Share

บทที่ 5 คุณแม่

Author: Sharp pencil
last update publish date: 2026-06-10 16:30:11

            เมื่อจบกิจกรรม ทั้งสี่คนก็ทักทายและถ่ายรูปกับแฟนคลับพอเป็นพิธี ส่วนเขาได้รับข้อความจาก โทรุ ประธานค่ายและโปรดิวเซอร์

            [เห็นที่ยูกะพูดในรายการแล้วนะ ฉันมาถามนายว่าถ้าอยากให้เด็กๆ พวกนี้มีเอ็มวีเราดึง เรย์จิมาเป็นผู้กำกับให้ดีไหม]

            เรย์จิ คาร์เตอร์ เป็นหนึ่งในอดีตสมาชิกวงเดียวกับเขา ที่ตอนนี้กลายเป็นผู้กำกับชื่อดัง เขาถนัดเรื่องการถ่ายทอดเรื่องราวมาก โดยเฉพาะเรื่องความรัก และความใกล้ชิดของชายหญิง เป็นคนที่ถูกดึงตัวไปทำงานนั่นนี่ทั้งในและต่างประเทศ

            [ถ้าอยากทำเป็นกึ่งดราม่า ผมว่าก็ดีนะครับ ได้ข่าวว่ามันกลับมาแล้ว]

            [โอเค เดี๋ยวฉันคุยกับเรย์จิเอง นายไปเตรียมตัวบินกับพวก โนวัน เถอะ]

            “พี่จินคะ” ยูกะเดินเข้ามาพร้อมกับเรียกชื่อเขา เขาจึงเงยหน้ารอฟังอีกฝ่าย “เรื่องนั้นที่เคยขอร้อง รบกวนอีกอย่างได้ไหมคะ”

            ยูกะพูดขณะที่ไคโตะกำลังคุยกับคิราริอยู่อีกฝั่ง เมื่อเห็นว่าไคโตะอยู่ไกลจึงหันมาสนใจยูกะอีกครั้ง “อะไรหรอ”

            “ฉันคิดว่า เดี๋ยวฉันจะเข้าไปด้านหลัง ยังไงผ่านพี่กันบัตรสตาฟไว้ให้ด้วยนะคะ สองใบ” ยูกะพูดด้วยรอยยิ้มเชิงขอร้อง เขาเองก็พยักหน้าอย่างไม่ติดอะไร

            “รุ่นพี่ไคโตะ ฉันกดบัตรคอนพี่ในประเทศไม่ทัน พอจะมีบัตรวีไอพีหลุดซักใบไหมคะ” ริกะเอ่ยถามเสียงดัง ทำเอาเขาหรี่ตามอง

            “มาขอฉันนี่” เขาพูดขึ้นทำให้ริกะหันมาแล้วก็ยกยิ้ม พร้อมกับกึ่งวิ่งมาหาเขา “กี่คน”

            “พี่ให้ฉันจริงๆ หรอ” ริกะถามอีกครั้งด้วยสายตาคาดหวังสุดๆ

            “มีเงื่อนไขนะ” เขาพูดด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่อีกฝ่ายก็พยักหน้ารัวๆ “ไปกับยูกะ ถ่ายรูปอัพสตอรี่ด้วยกัน ทำได้ไหม”

            “แค่นี้เองค่ะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เนอะ” ริกะหันไปเอาไหล่กระแทกยูกะจนยูกะแทบเซ ก่อนจะหัวเราะ

            “ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา” ยูกะตอบแบบนั้นเขาก็ยิ้ม

            “เดี๋ยวส่งให้”

            “ขอบคุณค่า” ริกะพูดขอบคุณด้วยความดีใจ

            ความจริงเขาจะให้หรือไม่ให้ก็ได้ แต่ทุกอย่างที่เขาทำมีความหมายและต้องได้อะไรกลับมาเสมอ การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของริกะกับยูกะจะทำให้ยูกะกับไคโตะได้ประโยชน์ไปด้วย แค่บัตรคอนเสิร์ตใบเดียวแลกกับภาพลักษณ์ของศิลปินที่ดีขึ้น มันไม่เกินความสามารถของเขาที่จะหามาหรอก

            “งั้นก็แยกย้ายเถอะ ขอบคุณนะริกะ” เขาตัดจบทั้งหมด ทุกคนก็ลากันอีกครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะไปแยกย้ายต่างคนต่างกลับ

... ... ...

