Se connecter“ไอ้หมอนี่มันขี้เซาจริง ๆ คิดว่าจะต้องตื่นมาเพราะเสียงตกใจของมันซะอีก กลายเป็นว่ามันหลับสนิทไม่ตื่นมาเลย”
เชฟที่ตื่นแล้วเท้าแขนหันหน้าจ้องมองใบหน้าแกงที่หลับสนิท ไม่รู้ตัวเลยว่าบนเตียงมีคนอื่นนอนอยู่ด้วย
“พอดู ๆ ไป ตอนหลับก็หล่อเหมือนกันนะไอ้นี่ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าปากมันจะหมาขนาดนั้น” เชฟมองใบหน้าแกงแล้วก็เอ่ยคนเดียวด้วยรอยยิ้ม ถ้าใครได้มาเห็นใบหน้าแกงตอนหลับคงจะเคลิ้มหลงมันแน่ๆ ช่างต่างกับตอนที่มันลืมตาลิบลับเลยเวลานอน
โดยไม่รู้ตัวเชฟก็นอนตะแคงข้างมองใบหน้าของแกงอย่างไม่ละสายตา ภายใต้แสงแดดยามเช้าอ่อนๆ ที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง แสงนั้นกระทบลงบนใบหน้าของแกงที่ค่อยๆ ขยับตัวเล็กน้อยใกล้ที่จะตื่น เปลือกตาขยับก่อนที่เขาจะลืมตาขึ้นมาอย่างงุนงง
สิ่งแรกที่แกงเห็นคือเพดานสีขาวสะอาดที่แปลกตา ความงงงวยสะท้อนอยู่ภายในดวงตาที่ยังลืมไม่สนิทเมื่อเห็นห้องที่ไม่คุ้นชิน ก่อนที่แกงจะนึกขึ้นมาได้ว่า ตัวเองนั้นโดนไล่ออกมาจากห้องเก่า และได้ย้ายมาอยู่ห้องของคนที่เชฟแล้ว
“อะ อื้มมม” แกงบิดตัวอย่างขี้เกียจพยายามลืมตาตื่นให้เต็มที่ในครั้งแรก
ต้องยอมรับเลยว่าเตียงนอนในห้องนี้นั้นเหมือนเตียงดูดวิญญาณ เพียงแค่ล้มตัวลงนอนเขาก็หลับไปเลยในไม่กี่นาที แม้กระทั่งในตอนนี้แกงก็ยังไม่อยากที่จะตื่นจากเตียงที่นุ่มแบบนี้
พอแกงบิดตัวขี้เกียจเสร็จหันหน้าไปมองด้านข้างที่รู้สึกเหมือนมีคนจ้องมอง และเมื่อดวงตาสบเข้ากับใบหน้าของคนที่นอนมองอยู่ด้านข้างแกงก็ชะงัก สายตาของเขาค่อยๆ เบิกกว้างเท่าไข่ห่าน ตาสว่างตื่นเต็มตาในทันที
“เชี่ย!” แกงส่งเสียงอุทานดังขึ้นอย่างตกใจ ผงะถอยห่างออกมาทันที หัวใจเต้นแรงราวกับกลองศึก
มือของเขาคว้าผ้าห่มมาคลุมตัวเองโดยอัตโนมัติ เขาไม่คิดไม่ฝันว่าตื่นมาจะเจอใบหน้าเชฟนอนจ้องมองอยู่ข้าง ๆ กัน
แต่เมื่อแกงกระตุกผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเอง แกงก็ต้องเบิกตากว้างยิ่งกว่าเดิม เขาอ้าปากค้างไปเลยกับภาพตรงหน้าที่ทำให้เขาแทบหยุดหายใจ แกงกลืนน้ำลายลงคอมองร่างกายเปลือยเปล่าของอีกฝ่ายนอนอวดสายตาอย่างลืมตัว และสิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือ...
