เข้าสู่ระบบบทที่ 3 เอายังไงดี
“เออๆ เดี๋ยวไปเรียกลงมา” ซานจิ๊ปากใส่ทั้งสองสาวและถลึงตาใส่ไต้ฝุ่นกับไทเกอร์ เขาขยับปากพูดอย่างไม่ออกเสียงว่า เมียพวกมึงจุ้นจ้านจริงวะ!
ซานเดินไปเคาะกระจกรถฝั่งเบาะข้างคนขับเบาๆ เมื่อคนข้างในกดลดกระจกลงเขาก็ก้มหน้าให้เสมอกับอีกฝ่าย
“ลงไหม เพื่อนฉันชวนลงไปดื่ม”
“ละ ลงไปได้เหรอคะ”
“อืม” เขาเสสายตามองไปทางอื่น แล้วเอียงศีรษะเบาๆ ไปทางร้านเหล้าเป็นการบอกให้เธอลงจากรถ “ลง” เขาเปิดประตูออกกว้าง แล้วเดินนำเมลเข้าไปในร้าน
เธอมองตามเขาตาปริบๆ รอบดวงตาแดงบวมเพราะร้องไห้มาเป็นเวลานาน
เมลลงจากรถอย่างเงียบๆ เธอเดินตามหลังซานมาจนถึงโต๊ะที่เพื่อนเขานั่งอยู่ ทุกสายตาจ้องมาที่เธอจนไม่รู้จะทำยังไงต่อดี
“นั่งๆ” สตางค์เลื่อนเก้าอี้ออกมาให้เธอนั่ง “นั่งเลย ไม่เป็นไรหรอก เราชื่อสตางค์นะ เป็นแฟนพี่ไต้ฝุ่น ส่วนนี่พี่ฝุ่นกับพี่ไทเกอร์ แล้วก็นี่ทัชชา เป็นแฟนพี่ไทเกอร์” สตางค์แนะนำตัวเองพร้อมกับแนะนำทุกคนให้เมลรู้จัก
“เราชื่อ…เมล เป็น…” ริมฝีปากเล็กสั่นระริก “เป็นของเดิมพันที่มากับรถ”
ซานชะงักไปเสี้ยววินาทีเมื่อได้ยินคำว่าของเดิมพัน แต่เขาไม่พูดอะไร แค่ดึงเก้าอี้มานั่งลงข้างเมลเงียบๆ เหมือนตั้งใจจะนั่งขวางสายตาคนอื่นมากกว่าจะมานั่งดื่ม
ไต้ฝุ่นกับไทเกอร์สบตากันเล็กน้อย ก่อนจะพากันถอนหายใจ ทัชชาขยับแก้วเหล้าในมือวางลงเบาๆ แล้วเอนตัวเข้าหาเมลด้วยท่าทีอ่อนโยน
“ที่นี่ไม่มีของเดิมพันหรอกนะ มีแต่คนเมากับคนอกหัก” เธอยิ้มบางๆ “เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งพอ”
สตางค์พยักหน้ารัวๆ ก่อนจะยื่นแก้วน้ำเปล่าให้เมลแทนแก้วเหล้า
“เอานี่ก่อนก็ได้ ดื่มน้ำก็ถือว่าดื่มกับพวกเราแล้ว”
เมลรับแก้วมาด้วยมือที่ยังสั่นเล็กน้อย นิ้วเรียวกำแก้วแน่นเหมือนกลัวว่าถ้าปล่อยเมื่อไร ตัวเองจะพังลงตรงนั้น เธอก้มหน้ามองน้ำใสในแก้ว ภาพสะท้อนในนั้นคือดวงตาที่แดงช้ำและรอยแตกละเอียดในใจที่ยังไม่มีใครมองเห็น
“ขอโทษนะคะ ที่ทำบรรยากาศแย่” เสียงเธอแผ่วจนแทบกลืนไปกับเสียงเพลงในร้าน