            บนรถหรูยี่ห้อดังของจิน คิราริทิ้งตัวก่อนถอนหายใจยาว ในขณะที่เขาแค่เหลือบมองขณะกำลังออกตัว

            “ยืมพี่ไปพูดกลางรายการ ไม่กลัวโป๊ะหรือไง” เขาพูดหยั่งเชิง และเหมือนจะถูกอย่างที่คิด เพราะอีกฝ่ายถึงกับเด้งตัวขึ้นมามองเขาอย่างอ้ำๆ อึ้งๆ

            “ไม่กลัวคนอื่นรู้หรอ”

            “ใครจะรู้คะ”

            “ตากล้องรู้” เขาพูดพลางเหลือบมองเธอเล็กน้อยแล้วส่งมือถือของเขาให้เธอดู

            ในช่วงที่เธอให้สัมภาษณ์ กล้องก็จับที่เขาอย่างมีนัยยะ ตอนนั้นเขาเองก็แค่เอะใจ แต่ถ้ามีคนอื่นคิดเหมือนกันบางทีหลังจากนี้อาจจะเป็นปัญหาก็ได้

            “ตอนนั้นมันคิดอะไรไม่ออก แล้วสบตากับพี่พอดี ก็เลย...” คิราริไม่ได้เถียง เธอเม้มปากและนั่งเงียบ ก่อนจะหยิบมือถือตัวเองขึ้นมาอ่านคอมเมนต์ที่เกี่ยวกับเธอ

            ในขณะที่เขายังคงขับรถ

            “ไม่เป็นไรหรอก พี่แค่มาเป็นผู้จัดการไม่นาน ถึงมีข่าวลือก็แปปเดียว แต่อย่าทำแบบนี้กับศิลปินคนอื่นๆ นะ ถ้าเขาคิดว่าเราชอบเขาจริงๆ หรือเป็นข่าวขึ้นมาจะลำบาก ได้ไม่คุ้มเสีย” เขาอธิบายยาวโดยไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะตั้งใจฟังไหม ขอแค่ฟังผ่านๆ สักรอบก็พอ

            ในขณะเดียวกัน คิราริที่ฟังอยู่ก็เข้าใจทุกคำพูดของจิน แต่เธอแค่ไม่ได้ตอบกลับ เพราะเธอกำลังสนใจกระแสในโซเชียลเหมือนกัน

            [วันนี้คิราริแต่งตัวน่ารักสดใสมาก เหมือนเด็กอายุสามขวบเลย #RikaTalk #KirariFairish]

            [ถ้าคิราริเจอผู้ชายที่ดูแลเธอได้จริงๆ ฉันถึงจะยอมให้เธอเปิดตัวแฟน #RikaTalk #KirariFairish]

            [นางฟ้าตัวน้อย ดูช็อตนี้สิ ทำแก้มป่องน่ารักเชียว #RikaTalk #KirariFairish]

            [ยูกะ กับไคโตะดูเหมาะสมกันมาก เคมีเคใจสุด ริกะก็ชงเต็มที่ #RikaTalk #YukaKaito #YukaFairish #KaitoNoOne]

            [ตอนคิราริจังกินก็ดูซนมาก สามขวบครึ่งไม่เกินนี้ #RikaTalk #KirariFairish]

            [ผู้จัดการคนนี้กับลูกสาวของเรายืนด้วยกันมันก็ยังไงอยู่นะ คิคิ ตามคู่ยูกะกับไคโตะไปไหมจ๊ะ #RikaTalk #KirariFairish

ตอบกลับ ไม่ติดนะ หล่อขนาดนี้ วาสนาลูกสาวเราหรือเปล่า ><

ตอบกลับ ม๊ายยย น้องยังสามขวบอยู่เลย!!]

