Beranda / โรแมนติก / My Beloved Vampire ป่วนหัวใจ แวมไพร์ที่รัก / ตอนที่ 10 พระเอกในนิยายของวาววา

Share

ตอนที่ 10 พระเอกในนิยายของวาววา

last update Terakhir Diperbarui: 2025-01-07 14:00:10

----------

...นิยายของวาววา...

...

ณ ร้านอาหารหรูร้านหนึ่ง

เชนทร์จองไว้เป็นพิเศษเพื่อฉลองวันเกิดให้อันนา เขาส่งยิ้มให้เธอพร้อมกับช่อลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์  ทันทีที่อันนารับช่อดอกไม้ เธอก็จามออกมาเบาๆ ด้วยความน่ารัก

'ฮัด...จิ!'

เสียงจามใสๆ ทำให้แวมไพร์ผู้เย็นชาอดยิ้มไม่ได้

“อ้ะ...ขอโทษค่ะ” อันนากล่าวพร้อมยกนิ้วถูจมูกของตนเองเบาๆ “ขอบคุณสำหรับดอกไม้นะคะ ฮ...ฮัด จิ!!!

เชนทร์มองอันนาด้วยสายตาอ่อนโยน ใจนึกสงสัยว่าหรือคนรักของเขาจะแพ้กลิ่นดอกลิลลี่กันนะ

“คุณแพ้เกสรดอกไม้หรือเปล่าครับ?

“ไม่นะคะ...แต่อาจจะยกเว้นลิลลี่กับดอกแก้..ว ฮัด! จิ!!!

“ถ้างั้นทิ้งไป เดี๋ยวผมซื้อให้ใหม่” เชนทร์กล่าวพร้อมดึงช่อดอกลิลลี่ออกจากมืออันนา

“ไม่เป็นไ..ร เช..น.. ฮัดด!! จิ!

...

..

.

----------

หลังจากเพทายเดินจากห้องไป วาววายังรู้สึกตกใจอยู่เล็กน้อย สายตาของเธอมองไปยังแวมไพร์หนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่ เขาจ้องมองเธอกลับโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา 

แต่แล้ว...วาววาก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากขอบคุณที่เขามาช่วยเธอไว้

“ขอบคุณนะ”

               

ร่างสูงโปร่ง ใบหน้าอันหล่อเหลา ประกอบกับดวงตาสีแดงก่ำจับจ้องวาววาชั่วครู่ ก่อนจะละสายตามองไปยังบางอย่างที่อยู่ด้านหลังเธอ

               

“กระเทียมพวกนั้น...อะไรน่ะ?”

               

ใบหน้าละมุนหันควับไปมองไปกระเทียมที่เธอแขวนเรียงรายราวกับมูลี่ไว้ทั่วบริเวณประตูกระจกระเบียงและหน้าต่างทุกบานในห้อง 

เธอเคยเชื่อว่ากระเทียมเหล่านี้จะป้องกันแวมไพร์  แต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มผู้มาช่วยเธอในตอนนี้  เขากลับเดินเข้ามาด้านในโดยไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไรกับกระเทียมพวกนั้นสักนิดเดียว

               

คิ้วของเธอขมวดแน่น...เมื่อสะดุดจ้องไปที่ประตูกระจกระเบียงบานใหญ่ที่ตอนนี้ได้หลุดออกจากรางเลื่อนทั้งอัน วาววาแทบทรุดตัวลงเมื่อของภายในห้องเธอพังเพราะแวมไพร์ตนนี้อีกครั้ง!

               

“พังห้องฉัน...อีกแล้ววว!!!”

               

“ผมเพิ่งช่วยคุณนะ!” เชนทร์รีบทักท้วง

               

ดวงตาคู่สวยจ้องมองมาทางเขา หายใจฟึดฟัดด้วยความเหนื่อยหน่ายใจที่ต้องติดต่อช่างมาซ่อมประตูอีกหน

แต่เอาเถอะ...อย่างน้อยประตูก็ซ่อมได้ แต่ถ้าหากเขาไม่มาช่วยเธอได้ทันเวลา ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้

               

“ฉันไม่ได้ว่าคุณ...” เธอพูดพร้อมหยิบช่อดอกลิลลี่บนพื้นที่เพทายนำมาให้เธอเพื่อไปทิ้งขยะ

               

“ก็คุณเพิ่งพูดว่า พังห้องฉันอีกแล้ววว!!!”

