LOGIN08:30 น.
มหาวิทยาลัยชื่อดัง
รถบิ๊กไบค์ยี่ห้อดังกำลังแล่นเข้ามาในเขตของมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง เสียงคำรามของมันค่อยๆ เบาลง เมื่อถึงหน้าประตูอาคาร ชายหนุ่มถอดหมวกของตัวเองก่อนจะเอี้ยวตัวไปด้านหลัง จับมือของหญิงสาวแน่นเพื่อเป็นหลักให้เธอลงจากรถ
“ขอบคุณนะที่ไปรับ”
“สำหรับไอร์ เรายินดีเสมอ”
เธอส่งยิ้มอ่อนๆให้ชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะโบกมือลา เมื่อเห็นว่าเขาขับรถออกไป เจ้าหล่อนก็รีบวิ่งไปที่อาคารเรียนเพื่อรีบเข้าห้องสอบเพราะตอนนี้ใกล้ได้เวลาแล้ว
อุบัติเหตุเมื่อกี้ทำให้หญิงสาวไม่ได้อ่านหนังสือทบทวนก่อนเข้าสอบ คิดแล้วก็หงุดหงิด เธอถอนหายใจออกเล็กน้อยเพื่อลดความประหม่าก่อนเดินเข้าห้องสอบ
สวัสดีค่ะ ฉันชื่อไอริน ใครจะเรียกไอร์หรือรินก็ได้ทั้งนั้นแหละ ตอนนี้ฉันอายุยี่สิบห้าแต่ยังเรียนไม่จบนะเทอมนี้สุดท้ายแล้วแหละ ฉันทำงานเป็นนางแบบ นักแสดงด้วยเลยจบช้ากว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน จริงๆบ้านฉันก็มีฐานะแต่ฉันอยากทำงานช่วยที่บ้านด้วย
“ยัยไอร์ แกจะเอาเต็มเลยรึไง”
“แหม่พี่คิม อย่าบ่นหน่อยเลยค่ะ”
เธอนั่งลงบนเก้าอี้หินอ่อนฝั่งตรงข้าม ดวงตาคู่สวยมองผู้จัดการส่วนตัวอย่าง พี่คิมมี่ ชายหนุ่มใจสวยไม่แพ้หน้าตา เขาเป็นทั้งเพื่อน พี่ และบางครั้งก็ควบตำแหน่งพ่อแม่ของหล่อนด้วย
และเพราะอุบัติเหตุในตอนเช้า ทำให้คิมมี่ต้องมารับเธอไปที่กองถ่าย ปกติแล้วจะไปเจอกันที่ทำงานเลย จะได้ไม่มานั่งเสียเวลาวนไปมาอย่างวันนี้
“แล้วเมื่อเช้าเกิดอะไรขึ้น”
“ก็อยากที่บอกนั้นแหละ”
ไอรินก้มหน้าดูโทรศัพท์ของตัวเอง เสียงที่ตอบคำถามของผู้จัดการก็ตอบส่งๆไปแบบนั้น ตัดความรำคาญ เพราะรู้อยู่แล้วว่าเขากำลังจะถามอะไรเป็นประโยคต่อมา
“หญิงหรือชาย”
“ชายค่ะ”
และก็เป็นอย่างที่เธอคิด ดวงตาที่จับจ้องอยู่หน้าโทรศัพท์ค่อยๆเงยหน้าขึ้นจากจอ จ้องเข้าไปในแววตาเป็นประกายของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันราวกับกำลังอ่านใจ
“หล่อไหม”
และก็หนีไม่พ้นกับคำถามนี้...จะมีสักกี่อย่างที่คนอย่างคิมมี่คนสวยจะอยากรู้
“หล่อ ดูรวย แต่หลงตัวเองไปหน่อย”
“มีคอนแทคไหม”
“ไม่มีค่ะ”
ไอรินตอบอย่างหนักแน่น อีกฝ่ายถึงกับหน้ามุ่ยทันที เมื่อไม่ได้ดั่งใจ แต่ทว่า...ในใจของเธอก็ยอมรับเลย ว่าตอนที่ผู้ชายคนนั้นลงมาจากรถ เขาหล่อ หล่อมาก แต่ก็นั้นแหละหลงตัวเองแถมยังกวนประสาท ให้ต้องโมโห
17:00 น.
