LOGINเวลากว่าสองทุ่มในคืนวันเสาร์ตามเวลานัดที่ยูกะได้นัดเอาไว้ เพราะไม่อยากให้เป็นจุดเด่น วันนี้คิราริใส่ชุดธรรมดาและหมวกอีกหนึ่งใบ ผมสีบรอนด์ถูกมัดอย่างลวกๆ ใบหน้าแต่งมาแค่บางๆ และกระเป๋าเดินทางหนึ่งใบ
ไม่นานลีดเดอร์คนเก่งก็มาในชุดที่ไม่ได้ต่างจากเธอเท่าไหร่ ทั้งยังย้อมผมบรอนด์เหมือนกันอีก
“รอนานไหมคะ”
“ไม่หรอก พึ่งมาเมื่อกี้เอง” เธอตอบคนที่อายุน้อยกว่าด้วยรอยยิ้ม “เรื่องเค้กกับของขวัญเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”
“เรียบร้อยค่ะ นี่พี่จินบอกให้ถ่าย Vlog ไปด้วย ทั้งตอนเราเที่ยวกับไปเซอร์ไพรส์ พี่เขาบอกให้ไปเซอร์ไพรส์ช่วงซาวด์เช็ก ตอนคอนเสิร์ตเราจะได้ดูกันแบบไม่ต้องกังวล” ยูกะพูดคร่าวๆ พลางเดินไปเช็กอิน เธอเองได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้า
นานๆ ทีได้พักต่างประเทศบ้างก็ถือว่าไม่เลวนัก
... ... ...
ทางด้านเมือง S ประเทศ C
วง No.1 ได้เดินทางมาถึงแล้วตั้งแต่เมื่อวาน ส่วนวันนี้เป็นวันที่ทั้งวงจะมีบล็อกกิ้งบนเวที โดยมีทีมงานกล้อง ไฟ เสียง และทีมสตาฟของ No.1 อยู่กันทั้งหมดหลายสิบคน
“Mr. Jin, it’s a pleasure to see you again.” (คุณจิน ดีใจจริงๆ ที่ได้เจอคุณอีกครั้ง) มิสเตอร์ดี (ชื่อในวงการ) ผู้รับผิดชอบเรื่องออกแกไนซ์เซอร์ของคอนเสิร์ตนี้ตั้งแต่ประเทศแรกจนถึงประเทศสุดท้าย เดินเข้ามาทักทายจินแม้จินจะเป็นคนที่หนุ่มกว่า
ไม่บ่อยนักที่พนักงานในระดับผู้บริหารของค่ายเพลงใหญ่ๆ ในต่างประเทศจะเดินทางมาด้วยตัวเอง จินเองก็เหมือนกัน ถ้าเป็นทัวร์หลายๆ ประเทศเขามักจะไปกับวงแค่ประเทศแรกและสุดท้ายเท่านั้น ทำให้การได้เข้าถึงตัวเขานั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่ใครคิด
“Glad to see you again. It has been a while. How have you been?” (ยินดีเช่นกัน มันก็สักพักเลยนะครับ คุณเป็นยังไงบ้าง) จินยกมือมาจับทักทายอีกฝ่ายพร้อมกับตอบกลับอย่างไม่เขินอาย
“Oh, I’m good. Rest assured, we will make sure there are no mistakes in the lighting or sound for this performance.” (โอ้ ฉันสบายดี คุณสบายใจเถอะ พวกเราจะดูแลไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดทั้งเรื่องแสงและเรื่องเสียงของการแสดงเอง)
“I’ll be counting on you.” (ผมเชื่อใจคุณครับ)
ทั้งสองคนพูดคุยกันต่อ ไม่นานสมาชิกทั้งเก้าคนก็เดินออกมาบนเวทีก่อนจะทักทายทุกคน จากนั้น ทุกคนก็เริ่มทำงานของตนเอง โดยที่เงื่อนไขข้อหนึ่งที่เกิดขึ้นคือ จนกว่าคอนเสิร์ตจะจบทั้งสองวัน ทีมงานทุกคนห้ามปล่อยภาพหรือวิดีโออะไรออกไปทั้งนั้น
ร่างสูงของจินมองดูสมาชิกทั้งเก้าคน แบ็คอัพและทีมงานของเขากำลังทำงานกันแข็งขันเสียงดังโวกเวกเช่นเคย ใบหน้าของเขาเวลาไม่ได้แสดงสีหน้านั้นค่อนข้างนิ่ง แต่ก็ไม่ได้ดูดุดันแบบไคโตะ ถึงจะดูไม่ค่อยเป็นมิตรเหมือนกัน
[พวกเรามาถึงแล้วนะคะ ขอเข้าที่พักก่อน อย่าลืมที่ตกลงกันไว้นะคะพี่จิน] ข้อความจากยูกะถูกส่งเข้ามาในมือถือของเขา เขายกมันขึ้นก่อนจะตอบกลับ แต่ก็เห็นว่าอีกฝ่ายถ่ายรูปเซลฟี่มาให้ โดยในรูปมายูกะที่กำลังชูสองนิ้วกับคิราริที่ทำหน้าดื้อๆ ใส่กล้องจนทำให้เขาหัวเราะออกมาในลำคอ
[ถึงที่พักแล้วบอกฉันด้วย]
[OK!]
