แชร์

MY Destiny | รักของเพลิง
MY Destiny | รักของเพลิง
ผู้แต่ง: Happy Better

บทที่ 1

ผู้เขียน: Happy Better
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-14 18:31:12

07:00 น.

เดินทางจากนิวยอร์มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ก็ใช้เวลา 20 ชั่วโมงกับอีก 5 นาทีโดยประมาณ

ชายหนุ่มเสื้อเชิ้ตสีดำกางเกงสแล็คและรองเท้าหนังคัทชูขัดเงา ทรงผมถูกเซ็ทด้วยเจลจัดทรงเรียบร้อย เขาเดินล่วงกระเป๋ากางเกงด้วยใบหน้าเรียบเฉย ดวงตาคมมองทอดไปตามทางของสนามบิน สองเท้าก้าวย่างด้วยครามเร่งรีบไปยังลาดจอดรถ

“นาย! ช้าๆก็ได้ครับ”

“ลีลาเยอะ เร็วๆดิ”

เขาหยุดเดินเมื่อได้ยินเสียงเรียกของลูกคนสนิทที่เข็นกระเป๋าสัมภาระของพวกเราอยู่ด้านหลัง เขาเพียงชำเลืองมองผ่านไหล่ ก่อนจะพบกับสายตาอ้อนวอนให้ช่วยเข็นรถ

‘เจ้านายอย่างผมไม่ช่วยหรอกนะกระเป๋าแค่ไม่กี่ใบ’

แต่ทว่า ชายหนุ่มกลับไม่สนใจ เขาเร่งฝีเท้าเร็วกว่าเดิมอีกเพราะเหนื่อยเต็มทน

สวัสดีครับ…ผม พระเพลิง เรียกเพลิงดีกว่า นามสกุลยังไม่ต้องรู้หรอก วันนี้เป็นครั้งแรกในรอบสิบปีครับที่ผมกับลูกน้องกลับมาที่ไทย

ส่วนลูกน้องผม ชื่อ ธันวา ผมกับมันโตและเรียนมาด้วยกันครับเลยสนิทกันมาก ที่ผมต้องกลับมาไทยเพราะต้องกลับมารับตำแหน่งประธานบริษัทครับ เอาไว้เราค่อยมาทำความรู้จักกันเรื่อยๆนะ

รถBMWสีดำจอดเด่นหราอยู่ท่ามกลางรถสีขาว กุญแจอยู่ที่รถพร้อมใช้งาน เพราะคุณพระเพลิงโทรบอกให้คนที่บ้านแอบขับรถมาจอดเอาไว้ให้ เนื่องจากเขาทั้งสองคนแอบกลับมาก่อนกำหนด

“นาย!เราจะไม่บอกคุณหญิงกับคุณผู้ชายเหรอครับ”

“ไม่ต้อง! เดี๋ยวก็มีคนไปบอกเองแหละ”

“เอ่อจริงครับ ทั้งสองท่านหูตาเป็นสับปะรด เดี๋ยวก็คงรู้ว่าเราสองคนกลับมา”

เจ้านายหนุ่มมองผ่านกระจกมองหลัง สบตากับลูกน้องเป็นการออกคำสั่งว่าให้รีบกลับเพนท์เฮาส์อย่างทันที เพราะเขารู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน อยู่บนเครื่องบินนานหลายชั่วโมง นอนบนนั้นก็ใช่ว่าจะนอนสบายกว่าเตียง

รถBMWแล่นออกจากสนามบิน ไม่นานก็เข้าสู่ตัวเมือง เพียงแค่ลงสะพานทางด่วน เท้าหนาของคนขับก็เหยียบเบรกแทบจะไม่ทัน เพราะทางข้างหน้าแน่นขนัด ติดยาว ได้แต่ค่อยๆไหลๆไปตามกัน

“กรุงเทพรถยังติดเหมือนเดิมเลยนะครับนาย”

“เฮ้ย! ขับดีๆละ ฉันขอพักสายตาแป๊บ”

คนนั่งอยู่เบาะหลังมองออกไปที่ถนนก่อนจะถอนหายใจเบาๆ ตอนนี้ดวงตาทั้งสองข้างมันหนักไปหมด ก่อนจะค่อยๆหลับตาลงด้วยความเหนื่อยจากการนั่งเครื่องหลายชั่วโมง

โครม!

