Share

1. ผู้ช่วยคนใหม่

last update publish date: 2026-10-12 19:54:18

“ปุ้น พรุ่งนี้ไปทำงานกับพี่นะ”

ช้อนที่กำลังจะเข้าปากหยุดค้างกลางอากาศ ข้าวปุ้นเงยหน้าขึ้นมองพี่สาวผ่านแว่นกรอบบาง ดวงตากลมกะพริบช้า ๆ อยู่สองครั้งเหมือนกำลังประมวลผลประโยคเมื่อครู่ เธอเพิ่งกลับจากมหาวิทยาลัยหลังจัดการเรื่องเอกสารจบการศึกษาเสร็จได้ไม่ถึงครึ่งวันด้วยซ้ำ แผนชีวิตหลังเรียนจบที่วางเอาไว้คือการนอนตื่นสายหนึ่งอาทิตย์ ดูซีรีส์ที่ดองไว้ แล้วค่อยเริ่มหางานอย่างจริงจัง แต่ดูเหมือนแผนนั้นกำลังจะพังตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม

“ทำงานอะไรคะ”

“ผู้ช่วยพี่”

“แต่ปุ้นเพิ่งเรียนจบนะคะ”

“พี่รู้”

“จบวันนี้เลยนะคะ”

“ก็รู้”

“แล้วพรุ่งนี้ทำงานเลยเหรอคะ”

ข้าวสวยเงยหน้าจากโทรศัพท์มองน้องสาวแท้ ๆ ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ข้าวปุ้นตัวเล็กกว่าพี่สาวอย่างเห็นได้ชัดทั้งที่เกิดห่างกันเพียงสามปี แต่ถ้าไม่บอกว่าเป็นพี่น้องกัน คนส่วนใหญ่คงเดาไม่ถูก ข้าวสวยสูงเพรียว สวยเฉี่ยว แต่งตัวเก่ง ท่าทางมั่นใจและพูดจาฉะฉาน ส่วนข้าวปุ้นสูงเพียงร้อยหกสิบ ผิวขาว หน้าหวาน มีแว่นติดอยู่บนใบหน้าแทบตลอดเวลา วันนี้ยังถักผมเปียข้างหลวม ๆ ใส่เสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้น ดูอย่างไรก็เหมือนนักศึกษามากกว่าสาววัยทำงาน

“พี่ให้วันหยุดแล้ว”

ดวงตากลมเป็นประกายขึ้นมาเล็กน้อย “กี่วันคะ”

“วันนี้”

“…”

“เหลืออีกตั้งหลายชั่วโมง ใช้ให้คุ้ม”

“พี่สวย”

“ว่า?”

“ปุ้นรู้สึกเหมือนโดนหลอกค่ะ”

“ยังไม่ได้หลอกเลย พรุ่งนี้ต่างหากเริ่มของจริง”

คนเป็นน้องเม้มปาก ก่อนก้มลงใช้ช้อนเขี่ยไข่ดาวในจานอย่างหมดอาลัยตายอยาก ข้าวสวยเห็นแล้วเกือบหัวเราะแต่ก็ต้องทำเป็นไม่สนใจ เพราะถ้าไม่จนปัญญาจริง ๆ เธอคงไม่ลากน้องสาวตัวเองมาทำงานด้วยแบบนี้

“แล้วปุ้นต้องทำอะไรบ้างคะ”

“ช่วยพี่ดูตารางงาน ประสานงานกอง เตรียมของ เช็กเวลา บางวันก็ไปรับไปส่ง ถ้ามีอีเวนต์ต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนเขาขึ้นงาน งานไม่ยากแต่ต้องละเอียดแล้วก็ต้องอดทนหน่อย”

“กับใครคะ”

“ออกัส”

ช้อนในมือข้าวปุ้นหยุดอีกครั้ง คราวนี้ชื่อคุ้นหูมากเสียจนไม่ต้องถามนามสกุลหรือเปิดรูปดู

“ออกัส…ที่เป็นนายแบบเหรอคะ”

“อือ”

“คนผมยาว?”

