เกิดเป็นเมียอัปลักษณ์ของขุนพิรุณ

เกิดเป็นเมียอัปลักษณ์ของขุนพิรุณ

last updateLast Updated : 2026-09-23
By:  A'vigetorOngoing
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
10
9 ratings. 9 reviews
20Chapters
220views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

อยู่ๆ ก็ตายไปแบบไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างศศิธรเมียอัปลักษณ์ของชายหนุ่มรูปงามอย่างขุนพิรุณ ในสถานะของเมียชัง ที่ไม่ควรมาหยุดยืนอยู่ให้สามีรำคาญสายตา

View More

Chapter 1

บทที่ 1 แสงไฟ หน้ากล้อง และตะกอนก้นคลอง

 ทำความเข้าใจก่อนอ่านกันสักนิด

นิยายเรื่องนี้จะมีสองช่วงเวลาคือปัจจุบันและช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยเนื้อหาทั้งหมดเกิดจากจินตนาการของ A'vigetor เองซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์แต่อย่างใด ทั้งหมดเป็นเพียงการอ้างถึงช่วงเวลาเท่านั้น

เนื้อหาเป็นโลก Omegaverse ที่ผู้ชายสามารถท้องได้ ซึ่ง A'vigetor ขอใช้คำเรียกแทนเพศรองในนิยายตามนี้นะครับ

อัลฟ่า = สุริยะ ถือเป็นชายเหนือชาย เป็นผู้มีกลิ่นกายที่สามารถกดข่มศศิธร ให้ยอมหรือหวาดกลัวได้ ทั้งเข้มแข็งและน่าเกรงขาม ส่วนใหญ่จะเป็นนักรบและชนชั้นสูง

เบต้า = ดารกะ ปุถุชนคนธรรมดาทั้งชายและหญิงที่ไม่มีกลิ่นกาย แต่สามารถรับรู้ถึงกลิ่นกายของผู้ที่มีเพศรองได้ หากเพศรองผู้นั้นมีกลิ่นอายที่เข้มแข็งพอ

โอเมก้า = ศศิธร ชายผู้ที่สามารถตั้งครรภ์ได้เช่นสตรีทั่วไป รูปร่างบอบบาง มีกลิ่นกายชวนหลงใหล แม้ดารกะหนุ่มจะไม่สามารถได้กลิ่นกายเหมือนกับสุริยะ แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาก็ยังสามารถทำให้ดารกะหนุ่มคลั่งไคล้ได้

รัท = เป็นสัด อาการที่สุริยะมีความต้องการทางเพศสูง สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลายามที่ได้กลิ่นกายของศศิธรที่อยู่ในช่วงตกไข่ และเมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ของตัวเอง

ฮีท = ตกไข่ ช่วงที่ศศิธรมีความต้องการทางเพศสูงและปล่อยกลิ่นกายหอมเฉพาะตัวออกมาเพื่อดึงดูดสุริยะให้เข้าหา ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ แม้แต่สุริยะก็อาจต่อสู้กันเองได้ และช่วงเวลานี้หากมีการผสมพันธ์ุกันศศิธรจะมีโอกาสตั้งครรภ์สูงมาก

-----------------

"สวัสดีครับทุกคน! กลับมาเจอกับหนูอินในช่อง In-To-Beauty อีกแล้วนะครับ วันนี้ใครที่หน้ายม หน้าพังเพราะฝุ่นควัน รีบๆ มารวมตัวกันตรงนี้ด่วนๆ เลยนะ! เพราะอินมีสกินแคร์ตัวเด็ดที่จะมาช่วยกู้ชีพผิวแบบเร่งรัดมาป้ายยาเพื่อนๆ กัน"

เสียงพูดที่เคยเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานด้านบวกและรอยยิ้มที่จริงใจดังสะท้อนอยู่ในความทรงจำ ภาพของชายหนุ่มร่างโปร่ง ผิวขาวจัดจนเกือบโปร่งแสง ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดีอย่างลงตัว ไม่มีโดดเด้งจนโอเว่อร์หรือดรอปจนน่าเกลียด มันคือความพอดีของกูรูที่รู้จริงเรื่องความสวยความงาม

แต่ทุกอย่างกำลังจะกลายเป็นอดีต หลังจากที่เจ้าแม่ล้านฟอลมีข่าวฉาวหลุดออกมาว่าเป็นมือที่สามในสมการความรักของเพื่อนสนิทตัวเองจากเพจชื่อดังในการขุดคุ้ย ก่อนจะมีอีกหลายเพจที่ดาหน้ากันหาข้อมูลมาแฉแบบรู้ลึกรู้จริง

จากที่เคยยืนหนึ่งรับแสงแฟลชและฟอลโลว์เวอร์หลักล้าน ตอนนี้ยอดกลับดิ่งลงเหวเหลือไม่ถึงหลักพัน... ทุกอย่างกลายเป็นแค่อดีตที่คอยตอกย้ำความโง่ ที่ดันไปเชื่อใจคนผิด

