Se connecter“โอ๊ย...ปล่อยกูได้แล้วข้าวจ้าว”
แกงเอ่ยออกมาอย่างหมดความอดทน เขาไม่คิดว่าเพื่อนตัวเองจะมีแรงรัดและลากเขามาได้ไกลขนาดนี้ แกงพยายามดิ้นยังไงก็ดิ้นไม่หลุดจากการกอดรัดของอีกฝ่าย
“รับปากก่อนว่า จะไม่กลับไปหาเรื่องพี่คนนั้นอีก” ข้าวจ้าวไม่ยอมปล่อยมือเฉย ๆ เอ่ยบอกให้แกงรับปากก่อนจึงจะปล่อย
“กูรับปาก มึงลากกูมาไกลขนาดนี้กูกลับไปคงเจอหน้ามันมั้ง” แกงเออออขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ โดนเพื่อนลากมาไกลขนาดนี้เขาคงไม่กลับไปหาเรื่องอีกฝ่ายให้ขายหน้าหรอก
“มึงนี่นะแกง ชีวิตมึงตอนนี้ยังลำบากไม่พอหรือไง ยังมีหน้าจะไปมีเรื่องชกต่อยกับคนอื่นอีก ตัวมึงเองยังจะเอาตัวไม่รอดเลยตอนนี้ มึงต้องจำใส่หัวเอาไว้ได้แล้วนะว่า ตอนนี้พ่อมึงตัดขาดกับมึงแล้ว ไม่มีใครจะมาช่วยตามเก็บกวาดสิ่งที่มึงจะทำแล้ว”
ทันทีที่ข้าวจ้าวปล่อยมือก็เดินไปอยู่ด้านหน้าแกงใช้มือจิ้มหน้าผากเจ้าเพื่อนตัวเองบ่นอย่างอารมณ์ไม่ดี ชีวิตตอนนี้ของแกงมันตกต่ำมากที่สุด เท่าที่ข้าวจ้าวจำได้ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมา โดนพ่อที่เป็นนายอำเภอตัดขาดเงินค่าเทอม ค่ากินอยู่ ค่าที่พักก็ไม่ส่งมาให้
นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่วันนี้ข้าวจ้าวมาเป็นเพื่อนแกงพาอีกฝ่ายไปสมัครงาน ไม่งั้นมีหวังเพื่อนของเขาคงได้ไปนอนเร่ร่อนข้างทางแน่ เพราะค้างค่าเช่าห้องมาสองเดือนแล้ว ถ้าเดือนนี้ยังไม่มีเงินจ่าย เจ้าของห้องได้ไล่ตะเพิดมันออกจากห้องแน่ ๆ
“เหอะ! ตัดขาดก็ตัดขาดไปสิ มึงคิดว่ากูจะไปง้ออ้อนวอนขอความเห็นใจจากพ่อหรือไง”
“กูพูดตรงนี้ให้มึงจำเอาไว้เลยว่า กูไม่มีวันไปง้อพ่อ ฟังให้ชัด ๆ กู ไม่ มี วัน ไป ง้อ พ่อ เด็ดขาด”
“ถ้าพ่อยังต้องการบังคับให้กูเรียนในสิ่งที่กูไม่ได้ชอบ”
แกงจับนิ้วมือข้าวจ้าวที่จิ้มหน้าผากตัวเองออกแล้วเอ่ยออกมาอย่างดุดัน เขาไม่ได้อยากเรียนนิติสักหน่อย แกงอยากเป็นเชฟ ไม่ได้อยากเป็นนายอำเภอเหมือนพ่อ
“มึงนี่น้า~...ถ้ามึงไม่อยากเรียนนิติแล้วมึงจะเลือกเรียนทำไมตั้งแต่แรก เรียนมาได้ตั้งหนึ่งปีอดทนอีกสามปีตามใจพ่อมึงไปก่อนก็ได้ ทำไมต้องหักดิบชิงลาออกจากคณะ แล้วย้ายไปเรียนคณะคหกรรมด้วย มึงก็รู้ว่าทำให้พ่อมึงโกรธแล้วจะเป็นยังไง นี่ไงคุณลุงตัดหางปล่อยวัดมึงแล้ว”
