LOGIN“ต่อไปนี้มึงก็อยู่ที่นี่ร่วมกับกู เดี๋ยวกูจะให้กุญแจห้องไว้” เชฟเปิดประตูห้องเดินนำหน้าแกงเข้ามาภายในห้องที่เหลือเพียงเขา
แกงมองไปรอบ ๆ ห้องอย่างสนใจ แม้พ่อเขาจะค่อนข้างมีเงิน แต่แกงก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เงินฟุ่มเฟือยแต่อย่างใด พอได้รู้ว่าตัวเองจะได้มาอยู่ห้องที่ดูดีแบบนี้เขาก็ค่อนข้างดีใจ แม้ตอนแรกจะยังไม่ค่อยเต็มใจที่จะมาอยู่นัก แต่พอเห็นสภาพห้องเขาจะทนอยู่กับมันให้ได้ละกัน
ย้อนกลับไปตอนที่แกงยังโดนไอ้หน้าหล่อนี่เหยียบอก มันบอกข้อเสนอแกมบังคับที่ไม่อนุญาตให้แกงปฏิเสธให้เขาฟัง นอกจากจะได้มีที่อยู่โดยไม่ต้องจ่ายตังค์แล้ว
แกงยังได้ไปทำงานที่ร้านครัวต้นตำรับอีกด้วย ทำงานก็ได้เงินบ่งบอกเลยว่าอาหารที่เขาได้ทำนั้นต้องอร่อย จนคนที่อ้างตัวว่าเป็oเจ้าของร้านต้องมาชักชวนให้ไปทำงานถึงที่
แม้ก่อนหน้านี้แกงจะโกรธเคืองที่อีกฝ่ายมาทำให้ตัวเองโดนไล่ออกจากห้อง แถมยังขโมยมือถือข้าวจ้าวไป แต่พอคิดว่าสิ่งที่อีกฝ่ายทำทั้งหมดก็เพื่อให้ตัวเองมาทำงานด้วย ความโกรธนั้นก็หายไป มีแต่ความภูมิใจที่อาหารที่ตัวเองทำสามารถมัดใจคนตรงหน้าได้
นี่จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นอาชีพเชฟที่ดีของแกง และแกงก็ยังได้รู้ว่าไอ้หน้าหล่อนี่ชื่อว่าเชฟ เป็นเจ้าของร้านและเป็นลูกชายเจ้าพ่อวงการอาหาร
“มึงเหม่ออะไรอยู่ ฟังกูอยู่ไหม” เชฟหันไปมองเห็นแกงไม่ตั้งใจฟังสิ่งที่ตัวเองพูดคิ้วก็ขมวด ดูท่าเขาจะรับตัวป่วนเข้ามาภายในร้านเสียแล้ว
“ครับๆ กูฟังอยู่ครับ คุณเจ้านายเชฟไม่ต้องห่วง กูจำได้หมดเลยครับ” แกงตอบไปอย่างกวนๆ แม้เขากำลังจะกลายเป็นลูกน้องอีกฝ่าย แต่เขามั่นใจว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า ไม่ได้กลัวเจ้านายที่อยู่ตรงหน้าแต่อย่างใด
เห็นท่าทางกวนโอ๊ยของแกง เชฟก็ขมวดคิ้ว ดูท่าเจ้าม้าตัวนี้จะไม่ยอมให้เขาขึ้นขี่ดี ๆ เชฟแอบยิ้มมุมปากในจังหวะที่แกงไม่เห็น เขาล่ะชอบนักที่จะได้ปราบพยศม้าตรงหน้า ขนาดเพื่อนที่ชวนแหกคอกอย่างคิงและเฉินเขายังเอาอยู่ แค่หนุ่มบื้อที่ดื้อแบบแกงทำไมเขาจะเคี้ยวให้ยอมแพ้ไม่ได้
“อ้อ...ส่วนห้องนอนของมึงคือห้องนั้น เอาสัมภาระไปเก็บ แต่อย่าย้ายอะไรออกจากห้องล่ะ กูไม่ชอบ ตอนนี้กูมีธุระนิดหน่อย วันนี้ก็ทำตัวให้คุ้นชินกับห้องไว้ละกัน กูไปก่อน” เชฟเอ่ยขึ้นชี้ไปที่ห้องของตัวเอง
“เออ มึงจะไปไหนก็ไปเลย ไม่ต้องห่วงกู” แกงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจยังคงมองสำรวจไปรอบห้องอย่างสนใจ
ขณะที่เชฟกำลังจะออกจากห้องก็หันไปยิ้มมุมปากมองแกงโดยที่ตัวเจ้าไม่รู้ตัว แผนของเขาดำเนินไปอย่างราบรื่น คืนนี้แหละเราจะได้เจอกัน
