เข้าสู่ระบบต่อจากนั้นแกงก็ยังคงทำหน้าที่ล้างจานของตัวเองอย่างดีต่อไป ทุกวันแกงจะกลับบ้านพร้อมกับมือที่เปื่อยยุ่ย แต่ถึงมือเขาจะเป็นแบบนี้แกงก็ไม่ย่อท้อแต่อย่างใด ทุกครั้งเวลาที่เขาจะล้างจานแกงก็จะได้เห็นเชฟแต่ละคนที่มีหน้าที่แตกต่างกันทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด
มองเมนูอาหารมากมายที่ถูกทำเสิร์ฟลูกค้าอย่างพิถีพิถัน ยิ่งมองแกงก็ยิ่งมีกำลังใจฮึดสู้ต่อไปอย่างไม่ยอมแพ้ แม้แกงจะได้ทำหน้าที่เพียงคนล้างจาน แต่เขาคิดว่าสักวันตัวเองจะต้องเป็นอย่างเชฟเหล่านั้นที่กำลังรังสรรค์เมนูมากมายเพื่อให้คนกินมีความสุข
ส่วนชีวิตของแกงและเชฟนั้น นอกจากเจอกันที่บ้านตอนนอน ตลอดเวลาที่อยู่ที่ร้านอาหาร พวกเขาก็แทบไม่เคยคุยกันเลย ทำเหมือนคนที่ไม่รู้จักกันแต่อย่างใด แม้เขาจะเริ่มทักทายอีกฝ่ายก่อนก็ตาม แต่สิ่งที่แกงได้รับก็คือความเงียบ
ในช่วงนี้แกงเองก็ค่อย ๆ ยอมรับสิ่งที่ใหญ่โตของเชฟได้สักที หลังจากเห็นมันมาหลายครั้ง แม้จะใหญ่แต่พอเห็นมันทุกวัน ความเขินที่เคยมีมันก็หายไปเปลี่ยนเป็นความเคยชินที่แปลกประหลาด
แกงยืนอยู่ท่ามกลางครัวที่วุ่นวาย แต่เขากลับรู้สึกเหมือนยืนอยู่ในสถานที่ที่เงียบสงัดไปทั่วทุกมุม ในตอนแรกที่เขาเข้ามาทำงานที่ร้านอาหารแห่งนี้ เขายังไม่ค่อยเข้าใจสภาพของร้านเท่าไรนัก
แต่เมื่อได้เห็นยอดลูกค้าที่เข้ามาภายในร้านแต่ละเดือน เขาก็รู้ได้ทันทีว่า ร้านนี้กำลังเผชิญกับวิกฤติทางการเงิน ในแต่ละวันนอกจากช่วงเวลาทอง หลังจากนั้นภายในร้านก็แทบจะไม่มีลูกค้าแต่อย่างใด
เชฟนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานข้าง ๆ ห้องครัว คอยตรวจและจัดการเอกสารที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายในร้าน แกงเห็นเชฟมองตัวเลขนั้นด้วยสายตาที่ดูไม่ค่อยสดใส แม้ตอนแรกที่พวกเขารู้จักกันแกงจะทะเลาะกับอีกฝ่าย แต่พอได้อยู่ด้วยกับไปเรื่อย ๆ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวอีกฝ่าย ความอคติต่าง ๆ ก็เริ่มลดลงจนแกงคิดว่า เชฟก็ไม่ใช่คนเลวร้ายแต่อย่างใด จากที่เขาทราบร้านครัวต้นตำรับนั้นขาดทุนมาตลอดหลายเดือน แต่เชฟก็ไม่เคยบ่น หรือพยายามให้พนักงานทำอะไร แม้กระทั่งไล่คนออกเพื่อลดรายจ่ายร้านอีกฝ่ายก็ยังไม่ทำ ยังคงประคองร้านต่อไปแม้มันจะขาดทุนทุกเดือนก็ตาม
