แชร์

บทที่ 8

ผู้เขียน: Happy Better
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-17 18:54:32

ผ่านไปไม่นานบุคคลที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เหล่าทีมงานถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะพวกเขาโดนผู้กำกับบ่นแล้วบ่นอีกจนทุกคนหมดอารมณ์ในการทำงาน ไม่ต่างจากนักแสดงท่านอื่นๆที่รอเข้าฉากกับทั้งสองคนแต่ก็ต้องทำงานกันต่อให้เสร็จไหนๆก็เสียเวลาแล้ว

“ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับที่ทำให้ต้องรอ พอดีผมท้องเสียครับเลยมาช้า”

ซันรีบวิ่งเข้ามาในกองถ่ายยกมือไหว้ผู้กำกับและเหล่าทีมงานรวมถึงนักแสดงท่านอื่นๆที่อยู่บริเวณโดยรอบแม้ว่าจะไร้การตอบรับจากนักแสดงท่านใหญ่แต่ก็ใช่ว่าชายหนุ่มจะสนใจ เขาเพียงแค่ทำไปอย่างนั้นเพราะตามมารยาท

“น้องซันเป็นยังไงบ้าง”

“ผมดีขึ้นแล้วครับพี่หวา”

เสียงทุ้มอ่อนลงพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนคนผู้จัดการส่วนตัวราวกับรู้ว่าตัวเองทำผิดร้ายแรง

“ดีแล้ว....รีบไปเตรียมตัวเถอะคนอื่นเขารอนานแล้ว”

“ครับ!พี่หวา”

เขาตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ส่งยิ้มให้กับเขาอีกครั้งก่อนจะเบี่ยงตัวออกไป

หวาผู้จัดการรีบพาซันพระเอกของเขาไปที่ห้องแต่งตัวอย่างรวดเร็วถึงแม้ว่าซันจะมาแล้วแต่ทุกคนก็ยังวุ่นวายพยายามติดต่อหาน้ำหวานแต่เธอก็ยังไม่ยอมรับสายเหมือนเดิม

รอได้ไม่นานเธอก็มาถึงและก็พูดเหมือนกับซันทุกอย่างจนเหล่าทีมงานได้แต่ส่ายหน้าให้กับทั้งสองโดยไม่ให้พวกเธอได้รู้ตัว

“สวัสดีค่ะพี่คิมมี่.....อุ้ย!ใครคะ....หล่อจัง”

“สวัสดีฉัน!! ก็มองหน้าฉันด้วยน้ำหวาน”

น้ำหวานเดินเข้ามาหาคิมมี่ที่นั่งอยู่กับพระเพลิงในเต็นท์รับรอง หญิงสาวเอาแต่มองชายหนุ่มจนคิมมี่ต้องพูดดักคอเพราะพอจะรู้นิสัยของผู้หญิงตรงหน้า

“น้ำหวานนะคะ...คุณ?”

เธอส่งสายตาแพรวพราวพร้อมกับรอยยิ้มกรุ่มกริ่มให้กับชายหนุ่มตรงหน้า

“ผมเพลิงครับ”

“ชื่อร้อนแรงจังเลยค่ะ”

เจ้าหล่อนดัดเสียงเล็กน้อยให้ดูน่ารัก ยังคงว่านเสน่ห์ใส่เขาอย่างไม่ยอมแพ้

เขาตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉยก่อนจะแสยะยิ้มให้กับคำพูดของเธอ ผู้หญิงตรงหน้าไม่ธรรมดาจริงๆ สายตาอันเย้ายวนยังคงมองมาเหมือนได้เหยื่อที่ถูกใจและพร้อมที่จะเอาใจชายหนุ่มคนนี้

“น้ำหวานชอบรอยสักที่แขนคุณจัง.....งูตัวใหญ่!”

“......”

'ให้ตายเถอะ! ถ้าตอนนี้ผมไม่ตามง้อไอรินนะ ผู้หญิงคนนี้ได้โดนผมกดจมเตียงแน่ '

ชายหนุ่มสบถในใจก่อนส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับผู้หญิงตรงหน้า ทั้งสองยังคงส่งสายตามยั่วยวนให้แก่กันอยู่สักพักเหมือนทั้งคู่กำลังถูกใจกันก่อนจะถูกขัดจังหวะขึ้นเมื่อคิมมี่รู้สึกถึงกลิ่นแปลกๆและกลัวว่าจะเกิดเรื่องเกินเลยขึ้นเกินกว่าที่จะควบคุมได้

“อย่าไปสนใจเลยค่ะ คุณเพลิง”

“แหม่! พี่คิมจะเก็บไว้กินคนเดียวเหรอคะ”

คนสวยรีบสวนขึ้นมาทันทีก่อนจะส่งสายตาใส่คิมมี่ด้วยความไม่พอใจที่อีกฝ่ายโพล่งขึ้นมาขัดจังหวะ 

“น้ำหวาน....เธอชักจะลามปามไปแล้วนะ”

หญิงสาวเชิดหน้าใส่อย่างไม่แคร์ ไม่สนว่าคิมมี่ที่นั่งอยู่ข้างๆของพระเพลิงจะพูดขึ้นเสียงใส่เธอ น้ำหวานยังคงส่งสายตายั่วยวนใส่ชายหนุ่มรูปหล่อด้วยความสนใจเต็มที่ ถ้าไม่ติดว่าต้องทำงานเธอคงลากพระเพลิงไปจัดให้ถึงใจแล้ว

“ ไอริน!”

