LOGINPrologue
2/3
“ณินไม่เข้าใจเลย ทำไมถึงต้องมามันเป็นเรื่องงี่เง่า” ฉันพูดทั้งน้ำตากับพี่สาวของฉัน โดยที่เธอก็นั่งปลอบใจฉันอยู่ข้าง ๆ “เพราะณินรักเต ณินถึงเป็นแบบนี้”
ฉันซบหน้าลงกับฝ่ามือก่อนจะร้องไห้อย่างหนักหน่วง ผ่านมาแล้วสองสัปดาห์หลังจากที่ฉันกับเตได้ห่างกันไป ความทุกข์ทรมานที่มีมันก็มากล้นจนฉันแทบบ้า เตไม่คุยกับฉันเลยเพราะเขาไปออกภาคสนามทางเรือซึ่งต้องออกไปเป็นประจำทุกปีการศึกษา
การออกไปมันอาจจะไม่มีสัญญาณแต่เวลาขึ้นเกาะหรือถึงประเทศอื่นที่มีสัญญาณเขากลับไม่ทัก ไม่โทรมาหาฉัน ทำราวกับว่าตายจากกันไป
“ณินคิดถึงเต” ฉันพูดแล้วก็สูดหายใจที่แน่นขนัดเข้าปอดเพราะมันเต็มไปด้วยการสะอึกสะอื้นจากน้ำตาที่ฉันร้องไห้อย่างหนัก
“มานี่มา” พี่พาลินดึงฉันไปกอดก่อนจะลูบหลังเบา ๆ ฉันเอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับโลกกำลังจะแหลกสลายยามนึกถึงสีหน้าและแววตาของเตเมื่อวันนั้น
“เตไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยนะพี่พา” ที่ผ่านมาเตจะพยายามง้อณินหรืออธิบายด้วยเหตุผลตลอดเลย แต่วันนั้นเตเหมือนเป็นอีกคน ฉันพรูคำพูดและน้ำตาออกมาด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวด และหัวใจที่ปวดร้าวราวกับถูกบีบถูกทุบ
“พี่เห็นณินกับเตทะเลาะกันเรื่องทำนองนี้มาหลายครั้งแล้วนะ” พี่สาวเช็ดน้ำตาออกให้ตอนคลายกอดออกจากกัน “ถ้ามันไปต่อกันยากณินลองเลิกกับเตดีไหม”
“ไม่...ไม่เลิกค่ะ” ฉันสั่นหัวรัว ๆ “ณินรักเต ณินไม่อยากเสียเตไป เตเป็นคนทำให้ณินเปิดใจมีความรักอีกครั้งนะพี่พา ณินมีความสุขมากที่ได้อยู่กับเต”
“แต่ณินร้องไห้บ่อยมากนะ มันไม่ใช่ Healthy Relation เลยณิน” พี่สาวพูดแล้วก็มองฉันด้วยความเป็นห่วง “พี่รู้ว่าณินรักเต แต่ว่าความรักที่ดีไม่ใช่ใช่แบบนี้ พี่ว่าณินโฟกัสที่เตมากไปจนทำให้ตัวเองระแวงไปหรือเปล่า เพลา ๆ ลงบ้างได้ไหม”
“เพราะณินรักเตณินถึงเป็นแบบนี้” ฉันใช้หลังมือปาดน้ำตาออกอีกครั้ง “ณินคิดถึงเต อยากคุยกับเต พี่พารู้ไหมว่าณินไม่มีสมาธิทำโพรเจ็กต์จบเลยตั้งแต่วันที่เตขอห่าง”
“น้องสาวที่พี่รู้จักไม่ใช่คนแบบนี้เลยนะ” พี่สาวเอียงคอมอง “ณินรักเตมากไปจนณินลืมรักตัวเองแล้วนะ พี่ไม่อยากให้ณินเป็นแบบนี้เลย”
