ANMELDEN“เงียบแบบนี้ลังเลเหรอ”
ปานวาดเอ่ยถามผู้เป็นลูกสาวอีกครั้ง เธอเองก็อยากรู้ว่าในใจของเกวลินยังรักชายหนุ่มดังกล่าวอยู่หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่จบความสัมพันธ์กันไปก็ไม่เคยได้ยินพูดถึงหรือติดต่ออีกเลย “ที่หนูเงียบเพราะกำลังคิดหาทางหนีเขาต่างหาก แม่คะ…งั้นเกวกลับเชียงใหม่พรุ่งนี้เลยได้มั้ย เกวไม่อยากเจอน้ำน่ะ” “แล้วคิดจะหนีหน้าไม่เจอน้ำแบบนี้ไปตลอดหรือไง ครอบครัวเขากับครอบครัวเราก็รู้จักกัน ยังไงต้องติดต่อกันอยู่ดี มีอะไรทำไมไม่คุยกันให้เข้าใจล่ะ” “เกวพูดไม่รู้จะพูดยังไงแล้วค่ะ เราสองคนไม่เหมาะที่จะเป็นแฟนกันเลยสักนิดเหมาะเป็นเพื่อนกันมากกว่า และน้ำเองที่เป็นคนบอกเลิกเกวก่อน แล้วตอนนี้จะมาง้อขอคืนดีนี่นะ” “แต่เกวก็จะบอกเลิกน้ำอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ แค่น้ำชิ่งบอกเกวก่อนแค่นั้น” “ตกลงใครเป็นลูกแม่กันแน่คะ” เกวลินค้อนไปที่ผู้เป็นแม่จนเธอต้องหลุดขำออกมา “แม่ไม่คุยด้วยแล้ว เกวขึ้นไปเอายามาให้แม่ดีกว่า อีกอย่างพรุ่งนี้ห้ามหนีกลับเชียงใหม่ล่ะ สัญญาว่าจะอยู่บ้านอาทิตย์หนึ่งก็ต้องอยู่ให้ครบ เข้าใจมั้ย” “เข้าใจแล้วค่ะ” หญิงสาวหน้ามุ่ย ดูเหมือนแม่ของเธอจะรู้ทันเธอเสียแล้ว วันต่อมา ช่วงสายของวัน เกวลินนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ม้านั่งหลังบ้านด้วยความเพลิดเพลิน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นน้ำหรือนิพล ชายหนุ่มคนรักเก่าเดินเข้ามาหา “ดีจังที่วันนี้มาหาเกวแล้วเจอ น้าวาดบอกว่าเกวไปเที่ยวเชียงใหม่ เป็นยังไงบ้างสนุกมั้ย” “อืม…ก็ดี แล้วนี่น้ำมาหาเกวทำไม” “ทักทายกันดีๆ หน่อยไม่ได้หรือไง เห็นหน้าปุ๊บก็ทำหน้าเซ็งใส่น้ำซะงั้น” “ก็ถ้าน้ำมาในฐานะเพื่อนเกวก็จะยิ้มให้ แต่ถ้าน้ำมาวอแวเพื่อให้กลับไปคบกับน้ำอีก เกวก็จะทำหน้าเซ็งแบบนี้แหละ เกวรู้นะว่าน้ำตามสืบเรื่องของเกวจากเพื่อนเกวอยู่” “เราทะเลาะกันแค่ครั้งเดียวก็จะเลิกกันจริงๆ เหรอ ทำไมเกวไม่ให้โอกาสน้ำแก้ตัวบ้าง” “เกวนี่นะไม่ให้โอกาส หลังจากที่น้ำบอกเลิกเกว เกวก็รอน้ำเกือบเดือน แต่น้ำต่างหากที่ไม่สนใจเอง” “แต่ตอนนี้น้ำกลับมาหาเกวแล้วไง เรามาเรียนรู้กันใหม่ก็ได้ อันไหนที่เกวไม่ชอบน้ำก็จะไม่ทำ” “พอเถอะน้ำ เกวบล็อกน้ำทุกช่องทางการติดต่อขนาดนี้น้ำไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าเกวต้องการแบบไหน ตอนที่เราคบกันวันๆ น้ำก็เอาแต่เที่ยวกับเพื่อน ไม่เคยมีเวลาอยู่กับเกวด้วยซ้ำ น้ำจำไม่ได้หรือไงว่าน้ำบอกเลิกเกวเพราะเหตุผลอะไร ตอนนั้นน้ำบอกว่าเราเหมาะที่จะเป็นเพื่อนมากกว่าเป็นแฟนกัน พอได้ยินแบบนั้นเกวถึงเข้าใจว่าที่น้ำพูดมามันก็จริง