LOGIN"ไหนว่าออกไปคุยงาน หนึ่งไม่เห็นดินจะเอามือถือออกไปด้วยเลย" หนึ่งเอ่ยทักทันทีที่ผมเดินเข้ามาถึงโต๊ะตัวที่พวกเราสองคนนั่งจ้องตากันอยู่เมื่อครู่ ดูสายตาที่เธอมองมาสิ คล้ายว่าเธอกำลังถามอยู่เลยว่าผมเอามือถือเครื่องไหนไปคุย
"ก็..." ผมชะงักทันทีที่มือถือหนึ่งมีสายเข้า "ค่ะพี่เกล อ๋อค่ะ งานพรุ่งนี้ไม่มีปัญหาแน่นอนค่ะ ไว้เจอกันเก้าโมงนะคะ ขอบคุณมากนะคะที่ไว้ใจบริษัทเรา" ผมยังไม่ทันจะได้พูดอะไรออกไป มือถือของหนึ่งก็ดังขึ้นซะก่อน ส่วนเธอก็กดรับสายเร็วมาก เหมือนว่าเธอไม่อยากฟังว่าผมจะแก้ตัวว่ายังไง "พี่เกลที่สวยๆป่ะ?" ผมถามหนึ่งพร้อมกับลากเก้าอี้ที่เมื่อครู่อยู่ฝั่งตรงข้ามย้ายมานั่งข้างๆเธอ หนึ่งเองมีท่าทีตกใจเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะหันไปสนใจไอแพดในมือต่อ "ชอบเหรอ" หนึ่งขยับปากถามทั้งที่สายตาของเธอไม่ได้หันมาสนใจผมเลยแม้แต่น้อย ทำไมเหมือนรู้สึกว่าโดนหึงวะ โคตรตื่นเต้นเลย! "ชอบดิ" ผมตอบหนึ่ง "ชอบมาก..." ผมก้มหน้าลงไปพูดกับหนึ่งคล้ายกระซิบ มันไม่แผ่วเบาแล้วก็ไม่ดังมากจนเกินไป ส่วนหนึ่ง...ไม่แม้จะหันมาสนใจผม เธอยังคงสนใจไอแพดในมือต่อไป ผมรู้นะว่าเธอได้ยิน แต่เธอทำเป็นไม่สนใจที่ผมพูดมากกว่า ผู้หญิงคนนี้จีบยาก ใจแข็ง แต่ผมจะพยายามทำทุกอย่างให้เธอทลายกำแพงที่มีแล้วยินดีที่จะลงมายืนอยู่ข้างๆผม ผมพร้อมมาก หมายถึงว่าพร้อมที่จะดูแลเธอมาก แล้วผมก็มั่นใจมากด้วยว่าผมจะสามารถดูแลหนึ่งได้ดี ผมไม่รู้หรอกว่าคนในความทรงจำ คนในอดีตของเธอจะเป็นยังไง จะดีหรือแย่กว่าผมผมไม่สน ผมไม่ชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร แล้วก็ไม่อยากรู้ถึงอดีตของเธอด้วย ยิ่งรู้ว่าเธอเคยรักใครมาก่อน อาจจะยิ่งเจ็บเอง NAMNEUNG "เสร็จงานแล้วไปกินข้าวกันปะ" ฉันเห็นจากหางตาว่าตอนนี้ดินกำลังมองฉันอยู่ นี่เขาจ้องฉันมาหลายชั่วโมงแล้วนะ แถมงานก็ยังให้ฉันทำคนเดียวจนหัวปั่นหมดแล้วด้วย ฉันเพิ่งจะถึงบางอ้อว่าที่เขาบอกว่าวันนี้ออกมาดูงานข้างนอกกันนั้นหมายถึงชวนฉันออกมานั่งทำงานที่ร้านกาแฟ ไม่ได้หมายถึงไปดูงานที่อื่น ฉันเพิ่งจะรู้นี่แหละว่าฉันหลงกลเขาเข้าให้แล้ว "ไม่ดีกว่า วันนี้หนึ่งรู้สึกไม่ค่อยสบายอ่ะ ว่าจะไปหาหมอหน่อย" ซึ่งพอฉันพูดจบดินก็ขยับหน้าเข้ามาใกล้มากกว่าเดิม ก่อนที่จะเท้าคางมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่ค่อนข้างคาดเดาอารมณ์ได้ยาก "งั้นก็ไปหาตอนนี้เลย เดี๋ยวดินพาไป" เดี๋ยวนะ... "ไม่ได้ นี่มันยังไม่ได้เวลาเลิกงาน ละ...