เกิดเป็นเมียอัปลักษณ์ของขุนพิรุณ

เกิดเป็นเมียอัปลักษณ์ของขุนพิรุณ

last updateآخر تحديث : 2026-08-14
بواسطة:  A'vigetorتم تحديثه الآن
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
5فصول
26وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

อยู่ๆ ก็ตายไปแบบไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างศศิธรเมียอัปลักษณ์ของชายหนุ่มรูปงามอย่างขุนพิรุณ ในสถานะของเมียชัง ที่ไม่ควรมาหยุดยืนอยู่ให้สามีรำคาญสายตา

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1 แสงไฟ หน้ากล้อง และตะกอนก้นคลอง

 ทำความเข้าใจก่อนอ่านกันสักนิด

นิยายเรื่องนี้จะมีสองช่วงเวลาคือปัจจุบันและช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยเนื้อหาทั้งหมดเกิดจากจินตนาการของ A'vigetor เองซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์แต่อย่างใด ทั้งหมดเป็นเพียงการอ้างถึงช่วงเวลาเท่านั้น

เนื้อหาเป็นโลก Omegaverse ที่ผู้ชายสามารถท้องได้ ซึ่ง A'vigetor ขอใช้คำเรียกแทนเพศรองในนิยายตามนี้นะครับ

อัลฟ่า = สุริยะ ถือเป็นชายเหนือชาย เป็นผู้มีกลิ่นกายที่สามารถกดข่มศศิธร ให้ยอมหรือหวาดกลัวได้ ทั้งเข้มแข็งและน่าเกรงขาม ส่วนใหญ่จะเป็นนักรบและชนชั้นสูง

เบต้า = ดารกะ ปุถุชนคนธรรมดาทั้งชายและหญิงที่ไม่มีกลิ่นกาย แต่สามารถรับรู้ถึงกลิ่นกายของผู้ที่มีเพศรองได้ หากเพศรองผู้นั้นมีกลิ่นอายที่เข้มแข็งพอ

โอเมก้า = ศศิธร ชายผู้ที่สามารถตั้งครรภ์ได้เช่นสตรีทั่วไป รูปร่างบอบบาง มีกลิ่นกายชวนหลงใหล แม้ดารกะหนุ่มจะไม่สามารถได้กลิ่นกายเหมือนกับสุริยะ แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาก็ยังสามารถทำให้ดารกะหนุ่มคลั่งไคล้ได้

รัท = เป็นสัด อาการที่สุริยะมีความต้องการทางเพศสูง สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลายามที่ได้กลิ่นกายของศศิธรที่อยู่ในช่วงตกไข่ และเมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ของตัวเอง

ฮีท = ตกไข่ ช่วงที่ศศิธรมีความต้องการทางเพศสูงและปล่อยกลิ่นกายหอมเฉพาะตัวออกมาเพื่อดึงดูดสุริยะให้เข้าหา ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ แม้แต่สุริยะก็อาจต่อสู้กันเองได้ และช่วงเวลานี้หากมีการผสมพันธ์ุกันศศิธรจะมีโอกาสตั้งครรภ์สูงมาก

-----------------

"สวัสดีครับทุกคน! กลับมาเจอกับหนูอินในช่อง In-To-Beauty อีกแล้วนะครับ วันนี้ใครที่หน้ายม หน้าพังเพราะฝุ่นควัน รีบๆ มารวมตัวกันตรงนี้ด่วนๆ เลยนะ! เพราะอินมีสกินแคร์ตัวเด็ดที่จะมาช่วยกู้ชีพผิวแบบเร่งรัดมาป้ายยาเพื่อนๆ กัน"

เสียงพูดที่เคยเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานด้านบวกและรอยยิ้มที่จริงใจดังสะท้อนอยู่ในความทรงจำ ภาพของชายหนุ่มร่างโปร่ง ผิวขาวจัดจนเกือบโปร่งแสง ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดีอย่างลงตัว ไม่มีโดดเด้งจนโอเว่อร์หรือดรอปจนน่าเกลียด มันคือความพอดีของกูรูที่รู้จริงเรื่องความสวยความงาม

