Masukคำเตือน กรุณาเม้นด้วยถ้อยคำสุภาพด้วยจ้า
New meeting and new relationship. – III
1/4
“ทำหน้าอย่างกับโลกจะแตกเลยณิน” ระหว่างมื้อค่ำที่ฉันนั่งทานข้าวอยู่กับพี่ชายคนโตของฉัน ซึ่งวันนี้เขานอนที่บ้าน ไม่ได้กลับไปนอนที่อพาร์ทเม้นท์ของเขา ส่วนใหญ่แล้วพี่วินจะอยู่ห้องชุดของโครงการหนึ่งซึ่งห้องนั้นก็ค่อนข้างจะหรูหราอยู่มาก ฉันไปหาพี่ชายบ่อยครั้งนะ
บอกเลยว่าห้องเขาค่อนข้างที่จะไฮเทคฯ สมกับเป็นผู้นำด้านไอที
“พี่วินพูดกับพ่อให้หน่อยได้ไหม ณินไม่อยากแต่งงาน” ฉันเริ่มเปิดประเด็นเพราะวันนี้ฉันกะจะพูดกับพ่อแล้วแต่ว่าพอส่งฉันกับพี่วินลงที่บ้านพ่อก็ไปทำงานต่อทั้งที่วันนี้เป็นวันเสาร์ ชีวิตพ่อมีแต่งาน
“พี่ก็เห็นว่าณินก็ชอบคุณอาทั้งสองคนนี่นา” พี่ชายถามมา
“ณินชอบคุณอาค่ะ แต่ณินไม่ชอบลูกชายเขา” ฉันบอกไปก่อนจะใช้ซ่อมหมุนเส้นพาสตาอย่างเซ็ง ๆ “ณินพูดจริงนะเรื่องที่บอกว่าไม่อยากแต่งงานแล้วน่ะ”
“พี่เข้าใจ” พี่ชายเอื้อมมือมาจับมือฉัน แต่พ่อดูจริงจังมากนะ
“พ่อเกรงใจพี่มากนะพี่วิน ถ้าเกิดว่าพี่วินพูดพ่อจะต้องยอมใจอ่อนแน่ ๆ” ฉันร้องขออย่างมีหวัง พี่ชายก็ทำหน้าคิดหนักพอดู
เราทุกคนในบ้านรู้ว่าพ่อเป็นคนยังไง เป็นคนคำไหนคำนั้นและไม่ค่อยฟังคนอื่นหากเขาจะตัดสินใจอะไรสักอย่างลงไปน่ะ เพราะงั้นฉันจึงเกรงและกลัวพ่อมาก ๆ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็อยากได้ความรักอยู่ดี
ฉันอิจฉาพี่พาลินที่สนิทสนมกับพ่อ เธอสามารถหยอกล้อกับพ่อได้โดยไม่ต้องกังวล ส่วนพี่วิน ด้วยความที่เขาเป็นคนมีวุฒิภาวะและความเป็นผู้นำสูง หัวธุรกิจเขาเหมือนกับพ่อ และเขาประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยพ่อจึงวางใจและไม่วุ่นวายกับเขามาก
พี่ ๆ ทั้งสองไม่ต้องทำอะไรเลยพวกเขาก็ถูกยอมรับจากพ่อ ในขณะที่ฉันไม่ใช่
ฉันรู้ว่าฉันเป็นคนฉลาดและเรียนเก่ง ฉันใช้มันสมองตรงนั้นรักษาผลการเรียนของฉันดีเยี่ยม
ตั้งแต่เข้าโรงเรียนจนถึงมหาลัยฉันเรียนดีมาตลอด ตอนมัธยมฉันก็ได้ที่หนึ่ง กิจกรรมฉันก็เด่น ฉันพูดได้สามภาษาตั้งแต่สิบขวบ เรื่องกีฬาฉันก็ทำมันออกมาได้ดี พี่พาชอบพูดว่าฉันเก่งกว่าเธอทุกอย่างเพราะเธอเรียนกลาง ๆ ทำอะไรก็ไม่สุดสักทาง