“ไม่แย่หรอก” ไทเกอร์เอ่ยขึ้นเสียงทุ้ม “ถ้ามันแย่จริง ไอ้ซานคงไม่พาลงมา”
ทุกสายตาหันไปมองซาน เจ้าตัวชะงักเล็กน้อยก่อนจะขยับแก้วเหล้าขึ้นจิบอึกหนึ่ง แล้วถลึงตาใส่เพื่อนตัวดีที่เป็นคนกดดันเขาให้ไปพาเธอลงมา
“กูก็แค่ไม่อยากให้ใครนั่งร้องไห้อยู่ในรถคนเดียว” เขาพูดเรียบๆ แต่สายตาที่เหลือบมองเมลกลับหนักแน่นกว่าคำพูด
เมลเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเพียงครู่เดียว ก่อนจะรีบหลบตา หัวใจเต้นแรงอย่างประหลาด ความอึดอัดในอกยังไม่หาย แต่ความโดดเดี่ยวกลับเบาลงนิดหนึ่ง อย่างน้อยตรงนี้ก็มีคนฟัง มีคนยื่นเก้าอี้ให้เธอนั่ง ไม่ได้มองเธอเป็นแค่ของเดิมพัน
เสียงแก้วกระทบกันดังขึ้นอีกครั้ง บทสนทนาค่อยๆ ไหลไปเรื่องอื่น แต่เมลยังนั่งเงียบ เธอรับฟังทุกเสียงรอบตัวเหมือนกำลังพักหายใจในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ค่ำคืนนี้อาจยังไม่ช่วยเยียวยาอะไรได้มากนัก แต่สำหรับเธอ แค่ไม่ต้องร้องไห้อยู่ลำพังก็เพียงพอแล้วในตอนนี้
เวลาล่วงเลยไปถึงสองชั่วโมง จากที่ดื่มน้ำที่สตางค์ยื่นให้แต่แรก ตอนนี้น้ำในแก้วของเมลก็เปลี่ยนเป็นเบียร์สดเย็นๆ แล้ว
“เรามีบ้านไหม” ไต้ฝุ่นถาม “อยากกลับบ้านไหม ดึกแล้วนะเนี่ย ไอ้ซานมึงรับผิดชอบด้วย”
“ไหวเป็นกูวะ มากันตั้งหลายคนนะเว้ย” ซานวางแก้วลงดังปึก! ตอบกลับไต้ฝุ่นเสียงแข็ง
“ก็มึงพาน้องมันมาไง มึงก็อาสาไปส่งน้องมันดิวะ”
“แท็กซี่ก็มีไหม ทำไมต้องกู”
“พี่ซาน เป็นสุภาพบุรุษหน่อยสิคะ” ทัชชามุ่นคิ้วใส่เขาน้อยๆ อย่างน่ารัก
“น้องชาขา พี่ไม่ได้สนิทกับยายนี่เลย แล้ว…” เขายกไหล่ขึ้นเล็กน้อย “แล้วทำไมพี่ต้องทำแบบนั้น”
“ก็ตอนนี้เมลอยู่ในความดูแลพี่ซานแล้วไงคะ” ทัชชาตอบกลับ
“เออ เห็นด้วยกับแฟนกู” ไทเกอร์พูดเสริมจากแฟนสาว สตางค์กับไต้ฝุ่นก็พยักหน้าเห็นด้วย “มึงก็ไปส่งน้องเขาแค่นั้น แล้วเดี๋ยวจะเคลียร์กันยังไงก็ให้เป็นเรื่องของน้องมันไง”
“พวกมึงนี่ยังไงวะ ยัดเยียดให้กูเป็นสุภาพบุรุษให่ได้เลย?”