“โห...ห้องแม่งโคตรใหญ่เลย ไอ้เชฟนี่พ่อแม่งอย่างรวยเลยถึงให้ลูกอยู่ห้องแบบนี้ได้” พอได้ยินเสียงประตูห้องปิดแกงก็เอ่ยออกมาเสียงดัง
เขาอาศัยจังหวะที่เจ้าของห้องตัวจริงไม่อยู่เดินสำรวจไปทั่วห้อง เปิดดูห้องนู่นนี่นั่นทุกห้อง จนรู้ว่าห้องนี้มันใหญ่แทบจะกินทั้งชั้นเข้าไปในห้องเดียว
แถมยังมีห้องนอนทั้งหมดสามห้องในตัว ถึงว่าทำไมมันถึงให้มาอยู่ด้วย หลังจากสำรวจห้องจนรู้แทบทุกซอกทุกมุม แกงจึงขนสัมภาระเข้าไปในห้องที่ต่อไปนี้ตัวเองจะต้องนอน
“ห้องหรือโรงขยะวะเนี่ย ทำไมขยะมันเยอะแบบนี้” ทันทีที่เข้ามาภายในห้องแกงถึงกลับต้องอ้าปากกว้างด้วยความตกใจ
เพราะสภาพห้องด้านนอกที่ดูดีนั้น ห้องที่เขาได้นอนกลับรกอย่างกับรังหนูขยะอยู่แทบทุกที่ แถมมีเสื้อผ้าที่ไม่รู้ว่าใช้ยังกองอยู่ที่พื้น เตียง โต๊ะเต็มไปหมด
“ถึงว่าทำไมให้กูอยู่ห้องนี้ ดูถูกกันเกินไปแล้ว แค่นี้ไอ้แกงทำความสะอาดได้สบาย ๆ”
แกงฮึบสู้วางสัมภาระไว้ด้านนอกแล้วเริ่มทำความสะอาดภายในห้องก่อนเป็นอันดับแรก จัดเก็บเสื้อผ้าที่น่าจะใช้แล้วลงใส่ตะกร้าผ้าที่มีอยู่ในห้อง ก่อนจะเริ่มเก็บเศษขยะภายในห้องออกมาทิ้ง ตามด้วยกวาดทำความสะอาดห้องรอบใหญ่ ถูพื้นรอบห้องก็เป็นอันเสร็จสิ้น
“ฮู้...นานๆ จะได้ทำความสะอาด เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน” หลังจากทำความสะอาดห้องที่เคยรกให้กลับมาสะอาดอีกครั้ง ห้องนี้ก็น่าอยู่ขึ้นเป็นเท่าตัว แกงนั่งมองภาพห้องที่สะอาดสะอ้านอย่างภูมิใจ
แกงทำความสะอาดห้องจนเหนื่อยมีความคิดที่จะนอนพักสักงีบหนึ่งเอาแรงจึงล้มตัวลงนอนบนเตียงใหญ่ สัมผัสที่เป็นเกลียวบริเวณหัวที่แกงนอนทับทำให้เขาคิ้วขมวดรู้สึกแปลกๆ ไม่เหมือนเนื้อสัมผัสของผ้าห่มหรือหมอนสักเท่าไร ด้วยความสงสัยแกงจึงใช้มือจับสิ่งที่หัวตัวเองนอนทับอยู่ขึ้นมาดู
“นี่มัน...กางเกงใน! เชี่ย!” พอเห็นว่าเป็นกางเกงในที่พันเป็นเกลียว บ่งบอกว่าได้ผ่านการใช้งานมาอยู่ในมือตน แกงก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจรีบโยนสิ่งที่อยู่ในมือทิ้งไปทันที
“ฮัดชิ้ว! ใครมาด่ากูวะ” เชฟจามออกมาเสียงดัง ในตอนนี้เขานั่งอยู่ที่ห้องทำงานในร้าน ในมือนั้นมีไอแพดที่แสดงกราฟข้อมูลต่างๆ ของร้าน ภายในห้องมีบุคคลเพียงสามคนที่สำคัญที่สุดในร้านคือภูผาที่เป็นผู้จัดการ ลุงกานที่เป็นเชฟใหญ่ และตัวเชฟที่เป็นเจ้าของร้าน
“ภูผาช่วงนี้ไม่ค่อยมีลูกค้าเข้ามาเลยใช่ไหม” เชฟมองข้อมูลร้านในมือแล้วก็คิ้วขมวดไม่หยุด เอ่ยถามภูผาที่เป็นผู้จัดการร้าน
“เอ่อ...ไม่ค่อยมีเลยครับ ลูกค้าไม่รู้หายไปไหนกันหมด” ภูผาเอ่ยอย่างกล้าๆ กลัวๆ ถ้าตอบไม่ได้มีหวังโดนพี่เชฟด่าอีก