ณ.กองละคร
คัท!
เสียงสวรรค์ในที่สุดก็ปิดกองละครสักที การทำงานที่แสนจะยืดยาว หญิงสาวในชุดของกองละครยิ้มแก้มปริเมื่อได้ยินเสียงจากผู้กำกับ เหล่าช่างแต่งหน้าต่างพากันมาซับเหงื่อให้นักแสดงที่เข้าฉากสุดท้าย
ไอรินเดินตรงมาหาคิมมี่ผู้จัดการส่วนตัว ตอนนี้เขากำลังทาบทามละครเรื่องใหม่ให้แก่ไอรินเด็กของแกอยู่
“น้องไอร์มาพอดีเลย วันนี้เก่งมาเลยครับ”
“ขอบคุณนะคะที่ให้โอกาสไอร์”
คนสวยยกมือไหว้ให้พี่เป้ผู้กำกับ แต่ก็ต้องชะงักเล็กน้อย เมื่อจู่ๆเขาก็กำลังจะเอามือมาจับมือของเธอ แต่โชคดีที่คิมมี่ดึงตัวของเธอออกและเข้ามายืนขวางไว้ซะก่อน
“น้องไอร์ อย่าลืมงานเลี้ยงปิดกล้องเสาร์นี้นะจ๊ะ”
“ค่ะ...พี่หวาน”
ไอรินส่งยิ้มให้กับผู้จัดละครสาวสวย พร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณเธอ น้ำหวานเป็นคนแรกที่ยื่นโอกาสด้านการแสดงมาให้แถมยังคอยสอนทุกเรื่องที่จะต้องรู้ เมื่ออยู่ในวงการของโลกมายา
“แล้วเจอกันค่ะ พี่หวาน คิมมี่ขอพาน้องกลับก่อนนะคะ”
“จ๊ะ”
หลังจากที่น้ำหวานเดินออกไป คิมมี่และไอรินก็บอกลาคุณผู้กำกับอย่างทันที สองสาวรีบกลับเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ทำทุกอย่างให้ไวมากที่สุด เพราะหิวข้าวมากตอนนี้
เพนท์เฮ้าส์พระเพลิง
18:00 น.
เพนท์เฮาส์ติดทะเลสาบเงียบสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง ภายในห้องนั่งเล่น ชายหนุ่มนอนเอกเขนกบนโซฟายาว สายตาจับจ้องไปยังทีวีจอใหญ่ด้วยรอยยิ้มผ่อนคลาย
“นาย! หกโมงแล้วนะครับ ไม่ออกไปไหนเหรอ”
เสียงของธันวาดังเข้ามาในห้องนั่งเล่น ก่อนที่ตัวเขาจะเดินเข้ามาถึงเสียอีก จะไม่ให้บ่นได้อย่างไร ก็เจ้านายเล่นนอนอย่างเดียวไม่ออกไปไหน ขนาดต้นไม้ที่ระเบียงยังไม่รดน้ำเลย
“ไม่! อยากนอน”
เขาเหล่ตามองต้นเสียงที่เรียก ก็พบว่าลูกน้องคนสนิทกำลังเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น ในมือถือแก้วน้ำมาว่าที่โต๊ะตรงหน้า พระเพลิงเพียงแค่ตอบคำถามแบบขอไปที ก่อนจะโฟกัสที่หนังเหมือนเดิม
“นายนอนมาสามวันแล้วนะครับ ตั้งแต่กลับมาถึงไทย”
“ทำไม!! ก็ฉันอยากนอนเป็นผักบ้าง”
เขาลุกขึ้นนั่งบนโซฟา ก่อนพ่นลมหายใจออกแรงๆใส่อีกฝ่ายราวกับเป็นการบอกว่าน่ารำคาญมากขนาดไหน แต่ทว่า...ธันวากลับไม่สนใจผม มือหนานั้นยื่นโทรศัพท์ของตัวเองมาให้ และชื่อที่เด่นหราอยู่บนหน้าจอ ทำให้พระเพลิงถอนหายใจยาวอีกครั้ง
“งั้นก็ไปเตรียมรถ ฉันจะออกไปกินข้าวข้างนอก”
“ครับนาย”
เขาสั่งการลูกน้องคนสนิทอย่างเรียบร้อย เพราะต้องการคุยกับปลายสายเป็นการส่วนตัว อันที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องปิดบังอะไร แต่ที่ให้ธันวาออกไป เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายได้เสียงแม่บ่นเขา
“คร้าบบ แม่”
(ตาเพลิง แม่จองไฟล์ทบินวันเสาร์ให้แล้วนะ บินหกโมงเช้า .....อ่อ! แล้วก็อย่าลืมไปเอาสร้อยที่แม่สั่งทำมาให้ด้วยนะ)
“สร้อย?”
คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแทบจะเป็นปม ยังไม่ถึงวันเกิดของหน้าลดาเพื่อนสนิทของแม่เสียหน่อย ทำไมรีบสั่งทำสร้อยเร็วจังเลย
(สร้อยของหนูไอร์ แม่สั่งทำเอาไว้)
“นี่แม่ชวนยัยไอร์มาด้วยเหรอ แล้วน้องยอมมารึไง”
น้ำเสียงเรียบๆที่ถามออกไปไหน แฝงความดีใจเป็นอย่างมาก ดูจากสายตาของเขาที่เป็นประกายระยิบระยับราวกับมีความสุข
เมื่อได้ยินชื่อของไอรินความทรงจำเมื่อสิบห้าปีก่อนก็เข้ามาในหัวของผม วันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่ไอรินจบความสัมพันธ์กับผมอย่างสิ้นเชิง ความสัมพันธ์ที่ว่าคือพี่น้อง!!!
ย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีก่อน
เพราะพ่อแม่ของพระเพลิงและพ่อแม่ของไอรินต้องไปทำงานที่ต่างประเทศ ทั้งสองเลยส่งไอรินมาอยู่ที่เพนท์เฮาส์ของพระเพลิงที่กรุ่งเทพเป็นเวลาหนึ่งเดือน ถือว่าเป็นการส่งเธอมาเรียนพิเศษด้วยเลย
“เลิกกินได้แล้ว ขนมหวานเนี่ย ตัวกลมหมดแล้ว”
“พี่เพลิง บูลลี่เหรอ”
ขนมที่อยู่ในมือของพระเพลิงถูกไอรินแย่งกลับคืนไป ก่อนที่ก้านนิ้วป้อมๆจะฉีกซองพลาสติกออก เผยให้เห็นช็อกโกแลตอัดแน่นไปด้วยอัลมอล์ กลิ่นหอมหวานเยิ้มชวนให้ต้องใส่ปาก
“เห้อ! เลิกเรียนกี่โมงวันนี้”
“สามทุ่มค่ะ”
“ดึกไปป่ะไอร์”
ผมตะวาดใส่เธอเบาๆ เธอทำหน้าดุใส่ผมทันที ปกติเธอจะเลิกหกโมงเย็น แต่ทำไมครั้งนี้สามทุ่ม ผมว่ามันดึกไปอันตรายด้วย แต่จะห้ามก็ไม่ได้เพราะมันเป็นเรื่องเรียนถึงแม้จะเรียนกันหลายคนก็เถอะแต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้
“เลิกเรียนแล้วโทรมา เดี๋ยวพี่มารับ เข้าใจไหม”
“พี่เพลิงเนี่ยนะ จะมารับไอร์”
“บอกว่าจะมารับ เราต้องรอพี่ด้วย....ไปเรียนได้แล้ว ลงไป!!”
เธอทำหน้าไม่เชื่อ ผมเลยยื่นมือไปขยี้หัวไอรินเบาๆ แล้วจ้องไปที่ดวงตากลมโต เพื่อให้เธอมั่นใจในตัวผม ถึงแม้ตลอดหนึ่งเดือนที่เธอมาอยู่กับผม
ผมจะผิดคำพูดกับไอรินนับครั้งไม่ถ้วนแต่เธอก็ไม่เคยโกรธเลยสักครั้ง น่ารักก็ผมเสมอจนกระทั่ง...