               

“ช่างมันเ..ถ..อะ.. ฮัดดชิ่ววว!!!” วาววาโยนช่อดอกลิลลี่ลงถังขยะอย่างหงุดหงิดก่อนจะปิดฝาถังขยะอย่างมิดชิด “ฮั...ดชิ่วว!! ฮัดเช่ยยยย!!!!! โอ๊ย!”

               

สายตาคมเข้มหยุดมองวาววาที่ตอนนี้จมูกของเธอแดงก่ำหลังจากทิ้งช่อดอกไม้นั่นไป เหตุการณ์นี้เสมือนเดจาวู เขานึกถึงอันนาที่เคยจามเพราะกลิ่นจากช่อดอกลิลลี่ซึ่งเขาเคยนำไปให้อันนาเป็นของขวัญวันเกิด

               

“คุณแพ้เกสรดอกไม้เหรอ?”

               

“ไม่อ่ะ...แค่ดอกลิลลี่กับดอกแก้วมั้ง ฮัดชิ่ว!!!” พูดพลางหยิบทิชชู่ขึ้นมาซับน้ำมูกบนจมูกแดงก่ำ

               

“งั้นเหรอ...?” คำตอบของวาววายิ่งทำให้เขานึกถึงอันนาผู้เป็นที่รักของเขาอย่างยิ่ง “แพ้ดอกไม้ชนิดเดียวเหมือนพี่สาวคุณเลยนะ”

               

“ไม่นะ พี่ฉันไม่ได้เป็นภูมิแพ้” เธอตอบทันควันเพราะจิตใต้สำนึกคำว่าพี่สาวของเธอหมายถึงวีวี่ ไม่ใช่อันนาตามที่เชนทร์เข้าใจ

               

“ผมไม่เข้าใจคุณจริงๆเลย”

               

“ว่าไงนะ?”

               

สายตาจับจ้องไปที่ร่างสูงที่ไม่ได้รับเชิญให้เข้ามาเสียเท่าไหร่ด้วยความงุนงง ชายหนุ่มในชุดดำทั้งตัวที่ตอนนี้ถือวิสาสะนั่งเอนกายอยู่บนโซฟานุ่มๆ เสมือนเป็นพื้นที่ของเขาเอง

               

"คุณกำลังทำอะไรอยู่?" น้ำเสียงเรียบนิ่งและดวงตาสีเพลิงจ้องมองวาววาอย่างไม่วางตา ราวกับจะดูดกลืนเธอเข้าไป

               

“ท...ทำอะไร? หมายถึงอะไร?” เธอไม่เข้าใจ

               

ริมฝีปากบางเฉียบของแวมไพร์ที่อาศัยอยู่ในไทยมานานขยับขึ้นลงเล็กน้อยราวกับจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่มีเสียงใดๆ หลุดรอดออกมา

มีเพียงการสื่อสารด้วยความเงียบ ใบหน้าคมคายจากสายเลือดชาวตะวันตกและสายตาคู่นี้กำลังจ้องมองวาววาเพื่อหาคำตอบอะไรสักอย่าง

               

“คุณเคยบอกผมว่าคุณเขียนนิยายใช่ไหม?”

               

“ใช่ งานอดิเรก แต่...ไม่จบสักเรื่อง”

               

“เล่าเรื่องนิยายที่คุณเขียนให้ผมฟังหน่อย”

               

“เชื่อแล้วใช่ไหมว่าคุณหลุดออกมาจากนิยายของฉัน” วาววายิ้มกริ่ม

               

“ไร้สาระ ถ้าผมบอกว่าคุณหลุดออกมาจากนิยายที่ผมเขียนบ้าง คุณจะเชื่อไหม?” เขายอกย้อนน้ำเสียงเรียบนิ่ง

               

“ถ้าคุณเขียนชื่อวาววาเป็นนางเอก ฉันก็จะฟังนะ”

               

“ได้สิ นางเอกตายตอนจบไม่สมหวังในรักกับพระเอกดีไหม?”

