ログインต่างฝ่ายต่างก็มีแต่งานประจำที่ยุ่งจนเรียกได้ว่า แทบไม่ได้คุยกันเท่าไหร่นัก แต่กระนั้นคนทั้งคู่ก็ยังสามารถหาเวลาไปยังคาเฟ่หลัง 6 โมงได้ทุกวัน แม้บางวันฝ่ายหนึ่งจะเอาโน๊ตบุ้คมานั่งทำงานด้วย หรือแม้บางวันคนละข้าง ๆ จะต้องนั่งอ่านแฟ้มเอกสารที่กองเป็นภูเขา เพราะต้องนำเสนอในวันถัดไป
แม้จะต้องทำงานหนัก แต่การมาพักใจที่คาเฟ่ทุกเย็น ก็ทำให้พวกเขารู้สึกถึงกันและกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
ถึงมันจะไม่ค่อยมีบทสนทนาใด ๆ เลยก็ตาม
“ เลม่อนโซดาหวานน้อย กับน้ำผึ้งมะนาวหวานร้อยยี่สิบเหมือนเดิมครับ ”
เสียงของพัฒน์ดังขึ้นหน้าเคาว์เตอร์ ก่อนจะเดินไปนั่งที่ประจำ พร้อมคิวออเดอร์ที่ตัวเองสั่งมา
วันไหนที่พัฒน์มาก่อน เขาก็จะสั่งน้ำไว้รออีกคน แต่ถ้าวันไหนธีร์มาก่อน ก็จะเป็นหน้าที่ของธีร์
แต่วันนี้เหมือนจะมาช้าแปลก ๆ เพราะนี่ก็เกือบหกโมงสี่สิบแล้ว
แต่เขาก็ทักไปถามแล้วนะ ว่ามารึเปล่า หรือว่าติดธุระกะทันหัน
เขาควรทักไปหาอีกรอบมั้ย
แต่ไม่ทันได้คิดอะไร จู่ ๆ ที่หน้าร้านก็มีรถยนต์สีดำคันหนึ่งเทียบจอดกับฟุตบาท มันก็คงจะไม่แปลกหรอก ถ้าคนที่เปิดประตูลงมาไม่ใช่ธีร์ และคนที่ตามลงมาก็เป็นไอ้หนุ่มหน้ามนคนนึงที่สายตาที่มองไปยังธีร์ไม่ใช่สายตาแบบเดียวกับที่ธีร์ใช้มองเขา
ไอ้หมอนั่น มันชอบธีร์เขามั่นใจ
“ น้องธีร์มาร้านนี้บ่อยหรอครับ ”
ชายหนุ่มที่ดูท่าว่าจะโตกว่าธีร์เอ่ยถาม ในขณะที่ธีร์กำลังยืนเลือกเค้กอยู่หน้าตู้
“ ครับ เค้กกับน้ำร้านนี้อร่อย พี่นัทกินอะไรมั้ยครับ เดี๋ยวผมจ่ายให้ ขอบคุณที่มาส่งนะครับ ”
ธีร์ตอบพร้อมรอยยิ้มอย่างไม่คิดอะไรนัก ในขณะที่างพัฒน์รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
“ เอาสิครับ พี่ขอชาเขียวสักแก้วแล้วกัน ”
“ งั้นชาเขียวแก้วนึงครับ เอาหวานปกติมั้ยครับ ”
“ ได้กินกับธีร์ก็หวานพอแล้วครับ ”
“ ครับ? ”
นั่นไง… ไอ้เวรเอ้ย
“ ไงธีร์ มากับใครหรอ ”
พัฒน์ที่เดินไปหาคนทั้งคู่อย่างไม่คิด ก็ทำเอาธีร์ตกใจจนสะดุ้ง และนัทที่มาด้วยก็กระตุกยิ้มออกมาด้วยสีหน้าราวกับจะจงใจกวนประสาท
เพราะนัทรู้ว่าธีร์ช่วงนี้มาที่ร้านนี้บ่อย ๆ บางวันก็ไปกินข้าวกับไอ้หมอนี่ด้วย
นัทเห็นตั้งแต่จอดรถแล้วว่า ไอ้หมอนี่มันนั่งอยู่ เขาถึงตามลงมาด้วย
อยากได้ของอย่างเดียวกัน ก็ต้องแย่งกันดิวะ
“ อ๋อ ผมนัทนะครับ เป็นพี่ที่ทำงานเขานะครับ ”
“ อ๋อหรอ ถ้าเป็นแค่พี่ที่ทำงาน ไม่จำเป็นต้องจับแขนธีร์ก็ได้มั้งครับ ”
