Masukคืนนั้นธีร์ได้แต่นอนคิดไม่ตก ว่าความหมายที่พี่พัฒน์พูดถึงนั้นคืออะไร เขาไม่รู้ว่าอีกคนพูดด้วยความหมายไหน หมายความว่าอะไร แล้ว… เรื่องที่บอกว่าเขาเป็นคนที่อบนั้นจริงไหม หรือแค่อารมณ์ชั่ววูบพาไปเท่านั้น
ธีร์ไม่เข้าใจอะไรสักอย่างเลย
แต่แม้ว่าจะไม่เข้าใจ แต่เขาตั้งใจแล้วว่าจะไม่แสดงท่าทีอะไรออกไป เพราะเขารู้ดีว่าการอกหัก การผิดหวัง หรือการคิดไปเอง มันเจ็บปวดมากขนาดไหน เขามั่นใจว่าเขารู้ดีกว่าใครเลยล่ะ
“ นอนไม่หลับแหะ ”
ธีร์ตัดสินใจดีดตัวลุกขึ้นมานั่งข้างเตียง ก่อนจะหยิบมือถือมาดูเวลา ซึ่งตอนนี้ก็เกือบจะตี 1 แล้ว แต่โชคดีที่พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ เขาเลยไม่ต้องรีบตื่นอะไรมากนัก
ธีร์จึงตัดสินใจเดินลงมาข้างล่างคอนโด เพื่อหวังว่าจะได้เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนบรรยากาศที่ตีกันไปมาในหัวได้บ้าง สักนิดก็ยังดีล่ะมั้ง
ติ๊ง
ในขณะที่ธีร์กำลังเดินเล่นอยู่ในร้านสะดวกซื้อในช่วงราว ๆ ตี 1 เขาก็ได้รับข้อความจากใครบางคน ซึ่งตอนนั้นเขาก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก แถมไม่ได้อยากตอบงานใครตอนนี้ด้วย เขาเลยตัดสินใจหยิบหูฟังขึ้นมาสวม แล้วเปิดเพลงคลอเบา ๆ ก่อนจะต่อแถวจ่ายเงินกับนมกล้วยที่เขาพึ่งซื้อมา
เลม่อนโซดา ถ้าไม่ใช่ร้านโปรด ก็คงไม่อยากจะกินซักเท่าไหร่
แต่เขาก็คงเปิดใจให้ตัวเองได้ในสักวันล่ะมั้ง ทั้งในเรื่องเลม่อนโซดา และคนที่เคยสั่งให้ด้วย
“ ธีร์ ธีร์หรอ ”
เขารู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่สะกิดเข้าที่ไหล่ ในตอนนั้นเองเขาก็หันไปตามทางที่เหมือนจะถูกเรียก แต่พอเป็นแบบนั้น หน้าผากของเขาก็เผลอชนกับช่วงคางของอีกคน กว่าจะโฟกัสมองว่าเป็นใครก็เกือบพากันล้มคู่ต่อหน้าร้านสะดวกซื้อ
“ โอ้ย ” ชายคนนั้นร้องเสียงหลง
“ เอ้ย ขอโทษครับ ” ธีร์รีบพยุงตัวคนตรงหน้า แต่ก็ต้องพบว่าเป็นคนคุ้นเคยซะงั้น ทว่าเป็นคนที่เขากำลังนึกถึงอยู่น่ะสิ เลยไม่รู้ว่าเป็นเรื่องที่ดีรึเปล่า
“ ไม่เป็นไร ๆ เราเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ” พัฒน์เอ่ยถามขึ้นในตอนที่พยุงตัวได้แล้ว ก่อนจะก้มลงไปหยิบนมกล้วยที่ตกอยู่ที่พื้นมาให้คนที่ยืนค้างไปแล้ว
“ อ่า ขอบคุณครับ พี่.. พี่ไม่ได้พักแถวนี้นี่ครับ ” ธีร์เอ่ยขอบคุณก่อนจะหลบสายตาลงต่ำ ด้วยความที่สู้หน้าไม่ติด