“เห้อ...จะว่าก็ว่าเถอะเชฟ ลุงว่าเราควรปรับปรุงร้านนะ ตั้งแต่ที่หลานรับช่วงต่อและตัดสินใจแยกตัวจากร้านอื่น ๆ ร้านเราที่ไม่มีโปรเหมือนที่อื่นก็เหมือนโดดเดี่ยว สภาพร้านที่ดูเก่าแบบนี้น่ะคนไม่ค่อยเข้าหรอก ลุงว่าเราลองปรับปรุงร้านสักหน่อยไหม”
เชฟกานเอ่ยให้คำแนะนำกับเชฟ พ่อกับลูกช่างแตกต่างกันเหลือเกิน ต้องยอมรับว่าพ่อเชฟนั้นบริหารจัดการร้านได้ดี ถึงแม้จะไม่ได้ขายดีมากแต่ก็ไม่ถึงกับเงียบเหงาเหมือนตอนนี้ ยังมีลูกค้าเข้าอยู่ตลอด
แต่พอลูกชายมารับช่วงต่อ และตัดขาดร้านนี้กับสาขาอื่น ๆ ยอดขายก็ตก ลูกค้าก็หายไป ซึ่งเขาก็พอเข้าใจอยู่ว่าทำไมเชฟถึงตัดสินใจทำแบบนี้
เชฟกานไม่คิดว่าพ่อลูกจะต่างกันขนาดนี้ คนหนึ่งอย่างกับเทพการค้าหยิบจับมีแต่เงินทอง ส่วนลูกชายนั้นเหมือนจะไม่มีหัวการค้า
แถมยังให้เด็กบื้อมาเป็นผู้จัดการร้านอีก ถึงจะไม่ใช่ตำแหน่งสำคัญอะไรเพราะไม่ค่อยมีลูกค้าอยู่แล้ว แต่อย่างน้อยถ้าปรับปรุงร้านให้ใหม่สักหน่อยก็น่าจะดึงดูดลูกค้าเข้ามาได้บ้าง
“ผมจะเก็บข้อเสนอลุงกานไปพิจารณาครับ ถ้ามันติดแดงมาก ผมก็จะปรับปรุงร้านตามที่ลุงแนะนำ งั้นวันนี้พอแค่นี้กันก่อนละกันครับ”
“เห้อ...ไม่คิดเลยว่าการบริหารร้านมันจะยากแบบนี้”
หลังจากภูผาและลุงกานออกไปจากห้องแล้ว เชฟก็ใช้ไอแพดปิดหน้า เอนกายพิงเก้าอี้เอ่ยออกมาอย่างหมดแรง ตอนแรกที่เขารับร้านนี้ต่อมาจากพ่อก็เพราะต้องการทวงคืนร้านที่แม่เป็นคนสร้างมากับมือให้มาอยู่กับตัวเอง
แต่เชฟไม่คิดว่าการบริหารร้านร้านหนึ่งมันจะยากแบบนี้ นับตั้งแต่ที่เขารับร้านนี้มาดูแลร้านก็ติดตัวแดงติดต่อกันหลายเดือนจนถึงปัจจุบัน
เชฟเข้าใจสิ่งที่ลุงกานบอกที่ว่าต้องการให้ปรับปรุงร้าน เพราะเขารู้ว่าร้านนี้มันเก่าแค่ไหน แต่เชฟก็ไม่อยากจะทำ เพราะการที่เขาเอาร้านแม่มาจากพ่อ
ไม่ใช่เพราะต้องการหากำไรแต่อย่างใด เชฟเพียงแค่ต้องการเก็บความทรงจำที่มีร่วมกับแม่เกี่ยวกับร้านนี้เอาไว้กับตัวเองเท่านั้น
แต่ชีวิตมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเป็นไปตามที่หวังซะทุกอย่าง แม้เขาจะมีเงินเยอะ แต่ก็ไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายในร้านที่ขาดทุนทุกเดือนแบบนี้ไปได้ตลอด
สักวันมันก็ต้องหมดไป ถ้าไม่มีเงินใหม่เข้ามาเลย เชฟต้องตัดสินใจว่าจะเก็บร้านเอาไว้แบบนี้เป็นความทรงจำ หรือทำให้มันก้าวหน้าต่อไปตามความฝันของแม่
“ฮัลโหล” เห็นสายที่โทร. มาเป็นข้าวจ้าวแกงก็รีบกดรับทันที
‘ฮัลโหล นี่มึงโทร. มาทำไมตั้งหลายสาย เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่าแกง’