เสียงและแรงกระแทกนั้น ทำให้คนที่กำลังเคลิ้มลืมตาขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียง รู้สึกได้เลยว่าตอนชนเขาเกือบหน้าทิ่มไปเบาะหน้า ธันวาหันขวับมองเจ้านายอย่างทันที เขาเพียงยกมือขึ้นเป็นการบอกว่าไม่เป็นไรมาก

“เอาไงดีครับนาย?”

“ขับยังไงของมึงเนี่ย...ไอ้ธัน”

น้ำเสียงตวาดนั้น ทำเอาคนขับถึงกับล้นลานไปหมด ก่อนที่นัยน์ตาจะมองออกไปด้านหน้า เขาเห็นคู่กรณีกำลงลงมาจากรถ เธอเดินไปดูที่ท้ายรถของตัว

ชุดนักศึกษาที่พอดีตัวกับกระโปรงทรงเอที่สั่นเหนือเข่า จังหวะที่เธอก้มดูรอยบุบที่รถ ความสั้นของกระโปรงมันทำให้ผมรู้สึกหายใจลำบากยังไงก็ไม่รู้

เขาแกะกระดุมเม็ดที่สองของเชิ้ตออก เพื่อให้หายใจได้คล่อง เมื่อรู้สึกว่าจู่ๆ แอร์ของรถก็ไม่เย็นเสียอย่างนั้น หัวใจดวงโตเต้นกระหน่ำอย่างแรง ยิ่งคนสวยเดินเข้ามาใกล้รถของเขา

ก๊อก ก๊อกๆ !

เสียงเคาะกระจกเรียกสติของทั้งคนขับ และชายหนุ่มที่นั่งอยู่เบาะหลังได้หลุดออกจากภวังค์ พระเพลิงส่ายหน้าอย่างแรงเพื่อตั้งสติ

“คุณทำอะไรอยู่ ลงมาคุยกันหน่อยสิค่ะ”

หญิงสาวในชุดนักศึกษาหน้าตาหน้ารักน่าถนุถนอม ดวงตากลมโตคู่สวยที่เต็มไปด้วยความโกรธ เธอกำลังรัวมือเล็กเคาะกระจกคู่กรณีอย่างโมโห

“นายเอาไงดีครับ เธอดูโกรธมากเลย”

“โทรหาประกัน เดี๋ยวฉันจัดการคนสวยเอง”

“ครับนาย”

เขาสั่งงานโดยที่นัยน์ตาคงก็ยังไม่ยอมละสายตาจากเธอ ก่อนเปิดประตูออกทันที ในจังหวะที่เธอหันมาหาเขา กลิ่นหอมอ่อนๆจากกายของหญิงสาว

ทำให้ผมขยับเข้าไปหาเธอโดยอัตโนมัติราวกับมีแรงดึงดูด...

“นี่ลุง! ซื้อใบขับขี่ให้ลูกน้องรึไง ถึงขับรถจี้ตูดคนอื่นแบบนี้”

“เธอเรียกฉันว่ายังไงนะ?”

“ลุง!”

เธอเน้นคำว่า ‘ลุง’ ทำเอาชายหนุ่มกอดอกหน้าบึ้งด้วยความเคืองอย่างทันที เขาถอนหายใจอย่างแรง สีหน้าแสดงถึงความไม่พอใจสาวสวยตรงหน้า ก่อนก้าวเข้าหาเธออีกนิด

“เธอนี่มัน มีตาหามีแววไม่ ผมออกจะหล่อ หุ่นล้ำหน้ากินซะขนาดนี้ เรียกลุงได้ไง”

“เฮ้ย! หลงตัวเองชะมัด”

คนสวยเหลือบตามองบนให้กับคนตรงหน้าอย่างเบื่อหน่าย เธอไม่ชอบความมั่นหน้าของเขาเสียเหลือเกิน