ขณะที่เอ่ยออกมาข้าวจ้าวก็ส่ายหัวไม่หยุด ไม่เข้าใจในทางเลือกของเพื่อนที่มันสุดโต่ง พวกเขาเป็นเพียงนักศึกษาธรรมดาที่ใช้เงินพ่vแม่ในการเรียน ถ้าพ่อแม่ไม่ให้เงินพวกเขาก็ไม่มีเงินเรียน ถ้าไม่ติดว่าพวกเขาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กเพราะพ่อแม่เป็นเพื่อนกัน ข้าวจ้าวก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องภายในครอบครัวคนอื่นนัก
“ไม่ให้เงินกูก็จะหาเอง ฝีมือทำอาหารอย่างกูทำไมจะหาเงินไม่ได้วะ” แกงกอดอกเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจกับสิ่งที่ข้าวจ้าวเอ่ยออกมา
“กูรู้ว่ามึงทำอาหารเก่ง แต่พอมึงเข้าไปทำงานที่ร้านไหน ร้านนั้นก็วอดวายปั่นป่วนไปหมด ไปร้านนั้นก็ไปต่อยลูกค้า ไปร้านนู้นก็ไปถีบเจ้าของร้าน ร้านนี้มึงก็ไปมีเรื่องกับคนในร้าน แถมมึงยังหยิ่งโดนไล่ออกแล้วก็ไม่รับเงิน ดูตอนนี้สิมึงจะโดนไล่ออกจากหอแล้ว” เอ่ยไปข้าวจ้าวก็จนใจกับนิสัยของเพื่อนตัวเอง
“สิ่งที่กูทำกูมีเหตุผลนะเว้ย” แกงเม้มปากแน่นก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง เขาไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองเคยทำเลย
“กูรู้ แต่ก่อนมึงจะช่วยคนอื่นก็หัดดูแลตัวเองก่อนสิ นิสัยแบบมึง กูว่าคุณลุงเลือกถูกแล้วที่อยากให้มึงรับราชการ”
“พอๆ ไม่พูดเรื่องพวกนี้แล้ว วันนี้กูเหนื่อยแล้วอยากพักแล้ว หิวแล้วด้วยไปหาอะไรกินกัน”
แกงเอ่ยเสียงดังไม่รู้อะไรอีก แค่เรื่องที่เจอในร้านก็น่าโมโหแล้ว วันนี้เขาเหนื่อยไม่อยากเถียงอะไรกับข้าวจ้าวอีก กอดคอข้าวจ้าวพาเพื่อนสนิทไปหาของกินก่อนแยกย้ายกันกลับ ทั้งสองคนไม่รู้เลยว่าที่ปลายซอกตึกนั้นมีคนแอบฟังได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดคุยกันอยู่
ขณะเดียวกันเชฟที่แอบฟังมาได้สักพักก็เลิกหลบซ่อนตัว มองตามแผ่นหลังคนที่ชื่อแกง เขาตามมาได้ถึงจังหวะสำคัญพอดี จึงรู้ว่าคนที่ชื่อแกงนั่นโดนพ่อตัดขาด และในตอนนี้ก็กำลังขัดสนเรื่องเงินอยู่ ข้อมูลสำคัญนี้ทำให้เชฟคิดอะไรบางอย่างออก
เขาไม่ควรบุ่มบ่ามเข้าไปถามเรื่องแม่กับอีกฝ่าย เพราะถ้าอีกฝ่ายรู้จักกับแม่จริง ๆ และเอาไปบอกกับแม่ เขาไม่รู้เลยว่าแม่จะหนีหายไปอีกไหม เชฟตัดสินใจใช้วิธีที่นุ่มนวลค่อยๆ สืบดูด้วยตัวเองดีกว่า
