Se connecter“ทำไมไม่ตอบล่ะ ผมถามว่าระหว่างเรามันเกิดอะไรขึ้น” ลีรภัทรย้ำถามอีกครั้ง เห็นเกวลินเอาแต่นิ่งเงียบก็ยิ่งอยากรู้
“มีเรื่องระหว่างเราที่ไหนกัน ช่วงนี้ฉันแค่ยุ่งๆ” หญิงสาวหลบสายตา
“วันนั้นทำไมจู่ๆ คุณก็ไปโดยไม่บอกผมสักคำ โทรไปก็ไม่รับ ถ้าไม่จงใจหลบหน้าผมให้เรียกว่าอะไรดีล่ะ”
“ไม่มีอะไรทั้งนั้น ฉันบอกแล้วไงว่ายุ่งมากก็เลยไม่ได้รับสายคุณ ช่างเรื่องนั้นเถอะ ที่คุณตามฉันมามีอะไรหรือเปล่า”
“ผมแค่อยากแน่ใจว่าคุณหายป่วยแล้ว แต่ดูจากท่าทางของคุณก็น่าจะหายดีแล้วล่ะ อีกอย่างผมอยากจะคืนเงินที่อาของผมหลอกเงินคุณไปให้มันจบๆ ยื้อไว้แบบนี้ก็ไม่เห็นจะได้อะไร”
“คุณลี ฉันไม่เอาเงินของคุณหรอกนะ คนที่ผิดไม่ใช่คุณ ถ้าจะโทษใครสักคนก็เป็นฉันเองที่ดูไม่ดี และคุณไม่ต้องกลัวว่าฉันจะเอาเรื่องนี้ไปบอกป้าคุณด้วย ฉันไม่ทำแน่นอน ฉันปล่อยวางที่นี่แล้วล่ะ บางทีฉันอาจจะเจอที่ใหม่ที่ให้ฉันลงหลักปักฐานเปิดคาเฟ่เล็กๆ ของฉันได้ บนเขาที่มีทิวน์สวยงามแบบที่นี่ใช่ว่าในประเทศไทยจะมีที่เดียวสักหน่อย”
“แปลกแฮะ! บทจะไปก็ไปง่ายๆ มีอะไรหรือเปล่านี่”
“ฉันก็ไม่ได้หน้าหนาอยู่ให้คุณไล่ได้ทุกวันหรอกนะ ฉันรู้ว่าทำยังไงคุณก็ไม่ยอมให้ฉันอยู่ที่นี่อยู่ดี สู้ฉันไปหาที่เปิดคาเฟ่ใหม่ไม่ดีกว่าเหรอ”
“แล้วถ้าผมเปลี่ยนใจให้คุณอยู่ที่นี่แล้วล่ะ ถ้าตอนนี้ผมยอมให้คุณอยู่ที่บ้านผม ยอมให้คุณเปิดคาเฟ่ คุณจะว่ายังไง”
“คุณจะล้อเล่นอะไรอีก”
“ผมพูดจริง ถ้าคุณยังอยากอยู่ที่นี่ต่อเราก็มาคุยกัน แต่ถ้าคุณเปลี่ยนใจไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วก็ไม่เป็นไร จะเอายังไงก็ค่อยมาหาผมแล้วกัน" ลีรภัทรเผยรอยยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหันหลังกลับแล้วเดินจากหญิงสาวไป
“อะไรของเขาอีกเนี่ย”
เกวลินบ่นตามหลังชายหนุ่มที่พึ่งเดินจากไป ในเมื่อเขาเองก็ไม่ชอบที่เธอเข้ามาอยู่ในสวนดอกไม้และบ้านของเขา ไหนจะอึดอัดที่ต้องเห็นเธออีก แล้วแต่ทำไมต้องพูดเช่นนี้ออกมา แถมยังยอมให้เธออยู่ที่นี่ต่อง่ายๆ ซะงั้น เธอไม่เข้าใจชายหนุ่มเลยจริงๆ
วันต่อมา ช่วงเย็นของวัน
“จะกลับบ้านพรุ่งนี้แล้วเหรอหนูเกว เบื่อเที่ยวที่นี่แล้วเหรอ” ป้าน้อยเอ่ยถามหญิงสาวที่เข้ามาเยี่ยมเยียนเธอที่บ้าน หลายวันแล้วที่เธอไม่ได้เจอเกวลิน
“ที่จริงที่เกวมาที่นี่ไม่ได้มาเที่ยวหรอกค่ะ เกวมาหาที่ไว้เปิดคาเฟ่เล็กๆ ของเกว”
“แล้วหาไม่ได้หรือไงถึงกลับบ้าน”
