เข้าสู่ระบบรถยนต์หรูเลี้ยวเข้ามาจอดอย่างนุ่มนวลหน้าร้านอาหารไทยชื่อดัง แสงไฟอุ่นสว่างไสวต้อนรับค่ำคืนที่คึกคัก ชายหนุ่มสองคนก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าสง่างาม ก่อนเดินตรงไปยังโต๊ะที่ถูกจองไว้ล่วงหน้า
ค่ำนี้ร้านเต็มไปด้วยผู้คน เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะประสานกับกลิ่นอาหารหอมกรุ่นที่ลอยอบอวลอยู่ทั่วบริเวณ บรรยากาศทั้งอบอุ่นและครึกครื้นในเวลาเดียวกัน
ไม่นานนัก พนักงานก็ทยอยนำอาหารที่สั่งมาเสิร์ฟทีละจาน สีสันและกลิ่นชวนให้รู้สึกหิวขึ้นมาในทันที
ชายหนุ่มทั้งสองนั่งลงและเริ่มลิ้มรสอาหารโดยไม่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใด มีเพียงความเงียบสงบที่แผ่วเบาเคลือบอยู่รอบโต๊ะ ราวกับต่างคนต่างจมอยู่กับความคิดของตนเองมากกว่าจะสนทนา
“เพลิง”
เสียงคุ้นหูดังขึ้นทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมามอง เธอชื่อดาวเป็นเพื่อนที่เรียนด้วยกันที่นิวยอร์ก เราไม่ได้เจอกันสามปีแล้วมั้งตั้งแต่เรียนจบ
“ไม่คิดว่าจะเจอเพลิงที่ไทยนะเนี่ย”
“นั่งก่อนสิดาว”
ผมเชิญเธอให้นั่งโต๊ะเดียวกัน เธอเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ เราพูดคุยกันอยู่สักพัก ตอนนี้แขนของผมกำลังถูกดาวเพื่อนเก่าถูไถไปมาจนผมขนลุกไปหมด เธอรุกผมก่อนอีกแล้ว สายตาผมดันสบตาเข้ากับดาว
“คิดถึงคุณจัง เพลิงไปต่อกับดาวนะ”
ยั่วขนาดนี้ผมจะอดใจไหวได้ยังไง ผมก็มีความรู้สึกนะ ยังไงวันนี้ก็ต้องได้ปลดปล่อย เมื่อคิดได้อย่างนั้นผมก็ลุกขึ้นจากโต๊ะทันที ไอ้ธันพยักหน้าเข้าใจผม ดาวเลยดึงผมออกจากร้านอาหารตรงไปที่รถของเธออย่างรวดเร็ว
ภายในห้องคอนโดหรู
สองร่างเปลือยเปล่ากอดรัดฟัดเหวี่ยงเปลี่ยนท่ากันไปมากระแทกกระทั้นกันอย่างเมามันส์ ชายหนุ่มรูปหล่ออัดกระแทกใส่ร่องรักของดาวรัณดาคู่ขาเก่า
“อ๊า อ๊าย เพลิง”
“อือ... ดาว คุณยังสุดยอดเหมือนเดิมเลยนะ”
ชายหนุ่มหล่อโน้มตัวประชิดติดลำคอระหง เสียงแหบพร่า ลมหายใจขาดช่วงเอ่ยชมหญิงสาวใต้ร่าง ดาวรัณดาสอดมือเข้าใต้กลุ่มผมสีดำของพระเพลิง เธอเชิดหน้าร้องครวญครางปรางขาดใจ เมื่อท่อนเอ็นใหญ่แข็งแรงส่งแรงเข้ามาไม่ยั้ง
“อ๊ะ อ๊ะ เพลิง ซี๊ดดด”
“ซื้๊ดดดดดดด อ่าส์ดาว ผมจะเสร็จ”
เสียงเนื้อกระทบกันรวมกับเสียงครางของทั้งคู่ดังระงมไปทั่วห้องหรู ชายหนุ่มอัดกระแทกเธออย่างเอาเป็นเอาตาย ดาวรัณดากรีดร้องดังลั่นห้องผวากอดรัดเขาเอาไว้แน่น ในขณะที่พระเพลิงยังคงอัดกระแทกเธอด้วยความดิบเถื่อนเป็นครั้งสุดท้าย เขาปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นออกมาจนเต็มปลอกป้องกัน
“กรี๊ดดดดด เพลิง อ๊ายยยยยย”
“อ่าสสสสส์”
ชายหนุ่มเงยหน้าคำรามออกมาอย่างพึงพอใจ เขาลุกออกจากตัวเธอก่อนจะดึงปลอกป้องกันที่เต็มไปด้วยน้ำกามสีขาวขุ่นของเขาโยนลงทิ้งถังขยะข้างเตียง
พระเพลิงเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อไปทำธุระส่วนตัว หลังจากเรียบร้อยแล้วเข้าก็ออกจากห้องของหญิงสาวโดยปล่อยให้เธอได้นอนพักเพราะเขากินเธอแทบจะทั้งคืน
05:00 น.
