Share

3. แกล้งเก่งนักนะคะ

last update publish date: 2026-10-13 11:01:12

ผ่านไปเกือบหนึ่งสัปดาห์ ข้าวปุ้นเริ่มคุ้นเคยกับงานมากขึ้น จากวันแรกที่ต้องเปิดสมุดเช็กทุกอย่างตอนนี้เธอจำได้แล้วว่าออกัสต้องเตรียมอะไรบ้างในแต่ละวัน ช่วงเช้าไม่ดื่มกาแฟ ชอบชาไม่หวาน ไม่กินผักชี ต้องมีน้ำอุณหภูมิห้องติดรถ เสื้อสำหรับเปลี่ยนควรมีอย่างน้อยสองชุดและก่อนขึ้นงานต้องเตือนเรื่องโทรศัพท์ทุกครั้ง เพราะเจ้าตัวชอบวางทิ้งไว้แล้วจำไม่ได้ว่าอยู่ไหน สิ่งเดียวที่ข้าวปุ้นยังไม่ชินก็คือนิสัยของคนที่เธอต้องดูแล เพราะยิ่งผ่านไปหลายวันออกัสยิ่งดูเหมือนค้นพบงานอดิเรกใหม่ นั่นคือการหาเรื่องแกล้งเธอ

“ข้าวปุ้น”

“คะ”

“แว่นเอียง”

หญิงสาวรีบจับแว่นตัวเองทันที “เอียงเหรอคะ”

“ซ้าย”

เธอขยับ

“เยอะไป ขวานิด”

ข้าวปุ้นขยับกลับ

“ขึ้นอีก”

เธอดันขึ้น

“ลงหน่อย”

มือเล็กชะงัก ก่อนดวงตากลมหลังเลนส์จะค่อย ๆ หรี่ลง “พี่ออกัสแกล้งปุ้นหรือเปล่าคะ”

คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้แต่งหน้าตอบหน้าตาย “เปล่า”

“แต่ปุ้นรู้สึกว่ามันตรงตั้งแต่แรกแล้วนะคะ”

“งั้นก็ตามนั้น”

“…”

ข้าวปุ้นมองเขาอย่างระแวง ขณะที่ช่างทำผมด้านหลังต้องก้มหน้ากลั้นหัวเราะ ออกัสทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หยิบโทรศัพท์มาเลื่อนดูสบายใจ ทิ้งให้สาวแว่นยืนจับกรอบแว่นตัวเองอยู่พักใหญ่ก่อนจะได้ยินเสียงเรียกอีกครั้ง

“ข้าวปุ้น”

“อะไรคะ”

“ชา”

เธอหยิบแก้วที่เตรียมไว้ส่งให้ “ชาเขียวไม่หวานค่ะ”

“ไม่เอาชาเขียว”

“เมื่อวานพี่บอกว่าชอบนะคะ”

“วันนี้ไม่ชอบ”

“แล้วจะเอาอะไรคะ”

“อู่หลง”

“ปุ้นไม่ได้ซื้อค่ะ”

“งั้นไปซื้อ”

หญิงสาวมองนาฬิกา “อีกยี่สิบนาทีพี่ต้องเข้าฉากแล้วนะคะ”

“ร้านอยู่ข้างล่าง”

“แต่—”

“ไม่เป็นไร ไม่อยากได้แล้ว”

คำพูดง่าย ๆ ทำให้ข้าวปุ้นชะงัก เธอมองแก้วชาในมือแล้วมองเขา ก่อนถอนหายใจ “รอปุ้นนะคะ”

ร่างเล็กรีบเดินออกจากห้องไปทันที

ช่างแต่งหน้าที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเหลือบมองนายแบบหนุ่มผ่านกระจก “น้องเขาไปจริงนะ”

“อือ”

“แกล้งน้องทำไม”

“ไม่ได้แกล้ง”

“เมื่อกี้ยังดื่มชาเขียวของพี่อยู่เลย”

ออกัสเงยหน้ามองแก้วชาเขียวของช่างแต่งหน้าที่ตัวเองขอดื่มไปเมื่อครู่ ก่อนตอบสั้น ๆ “คนละร้าน”

“เหรอคะ”

น้ำเสียงลากยาวชัดเจนว่าไม่เชื่อแต่เจ้าตัวไม่สนใจ สิบนาทีผ่านไปข้าวปุ้นกลับเข้ามาพร้อมชาอู่หลงหนึ่งแก้ว ใบหน้าขาวมีเหงื่อซึมตรงหน้าผากเล็กน้อยเพราะรีบวิ่งขึ้นบันไดมาหลังจากลิฟต์มีคนรอเต็ม

“ได้แล้วค่ะ”

ออกัสรับมาดู “หวานไหม”

“ไม่หวานค่ะ ปุ้นย้ำร้านแล้ว”

เขาดูดหนึ่งคำแล้วนิ่ง

หัวใจคนซื้อเริ่มไม่ดี “เป็นอะไรคะ”

“หวาน”

“จริงเหรอคะ”

“อือ”

“แต่ปุ้นบอกเขาว่าไม่ใส่น้ำเชื่อมนะคะ”

“ลองสิ”

เธอมองหลอดที่เขาเพิ่งดื่มแล้วชะงัก “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวปุ้นลงไปเปลี่ยนให้”

“อีกสิบนาทีเข้าฉาก”

“ปุ้นวิ่งได้ค่ะ”

ข้าวปุ้นกำลังจะหยิบแก้วคืน แต่เขายกหนี

“ไม่ต้อง”

“แต่พี่บอกว่าหวาน”

“เมื่อกี้ลิ้นพี่เพี้ยน”

“…”

“ตอนนี้ไม่หวานแล้ว”

ดวงตากลมค่อย ๆ เบิกกว้าง “พี่ออกัส!”

เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบห้องทันที ข้าวปุ้นหน้าแดงด้วยความโมโห ไม่ใช่ความเขิน เธอเพิ่งวิ่งลงไปซื้อมาให้จนเหงื่อออกแต่คนตรงหน้ากลับนั่งยิ้มเหมือนเป็นเรื่องสนุก

“พี่แกล้งปุ้นอีกแล้ว”

“ตรงไหน”

“ก็เมื่อกี้!”