เลย..." น้ำเสียงของฉันที่พูดออกไปค่อนข้างสั่นเครือเมื่อฝ่ามือหนาเอื้อมมาทาบอยู่ตรงหน้าผากฉันอย่างพอดิบพอดี "ตัวร้อนด้วยเนี่ย ป่ะ รีบไปเลย เดี๋ยวพี่ๆที่ออฟฟิศจะหาว่าดินใช้หนึ่งทำงานจนไม่สบาย" ดูเขาพูดเข้า เล่นซะฉันหาเหตุผลมาอ้างไม่ถูกเลย ดินไม่พูดเปล่านะ แต่เขานั้นจัดการเก็บข้าวของส่วนตัวของฉันลงกระเป๋าสะพายใบใหญ่ทั้งหมด ฝ่ามือแกร่งเอื้อมมาดึงไอแพดออกไปจากมือฉันไปถือเอาไว้ จากนั้นเขาก็วางแบงค์พันลงบนโต๊ะก่อนจะลากฝันออกมาจากร้านกาแฟอย่างรวดเร็ว "เดี๋ยวสิดิน หนึ่งปะ..." ปั่ก!!! ฉันยังพูดไม่ทันจบประโยค ดินก็ยัดฉันเข้ามาในรถคันหรูของเขาพร้อมกับค้อมตัวลงมาดึงเบลท์คาดให้ฉันอีกด้วย นี่มันอะไรกันเนี่ย เขาจะไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้พูดอะไรบ้างเลยหรือไงกัน "อ้าว ทำไมทำหน้างั้นอ่ะ ไม่ลงไปหาหมอเหรอ" ตอนนี้ดินจอดรถอยู่ที่หน้าโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ถ้าฉันจำไม่ผิด ก้องเขาน่าจะประจำอยู่ที่นี่ หมายถึงว่าตอนนี้เขายังเป็นนักศึกษาแพทย์อยู่น่ะ โรงพยาบาลนี้ใกล้กับคอนโดของฉันก็จริง แต่ฉันไม่เคยคิดที่จะเฉียดมาอีกเลยตั้งแต่ที่พวกเราสองคนเลิกรากันไป ไม่ใช่ว่าโรงพยาบาลไม่ดีนะ แต่ฉันแค่ไม่อยากเจอหน้าเขามันก็เท่านั้น พวกเราสองคนจบไม่ค่อยดี ห่างๆกันไว้แหละดีที่สุดแล้ว ฉันไม่ได้อาลัยอาวรณ์กับก้อง ฉันตัดเขาขาดไปได้หลายเดือนแล้วและภาวนาอย่าให้เขาเข้ามาวอแวกับชีวิตที่มันสงบสุขดีของฉัน จะว่าไป...ฉันก็ไม่ได้เจอหน้าเขาอีกเลยนะตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่พวกเราสองคนเจอกัน ไม่ใช่ว่าฉันคิดถึงเขานะ ฉันหมายถึงว่าเราไม่เจอกันมันก็ดีแล้ว มันดีที่สุดแล้ว... "หนึ่งว่าหนึ่งกลับไปนอนพักที่ห้องก็น่าจะหาย ไม่ต้องหาหรอกหมอน่ะ ที่มี่มันแพงจะตาย หนึ่ง..." "ใครว่าจะให้หนึ่งจ่ายเองล่ะ เงินบริษัทก็มี ใช้ๆไปเถอะ" ดินเอื้อมมาปลดเบลท์ให้ฉัน เล่นเอาฉันนั่งตัวแข็งทื่อเพราะท่อนแขนของเขานั้นพาดผ่านหน้าอกของฉันแบบเฉียดฉิวเลย "แต่..." "ถ้าไม่หาหมอก็ไปกินข้าวกับดิน เลือกเอาแล้วกัน" แล้วฉันเลือกอะไรได้ล่ะ ฉันมีทางเลือกมากขนาดนั้นเลยเหรอ "เดินไหวรึเปล่า ให้อุ้มมั้ย?" เมื่อเห็นท่าทางที่เก้ๆกังๆของฉัน ดินก็เดินมาประกบข้างฉันทันที เมื่อกี้เขาเดินตามหลังฉันมาไง คงเห็นว่าฉันเดินช้าเหมือนคนไม่มีแรงล่ะมั้ง