สตูดิโอเล็กๆ ในคอนโดหรูใจกลางเมือง ถูกปิดเงียบ ไม่มีการไลฟ์สด ทั้งห้องมีแค่แสงไฟสลัวจากด้านนอกที่ส่องผ่านกระจกเข้ามากับแสงสีฟ้าจากหน้าจอโทรศัพท์ที่ส่องกระทบหน้าซูบซีดไร้ออร่าความเป๊ะปัง

ขอบตาของอินทุดำคล้ำเพราะไม่ได้นอนมาหลายคืน แขนที่ผอมแห้งจากการกินเท่าแมวดมมาหลายวัน นิ้วเกร็งที่ยังไล่ปัดเลื่อนหน้าจออ่านคอมเมนต์ที่ไม่ใช่อวยยศหรือชื่นชมเหมือนเมื่อก่อน เกือบร้อยละเก้าสิบมันคือคำด่าทอ ที่เรียกได้ว่าเขาโดนทัวร์ลงอย่างสมบูรณ์

'อีอิน... อีหน้าไหว้หลังหลอก แย่งแฟนเพื่อนตัวเองแล้วยังมาลอยหน้าลอยตาทำคลิปสอนแต่งหน้าอีกเหรอ สภาพ!’

‘ผิดหวังมาก ตามมาตั้งแต่ห้าแสนฟอลล่ะ ไม่คิดว่าเบื้องหลังจะสกปรกขนาดนี้ งานนี้ต้องอันฟอลค่ะ’

‘คว่ำบาตรทุกแบรนด์ที่จ้างมัน! คนหน้าด้าน ชอบแย่งแฟนเพื่อน!’

อินทุแค่นยิ้มสมเพชให้ตนเองในความมืด ดวงตากลมโตที่เคยทอประกายสดใสแต่ตอนนี้กลับเลื่อนลอยไม่ต่างกับคนที่ตายแล้ว ความแข็งแกร่งที่เคยเอาอยู่กับรถทัวร์นับร้อยนับพัน แถมยังตอกกลับจนชนะมาก็เยอะ เพราะเขารู้ดีว่ากระแสโซเชียลมันมาไวไปไว และอีกไม่นานคนก็จะเปลี่ยนไปสนใจเรื่องใหม่ๆ

แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของอินทุเหนื่อยล้า กลับไม่ใช่คนนับพันที่รุมด่าแต่มันเป็นแค่สองคนที่อยู่ใกล้ตัวและเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังดราม่าระยำตำบอนในครั้งนี้

คนหนึ่งคือ ‘พีท’ แฟนหนุ่มนักธุรกิจที่คบกันมาสามปี คนที่อินทุรักและไว้ใจที่สุด ยอมทุ่มเทเงินทองและชื่อเสียงช่วยโปรโมตบริษัทสกินแคร์เล็กๆ ของเขาให้จนรุ่งเรือง และอีกคนหนึ่งคือ ‘มายด์’ เพื่อนสนิทคนเดียวในวงการบิวตี้บล็อกเกอร์ คนที่อินทุเคยจูงมือพามาแคสต์งาน แบ่งปันสูตรลับการดูแลผิวให้โดยไม่เคยหวงวิชา

แต่สิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมา...

สองคนนั้น... นอกจากจะไม่เห็นค่าแล้ว คนที่เขาคิดว่าเป็นโลกทั้งใบยังรวมหัวกันสวมเขาให้อินทุอย่างเจ็บแสบ

ไม่เพียงแค่แอบมีอะไรกันลับหลัง แต่เมื่อเรื่องราวใกล้จะแตกพวกนั้นรู้ดีว่าชื่อเสียงของตัวเองจะพังพินาศ มายด์กับพีทเลือกที่จะชิงลงมือก่อนด้วยการสร้างเรื่องราวดราม่าระดับมหากาพย์ ปล่อยแชตปลอม ตัดต่อรูปภาพ และสร้างหลักฐานเท็จโยนบาปทั้งหมดมาให้อินทุ

กลายเป็นว่าอินทุคือมือที่สามที่เข้าไปแทรกกลางในสมการความรักอันบริสุทธิ์ของเพื่อนสนิทและแฟนหนุ่ม พวกนั้นบิดเบือนความจริงจนสังคมตราหน้าว่าเขาเป็นตัวร้ายที่แย่งแฟนเพื่อน

“อิน... พีทขอโทษนะ แต่บริษัทของพีทกำลังจะเข้าตลาดหุ้น พีทจะเสียชื่อเสียงไม่ได้ มายด์เองก็กำลังจะได้งานเป็นพรีเซนเตอร์แบรนด์ใหญ่ ถือว่าอินช่วยพวกเราเป็นครั้งสุดท้ายเถอะนะ”

นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่พีทโทรมาบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความสำนึกผิด ก่อนจะตัดสายและบล็อกทุกช่องทางการติดต่อ ทิ้งให้อินทุยืนนิ่งค้างอยู่กลางมรสุมไซเบอร์บูลลี่ที่บ้าคลั่งราวกับคลื่นสึนามิที่พร้อมจะกลืนกินชีวิตของเขาให้จมดิ่งลงสู่ก้นทะเลลึก

‘เหอะ... ตัวแม่ล้านฟอลหรอ สุดท้ายก็เป็นได้แค่ไอ้อีหน้าโง่ที่โดนเขาหลอกจนหมดตัว’

อินทุคิดในใจหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแผ่วเบานั้นฟังดูแหบแห้งและเต็มไปด้วยความสมเพชตัวเองอย่างที่สุด

แม้จิตใต้สำนึกในฐานะอินทุผู้แข็งแกร่งจะบอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่า ‘กูยังไหว’ และ ‘ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย’ แต่กลไกทางร่างกายกลับไม่ยอมฟังด้วย อาการเครียดลงกระเพาะอย่างรุนแรงทำให้เขาไม่สามารถกลืนอาหารลงคอได้เลยแม้แต่คำเดียวตลอดสามวันที่ผ่านมา อาการปวดหัวตุบ ๆ จากการนอนไม่หลับเริ่มลามไปทั่วทั้งศีรษะจนตาทั้งสองข้างพร่ามัว ร่างบางเริ่มสั่นเทาด้วยพิษไข้ที่รุมเร้า

อินทุพยายามพยุงร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงลุกขึ้นจากเตียงนอน เขาจำเป็นต้องกินยา อย่างน้อยก็ยาพาราเซตามอลหรือยาแก้ไข้สักเม็ด แต่เมื่อเปิดตู้ยาในห้องกลับพบเพียงความว่างเปล่า

“ต้องออกไปซื้อ...” เสียงแหบพร่าพึมพำกับตัวเอง

อินทุหยิบเสื้อฮู้ดตัวใหญ่มาสวมทับเพื่อปกปิดใบหน้าและรูปร่างที่ซูบผอมจนผิดหูผิดตา จากนั้นจึงพาร่างที่สั่นเทาเดินออกจากห้องพัก กดลิฟต์ลงมายังชั้นล่างสุดของคอนโดหรูอย่างยากลำบาก ในหัวของเขามันหมุนคว้าง ราวกับโลกทั้งใบกำลังเอียงไปมา

อากาศภายนอกในค่ำคืนนี้ค่อนข้างอบอ้าว แต่สำหรับคนที่เป็นไข้สูงอย่างอินทุกลับรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูก สองเท้าที่สวมรองเท้าแตะก้าวเดินไปตามฟุตบาทริมถนนใหญ่อย่างไร้ทิศทาง แสงไฟจากรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาสาดกระทบดวงตาจนรู้สึกปวดร้าวในสมอง ทุกสิ่งรอบตัวดูเลือนรางและบิดเบี้ยวไปหมด

‘ร้านขายยา... ร้านขายยาอยู่ไหนนะ’

อินทุพยายามกวาดสายตามองหาป้ายร้านขายยาที่อยู่ใกล้ที่สุด ร่างกายของเขาหนักเหมือนกับมีก้อนหินนับตันมาถ่วงไว้ ทุกก้าวที่เหยียบลงบนพื้นคอนกรีตก็เหมือนกำลังเดินอยู่บนปุยเมฆที่พร้อมจะยุบตัวลงไปได้ทุกเมื่อ ลมหายใจที่พ่นออกมาจากจมูกและปากก็ร้อนผ่าวจนแทบจะลวกผิว

อาการของอินทุเข้าขั้นวิกฤต ทั้งความเครียดสะสม ทั้งพิษไข้ และการขาดอาหารกำลัังรวมตัวกันโจมตีระบบประสาท

จนกระทั่งเดินมาถึงช่วงสะพานข้ามคลองส่งน้ำขนาดเล็กข้างทาง ซึ่งเป็นจุดที่ค่อนข้างมืดและไร้ผู้คน แสงไฟทางส่องสว่างได้ไม่ทั่วถึง อินทุรู้สึกได้ถึงแรงดันมหาศาลที่พุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ หัวใจเต้นรัวเร็วและรุนแรงจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก สติที่เคยพยายามประคับประคองเอาไว้เริ่มหลุดลอย

‘ฉันไม่ไหวแล้ว’

ภาพเบื้องหน้าถูกตัดสลับระหว่างความมืดและความสว่างไปมา อินทุเริ่มสูญเสียการทรงตัวโดยสิ้นเชิง โลกทั้งใบหมุนคว้างเป็นวงกลม มือสั่นพยายามจะไขว่คว้าหาที่เกาะยึดไม่ให้เขาเสียหลัก

แต่กลับมีเพียงอากาศที่ว่างเปล่า ก่อนที่ตัวเขาจะเอนเอียงไปด้านข้าง ที่มีเพียงแผงกั้นเตี้ยๆ ที่กั้นไว้ชั่วคราวเพื่อซ่อมราวสะพานที่ชำรุดแล้วร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่างตามแรงโน้มถ่วง

ตู้ม!

