เข้าสู่ระบบ“ทำไมไม่ตอบล่ะ ผมถามว่าระหว่างเรามันเกิดอะไรขึ้น” ลีรภัทรย้ำถามอีกครั้ง เห็นเกวลินเอาแต่นิ่งเงียบก็ยิ่งอยากรู้
“มีเรื่องระหว่างเราที่ไหนกัน ช่วงนี้ฉันแค่ยุ่งๆ” หญิงสาวหลบสายตา
“วันนั้นทำไมจู่ๆ คุณก็ไปโดยไม่บอกผมสักคำ โทรไปก็ไม่รับ ถ้าไม่จงใจหลบหน้าผมให้เรียกว่าอะไรดีล่ะ”
“ไม่มีอะไรทั้งนั้น ฉันบอกแล้วไงว่ายุ่งมากก็เลยไม่ได้รับสายคุณ ช่างเรื่องนั้นเถอะ ที่คุณตามฉันมามีอะไรหรือเปล่า”
“ผมแค่อยากแน่ใจว่าคุณหายป่วยแล้ว แต่ดูจากท่าทางของคุณก็น่าจะหายดีแล้วล่ะ อีกอย่างผมอยากจะคืนเงินที่อาของผมหลอกเงินคุณไปให้มันจบๆ ยื้อไว้แบบนี้ก็ไม่เห็นจะได้อะไร”
“คุณลี ฉันไม่เอาเงินของคุณหรอกนะ คนที่ผิดไม่ใช่คุณ ถ้าจะโทษใครสักคนก็เป็นฉันเองที่ดูไม่ดี และคุณไม่ต้องกลัวว่าฉันจะเอาเรื่องนี้ไปบอกป้าคุณด้วย ฉันไม่ทำแน่นอน ฉันปล่อยวางที่นี่แล้วล่ะ บางทีฉันอาจจะเจอที่ใหม่ที่ให้ฉันลงหลักปักฐานเปิดคาเฟ่เล็กๆ ของฉันได้ บนเขาที่มีทิวน์สวยงามแบบที่นี่ใช่ว่าในประเทศไทยจะมีที่เดียวสักหน่อย”
“แปลกแฮะ! บทจะไปก็ไปง่ายๆ มีอะไรหรือเปล่านี่”
“ฉันก็ไม่ได้หน้าหนาอยู่ให้คุณไล่ได้ทุกวันหรอกนะ ฉันรู้ว่าทำยังไงคุณก็ไม่ยอมให้ฉันอยู่ที่นี่อยู่ดี สู้ฉันไปหาที่เปิดคาเฟ่ใหม่ไม่ดีกว่าเหรอ”
“แล้วถ้าผมเปลี่ยนใจให้คุณอยู่ที่นี่แล้วล่ะ ถ้าตอนนี้ผมยอมให้คุณอยู่ที่บ้านผม ยอมให้คุณเปิดคาเฟ่ คุณจะว่ายังไง”
“คุณจะล้อเล่นอะไรอีก”
“ผมพูดจริง ถ้าคุณยังอยากอยู่ที่นี่ต่อเราก็มาคุยกัน แต่ถ้าคุณเปลี่ยนใจไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วก็ไม่เป็นไร จะเอายังไงก็ค่อยมาหาผมแล้วกัน" ลีรภัทรเผยรอยยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหันหลังกลับแล้วเดินจากหญิงสาวไป
“อะไรของเขาอีกเนี่ย”
เกวลินบ่นตามหลังชายหนุ่มที่พึ่งเดินจากไป ในเมื่อเขาเองก็ไม่ชอบที่เธอเข้ามาอยู่ในสวนดอกไม้และบ้านของเขา ไหนจะอึดอัดที่ต้องเห็นเธออีก แล้วแต่ทำไมต้องพูดเช่นนี้ออกมา แถมยังยอมให้เธออยู่ที่นี่ต่อง่ายๆ ซะงั้น เธอไม่เข้าใจชายหนุ่มเลยจริงๆ
วันต่อมา ช่วงเย็นของวัน
“จะกลับบ้านพรุ่งนี้แล้วเหรอหนูเกว เบื่อเที่ยวที่นี่แล้วเหรอ” ป้าน้อยเอ่ยถามหญิงสาวที่เข้ามาเยี่ยมเยียนเธอที่บ้าน หลายวันแล้วที่เธอไม่ได้เจอเกวลิน
“ที่จริงที่เกวมาที่นี่ไม่ได้มาเที่ยวหรอกค่ะ เกวมาหาที่ไว้เปิดคาเฟ่เล็กๆ ของเกว”
“แล้วหาไม่ได้หรือไงถึงกลับบ้าน”