เขาเลยอาสาที่จะอุ้มฉันเข้าไปข้างใน แล้วคิดว่าใครจะให้เขาทำแบบนั้นกันล่ะ "มะ ไม่ ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวหนึ่งเดินเข้าไปเอง" ฉันหันไปบอกเขา ส่วนดินนั้นก็ยื่นฝ่ามือมาสัมผัสแผ่นหลังของฉันอย่างแผ่วเบาราวกับว่าต้องการประคองฉันให้เดินเข้าไปข้างในอย่างระมัดระวัง "หนึ่งนั่งรอตรงนี้ก่อนนะ เอาบัตรประชาชนมาด้วย" ดินพาฉันมานั่งรอด้านในซึ่งเป็นเก้าอี้สำหรับคนไข้รอตรวจก่อนที่เขาจะแบมือมาตรงหน้า ส่วนฉันนั้นก็รีบหยิบสิ่งที่เขาเอ่ยขอออกมาวางไว้บนฝ่ามือหนาพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆบริเวณหน้าห้องตรวจ นั่งรอได้สักพักก็มีพยาบาลรูปร่างสูงโปร่งคนหนึ่งขานเรียกชื่อฉัน ที่นี่เป็นโรงพยาบาลเอกชน เพราะฉะนั้นไม่ต้องรอนานฉันก็ได้เข้าพบแพทย์ ซึ่งก่อนที่จะเข้าไปในห้องตรวจนั้นฉันก็เพ่งมองไปยังชื่อแพทย์ผู้ตรวจตรงหน้าห้อง พบว่ามันไม่ใช่ชื่อของคนๆนั้น ฉันจึงลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมพึมพำกับตัวเองว่า "โล่งอกไปที" ทำให้ดินที่เดินตามมาติดๆครางออกมาว่า "หื้ม?" อย่างสงสัย "หนึ่งว่าไงนะ?" เขาเอ่ยถามฉันในจังหวะที่เดินเข้ามาด้านในห้องตรวจพอดี "เปล่าหรอก ไม่มีอะไร" ฉันหันไปตอบดินพลางส่งยิ้มบางๆไปให้เขาหนึ่งที ส่วนดินก็ได้แต่มองมาที่ฉันแล้วยกฝ่ามือขึ้นทาบที่ศีรษะฉันก่อนจะออกแรงลูบบอย่างแผ่วเบา ฉันกำลังจะเบี่ยงคอหลบ แต่ทว่า... "คนไข้เป็นอะไรมาครับ แล้วนี่จะตรวจกันได้รึยัง?" เสียงที่ติดห้วนนี้มัน... ฉันรีบละสายตาจากดินแล้วหันไปมองยังโต๊ะที่มีผู้ชายที่จัดว่าดูดีทุกกระเบียดนิ้วสวมชุดกราวน์ ใส่แว่นสายตาทรงวินเทจนั่งมองมายังฉันกับดินด้วยสายตาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่ "ขอโทษครับหมอ นั่งลงเร็ว รีบตรวจจะได้รีบกลับไปพัก" ฉันที่กำลังใบ้กินโดนดินดันให้นั่งลงตรงหน้าหมอที่จะทำการตรวจอาการของฉันในวันนี้ ส่วนดินนั้นก็ยืนซ้อนอยู่ทางด้านหลังฉันพร้อมกับตบบ่าฉันเบาๆ "เป็นอะไร ไม่สบายตรงไหนรึเปล่า" สาบานว่านี่คือคำพูดที่หมอใช้พูดกับคนไข้? เขาไม่ได้แค่พูดนะ แต่ฝ่ามือของเขานั้นกำลังจะยื่นมาวางทาบที่หน้าผากฉันอีกต่างหาก ไอ้ท่าทางแบบนี้มันทำให้ฉันนึกถึง...