“พี่แค่บอกว่าลิ้นเพี้ยน”

“แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกคะ ปุ้นวิ่งลงไปซื้อให้จริง ๆ นะ”

ออกัสมองแก้มที่เริ่มป่องแล้วหัวเราะเบา ๆ “ก็ไม่คิดว่าจะรีบขนาดนั้น”

“เพราะปุ้นทำงานอยู่ค่ะ”

“รู้แล้ว”

“พี่อย่าเอาเรื่องงานมาแกล้งปุ้นสิคะ”

ประโยคนั้นทำให้เขาหยุดไปนิดหนึ่ง แต่เมื่อเห็นเธอไม่ได้โกรธจริงจังมากนัก ความรู้สึกผิดเล็ก ๆ ก็ถูกกลบด้วยความเอ็นดูแบบประหลาด เขายื่นแก้วชาเขียวแก้วแรกกลับมาให้

“เอาไปกิน”

“ไม่เอาค่ะ”

“ซื้อมาแล้ว”

“ของพี่ค่ะ”

“ตอนนี้ไม่กิน”

“งั้นปุ้นเอาไปให้พี่สวย”

“ไม่ได้”

“ทำไมคะ”

“ให้เธอ”

ข้าวปุ้นมองแก้วในมือเขาอย่างไม่เข้าใจ “เมื่อกี้พี่ยังใช้ปุ้นลงไปซื้ออีกแก้วอยู่เลย แล้วจะให้แก้วนี้ปุ้นทำไมคะ”

“ถามเยอะ”

“ก็มันแปลกนี่คะ”

ออกัสยื่นแก้วมาชนหลังมือเธอเบา ๆ “รับไป”

สุดท้ายข้าวปุ้นก็ต้องรับมาอย่างงง ๆ แล้วเดินออกไปพร้อมชาเขียวหนึ่งแก้ว เธอยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าตัวเองเพิ่งถูกแกล้งหรือได้รับของกินกันแน่ ช่วงสายวันนี้เป็นงานถ่ายโฆษณาเสื้อผ้าแบรนด์ดัง นอกจากออกัสแล้วยังมีนายแบบนางแบบอีกหลายคน หนึ่งในนั้นคือ ‘เจด้า’ นางแบบสาวลูกครึ่งที่เคยร่วมงานกับเขาหลายครั้ง พอเจอกันก็เข้ามาทักอย่างสนิทสนม

“กัส เมื่อคืนหายไปไหน”

“กลับบ้าน”

“ชวนไปต่อก็ไม่ไป”

“เหนื่อย”

“วันนี้ไปไหม”

“ดูก่อน”

เจด้ายื่นมือมาจัดปกเสื้อให้เขาอย่างเป็นธรรมชาติ ออกัสไม่ได้ปัดออกเพียงยืนเฉย ๆ แล้วปล่อยให้อีกฝ่ายคุยต่อ ข้าวปุ้นที่ยืนห่างออกไปกำลังเช็กตารางงานในแท็บเล็ต พอเงยหน้าขึ้นเห็นก็เดินตรงเข้ามา ออกัสเหลือบมองทันที แต่แทนที่จะมีปฏิกิริยาอย่างที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังรออะไร ข้าวปุ้นกลับยื่นโทรศัพท์ให้

“พี่ออกัสคะ พี่สวยโทรมาค่ะ”

“รับให้หน่อย”

“ของพี่นะคะ”

“ก็บอกว่ารับให้”

ข้าวปุ้นกดรับอย่างว่าง่าย “สวัสดีค่ะพี่สวย”

ปลายสายพูดอะไรบางอย่าง เธอพยักหน้าตาม ก่อนตอบรับเป็นระยะ “ค่ะ…ได้ค่ะ…ปุ้นจะบอกให้ค่ะ”

ออกัสมองเธออยู่พักหนึ่ง “ว่าไง”

“พี่สวยบอกว่าช่วงเย็นเพิ่มสัมภาษณ์อีกหนึ่งคิวค่ะ แล้วก็ถามว่าพี่ออกัสคืนนี้จะไปไหนต่อหรือเปล่า”

“ถามทำไม”

“จะได้จัดรถค่ะ”

“บอกไม่รู้”

ข้าวปุ้นพูดลงโทรศัพท์ตามนั้น ก่อนพี่สาวจะถามอะไรอีกเธอจึงหันมาถาม “ถ้าพี่เจด้าชวนไปต่อ พี่จะไปไหมคะ”

เจด้าหลุดหัวเราะ ส่วนออกัสขมวดคิ้ว “ถามตรงไปไหม”

“ก็พี่สวยถามค่ะ”

“แล้วเธอคิดว่าไง”

“เรื่องอะไรคะ”

“ควรไปไหม”

ข้าวปุ้นนิ่งคิดจริงจัง “ถ้าพรุ่งนี้มีงานเช้า ปุ้นว่าไม่ควรกลับดึกค่ะ แต่ถ้าพี่อยากไปปุ้นจะบอกคนขับรถไว้ให้”

เจด้าหัวเราะออกมา “ผู้ช่วยเธอน่ารักมาก”

ออกัสกลับไม่ได้หัวเราะด้วย “แค่นั้น?”

“คะ?”

“ไม่มีอะไร”

เขาดึงโทรศัพท์คืนแล้วเดินออกไป

ข้าวปุ้นมองตามอย่างงง ๆ ก่อนพูดกับปลายสาย “พี่สวยคะ พี่ออกัสอารมณ์เสียอีกแล้วค่ะ”

เสียงหัวเราะของพี่สาวดังลอดออกมาจนเจด้าได้ยิน ช่วงพักกองข้าวปุ้นกำลังนั่งกินขนมปังอยู่เงียบ ๆ ออกัสก็เดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ ทั้งที่เก้าอี้ว่างมีตั้งหลายตัว เธอขยับให้เล็กน้อยตามมารยาท

“ขยับทำไม”

“ให้พี่นั่งสบายค่ะ”

“นั่งได้”

“ค่ะ”

เธอก้มกินต่อ

ออกัสเหลือบมอง “ไม่ถาม?”

