Masukเวลา 7.30 น ร้านกาแฟ
“เหลือเวลาอีก 30นาที”
“แวะซื้อกาแฟก่อนแล้วกัน” หญิงสาวสวมชุดเดรสสีครีมความยาวเลยเข่าสูทแขนยาวสีดำทับอีกหนึ่งชั้นเพิ่มความมาดมั่นน่าเชื่อถือ
“รับเป็นเมนูอะไรดีคะ” พนักงานหน้าตาน่ารักเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“ขอเป็นลาเต้เย็นหวานน้อยค่ะ”
ระหว่างรอหญิงสาวก็มานั่งรอที่โต๊ะรูปทรงกลมพรางมองรอบตึกบริษัทหรูแห่งนี้ที่มีพนักงานถยอยกันเข้ามาแสกนบัตรเข้าตึกทำงานบ้างก็แวะเข้าห้องน้ำบ้างก็แวะเข้าร้านสะดวกซื้อ
“ลาเต้เย็นหวานน้อยคิวที่ 5 ได้แล้วค่ะ” เมื่อหญิงสาวได้ยินว่าเป็นคิวเรียกของตัวเองจึงรีบเดินออกไปรับแต่ทว่า...
ปึก..ซ่า..
“ขะ..ขอโทษค่ะ”
“ซี๊ดดดดดด....” ริมฝีปากหนาซูดปากเบาๆเพราะน้ำที่หกราดบนบริเวณหน้าท้องของเขาคืออเมริกาโน่ร้อนที่พึ่งกดออกจากเครื่องใหม่ๆ
“คะ..คุณปัญ ร้อนมากไหมคะ”
“นี่เราเจอกันครั้งไหนคุณเจ็บตัวตลอดเลย” ร่างบางรีบพยุงคนตัวสูงเพื่อไปทำแผล
“ผมเจอคุณครั้งไหนผมเจ็บใจตลอด” ชายหนุ่มพึมพำเบาๆหญิงสาวที่ได้ยินเสียงอู้อี่จึงเอ่ยปากถาม
“คุณบอกว่าอะไรนะคะเมื่อกี๊”
“ผมบอกว่าขึ้นไปทำแผลที่ห้องทำงานผม” เสียงเข้มปนเอาแต่ใจนิดหน่อยเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบ
“อะ..อ๋อค่ะๆ” ร่างบางพยุงตามคำสั่งคนตัวสูงไปยังลิฟท์ที่มีป้ายติดว่า VIP ลิฟท์นี้จะเป็นแผนกชั้นผู้บริหารชั้น 25 ถึง 30 เท่านั้น เมื่อลิฟท์เปิดก็นำร่างคนตัวสูงค่อยๆประคองลงที่โซฟาหนังราคาแพงตัวยาว
“กล่องยาอยู่ตรงไหนคะ”
“อยู่โซนห้องครัวในตู้ชั้น 2” ร่างสูงเอ่ยบอกยังคนตัวเล็กกับสีหน้าฉายออกมาถึงความเจ็บปวดหญิงสาวเดินกลับมาด้วยกล่องยาสามัญมือบางเปิดกล่องหยิบหลอดครีมสีน้ำตาลมาเตรียมไว้ ชายหนุ่มจึงรีบปลดเสื้อเชิ้ตราคาแพงสีขาวออกจากตัวซึ่งบริเวณแผลที่โดนกาแฟหกใส่อยู่ตรงหน้าท้องเมื่อหญิงสาวเห็นชายหนุ่มทำแบบนั้นก็เริ่มทำสีหน้าไม่ถูกเพราะภาพตรงหน้าคือซิกแพคเป็นลอนสวยรับรู้ได้เลยว่าร่างสูงดูแลตัวเองมาเป็นอย่างดีชายหนุ่มเห็นหน้าหญิงสาวแดงเรื่อแบบนั้นจึงอย่างแกล้ง
