Mag-log inวันต่อมา
“เดี๋ยวผมจะให้คนงานเข้ามาเก็บกวาดห้องให้ ส่วนเรื่องแต่งห้องยังไงก็รอคุณมาจัดการเองแล้วกัน แล้วคุณจะกลับบ้านกี่วันล่ะ” “น่าจะอาทิตย์หนึ่ง กลับแป๊บเดียวเดี๋ยวพ่อกับแม่ก็บ่นให้ ต้นไม้ตรงนั้นดูโล่งไปนะ ถ้ามีชิงช้าสักหน่อยน่าจะดี” เกวลินชี้ไปทางต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากห้องที่เธอจะมาอาศัยอยู่นัก “เป็นเด็กเหรอถึงชอบนั่งชิงช้า” “ก็ใช่นะสิ ใครจะไปแก่เหมือนคุณล่ะ ฉันมีเรื่องจะถามคุณหน่อยสงสัยมาตั้งนานแล้ว ทำไมคุณถึงตั้งชื่อว่าสวนดอกไม้คุณชายลีล่ะ เวลาฟังไม่จักจี้หูบ้างเหรอที่ได้ยินคนมาเรียกคุณชาย…คุณชายแบบนี้" “ทีแรกผมก็เขินอยู่เหมือนกัน ชื่อนี้ย่าผมเป็นคนตั้งน่ะ ตอนเด็กผมก็งอแงอยากให้ย่าเปลี่ยนชื่อใหม่เหมือนกัน แต่มันเป็นความสุขของย่า…ผมก็เลยปล่อยผ่าน คิดแค่ว่าเดี๋ยวรอผมโตค่อยเปลี่ยนชื่อใหม่ แต่พอท่านเสียผมกลับทำใจเปลี่ยนมันไม่ได้ ชื่อที่ย่าตั้งด้วยความรักที่มีให้ผม ผมก็ควรรักษาและทะนุถนอมให้ดีไม่ใช่เหรอ อีกอย่างทุกคนก็คุ้นชินกับชื่อนี้กันหมดแล้วด้วย” “คุณทำถูกแล้วค่ะ ย่าคุณคงจะภูมิใจในตัวคุณมาก แล้วปู่คุณละคะ ฉันไม่เคยได้ยินคุณพูดถึงปู่คุณเลย” “ผมไม่ค่อยมีความทรงจำเรื่องปู่เท่าไหร่ ท่านเสียไปตั้งแต่ผมยังไม่เกิด ย่าแค่เล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนปู่ทำสวนดอกไม้ส่วนย่าก็รับตัดเย็บเสื้อผ้า ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ปู่กับย่ามีความสุขมาก พอปู่เสียสวนดอกไม้ก็ไม่ได้ทำต่อจนตอนที่ผมกลับมานี่แหละ ย่าบอกว่าปู่รักสวนดอกไม้นี้มาก ถ้ามีหลานก็จะเอาชื่อหลานมาตั้งเป็นชื่อสวนดอกไม้ นี่ก็เลยเป็นที่มาของชื่อ แต่น่าเสียดายที่ผมเกิดช้าไปหน่อย” “ไม่น่าล่ะคุณถึงรักสวนดอกไม้ที่นี่มาก คุณไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะไม่รุกล้ำพื้นที่ที่คุณหวงแหนแน่นอน ฉันชอบที่มันเป็นแบบนี้ไม่ต้องปรุงแต่งอะไร เพราะความเป็นธรรมชาติของที่นี่ถึงทำให้ฉันสนใจ ยังไงก็ขอโทษนะคะที่ฉันถามเรื่องส่วนตัวของคุณ” “ไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยคุณจะได้รู้ประวัติความเป็นมาที่นี่ไง” "งั้นฉันไปก่อนนะคะ เดี๋ยวไม่ทันขึ้นเครื่อง” “แล้วคุณจะไปสนามบินยังไง ให้ผมไปส่งมั้ย” “ไม่เป็นไรค่ะ เพื่อนฉันรออยู่ทางเข้าสวนนี่เอง ไว้เราค่อยเจอกันนะคะ…คุณชายลี” หญิงสาวยิ้มหวาน “ผมเดินไปส่งคุณนะ” ชายหนุ่มยิ้มรับ ลีรภัทรอาสาเดินมาส่งเกวลินยังปากทางเข้าสวนดอกไม้ ระหว่างทางเดินทั้งสองไม่ได้พูดคุยกันเอาแต่เดินเงียบและยิ้มเหลือบมองกันไปมา ทำไมวันนี้ชายหนุ่มรู้สึกว่าระยะทางจากตัวบ้านมาที่ปากทางเข้าสวนถึงได้ใกล้ขนาดนี้นะ แค่เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้วซึ่งต่างจากความรู้สึกที่ผ่านมานัก “นั่นเจ้าของสวนดอกไม้ที่เธอพูดถึงเหรอเกว” พิชชาเพื่อนสาวที่นั่งรออยู่เอ่ยถามเกวลินทันทีที่หญิงสาวเปิดประตูเข้ามานั่งในรถ ชายหนุ่มเจ้าของสวนดอกไม้ดูจะแปลกจากที่เธอคิดไว้มาก “ใช่ นั่นคุณลี เป็นเจ้าของสวนดอกไม้ที่นี่ทั้งหมด ทำไมเหรอ” “ทีแรกฉันก็นึกว่าเป็นตาลุงแก่ๆ ซะอีก ที่ไหนได้เป็นหนุ่มชาวไร่กล้ามโตหน้าหล่อนี่เอง แล้วแบบนี้เธอมาอยู่ที่บ้านเขาจะไม่เป็นไรเหรอ” “ทำไมต้องเป็นอะไรด้วยล่ะ!” “หนุ่มสาวอยู่ใกล้ชิดเจอหน้ากันทุกวันจะไม่ตกหลุมรักกันเองหรือไง อีกอย่างเขาไว้ใจได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ที่นี่ก็อยู่บนเนินเขาห่างจากหมู่บ้าน ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอจะทำยังไง” “ทำไมคิดแต่เรื่องไม่ดีล่ะ ที่นี่ถึงจะอยู่บนเขาแต่ก็มีคนแวะเวียนมาตลอด ถัดจากสวนดอกไม้ก็มีสวนผลไม้ของชาวบ้าน ไม่ได้ดูโดดเดี่ยวขนาดนั้นสักหน่อย อีกอย่างเขาเองก็เคยช่วยฉันมาตั้งหลายครั้ง ฉันว่าเขาเป็นคนไว้ใจได้นะ” “เธอเนี่ยตกหลุมรักหน้าตาหล่อเหลาของเขาแล้วใช่มั้ย พูดถึงเขาละยิ้มเชียว อ๋อ…คงเป็นคนนี้สินะที่ทำให้เธอคิดมากวันนั้น ใช่มั้ยเกว…บอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ” “เลิกพูดได้แล้วเดี๋ยวฉันก็ตกเครื่องพอดี” สองเพื่อนสาวเอ่ยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน พิชชาเองพอเห็นเกวลินยิ้มกรุ้มกริ่มมีท่าทีเขินอายก็ยิ่งชอบใจ ดูท่าว่าเพื่อนสาวของเธอกำลังจะมีความรักอีกครั้งเสียแล้ว ช่วงเย็นของวัน ลีรภัทรเปิดสปริงเกอร์เพื่อรถน้ำดอกไม้ในตอนเย็นโดยไม่ทันสังเกตเห็นว่ามุกดามาหา ดูเหมือนว่าหญิงสาวนั้นจะถูกน้ำจากสปริงเกอร์ที่ขนาบข้างสองทิศทางเล่นงานเข้าให้แล้ว ลีรภัทรรีบปิดน้ำอย่างไม่รีรอ ชายหนุ่มวิ่งเข้าไปหาครูสาวก็ต้องรีบเบือนหน้าหนี พร้อมกับถอดเสื้อคลุมสีน้ำตาลของตัวเองที่สวมใส่อยู่ยื่นให้หญิงสาวคลุมตัวเอาไว้ เพราะเสื้อสีขาวตัวบางที่เปียกอยู่นั้นได้เผยให้เห็นเนื้อหนังของหญิงสาวอย่างชัดเจน “ขอโทษครับครู” ชายหนุ่มค่อยๆ หันกลับมาเมื่อมั่นใจว่าหญิงสาวเอาเสื้อคลุมตัวไว้เรียบร้อยแล้ว “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเองที่เดินเข้ามาไม่ดูตาม้าตาเรือ” “เข้าบ้านก่อนดีกว่าครับจะได้เช็ดผมเช็ดตัวด้วย” ลีรภัทรเดินนำหน้าเข้าไปในบ้านก่อน โดยที่หญิงสาวเดินตามหลังเข้าไปอีกที มุกดานั่งอยู่ที่โซฟาเพื่อรอลีรภัทรเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาให้ โล่งใจไปได้หน่อยที่เธอไม่ได้เปียกโชกไปทั้งตัว ไม่งั้นคงรู้สึกน่าอายต่อลีรภัทรไปมากกว่านี้แน่ “คุณมุกรอผมแป๊บนะครับ” ลีรภัทรแจ้งต่อหญิงสาวให้รอสักครู่ ก่อนที่ตัวเขาจะออกจากบ้านไปเปิดสปริงเกอร์เพื่อรดน้ำดอกไม้ต่อ หญิงสาวพยักหน้ายิ้มรับ ก่อนจะลุกจากโซฟาเดินเล่นดูรอบๆ บ้าน นี่เป็นครั้งที่สองที่เธอได้เข้ามาที่บ้านของชายหนุ่มเช่นนี้ มุกดาเดินตรงไปยังภาพวาดที่แขวนเอาไว้ตรงผนังบ้านด้วยความสนใจ ภาพดังกล่าวเป็นภาพดอกไม้หลากสายพันธุ์ที่รวมอยู่ในแจกันเดียวกัน คนที่วาดภาพนี้ช่างมีฝีมือนักศิลป์อยู่ไม่น้อย ระหว่างที่ชื่นชมอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงตะโกนของลีรภัทรดังมาจากด้านหลัง หญิงสาวหันกลับมาก็ถูกชายหนุ่มคว้าตัวเข้ามาซบที่อกแล้ว เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น “ครูมุกเจ็บตรงไหนมั้ยครับ” มุกดาไม่ได้ยินที่ลีรภัทรเอ่ยถามแม้แต่น้อย ตอนนี้เธอกำลังสั่นไหวที่ตัวเองอยู่ในอ้อมอกของชายหนุ่มต่างหาก มือใหญ่ที่โอบประคองเธอและลมหายใจอุ่นๆ ของลีรภัทรนั้นทำให้เธอหวั่นไหวเป็นอย่างมาก กว่าจะรู้สึกตัวก็ตอนที่ชายหนุ่มเอ่ยย้ำถามเป็นครั้งที่สอง จึงรีบผละตัวออกจากอ้อมอกชายหนุ่มอย่างไม่รีรอ “ไม่เป็นไรค่ะ มีอะไรเกิดขึ้นเหรอคะ” “กรอบรูปเกือบจะตกใส่หัวครูซะแล้ว” “เหรอคะ” มุกดาประหลาดใจหันไปมองกรอบรูปที่ตกแตกอยู่ที่พื้นด้วยความสับสน ตอนที่เชยชมอยู่นั้นก็ไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าจะตกลงมา ถ้าไม่มีลีรภัทรช่วยเอาไว้ตอนนี้เธออาจจะได้รับบาดเจ็บแล้ว “แล้วมือคุณไปโดนอะไรคะ ทำไมเลือดออกด้วย” หญิงสาวตกใจเมื่อหันมาเห็นหลังมือขวาของชายหนุ่มมีเลือดซึมออกมา “คงจะเป็นตอนที่ปัดกรอบรูปออก น่าจะโดนบาดเข้าให้ ไม่เป็นไรหรอกครับเดี๋ยวค่อยทำแผลก็ได้” “เดี๋ยวฉันทำแผลให้ดีกว่าค่ะ ปล่อยไว้นานเดี๋ยวก็อักเสบกันพอดี ที่บ้านคุณมีกล่องยามั้ยคะ” “มีครับ อยู่ตรงเคาน์เตอร์ครัว” “งั้นนั่งรอแป๊บนะคะเดี๋ยวฉันไปหยิบมาก่อน” หลังจากได้กล่องยาแล้วหญิงสาวก็ทำแผลให้ลีรภัทรด้วยความระมัดระวัง มือของเธอเบามากจนชายหนุ่มไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด “เสร็จแล้วค่ะ ช่วงนี้ก็งดโดนน้ำที่แผลสักวันสองวันนะคะ แต่จะให้ดีฉันว่าคุณไปให้หมอดูแผลดีกว่า” “ไม่เป็นไรหรอกครับเดี๋ยวก็หาย ทำงานในสวนก็เจอเศษกระถางบาดบ้าง หนามดอกไม้ตำมือบ้าง ผมเองก็ชินแล้ว” “เดี๋ยวไว้ฉันซื้อกรอบรูปมาให้ใหม่นะคะ” “ไม่ต้องครับ ผมว่าจะเอารูปนั้นเก็บไว้แล้ว” “ทำไมคะ รูปก็สวยดีออก คุณลีวาดเองเหรอคะ” “ภรรยาเก่าเป็นคนวาดครับ เธอให้เป็นของขวัญเมื่อตอนที่เธอเรียนจบ” “ภรรยาเก่า? งั้นก็แปลว่าเลิกกันแล้ว ไม่ยักรู้ว่าคุณลีเคยแต่งงานมา แล้วเธออยู่ไหนคะตอนนี้ อ่อ…ขอโทษค่ะฉันคงถามเยอะกันไปแล้ว” มุกดาเริ่มรู้ตัวว่ารุกล้ำความเป็นส่วนตัวชายหนุ่มมากเกินไปแล้ว “ไม่เป็นไรครับ แล้วครูมุกมาหาผมเย็นขนาดนี้มีอะไรหรือเปล่า” “อ่อ..