LOGINPrologue
3/3
“เค้ามีเรื่องอยากคุยด้วย ขึ้นไปข้างบนได้ไหม” ฉันมองเขาด้วยความรู้สึกมหวัง เพราะหลังจากที่ได้ตกตะกอนความคิด รวมถึงปรึกษาไอวา ฉันรับรู้อย่างตั้งมั่นชัดเจนแล้วว่าฉันไม่ต้องการที่จะเสียเตไป
“จะดีเหรอ” เขาทำท่าอ้ำอึ้งพร้อมกับคำถามที่ดูประหลาดหากมองในฐานะแฟน
แล้วมันไม่ดีตรงไหน หรือมันจะเสียหายอะไร ในเมื่อเรายังคบกันอยู่ และฉันก็เคยมาที่นี่อยู่หลายครั้ง เขาเองก็ไปนอนกับฉันที่คอนโดเหมือนกัน
เขาทำเหมือนกำลังปิดบังอะไรสักอย่างอยู่เลย
“ไม่สะดวกเหรอ” เพราะฉันพยายามข่มใจไม่ให้คิดอะไรไม่ดีฉันจึงถามแบบนั้น
“เพื่อนเค้าที่เรียนจปร.มันอยู่บ้างบนน่ะ อาทิตย์นี้มันมาขอนอนด้วย” มันก็เป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น ถึงแม้บ้านเตจะอยู่สัตหีบที่ใช้เวลาเดินทางกลับไม่นาน แต่พ่อแม่เตก็ซื้อคอนโดที่กรุงเทพเอาไว้ให้พักเสาร์อาทิตย์ ก็เลยมีเพื่อนเขาที่อยู่จังหวัดไกล ๆ แวะเวียนมาค้างด้วยบ้าง “ไปคอนโดเธอดีไหมล่ะ”
“ได้สิ ได้” เพราะเขาเสนอแบบนี้ฉันจึงดีใจและคิดว่าเตคงอยากจะใช้เวลาคุยกันนาน ๆ เหมือนกันทำให้ฉันยิ้มกว้างให้
“งั้นไปเปลี่ยนชุดแป๊บหนึ่งนะ เธอรอข้างล่างก่อน” ฉันพยักหน้าแล้วเตก็ขึ้นไปบนห้องเขา ไม่นานเขาก็ลงมาพร้อมกับถุงสองสามใบ
ฉันไม่ทันได้ถามแต่เขาก็ขึ้นรถมากับฉันโดยที่มีเขาเป็นคนขับให้ ระหว่างทางมาเรายังไม่ได้คุยอะไรกัน และฉันรู้สึกเหมือนว่านี่คือครั้งแรกที่ฉันอึดอัดกับการนั่งเงียบ ๆ กับเขา เพราะปกติเตจะขี้เล่นและชวนคุยเก่งด้วย เขามักจะหาเรื่องมาคุยกับฉันก่อนตลอดเลย
“ช่วงนี้เธอเป็นไงบ้างเหรอ” ฉันเอ่ยปากถามก่อนแล้วก็เอียงหน้าไปมองเขา ที่ตอนนั้นฉันก็เห็นว่าเตนิ่งมาก กลับจากออกเรือภาคสนามมาเป็นไงบ้าง
“ก็ดีนะ ไปภาคสนามรอบนี้ได้อะไรหลายอย่าง” เขาตอบสั้น ๆ ทำให้ฉันหลุบตาลงมองช่อดอกไม้ที่อยู่บนตัก เขาดีใช่ไหมนะที่ไม่ได้มีฉันไปจุ้นจ้านในชีวิตเขา “แล้วเธอล่ะ เป็นไงบ้าง”
“ทำโพรเจ็กต์จบเสร็จแล้ว รอยื่นจบค่ะ” ฉันตอบเสียงเบา
ฉันเรียนสามปีครึ่งแหละ ทั้งที่เพื่อน ๆ คนอื่นยังคิดว่าจะต้องเรียนต่อไปอีกเทอม แต่ฉันเรียนจบแล้ว และยังไม่ได้คิดเรื่องชีวิตหลังจากนี้เลย
“เธอเก่ง ทำได้อยู่แล้ว” น้ำเสียงเขาเรียบ ๆ คล้ายกับพูดไปอย่างนั้นแต่ฉันก็พยายามไม่ใส่ใจ
ฉันแอบรับรู้ได้ถึงความแปลกไปจากเขา เขาดูไม่สนใจฉัน และเย็นชามากขึ้น เขาทำเหมือนว่าการที่เราสองคนห่างไปเป็นเดือนมันทำให้ชีวิตเขามีความสุขและสบายดีมากกว่าตอนที่มีฉันอยู่
เพราะความคิดแบบนั้นมันทำให้ฉันไม่ได้ถามอะไรเขาอีกจนถึงห้อง
“เค้าให้เธอ “ฉันส่งดอกไม้ไปให้เต และเตก็วางของทุกอย่างที่ถือมาด้วยลงบนโซฟา
“ให้ทำไมเหรอ?” เขาเลิกคิ้วแต่ก็รับช่อดอกไม้จากมือฉันไปถือเอาไว้