“เชฟ...” แกงเปิดประตูห้องเข้าไปเอ่ยเสียงเบา ขณะวางจานอาหารที่เพิ่งทำเสร็จลงบนโต๊ะอาหาร เขามองไปยังเชฟที่ยังคงเพ่งมองเอกสารด้วยสีหน้าที่ตึงเครียด
“อะไร?” เชฟถามเสียงเย็นชาโดยไม่หันมามอง
“ลุงกานให้เอาอาหารมาให้ กูว่ามึงกินก่อนดีกว่า” แกงสังเกตเห็นว่าไม่มีใครมองจึงเอ่ยเหมือนตอนอยู่ที่ห้อง
“กูรู้แล้ว มึงออกไปได้แล้ว” เชฟเอ่ยตอบ แต่สายตานั้นไม่ละจากเอกสารตรงหน้าแต่อย่างใด
แกงเห็นเชฟไม่สนใจจะกินข้าวก็ส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจหันตัวเดินกลับออกไป แต่ก่อนที่จะออกไปแกงก็ตัดสินใจครั้งใหญ่หยุดที่หน้าประตู ก่อนที่จะหันหน้ากลับมาแล้วเดินไปพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดให้อีกคนในห้องฟัง
“ถ้าคิดจะรักษาร้านนี้จริง ๆ กูว่าร้านคงต้องมีการปรับเปลี่ยนบ้าง ตอนนี้วัตถุดิบแพงขึ้นเรื่อย ๆ และลูกค้าก็เริ่มน้อยลง การยึดติดกับเมนูเก่า ๆ มันไม่สามารถตอบโจทย์รสนิยมของลูกค้าสมัยนี้ได้หรอกนะ กูว่ามึงควรเอาเมนูที่ต้นทุนสูงออกแล้วหาเมนูใหม่มาลงร้านดีกว่า”
“หื้มม? นี่มึงคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน เป็นแค่เด็กล้างจานคิดยังไงถึงมาเสนอความคิดเห็นกับเจ้าของร้าน” เชฟพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย็นชา เขามองไปที่แกงอย่างไม่พอใจ ไม่ยอมให้คำพูดนั้นผ่านไปอย่างง่ายดาย
เชฟใช้ความพยายามตั้งหลายครั้งแต่ปากแกงก็เหมือนถูกเย็บ เขาไม่เคยสืบรู้เรื่องอะไรของอีกฝ่ายเลย แค่นี้ก็ทำให้เชฟไม่พอใจมากแล้วที่คนตรงหน้าไม่รู้หน้าที่ของตัวเอง ทำให้เชฟเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ ทั้งที่เขาอยากที่จะเจอแม่จะแย่
ถ้าไม่ติดว่า หากไม่ติดว่าการใช้คนของพ่อสืบหาข่าวที่อยู่ของแม่จะไปถึงหูพ่อเขา เชฟก็คงไม่ต้องมาพยายามสืบหาความจริงจากแกงเองแบบนี้ ยิ่งตอนนี้ร้านขาดทุนหนักมาก ทำให้เชฟพยายามคิดหาวิธีแก้จนนอนไม่หลับ
วันนี้เขากลับได้ยินแกงบอกว่าให้ถอดเมนูที่ต้นทุนสูงออก ทำให้เชฟรู้สึกโกรธ เพราะเมนูเหล่านั้นคืออาหารที่แม่ภูมิใจ