“เร็วๆสิคุณ”
“อะ..เอ่อ ค่ะ” มือบางเอื้อมหยิบหลอดครีมที่เตรียมไว้บีบเนื้อครีมสีขาวออกมาพร้อมกับบรรจงทาบริเวณหน้าท้องที่เป็นลอนสวยอย่างแผ่วเบาเพราะเกรงว่าคนตรงหน้าจะเจ็บกลิ่นหอมอ่อนๆจากหญิงสาวตรงหน้าทำให้ชายหนุ่มรู้สึกผ่อนคลายเป็นพิเศษจนลืมตัวไปว่าคนตรงหน้าทำอะไรกับครอบครัวตัวเองเอาไว้
“เสร็จหรือยัง” เสียงเข้มเอ่ยถามสายตาคมจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าทำให้ร่างบางรู้สึกประหม่า
“เสร็จแล้วค่ะ” เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีนัดสัมภาษณ์งานร่างบางจึงรีบลุกลี้ลุกลน
“ขอโทษนะคะฉันมีนัดสัมภาษณ์งาน” หญิงสาวกำลังจะเอื้อมมือไปจับกลอนประตูเสียงเข้มจึงเอ่ยขึ้น
“คุณสัมภาษณ์ที่ห้องนี้ไม่ใช่เหรอ คุณชญา ธนารักษ์” นี่มันชื่อฉันนามสกุลฉัน
“คุณปัญ อย่าบอกนะคะว่า...” 0.0 ฉันเลือกสมัครงานฝ่ายบริหารก็จริงแต่ไม่คิดว่าจะต้องได้ใกล้กับประธานบริษัทขนาดนี้ละแบบนี้ฉันจะได้ใกล้ชิดกายได้ยังไงอิสระของฉันไม่นะ...ชญา
“ทำไม คุณมีปัญหาอะไร”
“หรือไม่พร้อมที่จะสัมภาษณ์งานแล้ว”
“ไม่งั้นก็เชิญ” ชายหนุ่มผ่ายมือเชิญหญิงสาวที่กำลังทำท่าทางลุกลน
“พร้อมสิคะ” ชายหนุ่มปรายตาดูใบสมัครคร่าวๆ แต่ในความเป็นจริงนั้นเขารู้ทุกอย่างรู้ทั้งที่เธอมาสมัครตำแหน่งฝ่ายบริหารทั้งที่ตัวเธอเองพึ่งเรียนจบในเมื่อเธออยากทำลายครอบครัวเขามากก็มาลองดูสิ...ฉันก็พร้อมจะขย้ำเหยื่อตรงหน้าเหมือนกัน
“คุณใจถึงมากเลยนะประสบการณ์แทบไม่มีแต่เลือกสมัครฝ่ายบริหารมา” สายตาคมจ้องไปที่คนตรงหน้าใบหน้าสวยเม้มปากเป็นเส้นตรงกุมมือตัวเองไว้แน่นอากาศภายในห้องเย็นแต่มือสวยดันมีเหงื่อชื้นขึ้นมา
“ฉันเรียนทางด้านนี้มาเคยฝึกงานกับบริษัท JTC Solution และยังเคยบริหารร้านอาหารของเพื่อนฉันด้วยค่ะ” หญิงสาวพยายามข่มความกลัวเอาไว้ให้ลึกที่สุดเพราะกลัวชายหนุ่มจะรู้ว่าเธอจะเข้ามาหาเพราะกายที่เป็นอดีตคนรัก เมื่อชายหนุ่มได้ยินชื่อบริษัทนั้นคือบริษัทคู่แข่งของเขาอย่างน้อยเธอก็ยังมีประโยชน์กับบริษัทเขาอยู่บ้าง...