“เมื่อกี้เธอว่าฉันหลงตัวเองอย่างงั้นเหรอ”

“นี่ลุง! หลงตัวเองยังไม่พอ หูตึงด้วยเหรอ”

เธอแหวใส่ เชิดหน้ากอดอกสู้กับชายหนุ่มอย่างไม่กลัว แถมยังล้อเลียนกรอกตาไปมาใส่เขาด้วย

“เฮ้ย! ยัยเด็กนี่”

เขาเดินเข้าประชิดตัวเธอทันทีเมื่อพูดจบ เธอเองก็ไม่ได้ถอยห่างแถมยังเชิดหน้าใส่สู้อีกต่างหาก

ให้ตายเถอะ ผมละอยากจะจับยัยเด็กนี่ตีให้ตาย ผมไม่ได้แกขนาดนั้นสักหน่อย รัตนกิจ

พึ่งสามสิบเอง....

หลังจากที่ธันวาโทรหาประกันเสร็จแล้ว เขาก็รีบลงมาห้ามเจ้านายของเขา เพราะคนเป็นนายเดินเข้าประชิดตัวหญิงสาวมากเกินไป แถมแววตายังเหี้ยมพร้อมจะหาเรื่อง

“ใจเย็นๆครับนาย”

ธันวารีบแทรกกลางระหว่างเจ้านายและคู่กรณีสาวสวย เขาส่งสายตาอ้อนวอนให้ผู้เป็นนายใจเย็นลง ยกมือขึ้นห้ามเข้า

“คุณโทรหาประกันแล้วใช่ไหมคะ”

“ครับ ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่ทำให้เสียเวลา”

“เท่าไหร่”

คิ้วคู่สวยขมวดเข้าหากัน มองใบหน้าหล่อด้วยความไม่พอใจ เพราะน้ำเสียงที่เขาถามเมื่อครู่ รู้สึกเหมือนกำลังดูถูก

“อะไรของลุง”

“ฉันถามว่าค่าเสียเวลาของเธอเท่าไหร่”

เขาผลักดันธันวาที่ยืนขวางกลางอยู่ เดินเข้ามาประชิดกับหญิงสาวอีกครั้ง น้ำเสียงเข้มทุ้มต่ำถามย้ำในความหมายเดิม

“นายทำไมถามแบบนั้น ?”

น้ำเสียงติดความไม่พอใจของธัน ทำให้คนที่กำลังโกรธแทบจะปะทุขึ้นอีก ใบหน้าหล่อหันขวับอย่างทันที พร้อมกับสายตามองขว้าง

“บ้านรวยสินะ ถึงชอบใช้เงินแก้ปัญหา”

คำพูดของเธอที่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้พระเพลิงหันกลับมาสบตากับคนตัวเล็ก ดวงตากลมโตคู่สวยเต็มไปด้วยความผิดหวัง

‘ทำไมรู้สึกคุ้นกับสายตาคู่นี้จัง’

พระเพลิงดึงสติของตัวเองกลับมา และความไม่อยากยอมแพ้ ไม่ยอมคนอย่างเขา มีเหลือจะยอมให้เรื่องมันจบ

“ก็พอตัว”

เขาไหวไหล่อย่างเย้ยหยันพร้อมกับส่งสายตายั่วยวนเธอ ราวกับกำลังยั่วให้ตนตัวเล็กโกรธเพิ่มมากขึ้น

และก็ได้ผล....

ดวงตากลมโตของหญิงสาวเต็มไปด้วยความไม่พอใจเป็นอย่างมาก มือบางกำโทรศัพท์ในมือไว้แน่น เธอถอนลมหายใจออกเบาๆเพื่อควบคุมสติ

“บอกเจ้านายคุณเก็บเงินไว้กินตอนแก่เถอะค่ะ”

“นี่ยัยเตี้ย”

พระเพลิงตวาดเสียงดังลั่นจนคนตัวเล็กถึงกับสะดุ้งตัวโหยง เธอหันขวับมองคนตัวโตด้วยสายตาที่แฝงความตกใจปนความไม่พอใจ

“มันจะมากไปแล้วนะลุง”

