Masukคิงและเชฟรีบเดินเข้าไปหาเฉินพร้อมทั้งจับแขนอีกฝ่ายคนละข้าง ไม่ให้เข้าไปใกล้ปฐพีมากไปกว่านี้ ถ้าไม่ห้ามพวกเขาก็ไม่รู้ว่าเฉินที่กำลังหัวร้อนจะทำอะไรลงไป พวกเขารู้ว่าตอนนี้เฉินน่าจะอารมณ์เสีย ด้วยความเป็นเพื่อนกันมาแค่มองดูก็รู้
แม้จำนวนคนจะต่างกัน แต่พวกเขาไม่ได้กลัวว่าพอมีเรื่องกับพวกวิศวะแล้วจะสู้ไม่ได้ สิ่งที่กลัวก็คือพวกมันจะทำให้เฉินบาดเจ็บนั่นแหละ จะกลายเป็นเรื่องใหญ่แล้วลากป๊าเฉินให้เข้ามา ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริงไม่ใช่แค่พวกวิศวะตรงหน้าที่จะซวย แม้แต่พวกเขาสองคนที่เป็นเพื่อนก็จะซวยไปด้วยเช่นกัน
"ไอ้นี่มึงเป็นใครวะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็อย่าแส่เรื่องคนอื่น เป็นเกย์ก็หัดอยู่เงียบ ๆ เจียมตัวซะบ้าง" ปฐพีขมวดคิ้วจากคำพูดของเฉินที่ลามปามไปถึงพ่อแม่ เขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาอีกฝ่ายต้องการที่จะข่มขู่ให้กลัว แต่ในแววตาอีกฝ่ายกลับไม่มีความกลัวแต่อย่างใด
"เป็นเกย์แล้วมันทำไมวะ ก็แค่ผู้ชายสองคนที่รักกัน มันผิดตรงไหน?สุดท้ายพวกเขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน" เฉินยืดอกขึ้นโดยไม่สนใจคำพูดของปฐพี แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น แม้แขนทั้งสองข้างจะถูกเพื่อนจับเอาไว้ แต่ปากเฉินก็ยังคงเป็นอิสระ เขาตะโกนเสียงดังถามหนุ่มวิศวะตรงหน้า
เฉินทั้งหัวร้อนและโกรธที่คนตรงหน้ามาพูดดูถูกกันในยุคสมัยนี้ที่เปิดกว้าง ยิ่งพอรู้ว่าอีกฝ่ายคือคนที่คอยมาป้วนเปี้ยนรอบตัวพวกเขาอีก เฉินจึงถามออกไปตรง ๆ ว่าการเป็นเกย์มันผิดตรงไหน
"ไอ้เกย์นี่ สงสัยถ้าไม่ได้กินหมัดกู ปากเกย์ของมึงคงจะไม่หุบใช่ไหม" ปฐพีโดนเพื่อนคิงที่ไม่รู้จักเอ่ยถามเสียงดังจนคนที่อยู่รอบ ๆ หันมามองพวกเขาด้วยสายตาแปลก ๆ ก็หัวเสีย เขาเดินเข้าไปหาคนที่พูดกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายขึ้น จ้องเข้าไปในดวงตาหนุ่มตี๋ตรงหน้าแล้วเอ่ยข่มขู่อีกฝ่าย
"ปล่อยเพื่อนกูนะเว้ย"
"ถ้ามึงไม่อยากเสียใจก็ปล่อยมือซะ"
คิงและเชฟรีบปล่อยมือเฉินออก เดินเข้าไปด้านหน้าเพื่อที่จะกันคนอันตรายอย่างปฐพีออกห่างจากเพื่อนตัวเอง กลัวจะเกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้น
เฉินจ้องสบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ แม้วิศวะตรงหน้าจะเอ่ยข่มขู่และกระชากคอเสื้อตัวเอง แต่เฉินก็ไม่ได้กลัวอีกฝ่ายแต่อย่างใด ตั้งแต่เกิดมาสิ่งที่เฉินมีน้อยที่สุดก็คือความกลัว