ตกเย็นในวันนั้น ผมมีนัดทำงานกลุ่มกับเพื่อนมหาลัย พวกมันมาทำงานที่เพนท์เฮ้าส์ของผม พวกเรานั่งทำงานกับจนดึกบางคนก็กลับไปก่อนเพราะฝนเริ่มตกหนัก ทำให้ตอนนี้เหลือผมกับเพื่อนผู้หญิงอีกคน
“อื้มมม เพลิง ทำไมกินดุแบบนี้คะ”
“คุณตอดรัดผมดีจังเลย อื้มมม”
ใช่ครับผมกับเธอมี One nightstand กันอยู่ บรรยากาศมันเต็มใจไปหมด ปกติผมจะออกไปมีข้างนอกแต่วันนี้ไม่ไหวจริงๆครับ เธอยั่วจนผมลืมไปหมดทุกอย่าง
ครืด ครืด !
เสียงโทรศัพท์ที่ยังคงดังและแรงสั่นที่สะเทือนไปทั่วโต๊ะกลางห้องนั่งเล่น สองชายหญิงยังคงเล่นบทรักกันอยู่ในห้องนอนโดยไม่สนเสียงของโทรศัพท์เลยสักนิด จนโทรศัพท์ถูกตัดสายไปหลายสิบครั้ง
23:00 น.
ปัง! เสียงประตูกระแทกเข้ากับพนังห้องอย่างแรงจนสองชายหญิงที่กำลังบรรเลงรักกันอยู่ถึงกับหยุดชะงัก พระเพลิงถึงกับเบิกตากว้าง เขารีบผลักผู้หญิงที่อยู่บนตัวออกอย่างรวดเร็ว ก่อนคว้ากางเกงที่ตกอยู่ขึ้นมาสวมใส่
“พี่เพลิง!”
ไอรินตะโกนเรียกชายหนุ่มที่เปื้อยท่อนบนอยู่ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความผิดหวังอย่างมาก
“คุณเพลิง!”
ผมแทบพูดไม่ออก ขนาดเสียงของธันวายังไม่เข้าหูเลยสักนิด ไอริน...เธอยืนตัวสั่นจนเห็นได้ชัด แต่ทว่า...ในระหว่างที่ผมกำลังจะก้าวลงจากเตียง เพื่อนผู้หญิงของผมก็มาคว้าข้อมือเอาไว้
“กลับไปก่อน”
“แต่มันมืดแล้วนะ”
“ฉันบอกให้กลับไป”
ผมตวาดใส่เธอดังลั่นห้อง สองเท้าเดินไปหาหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง ผมเห็นไอรินกำมือแน่นจนเห็นสันนูนขึ้น ผมกำลังเอื้อมมือไปจับที่มือเธอ แต่เธอสะบัดมือผมออกอย่างแรง
“พี่บอกให้ไอร์รอ”
“ไอร์!”
“ถ้าไม่ว่าง ทำไมไม่โทรมาบอกว่ะ ให้รอทำไม”
ไอรินตวาดกลับเสียงดัง ดวงตากลมโตแดงกล่ำทั้งสองข้าง น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสอง เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ผมรับรู้ได้เลยว่าเธอโกรธผมมาก เห็นน้ำตาไอรินผมแทบจะบ้า ผมขยับเข้าหาตัวไอริน เธอหนีผมไม่ยอมให้โดนตัวเธอเลย
“ไอร์! เป็นอะไร ทำไมเลือดไหลขนาดนี้”
ผมเห็นเลือดไหลออกจากจมูกของไอริน เธอเช็ดมันออกอย่างลวกๆ ผมกำลังจะจับใบหน้าของไอริน
“อย่ามายุ่ง”
“ไอร์ !”