“ อ๋อ.. พี่แค่นอนไม่หลับน่ะ เลยมาขับรถเล่น แล้วจะแวะซื้อกาแฟเฉย ๆ ” พัฒน์ตอบก่อนจะส่งยิ้มให้ และดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริง เพราะธีร์สังเกตเห็นความอ่อนล้าในตาคู่นั้น ก็คจะเหนื่อยจริง ๆ นั่นแหละ หรือไม่ก็คงจะเครียดเรื่องงาน เพราะช่วงนี้พี่พัฒน์ก็มักจะบ่นเกี่ยวกับความกดดันเกี่ยวกับยอดขายของแผนกให้ฟังบ่อย ๆ หลักเลิกงาน
“ นอนไม่หลับ แต่จะดื่มกาแฟน่ะหรอครับ แล้วมันจะช่วยหรอพี่พัฒน์ ” เป็นเขาเองที่ลืมตัวดุรุ่นพี่คนนี้ไป แต่กว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่พี่พัฒน์หัวเราะออกมาเบา ๆ แล้วยื่นนิ้วมาจิ้มที่หว่างคิ้วของเขาเหมือนเคย
“ ฮ่า ๆ ขู่พี่แล้วนะเนี่ย ขนพองเลย ”
“ ผมไม่ใช่แมวครับ แล้วก็ไม่ได้ขู่ด้วย ประโยคคำถามต่างหาก ”
ธีร์ขมวดคิ้วจนแทบจะพันกันหนักกว่าเดิม แถมยังหน้ามุ่ยจนคนที่มองอยู่รู้สึกเอ็นดูไม่ไหวเลยล่ะ
“ นี่ไง ๆ ขนพองใหญ่แล้ว อย่าตะปบพี่นะ ”
“ พี่พัฒน์ หยุด ”
“ ฮ่า ๆ โอเคครับ แต่เราไม่อยากให้พี่กินกาแฟหรอ ” พัฒน์ถาม
“ ก็ตอนนี้มันตี 1 แล้วนี่ครับ จะกินกาแฟตอนนี้ แล้วจะนอนตอนไหนครับ ” ธีร์เอ่ยตอบแล้วช้อนตามองจ้องอีกคนอย่างคาดโทษ แต่คนที่สูงกว่าก็ยังยิ้มยียวนกวนประสาทอยู่ได้
“ งั้นให้พี่กินอะไรดีครับ ตี 1 แบบนี้ ” คนโตกว่าบ่นยุบ แสดงออกราวกับกำลังขอความคิดเห็นปนอ้อนไปด้วย
“ งั้น… เอานมกล้วยนี่ไปกินก็ได้ครับ ” ธีร์ที่เห็นลูกไม้อ้อนนั่น ไม่ใช่ว่าเขารู้ไม่ทัน แต่เขารับมือไม่ไหวต่างหาก เลยตัดสินใจยกนมกล้วยที่ตัวเองซื้อมาให้อีกคนจบ ๆ ไป… เพราะเขาก็ไม่สบายใจนักหรอก ถ้าอีกฝ่ายจะต้องไปกินกาแฟตอนดึก ๆ ดื่น ๆ แบบนี้
“ โห ขอบคุณนะครับ พี่จะตั้งใจกินเลย งั้นเดี๋ยวพี่เลี้ยงคืน โอเคมั้ย ” พัฒน์รับนมกล้วยมาด้วยท่าทีร่าเริงจนยิ้มกว้าง
“ พี่เลี้ยงน้ำผมทุกวันอยู่แล้วนี่ครับ ไม่เป็นไรหรอก ”
“ ไม่ได้สิ งั้นเอาเป็น วันอาทิตย์พี่เลี้ยงหนังคืน ตกลงนะ ”
ธีร์ที่ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจจนชะงัก แต่พัฒน์ไม่รอให้เสียโอกาส เขาเลยพูดขึ้นต่อทันที
“ ไปเที่ยวกับพี่นะ ไม่ใช่ฐานะรุ่นน้อง แต่เป็นฐานะคนที่พี่กำลังจีบอยู่ ได้มั้ยครับ ”
“ ได้ครับ ”