“ณินอยากขอโทษเธอเรื่องวันที่เราทะเลาะกัน ขอโทษที่เค้างี่เง่าแล้วก็คิดมากไป” ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะวางอีโก้ทุกอย่างที่มีลง และเทหมดหน้าตักเพื่อง้อเขาโดยไม่สนใจแล้วว่าเหตุการณ์นั้นใครผิดจริง ๆ กันแน่ ตั้งแต่ที่เราห่างกันณินก็รู้แล้วนะว่าการไม่มีเตมันแย่มากเลย
วันนั้นที่ความสัมพันธ์ของเราสั่นคลอน เราสองคนต่างหาฝ่ายผิดโดยการโทษอีกฝ่าย จนลืมไปว่าการกระทำพวกนั้นมันทำให้เราสองคนเจ็บทั้งคู่
“เค้าสัญญานะว่าจะปรับปรุงตัว ไม่งี่เง่า ไม่ชวนทะเลาะบ่อย ๆ เหมือนเมื่อก่อน เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมกันเถอะนะ” ฉันมองเตด้วยประกายความหวังสุด ๆ “ตอนที่ไม่มีเธอเค้าไม่มีความสุขเลย”
ฉันเดินเข้าไปจับมือเต เขาสบตาฉันแวบหนึ่งก่อนจะหลบตาไป
เกิดความเงียบระหว่างเรา ฉันขยับไปหาเต ทำให้เขาหันหน้ามามองฉันแล้ววาดสองมือโอบรอบคอเขาพร้อมกับประทับจูบลงไปก่อน เตเคยบอกว่าชอบจูบของฉัน และฉันเองก็ชอบจูบของเขาเหมือนกัน
ฉันอยากให้เขารู้ว่าฉันรักเขา คิดถึงเขา และโหยหาเขาขนาดไหน
เรียวลิ้นแทรกเข้าไปหาแฟนด้วยความรู้สึกรักใคร่เสียจนล้นเอ่อ เขาโอบเอวฉันด้วยมือข้างหนึ่งแล้วจูบตอบกลับมาเช่นกัน มันทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นและคิดว่าเราสองคนอาจจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ในเร็ววันนี้ และถ้าถึงตอนนั้นฉันจะไม่ทำอะไรที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของเราสั่นคลอนลงเลย
เราสองคนจูบกันอยู่เนิ่นนาน นานจนหากตอนนี้ฉันหยุดเวลาลงได้ฉันก็อยากจะหยุดไว้แค่ตรงนี้ และเป็นจูบที่ฉันจะจำมันไปชั่วชีวิต
ณ. เวลานี้ฉันคิดแบบนี้จริง ๆ
“เค้ารักเธอนะเต ณินรักเธอมากจริง ๆ” ฉันกระซิบ ตอนเราผละจูบออกจากกัน
เราสองคนยืนนิ่ง เตขยับเท้าถอยห่างจากฉันแล้วหันหน้าไปทางอื่น ฉันไม่เห็นสายตาเขา แต่รับรู้ได้ถึงท่าทางที่น่าหนักอกหนักใจของเขา บรรยากาศยังคงชวนอึดอัดมาก ๆ
“คืนนี้เธออยู่กับณินนะ” ฉันบอกเขา ร้องขอเขา และอยากให้เรากลับมาเป็นเหมือนวันเก่า ๆ
ภาพวันที่เตเดินมาขอเบอร์ฉันยังติดอยู่เลย วันที่เขาจีบฉัน ช่วงเวลาที่เตพยายามเข้าหา วันที่เขาขอเป็นแฟน ฉันก็ยังไม่เคยลืมมันได้สักวินาที
“ณิน” เตเรียกแล้วหันกลับมามอง
“คะ?” ฉันขานรับกลับไป
“เราเลิกกันเถอะ” คำนั้นส่งออกมาจากปากเขา มันราวกับสายฟ้าฟาด
ฉันรู้สึกว่าทุกอย่างรอบตัวมันนิ่งงันเหมือนว่าถูกกดปุ่มหยุดเวลาเอาไว้ จังหวะนั้นฉันรู้สึกตกใจอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกเหมือนว่าไอเย็นค่อย ๆ ผุดจากตัว ฉันเห็นสีหน้าและแววตาของเตที่มองมา เขาดูจริงจังเกินกว่าฉันจะคิดว่าเขาล้อเล่นเล่น