ตอนนั้นที่เราคบกันก็คงเป็นเพราะเพื่อนรอบตัวเห็นว่าดี เห็นว่าเหมาะสม พวกเราก็เลยปล่อยเลยตามเลย พอคบกันจริงๆ ถึงเข้าใจว่ามันไม่ใช่ความรัก” “แต่ตอนนี้น้ำชอบเกวจริงๆ นะ น้ำไม่ติดเพื่อนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เวลาของน้ำจะให้เกวหมดเลย” “แต่เกวติด ตอนนี้เกวติดเพื่อนมาก และเกวก็ไม่อยากกลับไปอยู่ในความสัมพันธ์แบบนั้นอีกแล้ว ถ้าน้ำจะมาหาเกวแล้วพูดแต่เรื่องนี้ งั้นเกวก็ไม่มีอะไรพูดกับน้ำ” หญิงสาวลุกจากเก้าอี้มองไปที่ชายหนุ่มอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะสะบัดตัวแล้วเดินหนีออกไป นิพลพยายามเดินตามเกวลินเข้าไปในบ้านแต่ก็ถูกกานวนิชพี่ชายของเกวลินเข้ามาขวางเอาไว้ได้ก่อน “จะไปไหนล่ะน้ำ…จะไม่ทักทายพี่หน่อยเหรอ” “สวัสดีครับพี่กาน วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอครับ” “ไม่ได้ไปอ่ะ วันนี้พี่ว่าจะพาเกวออกเที่ยวเล่นสักหน่อย” “งั้นผมไป….” ไม่ทันที่นิพลจะเอ่ยจบก็ถูกกานวนิชสวนปฏิเสธกลับมาก่อน “พี่ให้น้ำไปด้วยไม่ได้หรอก ถ้าพี่ให้น้ำไปด้วยเกวตีพี่ตายเลย ยัยนั่นเห็นตัวเล็กแบบนั้นมือหนักใช้ได้เลยนะ พี่ว่าน้ำกลับไปเถอะเรื่องของน้ำกับเกวมันจบไปแล้ว และพี่ก็เห็นด้วยกับเกวว่าเธอสองคนไม่เหมาะที่จะเป็นแฟนกัน น้ำเห็นใจพี่หน่อยนะ พี่เองก็มีน้องสาวแค่คนเดียว พี่ก็ไม่อยากให้น้องสาวพี่ต้องไปคบคนไม่ดี เข้าใจพี่เนาะ” ชายหนุ่มฉีกยิ้มตบไปที่บ่านิพลเบาๆ ก่อนจะเดินจากไป “พี่กานหมายความว่าไง” นิพลตะโกนถามตามหลัง คำพูดของกานวนิชทำให้เขาสับสนนัก จังหวัดเชียงใหม่ 3วันผ่านไป “ลี กล่องนี้เรส่งมาให้ไม่ใช่เหรอทำไมลีไม่เอากลับบ้านไปด้วยล่ะ” น้อยตะโกนถามหลานชายที่กำลังทานมื้อเที่ยงอยู่ วันนี้เธอเข้ามาทำความสะอาดห้องนอนเก่าของลีรภัทรเห็นกล่องพัสดุก็จำได้ว่าเป็นของที่เรวดีภรรยาเก่าของชายหนุ่มส่งมาให้ “นี่ไง” ผู้เป็นป้ายื่นกล่องพัสดุให้กับลีรภัทร “อ่อ…เกือบลืมไปเลย แต่เอาไว้นี่แหละครับก็แค่ใบหย่าไม่สำคัญอะไร” “ทำไมจะไม่สำคัญ ป้าว่าลีเอากลับไปด้วยดีกว่า ของของลีก็ต้องอยู่ที่บ้านลีสิ พูดไปก็คิดถึงหนูเร นานแล้วเหมือนกันที่ไม่กลับมาเยี่ยมกันบ้างเลย” “ช่วงนี้เรเขายุ่งๆ น่ะครับ ไหนจะเรื่องบ้าน ไหนจะเรื่องธุรกิจอีก ไว้สวนดอกไม้เปิดเป็นทางการเมื่อไหร่เดี๋ยวลีบอกให้เรมาก็แล้วกัน แต่ไม่รับปากนะครับว่าเรจะว่างมามั้ย” “อืม แล้วลีล่ะ…ไม่คิดจะแต่งงานใหม่บ้างเหรออายุจะ30แล้วนะเรา ควรหาเพื่อนคู่คิดสักคนมาไว้ข้างกายได้แล้ว ครูมุกล่ะเป็นยังไงบ้าง ป้าว่าครูมุกกับลีเหมาะสมกันอยู่นะ” “ป้าพูดเรื่องนี้อีกแล้ว ลีกับครูมุกเป็นแค่เพื่อนกันครับ ป้าอย่าคิดไปไกลสิ” “ใช่ป้าคิดคนเดียวที่ไหน