“ใช่”

“ที่มีรูปเต็มห้าง?”

“คนนั้นแหละ”

ข้าวปุ้นเงียบไปครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า “อ๋อ”

ข้าวสวยเลิกคิ้ว “อ๋อแค่นี้?”

“แล้วปุ้นต้องทำยังไงต่อคะ”

“ไม่มีอะไรจะถามเรื่องออกัส?”

“มีค่ะ”

“อะไร”

“เขาตื่นตรงเวลาไหมคะ”

ข้าวสวยหลุดหัวเราะออกมาทันที “คำถามแรกของแกคือเรื่องนี้?”

“ก็ปุ้นต้องดูตารางงานไม่ใช่เหรอคะ ถ้าเขาตื่นสาย ปุ้นจะได้ตั้งนาฬิกาเผื่อ”

“แกไม่อยากรู้เหรอว่าตัวจริงหล่อไหม”

ข้าวปุ้นขมวดคิ้ว “ในรูปก็เห็นแล้วนี่คะ”

“นิสัยล่ะ”

“ถ้านิสัยไม่ดี ปุ้นลาออกได้ไหมคะ”

“ไม่ได้”

“งั้นไม่ถามดีกว่าค่ะ”

ข้าวสวยมองหน้าน้องแล้วหัวเราะอีกครั้ง คราวนี้เธอเริ่มคิดว่าตัวเองเลือกคนไม่ผิดจริง ๆ ก่อนหน้านี้ผู้ช่วยที่รับเข้ามาสามคนล้วนมีปัญหาเหมือนกันหมด คนแรกแอบถ่ายออกัสตอนหลับแล้วส่งให้เพื่อน คนที่สองพยายามขอเบอร์ส่วนตัว ส่วนคนล่าสุดหนักที่สุด เพราะนอกจากทำงานผิดพลาดบ่อยแล้วยังหาโอกาสเข้าใกล้ออกัสจนเกินขอบเขต สุดท้ายข้าวสวยจึงตัดสินใจไม่รับคนนอกอีก อย่างน้อยข้าวปุ้นก็เป็นคนที่เธอไว้ใจได้ และจากสีหน้าตอนนี้คงไม่ต้องกังวลว่าน้องสาวจะคิดอะไรเกินเลยกับนายแบบในความดูแล

“พี่เตือนไว้อย่างหนึ่งนะ”

“คะ?”

“อย่าไปหลงมัน”

ข้าวปุ้นเงยหน้าขึ้น “ใครคะ”

“ออกัส”

“ทำไมปุ้นต้องหลงเขาด้วย”

“มันหล่อ”

“ค่ะ”

“หุ่นดี”

“ค่ะ”

“ผู้หญิงชอบเยอะ”

“แล้วเกี่ยวอะไรกับปุ้นคะ”

ข้าวสวยมองหน้าใสซื่อของน้องสาวอยู่สองวินาทีก่อนยกมือขึ้น “โอเค พอ พี่ผิดเอง”

เช้าวันต่อมา ข้าวปุ้นยืนอยู่หน้าสตูดิโอถ่ายภาพตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่งทั้งที่เวลานัดจริงคือแปดโมง เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบ ๆ กับกางเกงขายาวสีครีม ผมยาวถักเปียข้างเหมือนเคย กระเป๋าสะพายใบไม่ใหญ่ห้อยอยู่บนไหล่ ในมือมีสมุดเล่มเล็กที่เมื่อคืนตั้งใจจดรายละเอียดงานทั้งหมดจากพี่สาวจนเกือบเที่ยงคืน

“มาเช้าไป”

ข้าวสวยเดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟสองแก้ว ก่อนยื่นแก้วหนึ่งให้น้อง “บอกแปดโมงไม่ใช่เหรอ”

“ปุ้นกลัวรถติดค่ะ”

“เมื่อคืนได้นอนกี่โมง”

“เที่ยงคืนกว่า”

“ตื่น?”

