Share

บทที่ 8

Author: Wabibi
last update publish date: 2026-07-21 09:02:50

เลือดสีสดไหลซึมออกจากมุมปากของมันทันที ทว่าครอสยังไม่หยุดแค่นั้น เขาใช้เข่ากระแทกเข้าที่หน้าท้องของมันอย่างจังจนมันตัวงอเป็นกุ้ง ก่อนจะเหวี่ยงร่างหนานั้นไปกระแทกกับผนังร้านอย่างแรง

ชายคนที่โดนเก้าอี้ฟาดตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน มันคว้าขวดแก้วบนโต๊ะใกล้ๆ ขึ้นมาฟาดกับขอบโต๊ะจนแตกเป็นปากฉลาม เล็งปลายแหลมตรงมาที่ครอส

"มึงแส่เรื่องของพวกกูอีกแล้วนะไอ้เด็กเวร! วันนี้กูจะแทงมึงให้ไส้ไหลเลย!" มันตะโกนก้องพร้อมกับพุ่งตัวเข้ามาหาครอส

อลิซเบิกตากว้าง ร้องห้ามด้วยความตกใจสุดขีด "พี่ครอส ระวัง!"

ครอสไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย เขายืนนิ่งรอจังหวะที่มันพุ่งเข้ามาใกล้ ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบปลายแหลมของขวดแก้วได้อย่างเฉียดฉิว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของมัน บีบจุดเส้นประสาทอย่างแม่นยำและรุนแรงจนมันร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ขวดแก้วในมือร่วงหล่นลงพื้น

เขาตวัดขาเตะตัดพับในของมันจนล้มลงไปคุกเข่า ก่อนจะใช้หลังเท้าเตะเสยเข้าที่ปลายคางอย่างหนักหน่วง ร่างของมันหงายหลังตึงหมดสติไปทันที

ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมร้านกาแฟ ลูกค้าคนอื่นและพนักงานต่างพากันยืนตัวสั่นอยู่หลังเคาน์เตอร์ ไม่มีใครกล้าขยับตัวหรือส่งเสียงร้องใดๆ ออกมา

ครอสยืนหอบหายใจเพียงเล็กน้อย สันกรามคมนูนขึ้นจากการขบกัด เขาปรายตามองร่างสองร่างที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นด้วยแววตาสมเพช ก่อนจะหันกลับมามองอลิซที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่มุมหน้าต่าง

ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว หยาดน้ำตาคลอหน่วยอยู่ที่หางตา เธอสั่นไปทั้งตัวกับภาพความรุนแรงและดิบเถื่อนที่เกิดขึ้นตรงหน้า ผู้ชายคนนี้ลงมือจัดการคนได้อย่างเลือดเย็นและไร้ความปรานีราวกับมันเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของเขา

ครอสเดินตรงเข้ามาหาเธอ ท่วงท่าของเขาไม่ได้รีบร้อน แต่ทุกย่างก้าวกลับสร้างความกดดันให้คนมองจนอลิซเผลอก้าวถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะ

เขาไม่ได้พูดปลอบประโลม ไม่ได้ถามว่าเธอเจ็บตรงไหน มือหนาที่ยังมีคราบเลือดติดอยู่จางๆ คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กของเธออย่างแรง บีบแน่นจนอลิซนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

"เก็บของ" น้ำเสียงกดต่ำสั่งการสั้นๆ เด็ดขาด

อลิซรีบก้มหน้าก้มตาเก็บอุปกรณ์วาดภาพและผืนผ้าใบใส่กระเป๋าผ้าใบใหญ่ มือของเธอสั่นจนแทบจะจับพู่กันไม่อยู่ ครอสยืนมองการกระทำของเธอด้วยความหงุดหงิด เขาแย่งกระเป๋าผ้าใบนั้นมาถือไว้เองด้วยมือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างยังคงกำข้อมือของเธอไว้แน่น

เขาออกแรงกระตุกเบาๆ เพื่อให้เธอเดินตาม กึ่งลากกึ่งจูงเธอออกจากร้านกาแฟ ท่ามกลางสายตาหวาดผวาของผู้คนรอบข้าง ไม่มีใครกล้าเข้ามาห้ามปรามหรือสอบถามใดๆ

ครอสพาอลิซเดินมาจนถึงลานจอดรถด้านหลังร้าน เขาเปิดประตูด้านข้างคนขับของรถสปอร์ตสีดำสนิท ดันตัวเธอเข้าไปนั่งด้านในและปิดประตูเสียงดังปัง ก่อนจะเดินอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับ

ภายในห้องโดยสารตกอยู่ในความเงียบที่น่าอึดอัด อลิซนั่งกอดกระเป๋าของตัวเองแน่น ก้มหน้ามองมือที่ประสานกันอยู่บนตัก ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคนข้างๆ เธอรับรู้ได้ถึงรังสีความโกรธที่แผ่ออกมาจากตัวเขา มันรุนแรงจนทำให้เครื่องปรับอากาศในรถดูเหมือนจะเย็นจัดขึ้นกะทันหัน

ครอสสตาร์ทเครื่องยนต์ แต่เขายังไม่ออกรถ ชายหนุ่มทุบพวงมาลัยรถอย่างแรงเพื่อระบายอารมณ์ จนอลิซสะดุ้งสุดตัว

เขาโกรธ โกรธที่เห็นพวกมันเข้ามารังแกเธอ โกรธที่เธอเอาแต่ยืนสั่นโดยไม่ยอมสู้กลับ และโกรธตัวเองที่ปล่อยให้สัญชาตญาณความต้องการปกป้องเธอควบคุมสติสัมปชัญญะจนหมดสิ้น

ครอสหันหน้าขวับมามองอลิซ แขนแกร่งเอื้อมข้ามคอนโซลกลางมาจับที่พนักพิงเบาะของเธอ ดึงตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้ากับเขากันตรงๆ

ระยะห่างที่ลดลงอย่างกะทันหันทำให้อลิซต้องเบิกตากว้าง กลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมของเขาลอยมาแตะจมูก นัยน์ตาสีเข้มดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธออย่างคาดคั้น

"เธอคิดว่าตัวเองเก่งนักหรือไง ถึงได้ปล่อยให้พวกมันเข้ามารังแกถึงที่แบบนี้" ครอสกกดเสียงต่ำถามอย่างเอาเรื่อง

"หนูไม่ได้เก่ง... แต่หนูไม่มีทางเลือก" อลิซตอบเสียงสั่น พยายามควบคุมน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา "หนูต้องทำงาน หนูต้องหาเงิน"

"เงินแค่นั้นมันคุ้มกับชีวิตเธอไหมฮะอลิซ!" ครอสขึ้นเสียงใส่เป็นครั้งแรก ความอดทนของเขาขาดผึงเมื่อเห็นความดื้อรั้นในตาของเธอ "ถ้าวันนี้ฉันไม่ได้บังเอิญไปกินกาแฟร้านนั้น เธอคิดว่าตัวเองจะมีชีวิตรอดกลับมานั่งเถียงฉันแบบนี้ไหม"

อลิซเม้มริมฝีปากแน่น คำพูดของเขาแทงใจดำจนเธอเถียงไม่ออก เธอรู้ดีว่าถ้าไม่มีเขา เธออาจจะบาดเจ็บหรือสูญเสียงานชิ้นสำคัญไปแล้ว แต่เธอไม่อยากเป็นภาระของใคร และไม่อยากดึงเขาเข้ามาเกี่ยวข้องกับปัญหาครอบครัวที่แสนจะเน่าเฟะของตัวเอง

"หนูขอบคุณที่พี่เข้ามาช่วย... แต่พี่ไม่ต้องมาสนใจหนูหรอกค่ะ ปัญหาของหนู หนูจัดการเองได้" หญิงสาวพยายามเบี่ยงตัวหลบสายตาคุกคามของเขา

คำตอบของอลิซทำให้เส้นเลือดบนขมับของครอสปูดโปน เขาขบกรามแน่นจนเป็นสัน นัยน์ตาดุดันฉายแวววาวโรจน์ยิ่งกว่าเดิม มือหนาที่จับพนักพิงอยู่เปลี่ยนมาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเธอ ออกแรงบีบแน่นจนอลิซนิ่วหน้า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • My Ruthless Cross: ร้ายพ่ายรักมาเฟียวิศวะ   บทที่ 89

    ตอนพิเศษ 4 บทสรุปอนาคตเกลียวคลื่นสีขาวซัดสาดเข้าหาชายฝั่งทรายเนียนละเอียด สายลมเย็นพัดพากลิ่นอายของทะเลเข้ามาปะทะใบหน้า พื้นที่สวนกว้างขวางหลังบ้านพักตากอากาศส่วนตัวถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่จัดงานมงคลสมรสขนาดกะทัดรัด แต่อบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่นอย่างหาที่สุดไม่ได้ท้องฟ้าเบื้องหน้าเริ่มถูกแต่งแต้มด้วยสีส้มทองของดวงอาทิตย์ที่กำลังคล้อยต่ำลงสู่เส้นขอบฟ้า แสงแดดยามเย็นสะท้อนผิวน้ำทะเลเป็นประกายระยิบระยับ ซุ้มดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ถูกจัดวางอย่างประณีตเรียบง่ายตรงลานหญ้าหันหน้าออกสู่ท้องทะเลกว้างใหญ่ไม่มีแขกเหรื่อนับพัน ไม่มีสื่อมวลชน ไม่มีนักธุรกิจหน้าเลือดมาร่วมแสดงความยินดี งานนี้มีเพียงเพื่อนสนิทและผู้ใต้บังคับบัญชาที่จงรักภักดีมาร่วมเป็นสักขีพยานในวันสำคัญที่สุดของนายใหญ่และนายหญิงของพวกเขาครอสยืนตระหง่านอยู่บริเวณซุ้มดอกไม้ ชายหนุ่มละทิ้งเสื้อผ้าโทนสีดำสนิทที่มักจะสวมใส่เป็นประจำ หันมาสวมชุดสูทสีขาวสะอาดตาตัดเย็บประณีตเข้ารูป ทรงผมสีน้ำตาลเข้มถูกจัดระเบียบเปิดหน้าผาก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ความ