ไม่กี่วันหลังจากนั้น
“เดี๋ยวๆ ไหนบอกว่ายังมีเวลาเหลือไงครับป้า ทำไมรีบร้อนแบบนี้ล่ะครับ ผมหาเงินค่าเช่าห้องได้นะ แต่ขอเวลาผมหน่อย”
แกงเดินตามป้าเจ้าของห้อง เอ่ยปากไม่หยุดอธิบายเหตุผลเพื่อให้ตัวเองได้อยู่ห้องต่อ ทั้งที่ยังเหลือเวลาอีกตั้งครึ่งเดือน แต่อยู่ ๆ วันนี้คุณป้าเจ้าของห้องก็มาบอกเขาว่ามีคนเช่าที่นี่ต่อแล้ว ต้องการให้เขาออกไปทันที เพราะอีกฝ่ายจะเข้ามาอยู่พรุ่งนี้
อยู่ๆ มาบอกให้แกงออกจากห้อง เขาที่ไม่มีเงินจะไปเช่าห้องที่ไหนอยู่ได้กัน แกงทำได้เพียงขอร้องคุณป้าเจ้าของห้องเพื่ออยู่ต่อเท่านั้น เอาความสงสารเข้าสู้ เพราะเขารู้ว่าคุณป้าเจ้าของห้องนั้นเป็นคนใจดี
ตลอดมาที่เขาค้างค่าห้องตั้งสองเดือน คุณป้าก็ยังไม่ไล่เขาออกจากห้อง แถมรู้ว่าเขาลำบากบ่อยครั้งก็จะเอาของกินมาให้ ไม่รู้ทำไมวันนี้คุณป้าเจ้าของห้องถึงรีบร้อนที่จะไล่เขาออกจากห้องนัก
“มันไม่ทันแล้วแกง ป้ารับเงินค่าเช่าหนึ่งปีมาแล้ว ป้าเข้าใจแกงนะ สงสารแกงด้วย แต่ป้าไม่มีทางเลือก คนเช่าคนใหม่เขาทุ่มเงิoต้องการเข้าอยู่ทันที ถ้าแกงไม่ออกไป เขาอาจเปลี่ยนใจป้าก็จะไม่มีคนเช่าแบบนี้มาอีก แกงต้องเข้าใจป้านะ ส่วนค่าห้องที่ค้างป้ายกให้ ถือเป็นค่าชดเชยที่ขอห้องคืนอย่างกะทันหัน”
“รีบไปหาห้องอยู่ซะนะ อย่าเที่ยวเร่ร่อนอยู่ด้านนอกล่ะ”
ปัง!
หลังประตูห้องพักที่เขาเคยอยู่ปิดลง แกงก็มีสายตาอ้างว้าง เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง เขาเข้าใจคุณป้าเหมือนกัน ระหว่างคนเช่าเก่าที่ค้างค่าห้องสองเดือน กับคนเช่าใหม่ที่ทุ่มเงินจ่ายค่าห้องล่วงหน้าหนึ่งปี คนฉลาดคนไหนก็คนต้องเลือกตัวเลือกที่สอง แกงมองสัมภาระของตัวเองที่คุณป้าเก็บรวบรวมมาวางไว้หน้าห้องอย่างเงียบ ๆ ก่อนก้มหยิบขึ้นแล้วเดินออกไป
“สงสัยช่วงนี้คงต้องไปขออาศัยอยู่กับข้าวจ้าวก่อน แต่รูมเมตมันนี่สิที่ยุ่งยาก ไว้เจอหน้าค่อยหาทางเอาละกัน”
ตู๊ดด ๆ ๆ
“ทำไมข้าวจ้าวไม่รับสายเลยวะ มันเป็นอะไรไปเปล่าเนี่ย โทร. หาตั้งหลายสายทำไมถึงไม่รับเลย”