แท่งเนื้อสีเข้มที่มันตื่นตัวอย่างเต็มที่ขยายใหญ่เกือบเท่าปลาช่อน มันใหญ่จนแกงคิดไม่ภาพไม่ออกเลยว่า เจ้าสิ่งนี้มันซ่อนตัวได้อย่างมิดชิดจนเขาไม่สังเกตได้ยังไง
เพราะเดาได้ว่าตอนที่ไม่ตื่นตัวก็คงใหญ่ไม่แพ้ตอนนี้ แค่นั้นยังไม่พอ มันยังชี้ตรงใส่หน้าแกงอย่างหน้าไม่อาย กระตุกส่ายขึ้นลงจนเขาเผลอขยับหัวตามพร้อมกลืนน้ำลายลงคอครั้งที่สาม
“จะมองอีกนานไหม ถ้าจะจ้องขนาดนี้จะจับเลยก็ได้นะ กูไม่หวงตัวอยู่แล้ว” เชฟนอนอย่างไม่อายไม่คิดจะปิดบังส่วนที่มันตื่น เขามองตามสายตาแกงที่จ้องมองกลางกายตัวเองไม่หยุดด้วยรอยยิ้มเอ่ยเชิญชวนให้จับด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ไอ้โรคจิต!” แกงอุทานเสียงดังพลางกระตุกผ้าห่มขึ้นคลุมตัวปิดใบหน้าที่ขึ้นสีแดง และปิดภาพที่เขาไม่ควรเห็น
แต่ก็ไม่ทันแล้วสิ่งนั้นมันติดตาแกงไปแล้ว แม้จะปิดหน้าแต่ภาพยังคงติดตาไม่หาย แกงรู้สึกได้ว่าหน้าตัวเองร้อนวูบขึ้นมาทันทีเมื่อคิดถึงภาพนั้น
ขนาดของมันใหญ่ ไม่สิ มันใหญ่เกินไปแล้ว! แกงกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ใบหน้าขึ้นสีอย่างห้ามไม่ได้ ใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนแรก
สมองประมวลผลไม่ทันว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขาจำได้ว่าตัวเองนอนคนเดียวนี่ ทำไมตื่นมาไอ้เชฟบ้านั่นถึงได้มานอนข้าง ๆ กันโดยที่ไม่สวมเสื้อผ้ากัน
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!?” แกงพึมพำ มือขยุ้มเส้นผมของตัวเองอย่างเครียด
ตั้งแต่เกิดมานอกจากกระเจี๊ยวข้าวจ้าวที่เคยเห็นตอนเด็ก นี่เป็นครั้งแรกที่แกงได้เห็นกระเจี๊ยวของผู้ชายคนอื่น แถมคนที่เห็นยังเป็นคนที่เขาไม่ชอบหน้า
และของมันยัง...ยังใหญ่กว่าของเขาอีก แกงก้มลงมองเป้าของตัวเองอย่างเศร้าใจ แม้ของตัวเองจะไม่ได้เล็ก แต่ถ้าเอาไปเทียบกับของคนที่อยู่บนเตียงด้วยกันมันก็เทียบกันไม่ติด
“เดี๋ยวสิ นี่มันห้องกู มึงเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง ออกไป! ออกไปจากห้องกูเดี๋ยวนี้เลย!” พอเริ่มตั้งสติได้แกงก็คิดได้ว่าที่นี่คือห้องตัวเอง เขาเลิกผ้าห่มออกไปเผชิญหน้ากับเชฟ เอ่ยไล่อีกฝ่ายออกไปจากห้อง
“ห้องมึง? มึงแน่ใจเหรอ?” เชฟเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างขบขันเอ่ยขึ้นอย่างมีเลศนัย
แกงชะงักไปนิดหน่อย ก่อนจะมองไปรอบห้องอย่างพิจารณาใหม่ เขาไม่เข้าใจคำพูดของอีกฝ่าย นี่มันก็ห้องที่เขาทำความสะอาดที่อีกฝ่ายบอกให้มาอยู่นี่
แกงจำได้ว่านี่คือห้องที่เชฟชี้ให้ตัวเองเอาสัมภาระมาเก็บไว้ไม่ผิดแน่ อีกฝ่ายเป็นคนพูดเองว่าให้เขานอนที่ห้องนี้