ช่วงเวลาหนึ่งในอดีต "รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวนิดหน่อยค่ะ อยากได้ยาไปกิน" ฉันรีบพูดตัดบทก่อนจะเบี่ยงหลบสัมผัสจากก้อง ใช่แล้ว หมอที่ฉันเข้ามาเจอไม่ใช่คนที่มีชื่อยู่ตรงหน้าห้อง แต่เป็นเขาต่างหาก หมอคนที่เป็นแฟนเก่าของฉันเอง ซึ่งคำพูดที่ฉันพูดออกไปเขาก็น่าจะรู้นะว่าฉันต้องการรักษาระยะห่างมากแค่ไหน เขาไม่ใช่คนโง่ เขาต้องรู้สิ "เป็นแบบที่เคยเป็นเมื่อก่อนรึเปล่า ปวดหัว ครั่นเนื้อครั่นตัว ก็ฉันบอกแล้วไงว่าให้ไปตรวจอย่างละเอียด ทำไมถึง..." ก้องพูดออกมายาวเหยียดราวกับว่าในห้องนี้มีแค่ฉันกับเขาแค่สองคนเท่านั้นแหละ "อ้าว..." ฉันได้ยินเสียงดินครางอย่างสงสัย ซึ่งพอเขาเริ่มมีอาการสงสัยก้องเลยหยุดพูดก่อนที่จะขยับเก้าอี้มานั่งใกล้ๆฉัน ซึ่งมันทำให้ดินที่ยืนอยู่ทางด้านหลังขยับเข้ามายืนขนาบอยู่ข้างๆฉันแทน "อ้าวอะไรครับ ญาติคนไข้" ก้องหันไปสนใจดินที่ตอนนี้กำลังยืนโอบไหล่ฉันอยู่ หัวคิ้วฉันกระตุกนิดหน่อยเมื่อถูกสัมผัสร่างกายบ่อยจนเกินไป "หนึ่งรู้จักกับหมอด้วยเหรอ?" แต่ดินนั้นไม่จะสนใจสิ่งที่ก้องถาม แต่เขาเลือกที่จะหันมาถามฉันแทน "เอ่อ..." ฉันอ้ำๆอึ้งๆและหนักใจที่จะตอบออกไป "รู้สิ...รู้ดีด้วย" ก้องเหยียดมองดินด้วยสายตาที่มีแววดูถูกอยู่นิดๆ ไอ้สายตาเย่อหยิ่งแบบนั้นน่ะ ไม่เคยเปลี่ยนไปจริงๆ "เพื่อนหนึ่งเหรอ ดีแหะ มีเพื่อนเป็นหมอด้วย" "ไม่ใช่เพื่อนหรอก แต่เป็น..." "หนึ่งว่าเรากลับกันเถอะดิน ไม่ต้องหาแล้วหมอน่ะ หนึ่งไม่ได้เป็นไรมาก แค่กลับไปนอนพักก็น่าจะหาย" ฉันรีบลุกขึ้นแล้วพูดขัดก้องในทันที ฉันรู้หรอกว่าเขาจะพูดว่าอะไร แค่มองตาฉันก็เห็นไปถึงสันดานของเขาแล้ว ฉันเป็นฝ่ายกึ่งลากกึ่งดึงดินให้เดินตามออกมาฝ่ามือฉันกำลังจะแตะลูกบิดประตู แต่ก็ถูกขืนไว้ด้วยแรงประมาณหนึ่งจนต้องหันไปกลับมองคนที่ยืนอยู่ทางด้านหลัง ไม่รู้ว่าดินเป็นอะไรถึงหันไปมองก้องด้วยสายตาดุดันแบบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน ดวงตาคมกริบมองไปที่ก้องสลับกับมองฉัน ก่อนที่จะเป็นฝ่ายเดินมาโอบไหล่ฉันพร้อมกระซิบที่ข้างหูฉันว่า "เรากลับคอนโดกัน" อย่าเรียกว่ากระซิบเลย ที่ดินพูดเมื่อกี้นั้นฉันรู้ว่าเขาอยากให้สิ่งมีชีวิตที่นั่งห่างไม่ถึงสองเมตรได้ยินด้วย ส่วนฉันก็ได้แต่ยินยอมให้เขาทำตามใจตัวเอง "หึ...กลัวมันรู้หรือไงว่าฉันเป็นอะไรกับเธอ" "...""