แต่เธอก็รู้ว่าภายใต้ความเก่งของฉันคือการที่ฉันต้องการเป็นที่ยอมรับ ฉันอยากให้พ่อยอมรับว่าฉันเป็นลูกที่น่าภูมิใจของท่าน แต่ดูเหมือนว่าพอโตขึ้น เข้าใจอะไรมากขึ้นฉันก็รับรู้ได้ว่า
ต่อให้เป็นคนเพอร์เฟกต์และโดดเด่นทุกด้านแค่ไหน ถ้าจะไม่ถูกยอมรับ ก็ไม่มีทางถูกยอมรับหรอก
ตั้งแต่นั้นมาฉันก็ทำทุกอย่างเพื่อตัวเองมาตลอดเลย
“ธาวินมาคุยกับพ่อว่าแกจะไม่แต่งงาน พี่ชายแกมาขอร้องให้พ่อพิจารณาเรื่องนี้ใหม่” ตอนนั้นพ่อส่งรังสีความเยือกเย็นมาให้ฉันเสียจนเต็มที่
“ค่ะ” ฉันตอบแล้วก็ก้มหน้าก้มตา
ฉันไม่เหมือนพี่ชายพี่สาว เพราะฉันถูกทรีตมาแตกต่างจากพวกเขา พี่ชายกับพี่สาวฉันกล้าที่จะสู้กับพ่อ กล้าเถียง กล้าเผชิญหน้า แต่ฉันกลัวพ่อ และในขณะเดียวกันก็กระหายที่จะถูกยอมรับด้วย ฉันไม่ต้องการอะไรเลยนอกจากความรัก ความอบอุ่นจากท่าน
ไม่ว่าสิ่งไหนที่พ่ออยากให้ฉันทำ อยากให้ฉันเป็นฉันสามารถทำได้หมดเลย ยกเว้นเรื่องนี้ เรื่องนี้เรื่องเดียว เพราะมันไม่ต่างอะไรจากการถีบฉันลงปากเหวเลย
“เพราะอะไร” พ่อถามด้วยน้ำเสียงเข้ม ๆ
“เพราะว่าณินไม่ได้อยากแต่งงานค่ะ ณินบอกพ่อแล้ว” ฉันยังสงบเสงี่ยมเพราะกังวลและเคร่งเครียดจากการพยายามรวบรวมความกล้า แต่ฉันก็กลัว “ณิน.....ณินว่าณินไม่เหมาะกับเตค่ะ เรายังรู้จักกันได้ไม่ดีพอ เรียกได้ว่าไม่รู้จักกันเลยคงดีกว่า”
แม้ฉันจะเคยคบกับเตมาก่อน แล้วช่วงที่เขาจีบฉัน เริ่มคุยกัน มันก็สี่เดือนก่อนคบแล้ว พอคบกันก็หกเดือนกว่า แม้มันจะเป็นเวลาที่นานแต่ตั้งแต่วันที่เตเลือกจะทิ้งฉันไป ฉันก็รู้สึกว่าเตเป็นผู้ชายที่ฉันแทบไม่เคยรู้จักเลย เขาใจร้ายแบบที่ฉันคาดไม่ถึงด้วยซ้ำ
ส่วนที่ว่าทำไมฉันถึงไม่บอกพ่อเรื่องนั้น ก็เพราะฉันไม่อยากพูดถึงมัน ไม่อยากกล่าวถึง เป็นไปได้ต้องการลบมันไปด้วยซ้ำ เพราะถ้าพูดถึง ฉันก็ต้องนึกถึงเรื่องพวกนั้น มันทำให้ฉัน....จมดิ่ง
“แกอยากได้เวลาทำความรู้จักกับเตเหรอ” ดูเหมือนพ่อจะเข้าใจแบบนี้
“ไม่ได้อยากทำความรู้จักค่ะ ไม่อยากแต่งงาน” ฉันยืนยันคำเดิม และก้มหน้าอยู่เหมือนเดิม แม้ตอนนี้ฉันจะอายุยี่สิบหกย่างยี่สิบเจ็ดแล้ว แต่ใช่ว่าความหวาดกลัวต่อพ่อ ความไม่กล้าเผชิญหน้ามันจะหายไป ฉันยังกลัวท่าน และมันแก้ไม่หายหรอก