“คือเกวอยากได้ที่ตรงสวนดอกไม้ของคุณลีมาเปิดคาเฟ่ค่ะ ที่นั่นมีทั้งวิวทั้งดอกไม้ให้ชื่นชม มันดูลงตัวทุกอย่าง จริงๆ แล้วเกวกับคุณลีเราไม่ได้เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันหรอกค่ะ เราพึ่งเจอกันเมื่อเดือนก่อนเอง เกวขอโทษป้าน้อยนะคะที่ต้องโกหก”
หญิงสาวยกมือไหว้เอ่ยขอโทษต่อหญิงอาวุโสกว่าด้วยความนอบน้อม เธอเองก็รู้สึกผิดที่โกหกและก็โล่งใจเมื่อเห็นท่าทีของป้าน้อยที่ไม่ได้ดูโกรธให้เธอเลยสักนิด มิหนำซ้ำยังคงยิ้มให้กับเธอเช่นเดิม
“ป้าน้อยไม่โกรธเกวเหรอคะ”
“ไม่โกรธหรอก ป้าก็คิดเอาไว้แล้วแหละ มีที่ไหนเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันแต่คุยกันซะห่างเหินขนาดนั้น ดูหนูมุกยังสนิทกับลีมากกว่าหนูเกวอีก เรื่องสวนดอกไม้ของลีก็คงแล้วแต่เจ้าตัว ลีเขารักสวนนั้นมาก มันเป็นสวนที่ย่าของลีให้ลีไว้ลีก็เลยหวงแหนไม่อยากให้ใครมาวุ่นวาย แต่ถ้าเป็นไปได้ป้าก็อยากให้หนูเกวเปิดคาเฟ่ที่นั่นนะ อย่างน้อยลีจะได้มีเพื่อน ป้าก็แก่มากแล้วขึ้นเขาบ่อยๆ ไปดูลีก็คงไม่ไหว หลังๆ มาดีหน่อยที่มีครูมุกที่พอแวะเวียนไปหาลีบ้าง แต่ถ้าหนูเกวอยู่ที่นั่นลีก็จะได้มีเพื่อน เกิดอะไรขึ้นก็ช่วยเหลือกันได้ แต่ถ้าลีเขาไม่เอา…ป้าก็คงขัดเขาไม่ได้เหมือนกัน”
“เกวเข้าใจค่ะ ตอนแรกเขาก็ไม่ยอมท่าเดียว แต่เมื่อวานจู่ๆ ก็เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา เขายอมที่จะให้เกวอยู่ที่นั่นแล้ว”
“งั้นก็ดีสิ แล้วทำไมหนูเกวต้องกลับบ้านด้วยล่ะ”
“ไม่ปิดบังป้าน้อยแล้วกัน คือเกวไม่ค่อยเข้าใจคุณลีเท่าไหร่ ถ้าเขาอึดอัดที่ต้องอยู่ใกล้ชิดเกว แล้วทำไมเขาต้องยอมให้เกวอยู่ที่บ้านเขาด้วยคะ เพราะถ้าเกวอยู่ที่นั่นเราก็ต้องเจอกันทุกวัน แบบนี้เขาไม่อกแตกตายไปเลยเหรอ”
“ลีเขาบอกอึดอัดเวลาอยู่กับหนูเหรอ”
“เขาไม่ได้บอกเกวหรอกค่ะแต่เขาพูดให้คนอื่นฟัง พอได้ยินแบบนี้เกวเลยคิดว่าถ้าเรายังเจอหน้ากัน อยู่ด้วยกัน วันหนึ่งเขารู้สึกอึดอัดที่เห็นหน้าเกวขึ้นมาอีกจะทำยังไง ตัดใจตอนนี้ยังจะดีซะกว่า คงมีสักที่ที่เหมาะให้เกวเปิดคาเฟ่ได้ เกวเองก็ไม่โทษคุณลีหรอกนะคะ เพราะเกวเองที่ล้ำเส้นเขามากไปถ้าเขาจะรำคาญเกวก็พอเข้าใจได้”
“ป้ารู้จักหลานของป้าดี ลีไม่เคยว่าร้ายให้ใคร เรื่องหนูเกวกับลีต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่”