“กูจะบอกอะไรให้ นี่คือห้องกู และมึงต้องนอนร่วมห้องกับกู ส่วนอีกสองห้องนั้นคือห้องเพื่อนกู มึงเข้าใจยัง ต่อไปนี้ก็ฝากตัวด้วยนะรูมเมต” เชฟได้เห็นสีหน้างงงวยของแกงสมใจอยากก็ยิ้มเลิกแกล้งอีกฝ่ายต่อไป เฉลยความจริงให้กับอีกคนได้รับรู้
คำพูดของเชฟทำให้แกงที่นั่งฟังอยู่รู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่าสมองวิ้งไปหมด เขาคิดว่านี่คือห้องของตัวเองซะอีก แต่ความจริงแล้วแกงต้องแชร์ห้องร่วมกับคนตรงหน้าด้วยเนี่ยนะ
“บ้าฉิบ...” แกงพึมพำก่อนจะสบตาเชฟที่ยกยิ้มกวนประสาทใส่
“สายละ กูจะไปอาบน้ำละ กูจะบอกให้ว่า กูเป็นคนชอบนอนแก้ผ้า ผู้ชายด้วยกันไม่เห็นต้องตกใจเลย ยังไงก็ทำตัวให้ชินเข้าไว้ละกัน” เชฟเอ่ยก่อนจะลุกจากเตียง โชว์เรือนร่างสูงใหญ่เต็มสายตาโดยไม่คิดจะปกปิดอะไรทั้งสิ้น แถมยังส่ายน้องชายควงโชว์หนึ่งรอบอย่างภูมิใจจนอีกคนอ้าปากค้าง
พอแกงรู้สึกตัวว่าเผลอเหม่อมองก็หน้าแดง เขาแทบจะกระโจนเอาหมอนมาปาใส่เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกในตอนนี้ที่ทำให้หน้าแดงจัด แต่เชฟกลับยักไหล่ก้มหยิบผ้าขนหนูที่เขาถอดทิ้งไว้ที่พื้นวางฟาดไล่แล้วเดินออกจากห้องไปอย่างไม่ยี่หระ
“นี่มันเรื่องเชี่ยอะไรกันวะ...” แกงทิ้งตัวลงนอนกับเตียงซุกหน้ากับหมอนพลางพึมพำกับตัวเอง
“หึๆ ตลกฉิบ” เชฟยังคงนึกถึงตอนที่เห็นหน้าตกตะลึงตอนเช้าของแกงไม่เลิก มันตลกทุกครั้งที่เขานึกถึงมันใบหน้าที่งงจนพูดไม่ออกนั่น
“มึงเป็นบ้าอะไรเชฟ หัวเราะคนเดียวไม่หยุด ผีเข้าสิงหรือไง” เฉินมองเพื่อนตัวเองที่อยู่ๆ ก็หัวเราะขึ้นมาไม่มีปี่มีขลุ่ยอย่างขนลุก การที่มันหัวเราะโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยนี่ทำเอาเฉินขนลุกไปทั้งร่าง เพราะตอนที่เชฟมันคิดแผนร้ายได้ก็ชอบหัวเราะแบบนี้
“มึงมีเรื่องสนุกอะไรเชฟ ไหนลองบอกมาหน่อยสิ” คิงสวมกอดคอเชฟดึงเข้ามาถาม นานแล้วที่เขาไม่ได้เห็นเพื่อนหัวเราะอย่างนี้ แปลว่ามันกำลังทำเรื่องสนุกอยู่แน่ ๆ
“กูไม่บอกพวกมึงหรอก พวกมึงทิ้งกูไปอยู่กับแฟนกันหมด เพราะงั้นเรื่องสนุกนี้กูก็ขอกั๊กเอาไว้สนุกคนเดียวก็พอ”
เชฟไม่ยอมบอกให้เพื่อนทั้งสองรู้ว่า เขาแอบเอาคนอื่นมาอยู่ที่ห้องด้วย บอกไปก็เท่านั้น เพราะทั้งสองคนไม่ได้กลับมานอนที่ห้องตั้งนานแล้ว
“งั้นพวกเราจะไปเที่ยวไหนกันดี มึงคิดได้ยัง” คิงมองเชฟอย่างมีเลศนัย หลังจากเจ้าตัวพูดแบบนั้นออกมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเปลี่ยนไปเรื่องอื่นเพื่อไม่ให้เพื่อนรู้ตัวว่าตัวเองโป๊ะแล้ว
“ช่วงนี้คงไม่ได้ ช่วงนี้ที่ร้านยุ่ง ๆ แล้วตอนนี้กูก็ต้องเข้าไปจัดการธุระแล้วด้วย ไว้คิดออกแล้วกูจะบอก ไว้เจอกันใหม่พวกมึง”
เชฟแกะแขนคิงที่กอดคอออกแล้วรีบปลีกตัวออกจากกลุ่มเพื่อไปที่ร้านหลังเลิกเรียน เขาจำได้ว่าบอกให้แกงไปทำงานที่ร้านหลังเลิกเรียน ถ้าเขาไม่รีบไปคงไม่ทันได้เห็นเรื่องสนุก ๆ
