LOGINหลังจากจูบแรกที่คอนโดออกัส ข้าวปุ้นใช้เวลาสามวันเต็มในการค้นพบว่า การจูบกับใครสักคนหนึ่งครั้งสามารถสร้างปัญหาให้ชีวิตประจำวันได้มากกว่าที่คิด ปัญหาแรกคือเธอมองปากออกัสบ่อยเกินไป และปัญหาที่สองคือเจ้าของปากคู่นั้นจับได้ทุกครั้ง“มองอะไร”“เปล่าค่ะ”ข้าวปุ้นรีบเลื่อนสายตาขึ้นจากริมฝีปากไปยังดวงตา แต่ดูเหมือนจะยิ่งแย่กว่าเดิม เพราะออกัสกำลังมองเธออยู่ก่อนแล้ว“เมื่อกี้มองปากพี่”“ไม่ได้มอง”“มอง”“ปุ้นมองเสื้อค่ะ”“เสื้ออยู่ตรงปาก?”“ปุ้นมองผ่าน ๆ”ออกัสยกมุมปาก “คิดถึง?”“อะไรคะ”“จูบ”“พี่ออกัส!”ข้าวปุ้นรีบหันไปมองรอบตัว โชคดีที่บริเวณหลังเวทีมีเพียงทีมงานสองสามคนและไม่มีใครสนใจเธอขยับเข้าไปกระซิบ “อย่าพูดสิคะ”“ทำไม”“คนอื่นได้ยิน”“แล้ว?”“มันเป็นเรื่องส่วนตัว”“อ๋อ”“อย่าอ๋อค่ะ”“งั้นคืนนี้ไปคอนโดพี่อีกไหม”ข้าวปุ้นอ้าปากค้าง “ไม่ไปค่ะ!”“ยังไม่ได้บอกว่าจะทำอะไร”“ไม่ไปก็คือไม่ไป”“กลัวพี่?”“ไม่กลัว”“กลัวตัวเอง?”คราวนี้เธอเงียบ ออกัสหลุดหัวเราะ“ยิ่งเงียบยิ่งน่าสงสัย”“ปุ้นไปทำงานแล้วค่ะ”เธอรีบคว้าแท็บเล็ตเดินหนีแต่เสียงทุ้มยังตามหลังมา“ข้าวปุ้น”หญิงสาวไม่ยอมหัน“คืนนี้พี่ว่
หลังกลับจากเขาใหญ่ ข้าวปุ้นค้นพบปัญหาใหม่หนึ่งอย่าง เธอมองหน้าออกัสไม่ค่อยได้ ไม่ใช่เพราะโกรธ ไม่ใช่เพราะรำคาญ แต่ทุกครั้งที่สบตาประโยคเดิมจะดังขึ้นมาในหัว‘ถ้าถามว่าหึงไหม...หึง’แล้วภาพเช้าวันนั้นก็ตามมาติด ๆ เตียงเดียวกันกำแพงหมอนที่หายไปมือของเธอที่กำเสื้อเขา รวมถึงสายตาของออกัสตอนพูดว่าเขาไม่ชอบเวลาเธอยิ้มให้ผู้ชายคนอื่น“ข้าวปุ้น”หญิงสาวสะดุ้ง “คะ!”ออกัสเลิกคิ้ว “เรียกเฉย ๆ ตกใจอะไร”“เปล่าค่ะ”“มองพี่”“ปุ้นมองอยู่ค่ะ”“นี่มอง?”สายตาเธออยู่ตรงคางเขา“ค่ะ”“ตาพี่อยู่ข้างบน”ข้าวปุ้นจำใจเงยขึ้น สบตาได้ไม่ถึงสองวินาทีก็หลบอีก ออกัสยิ้มทันที“เป็นอะไร”“ไม่ได้เป็นค่ะ”“ตั้งแต่กลับมาไม่มองหน้าพี่เลย”“มองค่ะ”“มองคาง”“ก็อยู่บนหน้าพี่เหมือนกัน”ออกัสหัวเราะ“ข้าวปุ้น”“คะ”“เขินพี่?”“ไม่ค่ะ”ตอบเร็วเกินไป“อ๋อ”“อย่าอ๋อแบบนั้นนะคะ”“แบบไหน”“แบบที่รู้ว่าปุ้น—”เธอหยุดออกัสยกคิ้ว “รู้ว่าอะไร?”“ไม่มีอะไรค่ะ”ข้าวปุ้นรีบก้มเช็กโทรศัพท์ เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังอยู่ข้างตัว ช่วงนี้คนที่เคยชอบทำให้เธอโมโหดูเหมือนค้นพบความสนุกแบบใหม่ ทำให้เธอเขิน และน่าหงุดหงิดตรงที่มันได้ผล“วันนี้เลิกก
