Se connecterวันต่อมา
“เดี๋ยวผมจะให้คนงานเข้ามาเก็บกวาดห้องให้ ส่วนเรื่องแต่งห้องยังไงก็รอคุณมาจัดการเองแล้วกัน แล้วคุณจะกลับบ้านกี่วันล่ะ” “น่าจะอาทิตย์หนึ่ง กลับแป๊บเดียวเดี๋ยวพ่อกับแม่ก็บ่นให้ ต้นไม้ตรงนั้นดูโล่งไปนะ ถ้ามีชิงช้าสักหน่อยน่าจะดี” เกวลินชี้ไปทางต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากห้องที่เธอจะมาอาศัยอยู่นัก “เป็นเด็กเหรอถึงชอบนั่งชิงช้า” “ก็ใช่นะสิ ใครจะไปแก่เหมือนคุณล่ะ ฉันมีเรื่องจะถามคุณหน่อยสงสัยมาตั้งนานแล้ว ทำไมคุณถึงตั้งชื่อว่าสวนดอกไม้คุณชายลีล่ะ เวลาฟังไม่จักจี้หูบ้างเหรอที่ได้ยินคนมาเรียกคุณชาย…คุณชายแบบนี้" “ทีแรกผมก็เขินอยู่เหมือนกัน ชื่อนี้ย่าผมเป็นคนตั้งน่ะ ตอนเด็กผมก็งอแงอยากให้ย่าเปลี่ยนชื่อใหม่เหมือนกัน แต่มันเป็นความสุขของย่า…ผมก็เลยปล่อยผ่าน คิดแค่ว่าเดี๋ยวรอผมโตค่อยเปลี่ยนชื่อใหม่ แต่พอท่านเสียผมกลับทำใจเปลี่ยนมันไม่ได้ ชื่อที่ย่าตั้งด้วยความรักที่มีให้ผม ผมก็ควรรักษาและทะนุถนอมให้ดีไม่ใช่เหรอ อีกอย่างทุกคนก็คุ้นชินกับชื่อนี้กันหมดแล้วด้วย” “คุณทำถูกแล้วค่ะ ย่าคุณคงจะภูมิใจในตัวคุณมาก แล้วปู่คุณละคะ ฉันไม่เคยได้ยินคุณพูดถึงปู่คุณเลย” “ผมไม่ค่อยมีความทรงจำเรื่องปู่เท่าไหร่ ท่านเสียไปตั้งแต่ผมยังไม่เกิด ย่าแค่เล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนปู่ทำสวนดอกไม้ส่วนย่าก็รับตัดเย็บเสื้อผ้า ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ปู่กับย่ามีความสุขมาก พอปู่เสียสวนดอกไม้ก็ไม่ได้ทำต่อจนตอนที่ผมกลับมานี่แหละ ย่าบอกว่าปู่รักสวนดอกไม้นี้มาก ถ้ามีหลานก็จะเอาชื่อหลานมาตั้งเป็นชื่อสวนดอกไม้ นี่ก็เลยเป็นที่มาของชื่อ แต่น่าเสียดายที่ผมเกิดช้าไปหน่อย” “ไม่น่าล่ะคุณถึงรักสวนดอกไม้ที่นี่มาก คุณไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะไม่รุกล้ำพื้นที่ที่คุณหวงแหนแน่นอน ฉันชอบที่มันเป็นแบบนี้ไม่ต้องปรุงแต่งอะไร เพราะความเป็นธรรมชาติของที่นี่ถึงทำให้ฉันสนใจ ยังไงก็ขอโทษนะคะที่ฉันถามเรื่องส่วนตัวของคุณ” “ไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยคุณจะได้รู้ประวัติความเป็นมาที่นี่ไง” "งั้นฉันไปก่อนนะคะ เดี๋ยวไม่ทันขึ้นเครื่อง” “แล้วคุณจะไปสนามบินยังไง ให้ผมไปส่งมั้ย” “ไม่เป็นไรค่ะ เพื่อนฉันรออยู่ทางเข้าสวนนี่เอง ไว้เราค่อยเจอกันนะคะ…คุณชายลี” หญิงสาวยิ้มหวาน “ผมเดินไปส่งคุณนะ” ชายหนุ่มยิ้มรับ ลีรภัทรอาสาเดินมาส่งเกวลินยังปากทางเข้าสวนดอกไม้ ระหว่างทางเดินทั้งสองไม่ได้พูดคุยกันเอาแต่เดินเงียบและยิ้มเหลือบมองกันไปมา ทำไมวันนี้ชายหนุ่มรู้สึกว่าระยะทางจากตัวบ้านมาที่ปากทางเข้าสวนถึงได้ใกล้ขนาดนี้นะ แค่เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้วซึ่งต่างจากความรู้สึกที่ผ่านมานัก “นั่นเจ้าของสวนดอกไม้ที่เธอพูดถึงเหรอเกว” พิชชาเพื่อนสาวที่นั่งรออยู่เอ่ยถามเกวลินทันทีที่หญิงสาวเปิดประตูเข้ามานั่งในรถ ชายหนุ่มเจ้าของสวนดอกไม้ดูจะแปลกจากที่เธอคิดไว้มาก “ใช่ นั่นคุณลี เป็นเจ้าของสวนดอกไม้ที่นี่ทั้งหมด ทำไมเหรอ” “ทีแรกฉันก็นึกว่าเป็นตาลุงแก่ๆ ซะอีก ที่ไหนได้เป็นหนุ่มชาวไร่กล้ามโตหน้าหล่อนี่เอง แล้วแบบนี้เธอมาอยู่ที่บ้านเขาจะไม่เป็นไรเหรอ” “ทำไมต้องเป็นอะไรด้วยล่ะ!” “หนุ่มสาวอยู่ใกล้ชิดเจอหน้ากันทุกวันจะไม่ตกหลุมรักกันเองหรือไง อีกอย่างเขาไว้ใจได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ที่นี่ก็อยู่บนเนินเขาห่างจากหมู่บ้าน ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอจะทำยังไง” “ทำไมคิดแต่เรื่องไม่ดีล่ะ ที่นี่ถึงจะอยู่บนเขาแต่ก็มีคนแวะเวียนมาตลอด ถัดจากสวนดอกไม้ก็มีสวนผลไม้ของชาวบ้าน ไม่ได้ดูโดดเดี่ยวขนาดนั้นสักหน่อย อีกอย่างเขาเองก็เคยช่วยฉันมาตั้งหลายครั้ง ฉันว่าเขาเป็นคนไว้ใจได้นะ” “เธอเนี่ยตกหลุมรักหน้าตาหล่อเหลาของเขาแล้วใช่มั้ย พูดถึงเขาละยิ้มเชียว อ๋อ…คงเป็นคนนี้สินะที่ทำให้เธอคิดมากวันนั้น ใช่มั้ยเกว…บอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ” “เลิกพูดได้แล้วเดี๋ยวฉันก็ตกเครื่องพอดี” สองเพื่อนสาวเอ่ยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน พิชชาเองพอเห็นเกวลินยิ้มกรุ้มกริ่มมีท่าทีเขินอายก็ยิ่งชอบใจ ดูท่าว่าเพื่อนสาวของเธอกำลังจะมีความรักอีกครั้งเสียแล้ว ช่วงเย็นของวัน ลีรภัทรเปิดสปริงเกอร์เพื่อรถน้ำดอกไม้ในตอนเย็นโดยไม่ทันสังเกตเห็นว่ามุกดามาหา ดูเหมือนว่าหญิงสาวนั้นจะถูกน้ำจากสปริงเกอร์ที่ขนาบข้างสองทิศทางเล่นงานเข้าให้แล้ว ลีรภัทรรีบปิดน้ำอย่างไม่รีรอ ชายหนุ่มวิ่งเข้าไปหาครูสาวก็ต้องรีบเบือนหน้าหนี พร้อมกับถอดเสื้อคลุมสีน้ำตาลของตัวเองที่สวมใส่อยู่ยื่นให้หญิงสาวคลุมตัวเอาไว้ เพราะเสื้อสีขาวตัวบางที่เปียกอยู่นั้นได้เผยให้เห็นเนื้อหนังของหญิงสาวอย่างชัดเจน “ขอโทษครับครู” ชายหนุ่มค่อยๆ หันกลับมาเมื่อมั่นใจว่าหญิงสาวเอาเสื้อคลุมตัวไว้เรียบร้อยแล้ว “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเองที่เดินเข้ามาไม่ดูตาม้าตาเรือ” “เข้าบ้านก่อนดีกว่าครับจะได้เช็ดผมเช็ดตัวด้วย” ลีรภัทรเดินนำหน้าเข้าไปในบ้านก่อน โดยที่หญิงสาวเดินตามหลังเข้าไปอีกที มุกดานั่งอยู่ที่โซฟาเพื่อรอลีรภัทรเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาให้ โล่งใจไปได้หน่อยที่เธอไม่ได้เปียกโชกไปทั้งตัว ไม่งั้นคงรู้สึกน่าอายต่อลีรภัทรไปมากกว่านี้แน่ “คุณมุกรอผมแป๊บนะครับ” ลีรภัทรแจ้งต่อหญิงสาวให้รอสักครู่ ก่อนที่ตัวเขาจะออกจากบ้านไปเปิดสปริงเกอร์เพื่อรดน้ำดอกไม้ต่อ หญิงสาวพยักหน้ายิ้มรับ ก่อนจะลุกจากโซฟาเดินเล่นดูรอบๆ บ้าน นี่เป็นครั้งที่สองที่เธอได้เข้ามาที่บ้านของชายหนุ่มเช่นนี้ มุกดาเดินตรงไปยังภาพวาดที่แขวนเอาไว้ตรงผนังบ้านด้วยความสนใจ ภาพดังกล่าวเป็นภาพดอกไม้หลากสายพันธุ์ที่รวมอยู่ในแจกันเดียวกัน คนที่วาดภาพนี้ช่างมีฝีมือนักศิลป์อยู่ไม่น้อย ระหว่างที่ชื่นชมอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงตะโกนของลีรภัทรดังมาจากด้านหลัง หญิงสาวหันกลับมาก็ถูกชายหนุ่มคว้าตัวเข้ามาซบที่อกแล้ว เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น “ครูมุกเจ็บตรงไหนมั้ยครับ” มุกดาไม่ได้ยินที่ลีรภัทรเอ่ยถามแม้แต่น้อย ตอนนี้เธอกำลังสั่นไหวที่ตัวเองอยู่ในอ้อมอกของชายหนุ่มต่างหาก มือใหญ่ที่โอบประคองเธอและลมหายใจอุ่นๆ ของลีรภัทรนั้นทำให้เธอหวั่นไหวเป็นอย่างมาก กว่าจะรู้สึกตัวก็ตอนที่ชายหนุ่มเอ่ยย้ำถามเป็นครั้งที่สอง จึงรีบผละตัวออกจากอ้อมอกชายหนุ่มอย่างไม่รีรอ “ไม่เป็นไรค่ะ มีอะไรเกิดขึ้นเหรอคะ” “กรอบรูปเกือบจะตกใส่หัวครูซะแล้ว” “เหรอคะ” มุกดาประหลาดใจหันไปมองกรอบรูปที่ตกแตกอยู่ที่พื้นด้วยความสับสน ตอนที่เชยชมอยู่นั้นก็ไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าจะตกลงมา ถ้าไม่มีลีรภัทรช่วยเอาไว้ตอนนี้เธออาจจะได้รับบาดเจ็บแล้ว “แล้วมือคุณไปโดนอะไรคะ ทำไมเลือดออกด้วย” หญิงสาวตกใจเมื่อหันมาเห็นหลังมือขวาของชายหนุ่มมีเลือดซึมออกมา “คงจะเป็นตอนที่ปัดกรอบรูปออก น่าจะโดนบาดเข้าให้ ไม่เป็นไรหรอกครับเดี๋ยวค่อยทำแผลก็ได้” “เดี๋ยวฉันทำแผลให้ดีกว่าค่ะ ปล่อยไว้นานเดี๋ยวก็อักเสบกันพอดี ที่บ้านคุณมีกล่องยามั้ยคะ” “มีครับ อยู่ตรงเคาน์เตอร์ครัว” “งั้นนั่งรอแป๊บนะคะเดี๋ยวฉันไปหยิบมาก่อน” หลังจากได้กล่องยาแล้วหญิงสาวก็ทำแผลให้ลีรภัทรด้วยความระมัดระวัง