            [ดูรูปนี้สิ คิราริจังตัวเล็กหรือผู้จัดการวงโนวันคนนี้ตัวใหญ่กันนะ #RikaTalk #KirariFairish]

            เธอโล่งใจขึ้นมากที่ไม่มีคนเอะใจเรื่องสเปคที่เธอพูด แม้จะมีคอมเมนต์ถึงเธอบ้าง มีชงเธอกับผู้จัดการคนใหม่เล็กน้อย เพราะคงยังใหม่อยู่ แต่ส่วนใหญ่ก็โฟกัสยูกะ ริกะแล้วก็รุ่นพี่กันมากกว่า

ในรูปของเธอมีหลายรูปที่เธอเดินมากับจินที่ชั้นล่างของตึก ขนาดเธอใส่ส้นสูงยังสูงเลยไหล่เขามานิดเดียว

            อยู่ๆ เธอก็อยากรู้ว่าคนอื่นจะเขียนเกี่ยวกับผู้ชายคนข้างๆ เธอว่ายังไงบ้าง

            [ผู้จัดการชั่วคราวของคิราริหล่อมากกกกกกก แสงเข้าตาจนแสบไม่ไหวแล้ว #ผู้จัดการหล่อบอกต่อด้วย #ArataJin]

            [ผู้จัดการหล่อบอกต่อด้วย บอกฉันทีว่าทำบุญยังไงถึงจะได้คนนี้ #ผู้จัดการหล่อบอกต่อด้วย #ArataJin]

            [อดีตไอดอล ปัจจุบันเป็นผู้จัดการผู้ปกป้องไอดอล หล่อไม่พอ ยังมีอุดมการณ์อีก ฉันรักเขา #ผู้จัดการหล่อบอกต่อด้วย #ArataJin]

            [บอกว่าสมาชิกคนที่ 10 ของ No.1 ฉันก็เชื่อ #ผู้จัดการหล่อบอกต่อด้วย #ArataJin]

            [หน้าตาแบบนี้ ให้เขากลับมาบนเวทีซักครั้งเถอะค่ะ @StarlightEnt.Official #ผู้จัดการหล่อบอกต่อด้วย #ArataJin]

            “จะกลับแมนชันเลยไหม หรือจะไปไหนหรือเปล่า” จินถามขณะที่รถกำลังจะออกจากตึก

            “ฉันอยากกลับไปหาแม่ก่อนค่ะ พี่จินไปส่งที่สถานที่ A ได้ไหมคะ” เธอปิดหน้าจอโทรศัพท์และหันไปพูดกับอีกคนที่กำลังตั้งใจขับรถ

            “ฉันไปส่งที่บ้านได้ บ้านเธออยู่ไหน” จินไม่ได้ตอบรับ กลับอาสาไปส่ง สำหรับเธอถือว่าไม่เลวทีเดียว ยังไงเธอก็ขับรถไม่เป็น ให้เขาไปส่งเลยก็สะดวก

            “อยู่ใกล้ๆ กับโรงเรียนรองเขต A ค่ะ” เธอบอกเขา ขณะที่เขาส่งมือถือให้เธอ

            “ปักหมุดใน map ให้หน่อย รหัสศูนย์หกตัว” จินพูดขณะที่เขายังคงมองเธอ เธอมองเขาชั่วครู่ก่อนจะรับมือถือมาทำตามที่เขาต้องการ ทันทีที่เธอกดนำทาง แผนที่บนรถก็ทำงานทันที

            เธอไม่ได้ไปหาแม่นานแล้ว แล้วก็กำลังจะไปต่างประเทศกับยูกะ ไปหาท่านก่อนซักหน่อยน่าจะดี อย่างน้อยๆ ก็ไปดูหน่อยว่าท่านยังโอเคดี

... ... ...

รถหรูจอดเทียบข้างทางหน้าบ้านกลางเก่ากลางใหม่ ที่ไม่ได้ใหญ่มาก ในย่านห่างจากชุมชนเล็กน้อย ร่างสูงมองบ้านที่คิราริบอก พลางมองผู้หญิงที่ดูผอมบางและดูอ่อนแรงวัยประมานห้าสิบกว่าๆ ที่กำลังกวาดหน้าบ้าน

“พี่จินกลับไปเลยก็ได้นะคะ ขอบคุณที่มาส่งค่ะ” คิราริกล่าวด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับจะเปิดประตูออกไป

เขาไม่ได้รับคำของเธอ และไม่ได้ขยับรถไปไหน ยังมองตามหลังของหญิงสาวที่วิ่งเข้าไปกอดผู้หญิงที่ดูผอมไปสักหน่อยด้วยรอยยิ้ม

นั่นคือแม่ของเธอสินะ...