“ช่างเถอะค่ะตอนนี้มันไม่สำคัญแล้ว งั้นเกวขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวต้องไปให้คำตอบคุณลี ไว้วันไหนเกวว่างเกวจะมาเยี่ยมคุณป้านะคะ” หญิงสาวยกมือไหว้ลาก่อนจะเดินไปยังรถที่จอดเอาไว้ และขับมุ่งหน้าตรงไปยังสวนดอกไม้ของลีรภัทร
หลังจากเกวลินกลับออกไปสักพักลีรภัทรก็มาที่บ้านผู้เป็นป้า พอมาถึงก็เห็นป้าน้อยเอาแต่มองมาที่เขาด้วยสีหน้าบึ้งตึง สายตาคู่นี้เหมือนสายตาที่เคยดุให้เขาเมื่อตอนที่เขายังเด็กแล้วทำผิดยังไงอย่างงั้น
“มองแบบนี้ผมทำอะไรผิดใช่มั้ยครับ”
“รู้ตัวด้วยเหรอเรา แล้วนี่ไปไหนมา”
“ไปช่วยครูมุกเลือกเฟอร์นิเจอร์มาครับ”
“ลีกับครูมุกนี่ยังไง พอมีเวลาว่างก็ตัวติดกันตลอด จีบกันอยู่เหรอ” คำถามของป้าน้อยทำให้ลีรภัทรหลุดขำออกมา ไม่คิดว่าผู้เป็นป้าจะมีความคิดเช่นนี้
“ไปไหนมาไหนด้วยกันจะเป็นเพื่อนกันไม่ได้เลยต้องจีบกันอย่างเดียวว่างั้น อยู่หมู่บ้านเดียวกันช่วยเหลือซึ่งกันและกันมันก็ดีไม่ใช่เหรอครับ ป้าเองก็สอนลีแบบนี้ตลอด”
“ป้าก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ต่อให้ลีจีบครูมุกจริงป้าก็จะดีใจซะอีก ลีรักใครชอบใครป้าไม่ยุ่งหรอก แต่ถ้าลีจะใจดีกับหนูเกวเหมือนที่ใจดีกับครูมุกหน่อยก็จะดีมากเลยนะ”
“หมายความว่าไงครับ คุณเกวมาที่นี่เหรอ เธอพูดอะไรบ้างครับ”
“ลีนะลี พูดออกไปได้ยังไงว่าอึดอัดเวลาที่อยู่กับหนูเกว พูดแบบนี้หนูเกวได้ยินก็เสียใจสิ จากคนที่เคยสดใสน่ารักกลับนิ่งเงียบผิดไปจากเดิมเลยทีนี้”
“อะไรนะ! คุณเกวบอกป้าแบบนั้นเหรอครับ แล้วตอนนี้คุณเกวอยู่ที่ไหนป้ารู้มั้ย”
“เห็นว่าไปหาลีที่บ้านน่ะ ตอนนี้คงยังอยู่ที่บ้านลีแหละมั้ง”
“งั้นลีกลับก่อนนะครับ”
พอได้คำตอบจากผู้เป็นป้าก็รีบวิ่งไปขึ้นรถและขับออกไปยังสวนดอกไม้ของตัวเองทันที ชายหนุ่มเข้าใจแล้วว่าที่หญิงสาวหลบหน้าเขานั้นเป็นเพราะสาเหตุอะไร วันนั้นที่เขากับมุกดาสนทนากันคงเป็นจังหวะที่เธอมาได้ยินเข้า ยังไงชายหนุ่มต้องอธิบายให้หญิงสาวเข้าใจว่าสิ่งที่เขาพูดไปในวันนั้นไม่ได้มีเจตนาไม่ดีอะไรกับเธอเลย
ลีรภัทรมาถึงสวนดอกไม้ก็เดินหาเกวลินด้วยท่าทีร้อนใจหวังแค่ว่าหญิงสาวจะยังรอเจอเขาอยู่ที่นี่ และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ชายหนุ่มเผยยิ้มอย่างโล่งใจเมื่อเห็นเกวลินยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ทางหลังบ้าน เขายืนมองเธออยู่สักครู่ก่อนจะเดินเข้าไปหา
“รอนานมั้ย”
“ไม่นานค่ะ ฉันเองก็ไม่ได้โทรบอกคุณว่าจะมาด้วย คือฉันจะมาให้คำตอบคุณเรื่อง….”