“เราแอบมันมันไปดูเรื่องสนุกไหม” เฉินต้องการแอบตามเชฟไปเพื่อหาให้ได้ว่าเชฟกำลังทำเรื่องสนุกอะไร
“มึงนี่มันโง่จริง ไอ้เชฟมันกำลังตกหลุมรักไม่รู้ตัวไง ปล่อยให้มันสนุกไปจนรู้ใจตัวเอง”
“เดี๋ยวพวกเราก็จะรู้เองว่าเรื่องสนุกของมันคืออะไร กูไปก่อนละ มีนัดกับพี่ภาณุ” คิงส่ายหัวอมยิ้ม ในหัวคิดไม่ออกเลยว่าเพื่อนตัวเองกำลังชอบใครอยู่ ใครกันนะที่ทำให้เพื่อนเขาหลงเข้าไปชอบโดยไม่รู้ตัว
หลังจากผ่านเหตุการณ์ช็อกในเช้าวันนั้นไปได้ แกงก็พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ในหัวจะยังมีภาพที่เขาอยากลืมแต่กลับติดตาตรึงใจไม่หาย
แกงใช้เวลาเรียนไปทั้งวัน ก่อนจะรีบตรงดิ่งมาที่ร้านครัวต้นตำรับอย่างตื่นเต้น หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะอยู่ตลอดเวลา
วันนี้เป็นวันแรกที่เขาจะได้เริ่มต้นเส้นทางการเป็นเชฟอย่างเต็มตัว เขาจะแสดงฝีมือให้คนที่เคยดูถูกหัวเราะเขาต้องหงายหน้าไปเลยเมื่อเห็นหน้าแกงเป็นเชฟใหม่ภายในครัว
แกงตรงเข้าไปที่ร้านถามพนักงานถึงทางไปห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ทุกคนที่เดินผ่านแกงต่างก็แปลกใจที่เห็นหน้าเขาแต่ก็ไม่มีใครมาห้ามไม่ให้เขาเข้าไปในส่วนหลังครัว
ดูเหมือนว่าเจ้าเชฟนั่นจะเป็นเจ้าของร้านจริง ๆ คงจะแจ้งพนักงานเอาไว้แล้ว แกงเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและเดินออกจากห้องไปที่ครัวด้วยท่าทีมุ่งมั่น
แกงก้าวเข้ามาในครัวด้วยหัวใจที่พองโต กลิ่นหอมของอาหารที่ลอยมาเตะจมูกทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นยิ่งขึ้น
แกงกวาดตามองรอบ ๆ ห้องครัวที่เต็มไปด้วยเหล่าคนทำงานเบื้องหลังของร้านซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมอาหาร เสียงมีดกระทบเขียง เสียงน้ำมันเดือดในกระทะ ทุกอย่างดูเป็นระบบระเบียบและเต็มไปด้วยพลังงานแห่งความเป็นมืออาชีพ
“มาแล้วเหรอ? นายชื่อแกงใช่ไหม” เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างๆ ทำให้แกงสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปเจอกับหัวหน้าเชฟของร้านที่ยืนกอดอกมองเขาอยู่ ที่เขารู้ว่าทำไมอีกฝ่ายเป็นหัวหน้าเชฟก็เพราะเขายังจำได้ว่าคนตรงหน้านี่แหละที่ชิมอาหารที่เขาทำแล้วบอกว่าธรรมดา
“ครับ! ผมพร้อมลุยเต็มที่เลยครับ!” แกงตอบกลับด้วยรอยยิ้มกว้าง พลางตั้งท่าพร้อมทำงาน แม้เขาจะไม่ชอบอีกฝ่าย แต่ตอนนี้ต้องทนไปก่อน สักวันตำแหน่งหัวหน้าเชฟของอีกฝ่ายก็ต้องเป็นของแกง
เชฟกานพยักหน้าด้วยรอยยิ้มก่อนจะยื่นผ้ากันเปื้อนให้กับอีกฝ่าย แกงรับมาอย่างมั่นใจ คิดในใจว่าวันนี้เขาคงได้เริ่มทำอะไรเจ๋งๆ อย่างการทำอาหารให้ลูกค้ากินเป็นครั้งแรก
แต่แล้วความจริงที่โหดร้ายก็โจมตีแกงเข้าอย่างจัง...
