Mag-log inผ่านไปไม่นานบุคคลที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เหล่าทีมงานถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะพวกเขาโดนผู้กำกับบ่นแล้วบ่นอีกจนทุกคนหมดอารมณ์ในการทำงาน ไม่ต่างจากนักแสดงท่านอื่นๆที่รอเข้าฉากกับทั้งสองคนแต่ก็ต้องทำงานกันต่อให้เสร็จไหนๆก็เสียเวลาแล้ว
“ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับที่ทำให้ต้องรอ พอดีผมท้องเสียครับเลยมาช้า”
ซันรีบวิ่งเข้ามาในกองถ่ายยกมือไหว้ผู้กำกับและเหล่าทีมงานรวมถึงนักแสดงท่านอื่นๆที่อยู่บริเวณโดยรอบแม้ว่าจะไร้การตอบรับจากนักแสดงท่านใหญ่แต่ก็ใช่ว่าชายหนุ่มจะสนใจ เขาเพียงแค่ทำไปอย่างนั้นเพราะตามมารยาท
“น้องซันเป็นยังไงบ้าง”
“ผมดีขึ้นแล้วครับพี่หวา”
เสียงทุ้มอ่อนลงพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนคนผู้จัดการส่วนตัวราวกับรู้ว่าตัวเองทำผิดร้ายแรง“ดีแล้ว....รีบไปเตรียมตัวเถอะคนอื่นเขารอนานแล้ว”
“ครับ!พี่หวา”
เขาตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ส่งยิ้มให้กับเขาอีกครั้งก่อนจะเบี่ยงตัวออกไป
หวาผู้จัดการรีบพาซันพระเอกของเขาไปที่ห้องแต่งตัวอย่างรวดเร็วถึงแม้ว่าซันจะมาแล้วแต่ทุกคนก็ยังวุ่นวายพยายามติดต่อหาน้ำหวานแต่เธอก็ยังไม่ยอมรับสายเหมือนเดิม
รอได้ไม่นานเธอก็มาถึงและก็พูดเหมือนกับซันทุกอย่างจนเหล่าทีมงานได้แต่ส่ายหน้าให้กับทั้งสองโดยไม่ให้พวกเธอได้รู้ตัว
“สวัสดีค่ะพี่คิมมี่.....อุ้ย!ใครคะ....หล่อจัง”
“สวัสดีฉัน!! ก็มองหน้าฉันด้วยน้ำหวาน”
น้ำหวานเดินเข้ามาหาคิมมี่ที่นั่งอยู่กับพระเพลิงในเต็นท์รับรอง หญิงสาวเอาแต่มองชายหนุ่มจนคิมมี่ต้องพูดดักคอเพราะพอจะรู้นิสัยของผู้หญิงตรงหน้า
“น้ำหวานนะคะ...คุณ?”
เธอส่งสายตาแพรวพราวพร้อมกับรอยยิ้มกรุ่มกริ่มให้กับชายหนุ่มตรงหน้า
“ผมเพลิงครับ”
“ชื่อร้อนแรงจังเลยค่ะ”
เจ้าหล่อนดัดเสียงเล็กน้อยให้ดูน่ารัก ยังคงว่านเสน่ห์ใส่เขาอย่างไม่ยอมแพ้
เขาตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉยก่อนจะแสยะยิ้มให้กับคำพูดของเธอ ผู้หญิงตรงหน้าไม่ธรรมดาจริงๆ สายตาอันเย้ายวนยังคงมองมาเหมือนได้เหยื่อที่ถูกใจและพร้อมที่จะเอาใจชายหนุ่มคนนี้
“น้ำหวานชอบรอยสักที่แขนคุณจัง.....งูตัวใหญ่!”
“......”
'ให้ตายเถอะ! ถ้าตอนนี้ผมไม่ตามง้อไอรินนะ ผู้หญิงคนนี้ได้โดนผมกดจมเตียงแน่ '
ชายหนุ่มสบถในใจก่อนส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับผู้หญิงตรงหน้า ทั้งสองยังคงส่งสายตามยั่วยวนให้แก่กันอยู่สักพักเหมือนทั้งคู่กำลังถูกใจกันก่อนจะถูกขัดจังหวะขึ้นเมื่อคิมมี่รู้สึกถึงกลิ่นแปลกๆและกลัวว่าจะเกิดเรื่องเกินเลยขึ้นเกินกว่าที่จะควบคุมได้
“อย่าไปสนใจเลยค่ะ คุณเพลิง”
“แหม่! พี่คิมจะเก็บไว้กินคนเดียวเหรอคะ”
คนสวยรีบสวนขึ้นมาทันทีก่อนจะส่งสายตาใส่คิมมี่ด้วยความไม่พอใจที่อีกฝ่ายโพล่งขึ้นมาขัดจังหวะ
“น้ำหวาน....เธอชักจะลามปามไปแล้วนะ”
หญิงสาวเชิดหน้าใส่อย่างไม่แคร์ ไม่สนว่าคิมมี่ที่นั่งอยู่ข้างๆของพระเพลิงจะพูดขึ้นเสียงใส่เธอ น้ำหวานยังคงส่งสายตายั่วยวนใส่ชายหนุ่มรูปหล่อด้วยความสนใจเต็มที่ ถ้าไม่ติดว่าต้องทำงานเธอคงลากพระเพลิงไปจัดให้ถึงใจแล้ว
“ ไอริน!”