“งั้นผมขอถามคุณหนึ่งข้อ” ร่างบางตั้งใจฟังชายหนุ่มตรงหน้าพูด
“ถ้าพนักงานคนนั้นกำลังทำให้บริษัทเกิดความขัดแย้งกันคุณชญามีวิธีจัดการอย่างไรครับ”
“ฉันก็ต้องถามเหตุผลของคนคนนั้นก่อนค่ะว่าเหตุผลที่ไม่ตรงกันเพราะอะไรบางทีสิ่งที่เรากำลังประสบปัญหาอยู่พนักงานท่านอื่นอาจจะยังไม่รู้ถ้าเราลองเปิดใจรับฟังเขาเราอาจจะพบปัญหาใหม่และช่วยกันแก้ไขน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด” ตอบได้ดีมากมีเสน่ห์ที่สุด ทั้งคำพูดและน้ำเสียงทำให้เขาคล้อยตามนี่ก็คืออีกหนึ่งวิธีของการหลอกคนอื่นของเธอใช่ไหมชายหนุ่มหลุดออกจากพะวังที่สายตาเอาแต่จ้องใบหน้าสวยคนตรงหน้า
“..คุณปัญคะ” เสียงหวานเรียกชายหนุ่มตรงหน้าที่เอาแต่จ้องหน้าเธอจนรู้สึกประหม่า
“อืม คำตอบก็งั้นๆ ใครเขาก็ตอบแบบนี้กันทั้งนั้น”
“พร้อมเริ่มงานเลยหรือเปล่า หรือว่าไ..” ยังไม่ทันได้เอ่ยจบประโยคหญิงสาวก็รีบตอบกลับทันที
“พร้อมเริ่มเลยค่ะ”
“ดี... ฤทธิ์ฝากจัดการต่อให้ด้วย” จากนั้นฤทธิ์ก็พาหญิงสาวไปทำความรู้จักกับแผนกต่างๆ เพราะการที่ร่างบางเข้ามาทำงานในฝ่ายบริหารถือว่าเป็นตำแหน่งที่สูงเพราะเธอจะต้องได้ใกล้ชิดกลับท่านประธานเบื้องบนและต้องรู้เกี่ยวกับงานทั้งหมดในบริษัท เมื่อฤทธิ์ได้พาหญิงสาวไปแนะนำตามแผนกต่างๆรวมถึงเล่าประวัติเกี่ยวกับบริษัทคร่าวๆให้หญิงสาวทราบแล้วก็วนกลับมาส่งหญิงสาวที่หน้าห้องสัมภาษณ์งานเมื่อช่วงเช้า
“ผมได้ให้แม่บ้านมาจัดโต๊ะทำงานรวมถึงเอกสารที่คุณเมย์จำเป็นต้องรู้ไว้ให้ทั้งหมดแล้วนะครับ” เลขามือขวาที่สนิทกับประธานหนุ่มบอกให้หญิงสาวตรงหน้าอย่างใจดี
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ร่างสูงของฤทธิ์โค้งให้หญิงสาวเล็กน้อยและเดินจากไปหญิงสาวเดินกลับเข้ามาในห้องก็พบว่าโต๊ะของเธออยู่ใกล้กลับมุมขวาของประตูซึ่งหันหน้าตรงไปก็เจอโต๊ะของท่านประธาน สู้เขาสิวะหญิง...คงไม่มีไรหรอกมั้ง
พักเที่ยง 12.00
ที่นี่มีสวัสดิการร้านอาหารของพนักงานฟรี ไม่เพียงแค่อาหารยังมีฟิตเนตพร้อมกับสระว่ายน้ำซึ่งทั้งหมดนี้ท่านประธานหนุ่มเพิ่มมาให้เป็นโบนัสให้กับพนักงานตอนที่เขาได้ตำแหน่งจากผู้เป็นพ่อ เหตุผลเพราะอยากให้พนักงานได้รับรับผ่อนคลายหากพนักงานได้รับการผ่อนคลายงานก็จะออกมาดี ฉันเดินวนไปมาบริเวณร้านอาหารมีอาหารหน้าตาน่ากินหลายอย่างจนทำให้ฉันเลือกไม่ถูกจึงเลือกเป็นข้าวราดแกงง่ายๆ เมนูไข่พะโล้กับกุนเชียงนอกจากจะเลือกอาหารนานแล้วยังหาโต๊ะนั่งยากอีกเพราะเวลาพักของทุกคนคือตอนเที่ยง
“ตรงนี้ยังว่างนะคะ” หญิงสาวคนนึงออกไปทางแนวห้าวๆทรงผมรวบเป็นหางม้าสวมเสื้อยืดสีดำและกางเกงยีนส์สีเทารองเท้าผ้าใบสีขาวเสริมความเท่ขึ้นไปอีก
“เอ่อ..อ่อ ขอบคุณนะคะ”
“เธอเป็นพนักงานใหม่เหรอ”
“ใช่ค่ะ พึ่งสัมภาษณ์วันนี้แล้วก็เริ่มงานวันนี้เลย” หญิงสาวตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร
“ฉันชื่อมายด์นะ อยู่แผนกตรวจสอบอาคารแผนกฉันอยู่ชั้น21” ด้วยความที่ต่างคนต่างเข้ากันได้ง่ายจากการพูดคุยกันถูกคอ
“ฉันเมย์นะ อยู่แผนกบริหาร ชั้น30” เพียงเท่านั้นหญิงสาวที่นั่งตรงข้ามถึงกับสำลักข้าวขึ้นมาอย่างกะทันหันกับแผนกที่ใครๆก็รู้ว่าแต่ละคนเข้าถึงยากและเนี๊ยบสุดๆ
อุ๊บ..แค่กๆ..
