LOGIN“เงียบแบบนี้ลังเลเหรอ”
ปานวาดเอ่ยถามผู้เป็นลูกสาวอีกครั้ง เธอเองก็อยากรู้ว่าในใจของเกวลินยังรักชายหนุ่มดังกล่าวอยู่หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่จบความสัมพันธ์กันไปก็ไม่เคยได้ยินพูดถึงหรือติดต่ออีกเลย “ที่หนูเงียบเพราะกำลังคิดหาทางหนีเขาต่างหาก แม่คะ…งั้นเกวกลับเชียงใหม่พรุ่งนี้เลยได้มั้ย เกวไม่อยากเจอน้ำน่ะ” “แล้วคิดจะหนีหน้าไม่เจอน้ำแบบนี้ไปตลอดหรือไง ครอบครัวเขากับครอบครัวเราก็รู้จักกัน ยังไงต้องติดต่อกันอยู่ดี มีอะไรทำไมไม่คุยกันให้เข้าใจล่ะ” “เกวพูดไม่รู้จะพูดยังไงแล้วค่ะ เราสองคนไม่เหมาะที่จะเป็นแฟนกันเลยสักนิดเหมาะเป็นเพื่อนกันมากกว่า และน้ำเองที่เป็นคนบอกเลิกเกวก่อน แล้วตอนนี้จะมาง้อขอคืนดีนี่นะ” “แต่เกวก็จะบอกเลิกน้ำอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ แค่น้ำชิ่งบอกเกวก่อนแค่นั้น” “ตกลงใครเป็นลูกแม่กันแน่คะ” เกวลินค้อนไปที่ผู้เป็นแม่จนเธอต้องหลุดขำออกมา “แม่ไม่คุยด้วยแล้ว เกวขึ้นไปเอายามาให้แม่ดีกว่า อีกอย่างพรุ่งนี้ห้ามหนีกลับเชียงใหม่ล่ะ สัญญาว่าจะอยู่บ้านอาทิตย์หนึ่งก็ต้องอยู่ให้ครบ เข้าใจมั้ย” “เข้าใจแล้วค่ะ” หญิงสาวหน้ามุ่ย ดูเหมือนแม่ของเธอจะรู้ทันเธอเสียแล้ว วันต่อมา ช่วงสายของวัน เกวลินนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ม้านั่งหลังบ้านด้วยความเพลิดเพลิน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นน้ำหรือนิพล ชายหนุ่มคนรักเก่าเดินเข้ามาหา “ดีจังที่วันนี้มาหาเกวแล้วเจอ น้าวาดบอกว่าเกวไปเที่ยวเชียงใหม่ เป็นยังไงบ้างสนุกมั้ย” “อืม…ก็ดี แล้วนี่น้ำมาหาเกวทำไม” “ทักทายกันดีๆ หน่อยไม่ได้หรือไง เห็นหน้าปุ๊บก็ทำหน้าเซ็งใส่น้ำซะงั้น” “ก็ถ้าน้ำมาในฐานะเพื่อนเกวก็จะยิ้มให้ แต่ถ้าน้ำมาวอแวเพื่อให้กลับไปคบกับน้ำอีก เกวก็จะทำหน้าเซ็งแบบนี้แหละ เกวรู้นะว่าน้ำตามสืบเรื่องของเกวจากเพื่อนเกวอยู่” “เราทะเลาะกันแค่ครั้งเดียวก็จะเลิกกันจริงๆ เหรอ ทำไมเกวไม่ให้โอกาสน้ำแก้ตัวบ้าง” “เกวนี่นะไม่ให้โอกาส หลังจากที่น้ำบอกเลิกเกว เกวก็รอน้ำเกือบเดือน แต่น้ำต่างหากที่ไม่สนใจเอง” “แต่ตอนนี้น้ำกลับมาหาเกวแล้วไง เรามาเรียนรู้กันใหม่ก็ได้ อันไหนที่เกวไม่ชอบน้ำก็จะไม่ทำ” “พอเถอะน้ำ เกวบล็อกน้ำทุกช่องทางการติดต่อขนาดนี้น้ำไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าเกวต้องการแบบไหน ตอนที่เราคบกันวันๆ น้ำก็เอาแต่เที่ยวกับเพื่อน