เธอสะบัดมือผมออกอย่างแรง ก่อนเดินเข้าห้องของเธอไป ผมกำลังจะตามไอรินแต่ก็ถูกไอ้ธันขวางไว้ซะก่อน
“ปล่อยคุณไอร์ไปก่อนนะครับ”
“ปล่อย! มึงจะให้กูปล่อยไปยังไงเลือดไหลซะขนาดนั้น”
ผมตวาดใส่ไอ้ธันอย่างโมโห มันบีบแขนของผมอย่างแรงก่อนจะตะคอกใส่ผม
“แล้วทำไมนายไม่รับโทรศัพท์เธอ คุณไอรินโทรหานายเป็นสิบๆสาย นายไม่รู้เหรอกว่าเธอเจออะไร”
ไอ้ธันมันพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเหมือนคนจะร้องไห้ ผมรับรู้ได้ถึงคำพูดที่จริงจังของมัน
“หมายความว่ายังไง ไอร์เจออะไร มึงบอกกกูดิไอ้ธัน”
“รถแท็กซี่ที่คุณไอร์นั่งมาโดนรถบรรทุกชน คนขับเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ แต่โชคดีที่คุณไอร์ไม่เป็นอะไร หรือเป็นแต่เธอไม่แสดงมันออกมาก็ไม่รู้ คุณไอรินนึกถึงนายคนแรกแต่นายกลับ ไม่ยอมรับสายเธอเลย คุณไอรินเลยโทรให้ผมไปรับ”
เมื่อไอ้ธันพูดจบผมแทบทรุดลงกับพื้น ตัวสั่นไปหมด ผมเดินตรงไปที่ห้องของไอร์ทันที กำลังจะเคาะประตูเรียกเธอ แต่ก็ได้ยินเสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมา ผมเช็ดน้ำตาออกก่อนจะเปิดประตูเข้าไปเลย
“เข้ามาทำไม”
“ไอร์! พี่รู้เรื่องหมดแล้ว ขอโทษ”
ไอรินที่กำลังเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าก็ต้องชะงักเพราะจู่ๆชายหนุ่มก็ทรุดลงต่อหน้าเธอ
“มาคุยกันก่อน”
ผมกระชากมือเธอออกจากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ มือหนาเช็ดเลือดที่ไหลออกมา เธอสะบัดหน้าหนีผมอีกแล้ว ไอรินลุกขึ้นกำลังเดินออกจากห้องแต่ผมจับมือของเธอเอาไว้ ไอรินกลับมาหาผมช้าๆ เธอจ้องหน้าผมก่อนจะพูด
“ไอร์เกลียดพี่เพลิง พี่แม่งไม่เคยทำตามที่พูดไว้เลยสักครั้ง แต่ไอร์ก็โง่เองที่ยังเชื่อพี่ครั้งแล้วครั้งเล่า”
ผมรู้สึกหน้าชามาก เธอเกลียดผม จริงอย่างที่ไอร์พูด ผมไม่เคยทำตามที่พูดไว้เลยสักครั้ง ไอรินดึงมืออกอย่างแรง ดวงตากลมโตที่มองมาที่ผมมันเต็มไปด้วยความผิดหวัง
หลังจากวันนั้นไอรินตัดการติดต่อผมทุกช่องทาง ไม่ยอมเจอหน้าผมอีกเลยขนาดวันที่ผมกำลังจะไปเรียนต่างประเทศเธอก็ยังไม่ยอมใจอ่อนมาส่งผมเลยด้วยซ้ำ แต่ครั้งนี้ผมต้องคุยกับเธอให้รู้เรื่อง
“นาย นายครับ!”