อยู่ๆ ในใจของจินก็แอบคิดว่าที่ผ่านมา คิราริกับแม่ใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนนี้ และบ้านนี้ก็เป็นความทรงจำของเธอ เขาคิดว่าตอนนี้คงดีกว่าแต่ก่อน แต่มันก็ไม่ได้ดีขนาดนั้น

ที่ผ่านมา คิราริต้องดิ้นรนมามากเลยสินะ...

เขาเอื้อมหยิบโทรศัพท์ตัวเอง เพื่อจะกดรหัสผ่าน แต่พอกดเปิดหน้าจอก็พบกับใบหน้าน่ารักที่กำลังถือช่อดอกไม้ถ่ายรูปกับผู้หญิงมีอายุคนหนึ่ง ซึ่งก็พอมีเค้าให้จำได้ว่าคือแม่ของเธอ

เขาถอนหายใจยาวๆ ก่อนจะดับรถ แล้วเดินเข้าไปในบ้านหลังนั้น

… … …

            “คิราริ”

            ในขณะที่หญิงสาวกำลังจะพาแม่เดินเข้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงของผู้จัดการส่วนตัวชั่วคราวเรียกชื่อจากด้านหลัง จนเธอกับแม่ต้องค่อยๆ หันไปตามเสียง ก็เจอกับจินที่เดินตามเข้ามา

            “โอ๊ะ หนุ่มหล่อคนนี้คือใครหรอคิราริ” คุณแม่ของคิราริถามด้วยรอยยิ้ม ทั้งใบหน้าและแววตาดูก็รู้ว่าเป็นคนที่ใจดีมากๆ จนจินเผลอยิ้มตาม

            “อาราตะ จินครับ ช่วงนี้ผมมาดูแลคิราริแทนรินโกะสักพักครับ” จินแนะนำตัวอย่างสุภาพ เขายืนตัวตรงและโค้งเกินสี่สิบห้าองศา เป็นการให้เกียรติคนที่โตกว่าตรงหน้า

            “จินคุงนี่เอง เห็นรินโกะจังก็พูดอยู่เหมือนกันว่าจะมีพี่ชายอีกคนมาดูแทน เข้าบ้านก่อนสิจ๊ะ” คุณแม่ยิ้มอย่างอ่อนโยนทำให้จินที่ปกติจะเข้มงวดก็รู้สึกอ่อนลงมามาก

            เธอมองหน้าผู้จัดการอย่างเกรงใจ แต่กลับเห็นว่าเขายิ้มให้ “ได้ครับ รบกวนคุณแม่แล้วครับ”

            อีกฝ่ายพูดพลางเดินมาตีคู่กับเธอ บรรยากาศแบบนี้เธอก็เห็นมาบ่อยๆ เวลาที่ผู้จัดการสักคนมากับเธอ แม่ของเธอก็จะชวนเข้าบ้านแบบนี้ แต่เธอแค่ไม่คิดว่าจินเองก็จะยอมรับแล้วเข้าบ้านเธอมาด้วย

            เพราะเธอไม่เคยมีผู้จัดการเป็นผู้ชายมาก่อน มันเลยรู้สึกแปลกๆ

            เมื่อเข้าไปด้านในก็เป็นบ้านเหมือนบ้านปกติที่ถูกจัดเก็บเรียบร้อย มีกลิ่นสะอาด และดูอบอุ่น มันไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกอึดอัดแม้แต่จินที่มาครั้งแรก

            “บ้านคับแคบไปหน่อย หวังว่าจินคุงจะไม่ถือสานะ”

            “ไม่หรอกครับ แล้วคุณแม่อยู่คนเดียวหรอครับ” จินตอบไปตามตรง พร้อมถามต่อด้วยใบหน้าที่ติดยิ้มเล็กๆ

“จ๊ะ แต่แม่ไม่เหงาหรอกนะ เดี๋ยวบ้านข้างๆ ก็เที่ยวสลับกันมาคุยตลอดแหละ อย่าดุน้องเลยนะ ที่ไม่ดูแลแม่ แม่ไม่ยอมให้เขาดูแลเอง” คนเป็นแม่พูดอย่างนั้น ก็จับมือลูกสาวก่อนจะหันหลังไปที่ครัวเล็กๆ