จะเป็นเด็กดีนะ..." ไอ้น้ำเสียงที่ช่างออดอ้อนนี่มัน... "อื้อออ!!!" เสียงหวานครางออกมาเมื่อผมตัดสินใจกดจูบลงบนริมฝีปากบางเพื่อเป็นการเตือนสติเธอหนึ่งที แต่หนึ่งกลับไม่ยอมให้ผมละริมฝีปากออกด้วยการจูบตอบ ซึ่งมันไม่ใช่แค่จูบธรรมดา แต่มันเป็นการจูบที่สอดลิ้นเข้ามาด้วย เธอไม่รู้หรือไงว่าทำแบบนี้มันอาจจะไม่จบแค่จูบ ใครบ้างที่อยู่บนเตียงกับคนที่ชอบในท่าทางที่โคตรพร้อมจะไม่เกิดอารมณ์แบบนั้น ผมไม่ใช่คนที่มีความอดทนสูงซะด้วย "หนึ่ง..." ผมหยุดจูบที่เร่าร้อนระหว่างพวกเราสองคนเอาไว้ ไม่อยากทำอะไรแบบนั้นกับหนึ่งทั้งที่เธอเองมีสติไม่เต็มร้อย ถ้าทำเรื่องแบบนั้นตอนที่เธอเมาอยู่เธออาจจะชอบ แต่ถ้าเธอตื่นขึ้นมาล่ะ ผมยังคิดไม่ออกเลยว่าผมจะโดนเกลียดหรือโดนเธอมองแรงขนาดไหน ถึงพวกเราสองคนจะตกลงเป็นแฟนกันแล้วก็เถอะ แต่มันเพิ่งเริ่มไง เธอจะมองผมยังไงถ้าตื่นมาแล้วเจอผมนอนอยู่ข้างๆในสภาพที่อาจจะดูไม่ค่อยได้ "ไม่ชอบเหรอ..." เธอถามผมด้วยน้ำเสียงยานคาง ส่วนฝ่ามือเล็กก็ซุกซนไม่เลิก ไม่รู้ว่าเธอปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของผมออกตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อกี้ผมเกือบสติหลุดไปแล้วด้วย "ชอบ" ผมตอบเธอ "แต่ไม่ใ
"ดินเหรอ?" หนึ่งถามพร้อมกับหรี่ตามองผม โอเค เข้าใจแล้วว่ารักแฟนใหม่มาก แล้วไอ้สายตาที่หวานเยิ้มแบบนั้นน่ะ เธอเคยมองมาที่ผมแค่คนเดียวไม่ใช่หรือไง หัวร้อนเลยเนี่ย "อือ ดิน" ผมยอมสวมรอยเป็นแฟนใหม่เธอวันนึงก็ได้อ่ะ "ทำไมมาช้าจัง รอนานแล้วนะ" อ่อ ที่แท้ก็นัดกันไว้ แล้วตอนนี้มันหายหัวไปไหนซะล่ะ "ขึ้นรถสิ จะไปส่ง" ผมบอกหนึ่งออกไป "ไม่ใช่ว่าจะหลอกปล้ำกันหรอกนะ" เธอทำเสียงอ่อนเสียงหวานแถมยังกอดรัดรอบคอผมมากกว่าเดิมเข้าไปอีก "ไม่หลอก" ผมว่าพร้อมกับค่อยๆขยับไปจนสามารถเปิดประตูรถได้ จากนั้นก็จัดการยัดร่างที่อ่อนปวกเปียกของหนึ่งใส่เข้าไปในรถพร้อมกับเอื้อมไปดึงเบลท์มาคาดไว้ให้เธอ สภาพแบบนี้ถ้าไม่คาดเบลท์ไว้คงได้ไถลลงไปนอนตรงที่วางเท้าแน่นอน ผมยืนมองสภาพของหนึ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจปิดประตูรถลงแล้วเดินอ้อมมาขึ้นรถอีกฝั่ง สภาพแบบนี้ถ้าถูกคนอื่นลากไปผมไม่อยากจะคิดเลยว่าพวกมันจะทำอะไรเธอบ้าง ดูแต่งตัวเข้า ล่อเสือล่อตะเข้ขนาดนี้ มันน่าโดนสักที... "ดิน..." ระหว่างที่ผมกำลังขับรถมุ่งไปยังคอนโดของเราสองคน หนึ่งก็เอาแต่พึมพำชื่อแฟนใหม่ของเธอ เท่าที่ผมจำได้ รอบนี้น่าจะเ