ใกล้ยามพระอาทิตย์ตกดิน แสงสีส้มสาดทอไปทั่วบริเวณ ภาพตึกต่าง ๆ ยังคงเดิม เด่นชัด และสดสวยในความรู้สึกของธีร์ แม้จะมีบางจุดที่เปลี่ยนไป แต่ในยามนี้ที่ได้เดินอยู่ข้างคนที่เขาเคยสารภาพเมื่อหลายปีก่อน แม้ว่าจะชวนให้ใจหวิว แต่ใจดวงนี้ก็ยังคงเต้นผิดจังหวะ ไม่ว่าว่าจะจากความกลัว หรือเพราะความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปจากตอนนั้น“ ตึกยังสวยเหมือนเดิมเลยเนอะ ”ธีร์พูดออกมาในตอนที่เขาเดินเลียบไปตามทางฟุตบาทที่ในตอนนี้มีคนบ้างประปราย บ้างก็กำลังปั่นจักรยาน บ้างก็กำลังวิ่งออกกำลังกายในตอนเย็น หรืออีกฝั่งของตึกก็เป็นทะเลสาบไม่กี่แห่งในเมืองหลวงแบบนี้“ อื้ม สวยมากจริง ๆ แหละ จำเมื่อก่อนได้มั้ย ที่เราชอบยืมกล้องพี่มาหัดถ่ายวิวทะเลสาบน่ะ ”พัฒน์เอ่ยพูดออกมาก่อนจะยื่นมือไปกอบกุมมือของคนที่ตัวเล็กกว่า เรียกความสนใจจากสายตานั้นได้ดี“ ครับ ตอนนั้นเหมือนพี่ใกล้จะเรียนจบ แล้วพี่ก็มาสอนผมถ่ายให้ตึกไม่เบี้ยวด้วย ”“ แล้วตอนนี้ยังถ่ายตึกเบี้ยงอยู่หรือเปล่าล่ะ ”“ ไม่เบี้ยวแล้วเถอะ ”ริมฝีปากบางยู่ขึ้นมาเล็กน้อย แต่นั่นก็เรียกเสียงหัวเราะจากพัฒน์ได้อย่างดี ก่อนที่มือหนาจะยื่นไปลูบศรีษะทุยของคนที่หน้างอเบา ๆ “ โอเค
ราว ๆ 11 โมง หลังจากที่พัฒน์จอดรถไว้ในลานจอดรถ พวกเขาก็กำลังต่อแถวกันเข้าไปในอควาเรียมชื่อดังใจกลางเมือง ในส่วนของธีร์นั้นคงไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่าคนตัวเล็กข้างหน้าที่กำลังดูตื่นตาตื่นใจไม่หยุด “ ชอบมาตั้งแต่สมัยเรียนเลยนะ ”พัฒน์พูดออกมา พลางเอื้อมมือไปจับมือเล็ก ๆ ของคนข้างตัว ในตอนที่เราเริ่มเดินเข้ามาในอุโมงค์กว้าง ที่ในวันนี้อาจจะมีคนหนาตาหน่อย เพราะเป็นวันหยุด แต่ก็ไม่ได้ถือว่าเยอะขนาดถึงขั้นอึดอัด“ ก็สัตว์ทะเลน่ารักนี่ครับ พี่พัฒน์ไม่คิดงั้นหรอ ”คนตัวเล็กเจื้อยแจ้วในขณะที่สายตามองไปมองมาไม่หยุดอืม… นั่นสินะ แต่ไม่หรอก สำหรับเขา ธีร์น่ารักกว่าพวกปลาทะเลตัวจิ๋วพวกนั้นเยอะเลย“ แต่พี่ว่าธีร์น่ารักกว่านะ แถมเดินบนบกได้ด้วย เดินจับมือแบบนี้ก็ยังได้ ”เขาพูดพลางกระชับมือให้แน่นขึ้น และเพราะแบบนั้นธีร์ที่หันมามองเขาก็ได้แต่หันหน้าหนี แสร้งทำทีเหมือนไม่ได้ยินอะไร กระนั้นมือเล็กก็ยังกระชับตอบกลับมาอยู่ดี… เขาบอกแล้ว ธีร์น่ะ น่ารักกว่าตั้งเยอะราว ๆ 1 ชั่วโมงที่คนตัวเล็กเดินไปมาจนทั่วบริเวณโซนแรก ทั้งเขาและธีร์ก็พากันมานั่งดูแผนที่กระดาศพลางนั่งพักไปด้วย เพราะดูเหมือนถึงแม้ในนี้จะมีเ