“ตีห้าครึ่งค่ะ”

“จะขยันไปไหน”

“วันแรกนี่คะ”

ข้าวสวยมองน้องสาวที่เปิดสมุดเช็กตารางอีกครั้งแล้วส่ายหน้า “วันนี้ถ่ายโฆษณาน้ำหอม ช่วงบ่ายมีฟิตติ้งเสื้อผ้าสำหรับงานวันศุกร์ เย็นไปอีเวนต์ที่ห้าง พี่จะอยู่กับแกทั้งวันก่อนพรุ่งนี้ค่อยลองปล่อย”

“พรุ่งนี้เลยเหรอคะ”

“ทำไม”

“ปุ้นยังจำหน้าทีมงานไม่ได้เลย”

“เดี๋ยวก็จำได้”

“แล้วคุณออกัส—”

“เรียกพี่ออกัสก็พอ มันแก่กว่าแกสามปี”

“ค่ะ”

“แล้วไม่ต้องเกรงใจมันมาก”

ข้าวปุ้นพยักหน้ารับอย่างตั้งใจ ทั้งคู่เดินเข้าไปในสตูดิโอซึ่งทีมงานกำลังจัดไฟและเตรียมฉากกันวุ่นวาย ข้าวสวยพาน้องสาวไปแนะนำกับทีมทีละคน ก่อนจะปล่อยให้ช่วยเช็กชุดและของใช้ที่ต้องเตรียมเกือบแปดโมงครึ่งคนที่ทุกคนรอก็มาถึง เสียงทักทายดังขึ้นตั้งแต่หน้าประตู ข้าวปุ้นที่กำลังก้มเช็กรายการของอยู่ไม่ได้สนใจมากนัก กระทั่งเสียงผู้หญิงในทีมดังขึ้นอย่างตื่นเต้น

“พี่ออกัสมาแล้ว”

เธอจึงเงยหน้าตามสัญชาตญาณ และต้องยอมรับว่าคำว่า ‘หน้าสวย’ ที่เคยได้ยินคนพูดถึงเขาบ่อย ๆ ไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด ชายหนุ่มร่างสูงเดินเข้ามาในเสื้อยืดสีดำกับกางเกงขายาวเรียบ ๆ ผมดำยาวเลยต้นคอถูกมัดต่ำอย่างลวก ๆ ใบหน้าขาวสะอาด เครื่องหน้าคมแต่กลับมีความสวยปะปนอยู่ ดวงตาเรียวยาว จมูกโด่ง ริมฝีปากได้รูป รูปร่างสูงเกือบร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรทำให้เขาเด่นกว่าคนรอบข้างอย่างเห็นได้ชัด ต่อให้แต่งตัวธรรมดาแค่ไหนก็ดูเหมือนเพิ่งเดินออกมาจากหน้าปกนิตยสาร

“สวัสดีครับ”

ออกัสยกมือไหว้ทีมงานพร้อมรอยยิ้ม เขาทักคนโน้นทีคนนี้ที จำชื่อช่างแต่งหน้าได้ ถามทีมกล้องว่าเมื่อคืนกลับกี่โมง แล้วยังหยุดคุยกับทีมงานเด็กฝึกงานที่ขอถ่ายรูปด้วยอย่างเป็นกันเอง ข้าวปุ้นมองอยู่ครู่เดียวก็กลับมาก้มเช็กของต่อ หล่อจริง แล้วก็…ไม่มีอะไร

“ออกัส”

เสียงข้าวสวยเรียก ชายหนุ่มหันมาทันที

“อะไร”

รอยยิ้มที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าหายไปแทบจะในวินาทีเดียว น้ำเสียงที่ตอบกลับเรียบจนข้าวปุ้นซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลต้องเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เมื่อกี้ยังยิ้มอยู่เลย

“มานี่”

“กูกำลังจะไปแต่งหน้า”

“สองนาที”

ออกัสถอนหายใจ แต่ก็เดินเข้ามาหาเพื่อนสนิท ข้าวปุ้นยืนอยู่ข้างพี่สาวพอดี ยิ่งเขาเดินเข้ามาใกล้ เธอก็ยิ่งต้องเงยหน้าสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มเมื่อยคอ

“นี่ข้าวปุ้น”

ออกัสก้มมอง

ข้าวปุ้นยกมือไหว้ทันที “สวัสดีค่ะ”

เขารับไหว้ ก่อนสายตาจะไล่มองตั้งแต่แว่นบนใบหน้า เปียข้าง ไปจนถึงสมุดเล็กในมือ

“น้องมึง?”