“คือเกวอยากได้ที่ตรงสวนดอกไม้ของคุณลีมาเปิดคาเฟ่ค่ะ ที่นั่นมีทั้งวิวทั้งดอกไม้ให้ชื่นชม มันดูลงตัวทุกอย่าง จริงๆ แล้วเกวกับคุณลีเราไม่ได้เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันหรอกค่ะ เราพึ่งเจอกันเมื่อเดือนก่อนเอง เกวขอโทษป้าน้อยนะคะที่ต้องโกหก”
หญิงสาวยกมือไหว้เอ่ยขอโทษต่อหญิงอาวุโสกว่าด้วยความนอบน้อม เธอเองก็รู้สึกผิดที่โกหกและก็โล่งใจเมื่อเห็นท่าทีของป้าน้อยที่ไม่ได้ดูโกรธให้เธอเลยสักนิด มิหนำซ้ำยังคงยิ้มให้กับเธอเช่นเดิม
“ป้าน้อยไม่โกรธเกวเหรอคะ”
“ไม่โกรธหรอก ป้าก็คิดเอาไว้แล้วแหละ มีที่ไหนเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันแต่คุยกันซะห่างเหินขนาดนั้น ดูหนูมุกยังสนิทกับลีมากกว่าหนูเกวอีก เรื่องสวนดอกไม้ของลีก็คงแล้วแต่เจ้าตัว ลีเขารักสวนนั้นมาก มันเป็นสวนที่ย่าของลีให้ลีไว้ลีก็เลยหวงแหนไม่อยากให้ใครมาวุ่นวาย แต่ถ้าเป็นไปได้ป้าก็อยากให้หนูเกวเปิดคาเฟ่ที่นั่นนะ อย่างน้อยลีจะได้มีเพื่อน ป้าก็แก่มากแล้วขึ้นเขาบ่อยๆ ไปดูลีก็คงไม่ไหว หลังๆ มาดีหน่อยที่มีครูมุกที่พอแวะเวียนไปหาลีบ้าง แต่ถ้าหนูเกวอยู่ที่นั่นลีก็จะได้มีเพื่อน เกิดอะไรขึ้นก็ช่วยเหลือกันได้ แต่ถ้าลีเขาไม่เอา…ป้าก็คงขัดเขาไม่ได้เหมือนกัน”
“เกวเข้าใจค่ะ ตอนแรกเขาก็ไม่ยอมท่าเดียว แต่เมื่อวานจู่ๆ ก็เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา เขายอมที่จะให้เกวอยู่ที่นั่นแล้ว”
“งั้นก็ดีสิ แล้วทำไมหนูเกวต้องกลับบ้านด้วยล่ะ”
“ไม่ปิดบังป้าน้อยแล้วกัน คือเกวไม่ค่อยเข้าใจคุณลีเท่าไหร่ ถ้าเขาอึดอัดที่ต้องอยู่ใกล้ชิดเกว แล้วทำไมเขาต้องยอมให้เกวอยู่ที่บ้านเขาด้วยคะ เพราะถ้าเกวอยู่ที่นั่นเราก็ต้องเจอกันทุกวัน แบบนี้เขาไม่อกแตกตายไปเลยเหรอ”
“ลีเขาบอกอึดอัดเวลาอยู่กับหนูเหรอ”
“เขาไม่ได้บอกเกวหรอกค่ะแต่เขาพูดให้คนอื่นฟัง พอได้ยินแบบนี้เกวเลยคิดว่าถ้าเรายังเจอหน้ากัน อยู่ด้วยกัน วันหนึ่งเขารู้สึกอึดอัดที่เห็นหน้าเกวขึ้นมาอีกจะทำยังไง ตัดใจตอนนี้ยังจะดีซะกว่า คงมีสักที่ที่เหมาะให้เกวเปิดคาเฟ่ได้ เกวเองก็ไม่โทษคุณลีหรอกนะคะ เพราะเกวเองที่ล้ำเส้นเขามากไปถ้าเขาจะรำคาญเกวก็พอเข้าใจได้”
“ป้ารู้จักหลานของป้าดี ลีไม่เคยว่าร้ายให้ใคร เรื่องหนูเกวกับลีต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่”