“ดี งั้นเริ่มงานได้เลย ทางนั้นมีจานที่ต้องล้างเพียบ ไปจัดการให้เรียบร้อยซะ”
“…ฮะ?”
ความฝันของแกงพังทลายลงในพริบตา เขาหันไปมองซิงก์ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยกองจานสูงเป็นภูเขา น้ำมันและเศษอาหารเกาะติดแน่น มือไม้ที่เคยเต็มไปด้วยไฟแห่งความกระตือรือร้นเริ่มสั่นขึ้นมาเล็กน้อย
“เอ่อ... คือว่า ผมคิดว่าผมจะได้ลองทำอาหาร” แกงกัดฟันเอ่ยถามขึ้น เขาคิดว่าหัวหน้าเชฟนี่กำลังใช้อำอาจหน้าที่ในการกลั่นแกล้งตัวเองอยู่
“นี่ก็คือส่วนหนึ่งของการทำอาหาร ล้างจานให้สะอาดก่อน แล้วนายจะได้เรียนรู้จากพื้นฐานที่แท้จริง แล้วเชฟไม่ได้บอกนายหรือว่า เขาให้นายเริ่มจากหน้าที่ล้างจานก่อน ทำให้เต็มที่ต่อไปในอนาคตนายจะได้จับมีดรังสรรค์เมนูต่าง ๆ” เชฟกานพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนจะตบบ่าแกงเบาๆ แล้วเดินจากไป
แกงอ้าปากค้าง มองกองจานตรงหน้าอย่างหมดอาลัยตายอยาก เขาคิดว่าตัวเองจะได้ทำหน้าที่เชฟ ทำอาหารเสิร์ฟลูกค้าซะอีก ตะหลิว มีด กระทะ ควรเป็นสิ่งที่เขาได้จับ ไม่ใช่ฟองน้ำล้างจานและน้ำยาล้างจานหนึ่งขวดแบบนี้
นี่มันโหดร้ายเกินไปแล้ว!
สีหน้าแกงเปลี่ยนสีไปมาไม่หยุด มือกำฟองน้ำในมือแน่นจนฟองน้ำแห้ง ความคิดภายในหัวแกงตีกันไปหมด ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ กลั้นใจหยิบจานใบแรกขึ้นมาล้างอย่างจำยอม
นี่มันไม่ใช่อย่างที่แกงคิดไว้เลยสักนิด...
ในห้องพักฟื้นภายในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง มีเพียงเสียงเครื่องวัดชีพจรเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แสงแดดยามบ่ายลอดม่านบาง ๆ เข้ามาภายในห้อง เชฟและแกงนั่งเฝ้าภูผาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ร่างกายเขาพันผ้าพันแผลแน่นหลายจุด เพราะมีรอยแผลโดยมีดบาด โดยเฉพาะบริเวณท้องที่โดนแทงเข้าเต็มแรงเพราะรับมีดแทนเชฟแกงหยิบผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อให้ภูผาเบา ๆ ตั้งแต่ที่โดนส่งเข้ามาที่โรงพยาบาลอีกฝ่ายก็นอนสลบไม่ตื่นมาหนึ่งวันแล้ว เขาไม่คิดเลยว่าภูผาจะรับมีดแทนเชฟ ส่วนเชฟยืนนิ่งมองคนที่เป็นเสมือนน้องชายและเพื่อนสนิทอีกคนด้วยสายตาเป็นกังวล ภายในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เพราะถ้าตอนนั้นเขาไม่ประมาทภูผาคงไม่ต้องมารับมีแทนตัวเองแบบนี้“ขอโทษนะ... ภูผา” เชฟพึมพำแผ่วเบา“ภูผาจะต้องไม่เป็นอะไร” แกงเงยหน้าขึ้นมาปลอบเชฟเสียงอ่อนทันใดนั้นเสียงจากโทรทัศน์ที่เปิดค้างไว้ก็ดึงความสนใจของทั้งคู่ไปด้วยข่าวด่วนประจำวัน[ข่าวด่วน! ภายในวันนี้ตำรวจได้แถลงการณ์ยืนยันว่าเมื่อวานนี้ ได้มีการบุกทลายองค์กรอาชญากรรมขนาดใหญ่ที่แฝงตัวอยู่เบื้องหลังธุรกิจร้านอาหารหรู ตำรวจสามารถจับกุม