แต่ทุกอย่างกำลังจะกลายเป็นอดีต หลังจากที่เจ้าแม่ล้านฟอลมีข่าวฉาวหลุดออกมาว่าเป็นมือที่สามในสมการความรักของเพื่อนสนิทตัวเองจากเพจชื่อดังในการขุดคุ้ย ก่อนจะมีอีกหลายเพจที่ดาหน้ากันหาข้อมูลมาแฉแบบรู้ลึกรู้จริง

จากที่เคยยืนหนึ่งรับแสงแฟลชและฟอลโลว์เวอร์หลักล้าน ตอนนี้ยอดกลับดิ่งลงเหวเหลือไม่ถึงหลักพัน... ทุกอย่างกลายเป็นแค่อดีตที่คอยตอกย้ำความโง่ ที่ดันไปเชื่อใจคนผิด

สตูดิโอเล็กๆ ในคอนโดหรูใจกลางเมือง ถูกปิดเงียบ ไม่มีการไลฟ์สด ทั้งห้องมีแค่แสงไฟสลัวจากด้านนอกที่ส่องผ่านกระจกเข้ามากับแสงสีฟ้าจากหน้าจอโทรศัพท์ที่ส่องกระทบหน้าซูบซีดไร้ออร่าความเป๊ะปัง

ขอบตาของอินทุดำคล้ำเพราะไม่ได้นอนมาหลายคืน แขนที่ผอมแห้งจากการกินเท่าแมวดมมาหลายวัน นิ้วเกร็งที่ยังไล่ปัดเลื่อนหน้าจออ่านคอมเมนต์ที่ไม่ใช่อวยยศหรือชื่นชมเหมือนเมื่อก่อน เกือบร้อยละเก้าสิบมันคือคำด่าทอ ที่เรียกได้ว่าเขาโดนทัวร์ลงอย่างสมบูรณ์

'อีอิน... อีหน้าไหว้หลังหลอก แย่งแฟนเพื่อนตัวเองแล้วยังมาลอยหน้าลอยตาทำคลิปสอนแต่งหน้าอีกเหรอ สภาพ!’

‘ผิดหวังมาก ตามมาตั้งแต่ห้าแสนฟอลล่ะ ไม่คิดว่าเบื้องหลังจะสกปรกขนาดนี้ งานนี้ต้องอันฟอลค่ะ’

‘คว่ำบาตรทุกแบรนด์ที่จ้างมัน! คนหน้าด้าน ชอบแย่งแฟนเพื่อน!’

อินทุแค่นยิ้มสมเพชให้ตนเองในความมืด ดวงตากลมโตที่เคยทอประกายสดใสแต่ตอนนี้กลับเลื่อนลอยไม่ต่างกับคนที่ตายแล้ว ความแข็งแกร่งที่เคยเอาอยู่กับรถทัวร์นับร้อยนับพัน แถมยังตอกกลับจนชนะมาก็เยอะ เพราะเขารู้ดีว่ากระแสโซเชียลมันมาไวไปไว และอีกไม่นานคนก็จะเปลี่ยนไปสนใจเรื่องใหม่ๆ

แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของอินทุเหนื่อยล้า กลับไม่ใช่คนนับพันที่รุมด่าแต่มันเป็นแค่สองคนที่อยู่ใกล้ตัวและเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังดราม่าระยำตำบอนในครั้งนี้

คนหนึ่งคือ ‘พีท’ แฟนหนุ่มนักธุรกิจที่คบกันมาสามปี คนที่อินทุรักและไว้ใจที่สุด ยอมทุ่มเทเงินทองและชื่อเสียงช่วยโปรโมตบริษัทสกินแคร์เล็กๆ ของเขาให้จนรุ่งเรือง และอีกคนหนึ่งคือ ‘มายด์’ เพื่อนสนิทคนเดียวในวงการบิวตี้บล็อกเกอร์ คนที่อินทุเคยจูงมือพามาแคสต์งาน แบ่งปันสูตรลับการดูแลผิวให้โดยไม่เคยหวงวิชา

แต่สิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมา...