“ค่ะ! พี่ต่อ”

เสียงที่คุ้นเคยทำให้พระเพลิงถึงกับรีบหันไปมองทางต้นเสียงทันที ดวงตาคมสบเข้ากับดวงตากลมโตของหญิงสาวที่กำลังเดินมาอย่างพอดิบพอดี

เขาเดินตรงมาหาไอรินที่กลับมาจากห้องน้ำก่อนจะพูดบรีฟฉากที่จะถ่ายในขณะที่น้ำหวานยังคงมองชายหนุ่มอย่างไม่ละสายตา

“ฉากนี้....พี่ขอดูดดื่มเหมือนไม่ได้เจอคนรักมานานมาก.....โอเคไหม”

“ไม่!”

จู่ๆชายหนุ่มก็ลุกขึ้นแล้วพูดโพล่งขึ้นมา ทำเอาผู้กำกับและไอริน ถึงกับหันมาทางพระเพลิงอย่างรวดเร็ว

“.......”

“คุณเพลิงเขาหมายถึง ไม่มีปัญหาค่ะ พี่ต่อ”

คิมมี่รีบเปลี่ยนคำพูดของพระเพลิงอย่างรวดเร็ว ผู้กำกับพยักหน้าให้ไอรินกับคิมมี่ก่อนจะเดินออกไป

“ไอร์! เราไปซ้อมจังหวะกันหน่อยมั้ย....ซันกลัวพลาด.....พี่ต่อขอเทคเดียวด้วย”

ซันที่เดินตามพี่ต่อมารีบเอ่ยชวนนางเอกคู่ขวัญของเขาทันทีเมื่อผู้กำกับเดินออกไปจากวงสนทนาแต่เหมือนว่าพระเพลิงจะไม่ค่อยจะพอใจมากนักเพราะรังสีอำมหิตจากนัยน์ตาคนมันกำลังกระจายสาดใส่เต็มที่

“เดี๋ยวเราตามไป...ซันไปก่อนเลย”

ผมมองหน้าไอรินอย่างไม่สบอารมณ์รู้ว่าเป็นงานแต่ก็ทำใจไม่ได้ที่จะเห็นไอร์จูบกับผู้ชายคนอื่นแต่เหมือนผู้หญิงอีกคนจะรู้ว่าผมคิดอะไรและดูเหมือนว่าเธอจะไม่ค่อยชอบไอริน

“คุณเพลิงไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ...ไอริน!เขาเก่งเทคเดียวก็ผ่านแล้ว”

“รู้จักกันเหรอ?”

สายตาคู่นั้นมองหน้าพระเพลิงกับน้ำหวานสลับกันก่อนจะส่งสายตากดดันให้ชายหนุ่มตอบกลับคำถามของเธอ ดวงตาคู่สวยเริ่มฉายแววแห่งความไม่พอใจออกมา

ยิ่งยืนยันความคิดของพระเพลิงเข้าไปอีกว่าสองสาวไม่ลงรอยกันแน่ๆ....

“มานี่!”

“พี่เพลิง! จะไปไหน...ไอร์เจ็บนะ”

ผมกระชากแขนไอรินให้เดินตามออกมาโดยไม่สนสายตานับสิบที่มองมาทางพวกเราหลังจากลับสายตาผู้คนไอรินก็สะบัดมือผมออกอย่างแรงแต่คิดเหรอว่าจะยอมปล่อย

“พี่เพลิง! ไอร์บอกว่าเจ็.... อือ”

“.......”

ผมไม่ปล่อยให้ไอร์พูดจบกระชากเข้าหาตัวแล้วบดจูบไอรินอย่างแรง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในโพรงปากมันยิ่งกระตุ้นให้ผมอย่างจะจูบเธอ มอบความเร่าร้อนเหมือนเป็นการฝึกซ้อมบทให้ไอริน

ปัก!

            เสียงกำปั้นเล็กทุบเข้าที่ด้านหลังของชายหนุ่มอย่างแรงจนเกิดเสียงแต่มันก็ไม่ได้ทำให้พระเพลิงถอนจูบออกแถมเขายังเพิ่มความเร่าร้อนให้จูบนี้มันดูดดื่มมากยิ่งขึ้น  ไอรินรวบรวมแรงทั้งหมดผลักคนตัวโตที่เอาแต่ใจให้ถอนจูบออกได้สำเร็จ

เพี้ยะ!