“เออ เปลี่ยนจากไปรับเด็กเอ็นเป็นรับน้องคนนี้ไปส่งบ้านก็ดีไม่น้อย ภาพลักษณ์มึงจะได้ดูดีหน่อย ไม่ใช่เป็นสุภาพบุรุษแค่ตอนไปรับสาวไปเอาท่านั้น”
“พี่เสือ” ทัชชาตีแขนแฟนหนุ่มเบาๆ แล้วหันไปมองหน้าซานเป็นการกดดันเบาๆ
ชายหนุ่มหัมมองหญิงสาวที่ก้มหน้าก้มตาอยู่ข้างๆ ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ เป็นการยอมรับ
“ถ้ารู้ว่าคออ่อนก็หยุดกินสิ ถ้าเมาแล้วอ้วกใส่กันล่ะน่าดู!” ซานพูดขณะยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบเล็กน้อย เหลือบมองเมลด้วยหางตาเท่านั้น
“อันที่จริง…เมลเป็นคนขี้อายมากนะคะ แต่ไม่รู้ทำไมถึงกล้ามากับพี่ซาน ทั้งที่ไม่สนิทกันอย่างที่พี่ซานพูด หรือบางที” เธอเม้มปากแน่น “เมลอาจกำลังทำหน้าที่ของเดิมพันอยู่ก็ได้”
“อื้อ~ ไม่เอาๆ ไม่ต้องพูดแล้วนะ” สตางค์รู้สึกสงสารเธอมาก เพราะครั้งหนึ่งเธอก็เคยจมอยู่กับความรู้สึกนี้ มันทั้งอึดอัดและสับสนจนเลือกไม่ถูกว่าจะไปทางไหนดี
“ทำไม…เขาใจร้ายกับเมลจัง เมลรักเขามากเลยนะคะ”
“อืม” ไต้ฝุ่นพยักหน้าเบาๆ แล้วเปิดโอกาสให้เธอพูดต่อ เพื่อระบายความอัดอั้นในใจออกมา
“คนเรามันจะเลวได้ขนาดนี้เลยเหรอคะ” เมลเงยหน้าเปียกน้ำตามองทุกคน ก่อนจะก้มหน้าอย่างเดิม “ทำไมต้องเป็นเมลด้วยคะ ทำไมคนที่เจ็บปวดต้องเป็นเมลด้วย”
“ต่อให้ไม่ใช่เธอ ถ้ามันจะเอาเป็นของเดิมพันมันก็เอา อย่าคิดว่าตัวเองเจอเรื่องแย่อยู่คนเดียว คนมีหลายล้านคน เขาเจอหนักกว่าเธอก็มี” ซานพูดขึ้นโดยไม่หันมามองหน้าหญิงสาว
“จริงๆ นะเมล พี่ซานพูดถูกมากๆ เลย อย่าไปสนใจผู้ชายเลวๆ คนหนึ่งเลยนะ” สตางค์ยื่นมือมาจับมือเธอไว้หลวมๆ อย่างให้กำลังใจ “ยิ้มหน่อยสิ เราว่าเมลยิ้มสวยมากนะ ไม่เหมาะกับน้ำตาหรอก”
เมลสะอึกเล็กน้อย เธอฝืนยิ้มบางๆ ให้ทุกคน ทว่าน้ำตาก็ไหลลงอาบแก้มเหมือนกัน เป็นภาพที่น่าหดหู่ใจสำหรับผู้หญิงด้วยกัน
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมง เมลดื่มไปหลายแก้วจนตอนนี้แก้มนวลเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ รอบดวงตาบวมเป่งจากการร้องไห้
“นี่” ซานวางแก้วตัวเองลง ชี้หน้าเพื่อนสองคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม “ช่วยกูรับผิดชอบเลย พวกมึงยุยายนี่ดื่มดีนัก”
“ยุอะไร น้องมันอยากดื่มเองทั้งนั้น แล้วตอนนี้ก็” ไต้ฝุ่นมองเวลาบนจอโทรศัพท์ “ดึกแล้วด้วย พากลับเถอะมึง”