มือของเธอเบามากจนชายหนุ่มไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด “เสร็จแล้วค่ะ ช่วงนี้ก็งดโดนน้ำที่แผลสักวันสองวันนะคะ แต่จะให้ดีฉันว่าคุณไปให้หมอดูแผลดีกว่า” “ไม่เป็นไรหรอกครับเดี๋ยวก็หาย ทำงานในสวนก็เจอเศษกระถางบาดบ้าง หนามดอกไม้ตำมือบ้าง ผมเองก็ชินแล้ว” “เดี๋ยวไว้ฉันซื้อกรอบรูปมาให้ใหม่นะคะ” “ไม่ต้องครับ ผมว่าจะเอารูปนั้นเก็บไว้แล้ว” “ทำไมคะ รูปก็สวยดีออก คุณลีวาดเองเหรอคะ” “ภรรยาเก่าเป็นคนวาดครับ เธอให้เป็นของขวัญเมื่อตอนที่เธอเรียนจบ” “ภรรยาเก่า? งั้นก็แปลว่าเลิกกันแล้ว ไม่ยักรู้ว่าคุณลีเคยแต่งงานมา แล้วเธออยู่ไหนคะตอนนี้ อ่อ…ขอโทษค่ะฉันคงถามเยอะกันไปแล้ว” มุกดาเริ่มรู้ตัวว่ารุกล้ำความเป็นส่วนตัวชายหนุ่มมากเกินไปแล้ว “ไม่เป็นไรครับ แล้วครูมุกมาหาผมเย็นขนาดนี้มีอะไรหรือเปล่า” “อ่อ..เกือบลืมไปเลย พอดีครูใหญ่ที่พึ่งมารับตำแหน่งเห็นดอกไม้ที่บ้านพักฉันเลยสนใจ ก็เลยวานให้มาถามคุณลีหน่อยว่าตอนนี้ยังมีเหลือมั้ย ถ้ามีเธอจะได้ให้คนมารับไป” “ก็พอมีอยู่บ้างแต่ไม่เยอะ ตอนนี้ผมเองกำลังขยับขยายอยู่ ยังไงก็ให้ครูใหญ่มาเลือกดูก่อนก็ได้ครับ ที่จริงครูมุกโทรหาผมได้นะไม่ต้องลำบากขึ้นมาเองก็ได้” “ไม่ลำบากหรอกค่ะ ฉันเองก็อยากมาดูว่าสวนดอกไม้ของคุณไปถึงไหนแล้วเหมือนกัน” “ยังไม่ถึงไหนเลยครับ ก็เท่าที่เห็นนั่นแหละ” “สวนก็ไม่ใช่เล็กๆ คุณลีไม่จ้างคนงานมาช่วยดูแลเหรอคะ” “คงต้องจ้างครับ เดี๋ยวเดือนหน้าก็จะลงพวกดอกไม้เพิ่มแล้ว อยากให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนจะเปิดเป็นทางการ” “ยังไงก็สู้ๆ นะคะ ฉันเอาใจช่วย” “ขอบคุณครับ” ทั้งคู่อยู่พูดคุยกันสักพักก่อนที่ลีรภัทรจะขับรถไปส่งหญิงสาวที่บ้านพัก โดยได้ยกจักรยานที่หญิงสาวปั่นมาขึ้นหลังกระบะไว้ นี่ก็ค่ำมากแล้วถ้าให้หญิงสาวปั่นจักรยานกลับคนเดียวชายหนุ่มก็ไม่ไว้ใจ กรุงเทพมหานคร “แม่หาอะไรอยู่คะ” เกวลินที่อยู่ในชุดนอนเอ่ยถามผู้เป็นแม่ที่วุ่นอยู่กับการหาของบางอย่างอยู่ “หายาแก้ปวดน่ะ พ่อเขารู้สึกปวดหัวแม่เลยว่าจะหายาให้กินสักหน่อย” “พ่อเป็นอะไรมากมั้ย” เกวลินเริ่มเป็นกังวล แค่ได้ยินว่าคนในครอบครัวไม่สบายเธอก็อยู่ไม่เป็นสุขแล้ว “ไม่เป็นอะไรมากหรอก ดูทำหน้าเข้าสิ ว่าแต่เกวเถอะ…กลับมารอบนี้จะอยู่บ้านกี่วัน” “อาทิตย์หนึ่งแม่ว่าดีมั้ย” “แป๊บเดียวเอง เชียงใหม่มีอะไรดีถึงอยากที่จะไปอยู่ที่นั่น” “แม่ก็พูดเกินไป ถ้าเกวอยู่ที่นี่ก็เหงาแย่สิคะ วันๆ พ่อกับแม่และก็พี่กานก็เอาแต่ทำงาน กว่าจะกลับก็เย็นโน่น