สายน้ำเย็นจัดในคลองข้างทางพุ่งเข้าโอบล้อมร่างกายของอินทุในทันที ความเย็นยะเยือกของน้ำไม่ได้ช่วยให้พิษไข้ในกายลดลง แต่มันกลับทำให้ร่างกายของเขาช็อกจนตื่นตระหนก

อินทุพยายามจะอ้าปากหายใจ แต่กลับกลายเป็นการสูดเอาน้ำคลำและดินโคลนก้นคลองเข้าสู่ปอดจนสำลักอย่างรุนแรง

ความทรมานจากการขาดอากาศหายใจพุ่งเข้าโจมตีระบบประสาททุกส่วน ร่างผอมบางดิ้นรนตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด มือเรียวไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยวในความมืดมิดใต้ผืนน้ำที่ขุ่นดำ แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าและโคลนตม

‘ฉันจะมาตายแบบนี้ไม่ได้... ฉันยังไม่ได้ล้างมลทินให้ตัวเองเลย...’

จิตวิญญาณตัวแม่ล้านฟอลกรีดร้องอยู่ในใจด้วยความแค้น

ภาพใบหน้าสะใจของมายด์และรอยยิ้มเย็นชาของพีทผุดขึ้นมาในสมองเป็นครั้งสุดท้าย ราวกับหนังที่ถูกฉายด้วยความเร็วสูง ก่อนที่ความเจ็บปวดจากการสำลักน้ำจะค่อยๆ จางหายไป เปลี่ยนแทนที่ด้วยความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งตัว

สายตาของอินทุเริ่มพร่ามัว ภาพความมืดมิดของผืนน้ำค่อยๆ กลืนกินทุกอย่างไปจนหมด เสียงของน้ำที่ไหลผ่านหูดังแผ่วลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งทุกอย่างดับวูบไป พร้อมกับลมหายใจสุดท้ายของบิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดังที่ทิ้งร่างจมดิ่งลงสู่ก้นคลองอันโดดเดี่ยว