               

รอยยิ้มบนใบหน้าของวาววาหายไปทันทีที่ได้ยินที่เชนทร์กล่าว เธอหงุดหงิดที่เขียนนิสัยให้เชนทร์คลั่งรักแค่อันนา แต่แทบจะเป็นคนขวางโลกในสายตาทุกคนที่พบเจอ

               

“ฟังอยู่...เล่าได้หรือยัง?” เชนทร์ทักท้วงเมื่อเห็นท่าทีของเธอ

               

“ก็ได้!”

วาววาตอบรับเสียงแข็ง ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาตัวตรงข้ามและเริ่มเล่าเรื่องราวของแวมไพร์สาวที่เธอสร้างขึ้นมาให้เขาฟัง           

               

               

“ปี พ.ศ. 2230 อ็องเดร พ่อค้าไวน์ชาวบอร์โด ประเทศฝรั่งเศสเดินทางมาสู่สยามในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเพื่อทำการค้า แต่ระหว่างการเดินทางบนเรือ มีข่าวลือสะพัดว่ามีแวมไพร์แอบซ่อนตัวอยู่ ผู้โดยสารต่างหวาดกลัว แต่ตลอดการเดินทางก็ไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นจนกระทั่ง...

               

ในคืนที่เรือเทียบท่าสยาม แวมไพร์โผล่มาสร้างความโกลาหล การต่อสู้ปะทุขึ้นทันที มีผู้บริสุทธิ์ต้องสังเวย อ็องเดรมีมืดกริชที่ซื้อมาเพื่อต้องการเก็บสะสมเพราะเห็นว่าเป็นของหายาก แต่แล้วเขาจึงตัดสินใจลองใช้มีดกริชนั้นปักเข้าที่อกทะลุหัวใจแวมไพร์ในขณะที่แสงอาทิตย์แรกเริ่มส่องประกาย แวมไพร์ตัวร้ายก็สลายไปในทันที

               

ความตายของแวมไพร์ตัวนั้นกลับเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวใหม่สำหรับอ็องเดร ก่อนที่แวมไพร์จะตาย ได้กัดอ็องเดรในระหว่างการต่อสู้ และเมื่ออ็องเดรถูกกัดจนกลายเป็นแวมไพร์ ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปตลอดกาล

               

การเป็นแวมไพร์คือการต้องคำสาป เมื่ออ็องเดรรู้ตัวว่าเป็นแวมไพร์ ก็คิดจะจบชีวิตตัวเอง เขาเคยใช้กริชปักที่อกซ้ายทะลุหัวใจตนเองเพื่อจบชีวิต แต่แล้วเขาก็ค้นพบว่าคำสาปแวมไพร์ที่เขาได้รับ คือการเป็นอมตะ ไม่มีอะไรสามารถฆ่าเขาได้แม้กระทั่งกริช และเขา...ไม่มีวันตาย!

               

แต่แล้วในปี พ.ศ.2231 เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชสิ้นพระชน สมเด็จพระเพทราชาขึ้นครองราชย์ในลำดับต่อไป ความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับฝรั่งเศสก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

สมเด็จพระเพทราชาได้ดำเนินนโยบายที่ลดทอนการติดต่อกับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกับฝรั่งเศส อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่ฝรั่งเศสพยายามแทรกแซงการเมืองภายในสยามในช่วงปลายรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อ็องเดรผู้เป็นชาวฝรั่งเศสต้องใช้ชีวิตอย่างหลบๆซ่อนๆและพยายามเลี่ยงไม่ดื่มเลือดคน แต่ดื่มเลือดสัตว์แทน

               

อ็องเดรต้องใช้ชีวิตหลบในป่า จนวันหนึ่งได้พบกับลุงเอื้อผู้มีเมตตาให้อ็องเดรอาศัยอยู่ในเรือนเล็กๆของเขา อ็องเดรได้เห็นความเป็นอยู่ของลุงเอื้อที่รับจ้างหาเงินดูแลทุกคนในครอบครัว อยู่มาวันหนึ่งแม่และเมียของลุงเอื้อเสียชีวิตด้วยระยะเวลาห่างกันไม่กี่เดือน จนลุงเอื้อแทบหัวใจแตกสลาย ตัวเองป่วยไม่สบายแต่ยังต้องดูแลหลานชายอายุ 6 ขวบ