ฝ่ามือเล็กปะทะเข้าใบหน้าหล่อของชายหนุ่มอย่างแรงจนพระเพลิงหันไปตามแรงตบ รีบโกยอากาศเข้าปอดอย่างรวดเร็วเพราะเมื่อกี้เขาแทบจะสูบเธอเข้าไปอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าไปอดยากปากแห้งมาจากไหนก่อนที่ไอรินจะตวัดสายตามองพระเพลิงด้วยความไม่พอใจ

“มือหนักชะมัด”

พระเพลิงใช้ลิ้นดุนมุมปากข้างที่โดนตบ มือหนาเช็ดที่มุมปากเผยให้เห็นเลือดซึมออกมา

“ทำบ้าอะไรของพี่เนี่ย....ไอร์บอกแล้วใช่ไม่ว่า...อือ”

“......”

ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้หญิงสาวได้พูดจบเขากระชากเธอเข้ามาจูบอีกครั้ง มือหนาอีกข้างล็อคเข้าที่ต้นคอเรียวระหงของไอรินเพื่อไม่ให้เธอได้หันหนี ส่วนมือหนาอีกข้างก็โอบเอวบางของหญิงสาวไว้แน่นถึงแม้เธอจะดิ้นก็ตาม

'อีกแล้วยังพูดไม่จบเลย พี่เพลิงมือไวชะมัด'

หญิงสาวสบถในใจ เขามอบจูบที่เร่าร้อนและร้อนแรงมากยิ่งขึ้นจนไอรินเหมือนจะเริ่มเคลิ้มตามแต่เธอก็เรียกสติกลับมาได้ ใช้แรงทั้งหมดที่มีอีกครั้งให้คนเอาแต่ใจถอนจูบออกก่อนจะวาดฝ่ามือเล็กปะทะเข้าที่ใบหน้าหล่อของพระเพลิงตำแหน่งเดิมอีกครั้งด้วยความแรงที่มากขึ้น

“ไอริน!”

“พี่ไม่มีสิทธิ์!”

คนตัวเล็กตวาดใส่อีกฝ่ายพร้อมกับสายตาแข็งกร้าวที่มองเขาด้วยความผิดหวัง ความรู้สึกของเธอหลากหลายไปหมดไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับเขาดี

“ไม่มีสิทธิ์!”

“อือ! ปล่อยไอร์นะ”

ไอร์ตบหน้าผมอีกครั้งในตำแหน่งเดิม เธอเอาแต่พูดว่าไม่มีสิทธิ์ แม่งเอ่ย! ผมโมโหมากเลยกระชากเธอเข้ามากอดอีกครั้ง กระชับให้แน่นมากขึ้น

แม้ว่าจะพยายามขัดขืนมากก็ตาม.......

“สิทธิ์ที่เธอพูดถึง...พี่ว่า..พี่ได้มันมาแล้วนะ”

“อะไรของพี่?”

ถามกลับด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวพร้อมกับแววตาแห่งความไม่พอใจพลางใช้มือเล็กยันหน้าอกแกร่งของเขาเพื่อรักษาระยะห่างแม้ว่าพระเพลิงก็ยังคงกอดรัดแน่นอย่างไม่ยอมปล่อย 

“ก็เมื่อกี้เธอจูบตอบพี่”

“หุบปากไปเลยนะพี่เพลิง”

“ครั้งนี้พี่ได้สิทธิ์จูบไอร์....ครั้งหน้าพี่อาจได้สิทธิ์ที่มากกว่านั้น”

น้ำเสียงทุ้มอ่อนลงไล่สายตาเจ้าเล่ห์มองไปตามเรือนร่างของหญิงสาวในอ้อมกอดก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้ร่ายกายของเธอแนบชิดกับเขา

“อย่าทำให้ไอร์ต้องเกลียดพี่ไปมากกว่านี้”

“....”

ผมโน้มตัวลงกำลังจะจูบไอร์แต่เธอกลับพูดขึ้นมาซะก่อน คำพูดของไอรินทำให้ผมหยุดชะงัก ภาพในอดีตที่ผมเคยทำผิดพลาดมันย้อมกลับเข้ามาอีกครั้ง

'นี่ผมกำลังทำอะไรลงไป'

ชายหนุ่มสบถในใจก่อนจะคลายอ้อมกอด เขามองหน้าหญิงสาวอีกครั้ง ใบหน้าหวานไร้ซึ่งน้ำตามีแต่สายตาที่ผิดหวังในตัวชายหนุ่มที่อยู่ข้างหน้า ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังมีปากเสียงกัน ธันวาก็รีบเข้ามาห้ามทั้งคู่ก่อนจะเลยเถิดไปมากกว่านี้

“นาย!...คุณไอร์!”

“.....”