ฉันกลัวที่จะเข้าหาพ่อ แต่ในขณะเดียวกันฉันก็ต้องการความรัก ทั้งหมดมันขัดแย้งอยู่ในตัวฉัน
“ณินถูกเสนองานจากแบรนด์ XXX มันเป็นโอกาสที่ดีของณิน ณินอยากกลับฝรั่งเศส” ฉันอ้อนวอนขอ แม้ว่าจริง ๆ แล้วฉันเองก็อยากอยู่ไทยต่อ แต่ว่าถ้าต้องแลกกันฉันจะยอมกลับไปทำงานที่โน่น ดีกว่าจะต้องแต่งงานกับผู้ชายแบบนั้น
“แล้วแกไม่คิดจะกลับมาช่วยพี่เขาทำงานบ้างเหรอ พาลินทำงานของที่บ้านคนเดียว พ่อเองก็ใกล้เกษียณแล้วนะ” มันก็ถูกของพ่อนั่นล่ะ ตอนนี้พี่พาลินทำงานที่บริษัทประกันภัยเต็มตัวอยู่คนเดียวด้วย “เงินที่แกเรียนหนังสือ ที่แกใช้ไปเดือนละกี่บาทญาณิน แกสบายกว่าพี่เขามานานหลายปีแล้วนะ”
“ณินจะทำงานก็ได้ แต่ณินไม่อยากแต่งงาน” ฉันมองพ่อแวบหนึ่งก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้ง
“แกนี่มัน.....” พ่อไม่ได้พูดต่อ ในขณะที่ฉันก็มีน้ำตาไหลออกมา ฉันคิดว่าฉันรู้ว่าประโยคถัดไปจะคืออะไร แต่ฉันก็หวังเหลือเกินว่าพ่อจะไม่พูดมันออกมา แต่ในนาทีนั้นน้ำตาฉันก็ไหลออกมาจากการพยายามฝืนกลั้นจนสุดแรง แต่มันไม่ไหวแล้วล่ะ
“พ่อคะ ณินขอโทษ.... แต่ณินทำไม่ได้” ฉันจิกมือเข้าหากันแน่น ฉันสูดหายใจเข้าปอดได้ไม่ลึกเท่าไหร่ก่อนจะเม้มปากแล้วเงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะยกมือไหว้ “ได้โปรดนะคะ ณินไม่อยากแต่งงาน”
ฉันร้องไห้ และฉันอ้อนวอนอย่างมีหวัง พ่อมองฉันก่อนจะเบือนหน้าหนีแล้วลุกขึ้นยืน
เขาเดินออกไปโดยไม่มีปริปากออกมาเลยสักคำเดียว
ฉันนึกโกรธตัวเองที่ไม่สามารถก้าวออกจากความขลาดเขลาทั้งหมดได้ ฉันเหมือนคนมีชนักติดหลัง แต่ยี่สิบหกปี ยี่สิบหกปีที่ฉันอยู่กับพ่อคนนี้มา อยู่กับการปฏิบัติของเขา มันทำให้ฉันยังคงกลัวที่จะก้าวข้ามออกมา และห้าปีที่ฉันต้องจมอยู่กับสิ่งที่เตทำ
ฉันเกลียดเขา แต่เรื่องของคืนหนึ่งหลังจากเลิกกันกับเขา คืนที่เกือบจะพรากชีวิตฉันไปมันย้อนกลับมา ขากรรไกรฉันแข็งและไม่ยอมขยับยามจะปริปาก ตัวฉันสั่นยามคิดจะเอ่ยถึงมัน
นั่นคือ Lowed point ที่สุดในชีวิตฉันเลย
คืนวันนั้นฉันตบยานอนหลับลงไป แล้วก็ดำดิ่งสู่ห้วงนิทราที่ทำให้ฉันหลีกหนีจากความทุกข์ยากลำบากทั้งหมด ตอนหลับน่ะมันดีจะตายที่ไม่ต้องรับรู้อะไร ถ้าได้หลับตลอดกาลก็คงดี....