แกงสะดุ้งเล็กน้อยจากคำพูดนั้น เขารู้สึกเคืองหน่อย ๆ เพราะที่เขาแนะนำไปก็เพื่อให้ร้านสามารถที่จะไปต่อได้ ทำไมต้องมาพูดจาแรงใส่กันกับคนที่หวังดีด้วย แกงพยายามที่จะไม่ให้ความรู้สึกตัวเองควบคุมสติ เขาเข้าใจดีว่าเชฟมีความเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ และเป็นคนไม่ยอมคนจากการอยู่ด้วยกันมา
“กูแค่คิดว่า... ถ้าร้านนี้ยังทำเมนูเดิมต่อไป มันก็จะไม่มีทางอยู่รอดได้ แค่คิด...ถ้าเราเพิ่มเมนูใหม่ ๆ เข้ามาที่ตอบโจทย์ลูกค้าสมัยใหม่ มันจะช่วยดึงให้ลูกค้ามาสนใจเพิ่มมากขึ้น ได้มากกว่าที่จะยึดติดกับสูตรเดิมที่อาจจะล้าสมัยแล้ว” แกงเอ่ยออกไปตามตรง สบตาเชฟอย่างไม่เกรงกลัว
เชฟยิ้มเยาะกับคำพูดของแกง และยืนขึ้นจากเก้าอี้ทันที เขาเดินมาหาแกงอย่างช้า ๆ ใช้นิ้วจิ้มเข้าไปที่อกแกงจนอีกฝ่ายเดินถอยหลัง
ก่อนเขาจะเดินตามไปติด ๆ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความโกรธ“มึงเป็นใครถึงจะมาพูดกับกูแบบนี้? ที่นี่คือร้านของกู และมันคือสิ่งที่แม่ของกูสร้างมาขึ้นมากับมือ พวกเราจะไม่ทิ้งมันไปง่าย ๆ อย่างที่มึงพูดหรอก!” เชฟตะคอกเสียงดังออกไปนอกห้อง จนทุกคนในครัวต่างหันมาสนใจ
“แล้วมึงจะทำยังไงครับ อยากให้ร้านนี้ขาดทุนไปจนต้องปิดตัวลงงั้นเหรอ แบบนั้นแม่มึงที่สร้างร้านนี้มาจะไม่ยิ่งเสีย...” แกงไม่ยอมถอย เขาจ้องเชฟอย่างจริงจัง ก่อนจะตอบกลับไปเสียงเย็น แกงเอ่ยไปด้วยความไม่พอใจ แต่ก่อนที่คำพูดจะจบลง หมัดของเชฟก็พุ่งเข้าหา หมัดขวาเชฟเฉียดหูซ้ายของแกงไปแค่นิดเดียว
“ถ้ามึงไม่ชอบก็ออกไปซะ กูไม่ได้ต้องการความคิดเห็นจากมึงแต่อย่างใด ที่นี่กูมีอำนาจตัดสินใจมากที่สุด” เชฟพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธที่ลุกโชน ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินกลับไปนั่งที่เดิม
แกงยืนนิ่งอยู่สักพัก ลมหายใจเขาเริ่มหนักหน่วง แต่ก่อนที่อารมณ์จะพุ่งไปถึงจุดที่ไม่อาจควบคุมได้ เขาก็พยายามสงบสติอารมณ์ หรี่ตาจ้องไปที่เชฟอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะหมุนตัวออกไปจากห้องอย่างเงียบ ๆ ทว่าแกงไม่ได้กลับไปที่ครัว แต่ตรงไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแทน
ปัง!