ด้านล่างของคอนโดหรู
พระเพลิงเดินออกจากลิฟต์อย่างอารมณ์ดี มือหนากดโทรศัพท์หาธันวาลูกน้องคนสนิทให้รีบมารับ เมื่อคุยจบมือหนาก็เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนจะเดินไปนั่งรอธันวาที่ล็อบบี้ของคอนโด
“นั่นมัน! ยัยเตี้ยบังเอิญชะมัด”
พระเพลิงยิ้มหน้าบานด้วยความดีใจ เมื่อสายตาของเขาดันเหลือบไปเห็นหญิงสาวที่หมายตานั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนโซฟา เขารีบเดินไปนั่งโซฟาตัวข้างกับเธออย่างทันที ตามความต้องการของหัวใจ
“ตื่นเช้าจัง”
“.....”
เสียงทุ้มอ่อนหวานเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่ข้างกัน แต่ท่าทีของหญิงสาวกลับไม่สนใจเขาเลย เธอเอาแต่นั่งก้มกน้าเลื่อนอ่านอะไรบ้างอย่างที่หน้าจอโทรศัพท์จนพระเพลิงแกล้งขยับเข้าไปใกล้ๆ แล้วจงใจโน้มหน้าเข้ามาใกล้ๆ
“ลุง! ก็คิดว่าใคร”
“มารอแฟนแต่เช้าเลยนะ”
เขาโยนหินถามทางออกไป เพราะรู้ว่าถ้าถามตรงๆ คนสวยคงไม่ยอมบอกแน่ๆ มีหวังจะมาด่าเขาว่ายุ่งแล้วลุกเดินหนีออกไปละ แย่งเลยนะ อุตส่าห์ได้เจอกัน
“เปล่า! มารอผู้จัดการ......ว่าแต่ลุงเถอะอยู่ที่นี่เหรอ......ไม่เคยเห็นหน้าเลย”
“มาหาเพื่อน”
คำตอบของพระเพลิง ทำให้ไอรินนิ่งไปชั่วขณะ ดวงตาของเขานั้นแสนจะเจ้าเล่ห์ เธอจ้องมองเข้าไปในแววตาของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ ราวกับกำลังเจาะลึกอ่านใจของอีกฝ่าย พลางเหลือบมองดูนาฬิกาที่โทรศัพท์
“ตอนตีห้า?....มาหาเพื่อนหรือพึ่งกินเด็กเสร็จ”
“.....”