“ค่ะ! พี่ต่อ”
เสียงที่คุ้นเคยทำให้พระเพลิงถึงกับรีบหันไปมองทางต้นเสียงทันที ดวงตาคมสบเข้ากับดวงตากลมโตของหญิงสาวที่กำลังเดินมาอย่างพอดิบพอดี
เขาเดินตรงมาหาไอรินที่กลับมาจากห้องน้ำก่อนจะพูดบรีฟฉากที่จะถ่ายในขณะที่น้ำหวานยังคงมองชายหนุ่มอย่างไม่ละสายตา
“ฉากนี้....พี่ขอดูดดื่มเหมือนไม่ได้เจอคนรักมานานมาก.....โอเคไหม”
“ไม่!”
จู่ๆชายหนุ่มก็ลุกขึ้นแล้วพูดโพล่งขึ้นมา ทำเอาผู้กำกับและไอริน ถึงกับหันมาทางพระเพลิงอย่างรวดเร็ว
“.......”
“คุณเพลิงเขาหมายถึง ไม่มีปัญหาค่ะ พี่ต่อ”
คิมมี่รีบเปลี่ยนคำพูดของพระเพลิงอย่างรวดเร็ว ผู้กำกับพยักหน้าให้ไอรินกับคิมมี่ก่อนจะเดินออกไป
“ไอร์! เราไปซ้อมจังหวะกันหน่อยมั้ย....ซันกลัวพลาด.....พี่ต่อขอเทคเดียวด้วย”
ซันที่เดินตามพี่ต่อมารีบเอ่ยชวนนางเอกคู่ขวัญของเขาทันทีเมื่อผู้กำกับเดินออกไปจากวงสนทนาแต่เหมือนว่าพระเพลิงจะไม่ค่อยจะพอใจมากนักเพราะรังสีอำมหิตจากนัยน์ตาคนมันกำลังกระจายสาดใส่เต็มที่
“เดี๋ยวเราตามไป...ซันไปก่อนเลย”
ผมมองหน้าไอรินอย่างไม่สบอารมณ์รู้ว่าเป็นงานแต่ก็ทำใจไม่ได้ที่จะเห็นไอร์จูบกับผู้ชายคนอื่นแต่เหมือนผู้หญิงอีกคนจะรู้ว่าผมคิดอะไรและดูเหมือนว่าเธอจะไม่ค่อยชอบไอริน
“คุณเพลิงไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ...ไอริน!เขาเก่งเทคเดียวก็ผ่านแล้ว”
“รู้จักกันเหรอ?”
สายตาคู่นั้นมองหน้าพระเพลิงกับน้ำหวานสลับกันก่อนจะส่งสายตากดดันให้ชายหนุ่มตอบกลับคำถามของเธอ ดวงตาคู่สวยเริ่มฉายแววแห่งความไม่พอใจออกมา
ยิ่งยืนยันความคิดของพระเพลิงเข้าไปอีกว่าสองสาวไม่ลงรอยกันแน่ๆ....
“มานี่!”
“พี่เพลิง! จะไปไหน...ไอร์เจ็บนะ”
ผมกระชากแขนไอรินให้เดินตามออกมาโดยไม่สนสายตานับสิบที่มองมาทางพวกเราหลังจากลับสายตาผู้คนไอรินก็สะบัดมือผมออกอย่างแรงแต่คิดเหรอว่าจะยอมปล่อย
“พี่เพลิง! ไอร์บอกว่าเจ็.... อือ”
“.......”
ผมไม่ปล่อยให้ไอร์พูดจบกระชากเข้าหาตัวแล้วบดจูบไอรินอย่างแรง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในโพรงปากมันยิ่งกระตุ้นให้ผมอย่างจะจูบเธอ มอบความเร่าร้อนเหมือนเป็นการฝึกซ้อมบทให้ไอริน
ปัก!
เสียงกำปั้นเล็กทุบเข้าที่ด้านหลังของชายหนุ่มอย่างแรงจนเกิดเสียงแต่มันก็ไม่ได้ทำให้พระเพลิงถอนจูบออกแถมเขายังเพิ่มความเร่าร้อนให้จูบนี้มันดูดดื่มมากยิ่งขึ้น ไอรินรวบรวมแรงทั้งหมดผลักคนตัวโตที่เอาแต่ใจให้ถอนจูบออกได้สำเร็จ
เพี้ยะ!
ฝ่ามือเล็กปะทะเข้าใบหน้าหล่อของชายหนุ่มอย่างแรงจนพระเพลิงหันไปตามแรงตบ รีบโกยอากาศเข้าปอดอย่างรวดเร็วเพราะเมื่อกี้เขาแทบจะสูบเธอเข้าไปอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าไปอดยากปากแห้งมาจากไหนก่อนที่ไอรินจะตวัดสายตามองพระเพลิงด้วยความไม่พอใจ
“มือหนักชะมัด”
พระเพลิงใช้ลิ้นดุนมุมปากข้างที่โดนตบ มือหนาเช็ดที่มุมปากเผยให้เห็นเลือดซึมออกมา
“ทำบ้าอะไรของพี่เนี่ย....ไอร์บอกแล้วใช่ไม่ว่า...อือ”
“......”
ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้หญิงสาวได้พูดจบเขากระชากเธอเข้ามาจูบอีกครั้ง มือหนาอีกข้างล็อคเข้าที่ต้นคอเรียวระหงของไอรินเพื่อไม่ให้เธอได้หันหนี ส่วนมือหนาอีกข้างก็โอบเอวบางของหญิงสาวไว้แน่นถึงแม้เธอจะดิ้นก็ตาม
'อีกแล้วยังพูดไม่จบเลย พี่เพลิงมือไวชะมัด'
หญิงสาวสบถในใจ เขามอบจูบที่เร่าร้อนและร้อนแรงมากยิ่งขึ้นจนไอรินเหมือนจะเริ่มเคลิ้มตามแต่เธอก็เรียกสติกลับมาได้ ใช้แรงทั้งหมดที่มีอีกครั้งให้คนเอาแต่ใจถอนจูบออกก่อนจะวาดฝ่ามือเล็กปะทะเข้าที่ใบหน้าหล่อของพระเพลิงตำแหน่งเดิมอีกครั้งด้วยความแรงที่มากขึ้น
“ไอริน!”
“พี่ไม่มีสิทธิ์!”
คนตัวเล็กตวาดใส่อีกฝ่ายพร้อมกับสายตาแข็งกร้าวที่มองเขาด้วยความผิดหวัง ความรู้สึกของเธอหลากหลายไปหมดไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับเขาดี
“ไม่มีสิทธิ์!”
“อือ! ปล่อยไอร์นะ”
ไอร์ตบหน้าผมอีกครั้งในตำแหน่งเดิม เธอเอาแต่พูดว่าไม่มีสิทธิ์ แม่งเอ่ย! ผมโมโหมากเลยกระชากเธอเข้ามากอดอีกครั้ง กระชับให้แน่นมากขึ้น
แม้ว่าจะพยายามขัดขืนมากก็ตาม.......
“สิทธิ์ที่เธอพูดถึง...พี่ว่า..พี่ได้มันมาแล้วนะ”
“อะไรของพี่?”
ถามกลับด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวพร้อมกับแววตาแห่งความไม่พอใจพลางใช้มือเล็กยันหน้าอกแกร่งของเขาเพื่อรักษาระยะห่างแม้ว่าพระเพลิงก็ยังคงกอดรัดแน่นอย่างไม่ยอมปล่อย
“ก็เมื่อกี้เธอจูบตอบพี่”
“หุบปากไปเลยนะพี่เพลิง”
“ครั้งนี้พี่ได้สิทธิ์จูบไอร์....ครั้งหน้าพี่อาจได้สิทธิ์ที่มากกว่านั้น”
น้ำเสียงทุ้มอ่อนลงไล่สายตาเจ้าเล่ห์มองไปตามเรือนร่างของหญิงสาวในอ้อมกอดก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้ร่ายกายของเธอแนบชิดกับเขา
“อย่าทำให้ไอร์ต้องเกลียดพี่ไปมากกว่านี้”
“....”
ผมโน้มตัวลงกำลังจะจูบไอร์แต่เธอกลับพูดขึ้นมาซะก่อน คำพูดของไอรินทำให้ผมหยุดชะงัก ภาพในอดีตที่ผมเคยทำผิดพลาดมันย้อมกลับเข้ามาอีกครั้ง
'นี่ผมกำลังทำอะไรลงไป'
ชายหนุ่มสบถในใจก่อนจะคลายอ้อมกอด เขามองหน้าหญิงสาวอีกครั้ง ใบหน้าหวานไร้ซึ่งน้ำตามีแต่สายตาที่ผิดหวังในตัวชายหนุ่มที่อยู่ข้างหน้า ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังมีปากเสียงกัน ธันวาก็รีบเข้ามาห้ามทั้งคู่ก่อนจะเลยเถิดไปมากกว่านี้
“นาย!...คุณไอร์!”
“.....”
เจ้าของชื่อทั้งสองหันมาทางต้นเสียงพร้อมกัน หญิงสาวได้จังหวะผลักผู้ชายตรงหน้าให้ออกจากอ้อมกอด นิ้วเรียวยาวเสยผมยาวดำของตัวเองอย่างลวกๆเพื่อระบายความหงุดหงิดที่มาพร้อมกับเสียงถอนหายใจที่ดังขึ้นระงับอารมณ์ที่มันกำลังฟุ้งซ่าน
“พี่ธันมีอะไรคะ”
“คุณต่อให้มาตามไปเข้าฉากครับ”
ชายหนุ่มเอ่ยบอกกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา นัยน์ตาคมมองสลับกับเธอและเจ้านายหนุ่มเพียงแค่เห็นสีหน้าของไอริน ธันวาถึงกับเลิกลั่กเล็กน้อย
“อ่อ! งั้นไปกันเลยค่ะ”
ธันวาพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะหันตัวเดินนำหญิงสาวออกไป ไอรินที่กำลังจะก้าวเดินตามก็ถูกมือหนาของพระเพลิงกระชากตัวกลับไปหาเขาอย่างแรงจนเธอเซถลาเล็กน้อยเพราะเสียการทรงตัว ดวงตาคู่สวยตวัดมองหน้าของชายหนุ่มอย่างคาดโทษ
“อะไรอีก?”