เผลอๆ บางวันกลับดึกอีก แต่ถ้าเกวอยู่ที่เชียงใหม่อย่างน้อยก็อยู่กับฝ้าย เวลาว่างๆ ก็ชวนกันออกไปเที่ยว แม่ก็รู้นี่คะว่าเกวไม่มีเพื่อนสนิทที่นี่เลยสักคน” “ถ้าอย่างนั้นก็ไปช่วยพี่กานทำงานที่บริษัทสิจะได้ไม่เหงา” “ไม่เอาหรอกค่ะเกวไม่ชอบทำงานอยู่ในห้องแอร์ ถ้าเกวไปทำงานที่บริษัทแล้วคาเฟ่ของเกวจะทำยังไงคะ” “ตกลงจะเอาจริงใช่มั้ยเรื่องคาเฟ่นี่ แล้วเรื่องที่หลับที่นอนล่ะ เกวบอกแม่ว่าบ้านเจ้าของสวนก็อยู่ที่นั่นไม่ใช่เหรอ แล้วแบบนี้เกวจะทำอะไรสะดวกได้ยังไง” “ก็เกวขอเช่าทั้งบ้านและก็สวนเขาไงคะ จริงๆ บ้านนั้นไม่มีคนอยู่หรอกค่ะปล่อยร้างมานานแล้ว เจ้าของบ้านเขาไปอยู่บ้านอีกหลัง เขาดีใจมากเลยนะคะตอนที่รู้ว่าเกวจะขอเช่า เพราะจะได้มีคนมาช่วยดูแลบ้านให้เขา ส่วนสวนดอกไม้ก็มีคนงานแวะเวียนมาดูแลตอนเย็นก็กลับ แม่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ที่นั่นปลอดภัยแน่นอน ไม่เชื่อแม่ลองโทรถามฝ้ายตอนนี้ดูเลยก็ได้” “โอเค งั้นแม่จะโทรหาฝ้ายตอนนี้เลย” เอ่ยจบผู้เป็นแม่ก็เดินตรงไปยังโทรศัพท์บ้านที่วางไว้ข้างโซฟา เธอไม่รีรอรีบโทรหาพิชชาในทันที เกวลินได้แต่ยืนนิ่งเงียบๆ โชคดีที่เธอได้วางแผนเตรียมกับเพื่อนสาวไว้ก่อนเพราะคิดว่ายังไงผู้เป็นแม่ก็ต้องโทรเช็คกับเพื่อนคนสนิทของเธอแน่ ถ้าแม่เธอรู้ว่าเธอไปอยู่บ้านกับผู้ชายตามลำพัง มีหวังคาเฟ่ของเธอคงไม่มีทางได้เปิดอย่างแน่นอน “ทีนี้เชื่อเกวหรือยังคะ” เกวลินเอ่ยถามผู้เป็นแม่ทันทีที่วางสาย “เชื่อแล้ว ช่วยไม่ได้ก็แม่เป็นห่วงเกวนี่” “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เกวดูแลตัวเองได้ ที่ห้องเกวมียาแก้ปวดอยู่เดี๋ยวเกวขึ้นไปหยิบมาให้นะ” “เอ่อ…เกว เมื่อวานน้ำมาหาเกวด้วย แต่พอรู้ว่าเกวไม่อยู่ก็เลยกลับ” “น้ำกลับมาจากออสเตรเลียแล้วเหรอคะ” “เห็นบอกว่ากลับมาได้สามวันแล้ว ตกลงยังไงกันน้ำกับเกวเนี่ย” “ไม่ยังไงค่ะ ก็เป็นเพื่อนกัน” “แต่ดูน้ำยังชอบเกวอยู่เลยนะ ถ้าเขามาง้อจะกลับไปคืนดีมั้ย” เกวลินนิ่งเงียบ หญิงสาวกำลังคิดถึงชายหนุ่มแฟนเก่าที่ผู้เป็นแม่เอ่ยถึงเมื่อสักครู่ ตั้งแต่เลิกกันไปได้เกือบปีก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย ถ้าชายหนุ่มรู้ว่าเธอกลับบ้านมาแล้ว คงต้องกลับมาหาเธอที่บ้านอย่างแน่นอนเกวลินหลับตาพริ้มเมื่อใบหน้าของลีรภัทรแนบชิดใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวพร้อมตั้งรับไม่ว่าชายหนุ่มจะจู่โจมมาในรูปแบบไหน