ขณะที่จ้องสบตากับอันธพาลตรงหน้า เฉินจึงได้มีเวลาพิจารณาหน้าตาอีกฝ่ายจริง ๆ จัง ๆ สักที พอได้มองใบหน้าหนุ่มไทยและรอยสักรูปผีเสื้อที่อกขวาของอีกฝ่าย ถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายคือนักเลงคณะวิศวะ ก็คือว่าเป็นคนหล่อคนหนึ่งที่มีเสน่ห์พอตัว
จ้องไปนาน ๆ ความคิดหนึ่งก็เกิดขึ้นมาภายในหัว ว่าถ้าเขาจูบปากหมา ๆ นั่นอีกฝ่ายจะทำหน้ายังไงนะ จะแสดงสีหน้าแบบไหนให้เห็นกัน เมื่อเฉินรู้ตัวว่าแขนของตัวเองที่ถูกเพื่อนจับเอาไว้ถูกปล่อยเป็นอิสระเฉินก็กระทำในสิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึงรวมถึงหนุ่มวิศวะตรงหน้าด้วย
เฉินใช้มือกระชากคอเสื้อคนตรงหน้าดึงเข้ามาก่อนจะยื่นหน้าออกไปประกบปากจูบ เขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาปฐพีอย่างไม่ละสายตา จนสังเกตได้ถึงดวงตาอีกฝ่ายที่เบิกว้างด้วยความตกตะลึงอย่างชัดเจน
"พี่พีโดนผู้ชายจูบ"
"ผู้ชายกับผู้ชายจูบกัน"
"มันจูบพีเหรอ"
"ไอ้นี่มันบ้าไปแล้ว"
เสียงกลุ่มวิศวะที่ยืนอยู่ด้านหลังปฐพีเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า ส่วนคิงและเชฟที่เห็นเฉินกระชากคอเสื้อปฐพีดึงมาจูบก็อึ้งไปเหมือนกัน
"มึงชอบเหรอ" เฉินผละจูบออกมา พอเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายว่ายังคงอึ้ง ยืนแน่นิ่งอยู่กับที่ เขาก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้มและถามด้วยรอยยิ้ม
"แม่งเอ๊ย..." ปฐพีชะงัก มองหน้าเฉินด้วยความตกใจ ก่อนที่ความโกรธจะพุ่งขึ้นมา เขารีบเช็ดปากอย่างรังเกียจ ราวกับอยากจะลบสัมผัสนั้นออกจากความทรงจำ
"ไอ้เกย์โรคจิตนี่ มึงกล้านักนะ ไม่รู้จักกูซะแล้ว" ปฐพีเอ่ยออกมาอย่างรวดเร็วด้วยความโกรธที่โดนอีกฝ่ายเล่นงานด้วยการจูบ เขากระชากคอเสื้ออีกฝ่ายดึงเข้ามาใกล้ เอื้อมมือชูขึ้นฟ้าจะตบหน้าอีกฝ่าย
"ถ้ามึงตบ กูจะจูบมึงอีกรอบ คราวนี้ไม่ใช่แบบเมื่อกี้แน่ กูจะจูบจริง ๆ เอาแบบแลกลิ้นกันตรงนี้ไปเลย" เฉินแม้กำลังจะโดนอีกฝ่ายตบแต่ก็ไม่กลัวแต่อย่างใด มุมปากยิ้มขึ้นเอ่ยออกมาชิว ๆ และมันก็ทำให้คนตรงหน้ามือหยุดชะงัก ไม่กล้าตบลงมา
"ปล่อยสิวะ"
"มึงกำลังหาเรื่องผิดคนรู้ไหม"
คิงและเชฟคราวนี้ไม่ปล่อยให้ผิดพลาดจนเกิดเรื่องเหนือความคาดหมายเหมือนเมื่อกี้ ทั้งคู่ต่างก็รีบพุ่งตัวเข้ามาประชิดเฉินและปฐพี ก่อนจะจับแขนปฐพีเอาไว้คนละข้าง ออกแรงบีบแขนอีกฝ่ายอย่างแรง