“......” ฉันไม่ตอบแต่น้ำตาไหลลงมาก่อนจะถอนหายใจ “พี่พารู้ไหม ณินมีความสุขได้รักเต เพราะเตทำให้ให้ณินรักตัวเองมากขึ้น ณินอยากมีชีวิตอยู่มากขึ้นก็เพราะเต”
“แล้วเตรักณินเท่าที่ณินรักเตหรือเปล่า” คำถามของพี่สาวทำให้ฉันนิ่ง
“เตก็ณินรัก” เพราะแฟนของฉันพร่ำบอกว่ารักฉันบ่อยเท่าที่ฉันต้องการ เตเป็นแฟนที่ดีนะ แต่เขามักมีผู้หญิงเข้าหาเยอะแยะเต็มไปหมด มันทำให้ฉันคิดมากตลอดเวลาที่รับรู้เรื่องพวกนี้
“พี่ว่าวิธีที่เตเสนอมามันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอกนะ เพราะเตกับณินอาจจะอยู่ใกล้กันมากจนบางทีมันทำให้เตกับณินไม่มีช่องว่างให้กันเท่าไหร่” พี่สาวปลอบฉันพลางเกลี่ยมือฉันเบา ๆ “ตอนนี้ณินอาจจะยังไม่ชิน เอาไว้ณินให้เวลาตัวเองก่อน สักพักณินจะตกตะกอนความคิดได้”
“ณินกลัว กลัวจะเสียเตไปพี่พา” ฉันบอกพี่สาวก่อนจะร้องไห้ออกมาอีก
ฉันกลัวจริง ๆ นะ เพราะฉันรักเตมาก มากจนคิดภาพวันที่ไม่มีเตไม่ออกอีกแล้ว เตน่ะเป็นคนที่ทำให้ฉันอยากจะสร้างครอบครัว สร้างอนาคตด้วย แม้เราจะพึ่งคบกันได้หกเดือนแต่มันก็เป็นความรู้สึกเหมือนได้เติมเต็มอย่างบอกไม่ถูก
พอฉันได้เจอเต ฉันรู้สึกเหมือนได้เจอบ้าน บ้านที่เป็นของฉันจริง ๆ
ทุกครั้งที่เตมองฉัน ฉันรับรู้ได้ถึงความรักและความหวังดีที่เต็มเปี่ยมจากเขา ถึงแม้เขาจะอายุน้อยกว่าฉันนิดหน่อย แต่เตเป็นผู้ใหญ่มากนะ
“ไอว่าเราควรทำยังไงดี” ฉันปรึกษากับเพื่อนสนิทในเรื่องเดียวกันนี้หลังจากผ่านมาแล้วหนึ่งเดือน หนึ่งเดือนที่ฉันกับเตเหินห่างกันราวกับว่าไม่ได้เป็นอะไรกันมาก่อน
“แล้วตอนนี้หัวใจของณินอยากทำอะไร” เพื่อนถามกลับมาพร้อมกับมองด้วยแววตาเป็นห่วง
“เราคิดถึงเตมาก ไม่เคยมีวันไหนเลยที่ไม่คิดถึง แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเตถึงทำเหมือนว่าเราสองคนได้ตายจากกันไปแล้ว” ฉันตัดพ้อก่อนเอนตัวลงซบโซฟา “ปริ๊นซ์ได้คุยกับเตบ้างไหม”
เพราะไอวากำลังคบกับปริ๊นซ์ เพื่อนสนิทอีกคนของเต และเธอกับปริ๊นซ์ก็ได้คบกันเพราะฉันกับเตเป็นพ่อสื่อแม่สื่อให้ แต่ความสัมพันธ์ของไอวากับปริ๊นซ์มันดีมาก ทั้งสองคนแทบไม่เคยทะเลาะกันรุนแรงเลย ต่างกับฉันและเตที่ทะเลาะกันบ่อยมาก
“ก็คุยกันนะ แต่พอคุยเรื่องณินเตก็เฉไฉ” ไอวาถอนหายใจ “แต่สำหรับเรานะ เราว่าถ้าเกิดณินยังรักเตมาก ๆ ณินไปง้อเตเถอะ ลองปรับจูนหาตรงกลางให้กันมันอาจจะดีก็ได้นะ”