“เออ”

“ที่เคยเล่า?”

“เล่าอะไรคะ”

ข้าวปุ้นหันไปถามพี่สาวทันที

ข้าวสวยกระแอม “ไม่มีอะไร”

ออกัสเหลือบมองเพื่อนแล้วมุมปากยกขึ้นนิด ๆ “อ๋อ คนนี้เอง”

ข้าวปุ้นเริ่มรู้สึกว่าคำว่า ‘คนนี้เอง’ ฟังดูไม่ค่อยดีเท่าไร แต่ก็ยังยิ้มสุภาพ “ปุ้นมาช่วยพี่สวยทำงานค่ะ ฝากตัวด้วยนะคะ”

“มาช่วยดูแลพี่?”

“ค่ะ”

“ไหวเหรอ”

“น่าจะไหวค่ะ”

“น่าจะ?”

“ปุ้นยังไม่เคยทำงานแบบนี้ค่ะ แต่จะพยายาม”

ออกัสจ้องใบหน้าซื่อ ๆ ตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนหันไปถามข้าวสวย “มึงหาใครไม่ได้แล้วจริง ๆ ใช่ไหม”

“ออกัส”

“ถามเฉย ๆ”

ข้าวปุ้นเม้มปากเล็กน้อยแต่ไม่ได้ตอบโต้ เธอก้มมองสมุดแล้วจดอะไรบางอย่างต่อ

ออกัสเห็นเข้าก็ชะโงกหน้า “จดอะไร”

มือเล็กรีบปิดสมุด “เรื่องงานค่ะ”

“เมื่อกี้พี่ยังไม่ได้พูดเรื่องงานเลย”

“ปุ้นจดไว้เตือนตัวเองค่ะ”

“ว่า?”

เธอลังเลก่อนตอบตามตรง “ต้องพยายามให้มากขึ้นค่ะ”

ออกัสนิ่งไปนิดหนึ่ง ข้าวสวยหันมองเพื่อนทันทีเหมือนจะบอกว่าเห็นไหมปากมึงนี่นะ แต่เจ้าตัวกลับไม่มีท่าทีรู้สึกผิด เขาเพียงยักไหล่แล้วเดินไปห้องแต่งหน้า

“อย่าไปถือสามันนะ”

“ปุ้นไม่ได้ถือค่ะ”

“มันปากหมาแบบนี้แหละ”

ข้าวปุ้นพยักหน้า “ค่ะ”

ผ่านไปไม่ถึงสิบนาที เสียงจากห้องแต่งหน้าก็ดังขึ้น

“ข้าวสวย!”

“อะไร!”

“กาแฟกูอยู่ไหน”

ข้าวสวยกำลังคุยโทรศัพท์กับลูกค้า เธอชี้ไปทางโต๊ะแล้วส่งสายตาให้น้อง ข้าวปุ้นเข้าใจทันทีจึงเดินไปหยิบแก้วกาแฟที่ติดชื่อ AUGUST เอาไว้แล้วนำเข้าไปให้ ประตูห้องแต่งหน้าเปิดอยู่ ออกัสนั่งอยู่หน้ากระจกช่างกำลังจัดผมให้เขา พอเห็นเธอเดินเข้ามาก็เหลือบตามองผ่านกระจก

“กาแฟค่ะ”

“วางไว้”

“ตรงนี้นะคะ”

“อือ”

ข้าวปุ้นวางแก้วลงแล้วกำลังจะเดินออก

“เดี๋ยว”

เธอหยุด “คะ?”