เจ้าของชื่อทั้งสองหันมาทางต้นเสียงพร้อมกัน หญิงสาวได้จังหวะผลักผู้ชายตรงหน้าให้ออกจากอ้อมกอด นิ้วเรียวยาวเสยผมยาวดำของตัวเองอย่างลวกๆเพื่อระบายความหงุดหงิดที่มาพร้อมกับเสียงถอนหายใจที่ดังขึ้นระงับอารมณ์ที่มันกำลังฟุ้งซ่าน

“พี่ธันมีอะไรคะ”

“คุณต่อให้มาตามไปเข้าฉากครับ”

ชายหนุ่มเอ่ยบอกกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา นัยน์ตาคมมองสลับกับเธอและเจ้านายหนุ่มเพียงแค่เห็นสีหน้าของไอริน ธันวาถึงกับเลิกลั่กเล็กน้อย

“อ่อ! งั้นไปกันเลยค่ะ”

ธันวาพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะหันตัวเดินนำหญิงสาวออกไป ไอรินที่กำลังจะก้าวเดินตามก็ถูกมือหนาของพระเพลิงกระชากตัวกลับไปหาเขาอย่างแรงจนเธอเซถลาเล็กน้อยเพราะเสียการทรงตัว ดวงตาคู่สวยตวัดมองหน้าของชายหนุ่มอย่างคาดโทษ

“อะไรอีก?”

“จะจูบกับมัน....ก็นึกถึงจูบที่พี่สอนให้เธอเมื่อกี้นี้นะ”

นัยน์ตาคมเจ้าเล่ห์ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันอย่างจะเอาชนะหญิงสาวตรงหน้าแทบใจจะขาด

“จูบห่วยๆของพี่...ไอร์ไม่เอาไปใช้หรอก”

คนสวยเชิดหน้าใส่ก่อนจะสะบัดแขนที่ถูกรัดกุมออกอย่างแรงแล้วเดินออกไปปล่อยให้พระเพลิงยืนหัวเสียอยู่คนเดียวเพราะไม่สามารถทำอะไรคนตัวเล็กได้เลย

'ไอริน! เธอกล้ามากนะ'

ชายหนุ่มพูดออกมาเบาๆอย่างหัวเสีย มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะหยิบซองบุหรี่ยี่ห้อดังออกมาม้วนหนึ่ง          เขายืนอัดสารนิโคตินเข้าปอดก่อนจะพ่นควันสีขาวออกมาให้สมองโล่งและใจเย็นลง ชายหนุ่มยืนสูบอยู่สักพักจนหมดม้วนโยนมันลงพื้นก่อนจะเหยียบให้ไฟที่เหลืออยู่ดับลง

18:00 น.

หลังจากที่พระเพลิงสงบสติอารมณ์อยู่พักใหญ่ก็เดินกลับไปที่บริเวณกองถ่าย แม้ว่าในใจจะยังคงคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งไร้อารมณ์ นัยน์ตาคมกริบมองกวาดไปรอบๆบรรยากาศของกองถ่ายตอนนี้เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง

“อ้าว! คุณเพลิงไปไหนมาคะ”

“คือ..ผมไป”

“อ่อ! เข้าใจค่ะ”

ชายหนุ่มไม่ต้องพูดอะไรมาก คิมก็พอจะเข้าใจเพราะเมื่อกี้ไอรินก็อารมณ์เสียจนเห็นได้ชัด เขาส่งยิ้มให้กับพระเพลิงเป็นการให้กำลังใจก่อนจะหันกลับไปสนใจโทรศัพท์ในมือไม่อย่างจะเซ้าซี้มาก

“แล้วนี่?”

“ฉากยัยไอร์ไม่มีแล้วค่ะ....ตอนนี้กำลังไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”

            ยังไม่ทันที่พระเพลิงจะได้ถามจบ คิมมี่ก็สวนขึ้นมาทันทีพร้อมกับรอยยิ้มก่อนที่เขาจะเก็บโทรศัพท์ยันกายลุกขึ้นเต็มความสูงเดินเข้าไปหาธันวาเพื่อช่วยเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเตรียมตัวกลับ

“มาครับเดี๋ยวผมช่วย”

“ไม่เป็นไรครับนาย! เดี๋ยวผมช่วยคุณคิมเองครับ”

“คุณเพลิงรอยัยไอร์อยู่ตรงนี้แหละค่ะ เดี๋ยวพวกเราเอาของไปเก็บที่รถก่อน”

            ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะยื่นกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ยื่นให้กับคิมมี่ เขาส่งยิ้มให้เป็นการขอบคุณก่อนจะเดินตามธันวาไปที่รถพร้อมกับกระเป๋าหลากหลายไซต์เต็มสองไม้สองมือ

ส่วนพระเพลิงก็รีบไปตามคนตัวเล็กที่ห้องแต่งตัวทันทีแต่ยังไม่ทันที่จะเดินไปถึง ไอรินก็เดินสวนออกมาก่อน

“ ไอร์เดี๋ยวก่อน”

“มีอะไรเหรอ?ซัน”

ผมเดินเข้าไปประกอบไอรินแล้วดึงเธอเข้ามาเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ไอร์หันมาส่งสายตาดุให้ผมก่อนจะหันกลับไปคุยกับไอ้หมอนั้น สายตาแพรวพราวของมันที่มองมามันก็ยิ่งกระตุ้นให้ผมรู้สึกไม่ชอบเลยสักนิด

“คือพอดี...เราอยากชวนไอร์ไปทานข้าว”

“ขอโทษนะซัน...ไว้คราวหน้าละกัน.....ไอร์อยากพักแล้วอ่ะ”

