยกว่าพี่เขาก็เสียใจนะเพราะพี่เขามาดื่มที่ร้านแค่อาทิตย์ละวัน วันเดียวของเขาได้ทิปเยอะกว่าทำงานรวมกันห้าวันอีก” นี่ล่ะคำตอบที่ตรงตามความรู้สึกของฉันที่สุด พอได้คำตอบจากฉันเขาก็ยิ้มขำเบา ๆ
“งกเหรอ?”
“บ้านไม่รวยก็ต้องงกค่ะ ต้องปากกัดตีนถีบทำงานหาเงิน”
“พูดเรื่องจริง?” จบคำถามของเขาฉันก็ยิ้มมีเลศนัยจนทำให้เขามีสีหน้าฉงนแล้วเอียงคอนิดหน่อยก่อนจะยกคิ้วขึ้นหนึ่งข้างเป็นเครื่องหมายคำถามฉันเลยยิ่งยิ้มเจ้าเล่ห์
“ความจริงแล้วอลิ... / ปั้นชา” ฉันกำลังจะพูดแล้วก็พูดด้วยความเคยชินในการพูดคุยกับลูกค้าของตัวเองนั่นคือการแทนตัวว่า อลิส แต่ยังพูดไม่จบเขาก็แทรกขึ้น
“...” เขาแสดงออกให้รู้ว่าไม่อยากให้แทนตัวด้วยชื่อที่ใช้ทำงานเลยทำให้ใจฉันเต้นอีกแล้ว
“เราไม่สวมหน้ากากเข้าหากันจะดีกว่ารึเปล่า ชื่อปลอมมันฟังแล้วรู้สึกแย่เหมือนกันนะ” เขาพูดสบาย ๆ ไม่ได้ดูเคร่งเครียดอะไรเลยทำให้ฉันยิ้มขำแล้วแซวกลับ
“จะเอาอะไรกับสังสมร้านเหล้าล่ะคะ ใคร ๆ ก็เปลี่ยนชื่อใหม่กันทั้งนั้น”
“ฉันเคยบอกเหตุผลที่ไม่เรียกพีอาร์มานั่งด้วยไปแล้วจำได้ไหม”
“...ค่ะ จำได้ค่ะ” ฉันหยุดคิดนิดหน่อยก่อนจะพยักหน้า จำได้อยู่ ถึงจะไม่แม่นทุกคำพูดแต่ก็จำได้
เขาบอกว่าไม่ชอบให้ผู้หญิงมานั่งเอนเตอร์เทนเหมือนเป็นแค่สินค้าแล้วก็ไม่มีความจริงใจให้กัน ไม่ได้รู้สึกอะไรกันแต่มานั่งเอาอกเอาใจ สำหรับเขามันดูปลอมไปหมด
“ถ้างั้นเราไม่ปลอมใส่กันในเวลาทำงานของเธอได้ไหม ยกเว้นแค่ฉันคนเดียวก็พอ”
“ก็...ได้มั้งคะ“ ก็คงได้ล่ะในเมื่อเขารู้ชื่อเล่นจริง ๆ ที่แม้แต่คนในร้านยังไม่รู้เลยขนาดนี้
ว่าแต่รู้ได้ยังไงกันนะ หรือว่าเขา...