ผมหลุดออกจากภวังค์สะดุ้งอย่างแรงเพราะไอ้ธันมันตะโกนใส่หูของผมอย่างดัง ผมส่ายหัวไล่ความคิดทั้งหมดออกไป
“เป็นอะไรรึป่าวครับ ผมเรียกนายตั้งหลายรอบ อยู่ๆนายก็ตัดสายคุณหญิง”
“ปะ เปล่า คิดไรไปเรื่อยอ่ะ”
ผมตอบออกไปอย่างติดขัด ไอ้ธันมันมองหน้าผมอย่างไม่เชื่อ ผมส่ายหัวให้มันก่อนจะลุกออกไปขึ้นรถเพื่อออกไปกินข้าวนอกบ้าน ผมแวะไปเอาสร้อยตามที่แม่สั่ง
คลับ Elysiumชั้นสองที่ 2 ที่ห้องทำงาน พระเพลิงเดินมาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น ใบหน้าเปล่งปลั่งด้วยความสุข ภาพเด็กชายตัวน้อยที่ภรรยาส่งมาให้ดูทำให้หัวใจเขาพองโต เจ้าพีรินทร์อายุครบหนึ่งขวบแล้ว และเป็นเด็กที่ยิ้มเก่งเสียจนคนเป็นพ่ออดมองซ้ำไม่ได้“สวัสดีครับคุณเพลิง” เสียงทักทายของชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตูทำให้พระเพลิงเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์เขาส่งยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร พลางเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าด้านในของเสื้อสูท ก่อนจะเดินแทรกตัวเข้าไปด้านในห้องทำงาน เมื่ออีกฝ่ายเปิดประตูให้“อะไรกันวะ ไอ้เสือ” พระเพลิงขมวดคิ้ว เมื่อเห็นขวดไวน์หลายขวดวางเกลื่อนอยู่ตรงหน้า แถมเพื่อนรักก็ยกแก้วดื่มไม่วาง ราวกับกำลังมีเรื่องกลุ้มใจหนัก “ทำไมดื่มเยอะขนาดนี้วะ”“ก็พ่อกับปู่น่ะสิวะ” อธิวัชรสบถ พลางกระดกไวน์ในแก้วรวดเดียวหมด ก่อนจะคว้าขวดใหม่มารินเพิ่ม “บังคับให้กูแต่งงานกับยัยเด็กเจ้าจอม”พระเพลิงที่กำลังรินไวน์ใส่แก้วชะงักไปเล็กน้อย
ในที่สุดก็มาถึงวันที่ทุกคนเฝ้ารอสองตระกูลมาพร้อมหน้ากันที่หน้าห้องคลอด บรรยากาศอบอวลไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง หากแต่คนที่ออกอาการมากกว่าใคร เห็นจะเป็น เจ้าเสือ เพื่อนสนิทของพระเพลิง“เมื่อไรเจ้าหลานชายของผมจะออกมาสักทีล่ะครับ” เขาเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องคลอด สีหน้าเคร่งเครียดราวกับว่าคนที่อยู่ข้างในคือภรรยาของตัวเองเสียมากกว่า“เจ้าเสือ!” พงศ์พัฒน์เริ่มเวียนหัวกับภาพตรงหน้า จึงเอ่ยปรามเสียงเข้ม “แกตื่นเต้นยิ่งกว่าปู่ย่าตายายของเจ้าพีรินทร์อีกนะ”“โธ่ คุณอาครับ… ในห้องนั้นก็หลานผมเหมือนกันนะครับ” เสือเถียงกลับ น้ำเสียงแฝงความน้อยใจเล็ก ๆแม้เขาจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกับเจ้าพีรินทร์ หลานชายตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก หากแต่หัวใจของเขากลับผูกพันกับเด็กคนนี้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เห็นหน้าอย่างน้อย… เขาก็คือเพื่อนรักของพ่อมัน และสำหรับเจ้าเสือ แค่นั้นก็เพียงพอแล้วห้องพักของไอรินถูกตกแต่งไว้อย่างอบอุ่น ด