หลังจากที่ภูผาตะโกนเข้าไปเขาก็รีบเข้ามาภายในห้อง ก่อนกดล็อกประตูห้องจากด้านในพร้อมยันประตูห้องเอาไว้สุดชีวิต“แกงรีบตื่นเร็ว!” เชฟได้ยินที่ภูผาพูดก็มีใบหน้าเคร่งเครียดรีบปลุกแกงให้ตื่นในทันที เขาไม่คิดเลยว่า พนักงานในร้านของตัวเองจะเป็นสายสืบเยอะมากขนาดนี้ คิดว่าจัดการไล่พวกคนน่าสงสัยออกไปเยอะแล้ว แต่ความจริงจำนวนพวกมันกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย“เกิดอะไรขึ้นเชฟ” แกงที่ถูกปลุกเอ่ยถามขึ้นอย่างงุนงงเพล้ง!เสียงเก้าอี้ตัวหนึ่งกระแทกกับกระจกอย่างแรง จนกระจกแตกลอยเข้ามาภายในห้องอย่างไม่มีใครคาดคิด ดีที่เชฟและแกงไม่ได้เป็นอะไรเพราะไม่ได้อยู่ในทิศทางของเก้าอี้“พนักงานในร้านที่เป็นคนในองค์กรกำลังจะฆ่าพวกเรา ต่อไปนี้มึงต้องฟังกู อยู่ใกล้ ๆ กู ห้ามอยู่ห่างจากกูเด็ดขาด กูจะพามึงฝ่าออกไปเอง” เชฟเอ่ยออกมาอย่างรวบรัดแล้วดึงแกงให้ลุกขึ้นยืนแกงมีสีหน้าเคร่งเครียดทันทีที่ได้ฟังจบ เขาไม่คิดเลยว่า หนีออกมาจากคฤหาสน์กลับมาอยู่ที่ร้านแล้วแต่ก็ยังไม่ปลอดภัย เพราะพนักงานในร้านหลายคนกลับเป็นคนในองค์กร และในตอนนี้พวกนั้นก็กำลังคิดจะ
เชฟพยุงร่างแกงที่มีน้ำตาบนใบหน้ากับภูผาพากันเข้ามาทางหลังร้านอาหาร แม้พนักงานในร้านจะมองพวกเขาด้วยสายตาแปลก ๆ เนื่องจากสภาพที่สะบักสะบอมไปทั้งตัว แต่พวกเขาก็ไม่ได้สนใจพากันเข้าไปในห้องผู้จัดการแล้วจัดการล็อกประตู“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับพี่เชฟ ทำไมที่คฤหาสน์ถึงมีระเบิดตั้งหลายลูก แถมทั้งสองคนยังออกมาในสภาพนี้อีก ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ” ทันทีที่เข้ามาภายในห้อง ภูผาก็เอ่ยถามเรื่องที่ตัวเองสงสัยออกไปด้วยสีหน้าสับสน ตลอดทางที่ขับรถพาทั้งสองคนมาที่นี่เขาก็อยากถามแต่ไม่กล้า แต่พอคิดว่าเรื่องมันใหญ่มากก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้น“มีการทรยศกันภายในน่ะ แต่เรื่องนี้นายไม่ต้องสนใจ รู้แค่ว่าพวกเรานั้นแตกหักกันแล้วจริง ๆ แต่อีกไม่นานหรอก พวกนั้นก็คงถูกกำจัดออกไป ในช่วงนี้พวกเราจะอยู่ที่ร้าน ป้องกันการโดนลอบทำร้าย และภูผา นายก็ต้องอยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกัน เข้าใจไหม” เชฟเอ่ยอธิบายขึ้นมองภูผาอย่างจริงจัง“ได้ครับ” แม้จะยังไม่เข้าใจ แต่ภูผาก็เข้าใจว่าช่วงนี้พวกเราต้องนอนกันที่ร้าน“อื้ม นายออกไปก่อนเถอะ...ไปหาซื้อของที่จำเป