ไม่เคยมีเวลาอยู่กับเกวด้วยซ้ำ น้ำจำไม่ได้หรือไงว่าน้ำบอกเลิกเกวเพราะเหตุผลอะไร ตอนนั้นน้ำบอกว่าเราเหมาะที่จะเป็นเพื่อนมากกว่าเป็นแฟนกัน พอได้ยินแบบนั้นเกวถึงเข้าใจว่าที่น้ำพูดมามันก็จริง ตอนนั้นที่เราคบกันก็คงเป็นเพราะเพื่อนรอบตัวเห็นว่าดี เห็นว่าเหมาะสม พวกเราก็เลยปล่อยเลยตามเลย พอคบกันจริงๆ ถึงเข้าใจว่ามันไม่ใช่ความรัก” “แต่ตอนนี้น้ำชอบเกวจริงๆ นะ น้ำไม่ติดเพื่อนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เวลาของน้ำจะให้เกวหมดเลย” “แต่เกวติด ตอนนี้เกวติดเพื่อนมาก และเกวก็ไม่อยากกลับไปอยู่ในความสัมพันธ์แบบนั้นอีกแล้ว ถ้าน้ำจะมาหาเกวแล้วพูดแต่เรื่องนี้ งั้นเกวก็ไม่มีอะไรพูดกับน้ำ” หญิงสาวลุกจากเก้าอี้มองไปที่ชายหนุ่มอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะสะบัดตัวแล้วเดินหนีออกไป นิพลพยายามเดินตามเกวลินเข้าไปในบ้านแต่ก็ถูกกานวนิชพี่ชายของเกวลินเข้ามาขวางเอาไว้ได้ก่อน “จะไปไหนล่ะน้ำ…จะไม่ทักทายพี่หน่อยเหรอ” “สวัสดีครับพี่กาน วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอครับ” “ไม่ได้ไปอ่ะ วันนี้พี่ว่าจะพาเกวออกเที่ยวเล่นสักหน่อย” “งั้นผมไป….” ไม่ทันที่นิพลจะเอ่ยจบก็ถูกกานวนิชสวนปฏิเสธกลับมาก่อน “พี่ให้น้ำไปด้วยไม่ได้หรอก ถ้าพี่ให้น้ำไปด้วยเกวตีพี่ตายเลย ยัยนั่นเห็นตัวเล็กแบบนั้นมือหนักใช้ได้เลยนะ พี่ว่าน้ำกลับไปเถอะเรื่องของน้ำกับเกวมันจบไปแล้ว และพี่ก็เห็นด้วยกับเกวว่าเธอสองคนไม่เหมาะที่จะเป็นแฟนกัน น้ำเห็นใจพี่หน่อยนะ พี่เองก็มีน้องสาวแค่คนเดียว พี่ก็ไม่อยากให้น้องสาวพี่ต้องไปคบคนไม่ดี เข้าใจพี่เนาะ” ชายหนุ่มฉีกยิ้มตบไปที่บ่านิพลเบาๆ ก่อนจะเดินจากไป “พี่กานหมายความว่าไง” นิพลตะโกนถามตามหลัง คำพูดของกานวนิชทำให้เขาสับสนนัก จังหวัดเชียงใหม่ 3วันผ่านไป “ลี กล่องนี้เรส่งมาให้ไม่ใช่เหรอทำไมลีไม่เอากลับบ้านไปด้วยล่ะ” น้อยตะโกนถามหลานชายที่กำลังทานมื้อเที่ยงอยู่ วันนี้เธอเข้ามาทำความสะอาดห้องนอนเก่าของลีรภัทรเห็นกล่องพัสดุก็จำได้ว่าเป็นของที่เรวดีภรรยาเก่าของชายหนุ่มส่งมาให้ “นี่ไง” ผู้เป็นป้ายื่นกล่องพัสดุให้กับลีรภัทร “อ่อ…เกือบลืมไปเลย แต่เอาไว้นี่แหละครับก็แค่ใบหย่าไม่สำคัญอะไร” “ทำไมจะไม่สำคัญ ป้าว่าลีเอากลับไปด้วยดีกว่า ของของลีก็ต้องอยู่ที่บ้านลีสิ พูดไปก็คิดถึงหนูเร นานแล้วเหมือนกันที่ไม่กลับมาเยี่ยมกันบ้างเลย” “ช่วงนี้เรเขายุ่งๆ น่ะครับ ไหนจะเรื่องบ้าน ไหนจะเรื่องธุรกิจอีก