“คุณณินคะ มีคนมาหาค่ะ” หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปประมาณสักเก้าโมงเช้าได้ฉันถูกแม่บ้านมาเคาะประตูหน้าห้อง พอฉันออกมาเปิดก็เห็นแม่บ้านมาบอกแบบนี้
“ใครเหรอคะ” ฉันขยี้ตาพลางถามเพราะวันนี้เป็นวันหยุดของฉัน และฉันจะไม่ได้นัดใคร ไม่ได้ออกไปทำธุระเกี่ยวกับงานที่ไหนเลยในวันนี้น่ะนะ
“เขาบอกว่าชื่อคุณเตค่ะ อยากจะมาขอเจอคุณณิน” ฉันถอนหายใจออกไปอย่างเหนื่อยหน่าย
“บอกไปค่ะว่าณินไม่อยากเจอ แล้วก็ไม่มีเรื่องที่จะต้องคุยกับเขาอีก” ฉันบอกไปแล้วก็ปิดประตูห้องแล้วก็ไปล้มตัวลงนอนอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อคืนนี้ฉันวาดแบบชุดเอาไว้ แล้วก็คุยกับเพื่อนที่เมกาฯด้วย ฉันก็เลยกะว่าจะตื่นสักเที่ยงเลยวันนี้
แต่ไม่ทันที่จะข่มตาหลับด้วยซ้ำแม่บ้านก็กลับขึ้นมาเคาะประตูอีกในห้านาทีถัดมา ทำเอาฉันครางงึมงำอย่างไม่สบอารมณ์
“คุณเตบอกว่าอยากคุยจริง ๆ นะคะ เค้าบอกจะรออยู่ที่นี่จนกว่าคุณณินจะยอมคุยด้วย” ฉันกลอกตามองบนอย่างเหนื่อยหน่าย เขานี่พูดไม่รู้เรื่องเลยหรือไงนะ
“งั้นบอกเขาไปค่ะว่าณินจะนอน ณินตื่นเมื่อไหร่ก็ค่อยคุย” แม่บ้านทำท่าทางเลิ่กลั่กเมื่อฉันบอกแบบนั้น และฉันก็คิดอะไรบางอย่างออก “พี่ตาไปบอกเขานะคะว่าถ้าอยากคุยก็รอณินตื่นก่อน แต่ถ้ารอไม่ไหวก็ไสหัวกลับไป บอกเขาตามนี้เลยนะคะ”
Fly like a butterfly– IV3/3Tey Techaphon Talk“นั่นอะไรน่ะ” ผมสะดุ้งเฮือกตอนที่ญาณินทัก จนกระทั่งต้องหยุดการขยับตัว “เมื่อกี้รูปอะไร เห็นนะ เปิดกลับมาเดี๋ยวนี้เลย”“อะไร ไม่มีอะไรเลย” ผมพูดแล้วก็พยายามกดกากบาทรูปออกแต่ณินเลือกเก้าอี้มาหาแล้วคว้าเม้าท์ออกจากมือผมไปคลิกเองวันนี้ญาณินออกมาทำงานของนอกออฟฟิศ ผมเลยให้ณินแวะมารับผมที่สตูดิโอเพื่อที่จะพาไปเลือกสูทด้วยกันใกล้จะถึงแฟชั่นโชว์ของญาณินที่จะจัดขึ้นแล้ว เธออยากให้ผมไปออกงานกับเธอเป็นงานแรกทั้งเปิดตัวแบรนด์และเปิดตัวแฟนด้วยโฮ๊ะ ๆ ๆ แฟนผมน่ารักไหมล่ะ“เอามือออก” แม่นายส่งผมแล้วจ้องหน้า“มันไม่มีอะไร” ผมย้ำอีกแต่ญาณินเบ้ปากแล้วก็คลิกรูปที่ผมพึ่งกดปิดไปขึ้นมา พอเธอเปิดแล้วเลื่อนดูก็หันหน้ามามองผมพร้อมกับสายตาตั้งคำถาม“เป็นสต๊อกเกอร์เหรอเต” เธอว่าแล้วจ้องหน้าผมอีก