ไม่ต้องคิดอะไรนาน แค่อีกฝ่ายพูดจบไอรินก็สวนขึ้นมาทันที เธอส่งยิ้มให้เป็นการขอโทษ

“งั้นไม่เป็นไร....ครั้งหน้าได้ใช่ไหม”

“อืม! เราขอตัวก่อนนะ”

“ครับไอร์”

            เอ่ยบอกกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่สายตาของเขาก็ยังคงไม่ละสายตาจากพระเพลิง  เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังเล็ดลอดออกมา ไอรินถึงกับตวัดสายตามองคนด้านข้างอย่างไม่พอใจก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มหวานให้กับซันพลางโบกมือลาอีกฝ่าย

“พี่เพลิง! ปล่อยได้แล้ว”

“ทำไม! โอบแค่นี้ไม่ได้รึยัง”

เขากระชับแขนที่โอบเอวไอรินให้แน่นขึ้นจนเธอเซถลาเข้ามาหาแถมยังส่งสายตาดุตวัดมองใส่อย่างคาดโทษอีกหาก

“ อย่าหาเรื่อง...ไอร์ไม่อยากทะเลาะด้วยนะ...เหนื่อย!”

ผมคลายอ้อมแขนออกจากตัวไอรินแต่เปลี่ยนเป็นการจับมือแทน เราสองคนจับมือกันจนมาถึงที่รถ ไอร์คงเหนื่อยมากตลอดทางที่เดินมาเธอไม่สะบัดมือผมออกและก็ไม่ยอมพูดสักคำจนกลับมาถึงคอนโด

เพนท์เฮ้าส์พระเพลิง

21:00 น.

เมื่อไปส่งไอรินและคิมที่คอนโดเรียบร้อยแล้ว สองชายหนุ่มก็มุ่งหน้ากลับเพนท์เฮ้าส์ เมื่อมาถึงพระเพลิงก็เดินขึ้นห้องนอนของตัวเองที่อยู่ชั้นสองทันที โดยธันวาเองก็ไม่กล้าพูดอะไรสักคำได้แต่มองตามแผ่นหลังของเจ้านายหนุ่ม

เขาไม่กล้ายุ่งหรอก....

ผมปล่อยให้ไอร์ได้พักผ่อน วันนี้ยอมรับเลยว่าผมทำกับไอรินมากเกินไป..ไม่ใช่..ไม่อย่าง้อเธอนะแต่ตอนนี้เราสองคนกำลังร้อนทั้งคู่ ถ้าผมพูดอะไรออกไปกลัวว่ามันจะแย่กว่าเดิม

Rrrrrrrrrrrr

ครืด ครืด !

เสียงโทรศัพท์ที่กำลังเชื่อมลำโพงบลูทูธดังขึ้น ทำให้พระเพลิงถึงกับหลุดจากภวังค์เขาเดินออกจากห้องน้ำคว้าผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ตรงไปที่โต๊ะข้างหัวเตียง เสียงถอนหายใจดังขึ้นเมื่อเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นแม่ของเขาเอง

(ครับแม่)

(เพลิง....อยู่กับน้องรึเปล่า..แม่โทรหาไม่ติดเลย) น้ำเสียงปลายสายดูร้อนรนจนพระเพลิงจับสังเกตได้

(เปล่าครับแม่...ผมถึงบ้านแล้ว...แม่มีอะไรรึเปล่าครับถึงโทรหาไอร์)

ผมก็สงสัยอยู่ ปกติไอรินต้องรับสายแม่ผมทุกครั้งหรือจะหลับไปแล้ว.............

(วันนี้น้องทำงานหนักเหรอ ปกติรับสายแม่ทุกครั้ง)

(ครับ!คิวถ่ายตั้งแต่เช้า...นี่ผมพึ่งไปส่งที่คอนโดเอง..ที่แม่โทรไม่ติดไอร์อาจจะอาบน้ำอยู่ก็ได้ครับ)

(แม่รู้สึกใจคอไม่ดีนะ.....พอน้องไม่รับสายก็เลยอดเป็นห่วงไม่ได้ยิ่งอยู่ห้องคนเดียวด้วย)

เพราะความสนิทสนมของสองสาวทำให้ไม่แปลกที่แม่ของพระเพลิงจะเป็นห่วงไอรินมาก

(ไม่ต้องเป็นห่วงครับแม่...ไอร์ไม่เป็นอะไรหรอกครับ...เดี๋ยวน้องก็โทรกลับหาแม่เองนะ)

ผมปลอบแม่ให้หายกังวล...พอแม่วางโทรศัพท์ไป ผมก็รีบลงไปที่โรงเก็บรถทันที เอาจริงผมเองก็เป็นห่วงไอรินเหมือนกันอย่างที่จะเคลียร์ใจด้วยไม่อยากทำอะไรที่ผิดพลาดอีกแล้ว               

คอนโดไอริน

23:00 น.