ปฐพีมองหน้าคนตรงหน้าที่ไม่มีความกลัวใด ๆ ก็เริ่มไม่กล้า กลัวว่าตัวเองจะโดนจูบตรงนี้อีกครั้ง บวกกับแขนทั้งสองข้างต่างก็ถูกเพื่อนอีกฝ่ายจับล็อกเอาไว้แน่น
"แม่ง กูฝากไว้ก่อนเถอะ แล้วกูจะมาเอาคืน พวกเรากลับ!" ปฐพีสะบัดแขนให้หลุดจากการจับกุมเอ่ยขึ้นเสียงดังด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนหมุนตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับนำลูกน้องคณะวิศวะตามไปติด ๆ
เฉินยืนมองตามหลังปฐพีที่เดินห่างออกไปพลางยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มสะใจ รู้สึกดีที่สามารถทำให้คนที่มาหาเรื่องพวกเขาต้องล่าถอยกลับไปได้
"ไอ้เฉิน มึงทำอะไรเนี่ย" คิงเอ่ยถามทันทีหลังจากพวกวิศวะเดินไปไกลพอสมควรแล้ว ดวงตายังเต็มไปด้วยความตกใจจากสิ่งที่เพื่อนตัวดีทำเมื่อครู่
"ทำอะไร กูแค่ทำให้มันรู้ว่าการเป็นเกย์ไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะแกล้งพวกเราได้ฝ่ายเดียว" เฉินตอบกลับพร้อมยักไหล่อย่างไม่สนใจ เขาคิดว่าการตอบโต้ด้วยวิธีนี้ทำให้ปฐพีไม่กล้าที่จะหาเรื่องพวกเขาอีกนานเลย
"แต่มึงเล่นจูบมันเลยเหรอวะ ถ้ามันสวนขึ้นมามึงโดนพวกมันยำเลยนะเว้ย ถึงตอนนั้นเรื่องมันคงไม่จบง่าย ๆ แน่" เชฟพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงความกังวล ความใจร้อนของเฉินบางครั้งก็ดูจะเกินควบคุมจริง ๆ
"เออน่า ไม่ต้องห่วงหรอกน่า กูเอาตัวรอดได้ พวกนั้นแค่พวกเด็กเกเรกระจอก ๆ ที่พอเจอของจริงก็ตกใจไปเอง" เฉินตอบกลับอย่างสบาย ๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าคิงที่ยืนขมวดคิ้วอยู่
"มึงก็คิดบ้างสิ ถ้าพวกมันเปลี่ยนเป้าหมายหันมาเล่นงานมึงแทน มึงจะทำยังไง? " คิงถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพราะเฉินดันไปจูบหัวหน้าแก๊งวิศวะต่อหน้าคนในคณะมากมายขนาดนี้ พอข่าวกระจายออกไป ถ้าพวกมันไม่มาแก้แค้นสิจะแปลก เพราะมันทำให้ปฐพีเสียหน้าขนาดนั้น
"กูก็แค่จูบมันอีกไง คิดว่าพวกมันจะกล้ากลับมาอีกเหรอวะ" เฉินพูดติดตลกแล้วหัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงกลัว เพราะที่บ้านเขามีพวกที่น่ากลัวกว่าพวกนี้ตั้งมาก เขายังไม่กลัวเลย เฉินเห็นสีหน้าคิงไม่ตลกด้วยก็เริ่มคิดได้ว่าตัวเองอาจจะทำเกินไป