เธอคงหมายถึงผมเป็นโรคจิต ถ้ำมอง แอบมองล่ะมั้ง ถึงมันจะเข้าข่ายไปหน่อย ๆ แต่ก็ไม่ถือว่าใช่ทั้งหมดนะ เพราะผมไม่ได้ตามเธอสักหน่อยนี่นา มันก็แค่เรื่องบังเอิญที่ผมตั้งใจก็เท่านั้นเอง“เปล่าสักหน่อย กาแฟตรงคาเฟ่หน้าออฟฟิศของเธอมันอร่อยดีเตเลยไปดื่มบ่อย ๆ แค่นั้นเอง” ผมพยายามพูด
Fly like a butterfly– IV2/3ช่วงเย็นฉันกับเตมาซื้อของในซูเปอร์มาเก็ตเพื่อทำอาหาร วันที่ไปทานข้าวบนเรือฉันขอบคุณเตเรื่องที่เขาช่วยพาฉันไปหาหมอ แล้วฉันก็ได้รู้ว่าที่เตไม่ได้ไปเยี่ยมก็เพราะเขาต้องไปต่างประเทศแต่วันที่เตพาฉันไปส่งโรงพยาบาลเขาก็นั่งรอกับพี่วินจนฉันเข้าห้องพักฟื้นถึงได้กลับตอนที่ฉันถามว่าอยากให้ฉันทำอะไรให้แทนคำขอบคุณที่เขาช่วยเตบอกว่าอยากทานข้าวกับฉันอีก ฉันก็ตกลงนะแต่เตก็พึ่งมาบอกวันนี้ว่าอยากให้ฉันทำอาหารให้เขาทาน“เต” ไปหยิบยางรัดผมในกระเป๋าให้หน่อยได้ไหม ฉันบอกเตตอนที่กำลังแกะห่อเส้นสปาเกตตีเพื่อจะต้มเส้นฉันปล่อยผมไว้แต่ถ้าทำอาหารแล้วปล่อยผมมันก็จะไม่ถูกสุขลักษณะ แล้วก็น่ารำคาญด้วย เขาเดินไปตามคำขอของฉันแล้วก็มาหยุดยืนข้างหลัง“ณินทำเองก็ได้” ฉันพูดเพราะเขารวบผมฉันขึ้นก่อนจะมัดรวบเป็นหางม้าให้“เคยทำให้ออกบ่อย” เตพูดแล้วก็ฉวยโอกาสกอดฉันจากทางด้านหลัง“นี่ อย่ามารุ่มร่าม” ฉันบ่นแล้วก็หันไปจะดุเขา หากแต่ว่าเตก็ไวกว่าดันฉันให้หันหน้ามาตรงกันก่อนจะขยับตัวจนฉันชิดกับโต๊ะวางของ“ทำไมจะรุ่มร่ามไม่ได้ในเมื่อณินคืนดีกับเตแล้วนี่” เขายิ้มกวน“ไม่ใช่สักหน่อย ยังไม่ได้บอกว่าให
Fly like a butterfly– IV1/3เตทำไมต้องเป็นคนแบบนี้นะ ถ้านิสัยไม่ดีไปเลยฉันก็คงไม่แอบมารู้สึกผิดทีหลังแบบนี้หรอก แต่ฉันตัดสินใจแล้วว่าหลังจากการหย่าร้างไปทุกอย่างก็คือจบก่อนหน้านี้ฉันก็มีความคิดอยากมูฟออนไปข้างหน้าเหมือนกัน แต่ยังไม่เจอจังหวะที่ใช้ และยังไม่ได้เจอคนที่ถูกใจจนมาได้ยินคำพูดพวกนี้ของเต เขาดูไม่ได้เป็นคนจมปลักนะแต่ดูเหมือนอยากเดินไปข้างหน้าพร้อมกันกับฉันมากกว่า“ว้าย โอ๊ย” ฉันเซถลาตอนแมวของแม่เตกระโดดผ่านฉันเข้าไปยังหน้าต่าง ฉันไม่รู้ว่าข้าวเหนียว