ตึก ๆๆๆ
เขา...เขาแอบชอบฉันจนใช้อำนาจเงินของตัวเองตามสืบเรื่องราวของฉันงั้นเหรอ
กรี๊ด!!! >///<
เขา...พี่เซตัสคนนี้เขาต้องชอบฉันแน่ ๆ เลยแก~ >///<
-ยี่สิบนาทีต่อมา-
“ปั้นชา”
ตึก ๆๆ
ทำไมเวลาที่เขาเรียกชื่อฉันต้องใจเต้นรัวด้วยนะ พยายามจะไม่รู้สึกอะไรแล้วนะเพราะชีวิตปกติที่ไม่ใช่เวลางานในร้านเหล้าใคร ๆ ก็เรียกชื่อนี้กันทั้งนั้น แต่พอมันออกจากปากหยักได้รูปน่าจูบ เอ้ย! ไม่ใช่ ๆ ปากหยักสวยได้รูปเฉย ๆ นั่นล่ะพอออกจากปากเขาทำไมมันมีผลกับหัวใจขนาดนี้
“คะ”
“เช็คบิลให้ที”
“คะ?” เขานั่งอยู่กับฉันไม่ถึงครึ่งชั่วโมง คุยกันฟังเพลงไปด้วยกันจนฉันเริ่มรู้สึกผ่อนคลายมาก ๆ แล้วอยู่ ๆ ก็บอกให้เช็คบิลนี่นะ?
มันคืออะไรคะ เขาไม่สนุกเหรอ
“เช็คบิลให้ที” รู้แล้ว แต่ที่เปล่งเสียงออกไปเมื่อกี้คือสงสัยเข้าใจไหม สงสัยว่าทำไมถึงกลับเร็วจัง นั่งด้วยกันไม่มีความสุขพอให้อยากอยู่นานกว่านี้หน่อยเหรอ...
“ค่ะ ได้ค่ะ” แต่ต่อให้สงสัยแค่ไหนลูกค้าบอกให้เช็คบิลฉันก็ต้องทำใช่ไหมล่ะคะต่อให้ใจจะไม่อยากทำตามคำสั่งของคุณลูกค้าแค่ไหนก็ตาม
ให้ตายเถอะฉันไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาฉันเป็นฝ่ายที่ลูกค้าอาลัยอาวรณ์ไม่อยากกลับไม่อยากให้ร้านปิดแต่ครั้งนี้กลับเป็นฉันซะเองที่เป็นฝ่ายรู้สึกแบบนั้น
“พี่นนท์เช็คบิลค่ะ” ฉันบอกพี่พนักงานเสิร์ฟ พี่นนท์เดินมาเขาก็ยื่นบัตรเครดิตที่ฉันมองแว๊บแรกก็รู้แล้วว่ามันไม่จำกัดวงเงินให้พี่นนท์ทันทีก่อนที่พี่นนท์จะรับแล้วเดินไปจัดการทุกอย่างให้
“จะดื่มอีกสักแก้วไหมคะ” ^^ เหล้าที่ฉันสั่งมาให้เขาดื่มไปแล้วห้าแก้ว ดูน้อยใช่ไหมคะแต่สำหรับเหล้าที่ดีกรีแรงมาก ๆ และใช้เวลาในการดื่มไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแต่เขายังนั่งหลังตรงคอตั้งแววตาไม่หวั่นไหวสักนิดขนาดนี้มันเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก ๆ เลยนะ ถ้าเป็นคนอื่นคอเป๋เสียงสั่นตั้งแต่ดื่มได้สองแก้วครึ่งไปแล้วล่ะ
“ไม่ล่ะ”
“...ค่ะ” ^^ เป็นเศร้า ๆ เนอะปั้นชา แย่จังเลย บอกแล้วไงห้ามแอบชอบ เอ้ย! ห้ามแอบรู้สึกหวั่นไหวกับลูกค้า
เขาบอกไม่ดื่มฉันก็หยิบแก้วของเขาที่ดื่มหมดแล้วไปเก็บตั้งใจเทคแคร์เขาต่อดีกว่าเพราะเดี๋ยวลูกค้าคนพิเศษของฉันก็จะกลับแล้ว
“...” ฉันเก็บแก้วแล้วหันมาสบตากับเขาแต่พอจะพูดอะไรสายตาเขาที่มองมาก็ทำให้ฉันนิ่งไป ทำไมเขามองฉันด้วยสายตาแบบนี้ มีอะไรรึเปล่า?