หลังจากขนสัมภาระของตัวเองลงมาชั้นล่างที่ศาลา แกงก็โทร. หาเพื่อนสนิทอย่างข้าวจ้าวเพื่อหวังขอไปอาศัยอยู่ด้วยสักหลายวัน แต่โทร. หายังไง เขาก็โทร. หาอีกฝ่ายไม่ติด จากตอนแรกที่เครียดเรื่องตัวเองจะไปอยู่ไหน แกงเริ่มกังวลขึ้นมาแทนว่า ข้าวจ้าวอาจเป็นอะไรขึ้นมาทำให้รับสายไม่ได้
“เพื่อนแกงนั้นไม่มีทางรับสายอีกฝ่ายได้หรอก” เชฟที่เฝ้ามองอยู่นานเดินเข้าหาเป้าหมาย หยุดยืนอยู่ด้านหน้าอีกฝ่ายก่อนเอ่ยขึ้น เพราะเขาได้จ้างให้คนไปขโมยมือถืออีกฝ่ายแล้ว เพราะงั้นไม่ว่าแกงจะโทร. ยังไง โทร. ไปกี่สายก็จะไม่มีคนรับสาย
“มึงมัน...” แกงลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจที่อยู่ ๆ ก็มีคนมายืนอยู่ข้างหน้า ก่อนจะเอ่ยอย่างตกใจเมื่อจำหน้าอีกฝ่ายได้ว่า ตัวเองเคยเกือบมีเรื่องกับมัน
“นายยังจำกันได้เหรอ” เชฟยิ้มกว้างมองเข้าไปในตาอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงใจ มันก็แน่ละ ใครกันที่จะลืมหน้าของเขาที่หล่อได้
“มึงมาทำอะไรที่นี่ หรือมึงพักอยู่ที่นี่ ไม่น่าเป็นไปได้ ทำไมกูไม่เคยเห็นหน้ามึงเลย”
“ไม่ต้องคิดให้มากหรอก ฉันไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่เคยเห็นหน้าก็ไม่แปลก วันนี้ก็แค่เดินมาจ่ายค่าห้องหนึ่งปีทิ้งเล่น ๆ น่ะ”
“มึงคือไอ้คนเช่าห้องคนใหม่”
“ฉลาดขึ้นมาแล้วสิ”
“นี่มึงสืบเรื่องกู ตั้งใจจะกลั่นแกล้งกูใช่ไหม”
ทันทีที่เข้าใจเรื่องทุกอย่าง แกงก็หัวร้อนใช้มือกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายเข้าหาเอ่ยถามเสียงดัง มืออีกข้างก็กำหมัดพร้อมชกใบหน้าหล่อทุกเมื่อ ถ้าคำตอบที่กำลังออกมาจากปากคนตรงหน้าไม่เข้าหู
“นายไม่สนใจเหรอว่า ทำไมโทร. หาเพื่อนตั้งหลายสายถึงไม่ติด โทร. ไปหลายสายข้าวจ้าวก็ยังไม่รับหรอก” เชฟยิ้มมุมปาก ไม่เกรงกลัวท่าทางนักเลงหาเรื่องของแกงแต่อย่างใด เห็นอีกฝ่ายอารมณ์ร้อนแบบนี้ เชฟก็อดไม่ได้ที่จะแหย่อีกฝ่ายเล่นสักหน่อย
“มึงทำอะไรเพื่อนกู บอกมา” ม่านตาแกงหุบเล็กลงเอ่ยถามน้ำเสียงเย็นยะเยือกลอดไรฟันออกมา
“แล้วถ้ากูไม่บอกล่ะ” เชฟยิ้มเล่นอย่างสนุกสนาน เมื่อได้เห็นใบหน้าที่กำลังโกรธของคนที่ง้างหมัดรอชกเขาอยู่
“งั้นมึงก็ตาย” เอ่ยจบแกงก็มีสายตาโหด ออกแรงแขนที่ง้างรอเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ใบหน้าหล่อ
อั๊กก!