รถยนต์คันหรูได้เข้ามาจอดที่คอนโดเป็นที่เรียบร้อย ตลอดทางมาที่นี่พระเพลิงลองติดต่อหาไอรินอยู่หลายครั้งแต่หญิงสาวไม่รับโทรศัพท์เลย ชายหนุ่มรีบขึ้นไปที่ห้องของไอรินก่อนจะใส่รหัสเข้าห้องแล้วตรงไปที่ห้องนอนด้วยความเร็วพร้อมกับส่งเสียงเรียกเธออยู่ตลอดด้วยความเป็นห่วง

“ไอร์....อยู่ไหน?”

“....”

ตอนนี้ผมแทบบ้าไม่รู้ไอร์หายไปไหนในห้องนอนก็ไม่มี เห็นแต่โทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง ผมตะโกนหาไอร์อยู่สักพักก็ได้ยินเสียงของตกดังมาจากห้องน้ำ

“ไอริน!”

“พี่เพลิง! ห้ามเข้ามานะ”

ไอรินร้องห้ามผมไม่ให้เข้าไปหาเพราะตอนนี้เธอโป๊อยู่และนั่งอยู่ที่พื้นด้วยคิดว่าน่าจะล้ม ผมเลยกลับเข้าไปในห้องนอนเดินไปที่ตู้เสื้อก่อนจะหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำตัวใหม่มา

“พี่เพลิง....บอกว่าห้ามเข้ามา....ฟังกันบ้างไหม”

“......”

ชายหนุ่มไม่ฟังในสิ่งที่หญิงสาวร้องห้ามเลยแม้แต่น้อยคว้าเอาเสื้อคลุมอาบน้ำติดมือมาด้วย ค่อยๆเดินหลับตาเข้าไปในห้องอาบน้ำก่อนจะย่อตัวลง

“มานั่งอะไรตรงนี้...แล้วพี่เรียกตั้งนานก็ไม่ตอบ”

“ล้มอ่ะ! กำลังจะออกไปรับโทรศัพท์แต่ลื่น”

ผมมองดูที่เท้าของไอร์ตอนนี้มันเริ่มแดงและบวมมากแล้วน่าจะล้มแรงมากด้วยเพราะแค่เอามือแตะเธอก็สะดุ้งอย่างแรง แถมยังใช้สายตาด่าผมซะงั้นแต่ยอมได้ครับ.........

“โอ้ย! พี่เพลิง เจ็บ!”

“ต้องประคบมันเริ่มบวมแล้ว....กอดพี่ไว้”

เธอมองหน้าผมเป็นการปฏิเสธแต่ผมไม่สนหรอกนะ ผมช้อนตัวไอรินขึ้น อุ้มในท่าเจ้าสาวและพาไปนั่งที่โซฟา พระเพลิงค่อยๆนวดให้ คนตัวเล็กอย่างเบามือมากที่สุด ทั้งสองไม่คุยอะไรกันเลย พอเผลอสบตาทั้งคู่ก็จะเบี่ยงหน้าหนีทันที

เขานวดไปเรื่อยๆจนไอรินเผลอหลับไป ชายหนุ่มเลยอุ้มเธอไปที่เตียงนอนก่อนจะหาเสื้อมาเปลี่ยนให้ เมื่อเรียบร้อยหมดแล้ว

เขาก็ไม่ยอมกลับบ้านตัวเองด้วย....

ชายหนุ่มเดินไปปิดไฟในห้องทั้งหมดแล้วเดินกลับมาที่เตียง เขาแทรกตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนด้วยกันและดึงตัวเธอเข้ามาโอบกอดก่อนที่เขาจะหลับตามเธอไป

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • MY Destiny | รักของเพลิง   บทที่ 10

    ช่วงสายของอีกวันบริษัท พฤกษา กรุ๊ปพระเพลิงเลื่อนประชุมในช่วงเช้ามาเป็นประชุมในช่วงบ่ายแทนเพราะประชุมในวันนี้ไม่ได้สำคัญอะไรมาก ภายในห้องทำงานของประธานหนุ่ม มีรูปนับสิบปรากฏขึ้นในไอแพดมีทั้งภาพข่าวและรูปแอบถ่าย“กระจายไปทั่วเลยครับ...แฟนคลับต่างพากันดีใจกับคู่นี้เป็นอย่างมาก”“นี่มัน!ปั่นกระแสด้วยตัวเองเลยเหรอว่ะ”ชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจ เขากำลังไล่ดูรูปและข่าวต่างๆ ที่ธันวาเอามาให้ดูก๊อก ก๊อก!“ขออนุญาตค่ะท่านประธาน”ในระหว่างที่พระเพลิงกำลังพิจารณารูปภาพต่างๆ ของไอรินกับซัน ก็ถูกเลขาหน้าห้องขัดจังหวะ เขาปิดไอแพดลงก่อนยื่นมันให้ธันวาที่นั่งอยู่เก้าอี้ด้านหน้า“เข้ามาครับ!”หลังจากสิ้นเสียงท่านประธานหนุ่ม รินเลขาคนสวยก็เดินเข้ามาในห้องทำงาน เธอเดินไปอยู่หน้าโต๊ะของประธานหนุ่มส่งสายตาให้ธันวาออกไปข้างนอก แต่ก็ไร้ผล ธันวานั่งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อยู่อย่างนั้น“คุณรินมีอะไรครับ.....เหลืออีกตั้งห้านาทีกว่าจะถึงเวลาประชุม”“อ่อ! รินแค่จะเอาเอกสารการประชุมมา