“ร้านปิดตีสองเหรอ”
“...ค่ะ” ถามทำไมถ้าตัวเองจะกลับตั้งแต่ยังไม่ห้าทุ่ม
“เดี๋ยวรอรับ”
“คะ?”
“เดี๋ยวรอรับ”
“ระ รอรับทำไมคะ”
“ก็รอรับไปส่งที่หอไง”
“แล้ว...แล้วจะรอรับไปส่งทำไมคะ”
“แล้วออกไปตอนนี้ได้รึเปล่าล่ะ”
“คะ?” อะ...อะไรของเขาเนี่ย -///-
“ถ้าออกไปตอนนี้ได้จะได้ไม่ต้องรอ แต่ถ้าออกไปไม่ได้จะออกไปรอข้างนอก...ฉันไม่ชอบนั่งกับเธอตรงนี้”
ให้ตายเถอะสายตาเขาที่มองฉันตอนนี้กับ...มือที่พาดตามความยาวของโซฟามาทางฉันตั้งนานแล้วค่อย ๆ แตะมาที่ไหล่ฉันเบา ๆ ทำให้ใจฉันเต้นแรงแทบระเบิด
“...ทำไมคะ” ฉันถามออกไปเบา ๆ ด้วยเสียงสั่นก่อนที่ดีเจของร้านจะเปิดเพลงให้ดังขึ้นมาในทันทีเลยทำให้เขาขยับใบหน้าหล่อมาใกล้เพราะเมื่อไหร่ที่เพลงดังนั่นเท่ากับถ้าไม่อยากแหกปากตะโกนจนดูน่าเกลียดอีกหนึ่งวิธีที่ดีที่สุดก็คือการคุยกันใกล้ ๆ ใกล้จนแนบหู...
“ไม่อยากเป็นแค่ลูกค้าของเธอ...ไม่ชอบ”
“พี่ตัส~”“อืม~ เสียวมาก~” เสียงครางของคนข้างบนทำสติฉันจะวูบหายครั้งแล้วครั้งเล่า ฉันชอบเสียงเขามาก ชอบเวลาพี่เซตัสครางทุกครั้งที่เขาอยู่ในตัวฉัน“อื้อ~ ชาก็เสียว~” ฉันร้องบอกเขาไม่ต่างจากที่เขาบอกฉัน บอกแล้วแยกขาให้กว้างมากขึ้นเพื่อให้เขา ทำรัก ให้ฉันได้สะดวก สะโพกก็เด้งรับตัวตนใหญ่ของเขาที่เข้ามาในตัวฉันครั้งแล้วครั้งเล่าพั่บ พั่บ พั่บ!พั่บ พั่บ พั่บ!“อ่าส์~” สะโพกสอบขยับถี่รัวไม่มีหยุด ฉันเสียวไปทั่วทั้งร่องรัก ข้างในเริ่มเกร็งตัวมือที่เคยจับแขนล่ำไว้ก็ขยับสูงขึ้นเพื่อออกแรงรั้งให้เขาพาใบหน้าหล่อกับริมฝีปากที่เร่าร้อนตรงหน้ามาหาฉันพั่บ พั่บ พั่บ!“อ๊ะ! อยากจูบ~”ฉันออกแรงรั้งแขนพร้อมกับเอ่ยปากบอกเพื่อให้เขารู้ว่าฉันต้องการแค่ไหน พูดจบพี่เซตัสก็โน้มตัวลงมาจูบฉันทันทีจ๊วบ~ / พั่บ พั่บ พั่บ!เขามอบจูบที่เร่าร้อนปนความอ่อนโยนมาให้พร้อมกับสะโพกสอบที่อัดกระแทกตัวตนใหญ่ยักษ์เข้ามาด้วยความถี่และรุนแรงถึงใจไม่หยุดพั่บ พั่บ พั่บ!“อ๊ะ!” ฉันเปล่งเสียงครางที่ไม่มีปัญญากลั้นไหวทั้งที่กำลังจูบกับเขาอยู่ออกมา มือเริ่มจิกเล็บลงไปที่แผ่นหลัง สะโพกก็เด้งขึ้นเพื่อรับท่อนเอ็นใหญ่อย่างเอาเป็นเอาต