แกงปิดประตูห้องเสียงดังทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างไม่มีแรง
“ทำไมต้องพูดจากันแรงด้วยวะ กูแค่อยากจะช่วย เห็นแก่ที่รู้จักกันมาได้สักพัก นี่ถึงกับจะไล่กันออกเลยเหรอ” แกงลุกขึ้นนั่งปลายเตียงเอ่ยขึ้นคนเดียวอย่างอารมณ์เสีย ตลอดมาแกงเห็นแล้วว่าเชฟไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร เขาพอดูคนออก ที่เสนอความคิดไปก็เพราะต้องการให้ร้านดำเนินต่อไปได้แท้ ๆ
“กูไม่ออกหรอก... เรื่องอะไรกูจะทำสิ่งที่มึงอยากให้ทำกัน ถึงมึงจะอยากไล่กูก็ช่าง... วันนี้กูจะไม่ยอมไปไหน นอนข้างนอกไปละกัน”
แกงเอ่ยออกมาอย่างจริงจังพร้อมล็อกประตู วันนี้เขาจะไม่ยอมนอนกับไอ้คนอารมณ์ร้ายแบบนั้นแน่“ปิดไฟนอนแล้วเหรอวะ” เชฟเปิดประตูห้องเข้ามาเห็นภายในห้องมืดก็เอ่ยขึ้น
เขาเดินไปเปิดไฟในห้องให้สว่าง ก่อนจะเดินไปยังห้องของตัวเอง ขณะที่มือเขาจับลูกบิดประตูอยู่ ก็ชะงักหยุดเดินไปชั่วครู่ รู้สึกถึงความลังเลในใจ เขาไม่กล้าที่จะเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง คิดไปคิดมาแล้วรู้สึกเหมือนว่าตัวเองจะพูดกับแกงแรงไปเมื่อตอนนั้น
ตอนนั้นอารมณ์ของเขาหนักหน่วง ทันทีที่ได้ยินแกงพูดถึงการเอาเมนูแม่ของเขาออก เขาแทบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ความโกรธที่ระเบิดขึ้นในตอนนั้นทำให้เขาพูดอะไรออกไปแบบไม่คิด ขาดสติจนเผลอเอ่ยคำแรง ๆ ออกไป
“ใจกล้าหน่อยดิวะเชฟ ขอโทษให้มันจบ ๆ ไป” เชฟบ่นกับตัวเองเบา ๆ ให้กำลังใจตัวเอง ก่อนจะหมุนลูกบิดประตูเข้าไป แต่ก็หยุดชะงักเมื่อพบว่าห้องนอนของเขาถูกล็อกจากข้างใน
“สงสัยมันจะโกรธจริง ๆ” เชฟพึมพำ ก่อนจะพูดออกมาเสียงดังให้คนในห้องได้ยิน
“แค่ล็อกประตู ห้ามกูเข้าห้องไม่ได้หรอกนะ”
เขาหยิบกุญแจออกมา และเตรียมจะไข แต่ก็ชะงักไปหลายวินาที ทำท่าทางเหมือนจะเสียบกุญแจ แต่สุดท้ายก็เก็บมันกลับเข้าไปในกระเป๋าเหมือนเดิม
“รอมันหายโกรธก่อนดีกว่า ขอโทษพรุ่งนี้คงไม่สาย” เขาบอกกับตัวเองและหมุนตัวเดินไปนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่น ตัดสินใจนอนที่นี่แทนในคืนนี้ ไม่ใช่เพราะกลัวแกง แต่แค่คิดว่าให้เวลาแกงสงบใจแล้วค่อยขอโทษในวันพรุ่งนี้ ความโกรธของแกงคงจะเบาบางลงเอง
“หื้มม...ทำไมรู้สึกตัวหนัก ๆ วะ” เชฟพึมพำเบา ๆ ขณะหลับตาอยู่บนโซฟา รู้สึกว่าร่างกายของเขาเหมือนจะหนักขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ
เขาคิดว่าคงทำงานหนักเกินไปจนปวดตัว คงต้องไปหาหมอสักหน่อย แต่ยิ่งนอนอยู่แบบนั้นกลับรู้สึกแปลก ๆ ทำไมมันถึงหนักแค่ตรงท้องเหมือนมีอะไรบางอย่างมานั่งทับไว้“นี่มึงมาทำอะไรบนร่างกูเนี่ย” พอสงสัยมาก ๆ เชฟจึงลืมตาตื่นขึ้นมา เห็นใบหน้าแกงที่แดงแจ๋นั่งทับอยู่บนตัวเขา
“มาเดิมพันกัน ถ้ากูทำอาหารที่ทำให้มึงชอบได้ภายในหนึ่งเดือนนี้ มึงต้องยอมปรับปรุงร้าน” แกงพูดขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากคิดได้ตอนตื่นนอน
“หื้ม... น่าสน แต่กูจะได้อะไรล่ะ” เชฟยิ้มกว้างหลังจากฟังข้อเสนอ เขาขยับตัวนิดหน่อยแล้วใช้แขนรองหัวแทนหมอน พร้อมกับรอฟังคำตอบจากอีกคน
“อะไรก็ได้...มึงจะให้กูทำอะไรก็ได้หนึ่งอย่าง” แกงพูดออกมาอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันคิดถึงข้อเสนอของตัวเอง ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปเมื่อคิดได้ว่า ตัวเองอาจจะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
“ตกลง กูจะรอดูวันที่มึงแพ้” เชฟยิ้มกว้างอีกครั้ง รีบตอบตกลงไปทันที กลัวว่าแกงจะเปลี่ยนใจ การเดิมพันครั้งนี้เข้ากับสิ่งที่เขาต้องการพอดีเลย
ในห้องพักฟื้นภายในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง มีเพียงเสียงเครื่องวัดชีพจรเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แสงแดดยามบ่ายลอดม่านบาง ๆ เข้ามาภายในห้อง เชฟและแกงนั่งเฝ้าภูผาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ร่างกายเขาพันผ้าพันแผลแน่นหลายจุด เพราะมีรอยแผลโดยมีดบาด โดยเฉพาะบริเวณท้องที่โดนแทงเข้าเต็มแรงเพราะรับมีดแทนเชฟแกงหยิบผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อให้ภูผาเบา ๆ ตั้งแต่ที่โดนส่งเข้ามาที่โรงพยาบาลอีกฝ่ายก็นอนสลบไม่ตื่นมาหนึ่งวันแล้ว เขาไม่คิดเลยว่าภูผาจะรับมีดแทนเชฟ ส่วนเชฟยืนนิ่งมองคนที่เป็นเสมือนน้องชายและเพื่อนสนิทอีกคนด้วยสายตาเป็นกังวล ภายในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เพราะถ้าตอนนั้นเขาไม่ประมาทภูผาคงไม่ต้องมารับมีแทนตัวเองแบบนี้“ขอโทษนะ... ภูผา” เชฟพึมพำแผ่วเบา“ภูผาจะต้องไม่เป็นอะไร” แกงเงยหน้าขึ้นมาปลอบเชฟเสียงอ่อนทันใดนั้นเสียงจากโทรทัศน์ที่เปิดค้างไว้ก็ดึงความสนใจของทั้งคู่ไปด้วยข่าวด่วนประจำวัน[ข่าวด่วน! ภายในวันนี้ตำรวจได้แถลงการณ์ยืนยันว่าเมื่อวานนี้ ได้มีการบุกทลายองค์กรอาชญากรรมขนาดใหญ่ที่แฝงตัวอยู่เบื้องหลังธุรกิจร้านอาหารหรู ตำรวจสามารถจับกุม