“พี่จินครับ ทางนี้หน่อยครับ” เมื่อยูกะตอบกลับมา ลูกน้องของเขาที่ตั้งใจให้เป็นคนดูแล No.1 คนต่อไปก็ตะโกนเรียกเขาจากข้างเวที ร่างสูงจึงเก็บมือถือแล้วเดินเข้าไปหา
... ... ...
ในช่วงสายเกือบๆ เที่ยงร่างเล็กของสองสาวก็มาถึงโรงแรมที่น่าเชื่อถือแห่งหนึ่งในเมือง S เป็นหนึ่งในโรงแรมที่ศิลปินของค่ายนี้มาพักประจำเมื่อมาที่นี่ สองสาวเข้าเช็กอิน ยูกะก็ส่งข้อความ เธอคิดว่าคงจะส่งหาเพี่จินนั้นเพื่อบอกว่าถึงแล้วแน่ๆ
“พักสักแปปก่อนไหมคะ หรือไปเที่ยวเลย” ยูกะหันมาถามเธอด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ประเมินจากคนตรงหน้า ดูเหมือนยูกะจะเหลือพลังงานอีกเยอะ
“เปลี่ยนชุดแล้วไปเที่ยวกันเถอะ” คิราริเองก็ไม่ได้เหนื่อยมาก อีกอย่างเธอคิดว่าถ้าไม่เที่ยววันนี้คงจะไม่ได้เที่ยว เพราะยังต้องดูคอนเสิร์ตทั้งสองวัน และเธอค่อนข้างแน่ใจว่าถ้ารุ่นพี่ไคโตะเจอยูกะแล้ว เขาไม่น่าจะให้ยูกะไปไหนแน่ๆ นอกจากอยู่กับเขา
... ... ...
สองสาววง Fairish ตอนนี้เปลี่ยนเป็นชุดที่สบายขึ้นเนื่องขากอากาศของเมือง S ช่วงนี้ค่อนข้างจะร้อนเล็กน้อย พวกเธอทั้งสองคนใส่เสื้อสายเดี่ยวเหมือนกัน ยูกะใส่สายเดี่ยวสีเข้มกับกระโปรงสีเดียวกัน คลุมด้วยเสื้อคลุมสีชมพู ส่วนเธอใส่สายเดี่ยวสีเหลืองกับกางเกงยีนส์สีเข้มตัวใหญ่ พร้อมหมวกคนละใบ
เพราะเวลาพวกเธอไม่ได้อยู่บนเวทีนั้น สไตล์จะแตกต่างมาก และการแต่งหน้าก็ต่างกัน จากการอยู่ในวงการมาหลายปี พวกเธอสองคนมักจะไม่ค่อยมีใครจำได้แม้จะเดินอย่างเปิดเผยก็ตาม
มือของพวกเธอสองคนต่างถือกล้องที่ติดกับไม้เซลฟี่คนละตัว พลางเดินคุยกันเพื่อสร้างคอนเทนต์เที่ยวไปเรื่อย
โดยเปิดรายการว่าบินมาเซอร์ไพรส์โนวันโดยเฉพาะ แต่ขอพวกเธอเที่ยวก่อน
และแน่นอน ความสวยของทั้งสองคนนั้นค่อนข้างจะแตกต่างจากคนทั่วไป แค่สีผิวของพวกเธอที่ขาวจะแทบจะสะท้อนแสงก็ทำให้ผู้คนมอง แต่ถามว่าพวกเธอเดือดร้อนไหม ก็ตอบเลยว่าไม่
“โอ๊ะ วัดนี้เขาว่าศักดิ์สิทธิ์เรื่องความรักนะคะ” ยูกะพูดเมื่อเห็นวัดสีแดงไกลๆ ที่สุดทางเดิน
“เธอยังต้องขออีกหรอ” เธอแซวรุ่นน้องด้วยรอยยิ้ม ก็อีกฝ่ายไปได้ดีทั้งเรื่องงานทั้งความรัก ยังต้องขออะไรอีก
“ของฉันไม่ต้องขอ แต่มาขอของพี่ไง” ยูกะแซวเธอ แต่เธอก็ทำหน้าเหยเกพร้อมกับส่ายหน้า
“ให้น้องๆ ก่อนเลย เดี๋ยวพี่มีคนสุดท้ายเองได้”