               

ในวันที่ลุงเอื้อรู้ความจริงเรื่องของอ็องเดร ลุงเอื้อขอให้อ็องเดร ช่วยให้เขากลายเป็นแวมไพร์เพื่อที่จะได้มีเวลาดูแลหลานต่อ อ็องเดรสอนให้ลุงเอื้อรู้ถึงวิธีทำไวน์ จนในที่สุดเขาและลูกหลานก็สามารถทำไวน์ส่งขายขุนนางชั้นสูงจนมีฐานะ แต่หนทางแวมไพร์ต้องเจอคำสาป ซึ่งคำสาปแวมไพร์ของลุงเอื้อคือการที่ลูกหลานจะมีชีวิตไม่ถึง 30 ปีก็ต้องมีอันเป็นไปทุกราย แต่กว่าที่ลุงเอื้อจะรู้ตัวเรื่องคำสาปนี้ก็กินเวลาไปหลายร้อยปี

               

ในที่สุดลุงเอื้อก็ขอให้อ็องเดรใช้กริชจบชีวิตของตนหลังจากได้สร้างความสำเร็จยิ่งใหญ่ให้ลูกหลานมีกินมีใช้ และในปัจจุบัน อ็องเดรก็เปลี่ยนชื่อเป็น ราเชนทร์ เรวัตทรัพย์โภคิน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในหลายสายธุรกิจและโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทผลิตไวน์ที่ใหญ่ที่สุดและได้รับรางวัลระดับโลก

เพียงแต่ราเชนทร์ไม่เคยออกงานและไม่มีผู้ใดเคยเห็นใบหน้าของเขา แวดวงไฮโซมีเพียงได้ยินแต่ชื่อเสียงในนามผู้ถือหุ้นรายใหญ่เท่านั้น โดยในตอนนี้เชนทร์ได้อาศัยกับปวิธ ทายาทของลุงเอื้อ ปวิธที่คอยเป็นคนออกหน้างานในการพบปะทางสังคมแทนเชนทร์ และปวิธยังมีลูกสาววัย 9 ปี ชื่อใบบัว

               

เชนทร์รู้สึกเบื่อหน่ายในทุกวันและทุกครั้งที่มีโอกาสเขาจะหาวิธีจบชีวิตอมตะของเขาแต่ก็ไม่เคยสำเร็จสักครั้ง จนวันหนึ่งเขาได้เจอกับอันนา หญิงสาวผู้รักการอ่านเป็นชีวิตจิตใจในร้านหนังสือโดยบังเอิญ และอันนาก็เข้ามาทำให้ชีวิตอันแสนน่าเบื่อของแวมไพร์กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง...”

               

วาววาบรรยายเนื้อเรื่องนิยายแวมไพร์ที่เธอเขียนโดยละเอียดให้เชนทร์ฟังจนจบด้วยแววตาปลาบปลื้มกับนิยายของเธอเอง แต่แล้วก็ต้องถูกเชนทร์ขัดอารมณ์เสียจนได้

               

“แค่นี้เหรอ?”

               

“แค่นี้อะไรของคุณ! นิยายของฉันเรื่องนี้ดีมากเลยนะ กว่าจะหาข้อมูลประวัติศาสตร์แล้วโยงกับตัวละคร ใช้เวลาเขียนเป็นปี!” วาววาทักท้วงด้วยความหงุดหงิด

               

“ที่ผมอยากรู้คือ อันนาชื่อจริงชื่ออะไร แล้วเนื้อเรื่องตอนไหนของคุณที่ทำให้ผมกับอันนาพลัดพรากกัน แล้วจะมีวิธีไหนที่ทำให้กลับมาเจอกันได้อีกครั้ง?”

               

วาววาครุ่นคิดชั่วครู่ ขมวดคิ้วเล็กน้อยและส่ายหน้าช้าๆ

               

“ไม่มีนะ”

               

“ไม่มีชื่อจริงของอันนา?”

               

“ไม่มี...ไม่ได้คิด”

               

“ไม่ได้เรื่อง”

               

คำพูดของเขาเหมือนประโยคตัดสิน ทำให้คนที่เพิ่งสาธยายเรื่องราวที่เธอรังสรรค์เมื่อครู่ รู้สึกเหมือนถูกดูถูกอย่างรุนแรง

               

“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าฉันเขียนนิยายเป็นงานอดิเรก การคิดชื่อตัวละครนี่มันเสียเวลามาก ไม่งั้นฉันไม่เอาชื่อตัวเองไปเป็นนางร้ายในเรื่องหรอก”

               

“นั่นสิ...วาววาที่ผมรู้จักน่ะ ร้ายจริงๆ ขี้อิจฉาจนทำให้คนอื่นเดือดร้อน ทำครอบครัวที่อบอุ่นต้องแตกแยก”

               

คำพูดที่เหมือนเป็นประโยคบอกเล่าเช่นนี้ ทำให้วาววานึกเอะใจว่าเขากำลังพูดถึงวาววาในนิยายของเธอ หรือเขากำลังหาเรื่องกล่าวหาเธอกันแน่

               

“สรุปนะ...ฉันไม่ใช่วาววาที่คุณรู้จัก ถ้าคุณจะตามหาอันนา คุณต้องหาทางเอง ฉันช่วยคุณไม่ได้”

               

“ผมมีเรื่องสงสัย” สายตาคมกริบของเขาจ้องมาที่วาววา จนคนถูกมองถึงกับประหม่า

               

“อ..อะไร?”

               

“ถ้าคุณไม่ใช่วาววาน้องของอันนา ทำไมผมถึงตื่นนอนมาอยู่ข้างคุณได้?”

               

“ฉันไม่รู้” วาววาตอบกลับทันควันจากใจจริง

               

“ถ้าคุณไม่ใช่น้องของอันนา ทำไมคุณรู้ว่าผมคือแวมไพร์?”

               

“ก็ฉันเขียนคุณขึ้นมา!”

               

“แล้วถ้าคุณไม่ใช่น้องของอันนา ใครจะรู้ประวัติผมละเอียดขนาดนี้ แม้แต่อันนายังไม่เคยรู้ว่าชื่อเก่าผมคืออ็องเดร!?”

               

“ก็! ฉัน! เขียน! คุณ! ขึ้น! มา!”

               

เสียงของทั้งคู่ดังขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศตึงเครียดราวกับแข่งโต้วาทีดังก้องไปทั่วห้อง เชนทร์ที่เริ่มหงุดหงิดกับคำถามที่ไร้คำตอบ เผลอเผยเขี้ยวคมของแวมไพร์ของเขาออกมาโดยไม่รู้ตัว สถานการณ์ดังกล่าวย้ำเตือนให้วาววาไม่ลืมว่าเขาคือแวมไพร์

               

“จ...ใจ..เย็น..ก่อน...” วาววาเอ่ยห้ามปรามเสียงแผ่วเบา

               

แวมไพร์หนุ่มสูดหายใจลึกๆเพื่อเรียกสติกลับมา เขี้ยวแหลมคมที่เคยปรากฏชัดเมื่อครู่ค่อยๆ หดกลับเข้าไปในเหงือกดังเดิม กลับมาเป็นเพียงฟันเรียงรายของมนุษย์ธรรมดาอีกครั้ง

               

“ผมพยายามตามหาอันนาจนสุดความสามารถ ในวันที่ผมไปที่ทำงานของคุณ คนของผมติดต่อมาว่าพบเบาะแสของอันนา ผมรีบตามหาทุกคนที่ชื่ออันนา ไม่ว่าจะเป็นบรรณารักษ์ห้องสมุดมหาวิทยาลัย หรือแม้แต่อันนาที่มีน้องสาวชื่อวาววา แต่สุดท้ายก็ไร้ผล”

เชนทร์ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย วาววาอยากจะตะโกนบอกเชนทร์อีกครั้งและอีกครั้ง ว่าเขาคือตัวละครในนิยายของเธอ แต่แล้วก็ต้องกลืนคำพูดนั้นลงคอ เมื่อเห็นแววตาที่จริงจังของเชนทร์ขณะพูดถึงอันนา หญิงสาวที่เขารักอย่างหมดหัวใจ วาววารู้สึกเห็นใจและเข้าใจในความรักของเขา