ข้าวจ้าวที่อยู่ปลายสายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวล เขาทำมือถือหายไปพึ่งจะมีคนหาเจอแล้วเอามาคืน
ข้าวจ้าวจึงพึ่งเห็นว่า เพื่อนสนิทอย่างแกงโทร. หาเขาตั้งหลายสาย พอเห็นอย่างนี้แล้วข้าวจ้าวจึงรีบโทร. หาแกงด้วยเป็นห่วงว่าแกงจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น
“เออ มีเรื่องนิดหน่อย กูโดนไล่ออกจากหอแล้ว”
‘หา...จริงดิ งั้นมึงจะไปนอนที่ไหน มึงมานอนที่ห้องกูไหม เดี๋ยวกูจะขอรูมเมตกูให้มันหยวน ๆ ให้หน่อย’
“ไม่เป็นไรแล้วมึง ตอนแรกกูก็ว่าจะไปนอนที่ห้องมึงอะแหละ แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว กูมีที่นอนแล้ว”
‘ที่นอน? มึงมีเงินจ่ายค่าประกันห้องด้วยเหรอ หรือว่ามึงคืนดีกับพ่อแล้ว ไม่น่าใช่ มึงแอบโทร. ไปขอเงินแม่เหรอ’
“ไม่ใช่ทั้งหมดที่มึงพูดหรอก เดี๋ยวกูเล่าให้มึงฟัง”
แกงปฏิเสธสิ่งที่ข้าวจ้าวพูดมาทั้งหมดแล้วเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เพื่อนสนิทฟัง เขาไม่เคยมีเรื่องปิดบังข้าวจ้าวอยู่แล้ว
พวกเราสนิทจนรู้ทุกเรื่องของกันและกันดีกว่าพ่อแม่พวกเขาเองซะอีก แกงเล่าหมดเปลือกตามที่ตัวเองคิด ทั้งเรื่องที่เชฟกลั่นแกล้งให้ตัวเองโดนไล่ออกจากห้อง รวมทั้งจ้างคนไปขโมยมือถือข้าวจ้าวด้วย
‘ไอ้บ้าแกง! นี่มึงไม่รู้สึกเหรอว่าเรื่องนี้มันแปลก แล้วนี่มึงก็ตกลงไปนอนห้องผู้ชายคนนั้นจริง ๆ เนี่ยนะ มึงจะโง่เกินไปแล้วนะเพื่อนกู มึงไม่กลัวเขาจะทำอันตรายมึงหรือไง’
เสียงตะโกนของข้าวจ้าวดังออกมาจากปลายสายจนแกงต้องยื่นมือที่จับมือถือออกห่างจากตัว
“ไม่เห็นจะแปลกเลย เรื่องมันง่าย ๆ เลยมึง แค่ไอ้เชฟนั่นมันชอบอาหารกู”
“จนต้องคิดหาวิธีมากลั่นแกล้งกูเพื่อให้กูไปเป็นเชฟที่ร้าน มึงอะชอบคิดมาก ได้ทั้งงานได้ทั้งเงิน แถมยังมีห้องให้อยู่ฟรี ของดี ๆ แบบนี้ใครมันจะไม่เอาบ้างวะจ้าว” แกงเอ่ยความคิดของตัวเองออกมาอย่างภูมิใจ
‘ก็ทั้งหมดนั่นแหละที่มันแปลก กูละปวดหัวกับมึงจริงๆ’
‘แต่ตอนนี้มันก็ดีกับมึงที่สุดจริง ๆ กูรู้ว่าคงห้ามอะไรมึงไม่อยู่ เอาเป็นว่ามึงส่งที่อยู่มา ถ้ามีเรื่องอะไรก็ให้รีบบอกกูเลย โอเคไหม’
ข้าวจ้าวที่อยู่อีกด้านถึงกับต้องนวดศีรษะตัวเองอย่างเหนื่อยใจ
“เออรู้แล้ว มึงอย่าห่วงเลย คนอย่างกูไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบหรอก”
‘เออ กูให้เป็นอย่างที่มึงคิด’
“นอนแล้วเหรอ” เชฟเดินเข้ามาภายในห้องที่มืดสนิท เปิดไฟทีละดวงให้ห้องสว่าง
“ล็อกประตูด้วยเหรอ แต่แค่นี้หยุดฉันที่เป็นเจ้าของห้องไม่ได้หรอก” เชฟเดินมาหยุดที่ห้องนอนตัวเองใช้กุญแจห้องส่วนตัวที่มีเปิดไขเข้าไปภายในห้องนอนที่มืดสนิท