“นี่ใจเย็นสิ ค่อยๆเคี้ยว” มือบางรีบหยิบน้ำส่งให้กับเพื่อนใหม่ด้วยความเป็นห่วง
“สำลักแผนกทำงานเธอหนะสิ”
“แปลว่าเธอต้องเก่งมากแน่ที่ได้อยู่แผนกนี้” หญิงสาวเอ่ยชมร่างบางอย่างจริงใจ
“ฉันดีใจจังที่ได้มีเพื่อนเก่งๆแบบเธอ” หน้าหวานส่ายหน้าไปมากับความอวยเวอร์ของคนตรงหน้าไม่นานทั้งคู่ก็แยกย้ายกลับขึ้นทำงานไปยังแผนกของตนสองสาวได้แยกกันตรงขึ้นลิฟท์เพราะแผนกใช้ลิฟท์คนละตัวกัน
สองเดือนผ่านไปเขาก็ยังเมินเฉยจนวันนี้คนนอนเคียงข้างหายไปใจเขาหล่นวูบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเมื่อได้รู้หัวใจตัวเองและสิ่งต่างๆรอยการกระทำที่เธอทำให้"แม่ครับ" "แม่เห็นน้องเจนนิสไหมครับ" โซนิคตื่นมาก็ไม่เจอเมียตัวเองที่เราสองคนนอนกอดกันเมื่อคืน"ไม่เห็นนะลูกชาย" "ปกติน้องจะรอส่งลูกนิ่แม่ก็สงสัยอยู่ว่าเช้านี้หายไปไหน" เมล์ถือใบพัดพัดเดินเข้ามาหาเมื่อได้รับข่าวสารจากแม่บ้านว่าลูกชายของตนตามหาว่าที่เมีย"ละนั่นลูกจะไปไหน" เธอรีบไล่เรียกลูกชายคนโตของบ้านเมื่อเห็นว่าร่างสูงดูร้อนรนผิดแปลกไป"ผมจะไปตามหาน้องครับ" ร่างสูงรีบเดินเข้าไปเปิดกระชากประตูรถคู่ใจอย่างแรงก่อนจะสตาร์ทรถออกตัวไปด้วยความเร็วเมื่อมาถึงจุดหมายตามที่ต้องการบ้านหลังใหญ่ไม่ห่างจากหมู่บ้านของเขาเท่าไหร่อยู่ภายใต้โครงการก่อสร้างเดียวกันเขายืนมองภายนอกบ้านไม่มีใครเลยชายหนุ่มยืนรอสักพักใหญ่มือคอยกดดูในแอพมือถือก็ไม่มีท่าทีว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับเลยโทร.เข้าไปหาพบว่าไม่มีคนรับสายและตอนนี้ได้ปิดเครื่องไปแล้วชายหนุ่มยิ้มดีใจเมื่อมีแม่บ้านเดินถือขยะออกมาเตรียมจะทิ้ง“สวัสดีค่ะคุณโซนิค” แม่บ้านยกมือไหว้ชายหนุ่มอายุอานามอ่อนกว่าตนเองด้วยคว
Special past 5ครอบครัวของเรา วันนี้สองครอบครัวลงมือทำอาหารด้วยกันโดยมีแม่บ้านคอยเตรียมวัตถุดิบไว้ให้โดยคุณหญิงสองบ้านยึดห้องครัว เมย์และจอมขวัญแบ่งหน้าที่กันทำอาหาร พูดคุยเรื่องสัพเพเหระกันไป เสียงหัวเราะดังขึ้นออกมาเป็นระยะ ส่วนฝั่งผู้ชายนั่งดื่มไวน์อยู่ในห้องสนุ๊กเกอร์ โดยมีโซนิคร่วมเล่นเป็นเพื่อนพ่อและคุณอาด้วย “ปกติผมไม่ได้ค่อยได้เล่นอะไรแบบนี้เลย” ประจักษ์เอ่ยออกมาด้วยความดีใจ วันนี้กลับมาเล่นสนุ๊กอีกครั้ง เพราะที่บ้านมีแต่ลูกสาวอยากได้ลูกชายเพิ่มแต่ทว่าภรรยาไม่สามารถมีลูกได้อีกเนื่องด้วยสุขภาพ เพื่อนเขาก็ไม่ค่อยจะมี มีก็แต่ลูกน้อง เพราะเขาเป็นคนเล่นการเมืองจะโดนแทงข้างหลังก็ย่อมได้ทุกเมื่อ “งั้นคุณประจักษ์ก็มาเล่นกับผมบ่อยๆสิ ถ้าว่าง” “ลูกชายของผมก็ไม่ค่อยกลับบ้านเท่าไหร่” ปัญหยิบแก้วน้ำสีอำพันขึ้นมาจิบไม่วายเหน็บแนมไปที่ลูกชายคนโตของบ้าน “โถ่พ่อ” ชายหนุ่มมองค้อนพ่อตัวเองไป สายตาคมหันกลับมาจ้องมองไปที่ลูกคิวสีแดงเพ่งเล็งไปที่ปลายไม้คิว มือแกร่งออกแรงยิงลูกสีตามที่ตัวเองต้องการ การกะระยะแม่นยำทำให้ลูกเข้าปากหลุมลงไปอย่า