“การป้องกันตัวเป็นศูนย์ ใช้อารมณ์เหนือเหตุผล ฉันถือว่านายสอบตกนะ” เชฟจัดเสื้อผ้าที่ยับเพราะโดนแกงดึงให้เรียบร้อย หลังจากที่ตัวเขาพึ่งถีบท้องคนปากดีให้ลงไปนั่งกองอยู่ที่พื้นอย่างง่ายดาย
“แม่งง...มึงงตาย อั๊ก” แกงเอ่ยอย่างโกรธแค้นเตรียมลุกขึ้นไปสู้ต่อ แต่ยังไม่ทันลุกขึ้น หน้าอกเขาก็โดนบาทาอีกฝ่ายเหยียบกดลงกับพื้นจนขยับตัวไม่ได้
“บอกแล้วไงว่าอย่าใช้อารมณ์ กูไม่ได้ทำอะไรข้าวจ้าวเลย แค่จ้างให้คนขโมยมือถือมันไปสักพักแล้วค่อยเอาไปคืนก็เท่านั้น ทีนี้เข้าใจยังว่ากูไม่ได้ทำอะไรเพื่อนมึงเลย” เชฟเอ่ยออกมา แต่เห็นสีหน้าที่ไม่เชื่อกัดฟันจ้องมองมาอย่างโกรธแค้นของแกง ความคิดจากที่จะชักชวนอย่างนุ่มนวลก็หายไป เจอคนแบบนี้ถ้าไม่แข็งพอคงคุมอีกฝ่ายไม่อยู่
อั๊กก!
แกงจับฝ่าเท้าอีกฝ่ายที่ลงแรงเหยียบเพิ่มขึ้นแน่น สายตามองใบหน้าหล่อที่กำลังเหยียบตัวเองอยู่ ถ้าเขาหลุดไปได้ไอ้หน้าหล่อนี่ได้หายหล่อแน่
“ต่อไปนี้มึงต้องไปอยู่กับกู ห้ามเอ่ยคำปฏิเสธใดๆ ทั้งสิ้น เพราะกูไม่คิดจะฟัง”
ในห้องพักฟื้นภายในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง มีเพียงเสียงเครื่องวัดชีพจรเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แสงแดดยามบ่ายลอดม่านบาง ๆ เข้ามาภายในห้อง เชฟและแกงนั่งเฝ้าภูผาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ร่างกายเขาพันผ้าพันแผลแน่นหลายจุด เพราะมีรอยแผลโดยมีดบาด โดยเฉพาะบริเวณท้องที่โดนแทงเข้าเต็มแรงเพราะรับมีดแทนเชฟแกงหยิบผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อให้ภูผาเบา ๆ ตั้งแต่ที่โดนส่งเข้ามาที่โรงพยาบาลอีกฝ่ายก็นอนสลบไม่ตื่นมาหนึ่งวันแล้ว เขาไม่คิดเลยว่าภูผาจะรับมีดแทนเชฟ ส่วนเชฟยืนนิ่งมองคนที่เป็นเสมือนน้องชายและเพื่อนสนิทอีกคนด้วยสายตาเป็นกังวล ภายในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เพราะถ้าตอนนั้นเขาไม่ประมาทภูผาคงไม่ต้องมารับมีแทนตัวเองแบบนี้“ขอโทษนะ... ภูผา” เชฟพึมพำแผ่วเบา“ภูผาจะต้องไม่เป็นอะไร” แกงเงยหน้าขึ้นมาปลอบเชฟเสียงอ่อนทันใดนั้นเสียงจากโทรทัศน์ที่เปิดค้างไว้ก็ดึงความสนใจของทั้งคู่ไปด้วยข่าวด่วนประจำวัน[ข่าวด่วน! ภายในวันนี้ตำรวจได้แถลงการณ์ยืนยันว่าเมื่อวานนี้ ได้มีการบุกทลายองค์กรอาชญากรรมขนาดใหญ่ที่แฝงตัวอยู่เบื้องหลังธุรกิจร้านอาหารหรู ตำรวจสามารถจับกุม