ทั้งหมู่บ้านก็คิดกันทั้งนั้น ก็เล่นไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยแบบนี้คนเฒ่าคนแก่ก็คิดนะสิ” “พูดแบบนี้เดี๋ยวครูมุกจะเสียหายเอาได้นะครับ” “เสียหายอะไรเหรอคะ?” มุกดาเอ่ยแทรกขึ้นมา หญิงสาวมาถึงก็ได้ยินลีรภัทรเอ่ยถึงชื่อเธอก็เลยอดที่จะถามไถ่ไม่ได้ “ครูมุกมาก็ดีแล้ว งั้นมากินข้าวด้วยกันสิ” ป้าน้อยเอ่ยเสริมขึ้น เธอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มองไปที่ลีรภัทรกับมุกดาอย่างคาดหวัง “หนูกินมาแล้วค่ะ มาทำธุระแถวนี้เห็นรถคุณลีจอดอยู่ก็เลยแวะเข้ามาทักทาย" “ครูมุก ป้าถามอะไรหน่อยสิ ครูมุกมีแฟนหรือยัง” คำถามของป้าน้อยทำให้ลีรภัทรสำลักในทันที ชายหนุ่มหันมาสบตาผู้เป็นป้าอย่างรู้ทัน “ไม่มีค่ะ” หญิงสาวยิ้มตอบ “งั้นก็ดี ว่าแต่ครูมุกจะกลับโรงเรียนใช่มั้ย งั้นให้ลีไปส่งสิ ลีเองก็บอกว่ามีธุระจะคุยกับครูใหญ่ด้วย ลุกขึ้นสิลี” “แต่ลียังกินข้าวไม่เสร็จ…” “กินเยอะแล้ว รีบลุกสิครูมุกต้องรีบไปสอนต่อนะ” ผู้เป็นป้าตบหลังเพื่อให้ลีรภัทรลุกจากเก้าอี้ ป้าน้อยทำเช่นนี้ไม่บอกก็รู้ว่ากำลังจับคู่เขากับมุกดาอยู่ ลีรภัทรจำยอมต้องเดินมาส่งมุกดาตามที่ผู้เป็นป้าขอ ทั้งสองเดินเท้าไปยังโรงเรียนด้วยกันเพราะจากบ้านป้าน้อยไปโรงเรียนอยู่ไม่ไกลกันมากนัก “วันนี้ป้าน้อยดูแปลกๆ นะคะ” “นั่นสิครับ ผมก็ว่างั้นแหละ ครูมุกอย่าไปถือสาป้าแกเลยนะครับแกก็พูดไปเรื่อย คือแกน่าจะพยายามจับคู่เราสองคนน่ะครับ” คำตอบของลีรภัทรทำให้มุกดาเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว หญิงสาวไม่คิดว่าป้าน้อยจะเอ็นดูเธอมากถึงขั้นจับคู่ให้กับหลานชายของตัวเองเช่นนี้ “ถึงโรงเรียนแล้วผมกลับก่อนนะครับต้องรีบกลับไปดูสวนต่อ ครูมุกคงไม่คิดว่าผมจะมาหาครูใหญ่จริงๆ ใช่มั้ย” “ไม่หรอกค่ะ ขอบคุณนะคะที่มาส่ง” มุกดายิ้มหวานตอบรับ หญิงสาวมองตามหลังลีรภัทรที่เพิ่งเดินจากไปด้วยความสั่นไหว พอได้รู้ว่าป้าน้อยเปิดทางให้เช่นนี้หัวใจก็เริ่มพองโต ถ้าได้คบกับลีรภัทรจริงๆ คงทำให้เธอมีความสุขมาก เพราะตอนนี้ก็มีแค่ชายหนุ่มคนเดียวที่ทำให้เธอใจเต้นแรงได้ เธอเองก็พอใจลีรภัทรอยู่แล้วเหมือนกัน ลีรภัทรหลังจากส่งมุกดาเรียบร้อยก็แวะไปที่บ้านป้าน้อยเพื่อเอากล่องพัสดุก่อนจะขับรถกลับสวนดอกไม้ ชายหนุ่มมาถึงก็รีบลงจากรถเพื่อเอากล่องพัสดุไปเก็บที่บ้านจะได้กลับเข้ามาทำงานที่สวนต่อ แต่เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ชะงักงันเมื่อเห็นเกวลินยืนจ้องมองมาที่เขาอยู่ หญิงสาวผมดำลอนยาวในชุดเดรสลำลองสีขาวที่มีดอกไม้ห้อมล้อมเช่นนี้ช่างดูงดงามและสดใสมากนัก แม้แต่ชายหนุ่มเองก็ไม่อาจละสายตาออกไปจากเธอได้ ลีรภัทรยิ้มกว้างอย่างพอใจที่เห็นเกวลินปรากฏตัวต่อหน้าอีกครั้ง “ยังไม่ครบอาทิตย์เลยทำไมกลับมาแล้วล่ะ ห้องของคุณผมยังจัดการไม่เรียบร้อยเลย” “ฉันหนีคนมาค่ะ เรื่องห้องไม่ต้องห่วงตอนนี้ฉันพักอยู่ที่บ้านเพื่อน เสร็จเมื่อไหร่ค่อยย้ายมาอยู่ก็ได้” “หนีใคร?” “ก็ใครบางคนที่ไม่อยากเจอ คุณไปไหนมาเหรอฉันรอคุณตั้งนาน” “ไปบ้านป้าน้อยมาน่ะ ทำไมคุณไม่โทรบอกผมล่ะว่าจะมา” “อยากเซอร์ไพรส์คุณไง เป็นไงบ้างดีใจมั้ยที่ฉันกลับมา” ลีรภัทรไม่ได้ตอบคำถามของหญิงสาวแต่อย่างใด เขาเอาแต่อมยิ้มมองไปที่เธออย่างไม่ละสายตา เกวลินเองพอถูกมองด้วยสายตาอบอุ่นเช่นนี้ก็อดที่จะหวั่นไหวไม่ได้ “อย่ามองฉันแบบนี้นะ คุณกำลังทำให้ฉัน…” “ผมทำไมเหรอ” ลีรภัทรเดินเข้าใกล้หญิงสาวให้มากขึ้น สายตาก็ยังคงจับจ้องไปที่เธออยู่ เกวลินเริ่มใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ยิ่งชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้มากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งรู้สึกหวั่นไหวมากเท่านั้น พอเห็นว่าในมือของชายหนุ่มถือกล่องพัสดุอยู่ก็รีบหาเรื่องใหม่เพื่อคุยกลบเกลื่อน และก็ได้ผลเสียด้วย “นั่นกล่องอะไรขอดูหน่อยสิ” “ไม่ได้!” ลีรภัทรรีบปฏิเสธซ่อนกล่องพัสดุไว้ด้านหลัง ในนั้นมีใบหย่าของเขากับเรวดีอยู่คงไม่เหมาะที่จะให้หญิงสาวดูเท่าไหร่ ชายหนุ่มก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องปิดบังเกวลินในเรื่องนี้ด้วย “พิรุธเห็นๆ แต่ไม่เป็นไรถ้าไม่อยากให้ฉันดูฉันก็จะไม่ดู” “เข้าบ้านก่อนสิคุณ” ลีรภัทรยิ้มแห้งเดินนำหญิงสาวเข้าไปในบ้านก่อน เขารีบเดินเข้าไปยังห้องนอนเพื่อเก็บกล่องพัสดุ ท่าทางของชายหนุ่มพิรุธมากนัก “มองอะไรอยู่เหรอคุณ” ลีรภัทรเอ่ยถามเกวลินหลังออกมาจากห้องนอนเห็นหญิงสาวเอาแต่จ้องผนังห้อง “ฉันจำได้ว่าตรงนี้เคยมีรูปดอกไม้ที่อยู่ในแจกันแขวนไว้ไม่ใช่เหรอคะ มันหายไปไหนแล้วล่ะ” “อ่อ หลายวันก่อนมันตกแตกเกือบจะโดนครูมุกน่ะ ผมก็เลยเอาไปเก็บแล้ว” “ครูมุกคงจะมาที่นี่ทุกวันสินะ พวกคุณคงสนิทกันมากใช่มั้ย เป็นห่วงกันด้วยกลัวว่ารูปนั้นจะตกมาใส่ครูมุกอีกก็เลยเอาไปเก็บ” “คุณจะพูดอะไรกันแน่ ที่ผมไม่แขวนรูปตรงนั้นเพราะกลัวจะตกใส่คนซุ่มซ่ามอย่างคุณต่างหาก และอีกอย่าง…คนที่มาบ้านนี้บ่อยที่สุดก็คือคุณนั่นแหละ ยังสงสัยอะไรอีกมั้ย” “แค่ถามนิดเดียวเองทำไมต้องตอบยาวด้วย ไปดูดอกไม้ดีกว่า” เกวลินหน้ามุ่ยใส่ชายหนุ่มเล็กน้อยก่อนจะรีบก้าวเท้าเดินออกจากบ้านไป คำพูดของเขาเมื่อสักครู่เหมือนจะบอกกับเธอว่าที่เขาทำทั้งหมดก็เพราะเป็นห่วงเธอ ไม่รู้ว่าเป็นการเข้าข้างตัวเองหรือเปล่าแต่พอได้ยินแบบนี้ก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ เกวลินเดินเล่นอยู่ที่สวนดอกไม้ได้สักครู่ก็เดินตรงมายังห้องที่อยู่หลังบ้าน ซึ่งในอีกไม่กี่วันห้องนี้ก็จะเป็นห้องนอนของเธอแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ถูกเก็บกวาดให้เรียบร้อย เกวลินเดินเข้าไปในห้องมองสำรวจรอบๆ ก่อนจะยิ้มอย่างพอใจ ห้องดังกล่าวไม่ได้ดูเล็กจนเกินไปจนทำให้เธออึดอัด และก็ไม่ได้ใหญ่เกินไปจนทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยว “พออยู่ได้มั้ยคุณ” ลีรภัทรที่เดินตามหลังมาเอ่ยถามหญิงสาว ชายหนุ่มเองก็กังวลว่าหญิงสาวจะไม่ค่อยพอใจกับสภาพห้องเท่าไหร่ “ชอบมากเลยค่ะ ตกแต่งอีกนิดก็จะน่าอยู่มากกว่าเดิมแล้ว” “เดี๋ยวผมจะทุบกำแพงตรงนั้นออกแล้วต่อทำเป็นห้องน้ำให้คุณก็แล้วกัน คงไม่สะดวกเท่าไหร่ถ้าคุณกับผมจะใช้ห้องน้ำเดียวกัน” “ขอบคุณค่ะ หมดเท่าไหร่คุณก็มาเก็บเงินกับฉันนะคะ” “ไม่ต้องหรอกยังไงบ้านนี้ก็เป็นบ้านผม จะทำอะไรกับบ้านตัวเองก็เป็นเรื่องปกติ แต่ทำไมคุณมองผมแบบนี้ล่ะ หรือว่าอยากได้อะไรเพิ่มอีก” “เปล่าค่ะ ฉันแค่แปลกใจว่าทำไมคุณถึงดีกับฉันจัง และก็อยากรู้ด้วยว่าคุณดีกับคนอื่นๆ แบบนี้ด้วยมั้ย” เกวลินจ้องไปที่ดวงตาคมเข้มของลีรภัทรอย่างคาดหวัง หญิงสาวแค่รู้สึกสับสนมากจริงๆ ที่หลังๆ มานี้ชายหนุ่มทำดีกับเธอเป็นพิเศษ อยากรู้ว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่เกวลินในชุดเจ้าสาวสีขาวเกาะอกกระโปรงสั้น ชายกระโปรงแต่งกลีบด้วยลายดอกไม้ ผมเกล้าขึ้นประดับด้วยผ้าคลุมเจ้าสาวยาวมาถึงเอว หญิงสาวยืนอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ที่มีดอกกุหลาบขาวเลื้อยรอบขอบหน้าต่างเต็มไปด้วยความงดงาม เธอยืนมองดูผู้คนที่มาร่วมงานแต่งของเธอวันนี้ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข“ได้เวลาแล้วลูก” ปานวาดเอ่ยแจ้งต่อผู้เป็นลูกสาว เห็นเกวลินกำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝาก็เก็บความยินดีเอาไว้ไม่อยู่“แม่อย่าร้องไห้สิคะเดี๋ยวก็ไม่สวยกันพอดี”“ก็แม่ดีใจนี่ที่เกวแต่งงาน ไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงเร็วขนาดนี้ ไปเถอะลูกได้เวลาแล้ว”ปานวาดจูงมือผู้เป็นลูกสาวไปมอบให้กับนทีซึ่งทำหน้าที่ส่งตัวเจ้าสาวไปให้กับเจ้าบ่าวที่ยืนรออยู่ เกวลินควงแขนผู้เป็นพ่อเดินผ่านผู้คนที่มาร่วมงานแต่งของเธอด้วยความยินดีระหว่างทางเดินเธอยิ้มให้เพื่อนสาวของเธอที่นั่งอยู่ติดกับกานวนิชผู้เป็นพี่ชาย ถัดไปก็เป็นนิพลและภูมิทัศน์ หรือแม้แต่มุกดาก็ยังมาร่วมงานของเธอด้วย วันนี้คนที่เธอรักและรู้จักมารวมกันอยู่ที่งานแต่งของเธอทั้งหมดแล้วลีรภัทรในสูทขาวกางเกงดำมองไปที่เกวลินที่กำลังจะเดินมาถึงด้วยความสุขล้นใจ วันนี้เกวลินในชุดเจ้าสาวงดงามมากน
ลีรภัทรเดินเข้ามาสวมกอดเกวลินทางด้านหลังระหว่างที่หญิงสาวกำลังเก็บล้างแก้วน้ำอยู่ในห้องครัว ก่อนจูบไปที่ต้นคอระหงของเธอเบาๆ ตอนนี้ที่บ้านสวนเหลือแค่ชายหนุ่มกับเกวลินเท่านั้น“อย่าซนสิคะ”“ผมมารับผิดกับคุณ ผมรู้ว่าผมผิดที่โกหกคุณไว้”“รู้ตัวด้วยเหรอคะ” เกวลินวางแก้วลงหันกลับมาสบตาชายหนุ่มตรงหน้า ใบหน้าออดอ้อนของลีรภัทรช่างน่าเอ็นดูนัก“คุณเนี่ยนะไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องปิดบังฉันด้วย ถ้าคุณบอกฉันดีๆ ฉันก็เข้าใจไม่ทำตัวเป็นภาระคุณหรอกค่ะ”“ก็ผมกลัวคุณคิดมากนี่ คุณเองก็รักสวนดอกไม้มากถ้ารู้ว่ามีคนมาทำลายดอกไม้ของผมจะนอนไม่หลับเอา”“แต่ยังไงคุณก็ควรบอกฉันสักหน่อย ถ้าไม่มีอาคุณโผล่มาช่วยคนที่โดนมีดแทงมืออาจเป็นฉันก็ได้”“ผมสำนึกผิดแล้วจริงๆ” ลีรภัทรออดอ้อนกะพริบตาปริบๆ“ก็ถือว่าหายกันนะคะ”“หมายความว่าไง”“ที่จริงฉันเห็นอานิดของคุณตั้งนานแล้ว เขาก็ป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ สวนคุณนี่แหละแต่คงไม่กล้าเผยตัวให้ใครรู้ บางวันเขาไปที่ไหล่ทางเพื่อโบกรถให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาสวนคุณด้วยนะคะ ฉันเองก็ตั้งใจบอกคุณเหมือนกันแต่ก็ดันมาเกิดเรื่องซะก่อน แบบนี้ไงคะอาคุณถึงไม่ตกใจตอนที่รู้ว่าฉันเป็นคู่หมั้นคุณ ฉันว่
ลีรภัทรอาบน้ำทำกิจธุระส่วนตัวเรียบร้อยก็แวะมาหาเกวลินที่ห้องนอนของเธอ พอมาถึงก็เห็นหญิงสาวนั่งคิ้วขมวดอยู่กับสมุดบัญชี ชายหนุ่มเลยเดินเข้าไปดึงสมุดบัญชีออกมาจากมือของหญิงสาว“เอามานะคะฉันยังทำบัญชีไม่เสร็จเลย”“นี่มันดึกมากแล้วคุณควรจะนอนได้แล้ว เรื่องบัญชีค่อยจัดการพรุ่งนี้ต่อก็ได้”“แต่…”“ไม่ต้องแต่ นี่คือคำสั่ง” ลีรภัทรทำหน้าดุคิ้วขมวดไปที่หญิงสาว“ก็ได้ค่ะนอนก็นอน งั้นคุณลีรภัทรกรุณาออกจากห้องนอนดิฉันด้วยนะคะ เพราะตอนนี้ดิฉันจะเข้านอนแล้ว”“เรื่องอะไรผมต้องออกไปด้วย” ชายหนุ่มทำไม่รู้ไม่ชี้เดินตรงไปที่เตียงนอนของหญิงสาว“นี่คนจะเอาเปรียบฉันเหรอ”“ถ้าผมไม่เอาเปรียบคุณ…แล้วเราจะมีหลานน่ารักๆ ให้พ่อแม่ได้ยังไง"ลีรภัทรคว้าตัวหญิงสาวเข้ามานั่งตัก มือทั้งสองข้างสวมกอดเอวบางของเธอไว้“คุณพูดอะไร อย่าลืมสิว่าเรายังไม่ได้แต่งงานกัน”“ไม่เห็นเป็นไรนี่มีลูกแล้วค่อยแต่งก็ได้ เราจะได้เอาลูกของเรามาถ่ายพรีเวดดิ้งด้วยไง”“คุณจริงจังหรือเปล่านี่”“จริงจังสิ ทุกคำพูดของผมจริงจังเสมอ”“คุณไม่คิดว่ามันเร็วเกินไปเหรอคะ เอาจริงคุณกับฉันคบกันได้ไม่นานเอง ไม่คิดว่าความรักของเรามันดูฉาบฉวยไปหน่อยเหรอ”"ผ