ลีรภัทรเองก็เอาแต่จ้องไปที่ปากเล็กๆ ของเกวลินอย่างว้าวุ่นใจ ถ้าตอนนี้เขากับเธอตกลงปลงใจคบกันแล้วคงจุมพิตเธออย่างไม่ลังเล“หวังอะไรถึงได้หลับตาปี๋แบบนี้” ชายหนุ่มเป่าลมปากไปที่ดวงตาของเกวลินที่ปิดอยู่ ก่อนจะร่นถอยห่างออกมา“อีตาบ้า นี่คุณแกล้งฉันจริงๆ ด้วย” เกวลินรู้สึกอับอายนัก หญิงสาวปรี่เข้าไปผลักอกลีรภัทรอย่างเต็มแรง ตอนที่เธอหลับตาเขาคงหัวเราะเยาะเธอเป็นแน่ คงมองว่าเธอใจง่ายที่เขาอยากจะทำอะไรเธอก็ยอม“คุณจะมาโกรธผมทำไม หรือคุณอยากให้ผมจูบ….”“หยุด! ห้ามพูดคำนั้นเด็ดขาด”“ที่บอกว่าชอบคุณผมพูดจริงๆ นะ คุณไม่สังเกตเห็นเลยเหรอว่าท่าทีของผมที่มีต่อคุณมันเปลี่ยนไป หลังจากคืนที่พายุเข้าผมก็เริ่มแน่ใจว่ารู้สึกกับคุณไม่เหมือนเดิม”“ชอบที่ฉันยอมตากฝนเพื่อขนย้ายดอกไม้พวกนั้นให้คุณจนเป็นไข้เนี่ยนะ ไม่เห็นจะเข้าท่าเลย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงคุณก็ชอบคนง่ายเกินไปแล้ว”“ถ้าทำดีกับผมแค่นั้นแล้วทำให้ผมชอบได้ง่ายๆ งั้นผมก็คงชอบครูมุกไปแล้วล่ะสิ ถ้าเทียบกันครูมุกทำอะไรดีๆ ให้ผมเยอะกว่าคุ
“คุณจะบอกว่าไม่มาอยู่ที่นี่แล้วใช่มั้ย”“ไม่ใช่สักหน่อย อย่าบอกนะว่าคุณเปลี่ยนใจไม่ให้ฉันอยู่ที่นี่แล้ว” เกวลินขมวดคิ้วใส่ลีรภัทร เห็นสายตาและท่าทีเฉยเมยของชายหนุ่มก็อดคิดไม่ได้“อ้าว! ที่จะคุยกับผมไม่ใช่เรื่องนี้หรอกเหรอ” ชายหนุ่มโล่งใจ“ก็ไม่ใช่นะสิ คิดอะไรของคุณอยู่นี่”“ใครจะไปรู้ล่ะ ก็คุณหน้าตึงดูจริงจังซะขนาดนั้น ก็นึกว่าจะมายกเลิกสัญญาเช่า”“เป็นคุณมั้งที่หน้าตึง ทำซะฉันตกอกตกใจหมดนึกว่าคุณจะเปลี่ยนใจแล้วซะอีก” หญิงสาวลูบอกตัวเองเบาๆ ตอนนี้ค่อยโล่งใจขึ้นมาได้หน่อยลีรภัทรหลุดขำออกมา ชายหนุ่มเองที่คิดมากจนเกินไป ก็เพราะท่าทีของหญิงสาวเมื่อคืนชวนให้ชายหนุ่มอดกังวลไม่ได้ ยิ่งเห็นหญิงสาวมาแต่เช้าตรู่แบบนี้ก็นึกว่าจะมาบอกเรื่องเปลี่ยนใจไม่ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านสวนแล้วเสียอีก“คุณยิ้มทำไม”“ผมแค่ดีใจน่ะ เอาเป็นว่าคุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับผม”“คืออย่างนี้นะ ฉันเองก็มาอยู่ที่แล้ว งั้นถ้าฉันจะให้ช่างมาต่อเติมคาเฟ่ที่สวนคุณเลยได้มั้ย ค่อยๆ ทำค่อยๆ ปรับไป ชอบไม่ชอบตรงไหนฉันจะได้เปลี่ยนใจได้ ฉันอยากให้คาเฟ่เล็กๆ ของฉันรับกับสวนดอกไม้ของคุณได้น่ะ”“ก็เอาสิ ผมเองก็จะบอกคุณเรื่องนี้เหมือนกัน ระย