ไว้สวนดอกไม้เปิดเป็นทางการเมื่อไหร่เดี๋ยวลีบอกให้เรมาก็แล้วกัน แต่ไม่รับปากนะครับว่าเรจะว่างมามั้ย” “อืม แล้วลีล่ะ…ไม่คิดจะแต่งงานใหม่บ้างเหรออายุจะ30แล้วนะเรา ควรหาเพื่อนคู่คิดสักคนมาไว้ข้างกายได้แล้ว ครูมุกล่ะเป็นยังไงบ้าง ป้าว่าครูมุกกับลีเหมาะสมกันอยู่นะ” “ป้าพูดเรื่องนี้อีกแล้ว ลีกับครูมุกเป็นแค่เพื่อนกันครับ ป้าอย่าคิดไปไกลสิ” “ใช่ป้าคิดคนเดียวที่ไหน ทั้งหมู่บ้านก็คิดกันทั้งนั้น ก็เล่นไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยแบบนี้คนเฒ่าคนแก่ก็คิดนะสิ” “พูดแบบนี้เดี๋ยวครูมุกจะเสียหายเอาได้นะครับ” “เสียหายอะไรเหรอคะ?” มุกดาเอ่ยแทรกขึ้นมา หญิงสาวมาถึงก็ได้ยินลีรภัทรเอ่ยถึงชื่อเธอก็เลยอดที่จะถามไถ่ไม่ได้ “ครูมุกมาก็ดีแล้ว งั้นมากินข้าวด้วยกันสิ” ป้าน้อยเอ่ยเสริมขึ้น เธอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มองไปที่ลีรภัทรกับมุกดาอย่างคาดหวัง “หนูกินมาแล้วค่ะ มาทำธุระแถวนี้เห็นรถคุณลีจอดอยู่ก็เลยแวะเข้ามาทักทาย" “ครูมุก ป้าถามอะไรหน่อยสิ ครูมุกมีแฟนหรือยัง” คำถามของป้าน้อยทำให้ลีรภัทรสำลักในทันที ชายหนุ่มหันมาสบตาผู้เป็นป้าอย่างรู้ทัน “ไม่มีค่ะ” หญิงสาวยิ้มตอบ “งั้นก็ดี ว่าแต่ครูมุกจะกลับโรงเรียนใช่มั้ย งั้นให้ลีไปส่งสิ ลีเองก็บอกว่ามีธุระจะคุยกับครูใหญ่ด้วย ลุกขึ้นสิลี” “แต่ลียังกินข้าวไม่เสร็จ…” “กินเยอะแล้ว รีบลุกสิครูมุกต้องรีบไปสอนต่อนะ” ผู้เป็นป้าตบหลังเพื่อให้ลีรภัทรลุกจากเก้าอี้ ป้าน้อยทำเช่นนี้ไม่บอกก็รู้ว่ากำลังจับคู่เขากับมุกดาอยู่ ลีรภัทรจำยอมต้องเดินมาส่งมุกดาตามที่ผู้เป็นป้าขอ ทั้งสองเดินเท้าไปยังโรงเรียนด้วยกันเพราะจากบ้านป้าน้อยไปโรงเรียนอยู่ไม่ไกลกันมากนัก “วันนี้ป้าน้อยดูแปลกๆ นะคะ” “นั่นสิครับ ผมก็ว่างั้นแหละ ครูมุกอย่าไปถือสาป้าแกเลยนะครับแกก็พูดไปเรื่อย คือแกน่าจะพยายามจับคู่เราสองคนน่ะครับ” คำตอบของลีรภัทรทำให้มุกดาเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว หญิงสาวไม่คิดว่าป้าน้อยจะเอ็นดูเธอมากถึงขั้นจับคู่ให้กับหลานชายของตัวเองเช่นนี้ “ถึงโรงเรียนแล้วผมกลับก่อนนะครับต้องรีบกลับไปดูสวนต่อ ครูมุกคงไม่คิดว่าผมจะมาหาครูใหญ่จริงๆ ใช่มั้ย” “ไม่หรอกค่ะ ขอบคุณนะคะที่มาส่ง” มุกดายิ้มหวานตอบรับ หญิงสาวมองตามหลังลีรภัทรที่เพิ่งเดินจากไปด้วยความสั่นไหว พอได้รู้ว่าป้าน้อยเปิดทางให้เช่นนี้หัวใจก็เริ่มพองโต ถ้าได้คบกับลีรภัทรจริงๆ คงทำให้เธอมีความสุขมาก