“เก็บทำความสะอาดห้องให้ด้วยเหรอเนี่ย ไม่คิดว่าคนแบบนี้จะรักสะอาดด้วย” เชฟมองคนบนเตียงนอนที่หลับสนิทไปแล้วก็เอ่ยออกมาด้วยความแปลกใจกับห้องตัวเองที่ดูสะอาดแปลกตา
เชฟไม่ค่อยมีเวลาทำความสะอาดเท่าไร เพราะเขาคิดว่ามันไม่ได้สกปรกแต่อย่างใด คนที่เข้ามาภายในห้องนี้ก็มีเพียงตัวเอง และทั้งห้องในตอนนี้ก็มีเพียงเชฟคนเดียวที่อาศัยอยู่จึงไม่ได้คิดรักษาความสะอาดนัก
เชฟเดินในความมืดไปที่ตู้เสื้อผ้าอย่างแผ่วเบา เขาไม่ยากที่จะเปิดไฟ เพราะกลัวจะปลุกคนอารมณ์ร้อนที่หลับไปแล้วให้ตื่น
เชฟหยิบผ้าขนหนูของตัวเองออกมาแล้วเดินออกจากห้องไปอาบน้ำทำความสะอาดตัวที่เต็มไปด้วยเหงื่อตั้งแต่ตอนไปรับแกง
หลังจากเชฟอาบน้ำเช็ดตัวจนแห้งเสร็จก็เดินเข้ามาภายในห้องที่มืดสนิทของตัวเอง แล้วปิดประตู ภายในความมืดเชฟยืนจ้องมองใบหน้าแกงที่หลับอย่างมีความสุขด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“หึ! วันนี้ดันปากดีนักนะ ฉันจะรอดูว่าตอนเช้านายจะมีปฏิกิริยายังไง” เอ่ยจบเชฟก็ปลดผ้าเช็ดตัวที่พันรอบเอวตัวเองออกจนบนร่างกายไม่มีสิ่งใดปกปิดผิวกายที่ขาว
เขาขึ้นเตียงนอนเบียดแกงให้ขยับไปดึงผ้าห่มจากอีกฝ่ายมาห่มร่าง เชฟนอนหลับด้วยรอยยิ้ม อยากที่จะให้ถึงตอนเช้าเร็วๆ
ในห้องพักฟื้นภายในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง มีเพียงเสียงเครื่องวัดชีพจรเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แสงแดดยามบ่ายลอดม่านบาง ๆ เข้ามาภายในห้อง เชฟและแกงนั่งเฝ้าภูผาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ร่างกายเขาพันผ้าพันแผลแน่นหลายจุด เพราะมีรอยแผลโดยมีดบาด โดยเฉพาะบริเวณท้องที่โดนแทงเข้าเต็มแรงเพราะรับมีดแทนเชฟแกงหยิบผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อให้ภูผาเบา ๆ ตั้งแต่ที่โดนส่งเข้ามาที่โรงพยาบาลอีกฝ่ายก็นอนสลบไม่ตื่นมาหนึ่งวันแล้ว เขาไม่คิดเลยว่าภูผาจะรับมีดแทนเชฟ ส่วนเชฟยืนนิ่งมองคนที่เป็นเสมือนน้องชายและเพื่อนสนิทอีกคนด้วยสายตาเป็นกังวล ภายในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เพราะถ้าตอนนั้นเขาไม่ประมาทภูผาคงไม่ต้องมารับมีแทนตัวเองแบบนี้“ขอโทษนะ... ภูผา” เชฟพึมพำแผ่วเบา“ภูผาจะต้องไม่เป็นอะไร” แกงเงยหน้าขึ้นมาปลอบเชฟเสียงอ่อนทันใดนั้นเสียงจากโทรทัศน์ที่เปิดค้างไว้ก็ดึงความสนใจของทั้งคู่ไปด้วยข่าวด่วนประจำวัน[ข่าวด่วน! ภายในวันนี้ตำรวจได้แถลงการณ์ยืนยันว่าเมื่อวานนี้ ได้มีการบุกทลายองค์กรอาชญากรรมขนาดใหญ่ที่แฝงตัวอยู่เบื้องหลังธุรกิจร้านอาหารหรู ตำรวจสามารถจับกุม