“หลอด”

ข้าวปุ้นมองแก้ว ก่อนหยิบหลอดที่วางอยู่ข้าง ๆ เสียบให้ “เรียบร้อยค่ะ”

“เปิดด้วย”

“ปุ้นเปิดฝาให้แล้วค่ะ”

“หมายถึงแกะหลอด”

ข้าวปุ้นก้มมองหลอดที่ตัวเองเพิ่งเสียบลงไป “ปุ้นแกะแล้วนะคะ”

ช่างแต่งหน้าหลุดหัวเราะ ออกัสเงียบไปหนึ่งจังหวะก่อนหันมามองเต็ม ๆ

“เถียงเก่งนี่”

“ปุ้นไม่ได้เถียงค่ะ”

“นี่ก็เถียง”

“แต่ปุ้น—”

“เถียงอีกแล้ว”

ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันในทันที ออกัสมองท่าทางนั้นแล้วมุมปากกระตุก เขาหันกลับไปทางกระจกปล่อยให้ช่างแต่งหน้าทำงานต่อ

“ไปได้”

“ค่ะ”

ข้าวปุ้นเดินออกจากห้องไปเงียบ ๆ พอเจอข้าวสวย เธอก็หยุดแล้วถามด้วยสีหน้าจริงจัง

“พี่สวยคะ”

“ว่า”

“เขาเป็นแบบนี้ตลอดเลยเหรอคะ”

“เริ่มเข้าใจพี่แล้วใช่ไหม”

ข้าวปุ้นดันแว่นขึ้น “นิดหนึ่งค่ะ”

ช่วงสายการถ่ายทำเริ่มต้นขึ้นและข้าวปุ้นก็ได้เห็นอีกด้านของออกัสเต็ม ๆ ชายหนุ่มที่เมื่อครู่ยังนั่งหน้าตายหาเรื่องเธอ พอเดินเข้าเซตก็เปลี่ยนไปเหมือนคนละคน เขาทำงานมืออาชีพ รับคำสั่งผู้กำกับอย่างรวดเร็ว รู้มุมกล้อง รู้จังหวะการเคลื่อนไหวและแทบไม่ต้องให้ใครบอกซ้ำ พอมีแฟนคลับกลุ่มเล็ก ๆ ที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาดูการถ่ายทำ เขาก็ยิ้มให้ โบกมือ และพูดคุยอย่างเป็นกันเองจนเสียงกรี๊ดเบา ๆ ดังขึ้นเป็นระยะ

ข้าวปุ้นยืนถือแฟ้มอยู่ข้างพี่สาว มองอยู่พักหนึ่งแล้วกระซิบ “พี่สวยคะ”

“หือ?”

“เขายิ้มเก่งเหมือนกันนะคะ”

“ตอนทำงานน่ะใช่”

“แล้วเมื่อกี้ทำไมไม่ยิ้ม”

“หมดเวลาทำงานก็หมดโปรโมชั่น”

ข้าวปุ้นหลุดหัวเราะเบา ๆ พอดีกับที่ออกัสหันมาเห็น ชายหนุ่มมองเธอจากกลางเซต่อก่อนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ข้าวปุ้นรีบหุบยิ้มแล้วก้มหน้าดูแฟ้มทันที ไม่นานการถ่ายเซตแรกก็จบ ออกัสเดินลงมาพร้อมทีมงานที่เข้ามาซับเหงื่อให้ ข้าวปุ้นรีบหยิบน้ำตามที่พี่สาวสอนไว้แล้วยื่นให้

“น้ำค่ะ”

ออกัสรับไปแต่ยังไม่ดื่ม เขามองเธออยู่ครู่หนึ่ง

“เมื่อกี้หัวเราะอะไร”

“คะ?”

“ตอนพี่ยืนอยู่ในเซต”

ข้าวปุ้นชะงัก “เปล่าค่ะ”

“เห็น”

“ปุ้นคุยกับพี่สวยค่ะ”

“คุยว่าอะไร”

“เรื่องทั่วไปค่ะ”

“เรื่องพี่?”