“คุณลี คุณเลิกแกล้งฉันได้แล้ว”เกวลินพยายามยื้อยุดปลีกตัวออกจากอ้อมแขนของลีรภัทร หญิงสาวไม่ตอบในสิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยถาม และเริ่มไม่ชอบใจแล้วที่เขาเอาแต่เย้าหยอกเธอเช่นนี้ ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรก็ควรเว้นระยะห่างจากเธอไว้หน่อยไม่ใช่เหรอ“คุณเป็นคนเริ่มก่อนเองนะ พอผมถามกลับ…กลายเป็นผมผิดซะงั้น”“ก็ได้ ฉันจะไม่ถามไม่สงสัยอะไรในตัวคุณอีกแล้ว เอาเป็นว่าต่อไปนี้ต่างคนต่างอยู่ พอใจหรือยัง”ท่าทีแง่งอนของเกวลินทำให้ลีรภัทรเอ็นดูนัก ชายหนุ่มเอาแต่ยิ้มมองไปที่หญิงสาวอย่างชอบใจ ก่อนหน้านี้เคยเห็นแต่มุมที่หญิงสาวเด็ดเดี่ยวมั่นใจในตัวเอง แต่พอยิ่งใกล้ชิดเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงที่อ่อนไหวใสซื่อ เหมือนเด็กสาวทั่วไปก็เท่านั้นลีรภัทรคลายมือที่โอบเกวลินออกเมื่อได้ยินเสียงคนส่งเฟอร์นิเจอร์ตะโกนเรียก เกวลินเองทันทีที่ชายหนุ่มคลายอ้อมกอดออกก็รีบเดินจากห้องหนีไปอย่างไม่รีรอ ท่าทางของเธอยิ่งทำให้ชายหนุ่มเอ็นดูมากขึ้นกว่าเดิมช่วงเย็นของวัน“มากันแล้วเหรอ” ป้าน้อยยิ้มทักทายเมื่อเห็นเกวลินเดินเคียงมากับลีรภัทร วันนี้เธอให้ผู้เป็นหลายเอ่ยชวนหญิงสาวมาทานมื้อเย็นด้วยกัน“เดี๋ยวเกวช่วยทำกับข้าวนะคะ”“ไม่ต้องหรอกหนูเกว ค
“ทำดีกับคุณ หมายถึงทำอะไรให้บ้างล่ะ ผมว่าสิ่งที่ผมทำก็มีเหตุและผลของมันนะ” ลีรภัทรให้คำตอบกับหญิงสาว เพราะสิ่งที่เขาทำให้เธอไม่ได้ดูเกินความจำเป็นเลยสักนิด“คุณเคยเห็นตัวเองเมื่อก่อนตอนที่อยู่กับฉันมั้ยคะว่ามันต่างจากตอนนี้มากแค่ไหน ในชั่วข้ามคืนคุณก็เปลี่ยนไป ไม่ว่าฉันขออะไร…คุณก็โอเคทุกอย่าง อยู่ดีๆ คุณก็มาดีกับฉัน ฉันก็อดสงสัยไม่ได้สิว่าปกติคุณเป็นของคุณแบบนี้อยู่แล้วหรือเปล่า”“ผมก็เป็นแบบนี้แหละ ก่อนหน้านี้เราแค่ยังไม่รู้จักกันมากพอ คุณก็เลยไม่เห็นตัวตนจริงๆ ของผม หรือคุณคิดว่าการที่ผมทำดีกับคุณก็เพื่อหวังอะไรในตัวคุณ”“ไม่ได้คิด ฉันแค่จะบอกว่าบางทีการที่เราทำดีกับคนคนหนึ่งมากๆ มันอาจทำให้คนคนนั้นเข้าใจเจตนาเราผิดได้”“เช่นอะไรล่ะ”“ก็…ก็…”“ก็จะทำให้เข้าใจว่าผมชอบเขางั้นเหรอ” ลีรภัทรตอบแทนเมื่อเห็นหญิงสาวเอาแต่อ้ำอึ้ง“ก็ประมาณนั้น”“แล้วคุณล่ะคิดแบบนั้นด้วยหรือเปล่า ถ้าผมทำดีกับคุณแบบนี้ไปเรื่อยๆ …คุณจะคิดว่าผมชอบคุณมั้ย”คำถามตรงไปตรงมาของลีรภัทรทำให้เกวลินนิ่งเงียบในทันที เหตุใดชายหนุ่มถึงได้พูดถึงเรื่องนี้อย่างสบายใจได้ ไหนจะสายตาหยาดเยิ้มมองมาที่เธออีก คงไม่ใช่ว่าเขาชอบเธอเ