“ช่างเถอะค่ะตอนนี้มันไม่สำคัญแล้ว งั้นเกวขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวต้องไปให้คำตอบคุณลี ไว้วันไหนเกวว่างเกวจะมาเยี่ยมคุณป้านะคะ” หญิงสาวยกมือไหว้ลาก่อนจะเดินไปยังรถที่จอดเอาไว้ และขับมุ่งหน้าตรงไปยังสวนดอกไม้ของลีรภัทร
หลังจากเกวลินกลับออกไปสักพักลีรภัทรก็มาที่บ้านผู้เป็นป้า พอมาถึงก็เห็นป้าน้อยเอาแต่มองมาที่เขาด้วยสีหน้าบึ้งตึง สายตาคู่นี้เหมือนสายตาที่เคยดุให้เขาเมื่อตอนที่เขายังเด็กแล้วทำผิดยังไงอย่างงั้น
“มองแบบนี้ผมทำอะไรผิดใช่มั้ยครับ”
“รู้ตัวด้วยเหรอเรา แล้วนี่ไปไหนมา”
“ไปช่วยครูมุกเลือกเฟอร์นิเจอร์มาครับ”
“ลีกับครูมุกนี่ยังไง พอมีเวลาว่างก็ตัวติดกันตลอด จีบกันอยู่เหรอ” คำถามของป้าน้อยทำให้ลีรภัทรหลุดขำออกมา ไม่คิดว่าผู้เป็นป้าจะมีความคิดเช่นนี้
“ไปไหนมาไหนด้วยกันจะเป็นเพื่อนกันไม่ได้เลยต้องจีบกันอย่างเดียวว่างั้น อยู่หมู่บ้านเดียวกันช่วยเหลือซึ่งกันและกันมันก็ดีไม่ใช่เหรอครับ ป้าเองก็สอนลีแบบนี้ตลอด”
“ป้าก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ต่อให้ลีจีบครูมุกจริงป้าก็จะดีใจซะอีก ลีรักใครชอบใครป้าไม่ยุ่งหรอก แต่ถ้าลีจะใจดีกับหนูเกวเหมือนที่ใจดีกับครูมุกหน่อยก็จะดีมากเลยนะ”
“หมายความว่าไงครับ คุณเกวมาที่นี่เหรอ เธอพูดอะไรบ้างครับ”
“ลีนะลี พูดออกไปได้ยังไงว่าอึดอัดเวลาที่อยู่กับหนูเกว พูดแบบนี้หนูเกวได้ยินก็เสียใจสิ จากคนที่เคยสดใสน่ารักกลับนิ่งเงียบผิดไปจากเดิมเลยทีนี้”
“อะไรนะ! คุณเกวบอกป้าแบบนั้นเหรอครับ แล้วตอนนี้คุณเกวอยู่ที่ไหนป้ารู้มั้ย”
“เห็นว่าไปหาลีที่บ้านน่ะ ตอนนี้คงยังอยู่ที่บ้านลีแหละมั้ง”
“งั้นลีกลับก่อนนะครับ”
พอได้คำตอบจากผู้เป็นป้าก็รีบวิ่งไปขึ้นรถและขับออกไปยังสวนดอกไม้ของตัวเองทันที ชายหนุ่มเข้าใจแล้วว่าที่หญิงสาวหลบหน้าเขานั้นเป็นเพราะสาเหตุอะไร วันนั้นที่เขากับมุกดาสนทนากันคงเป็นจังหวะที่เธอมาได้ยินเข้า ยังไงชายหนุ่มต้องอธิบายให้หญิงสาวเข้าใจว่าสิ่งที่เขาพูดไปในวันนั้นไม่ได้มีเจตนาไม่ดีอะไรกับเธอเลย
ลีรภัทรมาถึงสวนดอกไม้ก็เดินหาเกวลินด้วยท่าทีร้อนใจหวังแค่ว่าหญิงสาวจะยังรอเจอเขาอยู่ที่นี่ และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ชายหนุ่มเผยยิ้มอย่างโล่งใจเมื่อเห็นเกวลินยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ทางหลังบ้าน เขายืนมองเธออยู่สักครู่ก่อนจะเดินเข้าไปหา
“รอนานมั้ย”
“ไม่นานค่ะ ฉันเองก็ไม่ได้โทรบอกคุณว่าจะมาด้วย คือฉันจะมาให้คำตอบคุณเรื่อง….”