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน” ชายหนุ่มรีบเอ่ยแทรก ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการอธิบายในสิ่งที่หญิงสาวเข้าใจผิดไป
“วันนั้นที่คุณขับรถออกจากสวนผมไปโดยไม่ลาเป็นเพราะคุณโกรธผม คุณรู้สึกแย่กับคำพูดของผมใช่มั้ย”
“ป้าน้อยบอกคุณเหรอคะ ฉันไม่ได้สนใจหรอกค่ะ คนอย่างฉันเรื่องนินทาพวกนี้ไม่เคยใส่ใจอยู่แล้ว ฉันห้ามความรู้สึกใครไม่ได้นี่ ไม่ใช่แค่คุณหรอกที่รู้สึกกับฉันแบบนั้น ยังมีคนอีกตั้งมากมายที่ไม่ชอบฉันเหมือนกับคุณ”
“คุณคิดไปไกลแล้ว ทำไมผมต้องไม่ชอบคุณด้วย ถ้าผมไม่ชอบคุณ…วันนั้นผมจะยอมยกเตียงนอนให้คุณทำไม และตอนนี้ผมจะต้องพยายามอธิบายให้คุณฟังด้วยทำไม”
“ใครจะไปรู้คุณล่ะ ถ้าคุณไม่เกลียดฉันจริงๆ ทำไมต้องพูดลับหลังฉันให้คนอื่นฟังด้วยว่าฉันไม่มีกาลเทศะ อยู่ด้วยแล้วอึดอัด มันน่ารำคาญมากใช่มั้ยถึงต้องไประบายให้คนอื่นฟัง”
“แล้วทำไมคุณไม่อยู่ฟังต่ออีกสักนิดล่ะ คุณจะได้รู้ว่าหลังคำพูดพวกนั้นผมพูดอะไรไปบ้าง"
เกวลินเริ่มหวาดหวั่นเมื่อลีรภัทรพยายามเดินเข้าประชิดตัวเธอเข้ามาใกล้เรื่อยๆ แววตาของชายหนุ่มในตอนนี้ดูดุดันนัก ไม่นานตัวเธอก็ถูกลีรภัทรดันเข้าไปติดกับต้นไม้ใหญ่ ดวงตาคมเข้มทั้งสองข้างมองมาที่เธออย่างไม่ลดละ
“คุณจะทำอะไร!”
“ก็จะแก้ไขสิ่งที่คุณเข้าใจผิดไง” ลีรภัทรโน้มหน้าเข้าใกล้หญิงสาวให้มากกว่าเดิม ชายหนุ่มแค่ต้องการให้หญิงสาวรับรู้ถึงเจตนาที่แท้จริง เขาไม่ได้เกลียดหญิงสาวอย่างที่ตัวเธอเข้าใจผิด
“ตอนนี้ผมอยู่ใกล้คุณขนาดนี้ ผมกลับไม่รู้สึกอึดอัดเลยสักนิด คุณคิดว่าไงล่ะ คนที่เกลียดคุณ ไม่ชอบคุณ จะยอมสบตาคุณอยู่ตรงนี้เหรอ เกวลิน…ใช่ผมพูดว่าอึดอัดเวลาที่อยู่กับคุณก็จริง แต่นั่นก็เป็นแค่เมื่อก่อน พอผมได้รู้จักคุณมากขึ้นผมก็รู้ว่าคุณไม่ได้เป็นแบบนั้น คุณเองที่เป็นคนบอกผมว่าเราสามารถเป็นเพื่อนกันได้ไม่ใช่เหรอ” ลีรภัทรอธิบายด้วยความจริงใจ หวังว่าหญิงสาวจะเข้าใจเจตนาที่แท้จริงของเขา
“เข้าใจแล้วน่า” เกวลินเบนหน้าหนีผลักอกชายหนุ่มด้วยความเคอะเขิน หน้าของเธอเริ่มแดงมากขึ้นเมื่อมือเล็กของเธอถูกมือใหญ่ของชายหนุ่มรวบเข้ามากุมเอาไว้
“ทีนี้เข้าใจแล้วใช่มั้ย คุณน่ะเสียอยู่อย่างเดียว เวลาคิดจะทำอะไรไม่รอบคอบสักอย่าง ถ้าตอนนั้นรอฟังผมพูดให้จบก็คงไม่ต้องหน้างอขนาดนี้หรอก”
“ใครหน้างอกัน แล้วเมื่อไหร่คุณจะปล่อยมือฉันสักที จะจับอะไรนักหนา”
“ปล่อยก็ปล่อยสิ” ลีรภัทรคลายมือที่กุมมือเกวลินเอาไว้ออก ชายหนุ่มมองไปที่หญิงสาวด้วยความเอ็นดู
“คุณมาหาผมที่นี่จะคุยเรื่องคาเฟ่ของคุณใช่มั้ย ตกลงคุณจะอยู่ที่นี่ต่อหรือจะกลับบ้านของคุณดีล่ะ”
“คุณแน่ใจนะว่าจะให้ฉันเช่าพื้นที่สวนดอกไม้ของคุณทำคาเฟ่จริงๆ ไม่ใช่พอฉันทำไปแล้วมาเปลี่ยนใจ คนที่เสียหายก็คือฉันนะ”