เพราะตอนนี้ก็มีแค่ชายหนุ่มคนเดียวที่ทำให้เธอใจเต้นแรงได้ เธอเองก็พอใจลีรภัทรอยู่แล้วเหมือนกัน ลีรภัทรหลังจากส่งมุกดาเรียบร้อยก็แวะไปที่บ้านป้าน้อยเพื่อเอากล่องพัสดุก่อนจะขับรถกลับสวนดอกไม้ ชายหนุ่มมาถึงก็รีบลงจากรถเพื่อเอากล่องพัสดุไปเก็บที่บ้านจะได้กลับเข้ามาทำงานที่สวนต่อ แต่เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ชะงักงันเมื่อเห็นเกวลินยืนจ้องมองมาที่เขาอยู่ หญิงสาวผมดำลอนยาวในชุดเดรสลำลองสีขาวที่มีดอกไม้ห้อมล้อมเช่นนี้ช่างดูงดงามและสดใสมากนัก แม้แต่ชายหนุ่มเองก็ไม่อาจละสายตาออกไปจากเธอได้ ลีรภัทรยิ้มกว้างอย่างพอใจที่เห็นเกวลินปรากฏตัวต่อหน้าอีกครั้ง “ยังไม่ครบอาทิตย์เลยทำไมกลับมาแล้วล่ะ ห้องของคุณผมยังจัดการไม่เรียบร้อยเลย” “ฉันหนีคนมาค่ะ เรื่องห้องไม่ต้องห่วงตอนนี้ฉันพักอยู่ที่บ้านเพื่อน เสร็จเมื่อไหร่ค่อยย้ายมาอยู่ก็ได้” “หนีใคร?” “ก็ใครบางคนที่ไม่อยากเจอ คุณไปไหนมาเหรอฉันรอคุณตั้งนาน” “ไปบ้านป้าน้อยมาน่ะ ทำไมคุณไม่โทรบอกผมล่ะว่าจะมา” “อยากเซอร์ไพรส์คุณไง เป็นไงบ้างดีใจมั้ยที่ฉันกลับมา” ลีรภัทรไม่ได้ตอบคำถามของหญิงสาวแต่อย่างใด เขาเอาแต่อมยิ้มมองไปที่เธออย่างไม่ละสายตา เกวลินเองพอถูกมองด้วยสายตาอบอุ่นเช่นนี้ก็อดที่จะหวั่นไหวไม่ได้ “อย่ามองฉันแบบนี้นะ คุณกำลังทำให้ฉัน…” “ผมทำไมเหรอ” ลีรภัทรเดินเข้าใกล้หญิงสาวให้มากขึ้น สายตาก็ยังคงจับจ้องไปที่เธออยู่ เกวลินเริ่มใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ยิ่งชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้มากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งรู้สึกหวั่นไหวมากเท่านั้น พอเห็นว่าในมือของชายหนุ่มถือกล่องพัสดุอยู่ก็รีบหาเรื่องใหม่เพื่อคุยกลบเกลื่อน และก็ได้ผลเสียด้วย “นั่นกล่องอะไรขอดูหน่อยสิ” “ไม่ได้!” ลีรภัทรรีบปฏิเสธซ่อนกล่องพัสดุไว้ด้านหลัง ในนั้นมีใบหย่าของเขากับเรวดีอยู่คงไม่เหมาะที่จะให้หญิงสาวดูเท่าไหร่ ชายหนุ่มก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องปิดบังเกวลินในเรื่องนี้ด้วย “พิรุธเห็นๆ แต่ไม่เป็นไรถ้าไม่อยากให้ฉันดูฉันก็จะไม่ดู” “เข้าบ้านก่อนสิคุณ” ลีรภัทรยิ้มแห้งเดินนำหญิงสาวเข้าไปในบ้านก่อน เขารีบเดินเข้าไปยังห้องนอนเพื่อเก็บกล่องพัสดุ ท่าทางของชายหนุ่มพิรุธมากนัก “มองอะไรอยู่เหรอคุณ” ลีรภัทรเอ่ยถามเกวลินหลังออกมาจากห้องนอนเห็นหญิงสาวเอาแต่จ้องผนังห้อง “ฉันจำได้ว่าตรงนี้เคยมีรูปดอกไม้ที่อยู่ในแจกันแขวนไว้ไม่ใช่เหรอคะ มันหายไปไหนแล้วล่ะ” “อ่อ หลายวันก่อนมันตกแตกเกือบจะโดนครูมุกน่ะ ผมก็เลยเอาไปเก็บแล้ว” “ครูมุกคงจะมาที่นี่ทุกวันสินะ พวกคุณคงสนิทกันมากใช่มั้ย เป็นห่วงกันด้วยกลัวว่ารูปนั้นจะตกมาใส่ครูมุกอีกก็เลยเอาไปเก็บ” “คุณจะพูดอะไรกันแน่ ที่ผมไม่แขวนรูปตรงนั้นเพราะกลัวจะตกใส่คนซุ่มซ่ามอย่างคุณต่างหาก และอีกอย่าง…คนที่มาบ้านนี้บ่อยที่สุดก็คือคุณนั่นแหละ ยังสงสัยอะไรอีกมั้ย” “แค่ถามนิดเดียวเองทำไมต้องตอบยาวด้วย ไปดูดอกไม้ดีกว่า” เกวลินหน้ามุ่ยใส่ชายหนุ่มเล็กน้อยก่อนจะรีบก้าวเท้าเดินออกจากบ้านไป คำพูดของเขาเมื่อสักครู่เหมือนจะบอกกับเธอว่าที่เขาทำทั้งหมดก็เพราะเป็นห่วงเธอ ไม่รู้ว่าเป็นการเข้าข้างตัวเองหรือเปล่าแต่พอได้ยินแบบนี้ก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ เกวลินเดินเล่นอยู่ที่สวนดอกไม้ได้สักครู่ก็เดินตรงมายังห้องที่อยู่หลังบ้าน ซึ่งในอีกไม่กี่วันห้องนี้ก็จะเป็นห้องนอนของเธอแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ถูกเก็บกวาดให้เรียบร้อย เกวลินเดินเข้าไปในห้องมองสำรวจรอบๆ ก่อนจะยิ้มอย่างพอใจ ห้องดังกล่าวไม่ได้ดูเล็กจนเกินไปจนทำให้เธออึดอัด และก็ไม่ได้ใหญ่เกินไปจนทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยว “พออยู่ได้มั้ยคุณ” ลีรภัทรที่เดินตามหลังมาเอ่ยถามหญิงสาว ชายหนุ่มเองก็กังวลว่าหญิงสาวจะไม่ค่อยพอใจกับสภาพห้องเท่าไหร่ “ชอบมากเลยค่ะ ตกแต่งอีกนิดก็จะน่าอยู่มากกว่าเดิมแล้ว” “เดี๋ยวผมจะทุบกำแพงตรงนั้นออกแล้วต่อทำเป็นห้องน้ำให้คุณก็แล้วกัน คงไม่สะดวกเท่าไหร่ถ้าคุณกับผมจะใช้ห้องน้ำเดียวกัน” “ขอบคุณค่ะ หมดเท่าไหร่คุณก็มาเก็บเงินกับฉันนะคะ” “ไม่ต้องหรอกยังไงบ้านนี้ก็เป็นบ้านผม จะทำอะไรกับบ้านตัวเองก็เป็นเรื่องปกติ แต่ทำไมคุณมองผมแบบนี้ล่ะ หรือว่าอยากได้อะไรเพิ่มอีก” “เปล่าค่ะ ฉันแค่แปลกใจว่าทำไมคุณถึงดีกับฉันจัง และก็อยากรู้ด้วยว่าคุณดีกับคนอื่นๆ แบบนี้ด้วยมั้ย” เกวลินจ้องไปที่ดวงตาคมเข้มของลีรภัทรอย่างคาดหวัง หญิงสาวแค่รู้สึกสับสนมากจริงๆ ที่หลังๆ มานี้ชายหนุ่มทำดีกับเธอเป็นพิเศษ อยากรู้ว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่เกวลินหลับตาพริ้มเมื่อใบหน้าของลีรภัทรแนบชิดใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวพร้อมตั้งรับไม่ว่าชายหนุ่มจะจู่โจมมาในรูปแบบไหน ลีรภัทรเองก็เอาแต่จ้องไปที่ปากเล็กๆ ของเกวลินอย่างว้าวุ่นใจ ถ้าตอนนี้เขากับเธอตกลงปลงใจคบกันแล้วคงจุมพิตเธออย่างไม่ลังเล“หวังอะไรถึงได้หลับตาปี๋แบบนี้” ชายหนุ่มเป่าลมปากไปที่ดวงตาของเกวลินที่ปิดอยู่ ก่อนจะร่นถอยห่างออกมา“อีตาบ้า นี่คุณแกล้งฉันจริงๆ ด้วย” เกวลินรู้สึกอับอายนัก หญิงสาวปรี่เข้าไปผลักอกลีรภัทรอย่างเต็มแรง ตอนที่เธอหลับตาเขาคงหัวเราะเยาะเธอเป็นแน่ คงมองว่าเธอใจง่ายที่เขาอยากจะทำอะไรเธอก็ยอม“คุณจะมาโกรธผมทำไม หรือคุณอยากให้ผมจูบ….”“หยุด! ห้ามพูดคำนั้นเด็ดขาด”“ที่บอกว่าชอบคุณผมพูดจริงๆ นะ คุณไม่สังเกตเห็นเลยเหรอว่าท่าทีของผมที่มีต่อคุณมันเปลี่ยนไป หลังจากคืนที่พายุเข้าผมก็เริ่มแน่ใจว่ารู้สึกกับคุณไม่เหมือนเดิม”“ชอบที่ฉันยอมตากฝนเพื่อขนย้ายดอกไม้พวกนั้นให้คุณจนเป็นไข้เนี่ยนะ ไม่เห็นจะเข้าท่าเลย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงคุณก็ชอบคนง่ายเกินไปแล้ว”“ถ้าทำดีกับผมแค่นั้นแล้วทำให้ผมชอบได้ง่ายๆ งั้นผมก็คงชอบครูมุกไปแล้วล่ะสิ ถ้าเทียบกันครูมุกทำอะไรดีๆ ให้ผมเยอะกว่าคุ
“คุณจะบอกว่าไม่มาอยู่ที่นี่แล้วใช่มั้ย”“ไม่ใช่สักหน่อย อย่าบอกนะว่าคุณเปลี่ยนใจไม่ให้ฉันอยู่ที่นี่แล้ว” เกวลินขมวดคิ้วใส่ลีรภัทร เห็นสายตาและท่าทีเฉยเมยของชายหนุ่มก็อดคิดไม่ได้“อ้าว! ที่จะคุยกับผมไม่ใช่เรื่องนี้หรอกเหรอ” ชายหนุ่มโล่งใจ“ก็ไม่ใช่นะสิ คิดอะไรของคุณอยู่นี่”“ใครจะไปรู้ล่ะ ก็คุณหน้าตึงดูจริงจังซะขนาดนั้น ก็นึกว่าจะมายกเลิกสัญญาเช่า”“เป็นคุณมั้งที่หน้าตึง ทำซะฉันตกอกตกใจหมดนึกว่าคุณจะเปลี่ยนใจแล้วซะอีก” หญิงสาวลูบอกตัวเองเบาๆ ตอนนี้ค่อยโล่งใจขึ้นมาได้หน่อยลีรภัทรหลุดขำออกมา ชายหนุ่มเองที่คิดมากจนเกินไป ก็เพราะท่าทีของหญิงสาวเมื่อคืนชวนให้ชายหนุ่มอดกังวลไม่ได้ ยิ่งเห็นหญิงสาวมาแต่เช้าตรู่แบบนี้ก็นึกว่าจะมาบอกเรื่องเปลี่ยนใจไม่ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านสวนแล้วเสียอีก“คุณยิ้มทำไม”“ผมแค่ดีใจน่ะ เอาเป็นว่าคุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับผม”“คืออย่างนี้นะ ฉันเองก็มาอยู่ที่แล้ว งั้นถ้าฉันจะให้ช่างมาต่อเติมคาเฟ่ที่สวนคุณเลยได้มั้ย ค่อยๆ ทำค่อยๆ ปรับไป ชอบไม่ชอบตรงไหนฉันจะได้เปลี่ยนใจได้ ฉันอยากให้คาเฟ่เล็กๆ ของฉันรับกับสวนดอกไม้ของคุณได้น่ะ”“ก็เอาสิ ผมเองก็จะบอกคุณเรื่องนี้เหมือนกัน ระย