ใบหน้าเขาดูมุ่งมั่น มุ่งมั่นเหมือนวันที่อยากจะขอฉันเป็นแฟน แต่วันนี้เขามุ่งมันที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของเราสองคนจบลง
“ทะ ทำไม” ฉันรู้สึกว่าเสียงของฉันแผ่วเบามาก ลำคอฉันแห้งผาก แม้จะมีคำถามมากมายในหัวแต่ว่าฉันก็สามารถพูดได้แค่คำนี้ “ทำไมต้องเลิกกัน มันเพราะวันนั้นเหรอ วันนั้นที่เค้างี่เง่าใส่เธอใช่ไหม”
“ไม่เธอ ไม่ใช่หรอก เค้าผิดเอง” เขาพูดมาและฉันก็มองเขาอย่างต้องการคำตอบ ในตอนนั้นฉันไม่รู้สึกว่าน้ำตามันจะไหลเลยนะ แต่รู้สึกจุกมากจนพูดไม่ออก จุกจนน้ำตาก็ยังไหลออกมาไม่ได้ด้วยด้วยซ้ำ “เค้าเองที่เป็นคนผิด”
“....” ฉันกลืนน้ำลายที่หนืดจนแทบไม่มี และก่อนที่ฉันจะได้เปล่งคำไหนออกไปได้เขาก็ปล่อยคำพูดที่เหมือนมีมีดเล่มใหญ่จ้วงแทงฉันจนแทบทรุดลง
“คือเค้ามีคนอื่น” เตบอกมาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า
“เธอ....” ฉันครางเรียกเขา “ทำไมเธอทำกับณินแบบนี้ล่ะ”
ฉันรู้สึกว่าขอบตาค่อย ๆ ร้อนผ่าวขึ้นมาทีละนิด ร่างกายฉันมันชาและตกใจหนักกว่าเก่าตอนได้ยินเหตุผล รู้สึกจุกจนฉันกำมือจกลงหน้าขาตัวเองแน่น แต่มันก็ไม่เจ็บเลย มันชาจนแทบไม่มีความรู้สึก
“เค้าขอโทษ” เขาไม่ได้อธิบายอะไรฉันเลยและเอาแต่พูดคำนี้ “ขอโทษจริง ๆ เธอ”
“ตะ ตั้งแต่เมื่อไหร่” ฉันพยายามตั้งสติและกลั้นน้ำตาเอาไว้
“ตอนที่เราห่างกัน” เขาตอบด้วยสีหน้าไร้อารมณ์มาก ๆ
“ทำไมถึงทำแบบนั้น เค้าไม่ดีตรงไหนทำไมเธอถึงทำแอบไปคุยกับคนอื่นอ่ะ” ฉันถามและเริ่มน้ำตาไหลลงอาบแก้ม
“เธอ” เตจับไหล่ฉัน “บอกตรง ๆ นะ เราเหนื่อยแล้วก็อึดอัดกับความสัมพันธ์ของเรามากเลยว่ะ เวลาที่เราอยู่กับเธอเราโคตรอึดอัด แล้วก็รำคาญมากเลย”
“ทำไม....” ฉันอ้าปากค้างตอนที่เขาพูดเหตผลนั้นมา ฉันรู้สึกเหมือนมีขวานมาจามลงไปหน้าผากตัวเอง เจ็บจนพูดไม่ออกเลย
“เรายอมรับว่าตอนที่ห่างกันไปเราคุยกับคนอื่น แล้วเราก็อยากจะไปคบกับคนนั้น”
“ผู้หญิงคนนั้นคือวุ้นเส้นเหรอ” อยู่ ๆ ฉันก็นึกชื่อนี้ขึ้นมาในสมอง และฉันหมายถึงคนที่เราทะเลาะกันเมื่อวันนั้นจนเตขอห่างจากฉัน
เตชอบบอกว่าเธอเป็นเพื่อนสมัยมัธยม แต่ไม่ใช่แค่ครั้งนั้นที่ผับนะที่ฉันเห็นเธออยู่กับเต แต่ก่อนหน้านั้นสักสองอาทิตย์ฉันเห็นเธอลงสตอรีแขนผู้ชาย และฉันจำได้ว่านาฬิกาเรือนนั้นคือของเตเพราะฉันซื้อให้ เพราะตอนเธอมาฟอลฯ ฉันก็ฟอลเธอกลับเหมือนกัน
“อืม” เตครางรับ วุ้” นเส้นเป็นเพื่อนเค้าตอนมัธยม แล้วก็เคยคุยกันสมัยเค้าเรียนเตรียมทหารด้วย”
“เธอคุยกับผู้หญิงคนนั้นตอนที่เราคบกันอยู่นะเต” ฉันจ้องเขา รู้สึกปวดร้าวไปทั้งใจ
“ใช่ เตยอมรับ” เตเสตาไปทางอื่นก่อนจะถอนหายใจ “ก่อนหน้าที่จะเจอวุ้นเส้นที่ผับเราไปเจอกันในฐานะเพื่อนมาก่อน พอเราสองคนห่างกันเค้ากับวุ้นเส้นก็เริ่มรู้สึกดีต่อกัน”