Special past 4คนเก่ง งานจัดขึ้นโรงแรมใจกลางกรุงเทพ วันนี้มีทั้งนักธุรกิจในประเทศและต่างประเทศอยากจะเข้ามาแสดงความยินดีกับเขากันทั้งนั้น ภายในงานมีดนตรีบรรเลงภาพฉายหน้าจอประวัติความเป็นมาของบริษัทรางวัลที่ได้รับ ร่วมถึงการได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมตั้งแต่มูลนิธิบ้านบุญญารักษ์ ยอดขายอสังหาริมทรัพย์สิบเปอร์เซ็นต์บริจาคให้เด็กบนดอย และอีกมากมาย ตอนนี้แขกทยอยเข้ามาร่วมงานรับประทานอาหารว่างรวมทั้งเครื่องดื่ม ระหว่างรองานเริ่มในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าอีกด้าน “หนูต้องไปด้วยหรือคะแม่” หญิงสาวตอนนี้อยู่ในชุดเดรสสีครีมเปิดไหล่เล็กน้อย ผมถูกเกล้าขึ้นทำให้เธอดูสวยสง่าสมกับการไปงานสำคัญ “น้าเมย์ชวนเลยนะ” “บอกให้แม่พาเจนนิสไปด้วย” จอมขวัญสำรวจความพร้อมของลูกสาวเพียงคนเดียว เมื่อเห็นว่าลูกสาวพร้อมแล้วจึงพากันเดินไปที่รถ รอบนี้พ่อของเธอเป็นคนขับ “พร้อมแล้วไปกันจ่ะพี่” “วันนี้ลูกสาวพ่อสาวเป็นสาวแล้ว” ประจักษ์เอ่ยชมลูกสาว จริงๆลูกสาวของเขาสวยสมวัย เพียงแต่จะไม่ได้จัดจ้านเหมือนผู้หญิงสมัยใหม่ ระหว่างทางครอบครัวเรากำลังเดินทางไ
Special past 3คนหวงน้อง1 ปีผ่านไป บริษัทในเครือ CSC Real Estate Group เริ่มเป็นที่รู้จักในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น เนื่องด้วยลูกชายคนโตเอาธุรกิจของที่บ้านไปเป็นเคสในการศึกษาต่อ ทำให้นักธุรกิจจากต่างประเทศเข้ามาหาคู่ค้าในไทย พากันเข้ามาหาบริษัทเราเพิ่มมากขึ้น “วันนี้กำหนดกลับของลูกใช่ไหมคะ” เมย์เดินเข้ามาในห้องทำงานของสามี ขณะที่ตอนนี้พี่ปัญกำลังนั่งทำงานอย่างตั้งใจ เธอนับวันรอลูกชายทุกวัน นับวันยิ่งเหมือนพ่อไม่มีผิดในเรื่องของความจริงจังในการทำงาน “เมย์ทำกาแฟดำมาให้ค่ะ” “หมอให้งดน้ำตาลนะคะ ช่วงนี้” กาแฟดำร้อนวางบนโต๊ะทำงาน ปัญละสายตาจากหน้าจอเอื้อมมือหยิบกาแฟร้อนที่ภรรยาทำมาให้จิบรสชาติขมๆ ของมันก่อนจะหันไปตอบภรรยาคนสวย ถึงแม้ว่าตอนนี้เธอจะอายุมากแล้วแต่ความสวยของเธอไม่ได้แปรเปลี่ยนไปเลย “พี่โทรหาลูกเมื่อเช้า” “ลูกบอกกลับวันนี้ แต่ไม่ได้บอกว่ากี่โมง” “แต่พี่...” เขาชะงักไปอย่างไม่มั่นใจ จึงไม่ได้พูดต่อ แต่ทว่าภรรยาของเขาไม่ปล่อยผ่าน “แต่อะไรคะ พูดมา!!” “พี่ได้ยินเสียงผู้หญิงเข้ามาในโทรศัพท์ลูก” ใช