            คนตัวสูงกว่ากันมองคนตัวเล็กๆ ที่ทำหน้าเหมือนจะเศร้าอย่างบอกไม่ถูก เขาจึงยกมือแตะหลังเธอเพื่อให้เธอรู้ตัว เมื่อเธอเงยหน้ามามองเขา เขาก็เริ่มบทสนทนาด้วยเสียงที่เบาที่สุด

            “ทำไมไม่ให้แม่ไปอยู่ด้วยหรอ” เขาถามด้วยความสงสัย

            “แม่เขาไม่ยอมไปอยู่ด้วยค่ะ” คิราริเองก็ตอบตามความจริง ดูจากสายตาของเธอแล้วคงไม่ได้โกหก เขาเองก็พยักหน้ารับรู้

            “เดี๋ยวเรื่องพยาบาลพี่จัดการให้ เธอไม่ต้องห่วง” จริงๆ เมื่อครู่นี้เขาก็คิดจะโทรหาคนรู้จักถามเรื่องพยาบาลส่วนตัวแล้ว แต่พอมาเห็น คิดว่าแค่ถามคงจะไม่ได้เป็นการช่วยที่ถูกต้อง แต่การจัดการให้เลยน่าจะดีกว่า

            “เกรงใจค่ะพี่จิน เรื่องนี้ฉันควรจะทำตั้งแต่แรกแล้ว” คิราริเองก็ปฏิเสธ ดูเหมือนเจ้าตัวเองก็จะคิดเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว “ฉันแค่ไม่คิดว่า ไม่ได้เจอกันไม่เท่าไหร่ แม่เขาจะแย่ลงขนาดนี้”

            น้ำเสียงและท่าทางนั้นของคิราริดูทั้งเศร้าทั้งรู้สึกผิด เขาจึงลูบหลังเธอเบาๆ อย่างไม่ได้แตะเธอเต็มแรง

            ในขณะนั้นเอง แม่ของคิราริก็เดินออกมาพร้อมกับชาร้อนๆ จินนั่งลงตามคำเชิญของเจ้าบ้าน และพูดคุยกับผู้ใหญ่อย่างเป้นมิตร จริงๆ จินเป็นคนหนุ่มที่ค่อนข้างเป็นที่รักของผู้ใหญ่ เพราะเขาดูใจเย็นและรับฟังทุกเรื่อง ไม่ได้แสดงท่าทีรำคาญหรือทำให้อีกฝ่ายลำบากใจ

            นับว่าเป็นเสน่ห์ของเขาอย่างหนึ่ง

            “เดี๋ยวหนูขอไปคุยโทรศัพท์ก่อนนะคะ” คิราริพูดหลังจากที่มีสายเข้าจากอาซึนะโทรเข้ามา คุณแม่ก็พยักหน้ารับ ก่อนที่เธอจะหันไปปบอกพี่ชายคนข้างๆ เบาๆ “ฝากแม่แปปนึงนะคะ”

            “จินคุงหน้าตาดีมากเลยนะ” แม่ของคิราริเอ่ยปากชมพลางมองจินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู “คุณพ่อคุณแม่ต้องดีใจแน่เลย”

            “ขอบคุณครับ คุณแม่ก็มีลูกสาวที่น่ารักมากเหมือนกัน ต้องภูมิใจในตัวเธอมากๆ นะครับ”

            “ฉันเป็นห่วงคิรารินะ เป็นเด็กที่เถรตรงเกินไป ถ้ามีใครสักคนคอยดูแลไม่ให้เธอทำอะไรเกินตัวจนเดือดร้อนก็คงจะดี” คุณแม่ของคิราริดูเหมือนจะเป็นห่วงเพราะรู้จักลูกสาวของตัวเองดี

            “ฝากจินคุงกับรินโกะจังดูแลน้องด้วยนะ”

            “คุณแม่อยู่กับคิราริไปนานๆ นะครับ แบบนั้นคิราริจะดีใจมากกว่า”

            “เห้อ แม่ทำงานหนักมาตั้งแต่ยังสาว ร่างกายนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหนก็ไม่รู้” คำพูดของคนที่อายุรุ่นแม่พูดกับจินอย่างปลง แต่ใบหน้าของอีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่ได้มีเรื่องที่กังวลอะไรมากมาย นอกจากลูกสาวเท่านั้น