“โคตรทุเรศเลยเธอ” ฉันทุบอกเขาซ้ำ ๆ น้ำตาไหลออกมาราวกับพายุฝนห่าใหญ่ “ทำไมเธอต้องทำแบบนี้ ทำไมถึงไม่บอกตั้งแต่แรก ปล่อยให้เค้าโง่มาเป็นเดือนได้ไง”
“เค้าเหนื่อยนะเว้ยที่ต้องคอยทะเลาะกับเธอบ่อย ๆ ทั้งที่เตก็พยายามรักเธอเต็มที่ แต่มันก็เหมือนไม่เคยพอสำหรับเธอเลย” เตปล่อยคำพูดใจร้ายใส่ฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า “แล้วเตรู้สึกว่าเธอรักเตมากไป อีกอย่างเค้าก็กดดันกับการที่เธอคาดหวังในตัวเตมากขนาดนั้น เตอยากได้แฟนที่เหมือนเพื่อนกันมากกว่า”
“.....” ฉันพูดอะไรไม่ออกเลย การรักมากไปมันผิดขนาดนั้นเลยเหรอ
“เราเลิกกันเถอะ เค้าไปต่อกับเธอไม่ไหวแล้วญาณิน”
“ไม่เอาเธอ เค้าไม่เลิก” ฉันจับแขนเขาส่ายหน้าไปมาและร้องไห้ไปด้วย “ไม่เลิกได้มั้ยเธอ เค้ารักเธอมากจริง ๆ แต่เค้าจะปรับปรุงตัวทุกอย่างเลยนะ ไม่เลิกได้มั้ย”
“เธอ แต่เค้าไปเจอคนนั้นแล้วนะ แล้วก็....” ฉันว่าฉันรู้ว่าเขาจะพูดอะไรออกมา
“ไม่เธอ เค้าจะไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เค้าให้อภัยเธอหมดทุกอย่างไม่ว่าเธอจะไปทำอะไรมา แต่ว่าไม่เลิกนะเธอ” ฉันกอดเขาและร้องไห้สะอึกสะอื้น ฉันดูเหมือนคนรักมากจนตาบอดที่จะมองข้ามทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำผิดเพราะอยากมีเขาอยู่ในชีวิต แต่ในวินาทีนั้นฉันคิดแบบนี้จริง ๆ
“แต่ความรู้สึกเค้ามันเปลี่ยนไปแล้วเธอ” เขาพูดทั้งที่ฉันกอดเขาอยู่
“เราทำให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้นะ” ฉันพูดทั้งน้ำตา “ที่ผ่านมามันก็ดีมากเลยนะเธอ เราทำให้มันเป็นแบบนั้นได้อีกนะ เค้าจะยอมเธอทุกอย่างเลย”
ฉันอ้อนวอนเขา ร้องไห้สะอึกสะอื้นแบบที่เวลาผ่านไปแล้วมองย้อนกลับมาฉันสมเพชเวทนาตัวเองมากเลยที่ทำแบบนั้นกับคนที่ไม่เห็นค่าตัวเอง
“เต...เลือกคนนั้น” ฉันนิ่งงันไปและรู้สึกเหมือนว่าถูกฟ้าผ่า เหมือนมีหอกแหลมเป็นพันเล่มพุ่งทะยานเข้ามาทิ่มแทงกายฉัน ฉันเจ็บร้าวไปหมดรู้สึกเหมือนจะขาดใจเลย “เค้ารักเธอได้ไม่ดีพอหรอก แต่เตก็อยากให้เธอเจอคนที่ดีกว่าเตนะ”
“ไม่เธอ ไม่เอา เค้าไม่อยากได้ใครนอกจากเธอ” ฉันไถลตัวนั่งกับพื้นและร้องไห้ในขณะที่เขาลุกขึ้น และฉันก็รู้สึกไร้ค่ามากตอนที่ตัวเองกอดขาเขา ร้องไห้รั้งเขาไม่ให้ไป “เธอไม่ทิ้งเค้านะ”
แต่มันก็รั้งไม่ได้ เพราะเขาทิ้งฉันไปแบบไม่ใยดีเลยสักครั้ง
“ณินปล่อย” เขาพยายามดึงขาออกไปจากอ้อมแขนฉัน ฉันไม่เห็นหน้าเตว่าเป็นยังไงเพราะฉันกอดขาเขาแน่น น้ำตาไหลเป็นทางจนมองอะไรได้ไม่ชัด เตพยายามขืนขาออกจากฉันจนได้ “อย่าทำแบบนี้เลย ต่อให้เธอรั้งยังไงเราก็อยู่ไหวหรอก เตหมดแพสชันกับเธอจนไม่เหลือความรักตั้งนานแล้ว”
ฉันมองไปที่ถุงพวกนั้นที่เขาถือมา จริงแล้วมัยคือถุงเสื้อผ้าข้าวของ ของฉันที่เคยทิ้งไว้ที่คอนโดเตเอง เขาคงตั้งใจแล้วว่าจะทิ้งฉันไปจริง ๆ