แมวของแม่เตมาอยู่ด้านหลังฉันเมื่อไหร่ แต่ว่ามันก็เป็นชั้นวางของที่แมวสามารถปีนได้ แล้วเดาว่าข้าวเหนียวแมวอ้วนคงปีนลงมาจากตรงนั้นแน่เลย“ใครน่ะ” แม่ของเตส่งเสียงมา แต่ฉันที่นั่งแอ้งแม้งอยู่บนพื้นกระเบื้องก็ลูบหัวตัวเองปอย ๆ เพราะเซไปชนไม้กวาดทางมะพร้าวจนมันฟาดหัวเข้า“หนูเองค่ะ ญาณิน” ฉันส่งเสียงแล้วก็เหมือนจะได้ยินเสียงคนวิ่งออกมา“ณิน” เป็นเตเอง เขารีบมาประคองฉันขึ้นแล้วก็ทำหน้างง ๆ ใส่ “มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมไม่บอก”“ไม่นานหรอก” ฉันว่าแล้วทำหน้าแหยง ๆ ใส่เตก็มองหน้าฉัน“หัวโนเลยเธอ” แหงสิไม้กวาดด้ามเกือบเท่าสองนิ้วมันล้มม
Fly like a butterfly– III4/4“เธอถูกชดใช้ไปแล้ว” หลังจากฉันได้รับการบำบัดสภาพจิตใจ ฉันก็คิดว่าการที่ได้แก้แค้นเตคือจุดปลดล็อกความแค้นของฉันไปแล้วฉันไม่รู้ว่าจะต้องยึดติดไปทำไมเพราะสุดท้ายคนที่ต้องรับเอฟเฟคความเจ็บปวดมากที่สุดก็คือฉันเองอยู่ดีฉันพยายามปล่อยวางให้มากขึ้น พยายามเดินไปข้างหน้าให้มากขึ้นเท่าที่จะทำได้แล้ว“ไม่ว่าเตจะคิดหาทางไหนแก้ไขความผิดของตัวเอง แต่ผลลัพธ์สุดท้ายที่เตต้องการที่สุด แล้วก็เป็นสิ่งเดียวที่เตอยากได้คือการได้อยู่กับเธอแค่นั้นจริง ๆ” เขายิ้มออกมาแล้วตาเขาก็เป็นประกายด้วยน้ำตาที่คลอ แต่มันก็ไม่ได้หยด “เห็นแก่ตัวเนอะ”“.....” ฉันไม่ได้ตอบเพราะพูดอะไรไม่ออก“ตั้งแต่วันที่เลือกจะทิ้งณินไปด้วยวิธีโหดร้ายในวันนั้น เตก็ลงโทษตัวเองโดยการไม่มูฟออนจากเธอ ไม่เคยมอง ไม่เคยคิดผู้หญิงคนไหนเลยนอกจากเธอ” มันเหมือนการสารภาพรักไหมนะ “เธอจะไม่เชื่อก็ได้แต่เตไม่เคยเปิดใจให้ใครเลยตลอดห้าปีที่ผ่านมา แล้วก็หลังจากหย่ากันปีกว่าเตก็ไม่เคยมองเหมือนกัน”“ญาณินมันมีดีอะไรนักหนานะ” ฉันพูดเพื่อให้สถานการณ์มันผ่อนคลายลงกว่าเดิม“ญาณินคนนั้นทั้งสวย ฉลาด เวลายิ้มโลกก็สดใส ทำอาหารอร่อย เย็