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน” ชายหนุ่มรีบเอ่ยแทรก ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการอธิบายในสิ่งที่หญิงสาวเข้าใจผิดไป
“วันนั้นที่คุณขับรถออกจากสวนผมไปโดยไม่ลาเป็นเพราะคุณโกรธผม คุณรู้สึกแย่กับคำพูดของผมใช่มั้ย”
“ป้าน้อยบอกคุณเหรอคะ ฉันไม่ได้สนใจหรอกค่ะ คนอย่างฉันเรื่องนินทาพวกนี้ไม่เคยใส่ใจอยู่แล้ว ฉันห้ามความรู้สึกใครไม่ได้นี่ ไม่ใช่แค่คุณหรอกที่รู้สึกกับฉันแบบนั้น ยังมีคนอีกตั้งมากมายที่ไม่ชอบฉันเหมือนกับคุณ”
“คุณคิดไปไกลแล้ว ทำไมผมต้องไม่ชอบคุณด้วย ถ้าผมไม่ชอบคุณ…วันนั้นผมจะยอมยกเตียงนอนให้คุณทำไม และตอนนี้ผมจะต้องพยายามอธิบายให้คุณฟังด้วยทำไม”
“ใครจะไปรู้คุณล่ะ ถ้าคุณไม่เกลียดฉันจริงๆ ทำไมต้องพูดลับหลังฉันให้คนอื่นฟังด้วยว่าฉันไม่มีกาลเทศะ อยู่ด้วยแล้วอึดอัด มันน่ารำคาญมากใช่มั้ยถึงต้องไประบายให้คนอื่นฟัง”
“แล้วทำไมคุณไม่อยู่ฟังต่ออีกสักนิดล่ะ คุณจะได้รู้ว่าหลังคำพูดพวกนั้นผมพูดอะไรไปบ้าง"
เกวลินเริ่มหวาดหวั่นเมื่อลีรภัทรพยายามเดินเข้าประชิดตัวเธอเข้ามาใกล้เรื่อยๆ แววตาของชายหนุ่มในตอนนี้ดูดุดันนัก ไม่นานตัวเธอก็ถูกลีรภัทรดันเข้าไปติดกับต้นไม้ใหญ่ ดวงตาคมเข้มทั้งสองข้างมองมาที่เธออย่างไม่ลดละ
“คุณจะทำอะไร!”
“ก็จะแก้ไขสิ่งที่คุณเข้าใจผิดไง” ลีรภัทรโน้มหน้าเข้าใกล้หญิงสาวให้มากกว่าเดิม ชายหนุ่มแค่ต้องการให้หญิงสาวรับรู้ถึงเจตนาที่แท้จริง เขาไม่ได้เกลียดหญิงสาวอย่างที่ตัวเธอเข้าใจผิด
“ตอนนี้ผมอยู่ใกล้คุณขนาดนี้ ผมกลับไม่รู้สึกอึดอัดเลยสักนิด คุณคิดว่าไงล่ะ คนที่เกลียดคุณ ไม่ชอบคุณ จะยอมสบตาคุณอยู่ตรงนี้เหรอ เกวลิน…ใช่ผมพูดว่าอึดอัดเวลาที่อยู่กับคุณก็จริง แต่นั่นก็เป็นแค่เมื่อก่อน พอผมได้รู้จักคุณมากขึ้นผมก็รู้ว่าคุณไม่ได้เป็นแบบนั้น คุณเองที่เป็นคนบอกผมว่าเราสามารถเป็นเพื่อนกันได้ไม่ใช่เหรอ” ลีรภัทรอธิบายด้วยความจริงใจ หวังว่าหญิงสาวจะเข้าใจเจตนาที่แท้จริงของเขา
“เข้าใจแล้วน่า” เกวลินเบนหน้าหนีผลักอกชายหนุ่มด้วยความเคอะเขิน หน้าของเธอเริ่มแดงมากขึ้นเมื่อมือเล็กของเธอถูกมือใหญ่ของชายหนุ่มรวบเข้ามากุมเอาไว้
“ทีนี้เข้าใจแล้วใช่มั้ย คุณน่ะเสียอยู่อย่างเดียว เวลาคิดจะทำอะไรไม่รอบคอบสักอย่าง ถ้าตอนนั้นรอฟังผมพูดให้จบก็คงไม่ต้องหน้างอขนาดนี้หรอก”
“ใครหน้างอกัน แล้วเมื่อไหร่คุณจะปล่อยมือฉันสักที จะจับอะไรนักหนา”
“ปล่อยก็ปล่อยสิ” ลีรภัทรคลายมือที่กุมมือเกวลินเอาไว้ออก ชายหนุ่มมองไปที่หญิงสาวด้วยความเอ็นดู