“จะจูบกับมัน....ก็นึกถึงจูบที่พี่สอนให้เธอเมื่อกี้นี้นะ”
นัยน์ตาคมเจ้าเล่ห์ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันอย่างจะเอาชนะหญิงสาวตรงหน้าแทบใจจะขาด
“จูบห่วยๆของพี่...ไอร์ไม่เอาไปใช้หรอก”
คนสวยเชิดหน้าใส่ก่อนจะสะบัดแขนที่ถูกรัดกุมออกอย่างแรงแล้วเดินออกไปปล่อยให้พระเพลิงยืนหัวเสียอยู่คนเดียวเพราะไม่สามารถทำอะไรคนตัวเล็กได้เลย
'ไอริน! เธอกล้ามากนะ'
ชายหนุ่มพูดออกมาเบาๆอย่างหัวเสีย มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะหยิบซองบุหรี่ยี่ห้อดังออกมาม้วนหนึ่ง เขายืนอัดสารนิโคตินเข้าปอดก่อนจะพ่นควันสีขาวออกมาให้สมองโล่งและใจเย็นลง ชายหนุ่มยืนสูบอยู่สักพักจนหมดม้วนโยนมันลงพื้นก่อนจะเหยียบให้ไฟที่เหลืออยู่ดับลง
18:00 น.
หลังจากที่พระเพลิงสงบสติอารมณ์อยู่พักใหญ่ก็เดินกลับไปที่บริเวณกองถ่าย แม้ว่าในใจจะยังคงคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งไร้อารมณ์ นัยน์ตาคมกริบมองกวาดไปรอบๆบรรยากาศของกองถ่ายตอนนี้เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง
“อ้าว! คุณเพลิงไปไหนมาคะ”
“คือ..ผมไป”
“อ่อ! เข้าใจค่ะ”
ชายหนุ่มไม่ต้องพูดอะไรมาก คิมก็พอจะเข้าใจเพราะเมื่อกี้ไอรินก็อารมณ์เสียจนเห็นได้ชัด เขาส่งยิ้มให้กับพระเพลิงเป็นการให้กำลังใจก่อนจะหันกลับไปสนใจโทรศัพท์ในมือไม่อย่างจะเซ้าซี้มาก
“แล้วนี่?”
“ฉากยัยไอร์ไม่มีแล้วค่ะ....ตอนนี้กำลังไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”
ยังไม่ทันที่พระเพลิงจะได้ถามจบ คิมมี่ก็สวนขึ้นมาทันทีพร้อมกับรอยยิ้มก่อนที่เขาจะเก็บโทรศัพท์ยันกายลุกขึ้นเต็มความสูงเดินเข้าไปหาธันวาเพื่อช่วยเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเตรียมตัวกลับ
“มาครับเดี๋ยวผมช่วย”
“ไม่เป็นไรครับนาย! เดี๋ยวผมช่วยคุณคิมเองครับ”
“คุณเพลิงรอยัยไอร์อยู่ตรงนี้แหละค่ะ เดี๋ยวพวกเราเอาของไปเก็บที่รถก่อน”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะยื่นกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ยื่นให้กับคิมมี่ เขาส่งยิ้มให้เป็นการขอบคุณก่อนจะเดินตามธันวาไปที่รถพร้อมกับกระเป๋าหลากหลายไซต์เต็มสองไม้สองมือ
ส่วนพระเพลิงก็รีบไปตามคนตัวเล็กที่ห้องแต่งตัวทันทีแต่ยังไม่ทันที่จะเดินไปถึง ไอรินก็เดินสวนออกมาก่อน
“ ไอร์เดี๋ยวก่อน”
“มีอะไรเหรอ?ซัน”
ผมเดินเข้าไปประกอบไอรินแล้วดึงเธอเข้ามาเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ไอร์หันมาส่งสายตาดุให้ผมก่อนจะหันกลับไปคุยกับไอ้หมอนั้น สายตาแพรวพราวของมันที่มองมามันก็ยิ่งกระตุ้นให้ผมรู้สึกไม่ชอบเลยสักนิด
“คือพอดี...เราอยากชวนไอร์ไปทานข้าว”
“ขอโทษนะซัน...ไว้คราวหน้าละกัน.....ไอร์อยากพักแล้วอ่ะ”
ไม่ต้องคิดอะไรนาน แค่อีกฝ่ายพูดจบไอรินก็สวนขึ้นมาทันที เธอส่งยิ้มให้เป็นการขอโทษ
“งั้นไม่เป็นไร....ครั้งหน้าได้ใช่ไหม”
“อืม! เราขอตัวก่อนนะ”
“ครับไอร์”
เอ่ยบอกกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่สายตาของเขาก็ยังคงไม่ละสายตาจากพระเพลิง เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังเล็ดลอดออกมา ไอรินถึงกับตวัดสายตามองคนด้านข้างอย่างไม่พอใจก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มหวานให้กับซันพลางโบกมือลาอีกฝ่าย
“พี่เพลิง! ปล่อยได้แล้ว”
“ทำไม! โอบแค่นี้ไม่ได้รึยัง”
เขากระชับแขนที่โอบเอวไอรินให้แน่นขึ้นจนเธอเซถลาเข้ามาหาแถมยังส่งสายตาดุตวัดมองใส่อย่างคาดโทษอีกหาก
“ อย่าหาเรื่อง...ไอร์ไม่อยากทะเลาะด้วยนะ...เหนื่อย!”