            “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ” จินไม่ได้รับปากอะไรทั้งนั้น แค่ให้กำลังใจอีกฝ่ายเท่านั้น

            ในเวลานั้นเอง คิราริก็เดินเข้ามา

            “พี่ไปก่อนนะ ถ้าจะให้มารับก็โทรบอก”

            “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันว่าจะค้างที่นี่ พี่จินไปทำงานเถอะ” คิราริพูดแบบนั้น เขาก็พยักหน้ารับ

            “ผมกลับก่อนนะครับ ไว้ถ้ามีเวลา ผมจะมาเยี่ยมใหม่”

            “จ่ะ ขับรถดีๆ นะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • My Manager คุณผู้จัดการคะ ใจดีหน่อยสิ!   บทส่งท้าย

    คาเฟ่ขนาดใหญ่ที่อยู่แถวๆ เมืองถูกตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวสลับกับสีอื่นๆ ตามทางเดินและโต๊ะต่างๆ อันเป็นสัญลักษณ์ของงานแต่งงาน แขกเหรื่อที่มานั้นไม่ได้มีเยอะแต่ก็รวมตัวคนสำคัญของค่าย Starlight Entertainment ไว้แทบจะทุกคน โดยเฉพาะผู้จัดการและศิลปินตัวหลักๆ อย่าง โนวัน และแฟร์ริช ก็อยู่กันครบทุกคน หลังจากที่หายน้าไปสี่เดือน รินโกะหัวหน้าทีมผู้จัดการของแฟร์ริชก็กลับมาพร้อมงานแต่งงานที่ค่อนข้างอบอุ่นและไม่ได้หวือหวามาก ด้วยความที่เจ้าตัวไม่ชอบอะไรที่มันยิ่งใหญ่ แม้น้องๆ จะอาสาทำให้ใหญ่ก็ตามแต่เจ้าของงานก็ห้ามเด็ดขาด วันนี้ทุกคนพร้อมใจกันอยู่ในธีมสีขาว ชมพู ม่วง อย่างพร้อมเพรียงกัน โทรุ ประธานค่าย Starlight ปรากฏตัวด้วยเสื้อเชิ้ตสีม่วงเข้มสูทสีขาว กางเกงสีดำ เหล่าสมาชิกของบริษัทล้วนทำความเคารพผู้มาใหม่อย่างเค

  • My Manager คุณผู้จัดการคะ ใจดีหน่อยสิ!   บทที่ 33 บทสรุปของเรื่องราว

    สนามบินนานาชาติ H ของประเทศคราคร่ำไปด้วยผู้คน ครอบครัวสองครอบครัวและอีกหนึ่งพยาบาลรับจ้างที่ดูแลหนึ่งในสมาชิกมาหลายเดือนยืนอยู่ที่สนามบิน แม่ของคิราริยอมที่จะไปรักษาตัวที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวของอายะ และวันนี้ก็เป็นวันที่ต้องบินไปแล้ว ทั้งสองครอบครัวจึงมารวมตัวกัน เป็นครั้งแรกเลยที่ทุกคนได้มาเจอกัน คุณพ่อของจินนั้นเหมือนผู้ใหญ่ที่นิ่งๆ เย็นชาแต่จริงๆ เป็นคนใจดี และมันสะท้อนออกมาผ่านจินและอายะ “คิราริ ไม่ต้องห่วงนะ แม่เธอก็เหมือนแม่ฉัน ฉันดูแลเป็นอย่างดีเลย” อายะพูดพลางเดินมาจับมือคิราริเชิงให้สัญญา “ฉันฝากคุณอายะดูแลคุณแม่ด้วยนะคะ” คิราริพูดด้วยรอยยิ้มอย่างขอบคุณจากใจจริง&