“ปุ้น พรุ่งนี้ไปเขาใหญ่กับออกัสนะ”ข้าวปุ้นที่กำลังดูตารางงานอยู่เงยหน้าขึ้นทันที “แล้วพี่สวยล่ะคะ”“พี่ไปไม่ได้”“ทำไมคะ”“ลูกค้าอีกเจ้าขอประชุมด่วน พี่ต้องอยู่กรุงเทพฯ”ข้าวปุ้นก้มมองตารางอีกครั้ง งานพรุ่งนี้เป็นงานถ่ายแคมเปญของรีสอร์ตหรู ใช้เวลาสองวันหนึ่งคืน ทีมงานส่วนใหญ่เดินทางไปตั้งแต่วันนี้ ส่วนเธอ ออกัส ช่างแต่งหน้าและทีมเล็กอีกสองสามคนจะตามไปตอนเช้า“ปุ้นไปคนเดียวได้ค่ะ”“คนเดียวที่ไหน”เสียงอีกคนดังมาจากโซฟาออกัสที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่เงยหน้าขึ้น “พี่ก็ไป”ข้าวปุ้นหันมอง “ปุ้นหมายถึงไม่มีพี่สวยค่ะ”“พูดเหมือนพี่ไม่ใช่คน”“ปุ้นไม่ได้หมายความแบบนั้น”“ทำหน้าเหมือนไม่อยากไปกับพี่”“ปุ้นก็ไปทำงานค่ะ จะไปกับใครก็เหมือนกัน”ออกัสหรี่ตา “เหมือนกัน?”“ค่ะ”“ถ้าเป็นคิมก็เหมือนกัน?”ข้าวปุ้นถอนหายใจ “เกี่ยวอะไรกับพี่คิมอีกแล้วคะ”ข้าวสวยหลุดหัวเราะ “มึงเลิกหาเรื่องน้องกูสักห้านาทีได้ไหม”“กูถามเฉย ๆ”“ถามทุกวัน”“แล้ว?”“รำคาญแทน”ออกัสยักไหล่แล้วกลับไปมองโทรศัพท์ข้าวสวยหันมาหาน้อง “พรุ่งนี้รถมารับเจ็ดโมง พักคืนหนึ่ง เสื้อผ้าปุ้นเตรียมเอง ส่วนของมันทีมสไตลิสต์จัดไว้หมดแล้ว”“ค่ะ”“
เช้าวันนี้ข้าวสวยใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็สังเกตเห็นความผิดปกติ ไม่ใช่จากน้องสาวแต่จากเพื่อนสนิทของตัวเอง“ข้าวปุ้น”“คะ?”“น้ำ”ข้าวปุ้นที่กำลังเช็กเสื้อผ้าอยู่หันกลับไปมอง ก่อนชี้ขวดน้ำบนโต๊ะข้างมือเขา “อยู่ข้างพี่ค่ะ”“รู้”“แล้วเรียกปุ้นทำไมคะ”“อยากให้หยิบ”หญิงสาวถอนหายใจ แต่ก็เดินไปหยิบให้ “นี่ค่ะ”“ขอบคุณครับ”ข้าวปุ้นชะงักเล็กน้อย ช่วงนี้ออกัสพูดขอบคุณบ่อยขึ้นจริง ๆ เธอกำลังจะเดินกลับ“ข้าวปุ้น”“อะไรอีกคะ”“ผ้า”“อยู่บนตักพี่ค่ะ”ออกัสก้มมอง ผ้าผืนเล็กวางอยู่บนตักจริง ๆ“อ๋อ”ข้าวปุ้นมองเขาอย่างสงสัย “พี่ง่วงอยู่หรือเปล่าคะ”“เปล่า”“งั้นปุ้นไปทำงานนะคะ”“อือ”เธอเดินออกไป ข้าวสวยที่ยืนกอดอกดูเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นเลิกคิ้วขึ้น“มึง”“อะไร”“เป็นง่อยเหรอ”ออกัสปรายตามอง “ปากดี”“น้ำอยู่ข้างมือ ผ้าอยู่บนตัก ยังเรียกน้องกู”“ก็เป็นผู้ช่วย”“ผู้ช่วย ไม่ใช่คนใช้”“มันก็หยิบให้”“เพราะมันใจดี”ออกัสไม่ตอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น ข้าวสวยยังไม่ไปไหน“แล้วเมื่อกี้มึงมองอะไร”“อะไร”“ตอนปุ้นเดินออกไป”“ก็มองเฉย ๆ”“มองจนคอแทบหมุนตาม”“เว่อร์”“กูรู้จักมึงมากี่ปี”“นานเกินไป”“กูก็ว่างั