ผมคลายอ้อมแขนออกจากตัวไอรินแต่เปลี่ยนเป็นการจับมือแทน เราสองคนจับมือกันจนมาถึงที่รถ ไอร์คงเหนื่อยมากตลอดทางที่เดินมาเธอไม่สะบัดมือผมออกและก็ไม่ยอมพูดสักคำจนกลับมาถึงคอนโด
เพนท์เฮ้าส์พระเพลิง
21:00 น.
เมื่อไปส่งไอรินและคิมที่คอนโดเรียบร้อยแล้ว สองชายหนุ่มก็มุ่งหน้ากลับเพนท์เฮ้าส์ เมื่อมาถึงพระเพลิงก็เดินขึ้นห้องนอนของตัวเองที่อยู่ชั้นสองทันที โดยธันวาเองก็ไม่กล้าพูดอะไรสักคำได้แต่มองตามแผ่นหลังของเจ้านายหนุ่ม
เขาไม่กล้ายุ่งหรอก....
ผมปล่อยให้ไอร์ได้พักผ่อน วันนี้ยอมรับเลยว่าผมทำกับไอรินมากเกินไป..ไม่ใช่..ไม่อย่าง้อเธอนะแต่ตอนนี้เราสองคนกำลังร้อนทั้งคู่ ถ้าผมพูดอะไรออกไปกลัวว่ามันจะแย่กว่าเดิม
Rrrrrrrrrrrr
ครืด ครืด !
เสียงโทรศัพท์ที่กำลังเชื่อมลำโพงบลูทูธดังขึ้น ทำให้พระเพลิงถึงกับหลุดจากภวังค์เขาเดินออกจากห้องน้ำคว้าผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ตรงไปที่โต๊ะข้างหัวเตียง เสียงถอนหายใจดังขึ้นเมื่อเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นแม่ของเขาเอง
(ครับแม่)
(เพลิง....อยู่กับน้องรึเปล่า..แม่โทรหาไม่ติดเลย) น้ำเสียงปลายสายดูร้อนรนจนพระเพลิงจับสังเกตได้
(เปล่าครับแม่...ผมถึงบ้านแล้ว...แม่มีอะไรรึเปล่าครับถึงโทรหาไอร์)
ผมก็สงสัยอยู่ ปกติไอรินต้องรับสายแม่ผมทุกครั้งหรือจะหลับไปแล้ว.............
(วันนี้น้องทำงานหนักเหรอ ปกติรับสายแม่ทุกครั้ง)
(ครับ!คิวถ่ายตั้งแต่เช้า...นี่ผมพึ่งไปส่งที่คอนโดเอง..ที่แม่โทรไม่ติดไอร์อาจจะอาบน้ำอยู่ก็ได้ครับ)
(แม่รู้สึกใจคอไม่ดีนะ.....พอน้องไม่รับสายก็เลยอดเป็นห่วงไม่ได้ยิ่งอยู่ห้องคนเดียวด้วย)
เพราะความสนิทสนมของสองสาวทำให้ไม่แปลกที่แม่ของพระเพลิงจะเป็นห่วงไอรินมาก
(ไม่ต้องเป็นห่วงครับแม่...ไอร์ไม่เป็นอะไรหรอกครับ...เดี๋ยวน้องก็โทรกลับหาแม่เองนะ)
ผมปลอบแม่ให้หายกังวล...พอแม่วางโทรศัพท์ไป ผมก็รีบลงไปที่โรงเก็บรถทันที เอาจริงผมเองก็เป็นห่วงไอรินเหมือนกันอย่างที่จะเคลียร์ใจด้วยไม่อยากทำอะไรที่ผิดพลาดอีกแล้ว
คอนโดไอริน
23:00 น.
รถยนต์คันหรูได้เข้ามาจอดที่คอนโดเป็นที่เรียบร้อย ตลอดทางมาที่นี่พระเพลิงลองติดต่อหาไอรินอยู่หลายครั้งแต่หญิงสาวไม่รับโทรศัพท์เลย ชายหนุ่มรีบขึ้นไปที่ห้องของไอรินก่อนจะใส่รหัสเข้าห้องแล้วตรงไปที่ห้องนอนด้วยความเร็วพร้อมกับส่งเสียงเรียกเธออยู่ตลอดด้วยความเป็นห่วง
“ไอร์....อยู่ไหน?”
“....”