เวลานัดของพี่พัฒน์คือราว ๆ 9 โมงเช้าหน้าคาเฟ่ที่เดิม เพราะเราต่างก็มองว่าตรงนั้นเป็นจุดตรงกลางมากที่สุดแล้ว ในตอนแรกพี่พัฒน์เสนอจะมารับที่หน้าคอนโด แต่ธีร์รู้สึกไม่ชินเท่าไหร่ ถ้าอีกฝ่ายจะมารับมาส่งถึงหน้าคอนโดจึงได้ปฏิเสธไปแต่ตอนนี้ที่ราว ๆ 7 โมงครึ่ง ธีร์ก็ดันตื่นเต้นจนหลับ ๆ ตื่น ๆ มาทั้งคืน กว่าจะถึงห้องก็เกือบตี 2 แล้ว คำพูดที่อีกฝ่ายทิ้งไว้ให้เขาทำให้เขานอนพลิกไปพลิกมาเป็นชั่วโมง เลยเป็นเหตุผลให้เขาตาโหลซะขนาดนี้ สงสัยต้องหาคอนซีลเลอร์ดี ๆ ติดไว้บ้างแล้วล่ะมั้ง เพราะถ้าพี่พัฒน์ทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงต่อหัวใจแนวนี้อีก เขาจะได้ทามันไปทำงานเอาซะเลย แต่ถึงจะเหมือนเขาหงุดหงิด แต่เอาเข้าจริง เขาก็แอบดีใจเล็กน้อย ถึงจะปนกับความสับสนด้วยก็เถอะ แต่กระนั้นเขาก็ยังไม่เข้าใจความหมายของอีกคนอยู่ดีหรือบางทีเขาก็คงจะเข้าใจ เพียงแต่ไม่กล้าทำใจยอมรับอยู่ดี อาจจะคิดไปเองด้วยซ้ำว่าพี่พีฒน์คงไม่ได้คิดอะไร เพราะความจริงมันก็ชัดจนกระแทกหน้าซะขนาดนี้ เพียงแต่ใจเขายังกลัว ยังกลัวมากเกินไป กลัวว่าทั้งหมดจะหายไป ถ้าเขาเผลอปล่อยใจให้มันเป็นไปอีกครั้ง แต่มันก็เหมือนเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติ เมื่อมองรอยยิ้มอบอุ
คืนนั้นธีร์ได้แต่นอนคิดไม่ตก ว่าความหมายที่พี่พัฒน์พูดถึงนั้นคืออะไร เขาไม่รู้ว่าอีกคนพูดด้วยความหมายไหน หมายความว่าอะไร แล้ว… เรื่องที่บอกว่าเขาเป็นคนที่อบนั้นจริงไหม หรือแค่อารมณ์ชั่ววูบพาไปเท่านั้น ธีร์ไม่เข้าใจอะไรสักอย่างเลย แต่แม้ว่าจะไม่เข้าใจ แต่เขาตั้งใจแล้วว่าจะไม่แสดงท่าทีอะไรออกไป เพราะเขารู้ดีว่าการอกหัก การผิดหวัง หรือการคิดไปเอง มันเจ็บปวดมากขนาดไหน เขามั่นใจว่าเขารู้ดีกว่าใครเลยล่ะ“ นอนไม่หลับแหะ ”ธีร์ตัดสินใจดีดตัวลุกขึ้นมานั่งข้างเตียง ก่อนจะหยิบมือถือมาดูเวลา ซึ่งตอนนี้ก็เกือบจะตี 1 แล้ว แต่โชคดีที่พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ เขาเลยไม่ต้องรีบตื่นอะไรมากนักธีร์จึงตัดสินใจเดินลงมาข้างล่างคอนโด เพื่อหวังว่าจะได้เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนบรรยากาศที่ตีกันไปมาในหัวได้บ้าง สักนิดก็ยังดีล่ะมั้งติ๊งในขณะที่ธีร์กำลังเดินเล่นอยู่ในร้านสะดวกซื้อในช่วงราว ๆ ตี 1 เขาก็ได้รับข้อความจากใครบางคน ซึ่งตอนนั้นเขาก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก แถมไม่ได้อยากตอบงานใครตอนนี้ด้วย เขาเลยตัดสินใจหยิบหูฟังขึ้นมาสวม แล้วเปิดเพลงคลอเบา ๆ ก่อนจะต่อแถวจ่ายเงินกับนมกล้วยที่เขาพึ่งซื้อมาเลม่อนโซดา ถ้าไม่ใช่ร้านโป