สองคนนั้น... นอกจากจะไม่เห็นค่าแล้ว คนที่เขาคิดว่าเป็นโลกทั้งใบยังรวมหัวกันสวมเขาให้อินทุอย่างเจ็บแสบ

ไม่เพียงแค่แอบมีอะไรกันลับหลัง แต่เมื่อเรื่องราวใกล้จะแตกพวกนั้นรู้ดีว่าชื่อเสียงของตัวเองจะพังพินาศ มายด์กับพีทเลือกที่จะชิงลงมือก่อนด้วยการสร้างเรื่องราวดราม่าระดับมหากาพย์ ปล่อยแชตปลอม ตัดต่อรูปภาพ และสร้างหลักฐานเท็จโยนบาปทั้งหมดมาให้อินทุ

กลายเป็นว่าอินทุคือมือที่สามที่เข้าไปแทรกกลางในสมการความรักอันบริสุทธิ์ของเพื่อนสนิทและแฟนหนุ่ม พวกนั้นบิดเบือนความจริงจนสังคมตราหน้าว่าเขาเป็นตัวร้ายที่แย่งแฟนเพื่อน

“อิน... พีทขอโทษนะ แต่บริษัทของพีทกำลังจะเข้าตลาดหุ้น พีทจะเสียชื่อเสียงไม่ได้ มายด์เองก็กำลังจะได้งานเป็นพรีเซนเตอร์แบรนด์ใหญ่ ถือว่าอินช่วยพวกเราเป็นครั้งสุดท้ายเถอะนะ”

นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่พีทโทรมาบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความสำนึกผิด ก่อนจะตัดสายและบล็อกทุกช่องทางการติดต่อ ทิ้งให้อินทุยืนนิ่งค้างอยู่กลางมรสุมไซเบอร์บูลลี่ที่บ้าคลั่งราวกับคลื่นสึนามิที่พร้อมจะกลืนกินชีวิตของเขาให้จมดิ่งลงสู่ก้นทะเลลึก

‘เหอะ... ตัวแม่ล้านฟอลหรอ สุดท้ายก็เป็นได้แค่ไอ้อีหน้าโง่ที่โดนเขาหลอกจนหมดตัว’

อินทุคิดในใจหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแผ่วเบานั้นฟังดูแหบแห้งและเต็มไปด้วยความสมเพชตัวเองอย่างที่สุด

แม้จิตใต้สำนึกในฐานะอินทุผู้แข็งแกร่งจะบอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่า ‘กูยังไหว’ และ ‘ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย’ แต่กลไกทางร่างกายกลับไม่ยอมฟังด้วย อาการเครียดลงกระเพาะอย่างรุนแรงทำให้เขาไม่สามารถกลืนอาหารลงคอได้เลยแม้แต่คำเดียวตลอดสามวันที่ผ่านมา อาการปวดหัวตุบ ๆ จากการนอนไม่หลับเริ่มลามไปทั่วทั้งศีรษะจนตาทั้งสองข้างพร่ามัว ร่างบางเริ่มสั่นเทาด้วยพิษไข้ที่รุมเร้า

อินทุพยายามพยุงร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงลุกขึ้นจากเตียงนอน เขาจำเป็นต้องกินยา อย่างน้อยก็ยาพาราเซตามอลหรือยาแก้ไข้สักเม็ด แต่เมื่อเปิดตู้ยาในห้องกลับพบเพียงความว่างเปล่า

“ต้องออกไปซื้อ...” เสียงแหบพร่าพึมพำกับตัวเอง

อินทุหยิบเสื้อฮู้ดตัวใหญ่มาสวมทับเพื่อปกปิดใบหน้าและรูปร่างที่ซูบผอมจนผิดหูผิดตา จากนั้นจึงพาร่างที่สั่นเทาเดินออกจากห้องพัก กดลิฟต์ลงมายังชั้นล่างสุดของคอนโดหรูอย่างยากลำบาก ในหัวของเขามันหมุนคว้าง ราวกับโลกทั้งใบกำลังเอียงไปมา