"โอเค ๆ กูสัญญาว่าจะไม่ไปหาเรื่องมัน มึงพอใจยัง แต่ถ้าพวกนั้นมันกล้ากลับมาอีก ก็แล้วแต่สถานการณ์ละกัน" เฉินพูดพลางตบไหล่คิงเบา ๆ แสดงความมั่นใจ
"เออ กูฝากมึงดูแลมันด้วยละกันเชฟ แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น มึงสองคนต้องโทรหากูด้วย" คิงถอนหายใจแล้วส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนฝากฝังให้เชฟช่วยดูแลให้
"ได้ ๆ มึงไม่ต้องห่วงหรอกคิง กูไม่ปล่อยให้เฉินโดนพวกมันทำอะไรแน่นอน" เชฟพูดอย่างหนักแน่น เฉินก็เป็นเพื่อนเขาเหมือนกัน เขาไม่ปล่อยให้ปฐพีมันมาเอาคืนเฉินแน่นอน
ทั้งสามคนเดินต่อไปยังห้องเรียนพร้อมกับหัวเราะกันเบา ๆ บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่จางหายไปแล้ว พวกเขารู้ดีว่าไม่ว่าจะเจออะไรก็จะผ่านมันไปได้ด้วยกัน
"หึ! ถ้าคิดจะออกไปจากที่นี่นอกจากจะมีหัวของอั๊วไปด้วย ใครก็ตามที่ก้าวขาออกจากบ้านนี้จะต้องโดนบอดี้การ์ดด้านนอกยิงจนพรุน เพราะงั้นยกเลิกความหวังที่จะออกไปได้เลย แล้วทำใจยอมตายดี ๆ เถอะ" เมี่ยวจินเอ่ยน้ำเสียงเย็นชา เขาได้ยินที่ทั้งสองคนคุยกันอย่างชัดเจน เมี่ยวจินถือปืนย่องเข้าจุดที่ทั้งคู่ซ่อนตัวใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ เขาแน่ใจว่าถ้ามีใครโผล่หัวขึ้นมา ตัวเองจะยิงโดนแน่นอนปัก!ปัง!ปัง!ตุ๊บ!ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ปรึกษาแผนกันสองคน พอปฐพีโยนประแจที่พกมาเป็นตัวล่อโยนออกไป เฉินก็รีบลุกออกจากที่ซ่อน เล็งปืนยิงใส่เมี่ยวจินที่จ่อปืนมาทางเขาด้วยเช่นกัน พร้อมกับเสียงปืนดังสนั่นขึ้นสองนัด ร่างเมี่ยวจินก็ค่อย ๆ หงายหลังพร้อมกับหน้าอกที่เริ่มแดงฉานเฉินจับติ่งหูตัวเองที่โดนกระสุนเฉี่ยวอย่างใจลอย เมื่อกี้ตอนที่ลุกขึ้นยืน พอเห็นว่าเมี่ยวจินเล็งปืนมาทางตัวเองแล้วเขาก็ใจสั่นเพราะรู้ตัวว่าตัวเองคงไม่รอดแล้ว แต่เฉินก็ตัดสินใจเหนี่ยวไกยิงปืนออกไปอย่างไม่ลังเลถ้าการแลกชีวิตของตัวเองกับเมี่ยวจินจะทำให้ปฐพีและป๊ารอด เขาก็ยอมเฉินที่คิดว่าตัวเองจะ
"เฉินมึงจะเข้าไปจริง ๆ เหรอ" ปฐพีจับแขนเฉินแน่น มองด้วยสีหน้าเป็นห่วง ตรงหน้าพวกเขาคือบ้านของเฉินที่เขาเคยมา แต่บรรยากาศนั้นแตกต่างไปจากตอนนั้นอย่างสิ้นเชิง มีบอดี้การ์ดชุดดำเฝ้าล้อมรอบอยู่ทั่วรอบบ้าน ชนิดที่ว่าไม่ว่าจะคนหรือหนูก็ไม่อาจเล็ดลอดเข้าไปหรือออกมาได้"มึงอย่าห้ามกูพี คนที่อยู่ในนั้นคือป๊ากู กูจะไม่เข้าไปไม่ได้ มึงอะรีบหนีไปซะ เรื่องนี้เป็นเรื่องในตระกูลกู มึงตามกูมาก็มีแต่จะเสียไปด้วยเปล่า ๆ " เฉินวางมือแนบมือปฐพี เอ่ยขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่หลากหลายจริง ๆ ปฐพีไม่ควรต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ตอนที่เขารับสายปฐพีดันอยู่ด้วยกันซะได้ ทำให้อีกฝ่ายรู้เรื่องราวทั้งหมดและตามมาด้วยกัน แต่เฉินนั้นไม่อยากจะให้ปฐพีเข้าไปในบ้านด้วยเลย เพราะเขารู้ว่าข้างในนั้นคือสถานที่ที่อันตรายที่สุดในตอนนี้ ถ้าเข้าไปพวกเขาอาจไม่ได้ออกมาอีก เฉินไม่อยากให้ปฐพีเข้ามาเกี่ยวข้องกับกรรมเก่าของตระกูลตัวเอง"กูเคยพูดเอาไว้แล้วไงว่า 'ต่อไปนี้มึงจะมีกูอยู่ข้าง ๆ เสมอ' เพราะงั้นมึงอย่าผลักไสกูออกไปจากชีวิตมึงได้ไหม" ปฐพีกุมมือเฉินแน่นด้วยอารมณ์ที่ท่วมท้น เขาเข้าใจดีถึงความเป็นห่วงของ
"อื้มม ไอ้บ้านี่ดูดแรงไปแล้ว อ๊าส์" เฉินมือจับศีรษะปฐพี กำผมอีกฝ่ายแน่นครางเสียงกระเส่า ตั้งแต่โดนปฐพีลากเข้ามาภายในห้อง อีกฝ่ายก็ไม่ได้พูดอะไร แต่เล่นจูบเฉินอย่างหนักหน่วงจนเขาสมองขาวโพลนไปหมด รู้ตัวอีกทีก็ถูกถอดกกางเกงและชั้นในทิ้งไปตอนไหนก็ไม่รู้ในตอนนี้ปฐพีกำลังใช้ปากให้กับท่อนเอ็นที่แข็งจากการปลุกเร้าของเฉินไม่หยุด นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ปฐพีใช้ปากให้กับเฉิน แทบทุกครั้งคนที่ใช้ปากกับสิ่งนั้นจะมีแต่เฉินเท่านั้น ปฐพีไม่เคยทำ วันนี้กลับแปลกไป อีกฝ่ายมุ่งลงไปจัดการน้องชายเฉินทันทีที่เข้าห้อง ทำให้หัวใจเขาเต้นไม่เป็นจังหวะแม้จะดูดได้ไม่เท่าตัวเองแต่ก็เสียวไปอีกแบบ ปฐพีเล่นดูดมันอย่างแรงเหมือนหิวกระหายมานาน ขณะเดียวกันรูช่องทางรักด้านหลังก็โดนนิ้วอีกฝ่ายสอดใส่เข้ามาขยับขยาย แทงเข้าแทงออกอย่างสม่ำเสมอไม่หยุด จำนวนนิ้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ความเสียวจากทั้งข้างหน้าและข้างหลังทำให้เฉินเสียวจนตัวบิดไปมา แทบที่จะไม่มีแรงยืนด้วยตัวเองแล้ว ขาสั่นพับ ๆ ไม่หยุดปฐพีที่เห็นว่าเฉินยืนไม่ไหวก็จับขาไปพาดไหล่ แต่ก็ยังไม่หยุดทำซึ่งมันไม่ช่วยอะไรเลยเพราะเฉินเสียวยิ่งกว่าเก่าอี