“แต่คุณ...ถ้าเราไม่ได้รู้จักกัน ทำไมวันนั้นคุณถึงนอนข้างๆผม และที่สำคัญ คุณคือวาววา”

วาววานิ่งเงียบ เธอไม่รู้จะหาคำตอบใดๆให้เชนทร์ เพราะเธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมวันนั้นเขาถึงมานอนข้างๆเธอได้

“แต่วาววาที่ผมรู้จักคือน้องสาวของอันนาที่ช่วยพ่อกับแม่ทำงานในร้านอาหารเล็กๆ ไม่ได้เป็นผู้บริหารบริษัทใหญ่โตแบบคุณ”

นัยย์ตาสีแดงก่ำของเขาจ้องมองมาอย่างไม่เชื่อ ในขณะที่วาววากำลังพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะอธิบายทุกอย่างให้เขาเข้าใจ แต่ดูเหมือนคำพูดของเธอจะไร้ผลสิ้นเชิง

ความเงียบแผ่ปกคลุมไปทั่วห้อง เธอจึงเปลี่ยนวิธีการด้วยการให้กำลังใจแทน

"ฉันก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง เอาเป็นว่า...ฉันเป็นกำลังใจให้คุณเจออันนาเร็วๆแล้วกันนะ"

เชนทร์หลุบตาลงต่ำ ราวกับเป็นการยืนยันถึงความเข้าใจที่เกิดขึ้นในใจ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • My Beloved Vampire ป่วนหัวใจ แวมไพร์ที่รัก   ตอนที่ 29 งานเปิดตัวไวน์ครั้งสุดท้ายของปี

    คฤหาสน์หลังงามมูลค่าร้อยล้านหลังนี้ดูราวกับหลุดมาจากเทพนิยาย เชนทร์ก้าวออกมาจากประตูบ้านกว้าง สัมภาระของเขาถูกคนขับรถนำไปเก็บไว้บนรถที่จอดรออยู่ด้านนอก พร้อมสำหรับการเดินทางในวันนี้ในจังหวะเดียวกัน เสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินเข้ามาใกล้ เขาหันไปมอง เห็นอันนาเดินเข้ามาพอดี เธอยิ้มทักทายเล็กน้อย“สวัสดีค่ะคุณเชนทร์”“สวัสดีครับ”อันนาเฝ้ามองคนขับรถที่กำลังวุ่นวายอยู่กับสัมภาระของเชนทร์ อยู่ที่ท้ายรถ“คุณเชนทร์กำลังจะออกไปข้างนอกเหรอคะ?”“ครับ”“ขนของไปเยอะแบบนี้ สงสัยไปค่อนข้างนานเลยใช่ไหมคะ?” อันนาถามด้วยความสุภาพ“น่าจะประมาณสองสามอาทิตย์ครับ”ความรู้สึกเสียดายฉายชัดในแววตาของเธอ เมื่อนึกถึงวันที่ไม่ได้เจอเขาบ่อยเหมือนเคย“อ่อ คุณเชนทร์คะ... พอดีฉันทำขนมมาฝากหนูใบบัว" อันนากล่าวพร้อมยื่นถุงขนมมาใ

  • My Beloved Vampire ป่วนหัวใจ แวมไพร์ที่รัก   ตอนที่ 28 อันนาที่เคยตามหา

    วาววาในฐานะผู้บริหารการตลาดกำลังเตรียมตัวสำหรับการประชุมสำคัญที่กำลังจะมาถึง แต่ในใจกลับว้าวุ่นไม่หาย เหตุการณ์ในวันที่เธอได้พบกับหญิงสาวคนนั้นที่มีลักษณะภายนอกตรงกับอันนาในนิยายที่เธอเขียนทุกประการยังคงวนเวียนอยู่ในหัวแม้ว่าเธอจะเป็นผู้บริหารที่แข็งแกร่ง แต่ความรู้สึกกังวลที่เกิดขึ้นในใจตอนนี้กลับทำให้เธอรู้สึกอ่อนแอแสงแดดยามสายสาดส่องลงบนใบหน้าคมสันของเชนทร์ ขณะที่เขานั่งอยู่ในสวน ในมือถือถ้วยกาแฟไว้ ดวงตาคู่สีน้ำตาลอ่อนธรรมชาติมองขึ้นไปยังท้องฟ้าสีคราม ก่อนจะยกถ้วยกาแฟขึ้นมาจิบช้าๆเสียงฝีเท้าเบาๆดังขึ้นมาจากประตูทางเข้าบ้าน เขาหันไปมองด้วยความสงสัยเล็กน้อย หญิงสาวร่างโปร่งสวมเดรสเรียบง่ายก้าวเข้ามา สายตาของทั้งคู่ปะทะกันเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่เธอจะก้มศีรษะลงเล็กน้อย ยิ้มอย่างสุภาพเพื่อกล่าวทักทายเชนทร์ยิ้มตอบกลับคุณครูอันนา ความรู้สึกคุ้นเคยมันคืบคลานเข้ามาในใจ ทำให้เขาต้องหยุดคิดทบทวนตัวเอง หรือจะเป็นเพราะในอดีตที่เขาหมกมุ่นอยู่กับการตามหาอันนาที่มีเชื้อสายลูกครึ่งและเป็นบรรณารักษ์เป็น