“เตเป็นคนขอห่างก่อน” ฉันพูดเสียงเบาก่อนจะถอนหายใจออกมา แต่ที่ผ่านมาเตง้อฉันก่อนตลอดเลย ทำให้ฉันไม่มั่นใจว่าจะไปเริ่มที่ตรงไหน
“ขอห่างก่อนณินก็ง้อก่อนได้ ทำให้เตเห็นว่าณินอยากกลับไปเป็นเหมือนเดิมกับเตจริง ๆ” เพื่อนเอื้อมมือมาบีบไหล่พร้อมสายตาให้กำลังใจ “มันไม่ใช่การเสียอีโก้หรอกนะ แต่มันคือการพยายามให้คนที่เรารักเห็นว่าเราอยากรักษาความสัมพันธ์เอาไว้จริง ๆ”
“....” ฉันถอนหายใจ
“เราเชื่อว่าณินทำได้ ลองดูสักครั้ง” ไอวาดึงแก้มฉันเบา ๆ ก่อนจะยิ้มกว้าง “ณินจะได้กลับมายิ้มสดใสเหมือนเดิมไง เราไม่อยากเห็นณินหน้าเศร้าแล้ว”
ไอวาเป็นเพื่อนที่ให้คำปรึกษาได้ดีมากเลยนะ เธอเป็นผู้ใหญ่ มีเหตุผล แล้วก็หยั่งรู้สถานการณ์ได้ต่าง ๆ ได้ดีมากจนฉันทึ่งเลย แม้จะอายุเท่ากันแต่วุฒิภาวะของเธอมันก็ชวนให้ฉันมองว่าตัวเองงี่เง่ากว่าไอวาอยู่เรื่อย ทั้งที่ความสัมพันธ์ของเรามันก็ออกจะคล้ายกันอยู่
“เต” ฉันเรียกแฟนของฉันหลังจากเห็นเขาถือกระเป๋าถือพร้อมกับใส่เครื่องแบบเดินเข้าล็อบบี้คอนโดมา เขาชะงักแล้วหันมามองฉันก่อนจะทำหน้าตกใจ
“เธอมาได้ไง” เขาถามพร้อมกับเดินเข้ามาก่อนจะหลุบตามองดอกไม้ในมือฉัน
ก่อนหน้านี้ฉันมีความสุขกับการได้เป็นผู้รับดอกไม้ แต่ไม่เคยให้ดอกไม้กับเขาเลยสักครั้ง จนได้อ่านข้อความของผู้ชายคนหนึ่งทางโซเชียล มันทำให้ฉันรับรู้มุมมองอีกด้านว่าผู้ชายก็มีความคิดที่จะอยากได้ดอกไม้เหมือนกัน นั่นทำให้ฉันตัดสินใจสั่งดอกไม้มา
“เค้ามีเรื่องอยากคุยด้วย ขึ้นไปข้างบนได้ไหม” ฉันมองเขาด้วยความรู้สึกมีหวัง เพราะหลังจากที่ได้ตกตะกอนความคิด รวมถึงปรึกษาไอวา ฉันรับรู้อย่างตั้งมั่นชัดเจนแล้วว่าฉันไม่ต้องการที่จะเสียเตไป
“จะดีเหรอ” เขาทำท่าอ้ำอึ้งพร้อมกับคำถามที่ดูประหลาดหากมองในฐานะแฟน
แล้วมันไม่ดีตรงไหน หรือมันจะเสียหายอะไร ในเมื่อเรายังคบกันอยู่ และฉันก็เคยมาที่นี่อยู่หลายครั้ง เขาเองก็ไปนอนกับฉันที่คอนโดเหมือนกัน
เขาทำเหมือนกำลังปิดบังอะไรสักอย่างอยู่เลย
Fly like a butterfly– IV3/3Tey Techaphon Talk“นั่นอะไรน่ะ” ผมสะดุ้งเฮือกตอนที่ญาณินทัก จนกระทั่งต้องหยุดการขยับตัว “เมื่อกี้รูปอะไร เห็นนะ เปิดกลับมาเดี๋ยวนี้เลย”“อะไร ไม่มีอะไรเลย” ผมพูดแล้วก็พยายามกดกากบาทรูปออกแต่ณินเลือกเก้าอี้มาหาแล้วคว้าเม้าท์ออกจากมือผมไปคลิกเองวันนี้ญาณินออกมาทำงานของนอกออฟฟิศ ผมเลยให้ณินแวะมารับผมที่สตูดิโอเพื่อที่จะพาไปเลือกสูทด้วยกันใกล้จะถึงแฟชั่นโชว์ของญาณินที่จะจัดขึ้นแล้ว เธออยากให้ผมไปออกงานกับเธอเป็นงานแรกทั้งเปิดตัวแบรนด์และเปิดตัวแฟนด้วยโฮ๊ะ ๆ ๆ แฟนผมน่ารักไหมล่ะ“เอามือออก” แม่นายส่งผมแล้วจ้องหน้า“มันไม่มีอะไร” ผมย้ำอีกแต่ญาณินเบ้ปากแล้วก็คลิกรูปที่ผมพึ่งกดปิดไปขึ้นมา พอเธอเปิดแล้วเลื่อนดูก็หันหน้ามามองผมพร้อมกับสายตาตั้งคำถาม“เป็นสต๊อกเกอร์เหรอเต” เธอว่าแล้วจ้องหน้าผมอีก เธอคงหมายถึงผมเป็นโรคจิต ถ้ำมอง แอบมองล่ะมั้ง ถึงมันจะเข้าข่ายไปหน่อย ๆ แต่ก็ไม่ถือว่าใช่ทั้งหมดนะ เพราะผมไม่ได้ตามเธอสักหน่อยนี่นา มันก็แค่เรื่องบังเอิญที่ผมตั้งใจก็เท่านั้นเอง“เปล่าสักหน่อย กาแฟตรงคาเฟ่หน้าออฟฟิศของเธอมันอร่อยดีเตเลยไปดื่มบ่อย ๆ แค่นั้นเอง” ผมพยายามพูด
Fly like a butterfly– IV2/3ช่วงเย็นฉันกับเตมาซื้อของในซูเปอร์มาเก็ตเพื่อทำอาหาร วันที่ไปทานข้าวบนเรือฉันขอบคุณเตเรื่องที่เขาช่วยพาฉันไปหาหมอ แล้วฉันก็ได้รู้ว่าที่เตไม่ได้ไปเยี่ยมก็เพราะเขาต้องไปต่างประเทศแต่วันที่เตพาฉันไปส่งโรงพยาบาลเขาก็นั่งรอกับพี่วินจนฉันเข้าห้องพักฟื้นถึงได้กลับตอนที่ฉันถามว่าอยากให้ฉันทำอะไรให้แทนคำขอบคุณที่เขาช่วยเตบอกว่าอยากทานข้าวกับฉันอีก ฉันก็ตกลงนะแต่เตก็พึ่งมาบอกวันนี้ว่าอยากให้ฉันทำอาหารให้เขาทาน“เต” ไปหยิบยางรัดผมในกระเป๋าให้หน่อยได้ไหม ฉันบอกเตตอนที่กำลังแกะห่อเส้นสปาเกตตีเพื่อจะต้มเส้นฉันปล่อยผมไว้แต่ถ้าทำอาหารแล้วปล่อยผมมันก็จะไม่ถูกสุขลักษณะ แล้วก็น่ารำคาญด้วย เขาเดินไปตามคำขอของฉันแล้วก็มาหยุดยืนข้างหลัง“ณินทำเองก็ได้” ฉันพูดเพราะเขารวบผมฉันขึ้นก่อนจะมัดรวบเป็นหางม้าให้“เคยทำให้ออกบ่อย” เตพูดแล้วก็ฉวยโอกาสกอดฉันจากทางด้านหลัง“นี่ อย่ามารุ่มร่าม” ฉันบ่นแล้วก็หันไปจะดุเขา หากแต่ว่าเตก็ไวกว่าดันฉันให้หันหน้ามาตรงกันก่อนจะขยับตัวจนฉันชิดกับโต๊ะวางของ“ทำไมจะรุ่มร่ามไม่ได้ในเมื่อณินคืนดีกับเตแล้วนี่” เขายิ้มกวน“ไม่ใช่สักหน่อย ยังไม่ได้บอกว่าให