ตอนนี้ผมแทบบ้าไม่รู้ไอร์หายไปไหนในห้องนอนก็ไม่มี เห็นแต่โทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง ผมตะโกนหาไอร์อยู่สักพักก็ได้ยินเสียงของตกดังมาจากห้องน้ำ
“ไอริน!”
“พี่เพลิง! ห้ามเข้ามานะ”
ไอรินร้องห้ามผมไม่ให้เข้าไปหาเพราะตอนนี้เธอโป๊อยู่และนั่งอยู่ที่พื้นด้วยคิดว่าน่าจะล้ม ผมเลยกลับเข้าไปในห้องนอนเดินไปที่ตู้เสื้อก่อนจะหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำตัวใหม่มา
“พี่เพลิง....บอกว่าห้ามเข้ามา....ฟังกันบ้างไหม”
“......”
ชายหนุ่มไม่ฟังในสิ่งที่หญิงสาวร้องห้ามเลยแม้แต่น้อยคว้าเอาเสื้อคลุมอาบน้ำติดมือมาด้วย ค่อยๆเดินหลับตาเข้าไปในห้องอาบน้ำก่อนจะย่อตัวลง
“มานั่งอะไรตรงนี้...แล้วพี่เรียกตั้งนานก็ไม่ตอบ”
“ล้มอ่ะ! กำลังจะออกไปรับโทรศัพท์แต่ลื่น”
ผมมองดูที่เท้าของไอร์ตอนนี้มันเริ่มแดงและบวมมากแล้วน่าจะล้มแรงมากด้วยเพราะแค่เอามือแตะเธอก็สะดุ้งอย่างแรง แถมยังใช้สายตาด่าผมซะงั้นแต่ยอมได้ครับ.........
“โอ้ย! พี่เพลิง เจ็บ!”
“ต้องประคบมันเริ่มบวมแล้ว....กอดพี่ไว้”
เธอมองหน้าผมเป็นการปฏิเสธแต่ผมไม่สนหรอกนะ ผมช้อนตัวไอรินขึ้น อุ้มในท่าเจ้าสาวและพาไปนั่งที่โซฟา พระเพลิงค่อยๆนวดให้ คนตัวเล็กอย่างเบามือมากที่สุด ทั้งสองไม่คุยอะไรกันเลย พอเผลอสบตาทั้งคู่ก็จะเบี่ยงหน้าหนีทันที
เขานวดไปเรื่อยๆจนไอรินเผลอหลับไป ชายหนุ่มเลยอุ้มเธอไปที่เตียงนอนก่อนจะหาเสื้อมาเปลี่ยนให้ เมื่อเรียบร้อยหมดแล้ว
เขาก็ไม่ยอมกลับบ้านตัวเองด้วย....
ชายหนุ่มเดินไปปิดไฟในห้องทั้งหมดแล้วเดินกลับมาที่เตียง เขาแทรกตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนด้วยกันและดึงตัวเธอเข้ามาโอบกอดก่อนที่เขาจะหลับตามเธอไป
คลับ Elysiumชั้นสองที่ 2 ที่ห้องทำงาน พระเพลิงเดินมาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น ใบหน้าเปล่งปลั่งด้วยความสุข ภาพเด็กชายตัวน้อยที่ภรรยาส่งมาให้ดูทำให้หัวใจเขาพองโต เจ้าพีรินทร์อายุครบหนึ่งขวบแล้ว และเป็นเด็กที่ยิ้มเก่งเสียจนคนเป็นพ่ออดมองซ้ำไม่ได้“สวัสดีครับคุณเพลิง” เสียงทักทายของชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตูทำให้พระเพลิงเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์เขาส่งยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร พลางเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าด้านในของเสื้อสูท ก่อนจะเดินแทรกตัวเข้าไปด้านในห้องทำงาน เมื่ออีกฝ่ายเปิดประตูให้“อะไรกันวะ ไอ้เสือ” พระเพลิงขมวดคิ้ว เมื่อเห็นขวดไวน์หลายขวดวางเกลื่อนอยู่ตรงหน้า แถมเพื่อนรักก็ยกแก้วดื่มไม่วาง ราวกับกำลังมีเรื่องกลุ้มใจหนัก “ทำไมดื่มเยอะขนาดนี้วะ”“ก็พ่อกับปู่น่ะสิวะ” อธิวัชรสบถ พลางกระดกไวน์ในแก้วรวดเดียวหมด ก่อนจะคว้าขวดใหม่มารินเพิ่ม “บังคับให้กูแต่งงานกับยัยเด็กเจ้าจอม”พระเพลิงที่กำลังรินไวน์ใส่แก้วชะงักไปเล็กน้อย