คนสวยตวาดกลับไปอย่างไม่ยอม แต่เขากลับส่งสายตากวนประสาทใส่เธอจนสังเกตเห็นเส้นเลือดที่ปูนนูนขึ้นมาจากมือเรียวที่กำแน่นด้วยความโกรธ

‘ฉันละอยากจะเอาเล็บสวยของฉันข่วนใบหน้าหล่อของอีกตานี่ซะจริง กวนประสาทชะมัด’

“ทั้งสองคนใจเย็นๆก่อนสิครับ”

“บอกเจ้านายคุณสิค่ะ”

“คนมองกันหมดแล้ว ใจเย็นๆนะครับนาย”

ธันวากระซิบบอกกับคนเป็นนายเบาๆ พระเพลิงเพียงเหลือบมองบรรยากาศรอบข้าง รถมอเตอร์ไซค์ที่ขับผ่านก็หันมามอง ไม่ต่างจากรถยนต์มากมายที่เบี่ยงหลบ

‘ผมไม่ได้โกรธหรอกนะ แค่อยากจะแกล้งให้เธอหัวเสียแค่นั้นเอง’

ครืด ครืด !

โทรศัพท์ในมือหญิงสาวสั่นขึ้นอย่างแรงตามมาด้วยเสียงริงโทนน่ารัก เธอหยุดสงครามประสาทกับชายหนุ่มตรงหน้า ถอนหายใจออกเล็กน้อย ก่อนกดรับสายก็ปรับเสียงให้ปกติมากที่สุด

“คะ พี่คิม”

เธอรับโทรศัพท์สายสำคัญก่อนเดินเลี่ยงออกไปอย่างเงียบๆเพื่อรอประกัน ยังดีที่ตำรวจมาช่วยดูการจราจร ทำให้รถไม่ติดมาก

‘ผมหยุดมองเธอไม่ได้จริงๆ ในใจก็โกรธอยู่หรอกที่เรียกผมว่าลุง แต่พอมองหน้าเธอมันทำให้ผมหายโกรธซะดื้อๆ แล้วไหนจะเสียงอ่อนหวานที่เธอคุยกับคนในสายอีก’

“คุณไอร์ครับ ผมขอโทษที่มาช้าครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฝากด้วยนะคะ พอดีไอร์มีสอบ ต้องรีบไปค่ะ”

เมื่อประกันมาถึงหญิงสาวก็เซ็นเอกสารต่างๆอย่างรวดเร็ว เธอเดินไปประตูรถเพื่อหยิบกระเป๋าและของอื่นๆ

“เอ่อขอโทษนะครับ ผมอยากจะขอคอนแทคคุณไว้เพื่อติดต่อเรื่องค่าเสียหายนะครับ”

“ติดต่อผมได้เลยครับ”

ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะให้เบอร์โทรศัพท์ เจ้าหน้าที่ประกันของเธอก็ยื่นนามบัตรของเขามาให้กับธันวาแทน ชายหนุ่มรับนามบัตรของเจ้าหน้าที่ประกันแล้วเดินกลับไปหาเจ้านายของเขา

เพลิงหันกลับไปมองหญิงสาวที่กำลังวุ่นอยู่กับการเก็บหนังสือใส่กระเป๋า เขาเผยรอยยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว หลงใหลไปกับคนตัวเล็กที่พึ่งมีปากเสียงกัน

แต่แล้วเสียงคำรามของรถบิ๊กไบค์ก็ดังขึ้นเรียกความสนใจไปจากเขา เพราะรถคันนั้นมาจอดข้างเธอ หญิงสาวพูดคุยกับคนขับบิ๊กไบค์อยู่สักพักก่อนจะขึ้นซ้อนท้ายไปกับชายหนุ่ม เธอหันมามองชายหนุ่มที่ยืนคุยกับลูกน้องของเขาอีกครั้ง ก่อนที่รถจะขับออกไป

“เอายังไงดีครับนาย เหมือนเธอจะมีแฟนแล้วนะครับ "

“ให้ได้ยินจากปากเธอซะก่อนเถอะ ฉันถึงจะเชื่อว่าไอ้หมอนั้นเป็นแฟน”

“นายจะเอาให้ได้ใช่ไหมครับเนี่ย”

“ยุ่ง!”