แม้เธอจะพูดอย่างนั้นแต่ยูกะก็ยังลากเธอไปยังวัดนั้นเพื่อขอพรอยู่ดี ส่วนตัวเองก็ไม่ได้คิดว่าเรื่องความรักในชีวิตเธอมันสลักสำคัญอะไร เพราะก่อนหน้านี้มันก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตของเธอดีขึ้นไปมากกว่าการที่เธอทุ่มเททำให้ชีวิตมันดีขึ้นเอง
ทั้งสองคนเข้าไปไหว้ตามขั้นตอนที่เข้าใจเพื่อเอาคอนเทนต์ ก่อนที่พวกเธอจะเดินมาเลือกดูเครื่องราง พร้อมกับคิดว่าจะซื้ออะไรไปฝากเมมเบอร์บ้าง
“แม่หนู เดี๋ยวก่อนจ่ะ” ในขณะที่พวกเธอกำลังเดินดูอยู่ ผู้ดูแลที่เป็นผู้หญิงที่ดูมีอายุแล้วแต่หน้าตาใจดีก็พูดด้วยภาษาประเทศเธอ
“โอ๊ะ เป็นคนบ้านเดียวกันกับพวกเราหรอคะ” เป็นยูกะที่เอ่ยถาม “มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ”
“เปล่าจ้า พอดีเห็นพวกหนูแล้วรู้สึก หนูทั้งคู่มีเกณฑ์ที่จะเจอเนื้อคู่ที่เป็นคู่บุญทั้งคู่เลยนะจ๊ะ” คำพูดของคนๆ นั้นทำให้เธอกับยูกะมองหน้ากันอย่างประหลาดใจไม่น้อย ในใจเธอตอนนั้นคิดว่าอีกฝ่ายคงเป็นมิจฉาชีพหรือพวกเซลตามวัดที่จะใช้เรื่องพวกนี้ขายของ
“หนูทั้งคู่วาสนาดี จะได้เนื้อคู่ดีทั้งคู่” คุณป้าคนนั้นพูดตรงนี้แล้วก็พูดต่อ ที่ประหลาดใจคือทักถึงลักษณะภายนอกและการพบเจอแบบสนับสนุนเกื้อกูลกันเป็นเวลานาน ซึ่งตรงกับลักษณะของพี่ไคโตะกับยูกะหมด
แต่กระนั้นเธอก็ยังไม่เชื่อ ของพวกนี้ ถ้าตามข่าวก็น่าจะพอจับใจความได้อยู่แล้ว
“ส่วนหนู ช่วงเด็กอาภัพ สูญเสียเสาหลักตั้งแต่เด็กเลยต้องอดทนดิ้นรนกว่าใครเขา ชีวิตของหนูลำบากมาตลอด แม้แต่ตอนนี้หนูก็ยังรู้สึกว่าต้องทุ่มเทกว่าคนอื่น เพราะมีภาระหน้าที่ต้องดูแล” สิ่งเหล่านั้นทำให้คิราริค่อนข้างช็อค เพราะเรื่องในครอบครัวเธอนั้น เธอไม่ค่อยจะบอกใคร และไม่ค่อยออกสื่อ เธอบอกแค่ว่าเธออยู่กับแม่สองคนและมาจากครอบครัวปานกลาง แต่มากกว่านั้นเธอไม่เคยพูดถึง
“ต้องเสียสละอะไรบางอย่างไปก่อนได้บางอย่างกลับมา ก่อนหน้านี้ ชีวิตหนูเป็นแบบนั้นหรือเปล่า” คำทักเหล่านั้นทำเอาคิราริพูดอะไรไม่ออก แต่เธอก็พยักหน้ารับเบาๆ
“เนื้อคู่คนนี้ ป้าว่าหนูกับเขารู้จักกันมานานแล้ว แต่ก็ใกล้กันจนมองไม่เห็นกันและกัน แต่ไม่ต้องห่วงนะ ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่พวกหนูจะต้องเจอกัน เป็นชะตาที่หนีกันไม่ได้ เพราะทุกอย่างรอบตัวจะเหวี่ยงให้พวกหนูได้รักกัน จนบางทีหนูอาจจะรู้สึกว่าทำไมมันง่ายไปหมด” คิราริแค่ฟังเท่านั้น เธอในตอนนี้ไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด และไม่มีไอเดียเรื่องนี้เลยเพราะเธอไม่เคยคิดเรื่องความรักมาก่อน