เกือบลืมไปเลย พอดีครูใหญ่ที่พึ่งมารับตำแหน่งเห็นดอกไม้ที่บ้านพักฉันเลยสนใจ ก็เลยวานให้มาถามคุณลีหน่อยว่าตอนนี้ยังมีเหลือมั้ย ถ้ามีเธอจะได้ให้คนมารับไป” “ก็พอมีอยู่บ้างแต่ไม่เยอะ ตอนนี้ผมเองกำลังขยับขยายอยู่ ยังไงก็ให้ครูใหญ่มาเลือกดูก่อนก็ได้ครับ ที่จริงครูมุกโทรหาผมได้นะไม่ต้องลำบากขึ้นมาเองก็ได้” “ไม่ลำบากหรอกค่ะ ฉันเองก็อยากมาดูว่าสวนดอกไม้ของคุณไปถึงไหนแล้วเหมือนกัน” “ยังไม่ถึงไหนเลยครับ ก็เท่าที่เห็นนั่นแหละ” “สวนก็ไม่ใช่เล็กๆ คุณลีไม่จ้างคนงานมาช่วยดูแลเหรอคะ” “คงต้องจ้างครับ เดี๋ยวเดือนหน้าก็จะลงพวกดอกไม้เพิ่มแล้ว อยากให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนจะเปิดเป็นทางการ” “ยังไงก็สู้ๆ นะคะ ฉันเอาใจช่วย” “ขอบคุณครับ” ทั้งคู่อยู่พูดคุยกันสักพักก่อนที่ลีรภัทรจะขับรถไปส่งหญิงสาวที่บ้านพัก โดยได้ยกจักรยานที่หญิงสาวปั่นมาขึ้นหลังกระบะไว้ นี่ก็ค่ำมากแล้วถ้าให้หญิงสาวปั่นจักรยานกลับคนเดียวชายหนุ่มก็ไม่ไว้ใจ กรุงเทพมหานคร “แม่หาอะไรอยู่คะ” เกวลินที่อยู่ในชุดนอนเอ่ยถามผู้เป็นแม่ที่วุ่นอยู่กับการหาของบางอย่างอยู่ “หายาแก้ปวดน่ะ พ่อเขารู้สึกปวดหัวแม่เลยว่าจะหายาให้กินสักหน่อย” “พ่อเป็นอะไรมากมั้ย” เกวลินเริ่มเป็นกังวล แค่ได้ยินว่าคนในครอบครัวไม่สบายเธอก็อยู่ไม่เป็นสุขแล้ว “ไม่เป็นอะไรมากหรอก ดูทำหน้าเข้าสิ ว่าแต่เกวเถอะ…กลับมารอบนี้จะอยู่บ้านกี่วัน” “อาทิตย์หนึ่งแม่ว่าดีมั้ย” “แป๊บเดียวเอง เชียงใหม่มีอะไรดีถึงอยากที่จะไปอยู่ที่นั่น” “แม่ก็พูดเกินไป ถ้าเกวอยู่ที่นี่ก็เหงาแย่สิคะ วันๆ พ่อกับแม่และก็พี่กานก็เอาแต่ทำงาน กว่าจะกลับก็เย็นโน่น เผลอๆ บางวันกลับดึกอีก แต่ถ้าเกวอยู่ที่เชียงใหม่อย่างน้อยก็อยู่กับฝ้าย เวลาว่างๆ ก็ชวนกันออกไปเที่ยว แม่ก็รู้นี่คะว่าเกวไม่มีเพื่อนสนิทที่นี่เลยสักคน” “ถ้าอย่างนั้นก็ไปช่วยพี่กานทำงานที่บริษัทสิจะได้ไม่เหงา” “ไม่เอาหรอกค่ะเกวไม่ชอบทำงานอยู่ในห้องแอร์ ถ้าเกวไปทำงานที่บริษัทแล้วคาเฟ่ของเกวจะทำยังไงคะ” “ตกลงจะเอาจริงใช่มั้ยเรื่องคาเฟ่นี่ แล้วเรื่องที่หลับที่นอนล่ะ เกวบอกแม่ว่าบ้านเจ้าของสวนก็อยู่ที่นั่นไม่ใช่เหรอ แล้วแบบนี้เกวจะทำอะไรสะดวกได้ยังไง” “ก็เกวขอเช่าทั้งบ้านและก็สวนเขาไงคะ จริงๆ บ้านนั้นไม่มีคนอยู่หรอกค่ะปล่อยร้างมานานแล้ว เจ้าของบ้านเขาไปอยู่บ้านอีกหลัง เขาดีใจมากเลยนะคะตอนที่รู้ว่าเกวจะขอเช่า เพราะจะได้มีคนมาช่วยดูแลบ้านให้เขา ส่วนสวนดอกไม้ก็มีคนงานแวะเวียนมาดูแลตอนเย็นก็กลับ แม่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ที่นั่นปลอดภัยแน่นอน ไม่เชื่อแม่ลองโทรถามฝ้ายตอนนี้ดูเลยก็ได้” “โอเค งั้นแม่จะโทรหาฝ้ายตอนนี้เลย” เอ่ยจบผู้เป็นแม่ก็เดินตรงไปยังโทรศัพท์บ้านที่วางไว้ข้างโซฟา เธอไม่รีรอรีบโทรหาพิชชาในทันที เกวลินได้แต่ยืนนิ่งเงียบๆ โชคดีที่เธอได้วางแผนเตรียมกับเพื่อนสาวไว้ก่อนเพราะคิดว่ายังไงผู้เป็นแม่ก็ต้องโทรเช็คกับเพื่อนคนสนิทของเธอแน่ ถ้าแม่เธอรู้ว่าเธอไปอยู่บ้านกับผู้ชายตามลำพัง มีหวังคาเฟ่ของเธอคงไม่มีทางได้เปิดอย่างแน่นอน “ทีนี้เชื่อเกวหรือยังคะ” เกวลินเอ่ยถามผู้เป็นแม่ทันทีที่วางสาย “เชื่อแล้ว ช่วยไม่ได้ก็แม่เป็นห่วงเกวนี่” “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เกวดูแลตัวเองได้ ที่ห้องเกวมียาแก้ปวดอยู่เดี๋ยวเกวขึ้นไปหยิบมาให้นะ” “เอ่อ…เกว เมื่อวานน้ำมาหาเกวด้วย แต่พอรู้ว่าเกวไม่อยู่ก็เลยกลับ” “น้ำกลับมาจากออสเตรเลียแล้วเหรอคะ” “เห็นบอกว่ากลับมาได้สามวันแล้ว ตกลงยังไงกันน้ำกับเกวเนี่ย” “ไม่ยังไงค่ะ ก็เป็นเพื่อนกัน” “แต่ดูน้ำยังชอบเกวอยู่เลยนะ ถ้าเขามาง้อจะกลับไปคืนดีมั้ย” เกวลินนิ่งเงียบ หญิงสาวกำลังคิดถึงชายหนุ่มแฟนเก่าที่ผู้เป็นแม่เอ่ยถึงเมื่อสักครู่ ตั้งแต่เลิกกันไปได้เกือบปีก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย ถ้าชายหนุ่มรู้ว่าเธอกลับบ้านมาแล้ว คงต้องกลับมาหาเธอที่บ้านอย่างแน่นอนเกวลินในชุดเจ้าสาวสีขาวเกาะอกกระโปรงสั้น ชายกระโปรงแต่งกลีบด้วยลายดอกไม้ ผมเกล้าขึ้นประดับด้วยผ้าคลุมเจ้าสาวยาวมาถึงเอว หญิงสาวยืนอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ที่มีดอกกุหลาบขาวเลื้อยรอบขอบหน้าต่างเต็มไปด้วยความงดงาม เธอยืนมองดูผู้คนที่มาร่วมงานแต่งของเธอวันนี้ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข“ได้เวลาแล้วลูก” ปานวาดเอ่ยแจ้งต่อผู้เป็นลูกสาว เห็นเกวลินกำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝาก็เก็บความยินดีเอาไว้ไม่อยู่“แม่อย่าร้องไห้สิคะเดี๋ยวก็ไม่สวยกันพอดี”“ก็แม่ดีใจนี่ที่เกวแต่งงาน ไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงเร็วขนาดนี้ ไปเถอะลูกได้เวลาแล้ว”ปานวาดจูงมือผู้เป็นลูกสาวไปมอบให้กับนทีซึ่งทำหน้าที่ส่งตัวเจ้าสาวไปให้กับเจ้าบ่าวที่ยืนรออยู่ เกวลินควงแขนผู้เป็นพ่อเดินผ่านผู้คนที่มาร่วมงานแต่งของเธอด้วยความยินดีระหว่างทางเดินเธอยิ้มให้เพื่อนสาวของเธอที่นั่งอยู่ติดกับกานวนิชผู้เป็นพี่ชาย ถัดไปก็เป็นนิพลและภูมิทัศน์ หรือแม้แต่มุกดาก็ยังมาร่วมงานของเธอด้วย วันนี้คนที่เธอรักและรู้จักมารวมกันอยู่ที่งานแต่งของเธอทั้งหมดแล้วลีรภัทรในสูทขาวกางเกงดำมองไปที่เกวลินที่กำลังจะเดินมาถึงด้วยความสุขล้นใจ วันนี้เกวลินในชุดเจ้าสาวงดงามมากน