เธอเริ่มสงสัยว่าคนดังทุกคนอยากรู้อยากเห็นขนาดนี้หรือเฉพาะคนนี้

“นิดหน่อยค่ะ”

“ว่า?”

ข้าวปุ้นเหลือบมองพี่สาวที่ยืนอยู่ไกลออกไปแล้วตัดสินใจตอบความจริง “ปุ้นบอกว่าพี่ออกัสยิ้มเก่งค่ะ”

ใบหน้าหล่อมีรอยยิ้มขึ้นมาทันที รอยยิ้มเดียวกับที่เขาใช้เมื่ออยู่ต่อหน้ากล้องจนข้าวปุ้นนิ่งไปนิดหนึ่ง

“แบบนี้?”

“ค่ะ”

“ชอบไหม”

คำถามตรง ๆ ทำให้สาวแว่นกะพริบตาปริบ ๆ

“อะไรนะคะ”

“รอยยิ้มพี่ ชอบไหม”

“ก็…สวยดีค่ะ”

รอยยิ้มของออกัสค้างไปเล็กน้อย

“สวย?”

“ค่ะ”

“เขาใช้คำว่าหล่อ”

“แต่พี่หน้าสวยนี่คะ”

ทีมงานที่อยู่ใกล้ ๆ หลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน ออกัสหันไปมองจนทุกคนรีบแยกย้าย ข้าวปุ้นยังยืนงงไม่เข้าใจว่าตัวเองพูดอะไรผิด

“ใครบอกว่าพี่หน้าสวย”

“ทุกคนค่ะ”

“ทุกคนไหน”

“ในอินเทอร์เน็ต”

“แล้วเธอล่ะ”

“ปุ้นก็คิดว่าสวยค่ะ”

ออกัสหรี่ตามองเธอ “ชมผู้ชายว่าสวยต่อหน้า ไม่กลัวโดนแกล้งหรือไง”

“ทำไมต้องแกล้งปุ้นคะ”

คำถามซื่อตรงเสียจนเขาเกือบตอบไม่ถูก ก่อนมุมปากจะยกขึ้นอย่างมีเลศนัย

“ไม่มีอะไร”

ข้าวปุ้นมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินจากไปแล้วขมวดคิ้ว ก่อนก้มลงเปิดสมุดเล็กและเขียนอะไรบางอย่างเพิ่ม พี่ออกัสไม่ชอบให้ชมว่าสวย เธอลากเส้นใต้สองครั้งอย่างตั้งใจ ช่วงบ่ายข้าวสวยต้องออกไปรับโทรศัพท์เรื่องงานใหม่ ปล่อยให้ข้าวปุ้นอยู่หน้าห้องแต่งตัวกับออกัสเพียงสองคน หญิงสาวกำลังเช็กตารางฟิตติ้งในโทรศัพท์ ขณะที่ชายหนุ่มเพิ่งเปลี่ยนเสื้อเสร็จและเดินออกมาจากด้านใน

“ข้าวปุ้น”

“คะ?”

“หยิบกระเป๋าให้หน่อย”

เธอรีบหยิบกระเป๋าสีดำที่วางบนโซฟาส่งให้ “นี่ค่ะ”

“ไม่ใช่”

“ใบนี้มีใบเดียวนะคะ”

“หมายถึงถุงข้างใน”

ข้าวปุ้นเปิดกระเป๋าแล้วค้น “อันไหนคะ”

“สีดำ”

เธอหยิบออกมา “อันนี้?”