“คุณลี คุณเลิกแกล้งฉันได้แล้ว”เกวลินพยายามยื้อยุดปลีกตัวออกจากอ้อมแขนของลีรภัทร หญิงสาวไม่ตอบในสิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยถาม และเริ่มไม่ชอบใจแล้วที่เขาเอาแต่เย้าหยอกเธอเช่นนี้ ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรก็ควรเว้นระยะห่างจากเธอไว้หน่อยไม่ใช่เหรอ“คุณเป็นคนเริ่มก่อนเองนะ พอผมถามกลับ…กลายเป็นผมผิดซะงั้น”“ก็ได้ ฉันจะไม่ถามไม่สงสัยอะไรในตัวคุณอีกแล้ว เอาเป็นว่าต่อไปนี้ต่างคนต่างอยู่ พอใจหรือยัง”ท่าทีแง่งอนของเกวลินทำให้ลีรภัทรเอ็นดูนัก ชายหนุ่มเอาแต่ยิ้มมองไปที่หญิงสาวอย่างชอบใจ ก่อนหน้านี้เคยเห็นแต่มุมที่หญิงสาวเด็ดเดี่ยวมั่นใจในตัวเอง แต่พอยิ่งใกล้ชิดเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงที่อ่อนไหวใสซื่อ เหมือนเด็กสาวทั่วไปก็เท่านั้นลีรภัทรคลายมือที่โอบเกวลินออกเมื่อได้ยินเสียงคนส่งเฟอร์นิเจอร์ตะโกนเรียก เกวลินเองทันทีที่ชายหนุ่มคลายอ้อมกอดออกก็รีบเดินจากห้องหนีไปอย่างไม่รีรอ ท่าทางของเธอยิ่งทำให้ชายหนุ่มเอ็นดูมากขึ้นกว่าเดิมช่วงเย็นของวัน“มากันแล้วเหรอ” ป้าน้อยยิ้มทักทายเมื่อเห็นเกวลินเดินเคียงมากับลีรภัทร วันนี้เธอให้ผู้เป็นหลายเอ่ยชวนหญิงสาวมาทานมื้อเย็นด้วยกัน“เดี๋ยวเกวช่วยทำกับข้าวนะคะ”“ไม่ต้องหรอกหนูเกว ค
“ทำดีกับคุณ หมายถึงทำอะไรให้บ้างล่ะ ผมว่าสิ่งที่ผมทำก็มีเหตุและผลของมันนะ” ลีรภัทรให้คำตอบกับหญิงสาว เพราะสิ่งที่เขาทำให้เธอไม่ได้ดูเกินความจำเป็นเลยสักนิด“คุณเคยเห็นตัวเองเมื่อก่อนตอนที่อยู่กับฉันมั้ยคะว่ามันต่างจากตอนนี้มากแค่ไหน ในชั่วข้ามคืนคุณก็เปลี่ยนไป ไม่ว่าฉันขออะไร…คุณก็โอเคทุกอย่าง อยู่ดีๆ คุณก็มาดีกับฉัน ฉันก็อดสงสัยไม่ได้สิว่าปกติคุณเป็นของคุณแบบนี้อยู่แล้วหรือเปล่า”“ผมก็เป็นแบบนี้แหละ ก่อนหน้านี้เราแค่ยังไม่รู้จักกันมากพอ คุณก็เลยไม่เห็นตัวตนจริงๆ ของผม หรือคุณคิดว่าการที่ผมทำดีกับคุณก็เพื่อหวังอะไรในตัวคุณ”“ไม่ได้คิด ฉันแค่จะบอกว่าบางทีการที่เราทำดีกับคนคนหนึ่งมากๆ มันอาจทำให้คนคนนั้นเข้าใจเจตนาเราผิดได้”“เช่นอะไรล่ะ”“ก็…ก็…”“ก็จะทำให้เข้าใจว่าผมชอบเขางั้นเหรอ” ลีรภัทรตอบแทนเมื่อเห็นหญิงสาวเอาแต่อ้ำอึ้ง“ก็ประมาณนั้น”“แล้วคุณล่ะคิดแบบนั้นด้วยหรือเปล่า ถ้าผมทำดีกับคุณแบบนี้ไปเรื่อยๆ …คุณจะคิดว่าผมชอบคุณมั้ย”คำถามตรงไปตรงมาของลีรภัทรทำให้เกวลินนิ่งเงียบในทันที เหตุใดชายหนุ่มถึงได้พูดถึงเรื่องนี้อย่างสบายใจได้ ไหนจะสายตาหยาดเยิ้มมองมาที่เธออีก คงไม่ใช่ว่าเขาชอบเธอเ