ธีร์ที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าโดนจับแขนตอนไหนก็ตกใจจนรีบชักแขนกลับ แต่ถึงแบบนั้นนัทก็กลับจับแน่นจนคนที่เด็กสุดในนี้ถึงกับแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมา
“ เห้ย ทำไรวะ ปล่อย! ”
“ เป็นอะไรกับธีร์ถึงมาสั่งหรอครับ ”
นัทที่ถามสวนพร้อมรอยยิ้มยียวนก็ทำเอาธีร์สะอึก
เป็นอะไรกันหรอ…
“ คนนี้ชื่อพี่พัฒน์ เป็นรุ่นพี่ที่รู้จั– ”
“ เป็นคนที่จีบธีร์อยู่ครับ มีปัญหาอะไรรึเปล่า ถ้ารู้แล้ว ก็รีบปล่อยครับ ไม่เห็นหรอว่าธีร์ไม่เต็มใจ ”
ห๊ะ… เมื่อกี้พี่พัฒน์พูดว่าไงนะ จีบหรอ เขาหมายถึงเขาจีบเราหรอ หรืออะไร หรือแค่มาช่วย
ธีร์ที่ไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น ก็ได้แต่ส่งสายตางงงวยไปให้อีกคนที่กำลังหัวร้อนได้ที่
“ ถ้าเป็นแค่คนที่จีบก็ไม่มีสิทธิ์มาสั่งคนอื่นนะครับ เพราะผมก็จีบธีร์อยู่เหมือนกัน ”
“ เอ่อ พี่นัท ไปคุยกันที่อื่นเถอะครับ แล้วก็ช่วยปล่อยแขนผมด้วยครับ ”
ธีร์รีบเอ่ยขอร้องคนที่จับแขนเขาไว้ เพราะถ้าพี่พัฒน์ยังมีนิสัยสมัยมหาลัย เขากลัวว่าจะมีการวางมวยกันจริง ๆ เพราะเวลาที่เขาโดนแกล้ง หรือโดนตามจีบ พี่พัฒน์ก็ชอบทำหน้ายักษ์ ไหนจะตามไปจัดการไอ้พวกล้ำเส้นเขาอีก ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ได้มีปัญหาใหญ่แน่ โดยเฉพาะเรื่องงาน
“ ได้ยินมั้ย ว่าน้องเขาบอกให้ปล่อย ”
พัฒน์พูดด้วยน้ำเสียงแกมบังคับ ก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือของธีร์ แล้วดึงเข้ามาหาตัวเองเบา ๆ แต่ทันทีที่ธีร์เหมือนจะเดินเข้ามาหาพัฒน์ จู่ ๆ นัทก็เอื้อมมือมาลูบหัวของธีร์กเบา ๆ แล้วก็ถอยออกไปก่อนที่จะมีใครพูดอะไร มีเพียงพัฒน์ที่กำลังจะเดินใส่นัทแทบจะทันที
“ พี่ไปก่อนนะน้องธีร์ เจอกันที่บริษัทครับ ”
“ เห้ย จะไปไหนวะ ”
“ ไมเป็นอะไรครับพี่พัฒน์ ไม่เป็นไร ไม่ต้องสนใจเขาครับ ”
ถึงธีร์จะตกใจ แต่เขากลัวความหัวร้อนของพัฒน์มากกว่า แถมยังตกใจที่พัฒน์พูดว่าจีบเขาไม่หายอีกด้วย
“ ไม่สนใจได้ไง มันมีสิทธิ์อะไรมาจับตัว มาลูบหัวคนที่พี่ชอบอะ ”