“ถามอะไรคะ”

“เจด้า”

“ทำไมต้องถามพี่เจด้าคะ”

“เมื่อกี้เห็นอยู่”

“เห็นอะไรคะ”

“เขาจัดเสื้อให้พี่”

ข้าวปุ้นกะพริบตา “แล้ว?”

“สนิทกัน”

“ค่ะ”

“เคยไปเที่ยวด้วยกัน”

“ค่ะ”

“เคยมีข่าวด้วย”

“อ๋อค่ะ”

ออกัสหันมองเต็ม ๆ “เธอพูดเป็นอยู่คำเดียวหรือไง”

“แล้วปุ้นต้องพูดอะไรคะ”

“ไม่รู้”

“ถ้าพี่กับพี่เจด้าคบกัน ปุ้นต้องจดไว้ไหมคะ”

“จดทำไม”

“เผื่อเป็นข้อมูลส่วนตัวที่ต้องระวังเวลานักข่าวถาม”

ออกัสจ้องหน้าเธอ ก่อนเอื้อมมือไปหยิบขนมปังในมือเล็กมากัดหนึ่งคำ

“อ๊ะ!”

“อะไร”

“ของปุ้นอีกแล้วนะคะ”

“หิว”

“ตรงโน้นมีตั้งเยอะ”

“อันนี้อร่อยกว่า”

“มันก็เหมือนกันค่ะ”

“ไม่เหมือน”

“ตรงไหนคะ”

“อันนี้ของเธอ”

“นั่นยิ่งไม่ควรกินสิคะ!”

ออกัสหัวเราะ ก่อนกัดอีกคำจนเหลือครึ่งเดียว ข้าวปุ้นมองขนมปังในมืออย่างเสียดายแล้วถอนหายใจ

“พี่ออกัสชอบแย่งของคนอื่นเหรอคะ”

“ไม่”

“แล้วทำไมชอบแย่งของปุ้น”

คำถามนั้นทำให้คนถูกถามเงียบไปนิดหนึ่ง ทำไม? เขาเองก็ไม่รู้ อาจเพราะเวลาข้าวปุ้นโดนแย่งของ เธอจะทำหน้าเหมือนเด็กถูกแย่งขนม ทั้งขมวดคิ้ว เม้มปาก แล้วมองเขาอย่างไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็ไม่เคยแย่งคืนจริงจัง

“ก็เธอแย่งง่าย”

“พี่ตัวใหญ่กว่าปุ้นตั้งเยอะ”

“เกี่ยวอะไร”

“ถ้าปุ้นแย่งคืน ปุ้นก็แพ้อยู่ดีค่ะ”

“ลองไหม”

ออกัสยกขนมปังที่เหลือขึ้นสูง

ข้าวปุ้นเงยหน้าตาม “ไม่เอาค่ะ”

“ไม่กล้า?”

“ไม่อยากเล่นค่ะ”

“กลัวแพ้”

“พี่กินไปแล้ว ปุ้นไม่กินต่อหรอกค่ะ”

“รังเกียจ?”

“เปล่าค่ะ แต่มันโดนน้ำลายพี่แล้ว”

คิ้วเข้มเลิกขึ้นทันที “รังเกียจน้ำลายพี่?”

“ปุ้นหมายถึง…”

“ผู้หญิงคนอื่นอยากได้จะตาย”

ข้าวปุ้นทำหน้าแปลก “อยากได้น้ำลายพี่เหรอคะ”

ออกัสนิ่งไปหนึ่งวินาทีก่อนหลุดหัวเราะเสียงดังจนคนแถวนั้นหันมอง

“ยัยแว่นเอ๊ย”

“ปุ้นพูดอะไรผิดอีกแล้วคะ”

“ไม่มีอะไร”

เขายกมือขยี้หัวเธอแรง ๆ จนเปียที่ถักมายุ่ง

“พี่ออกัส! ผมปุ้น!”

ข้าวปุ้นรีบจับศีรษะตัวเองแต่เขาลุกหนีไปก่อนแล้ว ทิ้งให้เธอนั่งจัดเปียด้วยใบหน้าบูดบึ้งอยู่คนเดียว ช่วงบ่ายเป็นการถ่ายภาพคู่ เจด้าต้องยืนแนบชิดกับออกัสตามคอนเซปต์ ทั้งโอบเอวและพาดแขนบนไหล่ ทันทีที่กล้องทำงาน ออกัสก็เปลี่ยนเป็นคนละคน สีหน้าและแววตาคมขึ้นตามอารมณ์ของภาพ ทุกครั้งที่ช่างภาพสั่งก็ทำได้แทบจะทันที ข้าวปุ้นยืนอยู่ข้างจอมองอย่างตั้งใจมากกว่าวันแรก เพราะเริ่มรู้แล้วว่าหน้าที่ของตัวเองไม่ได้มีแค่ถือของ เธอต้องคอยสังเกตด้วยว่าเสื้อผ้ามีปัญหาหรือไม่ ทรงผมเปลี่ยนไหมหรือมีอะไรที่ควรแจ้งทีม

“ปุ้น”

ข้าวสวยเดินเข้ามายืนข้าง ๆ “เป็นไงบ้าง”

“วันนี้ยังไม่พลาดค่ะ”

“ออกัสล่ะ”

คนเป็นน้องเงียบไปครู่หนึ่ง “ชอบแกล้งเหมือนเดิมค่ะ”

“ทำอะไรอีก”

“ให้ปุ้นวิ่งไปซื้อชา แล้วบอกว่าหวานทั้งที่ไม่หวาน แย่งขนมปุ้นแล้วก็ทำผมปุ้นยุ่งค่ะ”

ข้าวสวยถอนหายใจ “เดี๋ยวพี่จัดการ”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

“แน่ใจ?”