อากาศภายนอกในค่ำคืนนี้ค่อนข้างอบอ้าว แต่สำหรับคนที่เป็นไข้สูงอย่างอินทุกลับรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูก สองเท้าที่สวมรองเท้าแตะก้าวเดินไปตามฟุตบาทริมถนนใหญ่อย่างไร้ทิศทาง แสงไฟจากรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาสาดกระทบดวงตาจนรู้สึกปวดร้าวในสมอง ทุกสิ่งรอบตัวดูเลือนรางและบิดเบี้ยวไปหมด

‘ร้านขายยา... ร้านขายยาอยู่ไหนนะ’

อินทุพยายามกวาดสายตามองหาป้ายร้านขายยาที่อยู่ใกล้ที่สุด ร่างกายของเขาหนักเหมือนกับมีก้อนหินนับตันมาถ่วงไว้ ทุกก้าวที่เหยียบลงบนพื้นคอนกรีตก็เหมือนกำลังเดินอยู่บนปุยเมฆที่พร้อมจะยุบตัวลงไปได้ทุกเมื่อ ลมหายใจที่พ่นออกมาจากจมูกและปากก็ร้อนผ่าวจนแทบจะลวกผิว

อาการของอินทุเข้าขั้นวิกฤต ทั้งความเครียดสะสม ทั้งพิษไข้ และการขาดอาหารกำลัังรวมตัวกันโจมตีระบบประสาท

จนกระทั่งเดินมาถึงช่วงสะพานข้ามคลองส่งน้ำขนาดเล็กข้างทาง ซึ่งเป็นจุดที่ค่อนข้างมืดและไร้ผู้คน แสงไฟทางส่องสว่างได้ไม่ทั่วถึง อินทุรู้สึกได้ถึงแรงดันมหาศาลที่พุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ หัวใจเต้นรัวเร็วและรุนแรงจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก สติที่เคยพยายามประคับประคองเอาไว้เริ่มหลุดลอย

‘ฉันไม่ไหวแล้ว’

ภาพเบื้องหน้าถูกตัดสลับระหว่างความมืดและความสว่างไปมา อินทุเริ่มสูญเสียการทรงตัวโดยสิ้นเชิง โลกทั้งใบหมุนคว้างเป็นวงกลม มือสั่นพยายามจะไขว่คว้าหาที่เกาะยึดไม่ให้เขาเสียหลัก

แต่กลับมีเพียงอากาศที่ว่างเปล่า ก่อนที่ตัวเขาจะเอนเอียงไปด้านข้าง ที่มีเพียงแผงกั้นเตี้ยๆ ที่กั้นไว้ชั่วคราวเพื่อซ่อมราวสะพานที่ชำรุดแล้วร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่างตามแรงโน้มถ่วง

ตู้ม!

สายน้ำเย็นจัดในคลองข้างทางพุ่งเข้าโอบล้อมร่างกายของอินทุในทันที ความเย็นยะเยือกของน้ำไม่ได้ช่วยให้พิษไข้ในกายลดลง แต่มันกลับทำให้ร่างกายของเขาช็อกจนตื่นตระหนก

อินทุพยายามจะอ้าปากหายใจ แต่กลับกลายเป็นการสูดเอาน้ำคลำและดินโคลนก้นคลองเข้าสู่ปอดจนสำลักอย่างรุนแรง

ความทรมานจากการขาดอากาศหายใจพุ่งเข้าโจมตีระบบประสาททุกส่วน ร่างผอมบางดิ้นรนตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด มือเรียวไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยวในความมืดมิดใต้ผืนน้ำที่ขุ่นดำ แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าและโคลนตม

‘ฉันจะมาตายแบบนี้ไม่ได้... ฉันยังไม่ได้ล้างมลทินให้ตัวเองเลย...’