ในที่สุดก็มาถึงวันที่ทุกคนเฝ้ารอสองตระกูลมาพร้อมหน้ากันที่หน้าห้องคลอด บรรยากาศอบอวลไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง หากแต่คนที่ออกอาการมากกว่าใคร เห็นจะเป็น เจ้าเสือ เพื่อนสนิทของพระเพลิง“เมื่อไรเจ้าหลานชายของผมจะออกมาสักทีล่ะครับ” เขาเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องคลอด สีหน้าเคร่งเครียดราวกับว่าคนที่อยู่ข้างในคือภรรยาของตัวเองเสียมากกว่า“เจ้าเสือ!” พงศ์พัฒน์เริ่มเวียนหัวกับภาพตรงหน้า จึงเอ่ยปรามเสียงเข้ม “แกตื่นเต้นยิ่งกว่าปู่ย่าตายายของเจ้าพีรินทร์อีกนะ”“โธ่ คุณอาครับ… ในห้องนั้นก็หลานผมเหมือนกันนะครับ” เสือเถียงกลับ น้ำเสียงแฝงความน้อยใจเล็ก ๆแม้เขาจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกับเจ้าพีรินทร์ หลานชายตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก หากแต่หัวใจของเขากลับผูกพันกับเด็กคนนี้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เห็นหน้าอย่างน้อย… เขาก็คือเพื่อนรักของพ่อมัน และสำหรับเจ้าเสือ แค่นั้นก็เพียงพอแล้วห้องพักของไอรินถูกตกแต่งไว้อย่างอบอุ่น ด
บ้านไม้สีขาวสองชั้นที่ถูกประดับไปแสงไฟ กลิ่นเทียนหอมช่วยสร้างบรรยากาศในยามค่ำคืนของริมทะเลให้โรแมนติกมากยิ่งขึ้น ดวงดาวนับสิบส่องประกายเล่นไฟไปทั่วท้องฟ้าอันมืดมิดเขาโอบเอวบางประคองหญิงสาวที่นั่งอยู่ขอบระเบียงชั้นสอง แขนเรียวทั้งสองดึงตัวชายหนุ่มเข้ามาประชิดตัวให้มากขึ้น ดวงตาคมมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างหลงใหล“ดวงดาวคืนนี้สวยมากเลยนะคะ”“ไม่เท่าไรนะ.....เมียพี่สวยกว่าเยอะเลย”“ปากหวานจังนะ”“ลองแล้วเหรอ??”ไอรินยืดตัวขึ้นบกจูบชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเร่าร้อน มือหนาโอบเอวบางเอาไว้แน่นก่อนจะช้อนอุ้มหญิงสาวขึ้น แขนแกร่งทั้งสองสอดเข้ารองรับสะโพกกลมของเธอ ประตูห้องนอนถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วโดยที่ทั้งคู่ยังคงแลกจูบกันอย่างดูดดื่ม“ปากหวานจริงด้วย”“เอาใจเก่งจังนะ คุณเมีย”กระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดออกอย่างรวดเร็วเผยให้เห็นกล้ามหน้าท้องเรียงตัวกันอย่างสวยงาม มือเล็กค่อยๆ ลูบไล้สัมผัสอย่างหลงใหล ปากหยักบดจูบปากนิ่มอย่างร้อนแรงกระตุ้นอารมณ์ของทั้งคู่“
เพนท์เฮ้าส์พระเพลิงหลังจากเสร็จสิ้นงานแต่งคู่รักข้าวใหม่ปลามันก็ตัวติดกันมากกว่าเดิมไม่ว่าจะได้ไหนทั้งสองก็ไม่เคยห่างกันเลยตอนนี้ไอรินได้เข้ามาเป็นผู้ช่วยของธันวาเพื่อที่จะได้เรียนรู้งานและช่วยพระเพลิงอีกแรง“คุณไอร์!! วันนี้เข้าประชุมกับนายนะครับเดี๋ยวพี่จะไปคุยกับลูกค้าข้างนอก”“ได้เลยค่ะ พี่ธัน”“งั้นพี่ไปก่อนนะ”ธันวาคว้ากุญแจรถแล้วเดินไปยังโรงจอดรถที่อยู่ข้างๆ โดยมีไอรินเดินถือกระเป๋าเอกสารตามมาติดๆ เธอวางทุกอย่างเอาไว้หลังรถ มือเล็กโบกมือลาชายหนุ่มก่อนที่ธันวาจะขับรถออกไป“ที่รัก~ จุ๊บ”“อื้อ พี่เพลิง~”ร่างกำยำอันเปลือยเปล่ามีเพียงกางเกงขายาวเท่านั้นที่ปกปิดส่วนล่างเอาไว้ เขาคว้าเสื้อมาสวมใส่ก่อนจะเดินลงมาจากชั้นสองอย่างอารมณ์ดีมือหนาโอบกอดคนตัวเล็กที่กำลังวุ่นอยู่กับโต๊ะอาหารจากด้านหลังก่อนจะขโมยหอมแก้มเธอทั้งสองข้างด้วยความเร็วเหมือนที่เคยทำ“ไอ้ธันออกไปแล้วเหรอ”“เมื่อกี้เลย บอกให้ไอร์เข้าประชุมกับพี่ด้วย&rdqu