หลังจากที่ภูผาตะโกนเข้าไปเขาก็รีบเข้ามาภายในห้อง ก่อนกดล็อกประตูห้องจากด้านในพร้อมยันประตูห้องเอาไว้สุดชีวิต“แกงรีบตื่นเร็ว!” เชฟได้ยินที่ภูผาพูดก็มีใบหน้าเคร่งเครียดรีบปลุกแกงให้ตื่นในทันที เขาไม่คิดเลยว่า พนักงานในร้านของตัวเองจะเป็นสายสืบเยอะมากขนาดนี้ คิดว่าจัดการไล่พวกคนน่าสงสัยออกไปเยอะแล้ว แต่ความจริงจำนวนพวกมันกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย“เกิดอะไรขึ้นเชฟ” แกงที่ถูกปลุกเอ่ยถามขึ้นอย่างงุนงงเพล้ง!เสียงเก้าอี้ตัวหนึ่งกระแทกกับกระจกอย่างแรง จนกระจกแตกลอยเข้ามาภายในห้องอย่างไม่มีใครคาดคิด ดีที่เชฟและแกงไม่ได้เป็นอะไรเพราะไม่ได้อยู่ในทิศทางของเก้าอี้“พนักงานในร้านที่เป็นคนในองค์กรกำลังจะฆ่าพวกเรา ต่อไปนี้มึงต้องฟังกู อยู่ใกล้ ๆ กู ห้ามอยู่ห่างจากกูเด็ดขาด กูจะพามึงฝ่าออกไปเอง” เชฟเอ่ยออกมาอย่างรวบรัดแล้วดึงแกงให้ลุกขึ้นยืนแกงมีสีหน้าเคร่งเครียดทันทีที่ได้ฟังจบ เขาไม่คิดเลยว่า หนีออกมาจากคฤหาสน์กลับมาอยู่ที่ร้านแล้วแต่ก็ยังไม่ปลอดภัย เพราะพนักงานในร้านหลายคนกลับเป็นคนในองค์กร และในตอนนี้พวกนั้นก็กำลังคิดจะ
เชฟพยุงร่างแกงที่มีน้ำตาบนใบหน้ากับภูผาพากันเข้ามาทางหลังร้านอาหาร แม้พนักงานในร้านจะมองพวกเขาด้วยสายตาแปลก ๆ เนื่องจากสภาพที่สะบักสะบอมไปทั้งตัว แต่พวกเขาก็ไม่ได้สนใจพากันเข้าไปในห้องผู้จัดการแล้วจัดการล็อกประตู“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับพี่เชฟ ทำไมที่คฤหาสน์ถึงมีระเบิดตั้งหลายลูก แถมทั้งสองคนยังออกมาในสภาพนี้อีก ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ” ทันทีที่เข้ามาภายในห้อง ภูผาก็เอ่ยถามเรื่องที่ตัวเองสงสัยออกไปด้วยสีหน้าสับสน ตลอดทางที่ขับรถพาทั้งสองคนมาที่นี่เขาก็อยากถามแต่ไม่กล้า แต่พอคิดว่าเรื่องมันใหญ่มากก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้น“มีการทรยศกันภายในน่ะ แต่เรื่องนี้นายไม่ต้องสนใจ รู้แค่ว่าพวกเรานั้นแตกหักกันแล้วจริง ๆ แต่อีกไม่นานหรอก พวกนั้นก็คงถูกกำจัดออกไป ในช่วงนี้พวกเราจะอยู่ที่ร้าน ป้องกันการโดนลอบทำร้าย และภูผา นายก็ต้องอยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกัน เข้าใจไหม” เชฟเอ่ยอธิบายขึ้นมองภูผาอย่างจริงจัง“ได้ครับ” แม้จะยังไม่เข้าใจ แต่ภูผาก็เข้าใจว่าช่วงนี้พวกเราต้องนอนกันที่ร้าน“อื้ม นายออกไปก่อนเถอะ...ไปหาซื้อของที่จำเป