Fly like a butterfly– IV1/3เตทำไมต้องเป็นคนแบบนี้นะ ถ้านิสัยไม่ดีไปเลยฉันก็คงไม่แอบมารู้สึกผิดทีหลังแบบนี้หรอก แต่ฉันตัดสินใจแล้วว่าหลังจากการหย่าร้างไปทุกอย่างก็คือจบก่อนหน้านี้ฉันก็มีความคิดอยากมูฟออนไปข้างหน้าเหมือนกัน แต่ยังไม่เจอจังหวะที่ใช้ และยังไม่ได้เจอคนที่ถูกใจจนมาได้ยินคำพูดพวกนี้ของเต เขาดูไม่ได้เป็นคนจมปลักนะแต่ดูเหมือนอยากเดินไปข้างหน้าพร้อมกันกับฉันมากกว่า“ว้าย โอ๊ย” ฉันเซถลาตอนแมวของแม่เตกระโดดผ่านฉันเข้าไปยังหน้าต่าง ฉันไม่รู้ว่าข้าวเหนียว แมวของแม่เตมาอยู่ด้านหลังฉันเมื่อไหร่ แต่ว่ามันก็เป็นชั้นวางของที่แมวสามารถปีนได้ แล้วเดาว่าข้าวเหนียวแมวอ้วนคงปีนลงมาจากตรงนั้นแน่เลย“ใครน่ะ” แม่ของเตส่งเสียงมา แต่ฉันที่นั่งแอ้งแม้งอยู่บนพื้นกระเบื้องก็ลูบหัวตัวเองปอย ๆ เพราะเซไปชนไม้กวาดทางมะพร้าวจนมันฟาดหัวเข้า“หนูเองค่ะ ญาณิน” ฉันส่งเสียงแล้วก็เหมือนจะได้ยินเสียงคนวิ่งออกมา“ณิน” เป็นเตเอง เขารีบมาประคองฉันขึ้นแล้วก็ทำหน้างง ๆ ใส่ “มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมไม่บอก”“ไม่นานหรอก” ฉันว่าแล้วทำหน้าแหยง ๆ ใส่เตก็มองหน้าฉัน“หัวโนเลยเธอ” แหงสิไม้กวาดด้ามเกือบเท่าสองนิ้วมันล้มม
Fly like a butterfly– III4/4“เธอถูกชดใช้ไปแล้ว” หลังจากฉันได้รับการบำบัดสภาพจิตใจ ฉันก็คิดว่าการที่ได้แก้แค้นเตคือจุดปลดล็อกความแค้นของฉันไปแล้วฉันไม่รู้ว่าจะต้องยึดติดไปทำไมเพราะสุดท้ายคนที่ต้องรับเอฟเฟคความเจ็บปวดมากที่สุดก็คือฉันเองอยู่ดีฉันพยายามปล่อยวางให้มากขึ้น พยายามเดินไปข้างหน้าให้มากขึ้นเท่าที่จะทำได้แล้ว“ไม่ว่าเตจะคิดหาทางไหนแก้ไขความผิดของตัวเอง แต่ผลลัพธ์สุดท้ายที่เตต้องการที่สุด แล้วก็เป็นสิ่งเดียวที่เตอยากได้คือการได้อยู่กับเธอแค่นั้นจริง ๆ” เขายิ้มออกมาแล้วตาเขาก็เป็นประกายด้วยน้ำตาที่คลอ แต่มันก็ไม่ได้หยด “เห็นแก่ตัวเนอะ”“.....” ฉันไม่ได้ตอบเพราะพูดอะไรไม่ออก“ตั้งแต่วันที่เลือกจะทิ้งณินไปด้วยวิธีโหดร้ายในวันนั้น เตก็ลงโทษตัวเองโดยการไม่มูฟออนจากเธอ ไม่เคยมอง ไม่เคยคิดผู้หญิงคนไหนเลยนอกจากเธอ” มันเหมือนการสารภาพรักไหมนะ “เธอจะไม่เชื่อก็ได้แต่เตไม่เคยเปิดใจให้ใครเลยตลอดห้าปีที่ผ่านมา แล้วก็หลังจากหย่ากันปีกว่าเตก็ไม่เคยมองเหมือนกัน”“ญาณินมันมีดีอะไรนักหนานะ” ฉันพูดเพื่อให้สถานการณ์มันผ่อนคลายลงกว่าเดิม“ญาณินคนนั้นทั้งสวย ฉลาด เวลายิ้มโลกก็สดใส ทำอาหารอร่อย เย็