ไอรินยกยิ้มมุมปากราวกับผู้ชนะ เธออ่านเกมขาด ไม่ใช่หรอกเพราะเจ้าตัวต่างหากละ ที่ยอมรับออกมาตรงๆ เขาส่งยิ้มอ่อนๆให้เธอราวกับสำนึกยอมรับผิด
‘ยัยเตี้ยรู้ทันซะงั้น.... ผมก็เลยต้องยอมรับไปแบบตรงๆ’
“อืออพึ่งกินเด็กเสร็จ......ว่าแต่เธอไม่ได้มารอแฟนจริงดิ”
“ก็อยากมารอนะ.....แต่ไม่มีให้รออ่ะดิ”
พระเพลิงเกิดอาการประหม่าเล็กน้อย รู้สึกลมหายใจติดขัด รอบข้างราวกับหยุดหมด เมื่อคนตัวเล็กยื่นหน้าเข้ามาใกล้ เธอจ้องตาเขาก่อนจะตอบคำถามของชายหนุ่ม
“ยิ้มอะไรลุง”
“เปล่า...”
แทนที่พระเพลิงจะหลบสายตาของคนตัวเล็ก เขากลับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ไอรินมากกว่าเดิม ก่อนที่เธอจะเบี่ยงตัวหลบ ไม่ใช่เพราะเขิน แต่เป็นเพราะเสียงหนึ่งที่ดังขึ้น เรียกชื่อของเจ้าหล่อนอย่างดัง
‘ขัดจังหวะเสียจริง! ใครกัน....’
“ยัยไอร์”
“พี่คิม”
ไอรินโบกมือให้กับคนที่กำลังเดินเข้ามาหา โดยที่เธอนั้นก็ไม่ได้สนใจเลยว่าชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ กำลังจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้ม แววตาของเขาหวานเยิ้ม
‘ตอนยัยเตี้ยไม่กวนประสาทก็น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย’
“ช้าจัง! ไอร์รอตั้งนาน ถ้ามีรถขับไปเองแหละ”
“อย่าบ่นหน่อยเลย พี่ก็รีบมาแล้วเนี่ย”
เขาละสายจากหญิงสาวข้างกาย ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองคนที่เข้ามาใหม่ ก่อนที่นัยน์ตาของทั้งคู่จะสบเข้ากันแบบพอดี พระเพลิงในตอนนี้หน้าเจื่อนแทบจะยิ้มไม่ออก เพราะอีกฝ่ายลุกหนักส่งสายตาหยาดเยิ้มให้เขาอย่างยั่วยวน แถมยังกัดปากใส่เขาด้วย
“อ๊ายยยย ใครเนี่ยหล่อจัง”
“ความคิดดังไปป่ะเจ๊”
“.....”
เจ๊! ผมได้ยินไม่ผิดใช่ไหมเธอเรียกผู้ชายคนนี้ว่าเจ๊ รู้สึกโล่งอกจังที่ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่แฟนของเธอ งั้นเธอก็พูดจริงนะสิที่บอกว่าไม่มีแฟน
“ลุงไม่กลับบ้านเหรอ”
เธอหันมาถามคนที่นั่งข้างกัน เมื่อเห็นเขาเอาแต่จ้องมองคิมมี่ผู้จัดการส่วนตัวของเธอ เขานิ่งงันราวกับถูกอีกฝ่ายสะกดจิต
“ลุง! ยัยไอร์อย่าบอกนะว่า.....”
“ก็ที่เล่าให้ฟังไง”
“บ้า! นี่แกเรียกเขาว่าลุงได้ไงย่ะ หล่อ หุ่นล้ำน่ากินซะขนาดนี้”
คิมมี่หันกลับมามองที่ชายหนุ่มอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไล่สายตามองจากเป้ากางเกงไล่ขึ้นมาผ่านหน้าท้อง หน้าอก แอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ เมื่อสายตาของเขามาหยุดที่ริมฝีปากของพระเพลิง
“พี่คิม!”
ไอรินกดเสียงต่ำ กระตุกแขนของอีกฝ่ายแรงๆเป็นการเรียกสติ พลางเหลือบตามองพระเพลิงที่นั่งอยู่ข้างๆ
“นั่นสิครับผมออกจะน่ากิน เรียกลุงได้ไงก็ไม่รู้”
ผมมองหน้ายัยเตี้ย ก่อนจะส่งสายตากวนประสาทให้เธอ จู่ๆเธอก็ลุกขึ้นจากโซฟาอย่างรวดเร็ว ทำเอาผมตกใจเล็กน้อย หรือยัยเตี้ยนี่...จะโกรธผมที่ทำหน้ากวนประสาทใส่เธอเมื่อกี้
“คิมมี่นะคะ...เป็นผู้จัดการส่วนตัวยัยไอร์.....แล้วคุณ?”