“คุณมาหาผมที่นี่จะคุยเรื่องคาเฟ่ของคุณใช่มั้ย ตกลงคุณจะอยู่ที่นี่ต่อหรือจะกลับบ้านของคุณดีล่ะ”
“คุณแน่ใจนะว่าจะให้ฉันเช่าพื้นที่สวนดอกไม้ของคุณทำคาเฟ่จริงๆ ไม่ใช่พอฉันทำไปแล้วมาเปลี่ยนใจ คนที่เสียหายก็คือฉันนะ”
“ถ้าผมทำแบบนั้นคุณก็ฟ้องผมได้นี่ ยังไงเรื่องแบบนี้ต้องมีการเซ็นสัญญากันอยู่แล้ว แต่ก่อนคุณจะตกลงผมมีเงื่อนไขอีกข้อหนึ่ง ตอนนี้ผมพึ่งเริ่มทำสวนดอกไม้ ทุกอย่างยังไม่เข้าที่เข้าทาง ยังมีดอกไม่อีกเยอะที่ผมต้องลงแปลง ผมยังต้องใช้เวลาอีกประมาณ6เดือนเพื่อทำตรงนี้ พอถึงเวลานั้นดอกไม้ของผมก็คงบานสะพรั่งเต็มสวนพอดี พอที่จะส่งออกให้ลูกค้าของผม คาเฟ่ของคุณก็จะมีดอกไม้ให้ชื่นชม ผมจะให้คุณใช้พื้นที่แค่1ไร่ตั้งแต่ทางเข้าสวนมาจนถึงปากทางบ้านของผมแค่นั้น พื้นที่ที่เหลือจะไม่เกี่ยวข้องกับคาเฟ่ของคุณ ทางซ้ายเป็นคาเฟ่ของคุณ ทางขวาเป็นสวนดอกไม้ของผม และอีกอย่างบ้านหลังนี้ก็เป็นพื้นที่ส่วนตัวด้วย ผมไม่อยากให้ใครเขามาวุ่นวาย ถ้าคุณรับเงื่อนไขผมได้ ผมก็ตกลง”
“ไม่มีปัญหา งั้นอีก6เดือนฉันค่อยกลับมาหาคุณใหม่ก็แล้วกัน” ลีรภัทรหน้าเจื่อนลงเมื่อได้ยินคำตอบของหญิงสาว ที่เธอพูดออกมาเช่นนี้ก็แปลว่าเธอจะไม่ได้อยู่ที่นี่ต่องั้นเหรอ กว่าจะได้เจอกันอีกทีก็คงเป็นอีก6เดือนข้างหน้า
“งั้นก็ตามนี้” ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับก่อนจะเดินหันหลังกลับ เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกหญิงสาวตะโกนทักเอาไว้
“แล้วถ้าฉันขอเช่าอยู่ที่บ้านของคุณเลยตอนนี้จะได้มั้ย มาถึงเชียงใหม่ทั้งทีฉันก็อยากจะอยู่เที่ยวต่ออีกสักหน่อย แต่ถ้าคุณไม่โอเค ฉันไปหาที่พักอื่นอยู่ก็ได้”
ลีรภัทรเผยยิ้มออกมา ชายหนุ่มรู้สึกยินดีนักที่หญิงสาวต้องการที่จะอยู่ที่นี่ต่อ มีหรือที่เขาจะไม่ยินยอม
“ได้สิ แต่ค่าเช่าแพงนะ คุณสู้ไหวมั้ยล่ะ”
คำตอบของลีรภัทรทำให้เกวลินหลุดขำทันที ดูเหมือนความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มต้นไปได้ด้วยดี จากเมื่อก่อนที่ต่างคนต่างเอาแต่ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ พอได้พูดปรับความเข้าใจกันแบบนี้ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นจริงๆ