“ถ้าผมทำแบบนั้นคุณก็ฟ้องผมได้นี่ ยังไงเรื่องแบบนี้ต้องมีการเซ็นสัญญากันอยู่แล้ว แต่ก่อนคุณจะตกลงผมมีเงื่อนไขอีกข้อหนึ่ง ตอนนี้ผมพึ่งเริ่มทำสวนดอกไม้ ทุกอย่างยังไม่เข้าที่เข้าทาง ยังมีดอกไม่อีกเยอะที่ผมต้องลงแปลง ผมยังต้องใช้เวลาอีกประมาณ6เดือนเพื่อทำตรงนี้ พอถึงเวลานั้นดอกไม้ของผมก็คงบานสะพรั่งเต็มสวนพอดี พอที่จะส่งออกให้ลูกค้าของผม คาเฟ่ของคุณก็จะมีดอกไม้ให้ชื่นชม ผมจะให้คุณใช้พื้นที่แค่1ไร่ตั้งแต่ทางเข้าสวนมาจนถึงปากทางบ้านของผมแค่นั้น พื้นที่ที่เหลือจะไม่เกี่ยวข้องกับคาเฟ่ของคุณ ทางซ้ายเป็นคาเฟ่ของคุณ ทางขวาเป็นสวนดอกไม้ของผม และอีกอย่างบ้านหลังนี้ก็เป็นพื้นที่ส่วนตัวด้วย ผมไม่อยากให้ใครเขามาวุ่นวาย ถ้าคุณรับเงื่อนไขผมได้ ผมก็ตกลง”
“ไม่มีปัญหา งั้นอีก6เดือนฉันค่อยกลับมาหาคุณใหม่ก็แล้วกัน” ลีรภัทรหน้าเจื่อนลงเมื่อได้ยินคำตอบของหญิงสาว ที่เธอพูดออกมาเช่นนี้ก็แปลว่าเธอจะไม่ได้อยู่ที่นี่ต่องั้นเหรอ กว่าจะได้เจอกันอีกทีก็คงเป็นอีก6เดือนข้างหน้า
“งั้นก็ตามนี้” ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับก่อนจะเดินหันหลังกลับ เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกหญิงสาวตะโกนทักเอาไว้
“แล้วถ้าฉันขอเช่าอยู่ที่บ้านของคุณเลยตอนนี้จะได้มั้ย มาถึงเชียงใหม่ทั้งทีฉันก็อยากจะอยู่เที่ยวต่ออีกสักหน่อย แต่ถ้าคุณไม่โอเค ฉันไปหาที่พักอื่นอยู่ก็ได้”
ลีรภัทรเผยยิ้มออกมา ชายหนุ่มรู้สึกยินดีนักที่หญิงสาวต้องการที่จะอยู่ที่นี่ต่อ มีหรือที่เขาจะไม่ยินยอม
“ได้สิ แต่ค่าเช่าแพงนะ คุณสู้ไหวมั้ยล่ะ”
คำตอบของลีรภัทรทำให้เกวลินหลุดขำทันที ดูเหมือนความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มต้นไปได้ด้วยดี จากเมื่อก่อนที่ต่างคนต่างเอาแต่ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ พอได้พูดปรับความเข้าใจกันแบบนี้ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นจริงๆ
เกวลินในชุดเจ้าสาวสีขาวเกาะอกกระโปรงสั้น ชายกระโปรงแต่งกลีบด้วยลายดอกไม้ ผมเกล้าขึ้นประดับด้วยผ้าคลุมเจ้าสาวยาวมาถึงเอว หญิงสาวยืนอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ที่มีดอกกุหลาบขาวเลื้อยรอบขอบหน้าต่างเต็มไปด้วยความงดงาม เธอยืนมองดูผู้คนที่มาร่วมงานแต่งของเธอวันนี้ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข“ได้เวลาแล้วลูก” ปานวาดเอ่ยแจ้งต่อผู้เป็นลูกสาว เห็นเกวลินกำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝาก็เก็บความยินดีเอาไว้ไม่อยู่“แม่อย่าร้องไห้สิคะเดี๋ยวก็ไม่สวยกันพอดี”“ก็แม่ดีใจนี่ที่เกวแต่งงาน ไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงเร็วขนาดนี้ ไปเถอะลูกได้เวลาแล้ว”ปานวาดจูงมือผู้เป็นลูกสาวไปมอบให้กับนทีซึ่งทำหน้าที่ส่งตัวเจ้าสาวไปให้กับเจ้าบ่าวที่ยืนรออยู่ เกวลินควงแขนผู้เป็นพ่อเดินผ่านผู้คนที่มาร่วมงานแต่งของเธอด้วยความยินดีระหว่างทางเดินเธอยิ้มให้เพื่อนสาวของเธอที่นั่งอยู่ติดกับกานวนิชผู้เป็นพี่ชาย ถัดไปก็เป็นนิพลและภูมิทัศน์ หรือแม้แต่มุกดาก็ยังมาร่วมงานของเธอด้วย วันนี้คนที่เธอรักและรู้จักมารวมกันอยู่ที่งานแต่งของเธอทั้งหมดแล้วลีรภัทรในสูทขาวกางเกงดำมองไปที่เกวลินที่กำลังจะเดินมาถึงด้วยความสุขล้นใจ วันนี้เกวลินในชุดเจ้าสาวงดงามมากน