“เงียบแบบนี้ลังเลเหรอ”ปานวาดเอ่ยถามผู้เป็นลูกสาวอีกครั้ง เธอเองก็อยากรู้ว่าในใจของเกวลินยังรักชายหนุ่มดังกล่าวอยู่หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่จบความสัมพันธ์กันไปก็ไม่เคยได้ยินพูดถึงหรือติดต่ออีกเลย“ที่หนูเงียบเพราะกำลังคิดหาทางหนีเขาต่างหาก แม่คะ…งั้นเกวกลับเชียงใหม่พรุ่งนี้เลยได้มั้ย เกวไม่อยากเจอน้ำน่ะ”“แล้วคิดจะหนีหน้าไม่เจอน้ำแบบนี้ไปตลอดหรือไง ครอบครัวเขากับครอบครัวเราก็รู้จักกัน ยังไงต้องติดต่อกันอยู่ดี มีอะไรทำไมไม่คุยกันให้เข้าใจล่ะ”“เกวพูดไม่รู้จะพูดยังไงแล้วค่ะ เราสองคนไม่เหมาะที่จะเป็นแฟนกันเลยสักนิดเหมาะเป็นเพื่อนกันมากกว่า และน้ำเองที่เป็นคนบอกเลิกเกวก่อน แล้วตอนนี้จะมาง้อขอคืนดีนี่นะ”“แต่เกวก็จะบอกเลิกน้ำอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ แค่น้ำชิ่งบอกเกวก่อนแค่นั้น”“ตกลงใครเป็นลูกแม่กันแน่คะ” เกวลินค้อนไปที่ผู้เป็นแม่จนเธอต้องหลุดขำออกมา“แม่ไม่คุยด้วยแล้ว เกวขึ้นไปเอายามาให้แม่ดีกว่า อีกอย่างพรุ่งนี้ห้ามหนีกลับเชียงใหม่ล่ะ สัญญาว่าจะอยู่บ้านอาทิตย์หนึ่งก็ต้องอยู่ให้ครบ เข้าใจมั้ย”“เข้าใจแล้วค่ะ” หญิงสาวหน้ามุ่ย ดูเหมือนแม่ของเธอจะรู้ทันเธอเสียแล้ววันต่อมา ช่วงสายของวันเกวลิน
วันต่อมา“เดี๋ยวผมจะให้คนงานเข้ามาเก็บกวาดห้องให้ ส่วนเรื่องแต่งห้องยังไงก็รอคุณมาจัดการเองแล้วกัน แล้วคุณจะกลับบ้านกี่วันล่ะ”“น่าจะอาทิตย์หนึ่ง กลับแป๊บเดียวเดี๋ยวพ่อกับแม่ก็บ่นให้ ต้นไม้ตรงนั้นดูโล่งไปนะ ถ้ามีชิงช้าสักหน่อยน่าจะดี” เกวลินชี้ไปทางต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากห้องที่เธอจะมาอาศัยอยู่นัก“เป็นเด็กเหรอถึงชอบนั่งชิงช้า”“ก็ใช่นะสิ ใครจะไปแก่เหมือนคุณล่ะ ฉันมีเรื่องจะถามคุณหน่อยสงสัยมาตั้งนานแล้ว ทำไมคุณถึงตั้งชื่อว่าสวนดอกไม้คุณชายลีล่ะ เวลาฟังไม่จักจี้หูบ้างเหรอที่ได้ยินคนมาเรียกคุณชาย…คุณชายแบบนี้"“ทีแรกผมก็เขินอยู่เหมือนกัน ชื่อนี้ย่าผมเป็นคนตั้งน่ะ ตอนเด็กผมก็งอแงอยากให้ย่าเปลี่ยนชื่อใหม่เหมือนกัน แต่มันเป็นความสุขของย่า…ผมก็เลยปล่อยผ่าน คิดแค่ว่าเดี๋ยวรอผมโตค่อยเปลี่ยนชื่อใหม่ แต่พอท่านเสียผมกลับทำใจเปลี่ยนมันไม่ได้ ชื่อที่ย่าตั้งด้วยความรักที่มีให้ผม ผมก็ควรรักษาและทะนุถนอมให้ดีไม่ใช่เหรอ อีกอย่างทุกคนก็คุ้นชินกับชื่อนี้กันหมดแล้วด้วย”“คุณทำถูกแล้วค่ะ ย่าคุณคงจะภูมิใจในตัวคุณมาก แล้วปู่คุณละคะ ฉันไม่เคยได้ยินคุณพูดถึงปู่คุณเลย”“ผมไม่ค่อยมีความทรงจำเรื่องปู่เท่าไหร่