จิตวิญญาณตัวแม่ล้านฟอลกรีดร้องอยู่ในใจด้วยความแค้น

ภาพใบหน้าสะใจของมายด์และรอยยิ้มเย็นชาของพีทผุดขึ้นมาในสมองเป็นครั้งสุดท้าย ราวกับหนังที่ถูกฉายด้วยความเร็วสูง ก่อนที่ความเจ็บปวดจากการสำลักน้ำจะค่อยๆ จางหายไป เปลี่ยนแทนที่ด้วยความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งตัว

สายตาของอินทุเริ่มพร่ามัว ภาพความมืดมิดของผืนน้ำค่อยๆ กลืนกินทุกอย่างไปจนหมด เสียงของน้ำที่ไหลผ่านหูดังแผ่วลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งทุกอย่างดับวูบไป พร้อมกับลมหายใจสุดท้ายของบิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดังที่ทิ้งร่างจมดิ่งลงสู่ก้นคลองอันโดดเดี่ยว

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
5 فصول
บทที่ 1 แสงไฟ หน้ากล้อง และตะกอนก้นคลอง
ทำความเข้าใจก่อนอ่านกันสักนิดนิยายเรื่องนี้จะมีสองช่วงเวลาคือปัจจุบันและช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยเนื้อหาทั้งหมดเกิดจากจินตนาการของ A'vigetor เองซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์แต่อย่างใด ทั้งหมดเป็นเพียงการอ้างถึงช่วงเวลาเท่านั้นเนื้อหาเป็นโลก Omegaverse ที่ผู้ชายสามารถท้องได้ ซึ่ง A'vigetor ขอใช้คำเรียกแทนเพศรองในนิยายตามนี้นะครับอัลฟ่า = สุริยะ ถือเป็นชายเหนือชาย เป็นผู้มีกลิ่นกายที่สามารถกดข่มศศิธร ให้ยอมหรือหวาดกลัวได้ ทั้งเข้มแข็งและน่าเกรงขาม ส่วนใหญ่จะเป็นนักรบและชนชั้นสูงเบต้า = ดารกะ ปุถุชนคนธรรมดาทั้งชายและหญิงที่ไม่มีกลิ่นกาย แต่สามารถรับรู้ถึงกลิ่นกายของผู้ที่มีเพศรองได้ หากเพศรองผู้นั้นมีกลิ่นอายที่เข้มแข็งพอโอเมก้า = ศศิธร ชายผู้ที่สามารถตั้งครรภ์ได้เช่นสตรีทั่วไป รูปร่างบอบบาง มีกลิ่นกายชวนหลงใหล แม้ดารกะหนุ่มจะไม่สามารถได้กลิ่นกายเหมือนกับสุริยะ แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาก็ยังสามารถทำให้ดารกะหนุ่มคลั่งไคล้ได้รัท = เป็นสัด อาการที่สุริยะมีความต้องการทางเพศสูง สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลายามที่ได้กลิ่นกายของศศิธรที่อยู่ในช่วงตกไข่ และเมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ของตัวเองฮีท
last updateآخر تحديث : 2026-07-18
اقرأ المزيد
บทที่ 2 หายใจแล้วไปต่อ