ณ คฤหาสน์ของตระกูลเชฟ คฤหาสน์หรูตั้งตระหง่านกลางป่าไม้บนที่ดินซึ่งล้อมรอบไปด้วยกำแพง คฤหาสน์ครอบครัวเขานั้นไม่ได้อยู่ในเมือง แต่ตั้งเลยออกมาในเขตปริมณฑล สาเหตุที่ตั้งอยู่ในที่ห่างไกลแบบนี้ก็เพื่อความสะดวกในการฝึกสายลับ และการหลีกหนีสายตาจากคนนอกเชฟก้าวเท้าลงจากรถมองคฤหาสน์ตรงหน้านี่อย่างไม่คุ้นเคย แม้ที่นี่จะถูกเรียกว่าเป็นบ้านของครอบครัวเขา แต่ส่วนใหญ่แล้วเชฟแทบจะไม่อยู่ที่นี่เลย เขาเต็มใจออกไปเช่าโรงแรมพักอยู่ข้างนอกมากกว่าจะต้องพักที่นี่ เมื่อมองเห็นผลงานที่พ่อแย่งไปจากแม่ทีไรเขาก็ยิ่งไม่สบอารมณ์“พี่เชฟจะเข้าไปด้านในคนเดียวจริง ๆ เหรอครับ” ภูผาจับแขนพี่เชฟเอาไว้ และเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“อื้ม...พวกนั้นคงไม่ยอมให้นายเข้าไปด้านในหรอก นายอยู่ข้างนอกก็ดี จะได้คอยประสานงานอยู่ด้านนอก เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นจะได้ช่วยกันทั้งสองทาง” เชฟแกะมือภูผาออกด้วยรอยยิ้ม“พี่เชฟอย่าพูดให้เป็นลางสิครับ ที่ร้านยังต้องการพี่อยู่นะครับ” ภูผาเอ่ยอย่างเศร้าสร้อย“ตอนนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นแหละ แต่นายจำไว้นะ ถ้าฉันไม่
ภายในตึกร้างเก่าหลังหนึ่งห่างไกลจากร้านอาหารพอสมควร แกงไล่ล่าเชฟภูมิมาจนถึงที่นี่ เขาไม่รีรอเลยที่จะรีบวิ่งตามเข้าไปในตัวอาคาร เพราะเขามั่นใจในฝีมือของตัวเองพอสมควรว่า สามารถที่จะสู้ชนะอีกฝ่ายได้แน่ แกงวิ่งตามเสียงฝีเท้าอีกฝ่ายไปจนถึงกลางตึกที่เป็นพื้นที่โล่งกว้าง แต่เชฟภูมินั้นกลับหายไปจากสายตาเขาแล้ว เสียงฝีเท้าเองก็หยุดลงที่นี่เช่นกัน พร้อมความเงียบก็เข้าปกคลุมแทน“พี่ภูมิ! ออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง!” เสียงของแกงก้องกังวานในความว่างเปล่า เขาหายใจแรงจากการวิ่ง เหงื่อผุดไหลตามขมับ สายตามองไปรอบ ๆ ไม่ให้พลาดรายละเอียดใด กลัวว่าอีกฝ่ายจะหาจังหวะหนีไปอีก“ได้สิแกง” เชฟภูมิได้ยินเสียงเรียกก็เผยตัวออกจากเสาต้นหนึ่งมาประจันหน้ากับแกง“พี่กลับร้านไปกับผมเถอะ ขอเพียงพี่ยอมสารภาพเรื่องทั้งหมด และยอมรับผิด ผมจะขอร้องให้เชฟยกโทษให้” แกงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงพร้อมให้อภัยในสิ่งที่อีกฝ่ายทำ เพราะจากที่เขารู้ คนในองค์กรน่าจะยังไม่รู้ว่า เขานั้นรู้เรื่องเกี่ยวกับพวกมันแล้ว ขอเพียงพาตัวอีกฝ่ายกลับไปได้ก่อนก็เป็นอันโอเค“หึ! ถ้าพี่ตา