ใกล้ยามพระอาทิตย์ตกดิน แสงสีส้มสาดทอไปทั่วบริเวณ ภาพตึกต่าง ๆ ยังคงเดิม เด่นชัด และสดสวยในความรู้สึกของธีร์ แม้จะมีบางจุดที่เปลี่ยนไป แต่ในยามนี้ที่ได้เดินอยู่ข้างคนที่เขาเคยสารภาพเมื่อหลายปีก่อน แม้ว่าจะชวนให้ใจหวิว แต่ใจดวงนี้ก็ยังคงเต้นผิดจังหวะ ไม่ว่าว่าจะจากความกลัว หรือเพราะความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปจากตอนนั้น“ ตึกยังสวยเหมือนเดิมเลยเนอะ ”ธีร์พูดออกมาในตอนที่เขาเดินเลียบไปตามทางฟุตบาทที่ในตอนนี้มีคนบ้างประปราย บ้างก็กำลังปั่นจักรยาน บ้างก็กำลังวิ่งออกกำลังกายในตอนเย็น หรืออีกฝั่งของตึกก็เป็นทะเลสาบไม่กี่แห่งในเมืองหลวงแบบนี้“ อื้ม สวยมากจริง ๆ แหละ จำเมื่อก่อนได้มั้ย ที่เราชอบยืมกล้องพี่มาหัดถ่ายวิวทะเลสาบน่ะ ”พัฒน์เอ่ยพูดออกมาก่อนจะยื่นมือไปกอบกุมมือของคนที่ตัวเล็กกว่า เรียกความสนใจจากสายตานั้นได้ดี“ ครับ ตอนนั้นเหมือนพี่ใกล้จะเรียนจบ แล้วพี่ก็มาสอนผมถ่ายให้ตึกไม่เบี้ยวด้วย ”“ แล้วตอนนี้ยังถ่ายตึกเบี้ยงอยู่หรือเปล่าล่ะ ”“ ไม่เบี้ยวแล้วเถอะ ”ริมฝีปากบางยู่ขึ้นมาเล็กน้อย แต่นั่นก็เรียกเสียงหัวเราะจากพัฒน์ได้อย่างดี ก่อนที่มือหนาจะยื่นไปลูบศรีษะทุยของคนที่หน้างอเบา ๆ “ โอเค
ราว ๆ 11 โมง หลังจากที่พัฒน์จอดรถไว้ในลานจอดรถ พวกเขาก็กำลังต่อแถวกันเข้าไปในอควาเรียมชื่อดังใจกลางเมือง ในส่วนของธีร์นั้นคงไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่าคนตัวเล็กข้างหน้าที่กำลังดูตื่นตาตื่นใจไม่หยุด “ ชอบมาตั้งแต่สมัยเรียนเลยนะ ”พัฒน์พูดออกมา พลางเอื้อมมือไปจับมือเล็ก ๆ ของคนข้างตัว ในตอนที่เราเริ่มเดินเข้ามาในอุโมงค์กว้าง ที่ในวันนี้อาจจะมีคนหนาตาหน่อย เพราะเป็นวันหยุด แต่ก็ไม่ได้ถือว่าเยอะขนาดถึงขั้นอึดอัด“ ก็สัตว์ทะเลน่ารักนี่ครับ พี่พัฒน์ไม่คิดงั้นหรอ ”คนตัวเล็กเจื้อยแจ้วในขณะที่สายตามองไปมองมาไม่หยุดอืม… นั่นสินะ แต่ไม่หรอก สำหรับเขา ธีร์น่ารักกว่าพวกปลาทะเลตัวจิ๋วพวกนั้นเยอะเลย“ แต่พี่ว่าธีร์น่ารักกว่านะ แถมเดินบนบกได้ด้วย เดินจับมือแบบนี้ก็ยังได้ ”เขาพูดพลางกระชับมือให้แน่นขึ้น และเพราะแบบนั้นธีร์ที่หันมามองเขาก็ได้แต่หันหน้าหนี แสร้งทำทีเหมือนไม่ได้ยินอะไร กระนั้นมือเล็กก็ยังกระชับตอบกลับมาอยู่ดี… เขาบอกแล้ว ธีร์น่ะ น่ารักกว่าตั้งเยอะราว ๆ 1 ชั่วโมงที่คนตัวเล็กเดินไปมาจนทั่วบริเวณโซนแรก ทั้งเขาและธีร์ก็พากันมานั่งดูแผนที่กระดาศพลางนั่งพักไปด้วย เพราะดูเหมือนถึงแม้ในนี้จะมีเ