หลังจากที่ภูผาตะโกนเข้าไปเขาก็รีบเข้ามาภายในห้อง ก่อนกดล็อกประตูห้องจากด้านในพร้อมยันประตูห้องเอาไว้สุดชีวิต“แกงรีบตื่นเร็ว!” เชฟได้ยินที่ภูผาพูดก็มีใบหน้าเคร่งเครียดรีบปลุกแกงให้ตื่นในทันที เขาไม่คิดเลยว่า พนักงานในร้านของตัวเองจะเป็นสายสืบเยอะมากขนาดนี้ คิดว่าจัดการไล่พวกคนน่าสงสัยออกไปเยอะแล้ว แต่ความจริงจำนวนพวกมันกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย“เกิดอะไรขึ้นเชฟ” แกงที่ถูกปลุกเอ่ยถามขึ้นอย่างงุนงงเพล้ง!เสียงเก้าอี้ตัวหนึ่งกระแทกกับกระจกอย่างแรง จนกระจกแตกลอยเข้ามาภายในห้องอย่างไม่มีใครคาดคิด ดีที่เชฟและแกงไม่ได้เป็นอะไรเพราะไม่ได้อยู่ในทิศทางของเก้าอี้“พนักงานในร้านที่เป็นคนในองค์กรกำลังจะฆ่าพวกเรา ต่อไปนี้มึงต้องฟังกู อยู่ใกล้ ๆ กู ห้ามอยู่ห่างจากกูเด็ดขาด กูจะพามึงฝ่าออกไปเอง” เชฟเอ่ยออกมาอย่างรวบรัดแล้วดึงแกงให้ลุกขึ้นยืนแกงมีสีหน้าเคร่งเครียดทันทีที่ได้ฟังจบ เขาไม่คิดเลยว่า หนีออกมาจากคฤหาสน์กลับมาอยู่ที่ร้านแล้วแต่ก็ยังไม่ปลอดภัย เพราะพนักงานในร้านหลายคนกลับเป็นคนในองค์กร และในตอนนี้พวกนั้นก็กำลังคิดจะ
เชฟพยุงร่างแกงที่มีน้ำตาบนใบหน้ากับภูผาพากันเข้ามาทางหลังร้านอาหาร แม้พนักงานในร้านจะมองพวกเขาด้วยสายตาแปลก ๆ เนื่องจากสภาพที่สะบักสะบอมไปทั้งตัว แต่พวกเขาก็ไม่ได้สนใจพากันเข้าไปในห้องผู้จัดการแล้วจัดการล็อกประตู“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับพี่เชฟ ทำไมที่คฤหาสน์ถึงมีระเบิดตั้งหลายลูก แถมทั้งสองคนยังออกมาในสภาพนี้อีก ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ” ทันทีที่เข้ามาภายในห้อง ภูผาก็เอ่ยถามเรื่องที่ตัวเองสงสัยออกไปด้วยสีหน้าสับสน ตลอดทางที่ขับรถพาทั้งสองคนมาที่นี่เขาก็อยากถามแต่ไม่กล้า แต่พอคิดว่าเรื่องมันใหญ่มากก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้น“มีการทรยศกันภายในน่ะ แต่เรื่องนี้นายไม่ต้องสนใจ รู้แค่ว่าพวกเรานั้นแตกหักกันแล้วจริง ๆ แต่อีกไม่นานหรอก พวกนั้นก็คงถูกกำจัดออกไป ในช่วงนี้พวกเราจะอยู่ที่ร้าน ป้องกันการโดนลอบทำร้าย และภูผา นายก็ต้องอยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกัน เข้าใจไหม” เชฟเอ่ยอธิบายขึ้นมองภูผาอย่างจริงจัง“ได้ครับ” แม้จะยังไม่เข้าใจ แต่ภูผาก็เข้าใจว่าช่วงนี้พวกเราต้องนอนกันที่ร้าน“อื้ม นายออกไปก่อนเถอะ...ไปหาซื้อของที่จำเป