เมื่อกี้เธอมองมาที่ผม เธอหยักคิ้วเยาะเย้ยผมด้วย น่าจับฟัดชะมัด ผมมองตามเธอจนลับสายตาไป เธอเป็นคนแรกเลยนะที่ปฏิเสธผม แถมยังกวนประสาทผมอีก  

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • MY Destiny | รักของเพลิง   บทที่ 10

    ช่วงสายของอีกวันบริษัท พฤกษา กรุ๊ปพระเพลิงเลื่อนประชุมในช่วงเช้ามาเป็นประชุมในช่วงบ่ายแทนเพราะประชุมในวันนี้ไม่ได้สำคัญอะไรมาก ภายในห้องทำงานของประธานหนุ่ม มีรูปนับสิบปรากฏขึ้นในไอแพดมีทั้งภาพข่าวและรูปแอบถ่าย“กระจายไปทั่วเลยครับ...แฟนคลับต่างพากันดีใจกับคู่นี้เป็นอย่างมาก”“นี่มัน!ปั่นกระแสด้วยตัวเองเลยเหรอว่ะ”ชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจ เขากำลังไล่ดูรูปและข่าวต่างๆ ที่ธันวาเอามาให้ดูก๊อก ก๊อก!“ขออนุญาตค่ะท่านประธาน”ในระหว่างที่พระเพลิงกำลังพิจารณารูปภาพต่างๆ ของไอรินกับซัน ก็ถูกเลขาหน้าห้องขัดจังหวะ เขาปิดไอแพดลงก่อนยื่นมันให้ธันวาที่นั่งอยู่เก้าอี้ด้านหน้า“เข้ามาครับ!”หลังจากสิ้นเสียงท่านประธานหนุ่ม รินเลขาคนสวยก็เดินเข้ามาในห้องทำงาน เธอเดินไปอยู่หน้าโต๊ะของประธานหนุ่มส่งสายตาให้ธันวาออกไปข้างนอก แต่ก็ไร้ผล ธันวานั่งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อยู่อย่างนั้น“คุณรินมีอะไรครับ.....เหลืออีกตั้งห้านาทีกว่าจะถึงเวลาประชุม”“อ่อ! รินแค่จะเอาเอกสารการประชุมมา

  • MY Destiny | รักของเพลิง   บทที่ 9

    ช่วงสายของอีกวัน ความแรงของพระอาทิตย์ที่สาดแสงสว่างเข้ามาภายในห้อง ก็ไม่ได้มีผลเพราะภายในห้องที่ปิดมืดสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ดังเล็ดลอดออกมา ไอรินซุกตัวเข้าหาอกแกร่งของชายหนุ่มเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย มือหนากระชับตัวหญิงสาวให้แน่นขึ้น ทั้งๆที่ทั้งสองยังคงหลับสนิทเพราะความง่วงครืด ครืด ! ความสั่นสะเทือนของโทรศัพท์ที่วางอยู่หัวเตียงทำให้คนตัวโตควานหาโทรศัพท์อยากรวดเร็ว เขารับสายทันทีเมื่อหยิบมันขึ้นมาได้ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าใครโทรมา(ไอร์....” เสียงเรียกดูสนิทกันมาก “ซันเอง....เดี๋ยวตอนเที่ยงเข้าไปรับที่คอนโดนะ)“......”พระเพลิงถึงกับขมวดคิ้ว เขาลืมตาขึ้นมาดูที่โทรศัพท์อีกครั้ง เมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรเข้ามา เขาก็กดวางสายทันทีโดยไม่ตอบอะไร ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมและกระชับคนตัวเล็กที่กำลังหลับ เขาโน้มตัวลงกดจูบที่หน้าผากมนของเธออย่างแผ่วเบา“ไอร์”“อืออ”พระเพลิงกระซิบเรียกหญิงสาวในอ้อมกอดเบาๆข้างใบหูของเธอ หญิงสาวเองก็ตอบรับอย่างแผ่วเบา“ไอริน!”