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviewsMore

Damis Mis
Damis Mis
อัพเดทด้วยค่ะรออยู่.........
2026-09-21 23:28:07
0
0
Damis Mis
Damis Mis
อัพเดทหลายตอนก็ได้ค่ะ.........
2026-09-18 12:29:14
0
1
Damis Mis
Damis Mis
อัพเดทต่อให้จบหน่อยน่ะค่ะ🥹🥹🥹
2026-09-18 11:36:19
0
0
Damis Mis
Damis Mis
เข้ามาอ่านดูบ้างค่ะคุณนักเขียน
2026-09-15 23:03:17
0
0
Damis Mis
Damis Mis
นักเขียนอยู่ไหนช่วยอัพเดทให้จบด้วยค่ะ ช่วยเข้ามาอ่านหน่อยจ๊ะ
2026-09-09 23:23:28
0
0
20 Chapters
บทที่ 1 แสงไฟ หน้ากล้อง และตะกอนก้นคลอง
ทำความเข้าใจก่อนอ่านกันสักนิดนิยายเรื่องนี้จะมีสองช่วงเวลาคือปัจจุบันและช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยเนื้อหาทั้งหมดเกิดจากจินตนาการของ A'vigetor เองซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์แต่อย่างใด ทั้งหมดเป็นเพียงการอ้างถึงช่วงเวลาเท่านั้นเนื้อหาเป็นโลก Omegaverse ที่ผู้ชายสามารถท้องได้ ซึ่ง A'vigetor ขอใช้คำเรียกแทนเพศรองในนิยายตามนี้นะครับอัลฟ่า = สุริยะ ถือเป็นชายเหนือชาย เป็นผู้มีกลิ่นกายที่สามารถกดข่มศศิธร ให้ยอมหรือหวาดกลัวได้ ทั้งเข้มแข็งและน่าเกรงขาม ส่วนใหญ่จะเป็นนักรบและชนชั้นสูงเบต้า = ดารกะ ปุถุชนคนธรรมดาทั้งชายและหญิงที่ไม่มีกลิ่นกาย แต่สามารถรับรู้ถึงกลิ่นกายของผู้ที่มีเพศรองได้ หากเพศรองผู้นั้นมีกลิ่นอายที่เข้มแข็งพอโอเมก้า = ศศิธร ชายผู้ที่สามารถตั้งครรภ์ได้เช่นสตรีทั่วไป รูปร่างบอบบาง มีกลิ่นกายชวนหลงใหล แม้ดารกะหนุ่มจะไม่สามารถได้กลิ่นกายเหมือนกับสุริยะ แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาก็ยังสามารถทำให้ดารกะหนุ่มคลั่งไคล้ได้รัท = เป็นสัด อาการที่สุริยะมีความต้องการทางเพศสูง สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลายามที่ได้กลิ่นกายของศศิธรที่อยู่ในช่วงตกไข่ และเมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ของตัวเองฮีท
last updateLast Updated : 2026-07-18
Read more
บทที่ 2 หายใจแล้วไปต่อ
ในความมืดอันเป็นนิรันดร์ที่อินทุคิดว่าเขาคงต้องลงนรกหรือไม่ก็ไปสู่ภพภูมิอื่น จู่ ๆ กลับมีแรงดึงดูดมหาศาลกระชากจิตวิญญาณของเขาให้หลุดลอยขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วทั้งตัว โดยเฉพาะที่บริเวณหน้าอกที่รู้สึกอัดแน่นจนแทบจะระเบิดออกเฮือก!อินทุทะลึ่งพรวดขึ้นมาพร้อมกับเสียงสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างรุนแรงเขาสะบัดหน้าไอออกมาเป็นน้ำและเสมหะเหนียวข้น ร่างกายทุกส่วนสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บ แต่อารมณ์แรกที่พุ่งขึ้นมาในสมองคือความงุนงง‘ฉันยังไม่ตายเหรอ? มีคนช่วยขึ้นมาจากคลองงั้นสินะ’มันเป็นเพียงความคิดแรกเท่านั้น แต่เมื่อดวงตากลมโตค่อย ๆ ปรับแสงได้ ความเป็นจริงเบื้องหน้ากลับทำให้อินทุต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจอีกรอบภาพที่เขาเห็นไม่ใช่เพดานสีขาวของห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาล และไม่ใช่สายระโยงระยางของเครื่องช่วยหายใจ หากแต่เป็นเพดานไม้กระดานโบราณที่มีคราบน้ำฝนและรอยผุพัง กลิ่นอายที่ลอยมากระทบจมูกก็ไม่ใช่กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค แต่เป็นกลิ่นอับชื้นของไม้เก่า กลิ่นธูปสมุนไพรจาง ๆ และกลิ่นน้ำอบไทยโบราณที่ชวนให้เวียนหัว“ฟื้นแล้ว! คุณหนูดอกพุดฟื้นแล้วแม่นิ่ม!” เสี
last updateLast Updated : 2026-07-18