ฉันโทรพาเพื่อนและเพื่อนก็รีบมาหาฉันที่คอนโด ฉันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวงจนเพื่อนต้องนอนเป็นเพื่อน และไม่รู้ว่าฉันหลับไปตอนไหน แต่รู้สึกว่านอนสะดุ้งตื่นกลางดึก และนั่งร้องไห้เงียบ ๆ ในห้องน้ำจนเกือบเช้า ฉันคิดถึงเต และอยากให้มันเป็นแค่ฝัน
ตอนเช้าฉันพบว่าเตลบทุกอย่างในไอจีเกี่ยวกับฉันออก และลงสตอรีกับคนใหม่ด้วยเพลงรักหวานชื่นอย่างเลือดเย็น ฉันส่งข้อความไปแต่เตไม่อ่านข้อความด้วยซ้ำ
วันถัดมาฉันไปหาเตที่ห้องแต่เขาไม่อยู่ วุ้นเส้นบล็อกไอจีฉันไปแล้ว และแต่ไอวาไปฟอลไอจีของวุ้นเส้นให้แล้วก็เห็นว่าเธอกับเตยู่ด้วยกัน ทั้งที่เขาพึ่งบอกเลิกฉันได้วันเดียวเองนะ
แต่เขาก็ไปอยู่กับคนนั้น ไปพลอดรักกันโดยที่ไม่สนใจฉันเลย
ฉันกินข้าวไม่ลง เอาแต่ร้องไห้และนอนก็แทบไม่หลับ ฉันกินยานอนหลับทุกวันตลอดเวลาสัปดาห์แรกที่เลิกกันเพราะอยากให้เวลามันผ่านไปไว ๆ เตไม่อ่านข้อความฉันเลยสักครั้ง ไม่เคยรับสายฉันเลย บางทีฉันก็สงสัยนะว่าทำไมเขาถึงไปได้ไวขนาดนี้ทั้งที่ฉันยังยืนอยู่ที่เดิม ตรงที่เขาทิ้งฉันไว้
จนวันหนึ่งในห้วงสัปดาห์ที่สามหลังจากเลิกกัน ฉันได้รับข้อความจากวุ้นเส้น เธอทักเฟซบุ๊กฉันมาทั้งที่ไม่ได้เป็นเพื่อน เธอบอกให้ฉันลงมาข้างล่างคอนโด เธอมาหาฉันเพราะบอกว่ามีเรื่องจะคุย
“มีอะไรจะคุยก็ว่ามา” ฉันพูดไปและมองหน้าเธอ เธอก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่น่าตาน่ารักใส ๆ ดี แต่ถึงจะหน้าตาดีก็แย่งแฟนคนอื่นอยู่ดีล่ะ คนนี้ใช่ไหมนะที่เขาเลือก
“เตให้หนูมาบอกพี่ว่าเลิกโทรไปหา เลิกส่งข้อความไปได้แล้วค่ะ” เธอพูดมาและฉันก็รู้สึกเหมือนถูกตบหน้ายังไงไม่รู้ “หนูกับเตคบกันแล้ว แล้วก็ไม่ค่อยสบายใจที่เห็นพี่ยังส่งข้อความ ยังโทรมา”
“ตอนคุยกับเตไม่รู้เหรอว่าเขามีแฟนอยู่แล้ว” ฉันถามไปโดยที่ไม่ตอบคำถามเธอ “แต่ก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอถ้ามีโซเชียลเตอ่ะ”
“รู้ค่ะ” เธอตอบเรียบ ๆ “แต่ตอนนี้หนูก็เป็นแฟนเตแล้วนี่คะ อดีตสำคัญอะไร”
“ผู้หญิงที่ดีเขาไม่ยุ่งกับคนที่มีแฟนแล้วหรอกนะ” ฉันพูดต่อไปอีก
“แต่หนูกับเตเคยคุยกันมาก่อนนะคะ แล้วเตเขาก็เป็นคนขอกลับมาคุยกับหนูก่อนด้วยซ้ำ” เธอทำหน้าซื่อตาใสใส่ฉัน “เอาเป็นว่าถ้าพี่ยังส่งข้อความมาอีกเตจะบล็อกพี่ ตัดใจเถอะค่ะ พี่ก็หน้าตาดีมากนะคงจะหาใหม่ได้ง่าย ๆ”
“สารเลวทั้งคู่” ฉันด่าแล้วเกือบจะน้ำตาร่วงลงมา
“ขอบคุณค่ะ” เธอว่าแล้วก็มองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะเดินจากไป ผู้หญิงคนนี้น่ะเหรอที่เตเลือก ฉันได้แต่เฝ้าถามตัวเองว่าฉันไม่ดีตรงไหน ทำไมเขาถึงไปมีคนอื่น
ทั้งที่ตอนนั้นฉันลืมไปเลยว่าฉันไม่ควรตั้งคำถามแบบนี้ และมันก็ไม่ใช่ความผิดของฉันเลยด้วยซ้ำ