ในความมืดอันเป็นนิรันดร์ที่อินทุคิดว่าเขาคงต้องลงนรกหรือไม่ก็ไปสู่ภพภูมิอื่น จู่ ๆ กลับมีแรงดึงดูดมหาศาลกระชากจิตวิญญาณของเขาให้หลุดลอยขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วทั้งตัว โดยเฉพาะที่บริเวณหน้าอกที่รู้สึกอัดแน่นจนแทบจะระเบิดออกเฮือก!อินทุทะลึ่งพรวดขึ้นมาพร้อมกับเสียงสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างรุนแรงเขาสะบัดหน้าไอออกมาเป็นน้ำและเสมหะเหนียวข้น ร่างกายทุกส่วนสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บ แต่อารมณ์แรกที่พุ่งขึ้นมาในสมองคือความงุนงง‘ฉันยังไม่ตายเหรอ? มีคนช่วยขึ้นมาจากคลองงั้นสินะ’มันเป็นเพียงความคิดแรกเท่านั้น แต่เมื่อดวงตากลมโตค่อย ๆ ปรับแสงได้ ความเป็นจริงเบื้องหน้ากลับทำให้อินทุต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจอีกรอบภาพที่เขาเห็นไม่ใช่เพดานสีขาวของห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาล และไม่ใช่สายระโยงระยางของเครื่องช่วยหายใจ หากแต่เป็นเพดานไม้กระดานโบราณที่มีคราบน้ำฝนและรอยผุพัง กลิ่นอายที่ลอยมากระทบจมูกก็ไม่ใช่กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค แต่เป็นกลิ่นอับชื้นของไม้เก่า กลิ่นธูปสมุนไพรจาง ๆ และกลิ่นน้ำอบไทยโบราณที่ชวนให้เวียนหัว“ฟื้นแล้ว! คุณหนูดอกพุดฟื้นแล้วแม่นิ่ม!” เสี
last updateآخر تحديث : 2026-07-18
اقرأ المزيد
บทที่ 3 เมียแต่งที่ถูกชัง
“คุณหนูดอกพุด... เหตุใดจึ่งนิ่งเงียบไปเล่าเจ้าคะ หรือยังเจ็บไข้ตรงไหนอยู่ บอกแม่นิ่มเถิดเจ้าค่ะ”น้ำเสียงสั่นๆ ที่แฝงความเป็นห่วงของแม่นิ่มดึงให้อินทุในร่างใหม่หลุดออกจากห้วงความคิดของตัวเองเพื่อมาเผชิญหน้ากับความจริงของตัวตนในโลกใบใหม่อย่างท้าทายชายหนุ่มกะพริบตาถี่ ๆ พลางพยุงร่างกายอันเทอะทะของตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียงไม้กระดานเหลี่ยม ท้องไส้ของเขายังคงปั่นป่วนด้วยพิษไข้ที่หลงเหลือ แต่สิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่าอาการป่วยคือสัมผัสของร่างกายนี้‘อึดอัดชะมัด พุงเป็นชั้นเชียว!’อินทุแอบบ่นในใจ ก่อนจะก้มมองดูรูปร่างตัวเองอย่างจริงๆ จังๆ แล้วก็รู้ว่าร่างกายนี้อยู่ในขั้นที่พังยับ แต่คำถามบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัวเลยลองเลียบๆ เคียงๆ ถามออกไป"เออ... แม่นิ่มครับ ผมกับท่านขุนแต่งงานกันได้ยังไงครับ แสดงว่าเมื่อก่อนนี้ผมคงหน้าตาดีมากเลยใช่ไหมครับ""เมื่อก่อนก็เห็นว่าจะดีกว่าตอนนี้มิมากดอกเจ้าค่ะ"'ห๊ะ! นี่เธอไม่เคยดูแลตัวเองเลยเหรอยัยดอกพุด '"อะ... อ้าว แล้วทำไมผมถึงมาแต่งงานกับท่านขุนได้เหรอครับ""คุณหนูจำกระไรมิได้เลยรึเจ้าคะ?"ใบหน้าอ้วนกลมพยักขึ้นลงจนแก้มยุ้ยเด้งดึ๋ง สองบ่าวหันไปมองหน้ากัน
last updateآخر تحديث : 2026-07-18
اقرأ المزيد
บทที่ 4 ปะทะคารมคุณพี่ธงแดง