Read more
บทที่ 3 เมียแต่งที่ถูกชัง
“คุณหนูดอกพุด... เหตุใดจึ่งนิ่งเงียบไปเล่าเจ้าคะ หรือยังเจ็บไข้ตรงไหนอยู่ บอกแม่นิ่มเถิดเจ้าค่ะ”น้ำเสียงสั่นๆ ที่แฝงความเป็นห่วงของแม่นิ่มดึงให้อินทุในร่างใหม่หลุดออกจากห้วงความคิดของตัวเองเพื่อมาเผชิญหน้ากับความจริงของตัวตนในโลกใบใหม่อย่างท้าทายชายหนุ่มกะพริบตาถี่ ๆ พลางพยุงร่างกายอันเทอะทะของตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียงไม้กระดานเหลี่ยม ท้องไส้ของเขายังคงปั่นป่วนด้วยพิษไข้ที่หลงเหลือ แต่สิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่าอาการป่วยคือสัมผัสของร่างกายนี้‘อึดอัดชะมัด พุงเป็นชั้นเชียว!’อินทุแอบบ่นในใจ ก่อนจะก้มมองดูรูปร่างตัวเองอย่างจริงๆ จังๆ แล้วก็รู้ว่าร่างกายนี้อยู่ในขั้นที่พังยับ แต่คำถามบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัวเลยลองเลียบๆ เคียงๆ ถามออกไป"เออ... แม่นิ่มครับ ผมกับท่านขุนแต่งงานกันได้ยังไงครับ แสดงว่าเมื่อก่อนนี้ผมคงหน้าตาดีมากเลยใช่ไหมครับ""เมื่อก่อนก็เห็นว่าจะดีกว่าตอนนี้มิมากดอกเจ้าค่ะ"'ห๊ะ! นี่เธอไม่เคยดูแลตัวเองเลยเหรอยัยดอกพุด '"อะ... อ้าว แล้วทำไมผมถึงมาแต่งงานกับท่านขุนได้เหรอครับ""คุณหนูจำกระไรมิได้เลยรึเจ้าคะ?"ใบหน้าอ้วนกลมพยักขึ้นลงจนแก้มยุ้ยเด้งดึ๋ง สองบ่าวหันไปมองหน้ากัน
last updateLast Updated : 2026-07-18
Read more
บทที่ 4 ปะทะคารมคุณพี่ธงแดง
แสงอัสดงย้อมขอบฟ้าทิศตะวันตกของเรือนใหญ่ให้กลายเป็นสีส้มอมทองสลับแดงชาด ดูงดงามแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความร้อนรุ่มทว่าบรรยากาศภายในห้องอาบน้ำกว้างขวางท้ายเรือนประธานกลับทวีความอึดอัดระอุยิ่งกว่าสภาพอากาศภายนอกหลายเท่าตัว บารมีสุริยะอันทรงพลังของขุนพิรุณแผ่ซ่านกึ่งข่มขู่กึ่งระบายโทสะที่คุกรุ่นมาตลอดทั้งวันจากการโดนปฏิเสธเรื่องการหย่า ร่างสูงใหญ่กำยำทอดกายเปลือยท่อนบนนั่งอยู่บนม้าตั่งไม้ขัดมันตัวยาว ข้างถังน้ำไม้ขูดผิวเรียบใบยักษ์ นัยน์ตาเรียวดุจพยัคฆ์จดจ้องไปยังผืนประตูกั้นห้องด้วยความกระวนกระวายใจขุนพิรุณคาดหวังจะใช้อำนาจที่มี แกล้งกดข่มใช้งานหนักเพื่อดัดสันดานและบีบบังคับให้ดอกพุดรู้สำนึก ยอมคุกเข่าอ้อนวอนขอหย่าขาดเพื่อหนีไปจากความยากลำบากเยี่ยงทาสไพร่ ทว่าเมื่อบานประตูกระดานไม้เลื่อนเปิดออก ศศิธรตรงหน้ากลับก้าวเท้าเข้ามาด้วยท่วงท่าที่นิ่งสงบจนน่าประหลาดใจนัก เมื่อวานงานที่คลังแสงก็เรียบร้อยทันเพลาแถมยังยิ้มร่าราวกับถูกอกถูกใจนัก แม้รูปร่างของดอกพุดในยามนี้จะยังคงอ้วนท้วมหนาหนั่นราวกับโอ่งสามโคก มิได้เพรียวบางอรชรน่าทะนุถนอมตามวิสัยศศิธรบรรดาศักดิ์ในพระนคร ทว่าผิวพรรณเนื้อตัวที่เคยถูก
last updateLast Updated : 2026-08-13
Read more
บทที่ 5 รับงานของคุณพี่
 ผ่านไปเกือบสองอาทิตย์แล้วที่เรือนหลังสงบเงียบ นับตั้งแต่วันที่ขุนพิรุณโดนดอกพุดตอกกลับนิ่มๆ จนต้องสะบัดหน้าหนีกลับเรือนใหญ่ไป ทีนี่จึงกลายเป็นห้องทดลองขนาดย่อมของบิวตี้บล็อกเกอร์ล้านฟอลไปโดยปริยาย อินทุในร่างดอกพุดนั่งอยู่หน้ากระจกบานเก่าที่สะท้อนเงาเจ้าของร่างที่ตนเองมาอยู่อย่างพิจารณาผิวพรรณที่เคยแห้งกร้านแตกลอกเป็นขุย ตอนนี้เริ่มเนียนนุ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วยสรรพคุณของมะขามเปียกและขมิ้นชันที่ช่วยขัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไป จนตอนนี้ผิวเริ่มอิ่มน้ำและลดอาการอักเสบบวมแดงลงไปมาก แต่ยังติดเรื่องรูปร่างที่อ้วนกลมและชั้นไขมันหนายังคงอยู่'อืม... ดูเหมือนตอนนี้ผิวจะเริ่มดีขึ้นล่ะ รูขุมขนก็กระชับ ขี้ไคลที่สะสมก็หลุดออกไปเกือบหมด ยังเหลือเรื่องน้ำหนักที่ต้องคุมแป้ง ตัดโซเดียมต่อ แบบนี้อีกไม่นานเกินรอ ออร่าของเมียชังคนนี้จะกลับมาเฉิดฉายจนกระแทกตาท่านขุนธงแดงแตกแน่ๆ'ดอกพุดคิดในใจพลางใช้นิ้วนวดคลึงกรอบหน้าตามแนวต่อมน้ำเหลืองเพื่อลดอาการบวม“คุณหนูดอกพุดเจ้าคะ... วันนี้ท่านขุนสั่งความลงมา ให้คุณหนูขึ้นไปพบที่ห้องทำงานเรือนใหญ่เจ้า