  • My Ruthless Cross: ร้ายพ่ายรักมาเฟียวิศวะ   บทที่ 88

    "อืม... อร่อยจริงๆ ด้วยค่ะ ตรงที่ไหม้มันก็กรอบๆ ดีนะ" เธอส่งยิ้มหวานให้เขา"ไม่ต้องมาฝืนชมเลยพี่รู้ว่ามันขม" ครอสส่ายหน้าไปมา เอื้อมมือไปคว้าส้อมจากมือเธอ "คายออกมาเลยอลิซ เดี๋ยวพี่โทรสั่งอาหารมาให้ใหม่""ไม่เอาค่ะ หนูจะกินจานนี้" อลิซเบี่ยงตัวหลบ ยื้อแย่งส้อมกลับมาถือไว้แน่น "มื้อเช้าที่สามีตั้งใจทำให้ภรรยากิน จะทิ้งลงถังขยะได้ยังไงคะ หนูเสียดายแย่"คำว่า '

  • My Ruthless Cross: ร้ายพ่ายรักมาเฟียวิศวะ   บทที่ 87

    แต่ตั้งแต่อลิซก้าวเข้ามาในชีวิตของมัน ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มีแต่ความดื้อรั้นและความจริงใจ เธอค่อยๆ ทลายกำแพงน้ำแข็งนั้นลงทีละนิด เธอสอนให้มันรู้จักความอบอุ่น สอนให้มันรู้ว่าการรักใครสักคนมันไม่ได้ทำให้ตัวเองอ่อนแอลง แต่มันทำให้มีความหมายในการมีชีวิตอยู่มากขึ้นไอ้หมาบ้าที่เคยกัดทุกคนที่ขวางหน้า ตอนนี้มันกลายเป็นผู้ชายที่ยอมคุกเข่าอ้อนเมีย ยอมมาเดินเลือกผ้าปูที่นอนสีชมพูเพียงเพื่ออยากให้ผู้หญิงของมันนอนหลับสบาย"มองหน้ากูทำไม" ครอสทักขึ้นเมื่อเห็นผมยืนยิ้มเงียบๆ"เปล่า กูแค่กำลังคิดว่า..." ผมตบไหล่มันเบาๆ สองที แววตาของผมเต็มไปด้วยความจริงใจและยินดีกับมันจากใจจริง "...กูดีใจนะเว้ย ที่มึงมีวันนี้ วันที่มึงยิ้มได้เต็มปากสักที ขอบคุณน้องอลิซจริงๆ ที่เข้ามาปราบปีศาจอย่างมึงให้อยู่หมัด"ครอสชะงักไปเล็กน้อย มันมองผมด้วยสายตาที่อ่านยาก ก่อนจะถอนหายใจยาวและตวัดสายตามองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน"พูดมากน่ารำคาญ ไปจ่ายเงินได้แล้ว กูต้องรีบกลับไปรับอลิซที่แกลเลอรี่"มันเดินนำหน้าผมไปที่แคชเชียร์ ทิ้งให้ผมยืนหัวเราะอยู่คนเดียวเออ... ไอ้มาเฟีย

  • My Ruthless Cross: ร้ายพ่ายรักมาเฟียวิศวะ   บทที่ 86

    แต่เปล่าเลยครับ... สิ่งที่มันกำลังจ้องจนตาแทบถลน คือชุดผ้าปูที่นอนสีพาสเทลสองชุดมือหนาที่หยาบกร้านจากการจับปืนและชกต่อยของมัน กำลังยกขึ้นมาลูบปลายคางตัวเองอย่างใช้ความคิดหนัก สายตาของมันสลับมองระหว่าง 'ชุดผ้าปูที่นอนสีชมพูพีชลายดอกไม้เล็กๆ' กับ 'ชุดผ้าปูที่นอนสีฟ้าอ่อนลายตาราง'ภาพความย้อนแย้งระดับสิบกะโหลกนี้ทำเอาผมอดไม่ได้ที่จะล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง เปิดโหมดกล้องวิดีโอและกดบันทึกภาพประวัติศาสตร์นี้เอาไว้ทันที