เกวลินหลับตาพริ้มเมื่อใบหน้าของลีรภัทรแนบชิดใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวพร้อมตั้งรับไม่ว่าชายหนุ่มจะจู่โจมมาในรูปแบบไหน ลีรภัทรเองก็เอาแต่จ้องไปที่ปากเล็กๆ ของเกวลินอย่างว้าวุ่นใจ ถ้าตอนนี้เขากับเธอตกลงปลงใจคบกันแล้วคงจุมพิตเธออย่างไม่ลังเล“หวังอะไรถึงได้หลับตาปี๋แบบนี้” ชายหนุ่มเป่าลมปากไปที่ดวงตาของเกวลินที่ปิดอยู่ ก่อนจะร่นถอยห่างออกมา“อีตาบ้า นี่คุณแกล้งฉันจริงๆ ด้วย” เกวลินรู้สึกอับอายนัก หญิงสาวปรี่เข้าไปผลักอกลีรภัทรอย่างเต็มแรง ตอนที่เธอหลับตาเขาคงหัวเราะเยาะเธอเป็นแน่ คงมองว่าเธอใจง่ายที่เขาอยากจะทำอะไรเธอก็ยอม“คุณจะมาโกรธผมทำไม หรือคุณอยากให้ผมจูบ….”“หยุด! ห้ามพูดคำนั้นเด็ดขาด”“ที่บอกว่าชอบคุณผมพูดจริงๆ นะ คุณไม่สังเกตเห็นเลยเหรอว่าท่าทีของผมที่มีต่อคุณมันเปลี่ยนไป หลังจากคืนที่พายุเข้าผมก็เริ่มแน่ใจว่ารู้สึกกับคุณไม่เหมือนเดิม”“ชอบที่ฉันยอมตากฝนเพื่อขนย้ายดอกไม้พวกนั้นให้คุณจนเป็นไข้เนี่ยนะ ไม่เห็นจะเข้าท่าเลย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงคุณก็ชอบคนง่ายเกินไปแล้ว”“ถ้าทำดีกับผมแค่นั้นแล้วทำให้ผมชอบได้ง่ายๆ งั้นผมก็คงชอบครูมุกไปแล้วล่ะสิ ถ้าเทียบกันครูมุกทำอะไรดีๆ ให้ผมเยอะกว่าคุ
“คุณจะบอกว่าไม่มาอยู่ที่นี่แล้วใช่มั้ย”“ไม่ใช่สักหน่อย อย่าบอกนะว่าคุณเปลี่ยนใจไม่ให้ฉันอยู่ที่นี่แล้ว” เกวลินขมวดคิ้วใส่ลีรภัทร เห็นสายตาและท่าทีเฉยเมยของชายหนุ่มก็อดคิดไม่ได้“อ้าว! ที่จะคุยกับผมไม่ใช่เรื่องนี้หรอกเหรอ” ชายหนุ่มโล่งใจ“ก็ไม่ใช่นะสิ คิดอะไรของคุณอยู่นี่”“ใครจะไปรู้ล่ะ ก็คุณหน้าตึงดูจริงจังซะขนาดนั้น ก็นึกว่าจะมายกเลิกสัญญาเช่า”“เป็นคุณมั้งที่หน้าตึง ทำซะฉันตกอกตกใจหมดนึกว่าคุณจะเปลี่ยนใจแล้วซะอีก” หญิงสาวลูบอกตัวเองเบาๆ ตอนนี้ค่อยโล่งใจขึ้นมาได้หน่อยลีรภัทรหลุดขำออกมา ชายหนุ่มเองที่คิดมากจนเกินไป ก็เพราะท่าทีของหญิงสาวเมื่อคืนชวนให้ชายหนุ่มอดกังวลไม่ได้ ยิ่งเห็นหญิงสาวมาแต่เช้าตรู่แบบนี้ก็นึกว่าจะมาบอกเรื่องเปลี่ยนใจไม่ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านสวนแล้วเสียอีก“คุณยิ้มทำไม”“ผมแค่ดีใจน่ะ เอาเป็นว่าคุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับผม”“คืออย่างนี้นะ ฉันเองก็มาอยู่ที่แล้ว งั้นถ้าฉันจะให้ช่างมาต่อเติมคาเฟ่ที่สวนคุณเลยได้มั้ย ค่อยๆ ทำค่อยๆ ปรับไป ชอบไม่ชอบตรงไหนฉันจะได้เปลี่ยนใจได้ ฉันอยากให้คาเฟ่เล็กๆ ของฉันรับกับสวนดอกไม้ของคุณได้น่ะ”“ก็เอาสิ ผมเองก็จะบอกคุณเรื่องนี้เหมือนกัน ระย