กลายเป็นว่ายูกะกลับสนใจมากกว่า “แล้วเขาเป็นคนแบบไหน ใบ้อีกนิดนึงได้ไหมคะ”
“เป็นคนที่แม่หนูคนนี้ไม่คิดว่าจะได้ลงเอยกับเขา” คุณป้าหัวเราะเล็กน้อยอย่างเอ็นดู “ไม่ต้องห่วง ตอนนี้พวกเธออาจจะไม่ชอบกัน แต่เดี๋ยวบรรยากาศรอบข้างก็จะทำให้พวกเธอรักกันไปเอง”
“แล้วทำไมถึงมาทักหนูล่ะคะ” คิราริถามด้วยความสงสัย
“ผู้ชายคนนั้นเป็นคนของที่นี่ (คนของเมืองนี้) เจ้าชะตาความรักเขาบอกให้ป้ามาบอกให้หนูเตรียมใจไว้ เพราะหลังจากที่เขารักหนูแล้ว เขาจะดูแลหนูอย่างดี จนหนูอาจรับไม่ทัน แต่ตอนนี้ป้าไปก่อนนะ”
พูดจบคุณป้าเขาก็เดินจากไปโดยที่พวกเธอไม่ทันได้พูดอะไร แต่ถึงจะทัน ตัวเธอเองก็คงไม่รู้จะพูดอะไรด้วยซ้ำ
เธอนึกถึงพวกเรื่องเล่าของคนหลายคนที่เล่าว่า เวลาไปเที่ยวไกลๆ แล้วมักจะมีคนมาทัก ซึ่งเรื่องที่ทักของคนที่มาเล่าก็มักจะเกิดขึ้นจริงๆ หลังจากนั้น
... แต่... เธอก็ไม่เชื่อหรอก
คนที่โดนทักทุกคนไม่ได้มาเล่านี่ คนที่เล่าส่วนใหญ่ก็มีแต่คนที่ถูกทักแม่น ส่วนของเธอหรอ ไม่แม่นตั้งแต่บอกว่าเธอจะมีแฟนแบบที่เธอจะปฏิเสธไม่ได้แล้ว
มันจะมีได้ยังไง วันๆ เธอทำแต่งาน เจอแต่ผู้ชายหน้าเดิมๆ จะไปเดทกับใครได้กัน แล้วถ้าเธอจะปฏิเสธใคร เธอจะทำไม่ได้เลยหรอ
เหอะ...
“ไปซื้อของให้เมมเบอร์ต่อดีกว่า”
คาเฟ่ขนาดใหญ่ที่อยู่แถวๆ เมืองถูกตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวสลับกับสีอื่นๆ ตามทางเดินและโต๊ะต่างๆ อันเป็นสัญลักษณ์ของงานแต่งงาน แขกเหรื่อที่มานั้นไม่ได้มีเยอะแต่ก็รวมตัวคนสำคัญของค่าย Starlight Entertainment ไว้แทบจะทุกคน โดยเฉพาะผู้จัดการและศิลปินตัวหลักๆ อย่าง โนวัน และแฟร์ริช ก็อยู่กันครบทุกคน หลังจากที่หายน้าไปสี่เดือน รินโกะหัวหน้าทีมผู้จัดการของแฟร์ริชก็กลับมาพร้อมงานแต่งงานที่ค่อนข้างอบอุ่นและไม่ได้หวือหวามาก ด้วยความที่เจ้าตัวไม่ชอบอะไรที่มันยิ่งใหญ่ แม้น้องๆ จะอาสาทำให้ใหญ่ก็ตามแต่เจ้าของงานก็ห้ามเด็ดขาด วันนี้ทุกคนพร้อมใจกันอยู่ในธีมสีขาว ชมพู ม่วง อย่างพร้อมเพรียงกัน โทรุ ประธานค่าย Starlight ปรากฏตัวด้วยเสื้อเชิ้ตสีม่วงเข้มสูทสีขาว กางเกงสีดำ เหล่าสมาชิกของบริษัทล้วนทำความเคารพผู้มาใหม่อย่างเค