ตอนนั้นฉันเจ็บปวดและเสียใจมาก ฉันใช้เวลานานมากกว่าจะก้าวข้ามมาได้
ฉันเกือบจะฆ่าตัวตายเลยนะเพราะอยากจะหลีกหนีความโชคร้ายและความทุกข์ต่าง ๆ นานาที่ฉันได้รับ และเรื่องความรักที่ไม่สมหวังก็ด้วย แต่ก็มีบางอย่างที่รั้งฉันเอาไว้ทำให้ฉันใช้ชีวิตต่อ ผ่านมาสักพักฉันได้รับการตรวจว่าเป็นซึมเศร้า
ฉันเกลียดในความโชคร้ายของตัวเองเหลือเกิน
ตอนเกิดมาแม่ก็เสียเพราะคลอดฉัน พ่อก็มองว่าฉันเป็นต้นเหตุที่ทำให้แม่ตาย ฉันเลยโตมาแบบที่ไม่ได้รับความอบอุ่นจากพ่อเลย น้อยครั้งได้ที่จะได้คุยกับพ่อ พ่อแสดงออกชัดเจนว่ารักฉันน้อยกว่าพี่ชายและพี่สาว แต่ยังโชคดีที่พี่ ๆ รักฉันมาก และบอกว่ามันไม่ใช่ความผิดฉัน
พอโตขึ้นมีแฟนก็โหยหาความรักจากแฟน แต่ก็ไม่เคยสมหวังเลย และตอนนี้ฉันทรมานกับรักครั้งนี้มากจริง ๆ
เตทิ้งฉันไว้กับความกลัว ความหวาดระแวง และกำแพงหัวใจที่หนาทึบ ฉันรู้สึกว่าตัวเองได้สิ้นศรัทธาในความรักไปแล้ว
Fly like a butterfly– IV3/3Tey Techaphon Talk“นั่นอะไรน่ะ” ผมสะดุ้งเฮือกตอนที่ญาณินทัก จนกระทั่งต้องหยุดการขยับตัว “เมื่อกี้รูปอะไร เห็นนะ เปิดกลับมาเดี๋ยวนี้เลย”“อะไร ไม่มีอะไรเลย” ผมพูดแล้วก็พยายามกดกากบาทรูปออกแต่ณินเลือกเก้าอี้มาหาแล้วคว้าเม้าท์ออกจากมือผมไปคลิกเองวันนี้ญาณินออกมาทำงานของนอกออฟฟิศ ผมเลยให้ณินแวะมารับผมที่สตูดิโอเพื่อที่จะพาไปเลือกสูทด้วยกันใกล้จะถึงแฟชั่นโชว์ของญาณินที่จะจัดขึ้นแล้ว เธออยากให้ผมไปออกงานกับเธอเป็นงานแรกทั้งเปิดตัวแบรนด์และเปิดตัวแฟนด้วยโฮ๊ะ ๆ ๆ แฟนผมน่ารักไหมล่ะ“เอามือออก” แม่นายส่งผมแล้วจ้องหน้า“มันไม่มีอะไร” ผมย้ำอีกแต่ญาณินเบ้ปากแล้วก็คลิกรูปที่ผมพึ่งกดปิดไปขึ้นมา พอเธอเปิดแล้วเลื่อนดูก็หันหน้ามามองผมพร้อมกับสายตาตั้งคำถาม“เป็นสต๊อกเกอร์เหรอเต” เธอว่าแล้วจ้องหน้าผมอีก เธอคงหมายถึงผมเป็นโรคจิต ถ้ำมอง แอบมองล่ะมั้ง ถึงมันจะเข้าข่ายไปหน่อย ๆ แต่ก็ไม่ถือว่าใช่ทั้งหมดนะ เพราะผมไม่ได้ตามเธอสักหน่อยนี่นา มันก็แค่เรื่องบังเอิญที่ผมตั้งใจก็เท่านั้นเอง“เปล่าสักหน่อย กาแฟตรงคาเฟ่หน้าออฟฟิศของเธอมันอร่อยดีเตเลยไปดื่มบ่อย ๆ แค่นั้นเอง” ผมพยายามพูด
Fly like a butterfly– IV2/3ช่วงเย็นฉันกับเตมาซื้อของในซูเปอร์มาเก็ตเพื่อทำอาหาร วันที่ไปทานข้าวบนเรือฉันขอบคุณเตเรื่องที่เขาช่วยพาฉันไปหาหมอ แล้วฉันก็ได้รู้ว่าที่เตไม่ได้ไปเยี่ยมก็เพราะเขาต้องไปต่างประเทศแต่วันที่เตพาฉันไปส่งโรงพยาบาลเขาก็นั่งรอกับพี่วินจนฉันเข้าห้องพักฟื้นถึงได้กลับตอนที่ฉันถามว่าอยากให้ฉันทำอะไรให้แทนคำขอบคุณที่เขาช่วยเตบอกว่าอยากทานข้าวกับฉันอีก ฉันก็ตกลงนะแต่เตก็พึ่งมาบอกวันนี้ว่าอยากให้ฉันทำอาหารให้เขาทาน“เต” ไปหยิบยางรัดผมในกระเป๋าให้หน่อยได้ไหม