หลังจากที่ภูผาตะโกนเข้าไปเขาก็รีบเข้ามาภายในห้อง ก่อนกดล็อกประตูห้องจากด้านในพร้อมยันประตูห้องเอาไว้สุดชีวิต“แกงรีบตื่นเร็ว!” เชฟได้ยินที่ภูผาพูดก็มีใบหน้าเคร่งเครียดรีบปลุกแกงให้ตื่นในทันที เขาไม่คิดเลยว่า พนักงานในร้านของตัวเองจะเป็นสายสืบเยอะมากขนาดนี้ คิดว่าจัดการไล่พวกคนน่าสงสัยออกไปเยอะแล้ว แต่ความจริงจำนวนพวกมันกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย“เกิดอะไรขึ้นเชฟ” แกงที่ถูกปลุกเอ่ยถามขึ้นอย่างงุนงงเพล้ง!เสียงเก้าอี้ตัวหนึ่งกระแทกกับกระจกอย่างแรง จนกระจกแตกลอยเข้ามาภายในห้องอย่างไม่มีใครคาดคิด ดีที่เชฟและแกงไม่ได้เป็นอะไรเพราะไม่ได้อยู่ในทิศทางของเก้าอี้“พนักงานในร้านที่เป็นคนในองค์กรกำลังจะฆ่าพวกเรา ต่อไปนี้มึงต้องฟังกู อยู่ใกล้ ๆ กู ห้ามอยู่ห่างจากกูเด็ดขาด กูจะพามึงฝ่าออกไปเอง” เชฟเอ่ยออกมาอย่างรวบรัดแล้วดึงแกงให้ลุกขึ้นยืนแกงมีสีหน้าเคร่งเครียดทันทีที่ได้ฟังจบ เขาไม่คิดเลยว่า หนีออกมาจากคฤหาสน์กลับมาอยู่ที่ร้านแล้วแต่ก็ยังไม่ปลอดภัย เพราะพนักงานในร้านหลายคนกลับเป็นคนในองค์กร และในตอนนี้พวกนั้นก็กำลังคิดจะ
เชฟพยุงร่างแกงที่มีน้ำตาบนใบหน้ากับภูผาพากันเข้ามาทางหลังร้านอาหาร แม้พนักงานในร้านจะมองพวกเขาด้วยสายตาแปลก ๆ เนื่องจากสภาพที่สะบักสะบอมไปทั้งตัว แต่พวกเขาก็ไม่ได้สนใจพากันเข้าไปในห้องผู้จัดการแล้วจัดการล็อกประตู“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับพี่เชฟ ทำไมที่คฤหาสน์ถึงมีระเบิดตั้งหลายลูก แถมทั้งสองคนยังออกมาในสภาพนี้อีก ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ” ทันทีที่เข้ามาภายในห้อง ภูผาก็เอ่ยถามเรื่องที่ตัวเองสงสัยออกไปด้วยสีหน้าสับสน ตลอดทางที่ขับรถพาทั้งสองคนมาที่นี่เขาก็อยากถามแต่ไม่กล้า แต่พอคิดว่าเรื่องมันใหญ่มากก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้น“มีการทรยศกันภายในน่ะ แต่เรื่องนี้นายไม่ต้องสนใจ รู้แค่ว่าพวกเรานั้นแตกหักกันแล้วจริง ๆ แต่อีกไม่นานหรอก พวกนั้นก็คงถูกกำจัดออกไป ในช่วงนี้พวกเราจะอยู่ที่ร้าน ป้องกันการโดนลอบทำร้าย และภูผา นายก็ต้องอยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกัน เข้าใจไหม” เชฟเอ่ยอธิบายขึ้นมองภูผาอย่างจริงจัง“ได้ครับ” แม้จะยังไม่เข้าใจ แต่ภูผาก็เข้าใจว่าช่วงนี้พวกเราต้องนอนกันที่ร้าน“อื้ม นายออกไปก่อนเถอะ...ไปหาซื้อของที่จำเป