ฟอด~“เมื่อกี้เสียวมากใช่ไหม~ ครางดัง ๆ ล่ะที่รักเพราะพี่จะทำให้เสียวกว่าที่หนูโดนลิ้นพี่เลียเป็นร้อยเท่าเลยเมียจ๋า~”“พี่ตัส~” ฉันเขินจะแย่ ทั้งเขินทั้ง...เสียวเขายิ้มมุมปาก ตาเต็มไปด้วยประกายของความต้องการแล้วบางอย่างที่...ไม่เคยจะเล็กเลยสำหรับร่างกายฉันก็ค่อย ๆ ดันเข้ามาโดยที่เจ้าของท่อนเอ็นใหญ่ลำนี้ไม่ได้จับมันเพื่อนำทางเลยแม้แต่นิดเดียว“อื้อ~” ท่อนเอ็นใหญ่ที่แข็งเต็มลำถูกสะโพกสอบดันเข้ามาในตัวฉันช้า ๆ เขาเข้ามาในตัวฉันได้ไม่ยากเพราะน้ำรักของฉันฉ่ำเยิ้มไปทั้งร่องรักแต่มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเพราะขนาดที่ใหญ่เกินมาตรฐานก็ยังทำให้ต้องค่อย ๆ เข้ามามากกว่าจะดันเข้ามาหมดทั้งลำในครั้งเดียว“อ่าส์~ แน่นเหมือนเดิมเลยเมียจ๋า~” พี่เซตัสใช้สองมือประคองแก้มฉันเอาไว้แล้วกดจูบลงมาที่ปาก พอท่อนเอ็นเข้ามาในตัวฉันได้หมดทั้งลำเขาก็หมุนควงสะโพกช้า ๆ และการหมุนควงแบบนี้นี่ล่ะที่ฉันชอบไม่ต่างจากการโดนทำรักแรง ๆ เลย“อื้อ~” เสียวจัง เสียวที่สุดเลย~“ชอบไหม~” เขาถอนจูบออกแล้วซบลงที่คอ เสียงพร่าถามออกมาพร้อมกับลมหายใจอุ่น ๆ ที่ปะทะผิวตรงคอทำให้ความเสียวยิ่งเพิ่มมากขึ้น“ชะ ชอบค่ะ” ฉันกอดเขาแน่น ยกสะโพกข
“...ถ้างั้นพี่ตัสก็ทำเลยค่ะ ลบคราบสกปรกที่ไม่ควรมีผู้ชายคนไหนมาแตะต้องชา ลบให้ชาเท่าที่สามีคนหนึ่งจะทำให้ภรรยาตัวเองได้ ทำให้ชาหน่อยนะคะที่รัก~”ฟอด~จบคำพูดของฉันเขาก็จูบลงมาที่แก้ม ถึง...ตรงนั้นของพี่เซตัสจะไม่เคยอ่อนตัวลงเลยตั้งแต่เขาเดินเข้ามาจนถึงตอนนี้แต่ฉันไม่รู้สึกถึงความหื่นหรือการคุกคามเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่เหมือนทุกครั้งที่เขาจ้องจะกลืนกินฉันเข้าไปทั้งตัว ครั้งนี้มันอบอุ่นและแตกต่างมาก ฉันรู้สึกเหมือนต่อให้เขาจะอยู่ตรงหน้าด้วยสภาพที่พร้อมจะมีอะไรกับฉันตลอดเวลาแต่เขาก็คือพื้นที่ปลอดภัย เขาคือ “บ้าน” ที่มีไว้ให้ฉันพักกาย พักใจ พักทุกความเหนื่อยล้า และปลดปล่อยทุกความหวาดกลัว“พี่รักเรา~” เสียงกระซิบแผ่วเบาที่มุมปากจบลงปากร้อนของพี่เซตัสก็ประทับจูบลงมา