“เงียบแบบนี้ลังเลเหรอ”ปานวาดเอ่ยถามผู้เป็นลูกสาวอีกครั้ง เธอเองก็อยากรู้ว่าในใจของเกวลินยังรักชายหนุ่มดังกล่าวอยู่หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่จบความสัมพันธ์กันไปก็ไม่เคยได้ยินพูดถึงหรือติดต่ออีกเลย“ที่หนูเงียบเพราะกำลังคิดหาทางหนีเขาต่างหาก แม่คะ…งั้นเกวกลับเชียงใหม่พรุ่งนี้เลยได้มั้ย เกวไม่อยากเจอน้ำน่ะ”“แล้วคิดจะหนีหน้าไม่เจอน้ำแบบนี้ไปตลอดหรือไง ครอบครัวเขากับครอบครัวเราก็รู้จักกัน ยังไงต้องติดต่อกันอยู่ดี มีอะไรทำไมไม่คุยกันให้เข้าใจล่ะ”“เกวพูดไม่รู้จะพูดยังไงแล้วค่ะ เราสองคนไม่เหมาะที่จะเป็นแฟนกันเลยสักนิดเหมาะเป็นเพื่อนกันมากกว่า และน้ำเองที่เป็นคนบอกเลิกเกวก่อน แล้วตอนนี้จะมาง้อขอคืนดีนี่นะ”“แต่เกวก็จะบอกเลิกน้ำอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ แค่น้ำชิ่งบอกเกวก่อนแค่นั้น”“ตกลงใครเป็นลูกแม่กันแน่คะ” เกวลินค้อนไปที่ผู้เป็นแม่จนเธอต้องหลุดขำออกมา“แม่ไม่คุยด้วยแล้ว เกวขึ้นไปเอายามาให้แม่ดีกว่า อีกอย่างพรุ่งนี้ห้ามหนีกลับเชียงใหม่ล่ะ สัญญาว่าจะอยู่บ้านอาทิตย์หนึ่งก็ต้องอยู่ให้ครบ เข้าใจมั้ย”“เข้าใจแล้วค่ะ” หญิงสาวหน้ามุ่ย ดูเหมือนแม่ของเธอจะรู้ทันเธอเสียแล้ววันต่อมา ช่วงสายของวันเกวลิน
วันต่อมา“เดี๋ยวผมจะให้คนงานเข้ามาเก็บกวาดห้องให้ ส่วนเรื่องแต่งห้องยังไงก็รอคุณมาจัดการเองแล้วกัน แล้วคุณจะกลับบ้านกี่วันล่ะ”“น่าจะอาทิตย์หนึ่ง กลับแป๊บเดียวเดี๋ยวพ่อกับแม่ก็บ่นให้ ต้นไม้ตรงนั้นดูโล่งไปนะ ถ้ามีชิงช้าสักหน่อยน่าจะดี” เกวลินชี้ไปทางต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากห้องที่เธอจะมาอาศัยอยู่นัก“เป็นเด็กเหรอถึงชอบนั่งชิงช้า”“ก็ใช่นะสิ ใครจะไปแก่เหมือนคุณล่ะ ฉันมีเรื่องจะถามคุณหน่อยสงสัยมาตั้งนานแล้ว ทำไมคุณถึงตั้งชื่อว่าสวนดอกไม้คุณชายลีล่ะ เวลาฟังไม่จักจี้หูบ้างเหรอที่ได้ยินคนมาเรียกคุณชาย…คุณชายแบบนี้"“ทีแรกผมก็เขินอยู่เหมือนกัน ชื่อนี้ย่าผมเป็นคนตั้งน่ะ ตอนเด็กผมก็งอแงอยากให้ย่าเปลี่ยนชื่อใหม่เหมือนกัน แต่มันเป็นความสุขของย่า…ผมก็เลยปล่อยผ่าน คิดแค่ว่าเดี๋ยวรอผมโตค่อยเปลี่ยนชื่อใหม่ แต่พอท่านเสียผมกลับทำใจเปลี่ยนมันไม่ได้ ชื่อที่ย่าตั้งด้วยความรักที่มีให้ผม ผมก็ควรรักษาและทะนุถนอมให้ดีไม่ใช่เหรอ อีกอย่างทุกคนก็คุ้นชินกับชื่อนี้กันหมดแล้วด้วย”“คุณทำถูกแล้วค่ะ ย่าคุณคงจะภูมิใจในตัวคุณมาก แล้วปู่คุณละคะ ฉันไม่เคยได้ยินคุณพูดถึงปู่คุณเลย”“ผมไม่ค่อยมีความทรงจำเรื่องปู่เท่าไหร่