  • My Beloved Vampire ป่วนหัวใจ แวมไพร์ที่รัก   ตอนที่ 27 การปรากฏตัวของอันนา

    วันพักร้อนที่วาววาวางแผนไว้ว่าจะใช้เวลาพักผ่อนอย่างสบายๆ กลับต้องเริ่มต้นด้วยการวิ่งรอกเข้าออฟฟิศเพื่อจัดการงานด่วนด่วนที่เข้ามาแม้ว่าเธอจะอยากจะขี้เกียจอยู่บนเตียงนุ่มๆ แต่ความรับผิดชอบก็ผลักดันให้เธอต้องลุกขึ้นมาทำงานจนเสร็จสิ้น ก่อนจะขับรถตามโลเคชั่นที่เชนทร์ส่งให้เธอมา“ฉันมาถึงแล้วนะ”ทันทีที่วาววาจอดรถถึงจุดหมายก็กดโทรศัพท์หาเชนทร์เพื่อแจ้งให้เขาทราบ ไม่นานนัก ประตูรั้วก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอัตโนมัติ เผยให้เห็นสวนสวยที่ร่มรื่นและน้ำพุกลางวงเวียนที่พ่นละอองน้ำระยิบระยับ สวนดอกไม้หลากสีสันเบ่งบานสะพรั่งต้อนรับเธอเข้าสู่บ้านหลังใหญ่รถที่ขับโดยวาววาจอดนิ่งสนิท เธอค่อยๆ ก้าวลงจากรถและเงยหน้ามองขึ้นไปยังตัวบ้าน ร่างสูงสง่าของเชนทร์เดินลงมาจากบันไดอย่างช้าๆ ด้านข้างมีแม่บ้านหนึ่งคนในชุดกระโปรงสีฟ้ายืนคอยต้อนรับวาววาเงยหน้ามองบ้านหลังใหญ่นี้ที่เคยปรากฏในจินตนาการของเธอผ่านนิยายที่เธอเขียน ความหรูหราอลังการของทุกตารางนิ้วทำให้เธออ้าปากค้างไปเลยทีเดียว

  • My Beloved Vampire ป่วนหัวใจ แวมไพร์ที่รัก   ตอนที่ 26 ขอชิมเค้กหน่อยได้ไหม?

    ยามค่ำคืนแสนสงบ แสงดาวระยิบระยับแข่งกันบนผืนฟ้าสีดำสนิท มีเพียงเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งเป็นจังหวะทำให้ค่ำคืนนี้ดูอบอุ่นใบหน้าหล่อเหลาสไตล์ตะวันตกยิ้มอย่างมีความสุขที่ได้ฉลองวันเกิดโดยผู้หญิงคนที่เขารักคนนี้เป็นคนจัดการและดูแลทุกอย่างจนทำให้ในค่ำคืนนี้ดูสมบูรณ์แบบที่สุดดินเนอร์ริมทะเลเต็มไปด้วยบรรยากาศโรแมนติก วาววายิ้มร่า ขณะเดินเข้าที่พักไปหยิบเค้ก แต่ทันใดนั้น เธอก็รู้สึกถึงฝ่ามืออบอุ่นโอบรอบเอวเบาๆ เมื่อหันไปสบตาเชนทร์ หัวใจก็เต้นรัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“ขอบคุณสำหรับวันนี้นะครับ ผมมีความสุขที่สุดเลย” เขาโน้มตัวลงหอมแก้มเธอพร้อมกับกระซิบขอบคุณเบาๆที่ข้างหู“ฉันดีใจนะที่คุณชอบ” วาววาตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มที่สดใส “ปะ...ไปกินเค้กกัน ร้านนี้อร่อยนะฉันชิมแล้ว”“อร่อยจริงเหรอ?” เขาถามในขณะที่ยังไม่คลายกอดจากเธอ “ขอลองชิมหน่อยสิ”วาววาหยิบช้อนเล็กขึ้นมาเตรียมจะตักเค้กให้เขา แต่ก็ถูกร่างสูงจู่โจมกอดเธอจากด