เขากดจูบลงช้า ๆ แค่กดฝังไว้ไม่ได้สอดลิ้นเข้ามา มือเขาประคองต้นคอฉันไว้ปลายนิ้วค่อย ๆ คลึงต้นคออยู่พักหนึ่งลิ้นร้อนถึงได้สอดแทรกเข้ามาในปากฉัน“อืม~”พี่เซตัสจูบด้วยความอ่อนโยน เขาส่งเสียงครางในลำคอออกมาตอนที่ฉันจูบตอบโต้แล้วใช้ทั้งสองมือคล้องคอเขาเอาไว้“ชารักพี่ตัสนะคะ~” เขาถอนจูบออกแค่ริมฝีปากเป็นอิสระฉันก็เอ่ยปากบอกรักเขาด้วยคว
“ขึ้นห้องก่อนพี่เลยนะ อาบน้ำหน่อยจะได้รู้สึกดีขึ้น”“พี่ตัสจะทำธุระเหรอคะ”“อื้ม พี่จะโทรไปเคลียร์เรื่องวันนี้ให้เรียบร้อยแล้วเดี๋ยวพี่ตามขึ้นไป หรือว่า...ที่รักอยากรอให้พี่อาบให้เผื่อจะรู้สึกดีกว่าเดิม~”“บ้า! ไม่ต้องมาทะลึ่งเลยนะคะ จัดการธุระของตัวเองเลยค่ะชาขอตัวไปอาบน้ำแป๊บเดียวเดี๋ยวลงมา” ปั้นชารีบเดินหนีผมขึ้นข้างบนในขณะที่ผมก็เอาแต่มองตามเธอด้วยความเอ็นดูไม่ใช่สายตาหื่นอย่างที่เพิ่งแกล้งทำเมื่อกี้…ถ้าวันนี้ไปช่วยไม่ทันปั้นชาน้อย ๆ ของผมจะต้องมีชีวิตด้วยความทุกข์ทรมานแค่ไหนวะปั้นชามีศักดิ์ศรี ถ้าเธอโดนย่ำยีต่อให้ผมจะโอบกอดเธอเอาไว้ด้วยความเข้าใจและความรักทั้งหมดที่มีก็ไม่สามารถทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่ของปั้นชามีความสุขได้หรอก“อ่าส์~” ทันทีที่ปั้นชาลับสายตาไปผมก็พ่นลมหายใจออกมาด้วยความรู้สึกโล่งในใจ ไม่มีใครรู้ดีกว่าผมว่าตอนที่ยังช่วยเธอไม่ได้ ตอนที่ยังหาเธอไม่เจอผมเครียดมากแค่ไหนติ๊ด!(เออว่าไง มึงอยู่ไหนหรือว่าถึงบ้านแล้ว) ทันทีที่ไอ้คินกดรับสายมันก็เป็นฝ่ายถามผมก่อน“อืม ถึงบ้านแล้ว เพิ่งถึงแล้วมึงล่ะ” มันตามไปดูผลงานของผมแต่ผมไม่ได้อยู่รอเจอมันเพราะปั้นชาอยู่ต่อไม่ไหวเลยมา
พี่เซตัสพาฉันออกมาจากที่เกิดเหตุหลังโทรหาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงใหญ่พ่อของพี่แท็คเรียบร้อย ข้างนอกมีคนของเขายืนอยู่และมี คนของพี่แท็ค กองอยู่ที่พื้นด้วยสภาพที่เละเป็นโจ๊กแต่โชคดีที่ดูด้วยตาก็รู้ว่ายังไม่ตายก่อนที่เขาจะพาฉันมาที่รถของเขา“หิวไหม” พอเข้ามาในรถเขาก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและห่วงใยมาก ๆ“...”“ว่าไง พี่ถามว่าหิวไหม”“...”