พระเพลิงที่กำลังชะงักอยู่ ถึงกับได้สติ เมื่อได้ยินเสียงของอีกคนแนะนำตัวขึ้น เธอยื่นแรงของไอรินที่กำลังจะลากตัวออกไป
“ผมชื่อ....”
เขาส่งยิ้ม แต่ก่อนที่จะแนะนำตัวกับอีกฝ่าย เสียงไม่พอใจของไอรินก็ดังขึ้น เธอมองขว้างผมอย่างแรง แต่ทว่า...แววตาคู่นั้นของเธอแฝงความกวน กรอกไปมาล้อเลียนเขาอีกต่างหาก
“ถ้าจะกินกัน ก็เอากุญแจรถมา เดี๋ยวไอร์ไปเอง สายแล้ว”
“อ่ะๆไปๆ...... เดี๋ยวไปทำงานก่อนนะคะพ่อรูปหล่อ”
คิมมี่หันไปตอบหญิงสาว ก่อนจะหันกลับมาบอกกับชายหนุ่มรูปหล่อด้วยน้ำเสียงหวานหูพร้อมกับแววตาเป็นประกาย
“ครับ”
เขาส่งยิ้มอ่อนๆให้กับคิมมี่ ก่อนจะรีบเบนสายตาไปยังคนตัวเล็กที่กำลังส่งสายตาก่อกวนเขาอยู่
“ไปก่อนนะลุง บายๆ”
“แล้วเจอกันยัยเตี้ย”
เธอยกมือโบกไปมาให้ผม รอยยิ้มและดวงตาหวานฉ่ำของเธอที่มองมา เหมือนไอรินเด็กอ้วนของผมเลย แต่ก็คงไม่ใช่หรอก
ผมอยากเจอไอรินเร็วๆจัง ตอนนี้เธอจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหนกันนะ แต่ทำไมตอนนึกถึงหน้าของไอร์ ภาพยัยเตี้ยกับซ้อนทับเสียอย่างนั้น...ผมคงจะบ้าไปแล้ว
นัยน์ตาคมของพระเพลิงยังคงมองสองคนนั้น จนกระทั่งทั้งสองเดินลับสายตาหายออกไปจากล็อบบี้ เขาจะรีบล้วงหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเพื่อโทรหาแม่
เพราะอยากได้ค็อนแทคของไอรินแต่ก็เหมือนเดิม คนปลายสายไม่ให้ และยังย้ำมาอีกว่าเดี๋ยวเสาร์นี้ก็ได้เจอกับน้องแล้ว
‘แม่กับพ่อไม่เคยให้ค็อนแทคหรือโซเชียลต่างๆของไอรินเลย เอาแต่บอกว่าเดี๋ยวไอรินโกรธ ผมก็ยังแปลกใจ นี้ผมเป็นลูกแท้ๆหรือไอรินกันแน่ ห่วงความรู้สึกไอรินมากกว่าผมซะอีก’
ตั้งแต่ออกมาจากคอนโดของไอริน คำพูดเอ่ยชมพระเพลิงก็ยังไม่เงียบลง คิมมี่ขับรถไป ปากสีแดงตุ่นๆของเธอ ก็สาธยายความหล่อเหลาของชายหนุ่มคนที่พึ่งเจอกันไม่ยอมอยู่
จนคนที่นั่งอยู่เบาะข้างๆเริ่มกำสมุดที่อยู่ในมือแน่น พร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรงราวจะหมดความอดทน
“พี่คิม! เลิกพูดถึงตาลุงก่อนได้ไหม ไอร์ไม่มีสมาธิอ่านบท”
“อ่าๆไม่พูดแล้วก็ได้ วันนี้มีทั้งฉากตกน้ำและบทพูดเยอะเลย ตั้งใจด้วยนะ”
“ค่ะ เจ๊คิม”
ไอรินตอบรับด้วยน้ำเสียงกึ่งประชด บอกให้ตั้งใจแต่ก่อนหน้าพร่ำเพ้อถึงความหล่อของพระเพลิงไม่หยุดปาก แต่แล้ว...เขาก็ยอมทำตามที่ขอ วันนี้เปิดกล้องละครเรื่องใหม่วันแรก ยังไม่ทันจะได้พักเลย แม่ของไอรินก็ตอบรับเรื่องใหม่อย่างทันที
‘ร้อนเงินรึไงนะแม่....’