บ้านไม้สีขาวสองชั้นที่ถูกประดับไปแสงไฟ กลิ่นเทียนหอมช่วยสร้างบรรยากาศในยามค่ำคืนของริมทะเลให้โรแมนติกมากยิ่งขึ้น ดวงดาวนับสิบส่องประกายเล่นไฟไปทั่วท้องฟ้าอันมืดมิดเขาโอบเอวบางประคองหญิงสาวที่นั่งอยู่ขอบระเบียงชั้นสอง แขนเรียวทั้งสองดึงตัวชายหนุ่มเข้ามาประชิดตัวให้มากขึ้น ดวงตาคมมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างหลงใหล“ดวงดาวคืนนี้สวยมากเลยนะคะ”“ไม่เท่าไรนะ.....เมียพี่สวยกว่าเยอะเลย”“ปากหวานจังนะ”“ลองแล้วเหรอ??”ไอรินยืดตัวขึ้นบกจูบชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเร่าร้อน มือหนาโอบเอวบางเอาไว้แน่นก่อนจะช้อนอุ้มหญิงสาวขึ้น แขนแกร่งทั้งสองสอดเข้ารองรับสะโพกกลมของเธอ ประตูห้องนอนถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วโดยที่ทั้งคู่ยังคงแลกจูบกันอย่างดูดดื่ม“ปากหวานจริงด้วย”“เอาใจเก่งจังนะ คุณเมีย”กระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดออกอย่างรวดเร็วเผยให้เห็นกล้ามหน้าท้องเรียงตัวกันอย่างสวยงาม มือเล็กค่อยๆ ลูบไล้สัมผัสอย่างหลงใหล ปากหยักบดจูบปากนิ่มอย่างร้อนแรงกระตุ้นอารมณ์ของทั้งคู่“
เพนท์เฮ้าส์พระเพลิงหลังจากเสร็จสิ้นงานแต่งคู่รักข้าวใหม่ปลามันก็ตัวติดกันมากกว่าเดิมไม่ว่าจะได้ไหนทั้งสองก็ไม่เคยห่างกันเลยตอนนี้ไอรินได้เข้ามาเป็นผู้ช่วยของธันวาเพื่อที่จะได้เรียนรู้งานและช่วยพระเพลิงอีกแรง“คุณไอร์!! วันนี้เข้าประชุมกับนายนะครับเดี๋ยวพี่จะไปคุยกับลูกค้าข้างนอก”“ได้เลยค่ะ พี่ธัน”“งั้นพี่ไปก่อนนะ”ธันวาคว้ากุญแจรถแล้วเดินไปยังโรงจอดรถที่อยู่ข้างๆ โดยมีไอรินเดินถือกระเป๋าเอกสารตามมาติดๆ เธอวางทุกอย่างเอาไว้หลังรถ มือเล็กโบกมือลาชายหนุ่มก่อนที่ธันวาจะขับรถออกไป“ที่รัก~ จุ๊บ”“อื้อ พี่เพลิง~”ร่างกำยำอันเปลือยเปล่ามีเพียงกางเกงขายาวเท่านั้นที่ปกปิดส่วนล่างเอาไว้ เขาคว้าเสื้อมาสวมใส่ก่อนจะเดินลงมาจากชั้นสองอย่างอารมณ์ดีมือหนาโอบกอดคนตัวเล็กที่กำลังวุ่นอยู่กับโต๊ะอาหารจากด้านหลังก่อนจะขโมยหอมแก้มเธอทั้งสองข้างด้วยความเร็วเหมือนที่เคยทำ“ไอ้ธันออกไปแล้วเหรอ”“เมื่อกี้เลย บอกให้ไอร์เข้าประชุมกับพี่ด้วย&rdqu
ณ.บ้านรัตนกิจภายในบ้านถูกตกแต่งไปด้วยดอกไม้สีหวานหลากหลายชนิด รอบบริเวณทางเข้าของไร่และรีสอร์ตถูกประดับไปด้วยตุงและโคมล้านนาสีขาวทอง ลานกว้างสนามหน้าบ้านเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่มาช่วยกันทำบายศรี ขันดอกไม้และพานที่ใช้ในพิธี“พ่อ แม่ สวัสดีค่ะ”“พราว คิตตี้ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ...สบายดีนะลูก”“สบายดีค่ะ คิดถึงฝีมือทำกับข้าวของแม่มากเลย”คิตตี้และพราวเดินมาออดอ้อนลดาทันทีที่มาถึง อนาวินยิ้มให้ทั้งสองก่อนจะโอบกอดทั้งคู่ด้วยความคิดถึง มือหนาตบหลังของคิตตี้เบาๆ“มากันเหนื่อยๆ ไปพักเถอะลูก เดี๋ยวพ่อกับแม่จัดการเอง”“งั้นเราสองคนไปหายัยไอร์นะคะ”“ไปสิลูก....จัดดอกไม้อยู่กับพี่เพลิงด้านบน”ทั้งสองยิ้มให้กับผู้ใหญ่ก่อนจะเดินก้มศีรษะเล็กน้อยผ่านผู้ใหญ่หลายๆท่านเข้าบ้าน โดยมีปืนลูกน้องของบ้านรัตนกิจช่วยถือกระเป๋าของทั้งคู่ขึ้นไปไว้ในห้องนอนรับแขก“ยัยไอร์”“คิตตี้ คุณพราว ^ _ ^”ไอรินรี
แสงพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่พ้นเหนือน่านน้ำทะเลสีคราม ลมทะเลยามเช้าที่พัดผ่านไปมาและเสียงคลื่นที่กระทบกับชายฝั่งดังกึกก้องไปทั่วชายหาดสีขาด หญิงสาวในชุดเดรสกระโปรงยาวสีขาวที่ปลิวไปตามลมทะเลกับลมหายใจที่สูดเข้าเต็มปอดเพื่อเพิ่มพลังบวกให้แก่ชีวิต“ตื่นเช้าจังเลย”พระเพลิงเดินเข้ามาประชิดตัวด้านหลังของไอรินก่อนจะโอบกอดเธอ หญิงสาวหันกลับมาประจันหน้ากับชายหนุ่มมือเล็กทั้งสองโอบกอดเขาเอาไว้แน่น แล้วซบอกของพระเพลิงอย่างออดอ้อน มือลูบหลังของคนตัวเล็กอย่างแผ่วเบาก่อนจะค่อยๆโน้มตัวลงจูบที่ศีรษะของเธอ“น้องไอร์!!”เสียงทุ้มของเสือตะโกนเรียกหญิงสาวมาแต่ไกล คนตัวเล็กดันตัวออกจากอ้อมกอดของพระเพลิงทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียก ใบหน้าหล่อส่งสายตาดุใส่เพื่อนรักทันทีเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับใบหน้าที่เริงร่าของเพื่อน เสือยกยิ้มกลับอย่างไม่สนใจเพื่อนรักก่อนจะจับมือเล็กข้างซ้ายของไอรินอย่างแผ่วเบา“ซื้อมาฝาก....พี่เห็นว่ามันสวยดี”“ขอบคุณนะคะพี่เสือ”กำไลข้อมือที่ตกแต่งไปด้วยปลาดาวและเปลือกหอยสีสว
ก๊อก ก๊อก!ปัก ปัก!“พี่เพลิงง~ เปิดให้ไอร์หน่อยยย”อ๊อด อ๊อด!“พี่เพลิง~”หลังจากไปฉลองงานวันเกิดของเพื่อนรักอย่างคิตตี้คนตัวเล็กก็กลับห้องมาในสภาพเมามายเป็นอย่างมาก เธอใช้ศีรษะยันประตูเ
05:00 น.ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่มีเพียงศีรษะของชายหนุ่มที่โผล่พ้นเนื้อผ้าออกมาเท่านั้น มือหนากระชับตัวหญิงสาวเข้ามากอดไว้แน่น ใบหน้าหวานยังคงมุดเข้าหาอกแกร่งของเขาครืด ครืด!โทรศัพท์ที่สั่นอยู่ข้างหัวเตียงทำให้พระเพลิงต้องเอี้ยวตัวเล็กน้อยเพื่อไปหย
“ช่วงนี้พายุเข้าระวังตัวด้วยนะลูก ห้ามขับรถเด็ดขาด” เสียงปลายสายเอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วงพร้อมออกคำสั่งห้ามอย่างหนักแน่น“ไอร์ขับรถตอนกลางคืนไม่ได้....แม่ก็รู้”“ก็รู้ไงเลยให้เราระวังตัว...ถ้าช่วงนี้ถ้าคิมเขาไม่ว่างก็ให้พี่เพลิงไปรับ ไปส่งนะ”
13:00น.เสียงรถคันคุ้นเคยขับแล่นเข้ามาในบริเวณเพนท์เฮ้าส์ หญิงสาวในชุดเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่กางเกงยางยืดขาสั้นรีบวิ่งออกมารับหน้าผู้จัดการ“เจ๊คิม!”“ไม่ต้องมาอ้อนฉันเลย....ยัยไอริน”คนตัวเล็กรีบวิ่งมากอดผู้จัดการ