“ฉันรักคุณค่ะ”สิ้นคำสารภาพรัก ปากอุ่นๆ แดงอมชมพูของเกวลินก็ประทับไปที่ปากของลีรภัทรด้วยความละมุนละไม ก่อนจะค่อยๆ รุกหนักบดขยี้ปากของชายหนุ่มอย่างเร่าร้อนและแรงขึ้น จนผู้ที่ถูกก้าวล่วงไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาที่หญิงสาวจู่โจมได้อีกต่อไปลีรภัทรเคลิ้มและหวั่นไหวจนอ่อนระทวยไปทั้งตัว ชายหนุ่มรีบตอบสนองรสรักของหญิงสาวอย่างเร่าร้อนและช่ำชอง ไม่นานนักร่างบางของหญิงสาวก็ถูกชายหนุ่มอุ้มมาที่โซฟา ก่อนจะค่อยๆ ดันตัวหญิงสาวให้นอนราบไปอีกที ลีรภัทรยิ้มหวานจ้องไปที่ปากบางอมชมพูของเกวลินอย่างเว้าวอน ก่อนจะโน้มหน้าเข้าหาเพื่อมอบจูบอันเร่าร้อนให้กับหญิงสาวอีกครั้งลีรภัทรดันตัวหญิงสาวขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะสอดอ้อมแขนเพื่ออุ้มเธอขึ้นมา ชายหนุ่มอุ้มร่างบางตรงไปยังเตียงนอนของตัวเอง มือที่ซุกซนก็เริ่มปลดแขนเสื้อตุ๊กตาของหญิงสาวลงมาอยู่ระหว่างหน้าอกเธอ เขาจับจ้องไปที่เนินอกขาวที่สวยงามของเธออย่างเว้าวอนก่อนจะใช้ปากอุ่นๆ ประทับจูบไปที่เนินอกนั้นและเล้าโลมอย่างพอใจเกวลินเนื้อตัวอ่อนระทวยสั่นไหวไปทั้งตัว แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกของเธอที่ยอมให้ลีรภัทรรุกล้ำแต่ก็ไม่ได้รู้สึกประหม่าแต่อย่างใด เธอกลับคล้อยตามและพอใจกับร
“เรื่องจริงครับ เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความพลาดพลั้งหรือขาดสติแต่อย่างใด แต่เป็นความเต็มใจของเราทั้งคู่ ครั้งล่าสุดที่เกวไปหาผมที่เชียงใหม่…”“ไม่ต้องพูดต่อแล้ว” นทีเอ่ยขัดขึ้น พูดแค่นี้ก็เข้าใจทุกอย่างแล้ว และก็เชื่อด้วยว่าเป็นการสมยอมด้วยกันทั้งคู่“เอาเถอะเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วคงทำอะไรไม่ได้ เพราะแบบนี้ใช่มั้ยลีถึงมาสู่ขอเกว” ปานวาดถามเสริม แม้จะขุ่นเคืองเรื่องที่เกิดขึ้นแต่ก็พอทำใจยอมรับได้ อีกอย่าทั้งสองก็รักกันเรื่องแบบนี้ระหว่างคู่รักไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เธอเองยังนับถือด้วยซ้ำที่ลีรภัทรกับลูกสาวของเธออดทนมาได้ขนาดนี้ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้อยู่บ้านหลังเดียวกันด้วยซ้ำ“ต่อให้ไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นผมก็ตั้งใจจะแต่งงานกับเกวอยู่แล้วครับ”“ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วนี่ แต่เรื่องแต่งงานฉันไม่เห็นด้วย ให้หมั้นกันไว้ก่อนแล้วกัน เธอรับได้มั้ยล่ะ” นทีหันไปถามลีรภัทร“ได้ครับ หมั้นไว้ก่อนก็ได้” ชายหนุ่มยิ้มกว้างตอบรับด้วยความดีใจ ถึงยังไม่ได้แต่งงานแต่อย่างน้อยก็ยังได้หมั้นกันไว้ก่อน“งั้นก็ตกลงตามนี้ คุณว่าไงคะ” ริมนหันไปถามอดีตสามี“ผมเองก็เห็นด้วยกับคุณนทีที่จะให้หมั้นกันก่อน อีกสักสองสามปี