เวลานัดของพี่พัฒน์คือราว ๆ 9 โมงเช้าหน้าคาเฟ่ที่เดิม เพราะเราต่างก็มองว่าตรงนั้นเป็นจุดตรงกลางมากที่สุดแล้ว ในตอนแรกพี่พัฒน์เสนอจะมารับที่หน้าคอนโด แต่ธีร์รู้สึกไม่ชินเท่าไหร่ ถ้าอีกฝ่ายจะมารับมาส่งถึงหน้าคอนโดจึงได้ปฏิเสธไปแต่ตอนนี้ที่ราว ๆ 7 โมงครึ่ง ธีร์ก็ดันตื่นเต้นจนหลับ ๆ ตื่น ๆ มาทั้งคืน กว่าจะถึงห้องก็เกือบตี 2 แล้ว คำพูดที่อีกฝ่ายทิ้งไว้ให้เขาทำให้เขานอนพลิกไปพลิกมาเป็นชั่วโมง เลยเป็นเหตุผลให้เขาตาโหลซะขนาดนี้ สงสัยต้องหาคอนซีลเลอร์ดี ๆ ติดไว้บ้างแล้วล่ะมั้ง เพราะถ้าพี่พัฒน์ทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงต่อหัวใจแนวนี้อีก เขาจะได้ทามันไปทำงานเอาซะเลย แต่ถึงจะเหมือนเขาหงุดหงิด แต่เอาเข้าจริง เขาก็แอบดีใจเล็กน้อย ถึงจะปนกับความสับสนด้วยก็เถอะ แต่กระนั้นเขาก็ยังไม่เข้าใจความหมายของอีกคนอยู่ดีหรือบางทีเขาก็คงจะเข้าใจ เพียงแต่ไม่กล้าทำใจยอมรับอยู่ดี อาจจะคิดไปเองด้วยซ้ำว่าพี่พีฒน์คงไม่ได้คิดอะไร เพราะความจริงมันก็ชัดจนกระแทกหน้าซะขนาดนี้ เพียงแต่ใจเขายังกลัว ยังกลัวมากเกินไป กลัวว่าทั้งหมดจะหายไป ถ้าเขาเผลอปล่อยใจให้มันเป็นไปอีกครั้ง แต่มันก็เหมือนเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติ เมื่อมองรอยยิ้มอบอุ
คืนนั้นธีร์ได้แต่นอนคิดไม่ตก ว่าความหมายที่พี่พัฒน์พูดถึงนั้นคืออะไร เขาไม่รู้ว่าอีกคนพูดด้วยความหมายไหน หมายความว่าอะไร แล้ว… เรื่องที่บอกว่าเขาเป็นคนที่อบนั้นจริงไหม หรือแค่อารมณ์ชั่ววูบพาไปเท่านั้น ธีร์ไม่เข้าใจอะไรสักอย่างเลย แต่แม้ว่าจะไม่เข้าใจ แต่เขาตั้งใจแล้วว่าจะไม่แสดงท่าทีอะไรออกไป เพราะเขารู้ดีว่าการอกหัก การผิดหวัง หรือการคิดไปเอง มันเจ็บปวดมากขนาดไหน เขามั่นใจว่าเขารู้ดีกว่าใครเลยล่ะ“ นอนไม่หลับแหะ ”ธีร์ตัดสินใจดีดตัวลุกขึ้นมานั่งข้างเตียง ก่อนจะหยิบมือถือมาดูเวลา ซึ่งตอนนี้ก็เกือบจะตี 1 แล้ว แต่โชคดีที่พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ เขาเลยไม่ต้องรีบตื่นอะไรมากนักธีร์จึงตัดสินใจเดินลงมาข้างล่างคอนโด เพื่อหวังว่าจะได้เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนบรรยากาศที่ตีกันไปมาในหัวได้บ้าง สักนิดก็ยังดีล่ะมั้งติ๊งในขณะที่ธีร์กำลังเดินเล่นอยู่ในร้านสะดวกซื้อในช่วงราว ๆ ตี 1 เขาก็ได้รับข้อความจากใครบางคน ซึ่งตอนนั้นเขาก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก แถมไม่ได้อยากตอบงานใครตอนนี้ด้วย เขาเลยตัดสินใจหยิบหูฟังขึ้นมาสวม แล้วเปิดเพลงคลอเบา ๆ ก่อนจะต่อแถวจ่ายเงินกับนมกล้วยที่เขาพึ่งซื้อมาเลม่อนโซดา ถ้าไม่ใช่ร้านโป