ไฟในร้านเปิดเพียงบางจุด แกงเดินตรวจเช็กของในครัวเพียงลำพัง ช่วงนี้หัวหน้าเชฟใหญ่อย่างเชฟกานลาหยุด หน้าที่ความรับผิดชอบในการตรวจสอบร้านก่อนกลับจึงตกเป็นของเขา หลังจากที่ลูกค้ากลับหมดแล้ว แกงใช้เวลาอยู่กับตรวจเช็กสิ่งต่าง ๆ ของร้าน และตรวจเช็กความเรียบร้อยในร้านวันนี้เป็นวันที่วุ่นวายมากที่สุดที่เขาเคยเจอนับตั้งแต่ทำงานที่ร้านมา ปัญหาต่าง ๆ ที่ไม่ควรเกิดขึ้นภายในร้านอาหารซึ่งเต็มไปด้วยพนักงานมากประสบการณ์หลายสิบปี มันทำให้แกงเชื่อได้ยากว่า ภายในวันเดียวจะมีข้อผิดพลาดมากมายขนาดนี้แถมยังมีเรื่องหมูดิบอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเกิดขึ้นในร้านมากที่สุด เพราะตำแหน่งแต่ละตำแหน่งกว่าจะหาคนมาทำได้นั้น ล้วนผ่านการคัดกรองมาอย่างดีแล้วว่ามีฝีมือพอ มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่คนเหล่านั้นจะทำผิดพลาดในเรื่องเล็ก ๆ แบบนี้เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้แกงอดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่า เรื่องวันนี้อาจไม่ใช่เพียงอุบัติเหตุหรือความผิดพลาด แต่มันคือแผนการร้ายบางอย่างที่มีการจัดฉากขึ้น ตามที่เขาเคยเห็นในหนังหลาย ๆ เรื่อง แกงรู้ดีว่ามนุษย์นั้นน่ากลัวที่สุดในโลกคนเป็นแล้ว และมีความเป็นไปได้ที่หล
ต่อจากนั้นแกงก็ยังคงทำหน้าที่ล้างจานของตัวเองอย่างดีต่อไป ทุกวันแกงจะกลับบ้านพร้อมกับมือที่เปื่อยยุ่ย แต่ถึงมือเขาจะเป็นแบบนี้แกงก็ไม่ย่อท้อแต่อย่างใด ทุกครั้งเวลาที่เขาจะล้างจานแกงก็จะได้เห็นเชฟแต่ละคนที่มีหน้าที่แตกต่างกันทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดมองเมนูอาหารมากมายที่ถูกทำเสิร์ฟลูกค้าอย่างพิถีพิถัน
“ต่อไปนี้มึงก็อยู่ที่นี่ร่วมกับกู เดี๋ยวกูจะให้กุญแจห้องไว้” เชฟเปิดประตูห้องเดินนำหน้าแกงเข้ามาภายในห้องที่เหลือเพียงเขาแกงมองไปรอบ ๆ ห้องอย่างสนใจ แม้พ่อเขาจะค่อนข้างมีเงิน แต่แกงก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เงินฟุ่มเฟือยแต่อย่างใด พอได้รู้ว่าตัวเองจะได้มาอยู่ห้องที่ดูดีแบบนี้เขาก็ค่อนข้างดีใจ แม้ตอนแ
“โอ๊ย...ปล่อยกูได้แล้วข้าวจ้าว”แกงเอ่ยออกมาอย่างหมดความอดทน เขาไม่คิดว่าเพื่อนตัวเองจะมีแรงรัดและลากเขามาได้ไกลขนาดนี้ แกงพยายามดิ้นยังไงก็ดิ้นไม่หลุดจากการกอดรัดของอีกฝ่าย“รับปากก่อนว่า จะไม่กลับไปหาเรื่องพี่คนนั้นอีก” ข้าวจ้าวไม่ยอมปล่อยมือเฉย ๆ เอ่ยบอกให้แกงรับปากก่อนจึงจะปล่อย“กูรับปาก มึงลา
“วันนี้มึงไม่ว่างจริงเหรอ นี่กูก็ไม่ได้เจอหน้ามึงมาหลายวันแล้วนะเว้ย พวกเราไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนด้วยกันนานแล้วนะ” เชฟเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงน้อยใจขณะกำลังคุยกับอีกคนที่อยู่ปลายสาย‘กูเข้าใจมึงนะเชฟ แต่วันนี้กูไม่ว่างจริง ๆ ว่ะ กูมีนัดกับพี่ภาณุเอาไว้ล่วงหน้าหลายเดือนแล้ว ถ้าวันนี้กูเท มีหวังพี่ภาณุได้