ณ คฤหาสน์ของตระกูลเชฟ คฤหาสน์หรูตั้งตระหง่านกลางป่าไม้บนที่ดินซึ่งล้อมรอบไปด้วยกำแพง คฤหาสน์ครอบครัวเขานั้นไม่ได้อยู่ในเมือง แต่ตั้งเลยออกมาในเขตปริมณฑล สาเหตุที่ตั้งอยู่ในที่ห่างไกลแบบนี้ก็เพื่อความสะดวกในการฝึกสายลับ และการหลีกหนีสายตาจากคนนอกเชฟก้าวเท้าลงจากรถมองคฤหาสน์ตรงหน้านี่อย่างไม่คุ้นเคย แม้ที่นี่จะถูกเรียกว่าเป็นบ้านของครอบครัวเขา แต่ส่วนใหญ่แล้วเชฟแทบจะไม่อยู่ที่นี่เลย เขาเต็มใจออกไปเช่าโรงแรมพักอยู่ข้างนอกมากกว่าจะต้องพักที่นี่ เมื่อมองเห็นผลงานที่พ่อแย่งไปจากแม่ทีไรเขาก็ยิ่งไม่สบอารมณ์“พี่เชฟจะเข้าไปด้านในคนเดียวจริง ๆ เหรอครับ” ภูผาจับแขนพี่เชฟเอาไว้ และเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“อื้ม...พวกนั้นคงไม่ยอมให้นายเข้าไปด้านในหรอก นายอยู่ข้างนอกก็ดี จะได้คอยประสานงานอยู่ด้านนอก เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นจะได้ช่วยกันทั้งสองทาง” เชฟแกะมือภูผาออกด้วยรอยยิ้ม“พี่เชฟอย่าพูดให้เป็นลางสิครับ ที่ร้านยังต้องการพี่อยู่นะครับ” ภูผาเอ่ยอย่างเศร้าสร้อย“ตอนนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นแหละ แต่นายจำไว้นะ ถ้าฉันไม่
ภายในตึกร้างเก่าหลังหนึ่งห่างไกลจากร้านอาหารพอสมควร แกงไล่ล่าเชฟภูมิมาจนถึงที่นี่ เขาไม่รีรอเลยที่จะรีบวิ่งตามเข้าไปในตัวอาคาร เพราะเขามั่นใจในฝีมือของตัวเองพอสมควรว่า สามารถที่จะสู้ชนะอีกฝ่ายได้แน่ แกงวิ่งตามเสียงฝีเท้าอีกฝ่ายไปจนถึงกลางตึกที่เป็นพื้นที่โล่งกว้าง แต่เชฟภูมินั้นกลับหายไปจากสายตาเขาแล้ว เสียงฝีเท้าเองก็หยุดลงที่นี่เช่นกัน พร้อมความเงียบก็เข้าปกคลุมแทน“พี่ภูมิ! ออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง!” เสียงของแกงก้องกังวานในความว่างเปล่า เขาหายใจแรงจากการวิ่ง เหงื่อผุดไหลตามขมับ สายตามองไปรอบ ๆ ไม่ให้พลาดรายละเอียดใด กลัวว่าอีกฝ่ายจะหาจังหวะหนีไปอีก“ได้สิแกง” เชฟภูมิได้ยินเสียงเรียกก็เผยตัวออกจากเสาต้นหนึ่งมาประจันหน้ากับแกง“พี่กลับร้านไปกับผมเถอะ ขอเพียงพี่ยอมสารภาพเรื่องทั้งหมด และยอมรับผิด ผมจะขอร้องให้เชฟยกโทษให้” แกงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงพร้อมให้อภัยในสิ่งที่อีกฝ่ายทำ เพราะจากที่เขารู้ คนในองค์กรน่าจะยังไม่รู้ว่า เขานั้นรู้เรื่องเกี่ยวกับพวกมันแล้ว ขอเพียงพาตัวอีกฝ่ายกลับไปได้ก่อนก็เป็นอันโอเค“หึ! ถ้าพี่ตา
ไฟในร้านเปิดเพียงบางจุด แกงเดินตรวจเช็กของในครัวเพียงลำพัง ช่วงนี้หัวหน้าเชฟใหญ่อย่างเชฟกานลาหยุด หน้าที่ความรับผิดชอบในการตรวจสอบร้านก่อนกลับจึงตกเป็นของเขา หลังจากที่ลูกค้ากลับหมดแล้ว แกงใช้เวลาอยู่กับตรวจเช็กสิ่งต่าง ๆ ของร้าน และตรวจเช็กความเรียบร้อยในร้านวันนี้เป็นวันที่วุ่นวายมากที่สุดที่เขาเคยเจอนับตั้งแต่ทำงานที่ร้านมา ปัญหาต่าง ๆ ที่ไม่ควรเกิดขึ้นภายในร้านอาหารซึ่งเต็มไปด้วยพนักงานมากประสบการณ์หลายสิบปี