ลีรภัทรเดินเข้ามาสวมกอดเกวลินทางด้านหลังระหว่างที่หญิงสาวกำลังเก็บล้างแก้วน้ำอยู่ในห้องครัว ก่อนจูบไปที่ต้นคอระหงของเธอเบาๆ ตอนนี้ที่บ้านสวนเหลือแค่ชายหนุ่มกับเกวลินเท่านั้น“อย่าซนสิคะ”“ผมมารับผิดกับคุณ ผมรู้ว่าผมผิดที่โกหกคุณไว้”“รู้ตัวด้วยเหรอคะ” เกวลินวางแก้วลงหันกลับมาสบตาชายหนุ่มตรงหน้า ใบหน้าออดอ้อนของลีรภัทรช่างน่าเอ็นดูนัก“คุณเนี่ยนะไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องปิดบังฉันด้วย ถ้าคุณบอกฉันดีๆ ฉันก็เข้าใจไม่ทำตัวเป็นภาระคุณหรอกค่ะ”“ก็ผมกลัวคุณคิดมากนี่ คุณเองก็รักสวนดอกไม้มากถ้ารู้ว่ามีคนมาทำลายดอกไม้ของผมจะนอนไม่หลับเอา”“แต่ยังไงคุณก็ควรบอกฉันสักหน่อย ถ้าไม่มีอาคุณโผล่มาช่วยคนที่โดนมีดแทงมืออาจเป็นฉันก็ได้”“ผมสำนึกผิดแล้วจริงๆ” ลีรภัทรออดอ้อนกะพริบตาปริบๆ“ก็ถือว่าหายกันนะคะ”“หมายความว่าไง”“ที่จริงฉันเห็นอานิดของคุณตั้งนานแล้ว เขาก็ป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ สวนคุณนี่แหละแต่คงไม่กล้าเผยตัวให้ใครรู้ บางวันเขาไปที่ไหล่ทางเพื่อโบกรถให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาสวนคุณด้วยนะคะ ฉันเองก็ตั้งใจบอกคุณเหมือนกันแต่ก็ดันมาเกิดเรื่องซะก่อน แบบนี้ไงคะอาคุณถึงไม่ตกใจตอนที่รู้ว่าฉันเป็นคู่หมั้นคุณ ฉันว่
ลีรภัทรอาบน้ำทำกิจธุระส่วนตัวเรียบร้อยก็แวะมาหาเกวลินที่ห้องนอนของเธอ พอมาถึงก็เห็นหญิงสาวนั่งคิ้วขมวดอยู่กับสมุดบัญชี ชายหนุ่มเลยเดินเข้าไปดึงสมุดบัญชีออกมาจากมือของหญิงสาว“เอามานะคะฉันยังทำบัญชีไม่เสร็จเลย”“นี่มันดึกมากแล้วคุณควรจะนอนได้แล้ว เรื่องบัญชีค่อยจัดการพรุ่งนี้ต่อก็ได้”“แต่…”“ไม่ต้องแต่ นี่คือคำสั่ง” ลีรภัทรทำหน้าดุคิ้วขมวดไปที่หญิงสาว“ก็ได้ค่ะนอนก็นอน งั้นคุณลีรภัทรกรุณาออกจากห้องนอนดิฉันด้วยนะคะ เพราะตอนนี้ดิฉันจะเข้านอนแล้ว”“เรื่องอะไรผมต้องออกไปด้วย” ชายหนุ่มทำไม่รู้ไม่ชี้เดินตรงไปที่เตียงนอนของหญิงสาว“นี่คนจะเอาเปรียบฉันเหรอ”“ถ้าผมไม่เอาเปรียบคุณ…แล้วเราจะมีหลานน่ารักๆ ให้พ่อแม่ได้ยังไง"ลีรภัทรคว้าตัวหญิงสาวเข้ามานั่งตัก มือทั้งสองข้างสวมกอดเอวบางของเธอไว้“คุณพูดอะไร อย่าลืมสิว่าเรายังไม่ได้แต่งงานกัน”“ไม่เห็นเป็นไรนี่มีลูกแล้วค่อยแต่งก็ได้ เราจะได้เอาลูกของเรามาถ่ายพรีเวดดิ้งด้วยไง”“คุณจริงจังหรือเปล่านี่”“จริงจังสิ ทุกคำพูดของผมจริงจังเสมอ”“คุณไม่คิดว่ามันเร็วเกินไปเหรอคะ เอาจริงคุณกับฉันคบกันได้ไม่นานเอง ไม่คิดว่าความรักของเรามันดูฉาบฉวยไปหน่อยเหรอ”"ผ
“ฉันรักคุณค่ะ”สิ้นคำสารภาพรัก ปากอุ่นๆ แดงอมชมพูของเกวลินก็ประทับไปที่ปากของลีรภัทรด้วยความละมุนละไม ก่อนจะค่อยๆ รุกหนักบดขยี้ปากของชายหนุ่มอย่างเร่าร้อนและแรงขึ้น จนผู้ที่ถูกก้าวล่วงไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาที่หญิงสาวจู่โจมได้อีกต่อไปลีรภัทรเคลิ้มและหวั่นไหวจนอ่อนระทวยไปทั้งตัว ชายหนุ่มรีบตอบสนองรสรักของหญิงสาวอย่างเร่าร้อนและช่ำชอง ไม่นานนักร่างบางของหญิงสาวก็ถูกชายหนุ่มอุ้มมาที่โซฟา ก่อนจะค่อยๆ ดันตัวหญิงสาวให้นอนราบไปอีกที ลีรภัทรยิ้มหวานจ้องไปที่ปากบางอมชมพูของเกวลินอย่างเว้าวอน ก่อนจะโน้มหน้าเข้าหาเพื่อมอบจูบอันเร่าร้อนให้กับหญิงสาวอีกครั้งลีรภัทรดันตัวหญิงสาวขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะสอดอ้อมแขนเพื่ออุ้มเธอขึ้นมา ชายหนุ่มอุ้มร่างบางตรงไปยังเตียงนอนของตัวเอง มือที่ซุกซนก็เริ่มปลดแขนเสื้อตุ๊กตาของหญิงสาวลงมาอยู่ระหว่างหน้าอกเธอ เขาจับจ้องไปที่เนินอกขาวที่สวยงามของเธออย่างเว้าวอนก่อนจะใช้ปากอุ่นๆ ประทับจูบไปที่เนินอกนั้นและเล้าโลมอย่างพอใจเกวลินเนื้อตัวอ่อนระทวยสั่นไหวไปทั้งตัว แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกของเธอที่ยอมให้ลีรภัทรรุกล้ำแต่ก็ไม่ได้รู้สึกประหม่าแต่อย่างใด เธอกลับคล้อยตามและพอใจกับร
“เรื่องจริงครับ เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความพลาดพลั้งหรือขาดสติแต่อย่างใด แต่เป็นความเต็มใจของเราทั้งคู่ ครั้งล่าสุดที่เกวไปหาผมที่เชียงใหม่…”“ไม่ต้องพูดต่อแล้ว” นทีเอ่ยขัดขึ้น พูดแค่นี้ก็เข้าใจทุกอย่างแล้ว และก็เชื่อด้วยว่าเป็นการสมยอมด้วยกันทั้งคู่“เอาเถอะเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วคงทำอะไรไม่ได้ เพราะแบบนี้ใช่มั้ยลีถึงมาสู่ขอเกว” ปานวาดถามเสริม แม้จะขุ่นเคืองเรื่องที่เกิดขึ้นแต่ก็พอทำใจยอมรับได้ อีกอย่าทั้งสองก็รักกันเรื่องแบบนี้ระหว่างคู่รักไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เธอเองยังนับถือด้วยซ้ำที่ลีรภัทรกับลูกสาวของเธออดทนมาได้ขนาดนี้ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้อยู่บ้านหลังเดียวกันด้วยซ้ำ“ต่อให้ไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นผมก็ตั้งใจจะแต่งงานกับเกวอยู่แล้วครับ”“ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วนี่ แต่เรื่องแต่งงานฉันไม่เห็นด้วย ให้หมั้นกันไว้ก่อนแล้วกัน เธอรับได้มั้ยล่ะ” นทีหันไปถามลีรภัทร“ได้ครับ หมั้นไว้ก่อนก็ได้” ชายหนุ่มยิ้มกว้างตอบรับด้วยความดีใจ ถึงยังไม่ได้แต่งงานแต่อย่างน้อยก็ยังได้หมั้นกันไว้ก่อน“งั้นก็ตกลงตามนี้ คุณว่าไงคะ” ริมนหันไปถามอดีตสามี“ผมเองก็เห็นด้วยกับคุณนทีที่จะให้หมั้นกันก่อน อีกสักสองสามปี