ณ คฤหาสน์ของตระกูลเชฟ คฤหาสน์หรูตั้งตระหง่านกลางป่าไม้บนที่ดินซึ่งล้อมรอบไปด้วยกำแพง คฤหาสน์ครอบครัวเขานั้นไม่ได้อยู่ในเมือง แต่ตั้งเลยออกมาในเขตปริมณฑล สาเหตุที่ตั้งอยู่ในที่ห่างไกลแบบนี้ก็เพื่อความสะดวกในการฝึกสายลับ และการหลีกหนีสายตาจากคนนอกเชฟก้าวเท้าลงจากรถมองคฤหาสน์ตรงหน้านี่อย่างไม่คุ้นเคย แม้ที่นี่จะถูกเรียกว่าเป็นบ้านของครอบครัวเขา แต่ส่วนใหญ่แล้วเชฟแทบจะไม่อยู่ที่นี่เลย เขาเต็มใจออกไปเช่าโรงแรมพักอยู่ข้างนอกมากกว่าจะต้องพักที่นี่ เมื่อมองเห็นผลงานที่พ่อแย่งไปจากแม่ทีไรเขาก็ยิ่งไม่สบอารมณ์“พี่เชฟจะเข้าไปด้านในคนเดียวจริง ๆ เหรอครับ” ภูผาจับแขนพี่เชฟเอาไว้ และเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“อื้ม...พวกนั้นคงไม่ยอมให้นายเข้าไปด้านในหรอก นายอยู่ข้างนอกก็ดี จะได้คอยประสานงานอยู่ด้านนอก เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นจะได้ช่วยกันทั้งสองทาง” เชฟแกะมือภูผาออกด้วยรอยยิ้ม“พี่เชฟอย่าพูดให้เป็นลางสิครับ ที่ร้านยังต้องการพี่อยู่นะครับ” ภูผาเอ่ยอย่างเศร้าสร้อย“ตอนนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นแหละ แต่นายจำไว้นะ ถ้าฉันไม่
ภายในตึกร้างเก่าหลังหนึ่งห่างไกลจากร้านอาหารพอสมควร แกงไล่ล่าเชฟภูมิมาจนถึงที่นี่ เขาไม่รีรอเลยที่จะรีบวิ่งตามเข้าไปในตัวอาคาร เพราะเขามั่นใจในฝีมือของตัวเองพอสมควรว่า สามารถที่จะสู้ชนะอีกฝ่ายได้แน่ แกงวิ่งตามเสียงฝีเท้าอีกฝ่ายไปจนถึงกลางตึกที่เป็นพื้นที่โล่งกว้าง แต่เชฟภูมินั้นกลับหายไปจากสายตาเขาแล้ว เสียงฝีเท้าเองก็หยุดลงที่นี่เช่นกัน พร้อมความเงียบก็เข้าปกคลุมแทน“พี่ภูมิ! ออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง!” เสียงของแกงก้องกังวานในความว่างเปล่า เขาหายใจแรงจากการวิ่ง เหงื่อผุดไหลตามขมับ สายตามองไปรอบ ๆ ไม่ให้พลาดรายละเอียดใด กลัวว่าอีกฝ่ายจะหาจังหวะหนีไปอีก“ได้สิแกง” เชฟภูมิได้ยินเสียงเรียกก็เผยตัวออกจากเสาต้นหนึ่งมาประจันหน้ากับแกง“พี่กลับร้านไปกับผมเถอะ ขอเพียงพี่ยอมสารภาพเรื่องทั้งหมด และยอมรับผิด ผมจะขอร้องให้เชฟยกโทษให้” แกงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงพร้อมให้อภัยในสิ่งที่อีกฝ่ายทำ เพราะจากที่เขารู้ คนในองค์กรน่าจะยังไม่รู้ว่า เขานั้นรู้เรื่องเกี่ยวกับพวกมันแล้ว ขอเพียงพาตัวอีกฝ่ายกลับไปได้ก่อนก็เป็นอันโอเค“หึ! ถ้าพี่ตา
ไฟในร้านเปิดเพียงบางจุด แกงเดินตรวจเช็กของในครัวเพียงลำพัง ช่วงนี้หัวหน้าเชฟใหญ่อย่างเชฟกานลาหยุด หน้าที่ความรับผิดชอบในการตรวจสอบร้านก่อนกลับจึงตกเป็นของเขา หลังจากที่ลูกค้ากลับหมดแล้ว แกงใช้เวลาอยู่กับตรวจเช็กสิ่งต่าง ๆ ของร้าน และตรวจเช็กความเรียบร้อยในร้านวันนี้เป็นวันที่วุ่นวายมากที่สุดที่เขาเคยเจอนับตั้งแต่ทำงานที่ร้านมา