  • My Ruthless Cross: ร้ายพ่ายรักมาเฟียวิศวะ   บทที่ 85

    "อยู่ค่ะ" อลิซแพนกล้องโทรศัพท์ไปทางผู้จัดการที่ยืนตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่หน้าโต๊ะ"มึงไปบอกพวกมัน..." ครอสกกดเสียงต่ำ ราบเรียบแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารที่ส่งผ่านหน้าจอมาได้อย่างชัดเจน "...ว่าถ้าพวกมันอยากได้เพิ่มอีกห้าเปอร์เซ็นต์ ก็ให้พวกมันเอาแผ่นดินของพวกมันคืนไป แล้วเตรียมตัวรับมือกับทนายของกูเรื่องทำผิดข้อตกลงเดิมได้เลย กูไม่ต่อสัญญา และกูจะถอนทุนสร้างกาสิโนใหม่ที่อื่น มึงไปจัดการบอกพวกมันเดี๋ยวนี้!"ผู้จัดการหน้าซีดไร้สีเลือด รีบพยักหน้ารับคำสั่งอย่างลนลาน "ตะ... แต่ว่านายครับ ถ้าเราถอนตัวตอนนี้ เราจะเสียเปรียบเรื่องการหาทำเลใหม่ในย่านนั้นนะครับ ฝั่งนั้นเขาอ้างว่าเขามีผู้เช่ารายใหม่รอเสียบอยู่แล้ว...""มึงกำลังสอนกูทำงานเหรอ" น้ำเสียงของครอสเย็นเยียบจนคนฟังแทบหยุดหายใจ "กูสั่งให้มึงไปบอกพวกมันตามนี้ ถ้ามึงจัดการเรื่องแค่นี้ไม่ได้ มึงก็เก็บของออกจากบริษัทกูไปซะ!"อลิซหันโทรศัพท์กลับมาหาตัวเอง เธอมองสีหน้าท่าทางของผู้จัดการแล้วรู้สึกสงสาร แต่เธอก็เข้าใจหลักการทำงานของครอสดี เขาไม่เคยยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้ใครข่มขู่"เอ่อ... พี่ครอสคะ ใจเย็นๆ ก่อน สิคะ"

  • My Ruthless Cross: ร้ายพ่ายรักมาเฟียวิศวะ   บทที่ 84

    อลิซขมวดคิ้ว เธอลดโทรศัพท์ลงและหันไปมองคนที่กำลังนอนซมอยู่บนเตียง "พี่ครอสคะ ผู้จัดการบอกว่ามีเอกสารด่วนเรื่องสัญญาเช่าที่ต้องเซ็นวันนี้ค่ะ"ครอสดันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงทันที สันกรามคมนูนขึ้นจากการใช้ความคิด ความรับผิดชอบในหน้าที่ทำให้เขาพยายามสลัดความเหนื่อยล้าทิ้ง "เอาโทรศัพท์มาให้พี่ เดี๋ยวพี่สั่งให้มันเอาเอกสารมาให้เซ็นที่นี่""ไม่ได้ค่ะ!" อลิซดึงโทรศัพท์หลบมือเขา "หมอบอกว่าพี่ห้ามลุกขึ้นมาเครียดเรื่องงานเด็ดขาด สภาพพี่ตอนนี้แค่นั่งยังจะล้มเลยนะคะ พี่จะมานั่งอ่านสัญญาตัวหนังสือเล็กๆ ได้ยังไง""แต่มันเป็นเอกสารสำคัญ ถ้าพลาดไปธุรกิจเราจะเสียหายนะอลิซ" ชายหนุ่มพยายามอธิบายด้วยเหตุผลอลิซเม้มริมฝีปากแน่น เธอรู้ว่าเรื่องงานสำคัญสำหรับเขามากแค่ไหน หญิงสาวตัดสินใจยกโทรศัพท์ขึ้นมากรอกเสียงลงไปอีกครั้ง "ไม่ต้องเอาเอกสารมาที่นี่ค่ะ เตรียมทุกอย่างไว้ที่ห้องทำงานที่ผับ เดี๋ยวฉันจะเข้าไปเอาเอง"สิ้นคำสั่ง เธอตัดสินใจกดตัดสายทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบรับจากปลายสาย"อลิซ! หนูจะไปที่นั่นได้ยังไง มันวุ่นวาย แล้วพวกนั้นก็หน้าตาไม่น่าไว้ใจทั้งนั้น" ครอสเบิก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status