ต่างฝ่ายต่างก็มีแต่งานประจำที่ยุ่งจนเรียกได้ว่า แทบไม่ได้คุยกันเท่าไหร่นัก แต่กระนั้นคนทั้งคู่ก็ยังสามารถหาเวลาไปยังคาเฟ่หลัง 6 โมงได้ทุกวัน แม้บางวันฝ่ายหนึ่งจะเอาโน๊ตบุ้คมานั่งทำงานด้วย หรือแม้บางวันคนละข้าง ๆ จะต้องนั่งอ่านแฟ้มเอกสารที่กองเป็นภูเขา เพราะต้องนำเสนอในวันถัดไป แม้จะต้องทำงานหนัก แต่การมาพักใจที่คาเฟ่ทุกเย็น ก็ทำให้พวกเขารู้สึกถึงกันและกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ถึงมันจะไม่ค่อยมีบทสนทนาใด ๆ เลยก็ตาม“ เลม่อนโซดาหวานน้อย กับน้ำผึ้งมะนาวหวานร้อยยี่สิบเหมือนเดิมครับ ”เสียงของพัฒน์ดังขึ้นหน้าเคาว์เตอร์ ก่อนจะเดินไปนั่งที่ประจำ พร้อมคิวออเดอร์ที่ตัวเองสั่งมาวันไหนที่พัฒน์มาก่อน เขาก็จะสั่งน้ำไว้รออีกคน แต่ถ้าวันไหนธีร์มาก่อน ก็จะเป็นหน้าที่ของธีร์ แต่วันนี้เหมือนจะมาช้าแปลก ๆ เพราะนี่ก็เกือบหกโมงสี่สิบแล้ว แต่เขาก็ทักไปถามแล้วนะ ว่ามารึเปล่า หรือว่าติดธุระกะทันหัน เขาควรทักไปหาอีกรอบมั้ย แต่ไม่ทันได้คิดอะไร จู่ ๆ ที่หน้าร้านก็มีรถยนต์สีดำคันหนึ่งเทียบจอดกับฟุตบาท มันก็คงจะไม่แปลกหรอก ถ้าคนที่เปิดประตูลงมาไม่ใช่ธีร์ และคนที่ตามลงมาก็เป็นไอ้หนุ่มหน้ามนคนนึงที่สายตาที่มองไปยัง
เมื่อถึงเวลาราว ๆ เที่ยงสิบนาที ธีร์ที่จัดการงานจนเสร็จก็เดินลงไปพร้อมน้ำผึ้งมะนาวในมือ ก่อนที่เขาจะเห็นพี่พัฒน์ที่ยืนหลบอยู่ในร่มหน้าตึกออฟฟิศของเขา“ มาแล้วครับ ”ธีร์เอ่ยทัก ก่อนจะสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายถือแล้วน้ำมาด้วย“ อ้าว เราซื้อน้ำมาแล้วหรอ พี่ซื้อเลม่อนโซดามาให้น่ะ ไม่นึกว่าเราจะมีน้ำแล้ว ”พี่พัฒน์ที่หันมาหาเขาก็ต้องตกใจ เมื่อพบว่าเขาก็มีน้ำในมือแล้วเหมือนกัน“ อ๋อ เปล่าครับ ผมซื้อน้ำผึ้งมะนาวมาให้พี่น่ะครับ ผมกลัวว่าพี่จะร้อน ก็เลย… ”คำพูดที่ไม่ประสีประสาของธีร์ทำเอาพัฒน์ยิ้มออกมา ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหัวอีกคนอย่างเอ็นดู“ แก้วนี้ก็เลม่อนโซดาของธีร์เหมือนกัน ถือว่าแลกกันนะ ”“ ครับ? แล้วลูบหัวผมทำไมเนี่ย ” ธีร์เอ่ยออกมาก่อนจะมองไปทางอื่น ก่อนที่ใบหูขาวนั้นจะขึ้นสีแดงระเรื่อจากความเขินอาย และใจที่เต้นรัว สงสัยร้อนล่ะมั้ง“ ช่างเรื่องนั้นเถอะน่า เอาไปสิ พี่ก็อยากกินน้ำที่เราซื้อให้พี่แล้วนะ ”พัฒน์ละมือจากศรีษะของคนตัวเล็กกว่า ก่อนจะหยิบน้ำในมือธีร์มาดูดอย่างชื่นอกชื่นใจ พลางมองแมวตัวใหญ่ที่กำลังกินเลม่อนโซดาที่เขาซื้อให้ด้วยก็… คุ้มค่าที่ยืนรอล่ะนะ น่ารักจังตลอดทางที่เดินไป