ลีรภัทรเดินเข้ามาสวมกอดเกวลินทางด้านหลังระหว่างที่หญิงสาวกำลังเก็บล้างแก้วน้ำอยู่ในห้องครัว ก่อนจูบไปที่ต้นคอระหงของเธอเบาๆ ตอนนี้ที่บ้านสวนเหลือแค่ชายหนุ่มกับเกวลินเท่านั้น“อย่าซนสิคะ”“ผมมารับผิดกับคุณ ผมรู้ว่าผมผิดที่โกหกคุณไว้”“รู้ตัวด้วยเหรอคะ” เกวลินวางแก้วลงหันกลับมาสบตาชายหนุ่มตรงหน้า ใบหน้าออดอ้อนของลีรภัทรช่างน่าเอ็นดูนัก“คุณเนี่ยนะไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องปิดบังฉันด้วย ถ้าคุณบอกฉันดีๆ ฉันก็เข้าใจไม่ทำตัวเป็นภาระคุณหรอกค่ะ”“ก็ผมกลัวคุณคิดมากนี่ คุณเองก็รักสวนดอกไม้มากถ้ารู้ว่ามีคนมาทำลายดอกไม้ของผมจะนอนไม่หลับเอา”“แต่ยังไงคุณก็ควรบอกฉันสักหน่อย ถ้าไม่มีอาคุณโผล่มาช่วยคนที่โดนมีดแทงมืออาจเป็นฉันก็ได้”“ผมสำนึกผิดแล้วจริงๆ” ลีรภัทรออดอ้อนกะพริบตาปริบๆ“ก็ถือว่าหายกันนะคะ”“หมายความว่าไง”“ที่จริงฉันเห็นอานิดของคุณตั้งนานแล้ว เขาก็ป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ สวนคุณนี่แหละแต่คงไม่กล้าเผยตัวให้ใครรู้ บางวันเขาไปที่ไหล่ทางเพื่อโบกรถให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาสวนคุณด้วยนะคะ ฉันเองก็ตั้งใจบอกคุณเหมือนกันแต่ก็ดันมาเกิดเรื่องซะก่อน แบบนี้ไงคะอาคุณถึงไม่ตกใจตอนที่รู้ว่าฉันเป็นคู่หมั้นคุณ ฉันว่
ลีรภัทรอาบน้ำทำกิจธุระส่วนตัวเรียบร้อยก็แวะมาหาเกวลินที่ห้องนอนของเธอ พอมาถึงก็เห็นหญิงสาวนั่งคิ้วขมวดอยู่กับสมุดบัญชี ชายหนุ่มเลยเดินเข้าไปดึงสมุดบัญชีออกมาจากมือของหญิงสาว“เอามานะคะฉันยังทำบัญชีไม่เสร็จเลย”“นี่มันดึกมากแล้วคุณควรจะนอนได้แล้ว เรื่องบัญชีค่อยจัดการพรุ่งนี้ต่อก็ได้”“แต่…”“ไม่ต้องแต่ นี่คือคำสั่ง” ลีรภัทรทำหน้าดุคิ้วขมวดไปที่หญิงสาว“ก็ได้ค่ะนอนก็นอน งั้นคุณลีรภัทรกรุณาออกจากห้องนอนดิฉันด้วยนะคะ เพราะตอนนี้ดิฉันจะเข้านอนแล้ว”“เรื่องอะไรผมต้องออกไปด้วย” ชายหนุ่มทำไม่รู้ไม่ชี้เดินตรงไปที่เตียงนอนของหญิงสาว“นี่คนจะเอาเปรียบฉันเหรอ”“ถ้าผมไม่เอาเปรียบคุณ…แล้วเราจะมีหลานน่ารักๆ ให้พ่อแม่ได้ยังไง"ลีรภัทรคว้าตัวหญิงสาวเข้ามานั่งตัก มือทั้งสองข้างสวมกอดเอวบางของเธอไว้“คุณพูดอะไร อย่าลืมสิว่าเรายังไม่ได้แต่งงานกัน”“ไม่เห็นเป็นไรนี่มีลูกแล้วค่อยแต่งก็ได้ เราจะได้เอาลูกของเรามาถ่ายพรีเวดดิ้งด้วยไง”“คุณจริงจังหรือเปล่านี่”“จริงจังสิ ทุกคำพูดของผมจริงจังเสมอ”“คุณไม่คิดว่ามันเร็วเกินไปเหรอคะ เอาจริงคุณกับฉันคบกันได้ไม่นานเอง ไม่คิดว่าความรักของเรามันดูฉาบฉวยไปหน่อยเหรอ”"ผ