ฉันบอกเตตอนที่กำลังแกะห่อเส้นสปาเกตตีเพื่อจะต้มเส้นฉันปล่อยผมไว้แต่ถ้าทำอาหารแล้วปล่อยผมมันก็จะไม่ถูกสุขลักษณะ แล้วก็น่ารำคาญด้วย เขาเดินไปตามคำขอของฉันแล้วก็มาหยุดยืนข้างหลัง“ณินทำเองก็ได้” ฉันพูดเพราะเขารวบผมฉันขึ้นก่อนจะมัดรวบเป็นหางม้าให้“เคยทำให้ออกบ่อย” เตพูดแล้วก็ฉวยโอกาสกอดฉันจากทางด้านหลัง“นี่ อย่ามารุ่มร่าม” ฉันบ่นแล้วก็หันไปจะดุเขา หากแต่ว่าเตก็ไวกว่าดันฉันให้หันหน้ามาตรงกันก่อนจะขยับตัวจนฉันชิดกับโต๊ะวางของ“ทำไมจะรุ่มร่ามไม่ได้ในเมื่อณินคืนดีกับเตแล้วนี่” เขายิ้มกวน“ไม่ใช่สักหน่อย ยังไม่ได้บอกว่าให
Fly like a butterfly– IV1/3เตทำไมต้องเป็นคนแบบนี้นะ ถ้านิสัยไม่ดีไปเลยฉันก็คงไม่แอบมารู้สึกผิดทีหลังแบบนี้หรอก แต่ฉันตัดสินใจแล้วว่าหลังจากการหย่าร้างไปทุกอย่างก็คือจบก่อนหน้านี้ฉันก็มีความคิดอยากมูฟออนไปข้างหน้าเหมือนกัน แต่ยังไม่เจอจังหวะที่ใช้ และยังไม่ได้เจอคนที่ถูกใจจนมาได้ยินคำพูดพวกนี้ของเต เขาดูไม่ได้เป็นคนจมปลักนะแต่ดูเหมือนอยากเดินไปข้างหน้าพร้อมกันกับฉันมากกว่า“ว้าย โอ๊ย” ฉันเซถลาตอนแมวของแม่เตกระโดดผ่านฉันเข้าไปยังหน้าต่าง ฉันไม่รู้ว่าข้าวเหนียว แมวของแม่เตมาอยู่ด้านหลังฉันเมื่อไหร่ แต่ว่ามันก็เป็นชั้นวางของที่แมวสามารถปีนได้ แล้วเดาว่าข้าวเหนียวแมวอ้วนคงปีนลงมาจากตรงนั้นแน่เลย“ใครน่ะ” แม่ของเตส่งเสียงมา แต่ฉันที่นั่งแอ้งแม้งอยู่บนพื้นกระเบื้องก็ลูบหัวตัวเองปอย ๆ เพราะเซไปชนไม้กวาดทางมะพร้าวจนมันฟาดหัวเข้า“หนูเองค่ะ ญาณิน” ฉันส่งเสียงแล้วก็เหมือนจะได้ยินเสียงคนวิ่งออกมา“ณิน” เป็นเตเอง เขารีบมาประคองฉันขึ้นแล้วก็ทำหน้างง ๆ ใส่ “มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมไม่บอก”“ไม่นานหรอก” ฉันว่าแล้วทำหน้าแหยง ๆ ใส่เตก็มองหน้าฉัน“หัวโนเลยเธอ” แหงสิไม้กวาดด้ามเกือบเท่าสองนิ้วมันล้มม
Fly like a butterfly– III4/4“เธอถูกชดใช้ไปแล้ว” หลังจากฉันได้รับการบำบัดสภาพจิตใจ ฉันก็คิดว่าการที่ได้แก้แค้นเตคือจุดปลดล็อกความแค้นของฉันไปแล้วฉันไม่รู้ว่าจะต้องยึดติดไปทำไมเพราะสุดท้ายคนที่ต้องรับเอฟเฟคความเจ็บปวดมากที่สุดก็คือฉันเองอยู่ดีฉันพยายามปล่อยวางให้มากขึ้น พยายามเดินไปข้างหน้าให้มากขึ้นเท่าที่จะทำได้แล้ว“ไม่ว่าเตจะคิดหาทางไหนแก้ไขความผิดของตัวเอง แต่ผลลัพธ์สุดท้ายที่เตต้องการที่สุด แล้วก็เป็นสิ่งเดียวที่เตอยากได้คือการได้อยู่กับเธอแค่นั้นจริง ๆ” เขายิ้มออกมาแล้วตาเขาก็เป็นประกายด้วยน้ำตาที่คลอ แต่มันก็ไม่ได้หยด “เห็นแก่ตัวเนอะ”“.....” ฉันไม่ได้ตอบเพราะพูดอะไรไม่ออก“ตั้งแต่วันที่เลือกจะทิ้งณินไปด้วยวิธีโหดร้ายในวันนั้น เตก็ลงโทษตัวเองโดยการไม่มูฟออนจากเธอ ไม่เคยมอง ไม่เคยคิดผู้หญิงคนไหนเลยนอกจากเธอ” มันเหมือนการสารภาพรักไหมนะ “เธอจะไม่เชื่อก็ได้แต่เตไม่เคยเปิดใจให้ใครเลยตลอดห้าปีที่ผ่านมา แล้วก็หลังจากหย่ากันปีกว่าเตก็ไม่เคยมองเหมือนกัน”“ญาณินมันมีดีอะไรนักหนานะ” ฉันพูดเพื่อให้สถานการณ์มันผ่อนคลายลงกว่าเดิม“ญาณินคนนั้นทั้งสวย ฉลาด เวลายิ้มโลกก็สดใส ทำอาหารอร่อย เย็
