Masuk“อ๊ะ!” มันกระตุกหงึกทักทาย จนผมเผลอพลั้งปากส่งเสียงตกใจออกมา “อยากกินหรือเปล่าครับ หืม?” คำถามธรรมดาแต่แฝงไปด้วยความทะลึ่งทะเล้น ทำให้ผมเม้มปากแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะมองสบตากับเขา เลยได้แต่จดจ้องอยู่ที่มือของเราสองคนที่ยังคงวางไว้ตำแหน่งเดิม…ไอ้นี่น่ะสิของเขามันเริ่มแข็งตัวและขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ดูท
“จะอายอะไรกันล่ะคุณโย หืม? ทำอย่างกับว่าผมไม่เคยเห็นร่างกายส่วนนั้นของคุณอย่างนั้นแหละ” คราวนี้ผมเบิกตากว้างกว่าเก่า ใบหน้าเห่อร้อนเพราะความอาย ทำไมต้องพูดเรื่องแบบนี้ออกมาได้ง่ายๆ โดยที่ไม่รู้สึกกระดากปากเลยสักนิดนะ “นะ นั่นมันเหมือนกันที่ไหนเล่า! มันคนละบริบทกันเลยนะ!!” ผมพูดด้วยเสียงไม่พอใจ เพ
“หื่นนนนน” ผมพูดยานคางเพราะตาเริ่มจะปิดอีกรอบ ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ได้ยินแค่เสียงสวบสาบก่อนที่ร่างอ่อนปวกเปียกไร้แรงของผมจะลอยวืดขึ้นจากเตียง จากที่ง่วงๆ ผมตาเบิกโพลงขึ้นทันที “ทำอะไรเนี่ย วางผมลงนะ” ผมถามเสียงตื่นพลางมองอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้ใจ ไปเอาเรี่ยวเอาแรงมาจากไหนนักหนา ถึงได้ฮึกเหิมแข็
ในวันที่ฝนตกพรำๆ ในวันที่ตื่นมาในตอนเช้าแล้วพบว่าสายฝนกำลังกระหน่ำเทลงมาอย่างหนักหน่วงแบบนี้ สำหรับคนส่วนมากแล้ว ถ้าต้องออกไปทำงานมันคงเป็นอะไรที่แย่สุดๆ เพราะไหนจะสภาพอากาศที่ชื้นขึ้นจนอบอ้าว ไหนจะเสี่ยงต่อการโดนฝนแล้วเจ็บป่วยอีก แต่…แต่สำหรับผมแล้ว ผมไม่ห่วงเรื่องนั้นหรอกครับ เพราะเรื่องที่ผม
“อาหารรสชาติเป็นยังไงบ้างครับทุกคน สเต็กเหนียวไปหรือว่าสุกเกินไปหรือเปล่า” ผมถามอย่างลุ้นๆ เมื่อทุกคนหั่นสเต็กชิมกันคนละคำ “อร่อยมากครับที่รัก” คำชมของคุณกฤษณ์ผมไม่ค่อยอยากจะเชื่อสักเท่าไหร่ เพราะคนอย่างเขาผมทำอะไรให้ทานเขาก็บอกว่าอร่อยหมด ไม่ว่ารสชาติมันจะเป็นยังไง “อีโย นี่มึงกล้าสาบานไหมว่าทั
ผมนี่ถึงกับอึ้งเลยทีเดียว จากตอนแรกที่เจอกัน ก็เป็นเขานั่นแหละที่เอาสเปรย์ฆ่าเชื้อมาฉีดใส่หน้าผมอะ ทำอย่างกับว่าผมเป็นตัวเชื้อโชคงั้นอะ แล้วดูตอนนี้สิเขาไม่แม้แต่จะล้างมือบ่อยๆ ด้วยเจลแอลกอฮอล์ซะด้วยซ้ำ “คุณโย ผมมาแล้ว” ผมที่กำลังเหม่อ สะดุ้งเล็กน้อยตอนที่คุณกฤษณ์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ พอเห็นผมทำหน
“…ได้ครับ” ตอบออกไปอย่างคนเหม่อลอย บ้าไปแล้ว ทำไมเขาต้องใจดีขนาดนี้ แต่ว่านะ ผมก็ต้องกินเองได้อยู่แล้วไหมล่ะ อาการผมดีขึ้นกว่าเดิมเยอะแล้วนี่นา “อืม เดี๋ยวผมออกมา” ผมมองตามร่างสูงจนอีกฝ่ายหายเข้าไปในห้องน้ำ ถึงได้หันมาให้ความสนใจกับโจ๊กเละๆ ในถ้วย ย่นหน้าเล็กน้อยก่อนหยิบช้อนขึ้นมาตักใส่ปาก รสชา
ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ก็พบว่าห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิด ต้องปรับสายตาอยู่ชั่วครู่กว่าจะชินกับความมืดได้ พอเหลือบตามองออกไปด้านนอก ท้องฟ้าที่เคยสว่างสดใสก็ดับแสงลงไปแล้ว ขยับตัวดูก็พบว่าตัวเองอาการดีขึ้นกว่าเดิมเยอะมากๆ ไม่ต้องร้องโอดโอยเหมือนเมื่อเช้านี้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังลุกขึ้นในทั
ได้ยินเสียงเขาหัวเราะเบาๆ ก่อนประตูห้องนอนจะปิดลง “ไอ้คุณไม้ตะบองยักษ์บ้า!” โผล่หน้าออกมาจากผ้าห่มแค่ครึ่งหน้า เลื่อนสายตาไปยังบานประตูที่ปิดงับสนิท แล้วด่าเบาๆ ก่อนเม้มปากเขินอายอยู่คนเดียว จริงๆ อยากดีดดิ้นให้มากกว่านี้ ติดที่ว่าผมขยับตัวได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขยับแรงไม่ได้... มัน...สะ...เท
“อึก…” เสียดและแน่นแม้จะมีเจลช่วย “ผ่อนคลายหน่อยคุณโย” อ่า ผ่อนคลาย ผมพยักหน้าทำตามที่อีกฝ่ายบอก สูดหายใจเข้าลึกๆ ตามองเบื้องล่างไม่กะพริบ มองไม่เห็นหรอกว่านิ้วมันเข้าไปแบบไหน แต่สัมผัสได้ว่ามันค่อยๆ เคลื่อนเข้าไปช้าๆ เพราะคนทำใจดีมากพอ ไม่ได้รีบเร่งสอดส่งจนผมรู้สึกเจ็บและฝืดเคือง “อ๊า” ไม่นาน