"มึงหยุดเดินไปมาได้แล้วไอ้ปฐพี หยุดลุกลี้ลุกลนด้วย ป๊าไม่ทำอะไรเฉินหรอก" เชฟเอ่ยอย่างหัวเสีย ตั้งแต่เฉินพาพวกเขามารออยู่ในห้องนี้ ปฐพีก็เดินไปรอบห้องไม่หยุด เสียงฝีเท้าของอีกฝ่ายนั้นหนักมาก ส่งเสียงดังสะท้อนไปมาทำให้เขาปวดหัว"พวกมึงเป็นเพื่อนเฉิน เวลานี้ยังมาทำตัวใจเย็นอยู่ได้ พวกมึงไม่ห่วงเพื่อนบ้าเลยหรือไง" ปฐพีได้ยินที่เชฟเอ่ยก็ขมวดคิ้ว หันไปจ้องมองเชฟและคิงที่นั่งเอนโซฟาอย่างใจเย็นด้วยสายตาเย็นชา ดูไม่มีทีท่าที่จะร้อนใจที่เฉินต้องไปคุยกับพ่อตัวเองส่วนตัวเลย"ไอ้นี่ อย่ามาทำเป็นรู้จักพวกกูดีนัก พวกกูกับเฉินเป็นเพื่อนกันมานาน รู้จักมันดีกว่ามึงมาก ป๊าไม่ทำอะไรไอ้เฉินหรอก รักห่วงยิ่งกว่าสิ่งใด แค่ไอ้เฉินมีแผลก็จะเป็นจะตาย มึงคิดว่าแบบนี้จะทำร้ายลูกตัวเองหรือไง" เชฟเอ่ยขึ้น ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับปฐพีเขาไม่ชอบนักที่คนนอกอย่างปฐพีมาตัดสินพวกเขาสองคนจากภายนอก เพราะที่พวกเขาสองคนใจเย็นแบบนี้ก็เพราะรู้ว่าเรื่องนี้มันจบแล้วไง แค่มีเฉินอยู่ด้วย ป๊าก็ไม่กล้าทำอะไรพวกเขาแล้ว"เรื่องเฉินพวกกูกล้ายืนยันกับมึงเลยว่าป๊ารักเฉินมากที่สุด ไม่ทำอันตรายเฉินหรอก เรื่องที
"นี่ป๊าจะทำอะไร ป๊าจับตัวเพื่อนผมและปฐพีมาทำไมกัน" ทันทีที่เข้ามาภายในห้องทำงานป๊า เฉินก็ยิงคำถามออกไปเสียงดังด้วยความโกรธใส่ป๊าที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน"อย่าเสียงดังสิอาเฉิน มีอะไรก็ค่อย ๆ คุยกัน พูดเสียงดังขนาดนี้เดี๋ยวหูป๊าก็หนวกหรอก" ฟางเจินใช้มือปิดหูเอ่ยเสียงแผ่ว ลอบมองสีหน้าเฉิน"ป๊าไม่ต้องมาเล่นละครกับผม ถ้าป๊าไม่ตอบคำถามผม ผมจะโกรธป๊ามาก และจะออกไปอยู่ข้างนอกไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก" คราวนี้เฉินไม่ยอมเล่นตามป๊าอีกแล้ว เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังเต็มไปด้วยความโกรธ ถ้าป๊ายังไม่มีคำอธิบายดี ๆ ให้ เฉินก็พร้อมที่จะออกไปจากที่นี่ ไม่กลับมาเหยียบอีก"อาเฉิน ลื้อทำเกินไปนะ นี่...นี่ลื้อเห็นคนนอกสำคัญกว่าป๊าเหรอ" ฟางเจินได้ยินที่เฉินพูดก็นั่งไม่ติดเก้าอี้อีกต่อไป เขาลุกขึ้นยืนเอ่ยเสียงดังด้วยความตระหนกตกใจ ไม่คิดว่าอาเฉินจะพูดแบบนี้ออกมา"งั้นป๊าก็อธิบายมา เปิดอกพูดกันตรง ๆ พวกเราพ่อลูกจะต้องไม่มีเรื่องปิดบังกันอีกต่อไป" เฉินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาตัดสินใจแล้วว่าจะบอกป๊าเกี่ยวกับความชอบของตน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาก็ไม่สนแล้ว"ได้! ในเมื