Fly like a butterfly– III3/4“เดี๋ยว นัดแล้ว มาแล้วก็ต้องอยู่ก่อนสิครับ” เขารั้งแขนฉันไว้ “แต่ต่อให้คุณไปตอนนี้ก็ไปไม่ได้อยู่ดี เรือออกจากท่าแล้วล่ะ”เขาพยักหน้าไปยังกระจกหน้าต่างเรือ ซึ่งเห็นว่าเรือกำลังเริ่มขยับตัวแล้ว“งั้นฉันจะไปที่อื่น” ฉันรู้ว่าบนเรือนี้มีห้องอาหารหลายแบบ“นั่งด้วยกันนี่แหละ จะไปที่อื่นทำไม” เตยังจับแขนฉัน ฉันเลยสะบัดออก“ไม่ตลกแล้วนะเต ตัวเองมีแฟนอยู่แล้วจะมานัดบอดอีกทำไม แล้วเล่นอะไรอยู่กับคุณสินกันแน่” ฉันรัวคำถามพร้อมความรู้สึกที่ไม่พอใจ ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าทำไมเตถึงเป็นเจ้าของห้างทองขนาดใหญ่ขนาดนี้ เพราะฉันเคยได้ยินข่าวเศรษฐกิจพูดถึงห้างทองนี้อยู่ครั้งสองครั้งแล้วก็รู้จากคุณสินว่ากิจการห้างทองนี้ถูกเทกโอเวอร์ไปแล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นศิธราภัทรฉันก็เข้าใจว่าอาจจะเป็นญาติสายตระกูลหลักของแม่เตเทกโอเวอร์ไปซะอีก“นั่งลงก่อนได้ไหม เดี๋ยวเตอธิบายให้เธอฟัง” พูดจบเขาก็บอกพนักงานให้ออกไปก่อน แล้วก็ส่งสายตาขอร้องแกมขอร้องมาให้ฉัน ไหน ๆ เรือก็ออกแล้วฉันยอมนั่งลง แล้วจ้องหน้าเตแต่ก็ไม่ยอมให้เขาพูดก่อนหรอกนะ“สนุกมากเหรอที่มาเล่นอะไรแบบนี้ฉันน่ะ ถ้ามี
Fly like a butterfly– III2/4“คอยดูนะ ณินจะไปนัดบอดกับผู้ชายที่คุณพ่อนัดให้แล้วณินก็จะมีแฟน แต่งงานก่อนให้ดู” ฉันฟึดฟัดแล้วก็จ้วงเค้กอีกคำด้วยความหงุดหงิด“แต่งงานให้ใครดู” คำพูดพี่วินนี่ไม่เข้าหูเลย“บัดสีบัดเถลิง”“โอ๊ย เป็นไร” พี่ชายถามด้วยความไม่เข้าใจอีกครั้ง ฉันหงุดหงิดหน้าบึ้งไปนิดหน่อยแล้วถอนหายใจใส่พี่ชาย “ไหน ใครทำอะไรน้องพี่”“ณินจะมีแฟน” ฉันบอกพี่วินแล้วเหมือนเขาจะจนปัญญากับการถามสาเหตุจากฉันก็เลยทำได้แค่มองนิ่ง ๆ “พี่วินว่าณินสวยไหม”“สวยมาก แต่เริ่มแปลกแล้ว” พี่ชายว่าติดตลกแต่ฉันจิ๊ปากใส่ “สวยมาก น้องสาวพี่สวยมาก”“แล้วพี่คิดว่าถ้าณินไปนัดบอดครั้งแรกแล้วผู้ชายจะขอณินเดทต่อป้ะ” ฉันใช้ศอกเท้ากับโต๊ะแล้วเกยคางกับมือให้พี่ชายมองหน้า “พูดแบบไม่หลงตัวเองนะณินว่าณินก็สวยมากนะ การศึกษาก็ไม่แย่กว่าใคร พ่อณินก็ทำบริษัทใหญ่โตไว้ให้ พี่ชายก็เป็นเจ้าของบริษัทเกมระดับโลก”“แหม....เราเข้าใจพูด” พอถูกชมพี่ชายก็ยิ้ม ๆ “แน่นอนน้องพี่ทั้งสวยทั้งเก่ง ทั้งฉลาด แถมมีพี่ชายหล่อด้วย ใครจะไม่อยากเดทกับน้องพี่ต่อล่ะ”“ใช่ซีรีส์” ฉันยิ้มแล้วก็ดูดน้ำลำไยสดอึกใหญ่ “ไม่เห็นต้องง้อผู้ชายคนไหนเลย แล้ว