"โอเค ฉันเข้าใจแล้ว" ก้องพึมพำออกมาแล้วเดินผ่านร่างฉันไปทันที เมื่อกี้นี้ฉันไม่ทันได้เห็นหรอกว่าเขาแสดงสีหน้าแบบไหน แต่ก็พอจะเดาได้อยู่แหละ คนอย่างเขาจะไปรู้สึกอะไรได้ คนที่มีผู้หญิงวนอยู่รอบตัวตลอดเวลาแบบเขาไม่มีทางหรอกที่อยากจะกลับมาหาฉันอย่างที่ปากพูด ที่เขาคิดจะกลับมาหาฉันเพราะเขาหวงก้างล่ะสิ เขาก็น่าจะรู้ตัวมั้ยว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ เลิกกันไปตั้งเกือบปี จะกลับมาร้องขออะไร ฉันไม่มีอะไรให้เขาทั้งนั้นแหละ แม้แต่เยื่อใย...ฉันก็...ตัดมันไปหมดแล้ว "ไปนานเว่อร์ นึกว่าหายไปกับผู้ซะและ" ทันทีที่กลับมานั่งที่โต๊ะ แก้มก็เอ่ยแซวฉันทันที "ผู้ไหน?" ฉันถามแก้ม ส่วนเพื่อนรักของฉันน่ะเหรอ สนใจฉันที่ไหนล่ะ ตอนนี้เธอกำลังมองนักร้องบนเวทีด้วยสายตาหวานเยิ้มเลยล่ะ "หล่ออ่ะ หล่อมากจริงๆ" เพื่อนฉันนี่บ้าผู้ชายไม่เปลี่ยนจริงๆ เห็นคนหล่อไม่ได้เลย "น้อยๆหน่อยไอ้แก้ม คนนี้ฉันเจอก่อน ฉันจอง" ผิงว่า "ไม่ได้ ฉันเห็นเค้าตั้งแต่เดินออกจากห้องพักนักดนตรีแล้วป่ะ โอ้ย! แกมาเขกหัวฉันทำไม" แก้มตะโกนแข่งกับเสียงเพลงบนเวทีทันทีที่โดนผิงเขกมะเหงกเข้าให้ "ให้มันน้อยๆหน่อย" ผิงพูดพร้อม
NAMNEUNG หลายวันผ่านไป "วันนี้ให้ไปส่งมั้ย" ดินหันมาถามฉันทันทีที่จอดรถเสร็จ ที่เขาถามแบบนี้เพราะวันนี้ฉันมีนัดต้องไปฉลองวันเกิดเพื่อนน่ะสิ จริงๆแล้วต้องเป็นคืนพรุ่งนี้นะที่จะต้องไป แต่ว่าแก้มมันดันติดธุระก็เลยต้องเลื่อนมาวันนี้ ซึ่งเป็นวันเกิดของฉันพอดี จริงๆฉันไม่เคยมีความคิดที่จะไปฉลองวันเกิดในสถานที่แบบนี้หรอกนะ แต่บังเอิญว่าเพื่อนฉันอยากเลื่อนมาจัดวันนี้ ฉันเลยเลี่ยงไม่ได้ ฉันไม่ชอบเที่ยวผับตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แบบว่าบรรยากาศมันไม่ค่อยโอเคอ่ะ ฉันอึดอัด อึดอัดมากที่ต้องมานั่งหรือยืนเบียดเสียดกัน มันไม่ใช่ทางน่ะ "ไม่เป็นไร เดี๋ยวเพื่อนหนึ่งมารับ" ฉันหันไปบอกเขา ซึ่งไม่รู้ว่าฉันพูดผิดตรงไหนหัวคิ้วเขาถึงได้ขมวดมุ่นแบบนั้น แต่แค่แป๊บเดียวมันก็หายไป "แล้วจะกลับตอนไหน" เขาถามอีก "ก็น่าจะหลังเที่ยงคืนแหละ ต้องรอดูเพื่อนๆก่อน" ฉันตอบ "งั้น..." เขาพูดได้แค่นั้นก็เงียบไป "งั้น?" ฉันทวนคำเขา "ไงถึงแล้วก็โทรมาบอกหน่อย แชตมาก็ได้ เป็นห่วงน่ะ..." ดินพูด แต่ไม่รู้ว่าทำไมปลายประโยคนั้นเสียงถึงได้ดูแผ่วแปลกๆ "อื้ม! ไว้ถึงแล้วหนึ่งจะแชตบอกนะ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ไปกับเพื่