“คุณลี คุณเลิกแกล้งฉันได้แล้ว”เกวลินพยายามยื้อยุดปลีกตัวออกจากอ้อมแขนของลีรภัทร หญิงสาวไม่ตอบในสิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยถาม และเริ่มไม่ชอบใจแล้วที่เขาเอาแต่เย้าหยอกเธอเช่นนี้ ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรก็ควรเว้นระยะห่างจากเธอไว้หน่อยไม่ใช่เหรอ“คุณเป็นคนเริ่มก่อนเองนะ พอผมถามกลับ…กลายเป็นผมผิดซะงั้น”“ก็ได้ ฉันจะไม่ถามไม่สงสัยอะไรในตัวคุณอีกแล้ว เอาเป็นว่าต่อไปนี้ต่างคนต่างอยู่ พอใจหรือยัง”ท่าทีแง่งอนของเกวลินทำให้ลีรภัทรเอ็นดูนัก ชายหนุ่มเอาแต่ยิ้มมองไปที่หญิงสาวอย่างชอบใจ ก่อนหน้านี้เคยเห็นแต่มุมที่หญิงสาวเด็ดเดี่ยวมั่นใจในตัวเอง แต่พอยิ่งใกล้ชิดเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงที่อ่อนไหวใสซื่อ เหมือนเด็กสาวทั่วไปก็เท่านั้นลีรภัทรคลายมือที่โอบเกวลินออกเมื่อได้ยินเสียงคนส่งเฟอร์นิเจอร์ตะโกนเรียก เกวลินเองทันทีที่ชายหนุ่มคลายอ้อมกอดออกก็รีบเดินจากห้องหนีไปอย่างไม่รีรอ ท่าทางของเธอยิ่งทำให้ชายหนุ่มเอ็นดูมากขึ้นกว่าเดิมช่วงเย็นของวัน“มากันแล้วเหรอ” ป้าน้อยยิ้มทักทายเมื่อเห็นเกวลินเดินเคียงมากับลีรภัทร วันนี้เธอให้ผู้เป็นหลายเอ่ยชวนหญิงสาวมาทานมื้อเย็นด้วยกัน“เดี๋ยวเกวช่วยทำกับข้าวนะคะ”“ไม่ต้องหรอกหนูเกว ค
“ทำดีกับคุณ หมายถึงทำอะไรให้บ้างล่ะ ผมว่าสิ่งที่ผมทำก็มีเหตุและผลของมันนะ” ลีรภัทรให้คำตอบกับหญิงสาว เพราะสิ่งที่เขาทำให้เธอไม่ได้ดูเกินความจำเป็นเลยสักนิด“คุณเคยเห็นตัวเองเมื่อก่อนตอนที่อยู่กับฉันมั้ยคะว่ามันต่างจากตอนนี้มากแค่ไหน ในชั่วข้ามคืนคุณก็เปลี่ยนไป ไม่ว่าฉันขออะไร…คุณก็โอเคทุกอย่าง อยู่ดีๆ คุณก็มาดีกับฉัน ฉันก็อดสงสัยไม่ได้สิว่าปกติคุณเป็นของคุณแบบนี้อยู่แล้วหรือเปล่า”“ผมก็เป็นแบบนี้แหละ ก่อนหน้านี้เราแค่ยังไม่รู้จักกันมากพอ คุณก็เลยไม่เห็นตัวตนจริงๆ ของผม หรือคุณคิดว่าการที่ผมทำดีกับคุณก็เพื่อหวังอะไรในตัวคุณ”“ไม่ได้คิด ฉันแค่จะบอกว่าบางทีการที่เราทำดีกับคนคนหนึ่งมากๆ มันอาจทำให้คนคนนั้นเข้าใจเจตนาเราผิดได้”“เช่นอะไรล่ะ”“ก็…ก็…”“ก็จะทำให้เข้าใจว่าผมชอบเขางั้นเหรอ” ลีรภัทรตอบแทนเมื่อเห็นหญิงสาวเอาแต่อ้ำอึ้ง“ก็ประมาณนั้น”“แล้วคุณล่ะคิดแบบนั้นด้วยหรือเปล่า ถ้าผมทำดีกับคุณแบบนี้ไปเรื่อยๆ …คุณจะคิดว่าผมชอบคุณมั้ย”คำถามตรงไปตรงมาของลีรภัทรทำให้เกวลินนิ่งเงียบในทันที เหตุใดชายหนุ่มถึงได้พูดถึงเรื่องนี้อย่างสบายใจได้ ไหนจะสายตาหยาดเยิ้มมองมาที่เธออีก คงไม่ใช่ว่าเขาชอบเธอเ