Fly like a butterfly– III3/4“เดี๋ยว นัดแล้ว มาแล้วก็ต้องอยู่ก่อนสิครับ” เขารั้งแขนฉันไว้ “แต่ต่อให้คุณไปตอนนี้ก็ไปไม่ได้อยู่ดี เรือออกจากท่าแล้วล่ะ”เขาพยักหน้าไปยังกระจกหน้าต่างเรือ ซึ่งเห็นว่าเรือกำลังเริ่มขยับตัวแล้ว“งั้นฉันจะไปที่อื่น” ฉันรู้ว่าบนเรือนี้มีห้องอาหารหลายแบบ“นั่งด้วยกันนี่แหละ จะไปที่อื่นทำไม” เตยังจับแขนฉัน ฉันเลยสะบัดออก“ไม่ตลกแล้วนะเต ตัวเองมีแฟนอยู่แล้วจะมานัดบอดอีกทำไม แล้วเล่นอะไรอยู่กับคุณสินกันแน่” ฉันรัวคำถามพร้อมความรู้สึกที่ไม่พอใจ ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าทำไมเตถึงเป็นเจ้าของห้างทองขนาดใหญ่ขนาดนี้ เพราะฉันเคยได้ยินข่าวเศรษฐกิจพูดถึงห้างทองนี้อยู่ครั้งสองครั้งแล้วก็รู้จากคุณสินว่ากิจการห้างทองนี้ถูกเทกโอเวอร์ไปแล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นศิธราภัทรฉันก็เข้าใจว่าอาจจะเป็นญาติสายตระกูลหลักของแม่เตเทกโอเวอร์ไปซะอีก“นั่งลงก่อนได้ไหม เดี๋ยวเตอธิบายให้เธอฟัง” พูดจบเขาก็บอกพนักงานให้ออกไปก่อน แล้วก็ส่งสายตาขอร้องแกมขอร้องมาให้ฉัน ไหน ๆ เรือก็ออกแล้วฉันยอมนั่งลง แล้วจ้องหน้าเตแต่ก็ไม่ยอมให้เขาพูดก่อนหรอกนะ“สนุกมากเหรอที่มาเล่นอะไรแบบนี้ฉันน่ะ ถ้ามี
Fly like a butterfly– III2/4“คอยดูนะ ณินจะไปนัดบอดกับผู้ชายที่คุณพ่อนัดให้แล้วณินก็จะมีแฟน แต่งงานก่อนให้ดู” ฉันฟึดฟัดแล้วก็จ้วงเค้กอีกคำด้วยความหงุดหงิด“แต่งงานให้ใครดู” คำพูดพี่วินนี่ไม่เข้าหูเลย“บัดสีบัดเถลิง”“โอ๊ย เป็นไร” พี่ชายถามด้วยความไม่เข้าใจอีกครั้ง ฉันหงุดหงิดหน้าบึ้งไปนิดหน่อยแล้วถอนหายใจใส่พี่ชาย “ไหน ใครทำอะไรน้องพี่”“ณินจะมีแฟน” ฉันบอกพี่วินแล้วเหมือนเขาจะจนปัญญากับการถามสาเหตุจากฉันก็เลยทำได้แค่มองนิ่ง ๆ “พี่วินว่าณินสวยไหม”“สวยมาก แต่เริ่มแปลกแล้ว” พี่ชายว่าติดตลกแต่ฉันจิ๊ปากใส่ “สวยมาก น้องสาวพี่สวยมาก”“แล้วพี่คิดว่าถ้าณินไปนัดบอดครั้งแรกแล้วผู้ชายจะขอณินเดทต่อป้ะ” ฉันใช้ศอกเท้ากับโต๊ะแล้วเกยคางกับมือให้พี่ชายมองหน้า “พูดแบบไม่หลงตัวเองนะณินว่าณินก็สวยมากนะ การศึกษาก็ไม่แย่กว่าใคร พ่อณินก็ทำบริษัทใหญ่โตไว้ให้ พี่ชายก็เป็นเจ้าของบริษัทเกมระดับโลก”“แหม....เราเข้าใจพูด” พอถูกชมพี่ชายก็ยิ้ม ๆ “แน่นอนน้องพี่ทั้งสวยทั้งเก่ง ทั้งฉลาด แถมมีพี่ชายหล่อด้วย ใครจะไม่อยากเดทกับน้องพี่ต่อล่ะ”“ใช่ซีรีส์” ฉันยิ้มแล้วก็ดูดน้ำลำไยสดอึกใหญ่ “ไม่เห็นต้องง้อผู้ชายคนไหนเลย แล้ว