“สภาพนี้เนี่ยนะ ถามทางกลับบ้านรู้ไหมเถอะ” ซานถอนหายใจเบาๆ แล้วมองเมลที่ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ “เธอ” เขาเอานิ้วจิ้มแก้มเธอเบาๆ “ไหวไหมเนี่ย”
“อื้อ…ไหว” เมลเงยหน้าตอบกลับเสียงยืดยาน “หไหวอยู่แล้ว”
“หึหึ” ซานหัวเราะอย่างฝืนๆ แล้วเรียกพนักงานมาคิดเงิน เขาถอนหายใจหนักๆ อีกครั้งก่อนจะจับเรียวแขนเธอขึ้นมาพาดบ่าตัวเอง มือหนาจับประคองเอวคอดลุกขึ้น “ถ้าไหวจริงต้องไปขึ้นรถเองได้ แต่ถ้าอ่อนปวกเปียกเหมือนวุ้นแบบนี้ เรียกเมาโว้ย”
เมลเงยหน้ามองเขานิ่งๆ แม้สายตาจะพร่ามัวเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์
“พูดมากจังเลยค่ะ”
“อ้าว นี่พูดแบบนี้กับคนที่กำลังจะพาเธอไปส่งบ้านได้ยังไง”
“ก็พี่ซานบ่นหนู”
“แล้วมันน่าบ่นไหมวะ ภาระมาก”
“คำก็ภาระ สองคำก็ภาระ”
“เพิ่งจะพูดไปคำเดียวเถอะ” เขาจิ๊ปากใส่คนตัวเล็ก จู่ๆ ทัชชาก็พูดขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง
“พี่ไทเกอร์ ปล่อยให้ไปแบบนี้จะดีใช่ไหมคะ จะไม่ตีกันตายก่อนถึงที่หมายใช่ไหม”
“ไม่ต้องห่วงหรอก เพื่อนพี่คนนี้น่ะ ถึงจะดูกวนส้นตีนไปบ้าง แต่มันเป็นสุภาพบุรุษพอ แต่เฉพาะกับคนที่ไม่ใช่เหยื่อมันนะ” ไทเกอร์ยกยิ้มพร้อมกับเลิกคิ้วให้เพื่อนรัก ซึ่งซานก็เพยิดหน้าตอบกลับอย่างรู้งานเช่นกัน
“ค่ะ จะเชื่อพี่ไทเกอร์แล้วกัน”
“เออซาน แล้วนี่น้องมึงรู้เรื่องปะเนี่ย”
“หยุดเลย รายนั้นไม่ต้องให้รับรู้อะไรหรอก แค่นี้ก็วุ่นวายพอแล้ว”
“เออๆ กลับดีๆ” ทั้งไต้ฝุ่นและไทเกอร์เดินมาส่งซานกับเมลจนถึงรถ พอทั้งสองขับรถออกไปแล้วค่อยกลับไปที่รถตัวเอง
ในรถถูกปกคลุมด้วยความเงียบของทั้งสอง เมลเอนศีรษะมาซบต้นแขนเขา แล้วผล็อยหลับไปหน้าตาเฉย
“นี่” ซานกระตุกไหล่เบาๆ สองครั้ง แต่เธอกลับนิ่งเงียบไมาหือไม่อือกับเขาเลย “เฮ้ย! บอกทางก่อนดิวะ ทางกลับบ้านน่ะ ไปทางไหนวะ” เขาเหลือบตามองอีกครั้ง
“อื้อ~”
“บอกทางกลับบ้านก่อน ไปทางไหน อย่าเพิ่งหลับนะเว้ย นี่เธอ! เธอ! เธอโว้ย!!” ซานทั้งตะโกนทั้งเขย่าตัวหญิงสาว แต่กลับไร้การตอบกลับจากเธอ ราวกับถูกคัดขาดจากโลกภายนอกแล้ว
“ไป…” จู่ๆ เธอก็พูดขึ้นมาก่อนจะเงียบไปอีกครั้ง ซานถอนหายใจเบาๆ แล้วแยกเขี้ยวใส่เธอ
“แม่งเอ๊ย…สรรหาเอามาลงเดิมพันจริงไอ้ฉิบหาย เอาแค่รถก็พอยังจะเอายายนี่มาให้กูอีก!”