ณ คฤหาสน์ของตระกูลเชฟ คฤหาสน์หรูตั้งตระหง่านกลางป่าไม้บนที่ดินซึ่งล้อมรอบไปด้วยกำแพง คฤหาสน์ครอบครัวเขานั้นไม่ได้อยู่ในเมือง แต่ตั้งเลยออกมาในเขตปริมณฑล สาเหตุที่ตั้งอยู่ในที่ห่างไกลแบบนี้ก็เพื่อความสะดวกในการฝึกสายลับ และการหลีกหนีสายตาจากคนนอกเชฟก้าวเท้าลงจากรถมองคฤหาสน์ตรงหน้านี่อย่างไม่คุ้นเคย แม้ที่นี่จะถูกเรียกว่าเป็นบ้านของครอบครัวเขา แต่ส่วนใหญ่แล้วเชฟแทบจะไม่อยู่ที่นี่เลย เขาเต็มใจออกไปเช่าโรงแรมพักอยู่ข้างนอกมากกว่าจะต้องพักที่นี่ เมื่อมองเห็นผลงานที่พ่อแย่งไปจากแม่ทีไรเขาก็ยิ่งไม่สบอารมณ์“พี่เชฟจะเข้าไปด้านในคนเดียวจริง ๆ เหรอครับ” ภูผาจับแขนพี่เชฟเอาไว้ และเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“อื้ม...พวกนั้นคงไม่ยอมให้นายเข้าไปด้านในหรอก นายอยู่ข้างนอกก็ดี จะได้คอยประสานงานอยู่ด้านนอก เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นจะได้ช่วยกันทั้งสองทาง” เชฟแกะมือภูผาออกด้วยรอยยิ้ม“พี่เชฟอย่าพูดให้เป็นลางสิครับ ที่ร้านยังต้องการพี่อยู่นะครับ” ภูผาเอ่ยอย่างเศร้าสร้อย“ตอนนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นแหละ แต่นายจำไว้นะ ถ้าฉันไม่
ภายในตึกร้างเก่าหลังหนึ่งห่างไกลจากร้านอาหารพอสมควร แกงไล่ล่าเชฟภูมิมาจนถึงที่นี่ เขาไม่รีรอเลยที่จะรีบวิ่งตามเข้าไปในตัวอาคาร เพราะเขามั่นใจในฝีมือของตัวเองพอสมควรว่า สามารถที่จะสู้ชนะอีกฝ่ายได้แน่ แกงวิ่งตามเสียงฝีเท้าอีกฝ่ายไปจนถึงกลางตึกที่เป็นพื้นที่โล่งกว้าง แต่เชฟภูมินั้นกลับหายไปจากสายตาเขาแล้ว เสียงฝีเท้าเองก็หยุดลงที่นี่เช่นกัน พร้อมความเงียบก็เข้าปกคลุมแทน“พี่ภูมิ! ออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง!” เสียงของแกงก้องกังวานในความว่างเปล่า เขาหายใจแรงจากการวิ่ง เหงื่อผุดไหลตามขมับ สายตามองไปรอบ ๆ ไม่ให้พลาดรายละเอียดใด กลัวว่าอีกฝ่ายจะหาจังหวะหนีไปอีก“ได้สิแกง” เชฟภูมิได้ยินเสียงเรียกก็เผยตัวออกจากเสาต้นหนึ่งมาประจันหน้ากับแกง“พี่กลับร้านไปกับผมเถอะ ขอเพียงพี่ยอมสารภาพเรื่องทั้งหมด และยอมรับผิด ผมจะขอร้องให้เชฟยกโทษให้” แกงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงพร้อมให้อภัยในสิ่งที่อีกฝ่ายทำ เพราะจากที่เขารู้ คนในองค์กรน่าจะยังไม่รู้ว่า เขานั้นรู้เรื่องเกี่ยวกับพวกมันแล้ว ขอเพียงพาตัวอีกฝ่ายกลับไปได้ก่อนก็เป็นอันโอเค“หึ! ถ้าพี่ตา
ไฟในร้านเปิดเพียงบางจุด แกงเดินตรวจเช็กของในครัวเพียงลำพัง ช่วงนี้หัวหน้าเชฟใหญ่อย่างเชฟกานลาหยุด หน้าที่ความรับผิดชอบในการตรวจสอบร้านก่อนกลับจึงตกเป็นของเขา หลังจากที่ลูกค้ากลับหมดแล้ว แกงใช้เวลาอยู่กับตรวจเช็กสิ่งต่าง ๆ ของร้าน และตรวจเช็กความเรียบร้อยในร้านวันนี้เป็นวันที่วุ่นวายมากที่สุดที่เขาเคยเจอนับตั้งแต่ทำงานที่ร้านมา ปัญหาต่าง ๆ ที่ไม่ควรเกิดขึ้นภายในร้านอาหารซึ่งเต็มไปด้วยพนักงานมากประสบการณ์หลายสิบปี มันทำให้แกงเชื่อได้ยากว่า ภายในวันเดียวจะมีข้อผิดพลาดมากมายขนาดนี้แถมยังมีเรื่องหมูดิบอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเกิดขึ้นในร้านมากที่สุด เพราะตำแหน่งแต่ละตำแหน่งกว่าจะหาคนมาทำได้นั้น ล้วนผ่านการคัดกรองมาอย่างดีแล้วว่ามีฝีมือพอ มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่คนเหล่านั้นจะทำผิดพลาดในเรื่องเล็ก ๆ แบบนี้เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้แกงอดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่า เรื่องวันนี้อาจไม่ใช่เพียงอุบัติเหตุหรือความผิดพลาด แต่มันคือแผนการร้ายบางอย่างที่มีการจัดฉากขึ้น ตามที่เขาเคยเห็นในหนังหลาย ๆ เรื่อง แกงรู้ดีว่ามนุษย์นั้นน่ากลัวที่สุดในโลกคนเป็นแล้ว และมีความเป็นไปได้ที่หล
ต่อจากนั้นแกงก็ยังคงทำหน้าที่ล้างจานของตัวเองอย่างดีต่อไป ทุกวันแกงจะกลับบ้านพร้อมกับมือที่เปื่อยยุ่ย แต่ถึงมือเขาจะเป็นแบบนี้แกงก็ไม่ย่อท้อแต่อย่างใด ทุกครั้งเวลาที่เขาจะล้างจานแกงก็จะได้เห็นเชฟแต่ละคนที่มีหน้าที่แตกต่างกันทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดมองเมนูอาหารมากมายที่ถูกทำเสิร์ฟลูกค้าอย่างพิถีพิถัน
“ไอ้หมอนี่มันขี้เซาจริง ๆ คิดว่าจะต้องตื่นมาเพราะเสียงตกใจของมันซะอีก กลายเป็นว่ามันหลับสนิทไม่ตื่นมาเลย”เชฟที่ตื่นแล้วเท้าแขนหันหน้าจ้องมองใบหน้าแกงที่หลับสนิท ไม่รู้ตัวเลยว่าบนเตียงมีคนอื่นนอนอยู่ด้วย“พอดู ๆ ไป ตอนหลับก็หล่อเหมือนกันนะไอ้นี่ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าปากมันจะหมาขนาดนั้น” เชฟมองใบหน้า
“โอ๊ย...ปล่อยกูได้แล้วข้าวจ้าว”แกงเอ่ยออกมาอย่างหมดความอดทน เขาไม่คิดว่าเพื่อนตัวเองจะมีแรงรัดและลากเขามาได้ไกลขนาดนี้ แกงพยายามดิ้นยังไงก็ดิ้นไม่หลุดจากการกอดรัดของอีกฝ่าย“รับปากก่อนว่า จะไม่กลับไปหาเรื่องพี่คนนั้นอีก” ข้าวจ้าวไม่ยอมปล่อยมือเฉย ๆ เอ่ยบอกให้แกงรับปากก่อนจึงจะปล่อย“กูรับปาก มึงลา
“วันนี้มึงไม่ว่างจริงเหรอ นี่กูก็ไม่ได้เจอหน้ามึงมาหลายวันแล้วนะเว้ย พวกเราไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนด้วยกันนานแล้วนะ” เชฟเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงน้อยใจขณะกำลังคุยกับอีกคนที่อยู่ปลายสาย‘กูเข้าใจมึงนะเชฟ แต่วันนี้กูไม่ว่างจริง ๆ ว่ะ กูมีนัดกับพี่ภาณุเอาไว้ล่วงหน้าหลายเดือนแล้ว ถ้าวันนี้กูเท มีหวังพี่ภาณุได้




![10 Years ago [10 ปีที่แอบรัก] (BL- Mpreg)](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