  • My Manager คุณผู้จัดการคะ ใจดีหน่อยสิ!   บทที่ 32 Executive live session

    การถ่ายทอดสดในแอคเคาท์อย่างเป็นทางการของ Starlight ปรากฏต่อหน้าผู้คนตามวันและเวลาที่เคยประกาศไว้ว่าจะมีผู้บริหารของค่ายลงมาไลฟ์พูดคุยกับแฟนๆ ของค่ายมากขึ้นเพื่อไขข้อข้องใจและรับเรื่องต่างๆ จากแฟนคลับ และวันนี้ก็เป็นคิวของผู้อำนวยการ A&R ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเหล่าศิลปินในค่าย ทั้งการโปรโมท การดูแล และการปกป้องสิทธิ์ของศิลปิน แน่นอนว่าวันนี้จินก็มีหัวข้อในการพูดแล้วเช่นกัน แต่ว่าคอมเมนต์ในไลฟ์กลับไม่ค่อยสนใจเรื่องที่เขาพูดทั่วๆ ไปเมื่อครู่เลยสักนิด ประมาณหกสิบเปอร์เซ็นจะเป็นการชื่นชมออร่าของผู้บริหารคนนี้ที่ไม่น้อยไปกว่าศิลปินเสียมากกว่า และที่แตกต่างจากผู้บริหารคนอื่นๆ คือ จินจะใช้โทรศัพท์ของตัวเองไลฟ์เครื่องเดียวไม่ได้ใช้อุปกรณ์มากมายเหมือนผู้บริหารคนอื่นๆ นั่นทำให้ผู้คนรู้สึกว่าการไลฟ์ของจิ

  • My Manager คุณผู้จัดการคะ ใจดีหน่อยสิ!   บทที่ 31 สถานะแบ่งปัน

    ก่อนหน้านี้พวกเธอไปถ่ายซีนสุดท้ายของเอ็มวีมาแล้วจริงๆ คือซีนที่พวกเธอสองคนต้องไปนั่งกอดกันอยู่ตรงระเบียงอย่างมีความสุข ซึ่งมันไม่ได้ยาก เพียงแต่ยังเหลือซีนในห้องที่ยังต้องถ่ายเพิ่มเติมในช่วงเตรียมตัว คิราริเดินเข้าไปหาจินที่รออยู่ ร่างสูงอยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวกับเสื้อเชิ๊ตบางๆ เห็นรูปร่างอีกฝ่ายได้ชัดเจน จะว่าไปก็แต่งตัวไม่ได้ต่างกันเลย เรย์จิเดินเข้าไปบรีฟก่อนจะก้มลงดูที่มือของพวกเธอทั้งสองคน แล้วพูดขึ้น “ไปหาแหวนมาให้สองคนนี้ใส่หน่อย” เรย์จิหันไปสั่งลูกน้องตัวเอง ทีมคอสตูมจึงรีบหาแหวนมาใส่ลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของพวกเธอ “แสดงความรักต่อกันหน่อยนะ ไม่ต้องทะเลาะกันล่ะ” เรย์จิพูดแบบนั้นทำให้คิราริหันไปมองเรย์จิด้วยใบหน้าเรียบ ส่วนจินก็หรี่ตามองเพื่อนตัวเองก่อนจะยิ้ม

  • My Manager คุณผู้จัดการคะ ใจดีหน่อยสิ!   บทที่ 30 Circle of Love

    งานของผู้อำนวยการและศิลปินที่กำลังจะคัมแบ็ค ทำให้ทั้งสองคนแทบจะไม่มีเวลาได้เจอกัน แม้แต่เวลาไปไหนมาไหน คิราริยังไม่ค่อยได้ไปกับจินเพราะอีกฝ่ายมีงานตั้งแต่เช้ามาก กลับก็ดึกมาก แต่วันนี้เป็นวันที่ทั้งสองคนต้องทำงานด้วยกัน ในเซ็ตกองถ่ายทำเอ็มวีเพลง Circle of Love ซึ่งเป็นเพลงหลักที่ไคโตะกับยูกะร้องด้วยกัน เป็นเพลงที่ถูกวางให้เป็นเพลงโปรโมทหลักเป็นเพลงมีเดียมฟังสบายๆ พูดเกี่ยวกับเส้นทางรักที่สวยงาม เพลงนี้เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ของไคโตะกับยูกะจริงๆ ที่ทั้งสองคนถ่ายทอดออกมา “ให้คนอายุสามสิบมาแต่งตัวเป็นเด็กม.ปลาย คิดได้เนอะ” จินที่แต่งตัวเสร็จก็เดินออกมาทักทายผู้กำกับเรย์จิที่เป็นเพื่อนกันอย่างคุ้นเคย&n