last updateLast Updated : 2026-08-14
Read more
บทที่ 6 บันไดขั้นแรกต้องลอกคราบ
 หลังจากแบกสมุดข่อยเล่มหนากลับมาถึงเรือนหลัง ดอกพุดก็จัดแจงวางพวกมันไว้บนโต๊ะไม้เตี้ยอย่างระมัดระวัง งานคัดลอกบัญชีเสบียงทหารท้าทายความอดทนก็จริง แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นก็คือการสำรวจเรือนร่างนี้อย่างจริงจังเพื่อการปฏิวัติความเป๊ะปัง และมันเป็นอะไรที่ท้าทายวิญญาณตัวแม่ล้านฟอลเอามากๆชายหนุ่มร่างท้วมเดินกลับเข้าไปในห้องนอน ผลักบานหน้าต่างออกกว้างเพื่อให้แสงแดดยามบ่ายส่องเข้ามาสว่างที่สุด เขายอมจ่ายค่าแรงด้วยอัฐอันน้อยนิดที่มีติดตัวเพื่อให้แม่นิ่มแอบไปว่าจ้างบ่าวเรือนใหญ่ให้ช่วยกันขนย้ายกระจกทองเหลืองบานขนาดเท่าครึ่งตัวคนมาจากห้องเก็บของเก่าใต้ถุนเรือนใหญ่เพื่อเอามาตั้งไว้ในห้องดอกพุดทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิบนเสื่อกก จ้องมองภาพเงาสะท้อนในกระจกทองเหลืองที่ดูมัวแต่อบอุ่นอย่างละเอียดเป็นครั้งแรกตั้งแต่มาอยู่ในร่างนี้‘เอาล่ะ มาสแกนผิวและโครงสร้างหน้ากันแบบเรียล ๆ หน่อยซิ’ ดอกพุดใช้นิ้วหนาเชยคางตัวเองขึ้น หันซ้ายหันขวาอย่างวิเคราะห์อย่างผู้เชี่ยวชาญด้านความสวยความงามในกระจกปรากฏภาพหนุ่มน้อยร่างจ้ำม่ำ ใบหน้ากลมดิ
last updateLast Updated : 2026-08-15
Read more
บทที่ 7 ท่านขุนมาตรวจงาน
 กลิ่นหอมคล้ายดอกพุดป่าหลังฝนตกที่โชยออกมาบางเบาภายในห้องโถงเรือนหลัง แต่กลิ่นที่มีเพียงน้อยนิดอยู่แล้วกลับถูกทำลายด้วยไอความร้อนของสุริยะหนุ่มเมื่อร่างสูงย่างเท้าก้าวขึ้นเรือนมาสายตาคมกริบกวาดตามองไปรอบๆ ห้องโถงของเรือนหลังที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยความหม่นหมอง แม้ตอนนี้จะพอดูดีขึ้นมาบ้าง แต่สำหรับคนที่มีอคติเป็นที่ตั้งอย่างขุนพิรุณย่อมมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ อยู่ในสายตาหรอกฉับพลัน... เมื่อสายตาตกไปที่ร่างอวบอ้วนของเมียอัปลักษณ์ที่เขาเกลียดขี้หน้า อารมณ์ฉุนเฉียวเหมือนกับไปกินรังต่อแตนมาทำให้ขุนพิรุณจงใจกระทืบเท้าแรงๆ ให้คนที่นั่งคัดลอกสมุดบญชีอยู่ที่โต๊ะรับรู้ทั้งที่อินทุเตรียมใจไว้แล้วว่าขุนพิรุณจะต้องหาเรื่องมาตรวจงานที่มอบหมาย แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะมาแนวบึ้งตึงขนาดนี้'เฮ้อ! น่าสงสารดอกพุดคนเก่าจริงๆ นะ กว่าจะผ่านไปแต่ละมื้อแต่ละเดย์กับท่านขุนธงแดงคนนี้ นี่ก็ไม่รู้ว่าเมนส์ไม่มาหรือไงคะคุณพี่ มาตรวจงานแค่นี้จะต้องทำเก๊กหน้ายักษ์ไปได้ เดี๋ยวเหอะ! ไม่เกินสี่สิบหน้าได้ย่นเป็นหมาพันธ์ุปั๊กแน่'"ดอกพุด!... นี่เจ้ากล
last updateLast Updated : 2026-08-16
Read more
บทที่ 8 ปฏิบัติการผลาญแคลลอรี่