มันทำให้แกงเชื่อได้ยากว่า ภายในวันเดียวจะมีข้อผิดพลาดมากมายขนาดนี้แถมยังมีเรื่องหมูดิบอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเกิดขึ้นในร้านมากที่สุด เพราะตำแหน่งแต่ละตำแหน่งกว่าจะหาคนมาทำได้นั้น ล้วนผ่านการคัดกรองมาอย่างดีแล้วว่ามีฝีมือพอ มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่คนเหล่านั้นจะทำผิดพลาดในเรื่องเล็ก ๆ แบบนี้เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้แกงอดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่า เรื่องวันนี้อาจไม่ใช่เพียงอุบัติเหตุหรือความผิดพลาด แต่มันคือแผนการร้ายบางอย่างที่มีการจัดฉากขึ้น ตามที่เขาเคยเห็นในหนังหลาย ๆ เรื่อง แกงรู้ดีว่ามนุษย์นั้นน่ากลัวที่สุดในโลกคนเป็นแล้ว และมีความเป็นไปได้ที่หล
ต่อจากนั้นแกงก็ยังคงทำหน้าที่ล้างจานของตัวเองอย่างดีต่อไป ทุกวันแกงจะกลับบ้านพร้อมกับมือที่เปื่อยยุ่ย แต่ถึงมือเขาจะเป็นแบบนี้แกงก็ไม่ย่อท้อแต่อย่างใด ทุกครั้งเวลาที่เขาจะล้างจานแกงก็จะได้เห็นเชฟแต่ละคนที่มีหน้าที่แตกต่างกันทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดมองเมนูอาหารมากมายที่ถูกทำเสิร์ฟลูกค้าอย่างพิถีพิถัน
“ไอ้หมอนี่มันขี้เซาจริง ๆ คิดว่าจะต้องตื่นมาเพราะเสียงตกใจของมันซะอีก กลายเป็นว่ามันหลับสนิทไม่ตื่นมาเลย”เชฟที่ตื่นแล้วเท้าแขนหันหน้าจ้องมองใบหน้าแกงที่หลับสนิท ไม่รู้ตัวเลยว่าบนเตียงมีคนอื่นนอนอยู่ด้วย“พอดู ๆ ไป ตอนหลับก็หล่อเหมือนกันนะไอ้นี่ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าปากมันจะหมาขนาดนั้น” เชฟมองใบหน้า
“ต่อไปนี้มึงก็อยู่ที่นี่ร่วมกับกู เดี๋ยวกูจะให้กุญแจห้องไว้” เชฟเปิดประตูห้องเดินนำหน้าแกงเข้ามาภายในห้องที่เหลือเพียงเขาแกงมองไปรอบ ๆ ห้องอย่างสนใจ แม้พ่อเขาจะค่อนข้างมีเงิน แต่แกงก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เงินฟุ่มเฟือยแต่อย่างใด พอได้รู้ว่าตัวเองจะได้มาอยู่ห้องที่ดูดีแบบนี้เขาก็ค่อนข้างดีใจ แม้ตอนแ
“วันนี้มึงไม่ว่างจริงเหรอ นี่กูก็ไม่ได้เจอหน้ามึงมาหลายวันแล้วนะเว้ย พวกเราไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนด้วยกันนานแล้วนะ” เชฟเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงน้อยใจขณะกำลังคุยกับอีกคนที่อยู่ปลายสาย‘กูเข้าใจมึงนะเชฟ แต่วันนี้กูไม่ว่างจริง ๆ ว่ะ กูมีนัดกับพี่ภาณุเอาไว้ล่วงหน้าหลายเดือนแล้ว ถ้าวันนี้กูเท มีหวังพี่ภาณุได้
![นายบำเรอของมาเฟีย [Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