“ฉันรักคุณค่ะ”สิ้นคำสารภาพรัก ปากอุ่นๆ แดงอมชมพูของเกวลินก็ประทับไปที่ปากของลีรภัทรด้วยความละมุนละไม ก่อนจะค่อยๆ รุกหนักบดขยี้ปากของชายหนุ่มอย่างเร่าร้อนและแรงขึ้น จนผู้ที่ถูกก้าวล่วงไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาที่หญิงสาวจู่โจมได้อีกต่อไปลีรภัทรเคลิ้มและหวั่นไหวจนอ่อนระทวยไปทั้งตัว ชายหนุ่มรีบตอบสนองรสรักของหญิงสาวอย่างเร่าร้อนและช่ำชอง ไม่นานนักร่างบางของหญิงสาวก็ถูกชายหนุ่มอุ้มมาที่โซฟา ก่อนจะค่อยๆ ดันตัวหญิงสาวให้นอนราบไปอีกที ลีรภัทรยิ้มหวานจ้องไปที่ปากบางอมชมพูของเกวลินอย่างเว้าวอน ก่อนจะโน้มหน้าเข้าหาเพื่อมอบจูบอันเร่าร้อนให้กับหญิงสาวอีกครั้งลีรภัทรดันตัวหญิงสาวขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะสอดอ้อมแขนเพื่ออุ้มเธอขึ้นมา ชายหนุ่มอุ้มร่างบางตรงไปยังเตียงนอนของตัวเอง มือที่ซุกซนก็เริ่มปลดแขนเสื้อตุ๊กตาของหญิงสาวลงมาอยู่ระหว่างหน้าอกเธอ เขาจับจ้องไปที่เนินอกขาวที่สวยงามของเธออย่างเว้าวอนก่อนจะใช้ปากอุ่นๆ ประทับจูบไปที่เนินอกนั้นและเล้าโลมอย่างพอใจเกวลินเนื้อตัวอ่อนระทวยสั่นไหวไปทั้งตัว แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกของเธอที่ยอมให้ลีรภัทรรุกล้ำแต่ก็ไม่ได้รู้สึกประหม่าแต่อย่างใด เธอกลับคล้อยตามและพอใจกับร
“เรื่องจริงครับ เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความพลาดพลั้งหรือขาดสติแต่อย่างใด แต่เป็นความเต็มใจของเราทั้งคู่ ครั้งล่าสุดที่เกวไปหาผมที่เชียงใหม่…”“ไม่ต้องพูดต่อแล้ว” นทีเอ่ยขัดขึ้น พูดแค่นี้ก็เข้าใจทุกอย่างแล้ว และก็เชื่อด้วยว่าเป็นการสมยอมด้วยกันทั้งคู่“เอาเถอะเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วคงทำอะไรไม่ได้ เพราะแบบนี้ใช่มั้ยลีถึงมาสู่ขอเกว” ปานวาดถามเสริม แม้จะขุ่นเคืองเรื่องที่เกิดขึ้นแต่ก็พอทำใจยอมรับได้ อีกอย่าทั้งสองก็รักกันเรื่องแบบนี้ระหว่างคู่รักไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เธอเองยังนับถือด้วยซ้ำที่ลีรภัทรกับลูกสาวของเธออดทนมาได้ขนาดนี้ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้อยู่บ้านหลังเดียวกันด้วยซ้ำ“ต่อให้ไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นผมก็ตั้งใจจะแต่งงานกับเกวอยู่แล้วครับ”“ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วนี่ แต่เรื่องแต่งงานฉันไม่เห็นด้วย ให้หมั้นกันไว้ก่อนแล้วกัน เธอรับได้มั้ยล่ะ” นทีหันไปถามลีรภัทร“ได้ครับ หมั้นไว้ก่อนก็ได้” ชายหนุ่มยิ้มกว้างตอบรับด้วยความดีใจ ถึงยังไม่ได้แต่งงานแต่อย่างน้อยก็ยังได้หมั้นกันไว้ก่อน“งั้นก็ตกลงตามนี้ คุณว่าไงคะ” ริมนหันไปถามอดีตสามี“ผมเองก็เห็นด้วยกับคุณนทีที่จะให้หมั้นกันก่อน อีกสักสองสามปี