ช่วงสายของอีกวันบริษัท พฤกษา กรุ๊ปพระเพลิงเลื่อนประชุมในช่วงเช้ามาเป็นประชุมในช่วงบ่ายแทนเพราะประชุมในวันนี้ไม่ได้สำคัญอะไรมาก ภายในห้องทำงานของประธานหนุ่ม มีรูปนับสิบปรากฏขึ้นในไอแพดมีทั้งภาพข่าวและรูปแอบถ่าย“กระจายไปทั่วเลยครับ...แฟนคลับต่างพากันดีใจกับคู่นี้เป็นอย่างมาก”“นี่มัน!ปั่นกระแสด้วยตัวเองเลยเหรอว่ะ”ชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจ เขากำลังไล่ดูรูปและข่าวต่างๆ ที่ธันวาเอามาให้ดูก๊อก ก๊อก!“ขออนุญาตค่ะท่านประธาน”ในระหว่างที่พระเพลิงกำลังพิจารณารูปภาพต่างๆ ของไอรินกับซัน ก็ถูกเลขาหน้าห้องขัดจังหวะ เขาปิดไอแพดลงก่อนยื่นมันให้ธันวาที่นั่งอยู่เก้าอี้ด้านหน้า“เข้ามาครับ!”หลังจากสิ้นเสียงท่านประธานหนุ่ม รินเลขาคนสวยก็เดินเข้ามาในห้องทำงาน เธอเดินไปอยู่หน้าโต๊ะของประธานหนุ่มส่งสายตาให้ธันวาออกไปข้างนอก แต่ก็ไร้ผล ธันวานั่งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อยู่อย่างนั้น“คุณรินมีอะไรครับ.....เหลืออีกตั้งห้านาทีกว่าจะถึงเวลาประชุม”“อ่อ! รินแค่จะเอาเอกสารการประชุมมา
ช่วงสายของอีกวัน ความแรงของพระอาทิตย์ที่สาดแสงสว่างเข้ามาภายในห้อง ก็ไม่ได้มีผลเพราะภายในห้องที่ปิดมืดสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ดังเล็ดลอดออกมา ไอรินซุกตัวเข้าหาอกแกร่งของชายหนุ่มเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย มือหนากระชับตัวหญิงสาวให้แน่นขึ้น ทั้งๆที่ทั้งสองยังคงหลับสนิทเพราะความง่วงครืด ครืด ! ความสั่นสะเทือนของโทรศัพท์ที่วางอยู่หัวเตียงทำให้คนตัวโตควานหาโทรศัพท์อยากรวดเร็ว เขารับสายทันทีเมื่อหยิบมันขึ้นมาได้ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าใครโทรมา(ไอร์....” เสียงเรียกดูสนิทกันมาก “ซันเอง....เดี๋ยวตอนเที่ยงเข้าไปรับที่คอนโดนะ)“......”พระเพลิงถึงกับขมวดคิ้ว เขาลืมตาขึ้นมาดูที่โทรศัพท์อีกครั้ง เมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรเข้ามา เขาก็กดวางสายทันทีโดยไม่ตอบอะไร ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมและกระชับคนตัวเล็กที่กำลังหลับ เขาโน้มตัวลงกดจูบที่หน้าผากมนของเธออย่างแผ่วเบา“ไอร์”“อืออ”พระเพลิงกระซิบเรียกหญิงสาวในอ้อมกอดเบาๆข้างใบหูของเธอ หญิงสาวเองก็ตอบรับอย่างแผ่วเบา“ไอริน!”