  • My Beloved Vampire ป่วนหัวใจ แวมไพร์ที่รัก   ตอนที่ 25 เซอร์ไพรส์จากวาววา

    “ผมถึงแล้วนะ”เชนทร์ก้าวลงจากรถคันหรูที่เพิ่งมาส่งเขา ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้นรีสอร์ท เขาก็รีบโทรบอกวาววา สายตามองไปยังตัวอาคารที่เงียบสงบ ด้านในยังคงมืดมิดราวกับไม่มีใครอยู่คนขับรถของเขานำกระเป๋าใบเล็กวางให้เขาที่หน้าประตูทางเข้ารีสอร์ทนี้ ก้มหัวให้เล็กน้อยก่อนจะขับรถออกไป ทิ้งให้เชนทร์ยืนอยู่คนเดียวในความมืด“เดินเข้าไปรอด้านในได้เลย อีกไม่นานฉันก็จะถึงแล้วเหมือนกัน” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าสวยของวาววาขณะที่โกหกเขาไปอย่างหน้าตาเฉย เพราะแท้จริงแล้วเธอแอบอยู่ด้านใน แทบจะอดใจไม่ไหวที่จะเห็นสีหน้าของเขาเมื่อพบกับเซอร์ไพรส์ที่เตรียมไว้เชนทร์ผลักประตูเข้าไปในห้องที่มืดสนิท ทันใดนั้น เสียงเพลง Happy Birthday ก็ดังขึ้นจากความมืด

  • My Beloved Vampire ป่วนหัวใจ แวมไพร์ที่รัก   ตอนที่ 24 เหตุผลที่เชนทร์เป็นมนุษย์

    หลังจากทุ่มเททำงานหนักมาตลอดช่วงที่พ่อแม่ของผู้บริหารสาวไฟแรงอย่างวาววาไปทริปต่างประเทศ ในที่สุดวันนี้ท่านเจ้าของศูนย์การค้าก็กลับมาทำงานเสียทีวาววาลาพักร้อน และแทบทนรอไม่ไหวที่จะได้ตื่นสายๆ นอนขดตัวอยู่บนเตียง แล้วลืมเรื่องงานไปสักพัก..สายลมทะเลพัดโชยมาปะทะใบหน้าของวาววา ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที อันที่จริงเธอวางแผนพักร้อนเพราะรู้ว่าใกล้จะถึงวันสำคัญอย่างวันเกิดของเชนทร์เลยอยากที่จะเซอร์ไพรส์เขาหลังจากใช้เวลาตัดสินใจอยู่นาน ในที่สุดวาววาก็เลือกที่พักริมทะเลแห่งนี้ ด้วยคำแนะนำของมิเกลเพื่อนรักวาววาและมิเกลยืนคุยกันอย่างสนุกสนานริมชายหาด พลางยืนมองเหล่าพนักงานที่กำลังเตรียมงานอย่างขะมักเขม้นด้วยความตื่นเต้น และเธอหวังว่าทุกอย่างจะออกมาสมบูรณ์แบบ“เตรียมขนาดนี้ฉันนึกว่าแกจะขอคุณราเชนทร์แต่งงาน” มิเกลแซวหยอก“วันเกิดก็พอค่ะเพื่อน!” วาววาหัวเราะเบาๆ “ยังไงก็ขอบใจแกนะ ที่พักสวยมากเลย แถมยังลดราคาให้เหลือครึ่งเดียวอีก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status