"ดินควรทำ หรือไม่ควร?" ใบหน้าคมคายโน้มลงมาเรื่อยๆจนปลายจมูกของเราสองคนเสียดสีกันเบาๆ ฉันเอนหลังหลบสัมผัสอ่อนไหวนั้นอย่างแนบเนียนจนตอนนี้แผ่นหลังสัมผัสเข้ากับหัวเตียงขนาดคิงไซส์ ฉันบอกแล้วว่าฉันมันไม่ใช่ผู้หญิงใสๆ ฉันเคยผ่านการมีแฟน ผ่านการลึกซึ้งกับคนๆนึงมาแล้ว เรื่องแบบนี้ ที่เขาถาม ทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะ ฉันไม่ได้ใสจนถึงขนาดไม่เข้าใจเรื่องที่ดินถามหรอกนะ เขากำลังหนั่งเชิงฉันอยู่ "ไม่ควร" ฉันตอบดินออกไปแล้วจ้องเขากลับ ถ้าฉันยิ่งหลบสายตาของเขา เขาก็จะยิ่งจ้องฉันไม่เลิก ซึ่งฉันไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น "โอเค ไม่ควร" ดวงตาคมหลุบมองริมฝีปากฉันอย่างนึกเสียดายอีกครั้งก่อนที่จะถอยห่างออกไป ฉันลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่กลับต้องเบิกตาโพลงเมื่อดินนั้นโถมร่างลงมาในขณะที่ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัว ริมฝีปากที่อ่อนนุ่มของเขาสัมผัสกับริมฝีปากของฉันอย่างแผ่วเบา แต่กลับสัมผัสได้ถึงความเร่าร้อน เพื่อไม่ให้ร่างกายของเราสองคนบดเบียดกันไปมากกว่านี้ ฉันเลยยกฝ่ามือดันแผ่นอกที่กรุ่นร้อนเอาไว้ ทุบอกแกร่งหนึ่งทีริมฝีปากก็โดนบดเบียดหนักมากกว่าเดิม ครั้นทุบลงไปสองทีเขาก็เอื้อมฝ่ามือขึ้นมาบีบคางฉันเบา
Din Danupat 'Talks ความจริงผมไม่ได้หลับ ทั้งที่ง่วงมาก แต่ผมทำเพียงแค่ปิดเปลือกตาลงเท่านั้น ผมไม่กล้าหลับ เพราะผมกลัวว่าหนึ่งจะหนีกลับ แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้กลับไป คงอยู่รอว่าผมจะพูดอะไรกับเธอนั่นแหละ ความจริงแล้วผมไม่ได้มีอะไรจะพูดกับเธอหรอก ผมแค่ไม่อยากให้เธอกลับไปมันก็เท่านั้น ผมอยากอยู่กับหนึ่งนานๆ อยากนอนมองเธอทำโน่นทำนี่ ตอนนี้ผมเองก็ทำอย่างนั้นอยู่ ตอนที่เห็นว่าเธอเป็นคนกดกริ่งที่หน้าประตูห้องผมค่อนข้างที่จะแปลกใจ ไม่รู้ว่าเธอรู้ได้ยังไงว่าผมไม่สบาย แล้วผมก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอคิดอะไรอยู่ เธอถึงได้มองมาที่ผมด้วยสายตาที่เป็นห่วงเป็นใยขนาดนั้น ผมคิดเข้าข้างตัวเองได้มั้ย ผมเข้าข้างตัวเองได้มั้ยว่าหนึ่งเอง...ก็มีใจให้ผมอยู่บ้าง ความจริงแล้วผมเองค่อนข้างจะหงุดหงิดที่เห็นว่าคนเก่าของเธออยู่ข้างห้อง คนแบบมัน ทำไมถึงมาอยู่คอนโดที่หนึ่งอยู่ได้ ผมเองก็ไม่รู้ว่ามันอยู่มานานแล้วหรือเพิ่งจะย้ายมา แต่การที่เห็นมันแบบนั้น มันทำให้ผม...ค่อนข้างกังวล กังวลว่ามันจะมาวอแวกับหนึ่ง แล้วอีกอย่างที่ผมไม่อยากคิดก็คือ ผมกลัวว่ามันจะกลับมาง้อหนึ่ง ถึงหนึ่งจะบอกผมว่าตัดใจจากคนเก่าไปนาน