  • My Manager คุณผู้จัดการคะ ใจดีหน่อยสิ!   บทที่ 29 ให้ความช่วยเหลือ

    ติ้ง!เช้าของวันที่เธอต้องไปหาแม่ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น จริงๆ ก็พอจะรู้ว่าเป็นใคร เพราะเมื่อเช้าเธอได้ยินเสียงห้องตรงข้ามเปิดประตูเบาๆ พอเธอเข้าไปดูในเทรนด์ก็พบว่ามีคนตั้งกระทู้โจมตีเธอเรื่องของมัตสึโมโตะ มาฮิโระอีกแล้ว ใครบางคนที่ไม่ประสงค์ดีบอกว่าเธอถูกทำร้ายในวันที่มาฮิโระไปให้สัมภาษณ์ว่าเธอคือสเปคของเขา แฟนคลับของทางนั้นก็เลยคิดว่าเธอเรียกร้องความสนใจจากผู้ชายของพวกเธอ ในตอนนี้เธอเหลือบมองโทรศัพท์ก็เห็นข้อความ [Jinn: ตอนเช้าพี่ไปส่งเธอที่บ้านแม่ไม่ได้ แต่ตอนเย็นพี่จะไปรับ รอกลับพร้อมกันนะ] เธอไม่ได้กดเข้าไปอ่าน และไม่คิดจะตอบกลับตอนนี้ เพราะเธอต้องการเวลาได้ตกตะกอนอะไรสักหน่อย&

  • My Manager คุณผู้จัดการคะ ใจดีหน่อยสิ!   บทที่ 6 ถูกทัก

    เวลากว่าสองทุ่มในคืนวันเสาร์ตามเวลานัดที่ยูกะได้นัดเอาไว้ เพราะไม่อยากให้เป็นจุดเด่น วันนี้คิราริใส่ชุดธรรมดาและหมวกอีกหนึ่งใบ ผมสีบรอนด์ถูกมัดอย่างลวกๆ ใบหน้าแต่งมาแค่บางๆ และกระเป๋าเดินทางหนึ่งใบ&

  • My Manager คุณผู้จัดการคะ ใจดีหน่อยสิ!   บทที่ 4 ขอยืมอิมเมจผู้จัดการหน่อยนะคะ

    หลังจากซื้อของเสร็จ คิราริก็เดินเข้าลิฟท์ขณะที่ในมือถือแก้วน้ำ ส่วนข้างหลังมีผู้จัดการวงโนวันที่มาเป็นผู้จัดการชั่วคราวสะพายกระเป๋าและถือขนมให้ โดยการที่จินถือของให้ศิลปินผู้หญิงหรือลูกน้องผู้หญิงที่ไปทำงานด้วยนั้นถือว่าเป็นภาพที่

  • My Manager คุณผู้จัดการคะ ใจดีหน่อยสิ!   บทที่ 3 ผู้จัดการคนใหม่ที่น่าตกใจ

    หลังจากที่จัดการข้าวของในห้องมาหลายวัน ในที่สุด วันที่เธอจะต้องทำงานก็มาถึง คิราริที่ตื่นตั้งแต่เช้ากำลังเลือกชุดสำหรับวันนี้ ช่วงเช้าเธอมีไปรายการวิทยุของริกะ หลังจากเหตุการณ์ของยูกะ สถานการณ์ระหว่างพวกเธอกับริกะก็ดีขึ้นมาก โดยวันนี้มี รุ่นพี่ไคโตะ ยูกะและเธอเป็นแขกรับเชิญ

  • My Manager คุณผู้จัดการคะ ใจดีหน่อยสิ!   บทที่ 2 เพื่อนบ้าน

    ติ้ง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ หญิงสาวตัวเล็กสูงร้อยหกสิบสองที่กำลังเก็บของในห้องเพื่อย้ายที่อยู่หันมามองก็เห็นว่าเป็นแจ้งเตือนของยูกะที่ส่งมา [ฉันจองตั๋วเครื่องบินกับที่พักแล้วนะคะ เดี๋ยวเราไปเที่ยวกันก่อนซักวันนึง แล้วค่อยไปดูคอนเสิร์ตนะคะ] นอกจากข้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status