สนามบินนานาชาติ H ของประเทศคราคร่ำไปด้วยผู้คน ครอบครัวสองครอบครัวและอีกหนึ่งพยาบาลรับจ้างที่ดูแลหนึ่งในสมาชิกมาหลายเดือนยืนอยู่ที่สนามบิน แม่ของคิราริยอมที่จะไปรักษาตัวที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวของอายะ และวันนี้ก็เป็นวันที่ต้องบินไปแล้ว ทั้งสองครอบครัวจึงมารวมตัวกัน เป็นครั้งแรกเลยที่ทุกคนได้มาเจอกัน คุณพ่อของจินนั้นเหมือนผู้ใหญ่ที่นิ่งๆ เย็นชาแต่จริงๆ เป็นคนใจดี และมันสะท้อนออกมาผ่านจินและอายะ “คิราริ ไม่ต้องห่วงนะ แม่เธอก็เหมือนแม่ฉัน ฉันดูแลเป็นอย่างดีเลย” อายะพูดพลางเดินมาจับมือคิราริเชิงให้สัญญา “ฉันฝากคุณอายะดูแลคุณแม่ด้วยนะคะ” คิราริพูดด้วยรอยยิ้มอย่างขอบคุณจากใจจริง&
การถ่ายทอดสดในแอคเคาท์อย่างเป็นทางการของ Starlight ปรากฏต่อหน้าผู้คนตามวันและเวลาที่เคยประกาศไว้ว่าจะมีผู้บริหารของค่ายลงมาไลฟ์พูดคุยกับแฟนๆ ของค่ายมากขึ้นเพื่อไขข้อข้องใจและรับเรื่องต่างๆ จากแฟนคลับ และวันนี้ก็เป็นคิวของผู้อำนวยการ A&R ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเหล่าศิลปินในค่าย ทั้งการโปรโมท การดูแล และการปกป้องสิทธิ์ของศิลปิน แน่นอนว่าวันนี้จินก็มีหัวข้อในการพูดแล้วเช่นกัน แต่ว่าคอมเมนต์ในไลฟ์กลับไม่ค่อยสนใจเรื่องที่เขาพูดทั่วๆ ไปเมื่อครู่เลยสักนิด ประมาณหกสิบเปอร์เซ็นจะเป็นการชื่นชมออร่าของผู้บริหารคนนี้ที่ไม่น้อยไปกว่าศิลปินเสียมากกว่า และที่แตกต่างจากผู้บริหารคนอื่นๆ คือ จินจะใช้โทรศัพท์ของตัวเองไลฟ์เครื่องเดียวไม่ได้ใช้อุปกรณ์มากมายเหมือนผู้บริหารคนอื่นๆ นั่นทำให้ผู้คนรู้สึกว่าการไลฟ์ของจิ
ก่อนหน้านี้พวกเธอไปถ่ายซีนสุดท้ายของเอ็มวีมาแล้วจริงๆ คือซีนที่พวกเธอสองคนต้องไปนั่งกอดกันอยู่ตรงระเบียงอย่างมีความสุข ซึ่งมันไม่ได้ยาก เพียงแต่ยังเหลือซีนในห้องที่ยังต้องถ่ายเพิ่มเติมในช่วงเตรียมตัว คิราริเดินเข้าไปหาจินที่รออยู่ ร่างสูงอยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวกับเสื้อเชิ๊ตบางๆ เห็นรูปร่างอีกฝ่ายได้ชัดเจน จะว่าไปก็แต่งตัวไม่ได้ต่างกันเลย เรย์จิเดินเข้าไปบรีฟก่อนจะก้มลงดูที่มือของพวกเธอทั้งสองคน แล้วพูดขึ้น “ไปหาแหวนมาให้สองคนนี้ใส่หน่อย” เรย์จิหันไปสั่งลูกน้องตัวเอง ทีมคอสตูมจึงรีบหาแหวนมาใส่ลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของพวกเธอ “แสดงความรักต่อกันหน่อยนะ ไม่ต้องทะเลาะกันล่ะ” เรย์จิพูดแบบนั้นทำให้คิราริหันไปมองเรย์จิด้วยใบหน้าเรียบ ส่วนจินก็หรี่ตามองเพื่อนตัวเองก่อนจะยิ้ม