  • MY Destiny | รักของเพลิง   บทที่ 9

    ช่วงสายของอีกวัน ความแรงของพระอาทิตย์ที่สาดแสงสว่างเข้ามาภายในห้อง ก็ไม่ได้มีผลเพราะภายในห้องที่ปิดมืดสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ดังเล็ดลอดออกมา ไอรินซุกตัวเข้าหาอกแกร่งของชายหนุ่มเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย มือหนากระชับตัวหญิงสาวให้แน่นขึ้น ทั้งๆที่ทั้งสองยังคงหลับสนิทเพราะความง่วงครืด ครืด ! ความสั่นสะเทือนของโทรศัพท์ที่วางอยู่หัวเตียงทำให้คนตัวโตควานหาโทรศัพท์อยากรวดเร็ว เขารับสายทันทีเมื่อหยิบมันขึ้นมาได้ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าใครโทรมา(ไอร์....” เสียงเรียกดูสนิทกันมาก “ซันเอง....เดี๋ยวตอนเที่ยงเข้าไปรับที่คอนโดนะ)“......”พระเพลิงถึงกับขมวดคิ้ว เขาลืมตาขึ้นมาดูที่โทรศัพท์อีกครั้ง เมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรเข้ามา เขาก็กดวางสายทันทีโดยไม่ตอบอะไร ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมและกระชับคนตัวเล็กที่กำลังหลับ เขาโน้มตัวลงกดจูบที่หน้าผากมนของเธออย่างแผ่วเบา“ไอร์”“อืออ”พระเพลิงกระซิบเรียกหญิงสาวในอ้อมกอดเบาๆข้างใบหูของเธอ หญิงสาวเองก็ตอบรับอย่างแผ่วเบา“ไอริน!”

  • MY Destiny | รักของเพลิง   บทที่ 8

    ผ่านไปไม่นานบุคคลที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เหล่าทีมงานถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะพวกเขาโดนผู้กำกับบ่นแล้วบ่นอีกจนทุกคนหมดอารมณ์ในการทำงาน ไม่ต่างจากนักแสดงท่านอื่นๆที่รอเข้าฉากกับทั้งสองคนแต่ก็ต้องทำงานกันต่อให้เสร็จไหนๆก็เสียเวลาแล้ว“ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับที่ทำให้ต้องรอ พอดีผมท้องเสียครับเลยมาช้า”ซันรีบวิ่งเข้ามาในกองถ่ายยกมือไหว้ผู้กำกับและเหล่าทีมงานรวมถึงนักแสดงท่านอื่นๆที่อยู่บริเวณโดยรอบแม้ว่าจะไร้การตอบรับจากนักแสดงท่านใหญ่แต่ก็ใช่ว่าชายหนุ่มจะสนใจ เขาเพียงแค่ทำไปอย่างนั้นเพราะตามมารยาท“น้องซันเป็นยังไงบ้าง”“ผมดีขึ้นแล้วครับพี่หวา”เสียงทุ้มอ่อนลงพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนคนผู้จัดการส่วนตัวราวกับรู้ว่าตัวเองทำผิดร้ายแรง“ดีแล้ว....รีบไปเตรียมตัวเถอะคนอื่นเขารอนานแล้ว”“ครับ!พี่หวา”เขาตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ส่งยิ้มให้กับเขาอีกครั้งก่อนจะเบี่ยงตัวออกไปหวาผู้จัดการรีบพาซันพระเอกของเขาไปที่ห้องแต่งตัวอย่างรวดเร็วถึงแม้ว่าซันจะมาแล้วแต่ทุกคนก็ยังวุ่นวายพยายามติดต่อหาน้ำหวานแต่เธอก็ยังไม่

  • MY Destiny | รักของเพลิง   บทที่ 7

    ณ.กองละครวันอาทิตย์ที่แสนจะหนักหน่วง เนื่องจากไอรินมีคิวถ่ายทั้งวันเช้านี้เลยต้องรีบมาเตรียมตัวก่อนในกลุ่มของนักแสดง หญิงสาวมาถึงก่อนเป็นคนแรกและวันนี้ ไอรินก็พ่วงพี่เลี้ยงมาด้วยถึงสามคน แม้ว่าเธอจะไม่อยากให้มาด้วยก็ตามโดยเฉพาะสองหนุ่ม“สวัสดีค่ะพี่ต่อ” เสียงสดใสดังขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่ยกขึ้นไหว้อีกฝ่าย“ไอรินมาแต่เช้าเลย...สองหนุ่มด้านหลังใครเนี่ย..ไม่เคยเห็นหน้าเลย”เขารับไหว้เธออย่างเป็นกันเอง ก่อนที่จะหันไปหาพี่เพลิงกับพี่ธันที่เดินตามหลังมาพร้อมกับพี่คิม คำถามของเขาทำให้ฉันได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพราะความเอาแต่ใจของพี่เพลิงแท้ๆเลย“คนนี้พี่เลี้ยงอีกคนของยัยไอร์ค่ะ....ส่วนคนนี้กิ๊กคิมมี่เอง”“อ่อๆตามสบายนะครับ”พี่คิมชี้ที่พี่เพลิงบอกเป็นพี่เลี้ยงของฉัน แล้วแกก็เดินไปซบไหล่พี่ธันบอกเป็นกิ๊กของตัวเอง พี่ต่อถึงกับพูดไม่ออกเอาแต่พยักหน้างึกๆให้พี่คิมก่อนจะส่งยิ้มแห้งๆให้ฉันเพราะแกใช้มุกนี้ซ้ำจนจำแทบจะไม่ได้แล้วมั้ง....เต็นท์