Special past 2สนับสนุนห้องนอน ฉันกำลังจัดเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้รวมถึงอะไรที่สำคัญใส่กระเป๋าให้ลูกชายคนโตของบ้านอย่างอ้อยอิ่ง วันนี้ถึงกำหนดการบินที่ลูกชายจะต้องเดินทาง “ม๊าครับ ผมโตแล้วผมทำเอง” ตอนนี้ผมอายุยี่สิบสาม ผมสอบติดมหาลัยที่อังกฤษ ผมตั้งใจและอยากเรียนที่นั่นมากและวันนี้ผมก็สอบเข้าได้ “ก็ม๊าอยากทำให้ ลูกชายจะไปต่างประเทศตั้งหลายปี” “ป๊าม๊าคิดถึงแย่เลย” ชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปกอดผู้เป็นมารดาอย่างปลอบใจ “คิดถึง เราก็คอลกันได้นะครับ ม๊าป๊าบินมาก็ได้นี่ครับ” “แต่ถ้าผมว่างผมก็จะบินมาหาบ่อยๆ” เขาไม่ได้พูดออกมาเพื่อให้มารดาของเขารู้สึกดีเพียงอย่างเดียว เขาตั้งใจแค่จะไปศึกษาเสร็จก็กลับมาช่วยงานที่บ้านให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งความคิดของเขามันเป็นแบบนี้ตั้งแต่นั้นมาแอ็ด~ “ถึงเวลาแล้ว” “หนูยังมานั่งร้องไห้กับลูกอีกเหรอที่รัก” ปัญเดินตามหาภรรยากับลูกเพราะใกล้เวลามากแล้วไม่ว่าทั้งสองจะอายุมากเข้าเลขสี่แต่สรรพนามที่เรียกภรรยาอบอุ่นไม่เคยเปลี่ยน จนมาเจอทั้งสองบนห้องนอนลูกชาย ส่วนลูกสาวจะตามไปที่หลัง รายนั้นห้ามตาม
Special past 1สอนการบ้าน บนโต๊ะทำงานเต็มไปด้วยดินสอและขี้ยางลบเต็มหน้ากระดาษ เด็กชายหน้าตาเเทบจะคัดลอกเเบบกันมากับประธานหนุ่มนั่งข้างกัน มือเล็กจับดินสอสายตาจดจ้องเบื้องหน้า คิ้วหนาเริ่มผูกกันเป็นปม “เข้าใจที่ป๊าอธิบายไหมครับ” เสียงเข้มเอ่ยถามลูกชายวัยแปดขวบด้วยความใจเย็น “ผมไม่เข้าใจอยู่ดีครับป๊า” เด็กชายเริ่มบึ้งตึงซึ่งปกติมารดาของเด็กชายจะเป็นคนสอนการบ้านด้วยความใจเย็น ชายหนุ่มที่รู้ตัวว่าตนนั้นกำลังทำให้ลูกชายไม่อยากให้เขาสอนการบ้าน “เอาใหม่นะ” เขาเริ่มใหม่พยายามพูดให้น้ำหนักเสียงเบา นุ่มนวลลงมากกว่าเดิม “….” “โซดูตรงนี้นะครับ ค่าสมการของเอ็กซ์และวายมันควรทำตัวไหนก่อน” “ทำวายก่อนค่อยต่อด้วยเอ็กซ์” คนที่เรียกโซได้ก็จะมีแต่คนสนิทเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น นิ้วแกร่งชี้บนกระดาษหนังสือ พร้อมกับคิดเลขในเครื่องคิดเลขเขียนในกระดาษทด “….” เด็กชายทำตามที่พ่อตัวเองบอกอย่างเริ่มเข้าใจมันมากขึ้น มือเล็กเขียนด้วยความคล่องแคล่วในการคำนวณ เขาเป็นเด็กวัยสิบขวบ แต่ชอบการเรียนรู้ที่ยากเพราะเขาชอบอะไรที่มันท้าทาย “เก่