ณ.บ้านรัตนกิจภายในบ้านถูกตกแต่งไปด้วยดอกไม้สีหวานหลากหลายชนิด รอบบริเวณทางเข้าของไร่และรีสอร์ตถูกประดับไปด้วยตุงและโคมล้านนาสีขาวทอง ลานกว้างสนามหน้าบ้านเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่มาช่วยกันทำบายศรี ขันดอกไม้และพานที่ใช้ในพิธี“พ่อ แม่ สวัสดีค่ะ”“พราว คิตตี้ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ...สบายดีนะลูก”“สบายดีค่ะ คิดถึงฝีมือทำกับข้าวของแม่มากเลย”คิตตี้และพราวเดินมาออดอ้อนลดาทันทีที่มาถึง อนาวินยิ้มให้ทั้งสองก่อนจะโอบกอดทั้งคู่ด้วยความคิดถึง มือหนาตบหลังของคิตตี้เบาๆ“มากันเหนื่อยๆ ไปพักเถอะลูก เดี๋ยวพ่อกับแม่จัดการเอง”“งั้นเราสองคนไปหายัยไอร์นะคะ”“ไปสิลูก....จัดดอกไม้อยู่กับพี่เพลิงด้านบน”ทั้งสองยิ้มให้กับผู้ใหญ่ก่อนจะเดินก้มศีรษะเล็กน้อยผ่านผู้ใหญ่หลายๆท่านเข้าบ้าน โดยมีปืนลูกน้องของบ้านรัตนกิจช่วยถือกระเป๋าของทั้งคู่ขึ้นไปไว้ในห้องนอนรับแขก“ยัยไอร์”“คิตตี้ คุณพราว ^ _ ^”ไอรินรี
แสงพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่พ้นเหนือน่านน้ำทะเลสีคราม ลมทะเลยามเช้าที่พัดผ่านไปมาและเสียงคลื่นที่กระทบกับชายฝั่งดังกึกก้องไปทั่วชายหาดสีขาด หญิงสาวในชุดเดรสกระโปรงยาวสีขาวที่ปลิวไปตามลมทะเลกับลมหายใจที่สูดเข้าเต็มปอดเพื่อเพิ่มพลังบวกให้แก่ชีวิต“ตื่นเช้าจังเลย”พระเพลิงเดินเข้ามาประชิดตัวด้านหลังของไอรินก่อนจะโอบกอดเธอ หญิงสาวหันกลับมาประจันหน้ากับชายหนุ่มมือเล็กทั้งสองโอบกอดเขาเอาไว้แน่น แล้วซบอกของพระเพลิงอย่างออดอ้อน มือลูบหลังของคนตัวเล็กอย่างแผ่วเบาก่อนจะค่อยๆโน้มตัวลงจูบที่ศีรษะของเธอ“น้องไอร์!!”เสียงทุ้มของเสือตะโกนเรียกหญิงสาวมาแต่ไกล คนตัวเล็กดันตัวออกจากอ้อมกอดของพระเพลิงทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียก ใบหน้าหล่อส่งสายตาดุใส่เพื่อนรักทันทีเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับใบหน้าที่เริงร่าของเพื่อน เสือยกยิ้มกลับอย่างไม่สนใจเพื่อนรักก่อนจะจับมือเล็กข้างซ้ายของไอรินอย่างแผ่วเบา“ซื้อมาฝาก....พี่เห็นว่ามันสวยดี”“ขอบคุณนะคะพี่เสือ”กำไลข้อมือที่ตกแต่งไปด้วยปลาดาวและเปลือกหอยสีสว
ก๊อก ก๊อก!ปัก ปัก!“พี่เพลิงง~ เปิดให้ไอร์หน่อยยย”อ๊อด อ๊อด!“พี่เพลิง~”หลังจากไปฉลองงานวันเกิดของเพื่อนรักอย่างคิตตี้คนตัวเล็กก็กลับห้องมาในสภาพเมามายเป็นอย่างมาก เธอใช้ศีรษะยันประตูเ
05:00 น.ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่มีเพียงศีรษะของชายหนุ่มที่โผล่พ้นเนื้อผ้าออกมาเท่านั้น มือหนากระชับตัวหญิงสาวเข้ามากอดไว้แน่น ใบหน้าหวานยังคงมุดเข้าหาอกแกร่งของเขาครืด ครืด!โทรศัพท์ที่สั่นอยู่ข้างหัวเตียงทำให้พระเพลิงต้องเอี้ยวตัวเล็กน้อยเพื่อไปหย
“ช่วงนี้พายุเข้าระวังตัวด้วยนะลูก ห้ามขับรถเด็ดขาด” เสียงปลายสายเอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วงพร้อมออกคำสั่งห้ามอย่างหนักแน่น“ไอร์ขับรถตอนกลางคืนไม่ได้....แม่ก็รู้”“ก็รู้ไงเลยให้เราระวังตัว...ถ้าช่วงนี้ถ้าคิมเขาไม่ว่างก็ให้พี่เพลิงไปรับ ไปส่งนะ”
13:00น.เสียงรถคันคุ้นเคยขับแล่นเข้ามาในบริเวณเพนท์เฮ้าส์ หญิงสาวในชุดเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่กางเกงยางยืดขาสั้นรีบวิ่งออกมารับหน้าผู้จัดการ“เจ๊คิม!”“ไม่ต้องมาอ้อนฉันเลย....ยัยไอริน”คนตัวเล็กรีบวิ่งมากอดผู้จัดการ