ปัญหาต่าง ๆ ที่ไม่ควรเกิดขึ้นภายในร้านอาหารซึ่งเต็มไปด้วยพนักงานมากประสบการณ์หลายสิบปี มันทำให้แกงเชื่อได้ยากว่า ภายในวันเดียวจะมีข้อผิดพลาดมากมายขนาดนี้แถมยังมีเรื่องหมูดิบอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเกิดขึ้นในร้านมากที่สุด เพราะตำแหน่งแต่ละตำแหน่งกว่าจะหาคนมาทำได้นั้น ล้วนผ่านการคัดกรองมาอย่างดีแล้วว่ามีฝีมือพอ มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่คนเหล่านั้นจะทำผิดพลาดในเรื่องเล็ก ๆ แบบนี้เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้แกงอดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่า เรื่องวันนี้อาจไม่ใช่เพียงอุบัติเหตุหรือความผิดพลาด แต่มันคือแผนการร้ายบางอย่างที่มีการจัดฉากขึ้น ตามที่เขาเคยเห็นในหนังหลาย ๆ เรื่อง แกงรู้ดีว่ามนุษย์นั้นน่ากลัวที่สุดในโลกคนเป็นแล้ว และมีความเป็นไปได้ที่หล
“ไอ้หมอนี่มันขี้เซาจริง ๆ คิดว่าจะต้องตื่นมาเพราะเสียงตกใจของมันซะอีก กลายเป็นว่ามันหลับสนิทไม่ตื่นมาเลย”เชฟที่ตื่นแล้วเท้าแขนหันหน้าจ้องมองใบหน้าแกงที่หลับสนิท ไม่รู้ตัวเลยว่าบนเตียงมีคนอื่นนอนอยู่ด้วย“พอดู ๆ ไป ตอนหลับก็หล่อเหมือนกันนะไอ้นี่ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าปากมันจะหมาขนาดนั้น” เชฟมองใบหน้า
“ต่อไปนี้มึงก็อยู่ที่นี่ร่วมกับกู เดี๋ยวกูจะให้กุญแจห้องไว้” เชฟเปิดประตูห้องเดินนำหน้าแกงเข้ามาภายในห้องที่เหลือเพียงเขาแกงมองไปรอบ ๆ ห้องอย่างสนใจ แม้พ่อเขาจะค่อนข้างมีเงิน แต่แกงก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เงินฟุ่มเฟือยแต่อย่างใด พอได้รู้ว่าตัวเองจะได้มาอยู่ห้องที่ดูดีแบบนี้เขาก็ค่อนข้างดีใจ แม้ตอนแ
“โอ๊ย...ปล่อยกูได้แล้วข้าวจ้าว”แกงเอ่ยออกมาอย่างหมดความอดทน เขาไม่คิดว่าเพื่อนตัวเองจะมีแรงรัดและลากเขามาได้ไกลขนาดนี้ แกงพยายามดิ้นยังไงก็ดิ้นไม่หลุดจากการกอดรัดของอีกฝ่าย“รับปากก่อนว่า จะไม่กลับไปหาเรื่องพี่คนนั้นอีก” ข้าวจ้าวไม่ยอมปล่อยมือเฉย ๆ เอ่ยบอกให้แกงรับปากก่อนจึงจะปล่อย“กูรับปาก มึงลา
“วันนี้มึงไม่ว่างจริงเหรอ นี่กูก็ไม่ได้เจอหน้ามึงมาหลายวันแล้วนะเว้ย พวกเราไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนด้วยกันนานแล้วนะ” เชฟเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงน้อยใจขณะกำลังคุยกับอีกคนที่อยู่ปลายสาย‘กูเข้าใจมึงนะเชฟ แต่วันนี้กูไม่ว่างจริง ๆ ว่ะ กูมีนัดกับพี่ภาณุเอาไว้ล่วงหน้าหลายเดือนแล้ว ถ้าวันนี้กูเท มีหวังพี่ภาณุได้