  • MY Destiny | รักของเพลิง   บทที่ 8

    ผ่านไปไม่นานบุคคลที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เหล่าทีมงานถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะพวกเขาโดนผู้กำกับบ่นแล้วบ่นอีกจนทุกคนหมดอารมณ์ในการทำงาน ไม่ต่างจากนักแสดงท่านอื่นๆที่รอเข้าฉากกับทั้งสองคนแต่ก็ต้องทำงานกันต่อให้เสร็จไหนๆก็เสียเวลาแล้ว“ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับที่ทำให้ต้องรอ พอดีผมท้องเสียครับเลยมาช้า”ซันรีบวิ่งเข้ามาในกองถ่ายยกมือไหว้ผู้กำกับและเหล่าทีมงานรวมถึงนักแสดงท่านอื่นๆที่อยู่บริเวณโดยรอบแม้ว่าจะไร้การตอบรับจากนักแสดงท่านใหญ่แต่ก็ใช่ว่าชายหนุ่มจะสนใจ เขาเพียงแค่ทำไปอย่างนั้นเพราะตามมารยาท“น้องซันเป็นยังไงบ้าง”“ผมดีขึ้นแล้วครับพี่หวา”เสียงทุ้มอ่อนลงพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนคนผู้จัดการส่วนตัวราวกับรู้ว่าตัวเองทำผิดร้ายแรง“ดีแล้ว....รีบไปเตรียมตัวเถอะคนอื่นเขารอนานแล้ว”“ครับ!พี่หวา”เขาตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ส่งยิ้มให้กับเขาอีกครั้งก่อนจะเบี่ยงตัวออกไปหวาผู้จัดการรีบพาซันพระเอกของเขาไปที่ห้องแต่งตัวอย่างรวดเร็วถึงแม้ว่าซันจะมาแล้วแต่ทุกคนก็ยังวุ่นวายพยายามติดต่อหาน้ำหวานแต่เธอก็ยังไม่

  • MY Destiny | รักของเพลิง   บทที่ 7

    ณ.กองละครวันอาทิตย์ที่แสนจะหนักหน่วง เนื่องจากไอรินมีคิวถ่ายทั้งวันเช้านี้เลยต้องรีบมาเตรียมตัวก่อนในกลุ่มของนักแสดง หญิงสาวมาถึงก่อนเป็นคนแรกและวันนี้ ไอรินก็พ่วงพี่เลี้ยงมาด้วยถึงสามคน แม้ว่าเธอจะไม่อยากให้มาด้วยก็ตามโดยเฉพาะสองหนุ่ม“สวัสดีค่ะพี่ต่อ” เสียงสดใสดังขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่ยกขึ้นไหว้อีกฝ่าย“ไอรินมาแต่เช้าเลย...สองหนุ่มด้านหลังใครเนี่ย..ไม่เคยเห็นหน้าเลย”เขารับไหว้เธออย่างเป็นกันเอง ก่อนที่จะหันไปหาพี่เพลิงกับพี่ธันที่เดินตามหลังมาพร้อมกับพี่คิม คำถามของเขาทำให้ฉันได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพราะความเอาแต่ใจของพี่เพลิงแท้ๆเลย“คนนี้พี่เลี้ยงอีกคนของยัยไอร์ค่ะ....ส่วนคนนี้กิ๊กคิมมี่เอง”“อ่อๆตามสบายนะครับ”พี่คิมชี้ที่พี่เพลิงบอกเป็นพี่เลี้ยงของฉัน แล้วแกก็เดินไปซบไหล่พี่ธันบอกเป็นกิ๊กของตัวเอง พี่ต่อถึงกับพูดไม่ออกเอาแต่พยักหน้างึกๆให้พี่คิมก่อนจะส่งยิ้มแห้งๆให้ฉันเพราะแกใช้มุกนี้ซ้ำจนจำแทบจะไม่ได้แล้วมั้ง....เต็นท์

  • MY Destiny | รักของเพลิง   บทที่ 6

    หลังจากกลับมาจากเชียงใหม่ ทั้งคู่ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยได้แต่โทรคุยเท่านั้น ตอนนี้ไอรินได้เรียนจบแล้ว เมื่อสอบตัวสุดท้ายเสร็จหญิงสาวก็ต้องไปถ่ายละครที่ต่างจังหวัดต่อเลย ส่วนพระเพลิงก็ต้องทำงานหนักที่บริษัท เพราะต้องการสร้างความคุ้นชินกับทุกคนให้มากที่สุดจะได้ทำงานได้อย่างราบรื่นแม้ว่าตำแหน่งประธานจะได้มาจากพ่อของเขา แต่หุ้นส่วนทุกคนก็ใช่ว่าจะชื่นชอบทั้งหมดเช่นกัน ถึงพระเพลิงจะเคยทำงานกับบริษัทใหญ่ๆที่ต่างประเทศก็ตามแต่เพนท์เฮ้าส์พระเพลิง 05:00 น.ชายหนุ่มตื่นขึ้นด้วยอาการงัวเงีย เขาตื่นเวลานี้ประจำจนร่างกายเคยชินทั้งทีเมื่อคืนเขากลับถึงบ้านก็ตีสามแล้ว สิ่งแรกที่พระเพลิงทำก็คือหยิบโทรศัพท์ที่อยู่หัวเตียงโทรหาคนตัวเล็กของเขาทันที โดยไม่สนว่าตอนนี้มันพึ่งจะตีห้าเขารอสายอยู่นานจนในที่สุดไอรินก็รับสาย...(ไอร์.....ตื่นยัง)(อืออออออ)เสียงคนสวยงัวเงียสุดๆตอบรับทั้งๆที่ยังคงหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงในรีสอร์ท(ตื่นได้แล้ว.....เช้าแล้วนะ)(อืออออ กี่โมงแล้ว)

  • MY Destiny | รักของเพลิง   บทที่ 5

    เมื่อคืนผมกับคุณคิมได้ไปส่งไอรินที่ห้อง โชคดีที่คุณคิมมีเพื่อนเป็นหมอ ยัยเตี้ยเลยได้ฉีดยาลดไข้ทันที เมื่ออาการของเธอดีขึ้น คุณคิมเลยอาสามาส่งผมที่บ้าน โดยให้เพื่อนอยู่ช่วยดูแลไอรินไปก่อน ใจจริง! ผมอยากเฝ้าทั้งคืนด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดว่าต้องเดินทางไกลบนเครื่องไฟล์ทบินกลับเชียงใหม่ วันนี้ผมกับไอ้ธันต้องกลับบ้านเกิดที่เชียงใหม่ไฟล์ทเช้าตามที่แม่จองไว้ให้ แล้วอีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนี้ ผมจะได้เจอไอรินเด็กอ้วนไม่ใช่สิยัยเตี้ยของผมต่างหาก ที่รู้ว่าเป็นคนเดียวกัน ก็เพราะหลังจากตอนนั้น ที่ผมโทรหาแม่เพื่อขอค็อนแทค แต่แม่ไม่ยอมให้! ผมเลยเอาชื่อของไอรินไปเสิร์จเอาเองเลยแล้วมันก็ขึ้นหน้ายัยเตี้ยเต็มไปหมดตอนนั้นผมนี่แทบบ้าดีใจมากไม่คิดว่าจะเจอกันง่ายขนาดนี้ ตอนอยู่นิวยอร์ก ผมไม่เคยสนใจข่าวสารในเมืองไทยเลยเอาแต่ทำงานเก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ แต่ก็มีโทรหาแม่เพื่อถามเกี่ยวกับไอรินอยู่บ้างแต่พ่อกับแม่ผมก็เอาแต่พูดว่าน้องสบายดี มีความสุขมากแกไม่ต้องเป็นห่วง“นาย...นายครับ!”“อะ....อะไร”ผมหลุดออกจากภวังค์เมื่อไอ้ธันสะกิดแขนเรียก สายตาหันไปมองตามมือของไอ้ธัน มันชี้ไปทางเข้าเครื่องก็พบไอรินกำลังเดินมากับคุณ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status