แสงอัสดงย้อมขอบฟ้าทิศตะวันตกของเรือนใหญ่ให้กลายเป็นสีส้มอมทองสลับแดงชาด ดูงดงามแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความร้อนรุ่มทว่าบรรยากาศภายในห้องอาบน้ำกว้างขวางท้ายเรือนประธานกลับทวีความอึดอัดระอุยิ่งกว่าสภาพอากาศภายนอกหลายเท่าตัว บารมีสุริยะอันทรงพลังของขุนพิรุณแผ่ซ่านกึ่งข่มขู่กึ่งระบายโทสะที่คุกรุ่นมาตลอดทั้งวันจากการโดนปฏิเสธเรื่องการหย่า ร่างสูงใหญ่กำยำทอดกายเปลือยท่อนบนนั่งอยู่บนม้าตั่งไม้ขัดมันตัวยาว ข้างถังน้ำไม้ขูดผิวเรียบใบยักษ์ นัยน์ตาเรียวดุจพยัคฆ์จดจ้องไปยังผืนประตูกั้นห้องด้วยความกระวนกระวายใจขุนพิรุณคาดหวังจะใช้อำนาจที่มี แกล้งกดข่มใช้งานหนักเพื่อดัดสันดานและบีบบังคับให้ดอกพุดรู้สำนึก ยอมคุกเข่าอ้อนวอนขอหย่าขาดเพื่อหนีไปจากความยากลำบากเยี่ยงทาสไพร่ ทว่าเมื่อบานประตูกระดานไม้เลื่อนเปิดออก ศศิธรตรงหน้ากลับก้าวเท้าเข้ามาด้วยท่วงท่าที่นิ่งสงบจนน่าประหลาดใจนัก เมื่อวานงานที่คลังแสงก็เรียบร้อยทันเพลาแถมยังยิ้มร่าราวกับถูกอกถูกใจนัก แม้รูปร่างของดอกพุดในยามนี้จะยังคงอ้วนท้วมหนาหนั่นราวกับโอ่งสามโคก มิได้เพรียวบางอรชรน่าทะนุถนอมตามวิสัยศศิธรบรรดาศักดิ์ในพระนคร ทว่าผิวพรรณเนื้อตัวที่เคยถูก
last updateآخر تحديث : 2026-08-13
اقرأ المزيد
บทที่ 5 รับงานของคุณพี่
 ผ่านไปเกือบสองอาทิตย์แล้วที่เรือนหลังสงบเงียบ นับตั้งแต่วันที่ขุนพิรุณโดนดอกพุดตอกกลับนิ่มๆ จนต้องสะบัดหน้าหนีกลับเรือนใหญ่ไป ทีนี่จึงกลายเป็นห้องทดลองขนาดย่อมของบิวตี้บล็อกเกอร์ล้านฟอลไปโดยปริยาย อินทุในร่างดอกพุดนั่งอยู่หน้ากระจกบานเก่าที่สะท้อนเงาเจ้าของร่างที่ตนเองมาอยู่อย่างพิจารณาผิวพรรณที่เคยแห้งกร้านแตกลอกเป็นขุย ตอนนี้เริ่มเนียนนุ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วยสรรพคุณของมะขามเปียกและขมิ้นชันที่ช่วยขัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไป จนตอนนี้ผิวเริ่มอิ่มน้ำและลดอาการอักเสบบวมแดงลงไปมาก แต่ยังติดเรื่องรูปร่างที่อ้วนกลมและชั้นไขมันหนายังคงอยู่'อืม... ดูเหมือนตอนนี้ผิวจะเริ่มดีขึ้นล่ะ รูขุมขนก็กระชับ ขี้ไคลที่สะสมก็หลุดออกไปเกือบหมด ยังเหลือเรื่องน้ำหนักที่ต้องคุมแป้ง ตัดโซเดียมต่อ แบบนี้อีกไม่นานเกินรอ ออร่าของเมียชังคนนี้จะกลับมาเฉิดฉายจนกระแทกตาท่านขุนธงแดงแตกแน่ๆ'ดอกพุดคิดในใจพลางใช้นิ้วนวดคลึงกรอบหน้าตามแนวต่อมน้ำเหลืองเพื่อลดอาการบวม“คุณหนูดอกพุดเจ้าคะ... วันนี้ท่านขุนสั่งความลงมา ให้คุณหนูขึ้นไปพบที่ห้องทำงานเรือนใหญ่เจ้า
last updateآخر تحديث : 2026-08-14
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status