ต่างฝ่ายต่างก็มีแต่งานประจำที่ยุ่งจนเรียกได้ว่า แทบไม่ได้คุยกันเท่าไหร่นัก แต่กระนั้นคนทั้งคู่ก็ยังสามารถหาเวลาไปยังคาเฟ่หลัง 6 โมงได้ทุกวัน แม้บางวันฝ่ายหนึ่งจะเอาโน๊ตบุ้คมานั่งทำงานด้วย หรือแม้บางวันคนละข้าง ๆ จะต้องนั่งอ่านแฟ้มเอกสารที่กองเป็นภูเขา เพราะต้องนำเสนอในวันถัดไป แม้จะต้องทำงานหนัก แต่การมาพักใจที่คาเฟ่ทุกเย็น ก็ทำให้พวกเขารู้สึกถึงกันและกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ถึงมันจะไม่ค่อยมีบทสนทนาใด ๆ เลยก็ตาม“ เลม่อนโซดาหวานน้อย กับน้ำผึ้งมะนาวหวานร้อยยี่สิบเหมือนเดิมครับ ”เสียงของพัฒน์ดังขึ้นหน้าเคาว์เตอร์ ก่อนจะเดินไปนั่งที่ประจำ พร้อมคิวออเดอร์ที่ตัวเองสั่งมาวันไหนที่พัฒน์มาก่อน เขาก็จะสั่งน้ำไว้รออีกคน แต่ถ้าวันไหนธีร์มาก่อน ก็จะเป็นหน้าที่ของธีร์ แต่วันนี้เหมือนจะมาช้าแปลก ๆ เพราะนี่ก็เกือบหกโมงสี่สิบแล้ว แต่เขาก็ทักไปถามแล้วนะ ว่ามารึเปล่า หรือว่าติดธุระกะทันหัน เขาควรทักไปหาอีกรอบมั้ย แต่ไม่ทันได้คิดอะไร จู่ ๆ ที่หน้าร้านก็มีรถยนต์สีดำคันหนึ่งเทียบจอดกับฟุตบาท มันก็คงจะไม่แปลกหรอก ถ้าคนที่เปิดประตูลงมาไม่ใช่ธีร์ และคนที่ตามลงมาก็เป็นไอ้หนุ่มหน้ามนคนนึงที่สายตาที่มองไปยัง
เมื่อถึงเวลาราว ๆ เที่ยงสิบนาที ธีร์ที่จัดการงานจนเสร็จก็เดินลงไปพร้อมน้ำผึ้งมะนาวในมือ ก่อนที่เขาจะเห็นพี่พัฒน์ที่ยืนหลบอยู่ในร่มหน้าตึกออฟฟิศของเขา“ มาแล้วครับ ”ธีร์เอ่ยทัก ก่อนจะสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายถือแล้วน้ำมาด้วย“ อ้าว เราซื้อน้ำมาแล้วหรอ พี่ซื้อเลม่อนโซดามาให้น่ะ ไม่นึกว่าเราจะมีน้ำแล้ว ”พี่พัฒน์ที่หันมาหาเขาก็ต้องตกใจ เมื่อพบว่าเขาก็มีน้ำในมือแล้วเหมือนกัน“ อ๋อ เปล่าครับ ผมซื้อน้ำผึ้งมะนาวมาให้พี่น่ะครับ ผมกลัวว่าพี่จะร้อน ก็เลย… ”คำพูดที่ไม่ประสีประสาของธีร์ทำเอาพัฒน์ยิ้มออกมา ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหัวอีกคนอย่างเอ็นดู“ แก้วนี้ก็เลม่อนโซดาของธีร์เหมือนกัน ถือว่าแลกกันนะ ”“ ครับ? แล้วลูบหัวผมทำไมเนี่ย ” ธีร์เอ่ยออกมาก่อนจะมองไปทางอื่น ก่อนที่ใบหูขาวนั้นจะขึ้นสีแดงระเรื่อจากความเขินอาย และใจที่เต้นรัว สงสัยร้อนล่ะมั้ง“ ช่างเรื่องนั้นเถอะน่า เอาไปสิ พี่ก็อยากกินน้ำที่เราซื้อให้พี่แล้วนะ ”พัฒน์ละมือจากศรีษะของคนตัวเล็กกว่า ก่อนจะหยิบน้ำในมือธีร์มาดูดอย่างชื่นอกชื่นใจ พลางมองแมวตัวใหญ่ที่กำลังกินเลม่อนโซดาที่เขาซื้อให้ด้วยก็… คุ้มค่าที่ยืนรอล่ะนะ น่ารักจังตลอดทางที่เดินไป
![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