“ค่ะ ปุ้นเริ่มรู้แล้วว่าพี่ออกัสชอบพูดเล่น ต่อไปปุ้นจะไม่เชื่อง่าย ๆ”

ข้าวสวยมองหน้าซื่อ ๆ ของน้องแล้วอยากบอกเหลือเกินว่า คนอย่างแกตามมันไม่ทันหรอกแต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดหลังถ่ายเสร็จออกัสเดินลงมาจากเซต เจด้ายังคล้องแขนเขามาด้วย ข้าวปุ้นยื่นน้ำให้ตามปกติชายหนุ่มรับไปดื่มก่อนเหลือบมองเธอ

“เมื่อกี้เป็นไง”

“ดีค่ะ”

“อะไรดี”

“งานไงคะ”

“พี่ถามว่าพี่เป็นไง”

ข้าวปุ้นมองตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า “ก็ดีค่ะ”

“แค่นั้น?”

“หล่อค่ะ”

คำตอบตรง ๆ ทำให้ออกัสชะงักเล็กน้อย

“เมื่อก่อนบอกสวย”

“วันนี้แต่งหน้าคมขึ้นค่ะ เลยหล่อ”

“แล้วชอบแบบไหน”

ข้าวปุ้นคิดจริงจัง “ปุ้นชอบตอนพี่ไม่แกล้งค่ะ”

ข้าวสวยที่ยืนอยู่ด้านหลังหลุดหัวเราะทันที

เจด้าเองก็หัวเราะตาม “โดนน้องเล่นแล้วนะกัส”

ออกัสใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มก่อนก้มมองคนตัวเล็ก “ปากเก่งขึ้นนะ”

“ปุ้นตอบตามที่ถามค่ะ”

“เดี๋ยวนี้ไม่กลัวแล้ว?”

“พี่ไม่ได้ดุนี่คะ แค่ชอบแกล้ง”

“รู้จักพี่ดีจัง”

“ก็ต้องดูแลทุกวันค่ะ”

ประโยคธรรมดา ๆ กลับทำให้เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ดูแลทุกวัน ไม่รู้ทำไมคำนี้ถึงฟังแปลกกว่าที่ควร

เย็นนั้นก่อนเดินทางไปงานสัมภาษณ์ ข้าวปุ้นกำลังนั่งเช็กของในรถ ออกัสขึ้นมาตามหลังแล้วทิ้งตัวลงเบาะด้านหลังตามปกติ วันนี้ข้าวสวยต้องแยกไปจัดการอีกงานจึงเหลือเพียงคนขับรถ ข้าวปุ้น และเขา รถออกได้ไม่นานข้าวปุ้นก็หยิบกล่องเล็กออกจากกระเป๋า

“พี่ออกัสคะ”

“หือ”

“กินอะไรรองท้องไหมคะ วันนี้พี่ยังไม่ได้กินเย็น”

“อะไร”

“แซนด์วิชค่ะ ปุ้นซื้อไว้ให้”

ออกัสรับมาดู “ไส้อะไร”

“ไก่ค่ะ ไม่มีผักชี”

เขาเงยหน้าขึ้น “จำได้?”

“จำได้สิคะ”

“จด?”

“ตอนแรกจดค่ะ ตอนนี้จำได้แล้ว”

ออกัสเปิดกล่องออก ก่อนกัดไปหนึ่งคำ

“อร่อยไหมคะ”

“ไม่”

ข้าวปุ้นมองเขานิ่ง ชายหนุ่มเคี้ยวต่อแล้วรอดูปฏิกิริยา

“ค่ะ”

แค่นั้น

“ไม่ถาม?”

“ไม่ค่ะ”

“ทำไม”

“ปุ้นไม่เชื่อแล้ว”

ออกัสเลิกคิ้ว

“เมื่อเช้าพี่ก็แกล้งปุ้นเรื่องชา”

“คราวนี้ไม่อร่อยจริง ๆ”

“งั้นไม่ต้องกินค่ะ”

เธอยื่นมือจะเอาคืน แต่เขารีบยกกล่องหนี

“ไหนบอกไม่เชื่อ”

“ก็พี่บอกไม่อร่อย ปุ้นจะกินเอง”

“ไม่ให้”

“ของปุ้นซื้อนะคะ”

“ซื้อให้พี่แล้ว”

“แต่พี่บอกไม่อร่อย”

“กินได้”

“ตกลงอร่อยไหมคะ”

“อร่อย”

ข้าวปุ้นถอนหายใจทันที “พี่ออกัส”

“อะไร”

“พี่ไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ”

“เรื่อง?”

“แกล้งปุ้น”

ออกัสกัดแซนด์วิชอีกคำแล้วตอบหน้าตาย “ไม่”

“แต่ปุ้นเหนื่อยค่ะ”

คำตอบนั้นทำให้เขาชะงักเล็กน้อย ข้าวปุ้นหันกลับไปด้านหน้าไม่ได้พูดต่อ เธอเปิดโทรศัพท์เช็กเวลางานอย่างตั้งใจออกัสมองด้านหลังของเธออยู่พักหนึ่งก่อนก้มมองแซนด์วิชในมือ ไม่รู้ทำไมคำว่าปุ้นเหนื่อยค่ะ ถึงทำให้ความสนุกเมื่อครู่ลดลงไปนิดหนึ่ง

“ข้าวปุ้น”

“คะ”

“หันมา”

เธอหันตามคำสั่ง

ออกัสยื่นกล่องแซนด์วิชให้ “กินไหม”

“พี่กินเถอะค่ะ”

“ซื้อเผื่อตัวเองหรือเปล่า”

“ซื้อค่ะ”

“เอามากิน”

“ปุ้นยังไม่หิว”

“โกหก”

“พี่รู้ได้ยังไงคะ”

เขาชี้ไปที่ท้องของเธอ ข้าวปุ้นก้มมองเสียงท้องร้องเบา ๆ ดังขึ้นพอดี ใบหน้าเล็กแดงทันที