พลอยลดายิ้มร่าด้วยความดีใจเมื่อเห็นกานวนิชมาถึง วันนี้หญิงสาวเองก็ตั้งใจจะบอกชายหนุ่มเรื่องขอเลื่อนงานแต่งให้เร็วขึ้น“ที่ผมนัดคุณพลอยมาเพื่อจะคุยเรื่องแต่งงาน คือผมคงแต่งงานกับคุณพลอยไม่ได้แล้ว”พลอยลดาหุบยิ้มลงทันที สิ่งที่เธอได้ยินมันไม่ใช่เรื่องจริงใช่มั้ย ความตั้งใจก่อนหน้านี้พังลงไปไม่เป็นท่า ความหวังที่จะได้แต่งงานกับกานวนิชนั้นไม่มีแล้วจริงๆ หรือ“นี่คุณพูดจริงเหรอคะ ไหนคุณบอกว่าต่อให้มีอะไรเกิดขึ้นคุณก็จะแต่งงานกับฉันไงคะ”“เพราะตอนนั้นผมไม่รู้ใจตัวเอง ผมไม่รู้ว่าความรักคืออะไรก็เลยไม่สนใจ คิดแค่ว่าถ้าเราแต่งงานกันเราต่างคนก็ต่างได้ประโยชน์ แต่ตอนนี้ผมไม่ได้คิดแบบนั้นแล้ว เพราะถ้าผมแต่งงานกับคุณไปคนที่จะไม่มีความสุขไม่ใช่แค่ผมหรือคนที่ผมรัก แต่คนที่จะเสียใจที่สุดจะเป็นคุณ เพราะคุณต้องทนอยู่กับคนที่ไม่ได้รักคุณ”“คุณรักฝ้ายเหรอคะ” หญิงสาวน้ำตาคลอปวดใจนักแม้จะพอรู้คำตอบอยู่แล้วแต่ก็อยากถามให้แน่ใจ“ครับ ก่อนนี้ผมหลอกตัวเองมาตลอดว่าไม่ใช่ แต่ตอนนี้ผมรู้ใจตัวเองแล้ว และผมจะไม่ยอมเสียฝ้ายไปเด็ดขาด” ทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบพลอยลาดก็หยิบแก้วน้ำสาดไปที่ใบหน้าของกานวนิชด้วยความโทสะ ชายหน
“เงียบแบบนี้ลังเลเหรอ”ปานวาดเอ่ยถามผู้เป็นลูกสาวอีกครั้ง เธอเองก็อยากรู้ว่าในใจของเกวลินยังรักชายหนุ่มดังกล่าวอยู่หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่จบความสัมพันธ์กันไปก็ไม่เคยได้ยินพูดถึงหรือติดต่ออีกเลย“ที่หนูเงียบเพราะกำลังคิดหาทางหนีเขาต่างหาก แม่คะ…งั้นเกวกลับเชียงใหม่พรุ่งนี้เลยได้มั้ย เกวไม่อยาก
วันต่อมา“เดี๋ยวผมจะให้คนงานเข้ามาเก็บกวาดห้องให้ ส่วนเรื่องแต่งห้องยังไงก็รอคุณมาจัดการเองแล้วกัน แล้วคุณจะกลับบ้านกี่วันล่ะ”“น่าจะอาทิตย์หนึ่ง กลับแป๊บเดียวเดี๋ยวพ่อกับแม่ก็บ่นให้ ต้นไม้ตรงนั้นดูโล่งไปนะ ถ้ามีชิงช้าสักหน่อยน่าจะดี” เกวลินชี้ไปทางต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากห้องที่เธอจะมาอาศัยอยู่น
ลีรภัทรสวมกอดเกวลินไว้แนบแน่น หญิงสาวที่ถูกกอดทำได้แค่ยืนนิ่งสับสนท่าทีของชายหนุ่มที่แสดงออกมา เธอครุ่นคิดแต่ว่าวันนี้ลีรภัทรไปเจอเรื่องแย่ๆ มาหรือไรถึงเผยมุมอ่อนไหวเช่นนี้ให้เห็น“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า มีอะไรบอกฉันได้นะ” หญิงสาวลูบแผ่นหลังชายหนุ่มเบาๆเสียงของเกวลินเหมือนทำให้ลีรภัทรรู้สึกตัว เมื่อ
“คุณถอยไปเลยนะ”เกวลินผลักอกลีรภัทรให้ออกห่างจากตัวเธอ การที่ชายหนุ่มแนบชิดกับเธอเช่นนี้มันทำให้เธอหวาดกลัวอยู่มากนัก ไหนจะสายตาเว้าวอนมองมาที่เธออีก“ทำไม…แค่นี้ก็กลัวแล้วเหรอ ถ้ากลัวก็กลับไปสิ”ลีรภัทรแสยะยิ้มอย่างพอใจ แววตาที่จับจ้องไปที่ดวงตาเบิกโตของหญิงสาวก็ค่อยๆ ลดระดับลงมองไปยังปากแดงอมชมพู