“เงียบแบบนี้ลังเลเหรอ”ปานวาดเอ่ยถามผู้เป็นลูกสาวอีกครั้ง เธอเองก็อยากรู้ว่าในใจของเกวลินยังรักชายหนุ่มดังกล่าวอยู่หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่จบความสัมพันธ์กันไปก็ไม่เคยได้ยินพูดถึงหรือติดต่ออีกเลย“ที่หนูเงียบเพราะกำลังคิดหาทางหนีเขาต่างหาก แม่คะ…งั้นเกวกลับเชียงใหม่พรุ่งนี้เลยได้มั้ย เกวไม่อยากเจอน้ำน่ะ”“แล้วคิดจะหนีหน้าไม่เจอน้ำแบบนี้ไปตลอดหรือไง ครอบครัวเขากับครอบครัวเราก็รู้จักกัน ยังไงต้องติดต่อกันอยู่ดี มีอะไรทำไมไม่คุยกันให้เข้าใจล่ะ”“เกวพูดไม่รู้จะพูดยังไงแล้วค่ะ เราสองคนไม่เหมาะที่จะเป็นแฟนกันเลยสักนิดเหมาะเป็นเพื่อนกันมากกว่า และน้ำเองที่เป็นคนบอกเลิกเกวก่อน แล้วตอนนี้จะมาง้อขอคืนดีนี่นะ”“แต่เกวก็จะบอกเลิกน้ำอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ แค่น้ำชิ่งบอกเกวก่อนแค่นั้น”“ตกลงใครเป็นลูกแม่กันแน่คะ” เกวลินค้อนไปที่ผู้เป็นแม่จนเธอต้องหลุดขำออกมา“แม่ไม่คุยด้วยแล้ว เกวขึ้นไปเอายามาให้แม่ดีกว่า อีกอย่างพรุ่งนี้ห้ามหนีกลับเชียงใหม่ล่ะ สัญญาว่าจะอยู่บ้านอาทิตย์หนึ่งก็ต้องอยู่ให้ครบ เข้าใจมั้ย”“เข้าใจแล้วค่ะ” หญิงสาวหน้ามุ่ย ดูเหมือนแม่ของเธอจะรู้ทันเธอเสียแล้ววันต่อมา ช่วงสายของวันเกวลิน
วันต่อมา“เดี๋ยวผมจะให้คนงานเข้ามาเก็บกวาดห้องให้ ส่วนเรื่องแต่งห้องยังไงก็รอคุณมาจัดการเองแล้วกัน แล้วคุณจะกลับบ้านกี่วันล่ะ”“น่าจะอาทิตย์หนึ่ง กลับแป๊บเดียวเดี๋ยวพ่อกับแม่ก็บ่นให้ ต้นไม้ตรงนั้นดูโล่งไปนะ ถ้ามีชิงช้าสักหน่อยน่าจะดี” เกวลินชี้ไปทางต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากห้องที่เธอจะมาอาศัยอยู่นัก“เป็นเด็กเหรอถึงชอบนั่งชิงช้า”“ก็ใช่นะสิ ใครจะไปแก่เหมือนคุณล่ะ ฉันมีเรื่องจะถามคุณหน่อยสงสัยมาตั้งนานแล้ว ทำไมคุณถึงตั้งชื่อว่าสวนดอกไม้คุณชายลีล่ะ เวลาฟังไม่จักจี้หูบ้างเหรอที่ได้ยินคนมาเรียกคุณชาย…คุณชายแบบนี้"“ทีแรกผมก็เขินอยู่เหมือนกัน ชื่อนี้ย่าผมเป็นคนตั้งน่ะ ตอนเด็กผมก็งอแงอยากให้ย่าเปลี่ยนชื่อใหม่เหมือนกัน แต่มันเป็นความสุขของย่า…ผมก็เลยปล่อยผ่าน คิดแค่ว่าเดี๋ยวรอผมโตค่อยเปลี่ยนชื่อใหม่ แต่พอท่านเสียผมกลับทำใจเปลี่ยนมันไม่ได้ ชื่อที่ย่าตั้งด้วยความรักที่มีให้ผม ผมก็ควรรักษาและทะนุถนอมให้ดีไม่ใช่เหรอ อีกอย่างทุกคนก็คุ้นชินกับชื่อนี้กันหมดแล้วด้วย”“คุณทำถูกแล้วค่ะ ย่าคุณคงจะภูมิใจในตัวคุณมาก แล้วปู่คุณละคะ ฉันไม่เคยได้ยินคุณพูดถึงปู่คุณเลย”“ผมไม่ค่อยมีความทรงจำเรื่องปู่เท่าไหร่