ออกัสหัวเราะออกมา “เสียงดังขนาดนี้ยังบอกไม่หิว”

“ก็ปุ้นจะกินหลังส่งพี่เข้างานค่ะ”

“ทำไมไม่กินตอนนี้”

“เดี๋ยวเลอะค่ะ”

“กินไป”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

“ข้าวปุ้น”

“คะ”

“กิน”

น้ำเสียงคราวนี้ไม่ได้กวนเหมือนทุกที เธอจึงหยิบแซนด์วิชของตัวเองออกมาอย่างว่าง่าย รถเงียบลงพักหนึ่งต่างคนต่างกินของตัวเอง ออกัสเหลือบมองสาวแว่นที่กำลังพยายามกัดแซนด์วิชชิ้นเล็ก ๆ อย่างระวังไม่ให้ซอสเลอะ แล้วมุมปากก็ยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว พอถึงงานสัมภาษณ์ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ ออกัสกลับเข้าสู่โหมดทำงานทันที เขายิ้ม ทักทายสื่อและตอบคำถามอย่างเป็นธรรมชาติ จนถึงช่วงหนึ่งที่พิธีกรถามเรื่องความรัก

“ช่วงนี้มีข่าวกับสาวเยอะมาก หัวใจคุณออกัสตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ”

ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ “ว่างครับ”

“ไม่มีคนคุยเลย?”

“มีคนคุยบ้างครับ แต่ยังไม่มีแฟน”

“สเปกล่ะคะ ชอบผู้หญิงแบบไหน”

ออกัสกำลังจะตอบตามคำตอบมาตรฐานที่ใช้มาตลอด แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างเวที ข้าวปุ้นกำลังคุยกับทีมงาน ไม่ได้ฟังเขาด้วยซ้ำ มุมปากของชายหนุ่มกระตุกขึ้นเล็กน้อย

“ชอบคนทันคนครับ”

ข้าวสวยที่เพิ่งเดินเข้ามาถึงงานพอดีได้ยินคำตอบนั้นก็เกือบหัวเราะ เพราะถ้าจะมีผู้หญิงสักคนที่ตรงข้ามกับคำว่า ‘ทันคน’ มากที่สุดในชีวิตออกัส ก็คงเป็นน้องสาวเธอนั่นแหละ หลังจบงานออกัสเดินลงจากเวทีข้าวปุ้นรีบเข้ามาหาพร้อมผ้ากับน้ำ

“เหนื่อยไหมคะ”

“นิดหน่อย”

“กลับบ้านเลยนะคะ”

“อือ”

“ดีเลยค่ะ พรุ่งนี้ต้องตื่นหกโมง”

“เธอมาปลุก?”

ข้าวปุ้นชะงัก “โทรปลุกค่ะ”

“ไม่เอา”

“ทำไมคะ”

“โทรแล้วหลับต่อ”

“งั้นปุ้นโทรจนกว่าพี่จะลุก”

“ถ้าไม่ลุก?”

“ปุ้นจะโทรหาพี่สวย”

“ขี้ฟ้อง”

“เรื่องงานค่ะ”

“ข้ออ้าง”

เธอทำหน้ามุ่ยอีกครั้ง ออกัสยกมือขึ้นเหมือนจะขยี้หัวตามความเคยชินแต่ข้าวปุ้นรีบถอยหลังหนึ่งก้าวแล้วใช้สองมือป้องเปียตัวเองทันที

“ห้ามค่ะ”

มือใหญ่ค้างกลางอากาศ

“ทำไม”

“วันนี้พี่ทำผมปุ้นยุ่งไปแล้วรอบหนึ่ง”

“แค่จับ”

“พี่ขยี้ค่ะ”

“เหมือนกัน”

“ไม่เหมือนค่ะ”

“มาให้จับหน่อย”

“ไม่ค่ะ”

เธอถอยอีก ออกัสเดินเข้าใกล้

ข้าวปุ้นรีบหนีไปหลบหลังพี่สาว “พี่สวยช่วยปุ้นด้วยค่ะ”

ข้าวสวยยกมือกันเพื่อนทันที “หยุดเลยมึง”

“กูยังไม่ได้ทำอะไร”

“น้องกูหนีแล้ว”

ออกัสหัวเราะ “ขี้กลัว”

ข้าวปุ้นโผล่หน้าออกมาจากด้านหลังพี่สาว “ปุ้นไม่ได้กลัวค่ะ ปุ้นรำคาญ”

รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อหยุดไปนิดหนึ่ง

“รำคาญพี่?”

“ค่ะ”

“จริง?”

“จริงค่ะ”

ข้าวสวยหันมองเพื่อนแล้วต้องกลั้นยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าของออกัส คนที่มีผู้หญิงเข้าหาไม่ขาดกลับยืนนิ่งเพราะถูกสาวแว่นตัวเล็กบอกว่ารำคาญ

“กลับแล้วค่ะ ปุ้นง่วง”

เธอจับแขนพี่สาวแล้วเดินนำออกไป ออกัสยืนมองตามอยู่สองวินาทีก่อนเดินตามช้า ๆ

“ข้าวปุ้น”

เธอไม่หัน

“ยัยแว่น”

ยังเดินต่อ

“คนเตี้ย”

คราวนี้หยุดทันที

ข้าวปุ้นหันกลับมาด้วยใบหน้าบูด “ปุ้นไม่ได้เตี้ยค่ะ!”

ออกัสหัวเราะอย่างผู้ชนะ

ข้าวสวยยกมือกุมหน้าผาก “มึงนี่มัน…”

ระหว่างทางกลับ ข้าวปุ้นหลับไปตั้งแต่รถออกได้ไม่ถึงสิบห้านาที ศีรษะเล็กเอนพิงกระจ แว่นยังคาอยู่บนใบหน้า ส่วนเปียข้างตกลงมาบนอก ออกัสที่นั่งอีกฝั่งเหลือบมองเป็นระยะ

“มองอะไร”

ข้าวสวยถามขึ้นเบา ๆ

“เปล่า”

“มึงมองน้องกู”

“แว่นจะหล่น”

“แล้ว?”