ผ่านไปไม่นานบุคคลที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เหล่าทีมงานถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะพวกเขาโดนผู้กำกับบ่นแล้วบ่นอีกจนทุกคนหมดอารมณ์ในการทำงาน ไม่ต่างจากนักแสดงท่านอื่นๆที่รอเข้าฉากกับทั้งสองคนแต่ก็ต้องทำงานกันต่อให้เสร็จไหนๆก็เสียเวลาแล้ว“ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับที่ทำให้ต้องรอ พอดีผมท้องเสียครับเลยมาช้า”ซันรีบวิ่งเข้ามาในกองถ่ายยกมือไหว้ผู้กำกับและเหล่าทีมงานรวมถึงนักแสดงท่านอื่นๆที่อยู่บริเวณโดยรอบแม้ว่าจะไร้การตอบรับจากนักแสดงท่านใหญ่แต่ก็ใช่ว่าชายหนุ่มจะสนใจ เขาเพียงแค่ทำไปอย่างนั้นเพราะตามมารยาท“น้องซันเป็นยังไงบ้าง”“ผมดีขึ้นแล้วครับพี่หวา”เสียงทุ้มอ่อนลงพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนคนผู้จัดการส่วนตัวราวกับรู้ว่าตัวเองทำผิดร้ายแรง“ดีแล้ว....รีบไปเตรียมตัวเถอะคนอื่นเขารอนานแล้ว”“ครับ!พี่หวา”เขาตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ส่งยิ้มให้กับเขาอีกครั้งก่อนจะเบี่ยงตัวออกไปหวาผู้จัดการรีบพาซันพระเอกของเขาไปที่ห้องแต่งตัวอย่างรวดเร็วถึงแม้ว่าซันจะมาแล้วแต่ทุกคนก็ยังวุ่นวายพยายามติดต่อหาน้ำหวานแต่เธอก็ยังไม่
ณ.กองละครวันอาทิตย์ที่แสนจะหนักหน่วง เนื่องจากไอรินมีคิวถ่ายทั้งวันเช้านี้เลยต้องรีบมาเตรียมตัวก่อนในกลุ่มของนักแสดง หญิงสาวมาถึงก่อนเป็นคนแรกและวันนี้ ไอรินก็พ่วงพี่เลี้ยงมาด้วยถึงสามคน แม้ว่าเธอจะไม่อยากให้มาด้วยก็ตามโดยเฉพาะสองหนุ่ม“สวัสดีค่ะพี่ต่อ” เสียงสดใสดังขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่ยกขึ้นไหว้อีกฝ่าย“ไอรินมาแต่เช้าเลย...สองหนุ่มด้านหลังใครเนี่ย..ไม่เคยเห็นหน้าเลย”เขารับไหว้เธออย่างเป็นกันเอง ก่อนที่จะหันไปหาพี่เพลิงกับพี่ธันที่เดินตามหลังมาพร้อมกับพี่คิม คำถามของเขาทำให้ฉันได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพราะความเอาแต่ใจของพี่เพลิงแท้ๆเลย“คนนี้พี่เลี้ยงอีกคนของยัยไอร์ค่ะ....ส่วนคนนี้กิ๊กคิมมี่เอง”“อ่อๆตามสบายนะครับ”พี่คิมชี้ที่พี่เพลิงบอกเป็นพี่เลี้ยงของฉัน แล้วแกก็เดินไปซบไหล่พี่ธันบอกเป็นกิ๊กของตัวเอง พี่ต่อถึงกับพูดไม่ออกเอาแต่พยักหน้างึกๆให้พี่คิมก่อนจะส่งยิ้มแห้งๆให้ฉันเพราะแกใช้มุกนี้ซ้ำจนจำแทบจะไม่ได้แล้วมั้ง....เต็นท์