พลอยลดายิ้มร่าด้วยความดีใจเมื่อเห็นกานวนิชมาถึง วันนี้หญิงสาวเองก็ตั้งใจจะบอกชายหนุ่มเรื่องขอเลื่อนงานแต่งให้เร็วขึ้น“ที่ผมนัดคุณพลอยมาเพื่อจะคุยเรื่องแต่งงาน คือผมคงแต่งงานกับคุณพลอยไม่ได้แล้ว”พลอยลดาหุบยิ้มลงทันที สิ่งที่เธอได้ยินมันไม่ใช่เรื่องจริงใช่มั้ย ความตั้งใจก่อนหน้านี้พังลงไปไม่เป็นท่า ความหวังที่จะได้แต่งงานกับกานวนิชนั้นไม่มีแล้วจริงๆ หรือ“นี่คุณพูดจริงเหรอคะ ไหนคุณบอกว่าต่อให้มีอะไรเกิดขึ้นคุณก็จะแต่งงานกับฉันไงคะ”“เพราะตอนนั้นผมไม่รู้ใจตัวเอง ผมไม่รู้ว่าความรักคืออะไรก็เลยไม่สนใจ คิดแค่ว่าถ้าเราแต่งงานกันเราต่างคนก็ต่างได้ประโยชน์ แต่ตอนนี้ผมไม่ได้คิดแบบนั้นแล้ว เพราะถ้าผมแต่งงานกับคุณไปคนที่จะไม่มีความสุขไม่ใช่แค่ผมหรือคนที่ผมรัก แต่คนที่จะเสียใจที่สุดจะเป็นคุณ เพราะคุณต้องทนอยู่กับคนที่ไม่ได้รักคุณ”“คุณรักฝ้ายเหรอคะ” หญิงสาวน้ำตาคลอปวดใจนักแม้จะพอรู้คำตอบอยู่แล้วแต่ก็อยากถามให้แน่ใจ“ครับ ก่อนนี้ผมหลอกตัวเองมาตลอดว่าไม่ใช่ แต่ตอนนี้ผมรู้ใจตัวเองแล้ว และผมจะไม่ยอมเสียฝ้ายไปเด็ดขาด” ทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบพลอยลาดก็หยิบแก้วน้ำสาดไปที่ใบหน้าของกานวนิชด้วยความโทสะ ชายหน
“รบกวนครูมุกด้วยนะครับ พอดีที่โฮมสเตย์ที่คุณเกวพักเกิดปัญหานิดหน่อย ตอนนี้ก็ค่ำมากแล้วถ้าจะหาที่พักใหม่ก็ลำบาก”ลีรภัทรเอ่ยขอมุกดาเพื่อให้เกวลินได้มีที่พักสักคืน ในช่วงเวลาเช่นนี้ถ้าหาที่พักใหม่ก็คงมีแต่ต้องขับรถไปไกลอีกหลายกิโลเพื่อเข้าไปพักในตัวเมือง“ได้ค่ะ เข้ามาสิคะคุณเกวเดี๋ยวฉันจัดที่นอนให้”
“คุณได้เบอร์ผมมาจากไหน”ลีรภัทรเอ่ยถามหญิงสาวปลายสายด้วยความข้องใจ การที่เกวลินโทรมาหาเช่นนี้ค่อนข้างแปลกใจสำหรับชายหนุ่มเป็นอย่างมาก“คุณรู้ได้เลยเหรอว่าเป็นฉัน”“ก็เสียงคุณ!…” ลีรภัทรชะงักเล็กน้อย เกือบจะหลุดปากไปเสียแล้วว่าจำเสียงของหญิงสาวได้จากที่ฝันถึงครานั้น คำบอกรักที่หญิงสาวเอ่ยออกมายังคงว
“คุณ..คุณ! เป็นอะไรหรือเปล่า”หญิงสาวโบกมือไปมาอยู่ตรงหน้าลีรภัทร กว่าที่ชายหนุ่มจะรู้สึกตัวหญิงสาวดังกล่าวก็ยืนอยู่แทบแนบชิดตัวเขาแล้ว เมื่อได้สติคืนกลับมาก็ไม่รีรอที่จะถอยหลังออกห่าง แต่สายตาของลีรภัทรกลับยังจับจ้องไปที่ปากแดงอมชมพูของเธออย่างเว้าวอน ก่อนจะสละความว้าวุ่นทั้งหมดและกระแอมออกมาเล็กน
“ฉันรักคุณค่ะ”สิ้นคำสารภาพรัก ปากอุ่นๆ แดงอมชมพูของหญิงสาวก็ประทับไปที่ปากของลีรภัทรด้วยความละมุนละไม ก่อนจะค่อยๆ รุกหนักบดขยี้ปากของชายหนุ่มอย่างเร่าร้อนและแรงขึ้น จนผู้ที่ถูกก้าวล่วงไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาที่หญิงสาวจู่โจมได้อีกต่อไป ลีรภัทรเคลิ้มและหวั่นไหวจนอ่อนระทวยไปทั้งตัว ไม่ทันที่จะได้ตอบร