ตอนพิเศษ 2หลังทานข้าวเสร็จ ซานก็มานั่งดูทีวีเป็นเพื่อนพ่อในห้องนั่งเล่น เมลรับหน้าที่ล้างจานและเก็บครัวแทน“ว่าแต่ได้ฤกษ์แต่งหรือยังเรา”“ผมว่าอยากให้น้องเรียนจบก่อนน่ะครับ กลัวน้องอายเพื่อน ที่ตัวเองแต่งงานแล้วยังไปเรียนอยู่”“ดี พ่อก็อยากให้เป็นแบบนั้นนะ แต่กลัวเราจะทนไม่ไหวอยากแต่งก่อนน่ะสิ”ซานยิ้มบางๆ อย่างยอมรับ “ใจจริงผมก็อยากให้เป็นแบบนั้นนะครับ แต่ตามใจเมลและเอาที่ครอบครัวเราทั้งสองฝ่ายสบายใจมากกว่า”“อืม…พ่อว่าเมลคบไม่ผิดนะ”“ขอบคุณครับ” ซานยิ้มเขินนิดๆ ก่อนจะเงยหน้ามองเมลที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องครัว “มานั่งตรงนี้สิ พี่เตรียมผลไม้ไว้ให้แล้ว”“แอบนินทาอะไรเมลหรือเปล่าคะเนี่ย” เธอนั่งลงบนโซฟาอีกตัวหนึ่ง รับจานผลไม้จากมือซานมาวางบนตักตัวเองซานไม่ได้ตอบ เขาเพียงยิ้มบางๆ ให้เธอเท่านั้น“พ่อคุยกับพี่เขาเรื่องฤกษ์แต่งงานเรานั่นแหละ แต่พี่เขาอยากให้เมลเรียนจบก่อน”“อ๋อ เมลก็อยากให้เป็นแบบนั้นนะคะ อยากเรียนจบก่อนค่อยแต่ง รอไหวใช่ไหมคะ” ประโยคแรกเธอคุยกับพ่อ แต่ประโยคคำถามตอนท้ายเธอมองหน้าแฟนหนุ่มอย่างยิ้มๆ“รอไหวสิ พี่รอเมลมาตั้งนานแล้ว แค่นี้ไหวอยู่แล้วครับ”“หึหึ” พ่อหัวเราะเบาๆ
ตอนพิเศษ 1สองเดือนหลังจากหมั้นหมาย ซานถือกระเป๋าสะพายของเมลเดินเข้ามาในร้านขนมใกล้มหาวิทยาลัยของเธอในช่วงบ่าย เขาชี้นิ้วไปที่เค้กรสนมกับเค้กมะพร้าวใบเตยอย่างละชิ้น“เอาอเมริกาโนเย็นหนึ่งแก้ว แล้วก็ช็อกโกแลตปั่นหวานปกติหนึ่งแก้วครับ”“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”ครืด~ ครืด~โทรศัพท์ในมือซานสั่นครืดเบาๆ เขาจึงรีบรับสาย“พี่สั่งของว่างไปให้แล้ว รอแป๊บนะ”(ไม่ได้จะเร่งค่ะ เพิ่งเรียนเสร็จเหมือนกัน ว่าแต่พี่เอากระเป๋ามาให้ด้วยไหมคะ)“เอามา สะพายอยู่”(ไม่อายเหรอคะ กระเป๋าผู้หญิงนะ)เขาหลุดขำเบาๆ แล้วตอบกลับด้วยคำพูดตลกๆ “อายทำไม น่ารักดี” ซานยิ้มแล้วพูดต่อ “คนจะได้รู้ว่าพี่มีคนของใจแล้วไง”(อ๋า…พี่ซานก็ งั้นรีบมานะคะ เมลจะรออยู่ที่เดิม)“ครับผม”เมื่อได้ของที่สั่งแล้ว เขาก็รีบไปหาเมลที่มหาวิทยาลัยทันที รถหรูคันเดิมจอดอยู่มุมเดิม เป็นภาพคุ้นตาของนักศึกษาที่เดิมผ่านไปมา“มาแล้ว รอนานไหม”“ไม่นานเลยค่ะ”“ว่าไปแล้วก็นึกถึงชีวิตในรั้วมหา'ลัยนะ ตั้งแต่เคลียร์งานส่งอาจารย์ครบหมดแล้ว ก็ไม่ได้เข้าไปเยี่ยมรุ่นน้องเลย”“เรียนต่อปริญญาโทสิคะ”“เอาไว้เป็นเรื่องอนาคตแล้วกัน ตอนนี้พี่ขอโฟกัสกับงานก่อน”“แบบไห