ออกัสไม่ตอบ รถเลี้ยวเข้าทางโค้ง ศีรษะของข้าวปุ้นไหลลงตามแรงรถจนเกือบกระแทกกระจก มือใหญ่ยื่นไปรองไว้โดยอัตโนมัติ ข้าวสวยเห็นเต็มตา ออกัสเองก็ดูเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป เขาขมวดคิ้วก่อนค่อย ๆ ดันศีรษะเธอกลับไปพิงเบาะ

“ไหนบอกแว่นจะหล่น”

“หัวจะกระแทก”

“เป็นห่วง?”

“รำคาญ เดี๋ยวตื่นมาร้อง”

ข้าวสวยยิ้มมุมปาก “น้องกูไม่ได้ร้องไห้ง่ายขนาดนั้น”

“ก็ดี”

“แต่กูเตือนมึงแล้วนะ อย่าแกล้งมันแรง”

ออกัสหันไปมองนอกหน้าต่าง “รู้แล้ว”

“มึงรู้จริง?”

“เออ”

เขาตอบอย่างไม่ใส่ใจนักก่อนสายตาจะย้อนกลับมาหาคนที่กำลังหลับอีกครั้ง ข้าวปุ้นขยับตัวเล็กน้อย แว่นไหลลงมาถึงปลายจมูกจริง ๆ คราวนี้ออกัสยื่นมือไปจับกรอบแว่นอย่างเบามือแล้วดันกลับขึ้นให้ ไม่มีการขยี้หัว ไม่มีการดึงเปีย ไม่มีคำพูดกวนประสาท เพราะเจ้าตัวหลับอยู่ต่อให้แกล้งไปก็คงไม่ได้เห็นสีหน้ามุ่ย ๆ ที่เขาชอบดู ออกัสจึงหมดความสนใจและเอนหลังพิงเบาะหลับตาลงตาม อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ยังคิดว่าตัวเองแค่สนุกกับการแกล้งเธอ ไม่ได้ชอบไม่ได้สนใจเป็นพิเศษ ยิ่งไม่ใช่สเปกอย่างที่เคยบอก เขาเพียงไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่อยู่ใกล้เขาทุกวันแล้วไม่พยายามทำให้ตัวเองเป็นที่สนใจเท่านั้น และเพราะข้าวปุ้นไม่สนใจนี่แหละเขาถึงยิ่งอยากกวนให้เธอหันมามอง โดยที่ออกัสไม่ทันคิดเลยว่าจากการอยากเห็นสีหน้าหงุดหงิดของเธอวันละนิด ความอยากแกล้งกำลังเพิ่มขึ้นทุกวัน จนอีกไม่นานเขาจะเผลอทำเกินขอบเขตที่ข้าวสวยเตือนเอาไว้จริง ๆ และครั้งนั้น ข้าวปุ้นจะไม่ได้แค่ทำหน้ามุ่ยแล้วบอกว่า “พี่ออกัสอย่าแกล้งปุ้นสิคะ” เหมือนทุกครั้งอีกแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • My Sweet Model หวานใจนายแบบหน้าหวาน    10. คืนเดียวกัน

    “ปุ้น พรุ่งนี้ไปเขาใหญ่กับออกัสนะ”ข้าวปุ้นที่กำลังดูตารางงานอยู่เงยหน้าขึ้นทันที “แล้วพี่สวยล่ะคะ”“พี่ไปไม่ได้”“ทำไมคะ”“ลูกค้าอีกเจ้าขอประชุมด่วน พี่ต้องอยู่กรุงเทพฯ”ข้าวปุ้นก้มมองตารางอีกครั้ง งานพรุ่งนี้เป็นงานถ่ายแคมเปญของรีสอร์ตหรู ใช้เวลาสองวันหนึ่งคืน ทีมงานส่วนใหญ่เดินทางไปตั้งแต่วันนี้ ส่วนเธอ ออกัส ช่างแต่งหน้าและทีมเล็กอีกสองสามคนจะตามไปตอนเช้า“ปุ้นไปคนเดียวได้ค่ะ”“คนเดียวที่ไหน”เสียงอีกคนดังมาจากโซฟาออกัสที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่เงยหน้าขึ้น “พี่ก็ไป”ข้าวปุ้นหันมอง “ปุ้นหมายถึงไม่มีพี่สวยค่ะ”“พูดเหมือนพี่ไม่ใช่คน”“ปุ้นไม่ได้หมายความแบบนั้น”“ทำหน้าเหมือนไม่อยากไปกับพี่”“ปุ้นก็ไปทำงานค่ะ จะไปกับใครก็เหมือนกัน”ออกัสหรี่ตา “เหมือนกัน?”“ค่ะ”“ถ้าเป็นคิมก็เหมือนกัน?”ข้าวปุ้นถอนหายใจ “เกี่ยวอะไรกับพี่คิมอีกแล้วคะ”ข้าวสวยหลุดหัวเราะ “มึงเลิกหาเรื่องน้องกูสักห้านาทีได้ไหม”“กูถามเฉย ๆ”“ถามทุกวัน”“แล้ว?”“รำคาญแทน”ออกัสยักไหล่แล้วกลับไปมองโทรศัพท์ข้าวสวยหันมาหาน้อง “พรุ่งนี้รถมารับเจ็ดโมง พักคืนหนึ่ง เสื้อผ้าปุ้นเตรียมเอง ส่วนของมันทีมสไตลิสต์จัดไว้หมดแล้ว”“ค่ะ”“