 แสงอรุณแรกของวันทอประกายเรืองรองขับไล่ความมืดมิดออกจากเรือนหลัง เสียงนกกาเหว่าร้องก้องมาตามสายลมยามเช้าอันเย็นเยือกทว่าในยามที่ทาสและบ่าวไพร่คนอื่น ๆ ในเรือนใหญ่เพิ่งจะลุกขึ้นมาหุงหาอาหารหรือปัดกวาดเช็ดถูเรือน แต่ที่ลานดินกว้างหลังเรือนของดอกพุด กลับปรากฏความเคลื่อนไหวที่หลายคนเห็นแล้วต่างก็สงสัยเป็นการใหญ่ร่างอวบท้วมของดอกพุดในชุดผ้าเคียนอกสีเข้มขมวดแน่นและผ้าโจงกระเบนกระชับมั่น กำลังก้าวเท้าเดินด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอแต่ค่อนข้างเร็วเหมือนรีบร้อนไปตามเส้นทางรอบๆ เรือนหลังสองแขนอวบหนาที่ห่อหุ้มด้วยไขมันก็แกว่งไกวอย่างเป็นจังหวะที่ลงตัว ลมหายใจเข้าออกถูกควบคุมอย่างเป็นระบบ ใบหน้ากลมที่มีหยาดเหงื่อผุดซึมตามไรผมไม่ได้แสดงอาการเหนื่อยอ่อนจนสายตัวแทบขาดเหมือนแต่ก่อน ทว่ากลับดูมุ่งมั่นและเปี่ยมไปด้วยพลังงานอย่างล้นเหลือ“หนึ่ง... สอง... สาม... สี่... ควบคุมจังหวะก้าวเดินหน่อยนะดอกพุด อย่าเพิ่งเดินเร็วกว่านี้ เดี๋ยวร่างกายจะปรับตัวไม่ทัน"ดอกพุดพึมพำกับตัวเองเบา ๆ‘การคาดิโอด้วยการเดินเร็วตอนท้องว่างในยามเช้านี่แหละคื
last updateLast Updated : 2026-08-17
Read more
บทที่ 9 แขกไม่ได้รับเชิญ
 กลิ่นน้ำอบไทยเข้มข้นเตะจมูกจนฉุนกึก... เล่นเอาเสียของ เพราะดูท่าทางคนที่ใช้คงจะตั้งใจ ‘อาบ’ มากกว่าจะประพรมให้หอมกรุ่นเป็นแน่ ความฉุนรุนแรงนั้นทำเอาดอกพุดที่กำลังนั่งอยู่บนเสื่อกกและกำลังตั้งใจคัดลอกสมุดบัญชีเล่มที่สามยังรู้สึกได้'ในฐานะที่ฉันเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ ถ้าเอฟซีคนไหนใส่น้ำหอมฉุนขนาดนี้คงต้องแนะนำให้ไปลงคอร์สปรับทัฒนคติแน่ๆ'กลิ่นนั้นยิ่งเพิ่มความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และอินทุก็พอจะรับรู้ได้ถึงปัญหาที่กำลังใกล้ตัวเข้ามา นิ้วอวบกลมที่ผ่านการขัดสีฉวีวรรณจนเกลี้ยงเกลาเผลอรูดปลายขนนกของปากกาในมือเล่นเบาๆ แต่ตัวแม่ล้านฟอลที่เจอมาทุกรูปแบบมีเหรอจะกลัว เพราะสิ่งที่ทำให้เขาเสียสูญในชีวิตมีแค่อย่างเดียวคือตอนที่คนรักกับเพื่อนสนิทร่วมกันหักหลังก็เท่านั้น และอินทุก็ตั้งใจไว้แล้วว่านับจากนี้ตัวเขาจะไม่มีวันเสียสูญอย่างโง่ๆ ให้กับเรื่องอะไรอีก'ครั้งเดียวก็เกินพอ'ดวงตากลมโตหรี่ลงเมื่อจับกระแสกลิ่นอายของศศิธรอีกสายหนึ่งที่จงใจปลดปล่อยฟุ้งกระจายเพื่อแสดงความสูงศักดิ์ แต่เป็นกลิ่นหอมที่ปนเปไปด้วยแป้งผัดหน้าปรุงแต่งจนชวน
last updateLast Updated : 2026-08-18
Read more
บทที่ 10 ปะทะคารมขุนทหารธงแดง รอบที่สอง
  แสงแดดยามสายแผดเผาลงมายังลานดินข้างเรือนหลังจนดินเริ่มแตกระแหง ทว่าสภาพอากาศอันอบอ้าวกลับมิอาจหยุดยั้งความมุ่งมั่นของดอกพุดได้ร่างท้วมหนากระชับจอบในมือมั่น สองแขนออกแรงยกจอบขึ้นสับลงบนผืนดินอย่างเป็นจังหวะเพื่อพรวนดินรอบแปลงสมุนไพรสดที่ปลูกไว้ เม็ดเหงื่อไหลโทรมกายจนผ้าเคียนอกเนื้อหยาบสีทึบเปียกชุ่มแนบชิดไปกับแผ่นหลัง‘คนสมัยโบราณนี้โชคดีจัง ไม่ต้องไปเข้าฟิตเนสก็หาวิธีบริหารกล้ามเนื้อได้ง่ายๆ แค่นี้การควบคุมอาหารของฉันต้องเห็นผลอย่างแน่นอน แบบนี้ก็เข้าทางอินทุสินะ'ดอกพุดคิดวิเคราะห์พัฒนาการของตนเองในใจ แม้จะยังดูตัวหนาเป็นทรงกระบอกแต่พุงก็เริ่มยุบลงไปหน่อยแล้วและโหนกแก้มก็เริ่มชัดขึ้นมานิดนึงล่ะ นั่นก็เพราะการกินคอร์สโปรตีนปลาช่อนนึ่งมาเกือบเดือน พลางยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผากผิวท่อนบนที่โดนแสงแดดอยู่ตอนนี้ไม่ได้หมองคล้ำเหมือนกับคนอมโรค ซึ่งต่างจากตอนแรกที่ฟื้นมาในร่างนี้ใหม่ๆ ลิบลับ แถมตอนนี้ผิวเนื้อจริงๆ ของดอกพุดที่ถูกอินทุใช้มะขามเปียกขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปยังดูขาวกระจ่างจนเนียนตา ไม่มีสิวเสี้ยนหร
last updateLast Updated : 2026-08-19
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status