บทที่ 55 ของกันและกัน จบบริบูรณ์สองสัปดาห์ต่อมา“ทำอะไรอยู่ครับ” ซานเดินมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ตรงโต๊ะเข้ามุมในห้องนอนของเขา ก่อนจะก้มมองไดอารีที่เมลกำลังบรรจงเขียนอะไรบางอย่างลงไปอย่างตั้งใจ“ไม่เอา ไม่ให้อ่านนะคะ เก็บไว้อ่านหลังจากเราแต่งงานกันดีกว่า” เธอรีบเอามือปิดหน้ากระดาษไว้ทันที“โอเคๆ พี่ไม่อ่านแล้วก็ได้ เห็นเราหมกมุ่นกับมันอยู่นาน เลยแอบมาดูเฉยๆ” ซานยกมือยอมแพ้ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งบนเตียง แต่สายตายังจับจ้องแผ่นหลังบางของเธอไม่วาง “แล้วพรุ่งนี้มีเรียนกี่โมง ให้พี่ไปส่งเหมือนเดิมไหม หรือจะไปกับซินดี้?”“ไปกับซินดี้ก็ได้ค่ะ พี่ซานจะได้นอนพักเยอะๆ หน่อย ทำงานหนักมาตั้งสามวันแล้ว เมลกลัวพี่ไม่สบาย”ซานหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะอ้าแขนรับร่างเล็กที่เดินมาหา แล้วดึงเธอเข้ามากอดแนบอก“แค่นี้เอง เหนื่อยอะไร ไม่เห็นจะเหนื่อยเลย” เขากดจูบลงที่ขมับของเธอแผ่วเบา ก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น“แม่พี่ซานบอกว่าได้ฤกษ์วันหมั้นแล้วนะคะ”“เร็วเหมือนกันนะ แต่ก็ดี จะได้เป็นคู่หมั้นพี่สักที” เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธอเสียงต่ำ ก่อนจะหยิบจี้รูปเกียร์ขึ้นมาลูบเล่นเบาๆ “เกียร์นี่…เพิ่งมีความห
บทที่ 54 พร้อมหน้าพร้อมตาช่วงเย็นซานขับรถพาเมลกลับบ้าน ระหว่างทางเขาได้คุยกับเธอเรื่องนัดให้สองครอบครัวมาเจอกัน และนัดทานข้าวด้วยกัน“พ่อเมลว่างนะคะ พี่ซานนัดมาเลยก็ได้”“พี่ต้องไปถามพ่อแม่พี่ก่อน ว่าท่านจะว่างตรงกันไหม”“อ๋อ ได้ค่ะ”“ไม่ต้องกังวลนะ พี่จะรีบพาครอบครัวเรามาเจอกันให้ได้”“ไม่รีบเลยค่ะ”ซานเหลือบมองเธอเล็กน้อย ก่อนจะหรี่ตาลงนิดๆ เหมือนไม่ค่อยพอใจกับคำตอบนั้น“ไม่รีบ?” เขาทวนเสียงต่ำ มือหนึ่งยังจับพวงมาลัย อีกมือเอื้อมมาจับมือเธอไว้แน่นขึ้น “แต่พี่รีบนะ”เมลหันไปมองเขาอย่างงงๆ “รีบทำไมคะ”“รีบให้ทุกอย่างมันชัดเจน” เขาตอบสั้นๆ แต่หนักแน่น สายตายังจับจ้องถนนตรงหน้า “พี่ไม่ชอบให้ใครมองเมลแบบไม่มีสถานะ”คำพูดนั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากัน ก่อนจะยิ้มบางๆ“ใครจะมองเมลล่ะคะ”ซานหัวเราะในลำคอเบาๆ แต่สีหน้ากลับจริงจังขึ้นเล็กน้อย “มีแน่นอนแหละ เมลน่ารักขนาดนี้” เขาหันมามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แฝงความหวงชัดเจน “แล้วพี่ก็ไม่ชอบด้วย”เมลหลุดหัวเราะออกมา “พี่ซานขี้หวงอีกแล้วนะคะ”“ก็ใช่” เขายอมรับหน้าตาเฉย ก่อนจะบีบมือเธอ
บทที่ 53 หวงผ่านไปหลายนาที ซานพาเมลเดินกลับมาที่พัก โดยต้องเดินผ่านบ้านพักไต้ฝุ่นกับไทเกอร์ พวกเขานั่งอยู่ระเบียงหลังบ้าน ตะโกนแซวซานกับเมลด้วยความตื่นเต้น“เอาว่ะเพื่อนกู” ไต้ฝุ่นตะโกนแซว “กูหาคนสยบเสือได้แล้ว”ซานยิ้มบางๆ ก่อนจะยกมือเมลข้างที่สวมแหวนขึ้นมาอวดเพื่อนๆ“แสบตาเลยว่ะ” ไทเกอร์แซวบ้าง “ยินดีด้วยนะครับน้องเมล และฝากเอ็นดูเพื่อนพี่ด้วยนะครับ หาปลอกคอสวยๆ มาใส่ให้มันสักอันจะดีมาก”เมลหน้าแดงทันทีที่โดนแซวหนักขึ้นกว่าเดิม มืออีกข้างรีบยกขึ้นตีแขนซานเบาๆ“พี่ซาน…ไม่ต้องโชว์ก็ได้ค่ะ” แต่ซานกลับหัวเราะในลำคอ ไม่ได้มีท่าทีจะลดความกวนลงเลยสักนิด“ก็อยากให้มันรู้”“โห ดูมันพูด!” ไต้ฝุ่นโวยลั่น ก่อนจะลุกขึ้นยืนเท้าเอว “เมื่อก่อนนี่หวงจัด ใครเข้าใกล้ไม่ได้ ตอนนี้เปิดหวงหนักกว่าเดิมนะมึง”“ก็คนก่อนไม่ใช่นี่หว่า” ซานตอบสั้นๆ แต่ชัดเจน คำพูดนั้นทำเอาทุกคนเงียบไปเสี้ยววินาที ก่อนที่ไทเกอร์จะหลุดหัวเราะออกมา“เออ ยอมแล้วๆ รอบนี้เอาจริงว่ะ”ทัชชายิ้มมองเมลอย่างเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยขึ้นบ้าง “ยินดีด้วยจริงๆ นะคะ น่ารักมากเลย”“ขอบคุณค่ะ” เมลตอบเสียงเบา แก้มยังคงแดงไม่หายไต้ฝุ่นส่ายหัวไปมาอย่างห
บทที่ 52 ‘เป็นคู่หมั้นพี่นะ’ซานจูงมือเมลเดินไปยังบ้านพักริมทะเลที่เขาจองไว้สามหลัง ส่วนพวกไต้ฝุ่นกับไทเกอร์ที่ล่วงหน้ามาก่อนนั้นพักอยู่ในบ้านแล้ว“เป็นการมาเที่ยวแบบปุ๊บปั๊บมากค่ะ ชอบนะ ตื่นเต้นดี”“งั้นจะพามาบ่อยๆ ดีไหม หรือชอบแบบเซอร์ไพรส์?”เมลหันหน้ามาอ้อนเขา “เอาแบบเซอร์ไพรส์ได้ไหมคะ เมลชอบ…”“หึหึ ได้สิ ยินดีมาก” ซานยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะบีบมือเมลเบาๆ แล้วพาเธอเดินเข้าไปเก็บของในบ้านพักหลังหนึ่งที่อยู่ติดริมทะเล เสียงคลื่นซัดฝั่งดังเป็นจังหวะคลอเบาๆ กับลมเย็นที่พัดเข้ามา ทำให้บรรยากาศยิ่งน่าผ่อนคลาย“พักก่อนสักแป๊บ เดี๋ยวพาไปกินข้าว” เขาบอกพลางวางกระเป๋าให้เธอ“ค่ะ” เมลพยักหน้า แต่สายตายังมองออกไปนอกระเบียงไม่หยุด เหมือนยังตื่นเต้นไม่หายผ่านไปไม่นาน ซานก็พาเธอออกจากบ้านพัก เดินเลียบชายหาดไปยังร้านอาหารทะเลที่อยู่ไม่ไกลนัก แสงไฟสีส้มอุ่นๆ จากร้านส่องสะท้อนผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับทันทีที่เดินเข้าไปใกล้ เสียงหัวเราะคุ้นหูก็ดังขึ้น“โอ๊ยยย มาแล้วโว้ย!” ไต้ฝุ่นโบกมือเรียกเสียงดังลั่นเมลชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกทันทีเมื่อเห็นทั้งกลุ่มนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวใหญ่ติดริมทะเล
บทที่ 7 แค่คนรู้จักซานแสยะยิ้มที่มุมปาก พอเดินมาถึงรถก็โยนหมวกกันน็อกให้เมล“ใส่ซะ”“ถ้าเมลทำตกพื้นจะทำยังไงคะ” เธอพ่นลมหายใจโล่งอกเมื่อคว้าหมวกไว้ได้ทันพอดี ก่อนจะยกมันขึ้นมาสวมอย่างลังเล “ใส่แบบนี้เหรอคะ” แต่หมวกกันน็อกกลับใบใหญ่กว่าศีรษะของเธออย่างเห็นได้ชัด“เดินเข้ามานี่” ซานเพยิดหน้าเรียกเสี
บทที่ 6 ตัวร้ายซานเดินมาหยุดอยู่ข้างรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดหน้าตึกคณะของเมล ก่อนจะล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหาไต้ฝุ่นที่โทรหาเขาก่อนหน้าแต่ไม่ได้รับสาย“อืม โทรมาหากูแต่เช้าขนาดนี้ จะให้ตามงานให้หรือไง”(รู้งานมากเพื่อน ฝากด้วยนะ กูอาจจะสายหน่อย เดี๋ยวพาตังค์ไปหาหมอก่อน)“น้องตังค์เป็นอะไร”(ภูมิแ
บทที่ 5 ขอรถกับแฟนคืนกลับขึ้นมาบนห้องนอน เมลทิ้งตัวฟุบลงกับที่นอนอย่างหมดแรง ความเข้มแข็งที่ฝืนประคองมาตลอดทางพังทลายลงในพริบตา น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เมื่อครู่ค่อยๆ ไหลออกมาอย่างง่ายดาย เธอซุกหน้าลงกับหมอน ปล่อยให้เสียงสะอื้นจมอยู่ในความเงียบของห้องขณะเดียวกัน ซานขับรถมาจอดในปั๊มน้ำมันใกล้ทางเข้า
บทที่ 4 สุภาพบุรุษ(มั้ง)ซานขับรถวนไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย ไม่รู้เลยว่าควรเลี้ยวซ้ายหรือขวาดี สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจจอดรถชิดฟุตพาทข้างทาง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเสิร์ชหาที่พักแถวนั้นแทนริมฝีปากขบกันแน่นเล็กน้อย ดวงตาเหลือบมองคนข้างๆ ด้วยความหงุดหงิดที่กลบไม่มิด“ช่วยไม่ได้” เขาพึมพำเสียงต่ำเหมือ