  • My Sweet Model หวานใจนายแบบหน้าหวาน    9. หึงอะไร ไม่ได้เป็นอะไรกัน

    เช้าวันนี้ข้าวสวยใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็สังเกตเห็นความผิดปกติ ไม่ใช่จากน้องสาวแต่จากเพื่อนสนิทของตัวเอง“ข้าวปุ้น”“คะ?”“น้ำ”ข้าวปุ้นที่กำลังเช็กเสื้อผ้าอยู่หันกลับไปมอง ก่อนชี้ขวดน้ำบนโต๊ะข้างมือเขา “อยู่ข้างพี่ค่ะ”“รู้”“แล้วเรียกปุ้นทำไมคะ”“อยากให้หยิบ”หญิงสาวถอนหายใจ แต่ก็เดินไปหยิบให้ “นี่ค่ะ”“ขอบคุณครับ”ข้าวปุ้นชะงักเล็กน้อย ช่วงนี้ออกัสพูดขอบคุณบ่อยขึ้นจริง ๆ เธอกำลังจะเดินกลับ“ข้าวปุ้น”“อะไรอีกคะ”“ผ้า”“อยู่บนตักพี่ค่ะ”ออกัสก้มมอง ผ้าผืนเล็กวางอยู่บนตักจริง ๆ“อ๋อ”ข้าวปุ้นมองเขาอย่างสงสัย “พี่ง่วงอยู่หรือเปล่าคะ”“เปล่า”“งั้นปุ้นไปทำงานนะคะ”“อือ”เธอเดินออกไป ข้าวสวยที่ยืนกอดอกดูเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นเลิกคิ้วขึ้น“มึง”“อะไร”“เป็นง่อยเหรอ”ออกัสปรายตามอง “ปากดี”“น้ำอยู่ข้างมือ ผ้าอยู่บนตัก ยังเรียกน้องกู”“ก็เป็นผู้ช่วย”“ผู้ช่วย ไม่ใช่คนใช้”“มันก็หยิบให้”“เพราะมันใจดี”ออกัสไม่ตอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น ข้าวสวยยังไม่ไปไหน“แล้วเมื่อกี้มึงมองอะไร”“อะไร”“ตอนปุ้นเดินออกไป”“ก็มองเฉย ๆ”“มองจนคอแทบหมุนตาม”“เว่อร์”“กูรู้จักมึงมากี่ปี”“นานเกินไป”“กูก็ว่างั

  • My Sweet Model หวานใจนายแบบหน้าหวาน    8. ผู้ชายที่ข้าวปุ้นยิ้มให้

    หลังจากคืนที่เลิกกองเกือบตีสอง ข้าวปุ้นคิดว่าตัวเองคงตื่นไม่ไหวแน่ ๆ แต่เจ็ดโมงเช้าเธอกลับลืมตาขึ้นมาก่อนนาฬิกาปลุกเสียอีก สิ่งแรกที่ทำคือคว้าโทรศัพท์มาเช็กตารางงาน ก่อนจะนึกถึงคำสั่งเมื่อคืนขึ้นมาได้‘กลับถึงบ้านแล้วนอนเลย’เธอทำตามจริง ๆ เมื่อคืนหลังอาบน้ำเสร็จ ข้าวปุ้นไม่ได้เปิดตารางซ้ำเหมือนทุกวัน เพราะออกัสเป็นคนบอกว่าจะเช็กเอง แต่พอเปิดแชตขึ้นมาตอนเช้า เธอกลับเจอข้อความที่ถูกส่งมาตอนตีสองครึ่งออกัส : พรุ่งนี้ 11 โมง สตูฯ เดิมตามด้วยอีกข้อความออกัส : ไม่ต้องรีบมาและอีกหนึ่งนาทีต่อมาออกัส : 10.30 ก็พอข้าวปุ้นมองข้อความแล้วหลุดยิ้ม คนที่ปกติต้องให้เธอเตือนทุกอย่าง กลับเป็นฝ่ายส่งตารางมาเตือนเธอเสียเอง เธอพิมพ์ตอบข้าวปุ้น : รับทราบค่ะกำลังจะวางโทรศัพท์ ข้อความฝั่งตรงข้ามก็ขึ้นว่าอ่านแล้วทันที ข้าวปุ้นชะงักข้าวปุ้น : พี่ตื่นแล้วเหรอคะออกัส : อือข้าวปุ้น : นอนกี่ชั่วโมงคะออกัส : พอข้าวปุ้น : พอคือกี่ชั่วโมงเงียบไปครู่หนึ่งออกัส : เธอเป็นแม่พี่หรือไงข้าวปุ้นทำหน้ามุ่ยใส่หน้าจอข้าวปุ้น : ปุ้นถามเพราะเป็นห่วงเรื่องงานค่ะอีกฝั่งอ่านทันทีแต่ไม่ตอบ เธอจึงวางโทรศัพท์แล้วลุก

  • My Sweet Model หวานใจนายแบบหน้าหวาน    7. คืนนี้ไม่เหมือนทุกวัน

    ข้าวปุ้นเพิ่งค้นพบว่า ตารางงานของนายแบบชื่อดังสามารถทำให้คำว่า ‘เหนื่อย’ ที่เธอเคยรู้จักดูเบาไปทันที เพราะตลอดสามวันที่ผ่านมา ออกัสมีงานต่อกันแทบไม่มีช่องว่าง วันแรกถ่ายโฆษณาตั้งแต่เช้าจนค่ำ วันที่สองบินไปถ่ายงานต่างจังหวัดแล้วกลับกรุงเทพฯ ตอนกลางคืน ส่วนวันนี้เริ่มแต่งหน้าตั้งแต่ตีห้าครึ่ง ถ่ายแฟชั่นเซตช่วงเช้า ต่อด้วยงานอีเวนต์ตอนบ่าย และปิดท้ายด้วยการถ่ายโฆษณาที่คาดว่าจะเสร็จเกือบเที่ยงคืน คนที่บอกว่าเหนื่อยที่สุดกลับไม่ใช่ออกัส แต่เป็นผู้ช่วยตัวเล็กที่เดินตามเขาจนขาแทบลาก“พี่ออกัสคะ”“หือ”“น้ำค่ะ”ชายหนุ่มที่กำลังนั่งหลับตาอยู่บนเก้าอี้รับขวดไปทั้งที่ยังไม่ลืมตา ข้าวปุ้นยืนรอ หนึ่งนาที สองนาที เขายังถือขวดเฉย ๆ“พี่ไม่ดื่มเหรอคะ”“ฝา”“คะ?”“เปิดให้หน่อย”หญิงสาวมองมือเขา “เมื่อยอีกแล้ว?”“อือ”“วันนี้เมื่อยจริงหรือแกล้งปุ้นคะ”“วันนี้จริง”น้ำเสียงเหนื่อยจนเธอไม่เถียงต่อ ข้าวปุ้นรับขวดกลับมาเปิดฝาแล้วส่งให้ เขาดื่มไปเกือบครึ่งขวดก่อนวางลง“กินอะไรไหมคะ”“ไม่”“ตั้งแต่บ่ายพี่ยังกินไปนิดเดียวเองนะคะ”“ไม่หิว”“แซนด์วิชไหม”“ไม่”“กล้วย?”“ไม่”“โยเกิร์ต?”“ข้าวปุ้น”“คะ”ออกัสลืม