"พวกมึงได้ยินข่าวลือช่วงนี้ไหมวะ กูว่ามันแปลก ๆ เหมือนมีคนจงใจปล่อยมาให้พวกเราได้ยินยังไงก็ไม่รู้" เชฟเอ่ยขึ้นทั้งที่คิ้วขมวด ลอบมองเฉินเพราะข่าวลือที่ได้ยินมาในช่วงนี้นั้นมันเหมือนมีคนจงใจปล่อยมาให้พวกเขาได้ยิน เขานั้นมีเซนส์เรื่องข่าวต่าง ๆ เพียงแค่ได้ยินก็รู้สึกแปลกใจมาก ไม่คิดว่าข่าวนี้มันจะดังมาถึงหูตัวเองได้"อื้มม ที่ไอ้พี่นาสเป็นคนบงการให้ไอ้ปฐพีมาทำร้ายพวกเราน่ะนะ กูรู้ตั้งนานแล้วว่าพี่นาสมันเกลียดกูจนสั่งให้ไอ้ปฐพีมันมาก่อกวน แต่นี่มันก็นานแล้วนะหลังจากไอ้พวกปฐพีโดนจับ ทำไมมันถึงพึ่งมาดังเอาตอนนี้วะ แล้วใครมันปล่อยข่าวนี้กัน"คิงเอ่ยขึ้น ลอบมองไปทางเฉินด้วยท่าทางครุ่นคิด เรื่องเกี่ยวกับพี่นาสนั้นพี่ภาณุเล่าให้คิงฟังตั้งแต่แรก ๆ แล้ว เขาถึงไม่ได้โกรธเกลียดอะไรปฐพีมันมาก เรียกว่าไม่สนใจเลยก็ว่าได้ เพราะมันเป็นคนอ่อนแอที่กลัวคนแข็งแกร่งเท่านั้น"พวกมึงจะมองกูทำไมวะ สงสัยคงมีคนทนไม่ได้ที่พี่นาสมันลอยตัวเหนือปัญหา ก็เลยปล่อยข่าวลือออกมาเพื่อไม่ให้คนมองไอ้ปฐพีมันผิด ๆ มั้ง ไม่ก็ทนไม่ได้ที่คนมองไอ้ปฐพีในทางไม่ดี จึงออกมาประกาศให้รู้ว่ามันเป็นเพียงลูกกระจ๊อกที
"อะ อื้มม" เฉินรู้สึกเหนียวไปทั้งตัว ร่างกายเหมือนเผชิญศึกมาอย่างหนักจนปวดเมื่อยไปทั้งร่าง อยากจะขยับตัวก็ทำได้ลำบากอย่างกับมีอะไรรัดร่างตัวเองอยู่"ปฐพี...ปฐพีมึงตื่นหน่อย""ไม่เอา...กูขอนอนต่ออีกหน่อย...กูพึ่งนอนตอนเช้าเอง...ขออีกสองชั่วโมง""อื้มม ไม่ได้...นี่มันบ่าย
"เห้อ..." ปฐพีถอนหายใจยาวเขาไม่ได้ออกไปไหนไกลเพียงแค่ยืนรับลมอยู่ที่หน้าต่างตรงริมระเบียงทางเดินก็เท่านั้น ทุกครั้งเวลาที่ไม่อยากจะคุยกับเฉิน เขาก็มักจะเดินออกมาจากห้องเพราะว่าอีกฝ่ายนั้นไม่สามารถออกมาได้ แต่เมื่อนึกถึงความปลอดภัยของอีกฝ่าย ปฐพีจึงทำเพียงออกมารับลมที่หน้าต่างริมระเบียงทาง
"มึงทำความสะอาดห้องเหรอ" เมื่อเฉินอาบน้ำเสร็จ เขาถึงเพิ่งจะนึกได้ว่าตนไม่มีเสื้อผ้าให้เปลี่ยน ทำได้เพียงใส่ชุดเก่าออกมาจากห้องน้ำเพื่อหาชุดของปฐพีไปเปลี่ยนก่อน แต่เฉินยังไม่ทันได้ออกปากยืมเสื้อผ้าอีกฝ่ายมาใส่ สภาพห้องที่เปลี่ยนไปก็ทำให้เขาเอ่ยถามปฐพีที่นั่งอยู่บนเตียงขณะจ้องมองมาที่ตัวเอง
"ต่อไปนี้มึงก็อยู่ที่นี่กับกูละกัน ปล่อยให้กูปกป้องมึงเอง รอจนกว่าป๊ามึงจะฟื้นขึ้นมา" ปฐพียืดอกเอ่ยขึ้นมาอย่างหนักแน่น หลังจากพาเฉินเข้ามาในห้องตัวเอง"มึงจะให้กูนอนในห้องแบบนี้เหรอ" เฉินมองไปรอบห้องก่อนเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าสภาพห้องปฐพีเป็นแบบไหน เสื้อผ้า กางเกง กางเกงใน ถุงเท้าต่างก็วางระเกะระกะไป