Fly like a butterfly– III3/4“เดี๋ยว นัดแล้ว มาแล้วก็ต้องอยู่ก่อนสิครับ” เขารั้งแขนฉันไว้ “แต่ต่อให้คุณไปตอนนี้ก็ไปไม่ได้อยู่ดี เรือออกจากท่าแล้วล่ะ”เขาพยักหน้าไปยังกระจกหน้าต่างเรือ ซึ่งเห็นว่าเรือกำลังเริ่มขยับตัวแล้ว“งั้นฉันจะไปที่อื่น” ฉันรู้ว่าบนเรือนี้มีห้องอาหารหลายแบบ“นั่งด้วยกันนี่แหละ จะไปที่อื่นทำไม” เตยังจับแขนฉัน ฉันเลยสะบัดออก“ไม่ตลกแล้วนะเต ตัวเองมีแฟนอยู่แล้วจะมานัดบอดอีกทำไม แล้วเล่นอะไรอยู่กับคุณสินกันแน่” ฉันรัวคำถามพร้อมความรู้สึกที่ไม่พอใจ ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าทำไมเตถึงเป็นเจ้าของห้างทองขนาดใหญ่ขนาดนี้ เพราะฉันเคยได้ยินข่าวเศรษฐกิจพูดถึงห้างทองนี้อยู่ครั้งสองครั้งแล้วก็รู้จากคุณสินว่ากิจการห้างทองนี้ถูกเทกโอเวอร์ไปแล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นศิธราภัทรฉันก็เข้าใจว่าอาจจะเป็นญาติสายตระกูลหลักของแม่เตเทกโอเวอร์ไปซะอีก“นั่งลงก่อนได้ไหม เดี๋ยวเตอธิบายให้เธอฟัง” พูดจบเขาก็บอกพนักงานให้ออกไปก่อน แล้วก็ส่งสายตาขอร้องแกมขอร้องมาให้ฉัน ไหน ๆ เรือก็ออกแล้วฉันยอมนั่งลง แล้วจ้องหน้าเตแต่ก็ไม่ยอมให้เขาพูดก่อนหรอกนะ“สนุกมากเหรอที่มาเล่นอะไรแบบนี้ฉันน่ะ ถ้ามี
Fly like a butterfly– III2/4“คอยดูนะ ณินจะไปนัดบอดกับผู้ชายที่คุณพ่อนัดให้แล้วณินก็จะมีแฟน แต่งงานก่อนให้ดู” ฉันฟึดฟัดแล้วก็จ้วงเค้กอีกคำด้วยความหงุดหงิด“แต่งงานให้ใครดู” คำพูดพี่วินนี่ไม่เข้าหูเลย“บัดสีบัดเถลิง”“โอ๊ย เป็นไร” พี่ชายถามด้วยความไม่เข้าใจอีกครั้ง ฉันหงุดหงิดหน้าบึ้งไปนิดหน่อยแล้วถอนหายใจใส่พี่ชาย “ไหน ใครทำอะไรน้องพี่”“ณินจะมีแฟน” ฉันบอกพี่วินแล้วเหมือนเขาจะจนปัญญากับการถามสาเหตุจากฉันก็เลยทำได้แค่มองนิ่ง ๆ “พี่วินว่าณินสวยไหม”“สวยมาก แต่เริ่มแปลกแล้ว” พี่ชายว่าติดตลกแต่ฉันจิ๊ปากใส่ “สวยมาก น้องสาวพี่สวยมาก”“แล้วพี่คิดว่าถ้าณินไปนัดบอดครั้งแรกแล้วผู้ชายจะขอณินเดทต่อป้ะ” ฉันใช้ศอกเท้ากับโต๊ะแล้วเกยคางกับมือให้พี่ชายมองหน้า “พูดแบบไม่หลงตัวเองนะณินว่าณินก็สวยมากนะ การศึกษาก็ไม่แย่กว่าใคร พ่อณินก็ทำบริษัทใหญ่โตไว้ให้ พี่ชายก็เป็นเจ้าของบริษัทเกมระดับโลก”“แหม....เราเข้าใจพูด” พอถูกชมพี่ชายก็ยิ้ม ๆ “แน่นอนน้องพี่ทั้งสวยทั้งเก่ง ทั้งฉลาด แถมมีพี่ชายหล่อด้วย ใครจะไม่อยากเดทกับน้องพี่ต่อล่ะ”“ใช่ซีรีส์” ฉันยิ้มแล้วก็ดูดน้ำลำไยสดอึกใหญ่ “ไม่เห็นต้องง้อผู้ชายคนไหนเลย แล้ว







![NightZ [IV] UNFAITHFUL](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)