  • My Sweet Model หวานใจนายแบบหน้าหวาน    6. คนที่แกล้งได้มีแค่พี่

    หลังเหตุการณ์วันนั้นออกัสเปลี่ยนไปนิดหน่อยนิดหน่อยจริง ๆ เพราะเขายังเรียกใช้ข้าวปุ้นเหมือนเดิม ยังชอบกวนประสาท ยังเรียกเธอว่ายัยแว่นหรือคนเตี้ยเป็นครั้งคราวและถ้ามีโอกาสก็ยังแย่งขนมจากมือเธอหน้าตาเฉย สิ่งเดียวที่หายไปคือการแกล้งเกี่ยวกับเรื่องงาน“พี่ออกัสคะ อีกครึ่งชั่วโมงต้องออกค่ะ”“ครับ”ข้าวปุ้นชะงัก เธอเงยหน้าจากแท็บเล็ตมองคนที่นั่งอยู่บนโซฟาอย่างไม่ไว้ใจ“อะไร”“พี่ตอบง่ายจังค่ะ”“แล้ว?”“ปกติต้องเถียงปุ้นก่อน”ออกัสเหลือบตามอง “อยากให้เถียง?”“ไม่ค่ะ”“งั้นก็ไปเตรียมของ”“ค่ะ”ข้าวปุ้นเดินออกไปสองก้าว“เดี๋ยว”เธอหยุดทันที “อะไรคะ”ออกัสชี้ไปที่โต๊ะ “ขนม”หญิงสาวมองถุงขนมของตัวเองแล้วรีบคว้ามากอดไว้ “ไม่ให้ค่ะ”“ยังไม่ได้พูดว่าจะเอา”“แต่พี่มองอยู่”“ขอชิ้นหนึ่ง”“พี่มีของพี่นะคะ”“ของเธออร่อยกว่า”“เหมือนกันค่ะ”“ไม่เหมือน”“ต่างตรงไหนคะ”ออกัสตอบโดยไม่ต้องคิด “แย่งมาอร่อยกว่า”ข้าวปุ้นถอนหายใจทันที “นิสัยไม่ดี”เธอหยิบขนมหนึ่งชิ้นยื่นให้ “เอาไปค่ะ”ชายหนุ่มกลับไม่รับ“อะไรอีกคะ”“ป้อน”“พี่มีมือค่ะ”“เมื่อย”“เมื่อกี้พี่ยังเล่นโทรศัพท์อยู่เลยนะคะ”“ตอนนี้เมื่อยแล้ว”ข้าวปุ้น

  • My Sweet Model หวานใจนายแบบหน้าหวาน    5. เรื่องงานที่ไม่ควรเอามาเล่น

    เช้าวันถัดมาข้าวปุ้นมาถึงสตูดิโอพร้อมชาอู่หลงไม่หวานหนึ่งแก้วตามคำสั่ง แต่คนที่สั่งกลับยังไม่มา เธอวางแก้วไว้บนโต๊ะแล้วเริ่มเช็กตาราง วันนี้งานไม่หนักเท่าวันก่อน มีถ่ายภาพสำหรับนิตยสารช่วงสายและสัมภาษณ์สั้น ๆ ช่วงบ่าย หากทุกอย่างตรงเวลาเธอน่าจะเลิกงานก่อนหกโมงและทันไปเจอพี่นนท์ตามที่นัดไว้“มองนาฬิกาตั้งแต่เช้าเลยนะ”เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลังจนข้าวปุ้นสะดุ้ง เธอหันไปก็เจอออกัสยืนอยู่ใกล้กว่าที่คิด“พี่ออกัส มาไม่ให้เสียงเลยค่ะ”“มาไม่ให้เสียงคืออะไร พี่เดินเข้าประตูปกติ”“ปุ้นตกใจค่ะ”สายตาเขาเหลือบไปยังหน้าจอโทรศัพท์ในมือเธอ “วันนี้รีบ?”“นิดหน่อยค่ะ”“ไปไหน”“มีนัดค่ะ”“กับใคร”ข้าวปุ้นมองหน้าเขา ก่อนนึกถึงบทสนทนาเมื่อคืน “พี่นนท์ค่ะ”สีหน้าคนฟังเรียบลงเล็กน้อย “จำได้”“ปุ้นยังไม่ได้ถามเลยนะคะว่าพี่จำได้ไหม”“ก็พูดให้รู้”“อ๋อค่ะ”เธอวางโทรศัพท์แล้วหยิบชาให้ “ชาอู่หลงไม่หวานค่ะ”ออกัสรับมาแต่ยังไม่ดื่ม “นัดกี่โมง”“หกโมงครึ่งค่ะ”“ที่ไหน”“ร้านกาแฟแถวมหาวิทยาลัย”“ทำไมต้องร้านกาแฟ”“ก็เขาจะเอาหนังสือมาคืนค่ะ”“คืนตรงไหนก็ได้”ข้าวปุ้นขมวดคิ้ว “พี่นนท์บอกว่าจะเลี้ยงข้าวปุ้นด้วยค่ะ ไม่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status