หลังจากกลับมาจากเชียงใหม่ ทั้งคู่ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยได้แต่โทรคุยเท่านั้น ตอนนี้ไอรินได้เรียนจบแล้ว เมื่อสอบตัวสุดท้ายเสร็จหญิงสาวก็ต้องไปถ่ายละครที่ต่างจังหวัดต่อเลย ส่วนพระเพลิงก็ต้องทำงานหนักที่บริษัท เพราะต้องการสร้างความคุ้นชินกับทุกคนให้มากที่สุดจะได้ทำงานได้อย่างราบรื่นแม้ว่าตำแหน่งประธานจะได้มาจากพ่อของเขา แต่หุ้นส่วนทุกคนก็ใช่ว่าจะชื่นชอบทั้งหมดเช่นกัน ถึงพระเพลิงจะเคยทำงานกับบริษัทใหญ่ๆที่ต่างประเทศก็ตามแต่เพนท์เฮ้าส์พระเพลิง 05:00 น.ชายหนุ่มตื่นขึ้นด้วยอาการงัวเงีย เขาตื่นเวลานี้ประจำจนร่างกายเคยชินทั้งทีเมื่อคืนเขากลับถึงบ้านก็ตีสามแล้ว สิ่งแรกที่พระเพลิงทำก็คือหยิบโทรศัพท์ที่อยู่หัวเตียงโทรหาคนตัวเล็กของเขาทันที โดยไม่สนว่าตอนนี้มันพึ่งจะตีห้าเขารอสายอยู่นานจนในที่สุดไอรินก็รับสาย...(ไอร์.....ตื่นยัง)(อืออออออ)เสียงคนสวยงัวเงียสุดๆตอบรับทั้งๆที่ยังคงหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงในรีสอร์ท(ตื่นได้แล้ว.....เช้าแล้วนะ)(อืออออ กี่โมงแล้ว)
เมื่อคืนผมกับคุณคิมได้ไปส่งไอรินที่ห้อง โชคดีที่คุณคิมมีเพื่อนเป็นหมอ ยัยเตี้ยเลยได้ฉีดยาลดไข้ทันที เมื่ออาการของเธอดีขึ้น คุณคิมเลยอาสามาส่งผมที่บ้าน โดยให้เพื่อนอยู่ช่วยดูแลไอรินไปก่อน ใจจริง! ผมอยากเฝ้าทั้งคืนด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดว่าต้องเดินทางไกลบนเครื่องไฟล์ทบินกลับเชียงใหม่ วันนี้ผมกับไอ้ธันต้องกลับบ้านเกิดที่เชียงใหม่ไฟล์ทเช้าตามที่แม่จองไว้ให้ แล้วอีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนี้ ผมจะได้เจอไอรินเด็กอ้วนไม่ใช่สิยัยเตี้ยของผมต่างหาก ที่รู้ว่าเป็นคนเดียวกัน ก็เพราะหลังจากตอนนั้น ที่ผมโทรหาแม่เพื่อขอค็อนแทค แต่แม่ไม่ยอมให้! ผมเลยเอาชื่อของไอรินไปเสิร์จเอาเองเลยแล้วมันก็ขึ้นหน้ายัยเตี้ยเต็มไปหมดตอนนั้นผมนี่แทบบ้าดีใจมากไม่คิดว่าจะเจอกันง่ายขนาดนี้ ตอนอยู่นิวยอร์ก ผมไม่เคยสนใจข่าวสารในเมืองไทยเลยเอาแต่ทำงานเก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ แต่ก็มีโทรหาแม่เพื่อถามเกี่ยวกับไอรินอยู่บ้างแต่พ่อกับแม่ผมก็เอาแต่พูดว่าน้องสบายดี มีความสุขมากแกไม่ต้องเป็นห่วง“นาย...นายครับ!”“อะ....อะไร”ผมหลุดออกจากภวังค์เมื่อไอ้ธันสะกิดแขนเรียก สายตาหันไปมองตามมือของไอ้ธัน มันชี้ไปทางเข้าเครื่องก็พบไอรินกำลังเดินมากับคุณ