  • MY Destiny | รักของเพลิง   บทที่ 6

    หลังจากกลับมาจากเชียงใหม่ ทั้งคู่ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยได้แต่โทรคุยเท่านั้น ตอนนี้ไอรินได้เรียนจบแล้ว เมื่อสอบตัวสุดท้ายเสร็จหญิงสาวก็ต้องไปถ่ายละครที่ต่างจังหวัดต่อเลย ส่วนพระเพลิงก็ต้องทำงานหนักที่บริษัท เพราะต้องการสร้างความคุ้นชินกับทุกคนให้มากที่สุดจะได้ทำงานได้อย่างราบรื่นแม้ว่าตำแหน่งประธานจะได้มาจากพ่อของเขา แต่หุ้นส่วนทุกคนก็ใช่ว่าจะชื่นชอบทั้งหมดเช่นกัน ถึงพระเพลิงจะเคยทำงานกับบริษัทใหญ่ๆที่ต่างประเทศก็ตามแต่เพนท์เฮ้าส์พระเพลิง 05:00 น.ชายหนุ่มตื่นขึ้นด้วยอาการงัวเงีย เขาตื่นเวลานี้ประจำจนร่างกายเคยชินทั้งทีเมื่อคืนเขากลับถึงบ้านก็ตีสามแล้ว สิ่งแรกที่พระเพลิงทำก็คือหยิบโทรศัพท์ที่อยู่หัวเตียงโทรหาคนตัวเล็กของเขาทันที โดยไม่สนว่าตอนนี้มันพึ่งจะตีห้าเขารอสายอยู่นานจนในที่สุดไอรินก็รับสาย...(ไอร์.....ตื่นยัง)(อืออออออ)เสียงคนสวยงัวเงียสุดๆตอบรับทั้งๆที่ยังคงหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงในรีสอร์ท(ตื่นได้แล้ว.....เช้าแล้วนะ)(อืออออ กี่โมงแล้ว)

  • MY Destiny | รักของเพลิง   บทที่ 5

    เมื่อคืนผมกับคุณคิมได้ไปส่งไอรินที่ห้อง โชคดีที่คุณคิมมีเพื่อนเป็นหมอ ยัยเตี้ยเลยได้ฉีดยาลดไข้ทันที เมื่ออาการของเธอดีขึ้น คุณคิมเลยอาสามาส่งผมที่บ้าน โดยให้เพื่อนอยู่ช่วยดูแลไอรินไปก่อน ใจจริง! ผมอยากเฝ้าทั้งคืนด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดว่าต้องเดินทางไกลบนเครื่องไฟล์ทบินกลับเชียงใหม่ วันนี้ผมกับไอ้ธันต้องกลับบ้านเกิดที่เชียงใหม่ไฟล์ทเช้าตามที่แม่จองไว้ให้ แล้วอีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนี้ ผมจะได้เจอไอรินเด็กอ้วนไม่ใช่สิยัยเตี้ยของผมต่างหาก ที่รู้ว่าเป็นคนเดียวกัน ก็เพราะหลังจากตอนนั้น ที่ผมโทรหาแม่เพื่อขอค็อนแทค แต่แม่ไม่ยอมให้! ผมเลยเอาชื่อของไอรินไปเสิร์จเอาเองเลยแล้วมันก็ขึ้นหน้ายัยเตี้ยเต็มไปหมดตอนนั้นผมนี่แทบบ้าดีใจมากไม่คิดว่าจะเจอกันง่ายขนาดนี้ ตอนอยู่นิวยอร์ก ผมไม่เคยสนใจข่าวสารในเมืองไทยเลยเอาแต่ทำงานเก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ แต่ก็มีโทรหาแม่เพื่อถามเกี่ยวกับไอรินอยู่บ้างแต่พ่อกับแม่ผมก็เอาแต่พูดว่าน้องสบายดี มีความสุขมากแกไม่ต้องเป็นห่วง“นาย...นายครับ!”“อะ....อะไร”ผมหลุดออกจากภวังค์เมื่อไอ้ธันสะกิดแขนเรียก สายตาหันไปมองตามมือของไอ้ธัน มันชี้ไปทางเข้าเครื่องก็พบไอรินกำลังเดินมากับคุณ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status