หลังจากคืนที่เลิกกองเกือบตีสอง ข้าวปุ้นคิดว่าตัวเองคงตื่นไม่ไหวแน่ ๆ แต่เจ็ดโมงเช้าเธอกลับลืมตาขึ้นมาก่อนนาฬิกาปลุกเสียอีก สิ่งแรกที่ทำคือคว้าโทรศัพท์มาเช็กตารางงาน ก่อนจะนึกถึงคำสั่งเมื่อคืนขึ้นมาได้‘กลับถึงบ้านแล้วนอนเลย’เธอทำตามจริง ๆ เมื่อคืนหลังอาบน้ำเสร็จ ข้าวปุ้นไม่ได้เปิดตารางซ้ำเหมือนทุกวัน เพราะออกัสเป็นคนบอกว่าจะเช็กเอง แต่พอเปิดแชตขึ้นมาตอนเช้า เธอกลับเจอข้อความที่ถูกส่งมาตอนตีสองครึ่งออกัส : พรุ่งนี้ 11 โมง สตูฯ เดิมตามด้วยอีกข้อความออกัส : ไม่ต้องรีบมาและอีกหนึ่งนาทีต่อมาออกัส : 10.30 ก็พอข้าวปุ้นมองข้อความแล้วหลุดยิ้ม คนที่ปกติต้องให้เธอเตือนทุกอย่าง กลับเป็นฝ่ายส่งตารางมาเตือนเธอเสียเอง เธอพิมพ์ตอบข้าวปุ้น : รับทราบค่ะกำลังจะวางโทรศัพท์ ข้อความฝั่งตรงข้ามก็ขึ้นว่าอ่านแล้วทันที ข้าวปุ้นชะงักข้าวปุ้น : พี่ตื่นแล้วเหรอคะออกัส : อือข้าวปุ้น : นอนกี่ชั่วโมงคะออกัส : พอข้าวปุ้น : พอคือกี่ชั่วโมงเงียบไปครู่หนึ่งออกัส : เธอเป็นแม่พี่หรือไงข้าวปุ้นทำหน้ามุ่ยใส่หน้าจอข้าวปุ้น : ปุ้นถามเพราะเป็นห่วงเรื่องงานค่ะอีกฝั่งอ่านทันทีแต่ไม่ตอบ เธอจึงวางโทรศัพท์แล้วลุก
ข้าวปุ้นเพิ่งค้นพบว่า ตารางงานของนายแบบชื่อดังสามารถทำให้คำว่า ‘เหนื่อย’ ที่เธอเคยรู้จักดูเบาไปทันที เพราะตลอดสามวันที่ผ่านมา ออกัสมีงานต่อกันแทบไม่มีช่องว่าง วันแรกถ่ายโฆษณาตั้งแต่เช้าจนค่ำ วันที่สองบินไปถ่ายงานต่างจังหวัดแล้วกลับกรุงเทพฯ ตอนกลางคืน ส่วนวันนี้เริ่มแต่งหน้าตั้งแต่ตีห้าครึ่ง ถ่ายแฟชั่นเซตช่วงเช้า ต่อด้วยงานอีเวนต์ตอนบ่าย และปิดท้ายด้วยการถ่ายโฆษณาที่คาดว่าจะเสร็จเกือบเที่ยงคืน คนที่บอกว่าเหนื่อยที่สุดกลับไม่ใช่ออกัส แต่เป็นผู้ช่วยตัวเล็กที่เดินตามเขาจนขาแทบลาก“พี่ออกัสคะ”“หือ”“น้ำค่ะ”ชายหนุ่มที่กำลังนั่งหลับตาอยู่บนเก้าอี้รับขวดไปทั้งที่ยังไม่ลืมตา ข้าวปุ้นยืนรอ หนึ่งนาที สองนาที เขายังถือขวดเฉย ๆ“พี่ไม่ดื่มเหรอคะ”“ฝา”“คะ?”“เปิดให้หน่อย”หญิงสาวมองมือเขา “เมื่อยอีกแล้ว?”“อือ”“วันนี้เมื่อยจริงหรือแกล้งปุ้นคะ”“วันนี้จริง”น้ำเสียงเหนื่อยจนเธอไม่เถียงต่อ ข้าวปุ้นรับขวดกลับมาเปิดฝาแล้วส่งให้ เขาดื่มไปเกือบครึ่งขวดก่อนวางลง“กินอะไรไหมคะ”“ไม่”“ตั้งแต่บ่ายพี่ยังกินไปนิดเดียวเองนะคะ”“ไม่หิว”“แซนด์วิชไหม”“ไม่”“กล้วย?”“ไม่”“โยเกิร์ต?”“ข้าวปุ้น”“คะ”ออกัสลืม