พลอยลดายิ้มร่าด้วยความดีใจเมื่อเห็นกานวนิชมาถึง วันนี้หญิงสาวเองก็ตั้งใจจะบอกชายหนุ่มเรื่องขอเลื่อนงานแต่งให้เร็วขึ้น“ที่ผมนัดคุณพลอยมาเพื่อจะคุยเรื่องแต่งงาน คือผมคงแต่งงานกับคุณพลอยไม่ได้แล้ว”พลอยลดาหุบยิ้มลงทันที สิ่งที่เธอได้ยินมันไม่ใช่เรื่องจริงใช่มั้ย ความตั้งใจก่อนหน้านี้พังลงไปไม่เป็นท่า ความหวังที่จะได้แต่งงานกับกานวนิชนั้นไม่มีแล้วจริงๆ หรือ“นี่คุณพูดจริงเหรอคะ ไหนคุณบอกว่าต่อให้มีอะไรเกิดขึ้นคุณก็จะแต่งงานกับฉันไงคะ”“เพราะตอนนั้นผมไม่รู้ใจตัวเอง ผมไม่รู้ว่าความรักคืออะไรก็เลยไม่สนใจ คิดแค่ว่าถ้าเราแต่งงานกันเราต่างคนก็ต่างได้ประโยชน์ แต่ตอนนี้ผมไม่ได้คิดแบบนั้นแล้ว เพราะถ้าผมแต่งงานกับคุณไปคนที่จะไม่มีความสุขไม่ใช่แค่ผมหรือคนที่ผมรัก แต่คนที่จะเสียใจที่สุดจะเป็นคุณ เพราะคุณต้องทนอยู่กับคนที่ไม่ได้รักคุณ”“คุณรักฝ้ายเหรอคะ” หญิงสาวน้ำตาคลอปวดใจนักแม้จะพอรู้คำตอบอยู่แล้วแต่ก็อยากถามให้แน่ใจ“ครับ ก่อนนี้ผมหลอกตัวเองมาตลอดว่าไม่ใช่ แต่ตอนนี้ผมรู้ใจตัวเองแล้ว และผมจะไม่ยอมเสียฝ้ายไปเด็ดขาด” ทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบพลอยลาดก็หยิบแก้วน้ำสาดไปที่ใบหน้าของกานวนิชด้วยความโทสะ ชายหน
วันต่อมา“เดี๋ยวผมจะให้คนงานเข้ามาเก็บกวาดห้องให้ ส่วนเรื่องแต่งห้องยังไงก็รอคุณมาจัดการเองแล้วกัน แล้วคุณจะกลับบ้านกี่วันล่ะ”“น่าจะอาทิตย์หนึ่ง กลับแป๊บเดียวเดี๋ยวพ่อกับแม่ก็บ่นให้ ต้นไม้ตรงนั้นดูโล่งไปนะ ถ้ามีชิงช้าสักหน่อยน่าจะดี” เกวลินชี้ไปทางต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากห้องที่เธอจะมาอาศัยอยู่น
“ทำไมไม่ตอบล่ะ ผมถามว่าระหว่างเรามันเกิดอะไรขึ้น” ลีรภัทรย้ำถามอีกครั้ง เห็นเกวลินเอาแต่นิ่งเงียบก็ยิ่งอยากรู้“มีเรื่องระหว่างเราที่ไหนกัน ช่วงนี้ฉันแค่ยุ่งๆ” หญิงสาวหลบสายตา“วันนั้นทำไมจู่ๆ คุณก็ไปโดยไม่บอกผมสักคำ โทรไปก็ไม่รับ ถ้าไม่จงใจหลบหน้าผมให้เรียกว่าอะไรดีล่ะ”“ไม่มีอะไรทั้งนั้น ฉันบอกแล
ลีรภัทรสวมกอดเกวลินไว้แนบแน่น หญิงสาวที่ถูกกอดทำได้แค่ยืนนิ่งสับสนท่าทีของชายหนุ่มที่แสดงออกมา เธอครุ่นคิดแต่ว่าวันนี้ลีรภัทรไปเจอเรื่องแย่ๆ มาหรือไรถึงเผยมุมอ่อนไหวเช่นนี้ให้เห็น“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า มีอะไรบอกฉันได้นะ” หญิงสาวลูบแผ่นหลังชายหนุ่มเบาๆเสียงของเกวลินเหมือนทำให้ลีรภัทรรู้สึกตัว เมื่อ
“คุณถอยไปเลยนะ”เกวลินผลักอกลีรภัทรให้ออกห่างจากตัวเธอ การที่ชายหนุ่มแนบชิดกับเธอเช่นนี้มันทำให้เธอหวาดกลัวอยู่มากนัก ไหนจะสายตาเว้าวอนมองมาที่เธออีก“ทำไม…แค่นี้ก็กลัวแล้วเหรอ ถ้ากลัวก็กลับไปสิ”ลีรภัทรแสยะยิ้มอย่างพอใจ แววตาที่จับจ้องไปที่ดวงตาเบิกโตของหญิงสาวก็ค่อยๆ ลดระดับลงมองไปยังปากแดงอมชมพู