“ชา เอาแต่มองหน้าพี่อยู่นั่นล่ะ ตอบพี่หน่อยได้ไหม” มือใหญ่ลูบหัวฉันช้า ๆ แถมยังยิ้มเอ็นดูด้วยนะ“...” ฉันยังไม่ตอบเขาเหมือนเดิม เอาแต่มองไม่พูดอะไรสักคำเลยทำให้คนตรงหน้าขยับมาใกล้แล้วใช้มือใหญ่ประคองแก้มฉัน“กลัวเหรอคนดี”“...อื้อ” ฉันพยักหน้ารับช้า ๆ ก่อนที่น้ำตาจะคลอออกมาแล้ววางมือประกบลงที่หลังมือเขาที่ประคองแก้มฉันไว้“ชากลัวต้องเป็นของคนอื่นที่ไม่ใช่พี่ตัส~” ถ้าเกิดขึ้นจะเป็นยังไงนะ เป็นแผลที่ไม่มีวันหาย ฝันร้ายตลอดชีวิต หรือว่า...เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ฉันไม่สามารถหายใจได้อีกต่อไป“พี่ไม่ยอมให้ใครมาทำแบบนั้นหรอก ชาตินี้ทั้งชาติยังไงก็ไม่มีทางยอม”ฟอด~“ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นปั้นชา ถ้าพี่ไม่ตายพี่จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายชาได้อีก”“
“อย่าทำอะไรชาเลยพี่แท็ค ฮึก!” ฉันขอร้องในขณะที่ตัวเองกำลังหันหลังช้า ๆ อย่างที่ไอ้สารเลวคนนี้ต้องการ“หึ ๆๆ กลัวอะไรคะ พี่แค่จะพาไปขึ้นสวรรค์นะชา~”ผลัก!“โอ้ย!” เสียงหวานแต่ดูโรจจิตจบลงฉันก็ถูกผลักไหล่ให้โน้มตัวลงไปที่หัวเตียงแล้วหัวก็ถูกมือของไอ้บ้านี่จับกดลงไป“หึ ๆๆ ชอบว่ะ โคตรชอบเลยเวลามีทาสร้องทรมานอยู่ตรงหน้า~” ทาสเหรอ? นี่มันคิดจะทำอะไรกับฉันบ้าง ทำไมไอ้บ้าคนนี้ถึงได้โรคจิตและวิปริตขนาดนี้ฟอด~“...ฮึก!” ฉันขยะแขยง เสียงกระเส่าจบลงมันก็กดหน้าลงที่สะโพกฉัน ต่อให้ฉันจะยังไม่ถูกมันถอดหรือกระชากเสื้อผ้าออกจากร่างกายแต่ความขยะแขยงก็เกิดขึ้นอยู่ดี“อ่าส์~ หอมมาก~ กลิ่นทาสที่กลัวจนตัวสั่นมันหอมแบบนี้นี่เอง~” ไอ้โรคจิตมันลากไล้ริมฝีปากตรงจุดที่เพิ่งจูบไปบริเวณใกล้ ๆ มือก็ลูบไล้จากสะโพกลงไปหาต้นขาช้า ๆ สลับกับบีบเฟ้นต้นขาฉันเหมือนอยากจะกระตุ้นอารมณ์ความต้องการหรืออารมณ์ดิบให้คนที่มันเรียกว่าทาส แต่ขอโทษทีเถอะมันไม่ได้ให้ความรู้สึกพวกนั้นเลยนอกจากความขยะแขยง!ฟอด~“อ่าส์~ ไม่ไหวแล้วค่ะปั้นชา~ พี่อยากหอมปั้นชาน้อย ๆ ของพี่สุด ๆ แล้ว~” เสียงพร่าจบลงมือของไอ้บ้านี่ก็ขยับลูบมาข้างหน้า มาหย