งานของผู้อำนวยการและศิลปินที่กำลังจะคัมแบ็ค ทำให้ทั้งสองคนแทบจะไม่มีเวลาได้เจอกัน แม้แต่เวลาไปไหนมาไหน คิราริยังไม่ค่อยได้ไปกับจินเพราะอีกฝ่ายมีงานตั้งแต่เช้ามาก กลับก็ดึกมาก แต่วันนี้เป็นวันที่ทั้งสองคนต้องทำงานด้วยกัน ในเซ็ตกองถ่ายทำเอ็มวีเพลง Circle of Love ซึ่งเป็นเพลงหลักที่ไคโตะกับยูกะร้องด้วยกัน เป็นเพลงที่ถูกวางให้เป็นเพลงโปรโมทหลักเป็นเพลงมีเดียมฟังสบายๆ พูดเกี่ยวกับเส้นทางรักที่สวยงาม เพลงนี้เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ของไคโตะกับยูกะจริงๆ ที่ทั้งสองคนถ่ายทอดออกมา “ให้คนอายุสามสิบมาแต่งตัวเป็นเด็กม.ปลาย คิดได้เนอะ” จินที่แต่งตัวเสร็จก็เดินออกมาทักทายผู้กำกับเรย์จิที่เป็นเพื่อนกันอย่างคุ้นเคย&n
ติ้ง!เช้าของวันที่เธอต้องไปหาแม่ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น จริงๆ ก็พอจะรู้ว่าเป็นใคร เพราะเมื่อเช้าเธอได้ยินเสียงห้องตรงข้ามเปิดประตูเบาๆ พอเธอเข้าไปดูในเทรนด์ก็พบว่ามีคนตั้งกระทู้โจมตีเธอเรื่องของมัตสึโมโตะ มาฮิโระอีกแล้ว ใครบางคนที่ไม่ประสงค์ดีบอกว่าเธอถูกทำร้ายในวันที่มาฮิโระไปให้สัมภาษณ์ว่าเธอคือสเปคของเขา แฟนคลับของทางนั้นก็เลยคิดว่าเธอเรียกร้องความสนใจจากผู้ชายของพวกเธอ ในตอนนี้เธอเหลือบมองโทรศัพท์ก็เห็นข้อความ [Jinn: ตอนเช้าพี่ไปส่งเธอที่บ้านแม่ไม่ได้ แต่ตอนเย็นพี่จะไปรับ รอกลับพร้อมกันนะ] เธอไม่ได้กดเข้าไปอ่าน และไม่คิดจะตอบกลับตอนนี้ เพราะเธอต้องการเวลาได้ตกตะกอนอะไรสักหน่อย&
เมื่อจบกิจกรรม ทั้งสี่คนก็ทักทายและถ่ายรูปกับแฟนคลับพอเป็นพิธี ส่วนเขาได้รับข้อความจาก โทรุ ประธานค่ายและโปรดิวเซอร์ [เห็นที่ยูกะพูดในรายการแล้วนะ ฉันมาถามน
หลังจากซื้อของเสร็จ คิราริก็เดินเข้าลิฟท์ขณะที่ในมือถือแก้วน้ำ ส่วนข้างหลังมีผู้จัดการวงโนวันที่มาเป็นผู้จัดการชั่วคราวสะพายกระเป๋าและถือขนมให้ โดยการที่จินถือของให้ศิลปินผู้หญิงหรือลูกน้องผู้หญิงที่ไปทำงานด้วยนั้นถือว่าเป็นภาพที่
หลังจากที่จัดการข้าวของในห้องมาหลายวัน ในที่สุด วันที่เธอจะต้องทำงานก็มาถึง คิราริที่ตื่นตั้งแต่เช้ากำลังเลือกชุดสำหรับวันนี้ ช่วงเช้าเธอมีไปรายการวิทยุของริกะ หลังจากเหตุการณ์ของยูกะ สถานการณ์ระหว่างพวกเธอกับริกะก็ดีขึ้นมาก โดยวันนี้มี รุ่นพี่ไคโตะ ยูกะและเธอเป็นแขกรับเชิญ
ติ้ง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ หญิงสาวตัวเล็กสูงร้อยหกสิบสองที่กำลังเก็บของในห้องเพื่อย้ายที่อยู่หันมามองก็เห็นว่าเป็นแจ้งเตือนของยูกะที่ส่งมา [ฉันจองตั๋วเครื่องบินกับที่พักแล้วนะคะ เดี๋ยวเราไปเที่ยวกันก่อนซักวันนึง แล้วค่อยไปดูคอนเสิร์ตนะคะ] นอกจากข้