“ไม่ใช่”

“อันนี้ล่ะคะ”

“ไม่ใช่”

ค้นอยู่เกือบนาทีจนของในกระเป๋าถูกนำออกมาวางเต็มโซฟา ข้าวปุ้นเริ่มร้อนใจ

“ไม่มีแล้วนะคะ”

“เหรอ”

“ค่ะ พี่ออกัสใส่ไว้ตรงไหนหรือเปล่า”

“อ๋อ”

ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงตัวเอง แล้วหยิบถุงสีดำใบเล็กออกมา

“อยู่นี่”

ข้าวปุ้นนิ่ง ออกัสยิ้ม

“ลืม”

เธอมองของที่ตัวเองรื้อออกมาเต็มโซฟา แล้วเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง “พี่ออกัสรู้ตั้งแต่แรกหรือเปล่าคะ”

“รู้อะไร”

“ว่ามันอยู่ในกระเป๋าพี่”

“ไม่รู้”

“จริงเหรอคะ”

“อือ”

เธอจ้องหน้าเขาเหมือนพยายามจับโกหก แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจแล้วนั่งลงเก็บของทุกชิ้นกลับเข้าไปตามเดิม ออกัสยืนพิงโต๊ะมองอยู่เงียบ ๆ แปลกดี ถ้าเป็นผู้ช่วยคนก่อนคงรีบหัวเราะเอาใจ หรือไม่ก็หาเรื่องชวนเขาคุยต่อ แต่ยัยแว่นนี่กลับนั่งเก็บของด้วยสีหน้าหงุดหงิดนิด ๆ แถมไม่แม้แต่จะหันมามองเขา

“โกรธ?”

“เปล่าค่ะ”

“หน้าเหมือนโกรธ”

“ปุ้นกำลังรีบค่ะ อีกยี่สิบนาทีต้องออกไปฟิตติ้ง”

“แล้วถ้าโกรธล่ะ”

“ปุ้นก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีค่ะ”

“ทำไม”

มือเล็กหยุดเก็บของชั่วครู่ ก่อนเงยหน้ามองเขา “เพราะพี่เป็นคนที่ปุ้นต้องดูแลค่ะ”

ออกัสสบตากับเธออยู่สองวินาที ก่อนหัวเราะในลำคอ

“เด็กดีจัง”

มือใหญ่ยื่นมาวางบนศีรษะเธอแล้วขยี้เบา ๆ จนเปียข้างที่จัดมาดีเริ่มยุ่ง

“พี่ออกัส!”

ข้าวปุ้นรีบยกมือจับผมตัวเอง คนแกล้งเดินออกจากห้องไปแล้ว

“อีกสิบห้านาทีออกนะ”

“เมื่อกี้ยังยี่สิบอยู่เลยค่ะ!”

“ตอนนี้เหลือสิบห้าแล้ว”

“เพิ่งผ่านไม่ถึงนาทีเองนะคะ”

“ชักช้าเหลือสิบ”

ข้าวปุ้นรีบยัดของชิ้นสุดท้ายลงกระเป๋าแล้ววิ่งตามไป “รอปุ้นด้วยค่ะ!”

ออกัสเดินนำโดยไม่หันกลับ แต่ริมฝีปากกลับมีรอยยิ้มบาง ๆ สนุกกว่าที่คิด เย็นวันนั้นหลังจบอีเวนต์ข้าวปุ้นแทบหมดแรง เธอนั่งอยู่เบาะหน้าของรถตู้ ก้มเช็กตารางพรุ่งนี้ซ้ำเป็นรอบที่สาม ส่วนออกัสนั่งด้านหลังสุดหลับตาพิงเบาะตั้งแต่ออกจากห้างนี่เป็นอีกครั้งที่เธอสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของเขา เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนผู้ชายคนนี้ยังยืนยิ้มอยู่บนเวที โบกมือให้แฟนคลับ รับของจากทุกคน ถ่ายรูป พูดเล่นกับพิธีกรจนเสียงกรี๊ดดังลั่นพื้นที่ แต่พอประตูรถปิดรอยยิ้มทั้งหมดก็หายไป เขาไม่พูดสักคำ ไม่เล่นโทรศัพท์ ไม่คุยกับใคร เพียงหลับตาเงียบ ๆ เหมือนคนที่ใช้พลังงานจนหมด ข้าวปุ้นหันกลับไปมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนหันมาถามพี่สาวเบา ๆ

“เขาเหนื่อยเหรอคะ”

“อือ วันนี้งานแน่น”

“ทุกวันเลยหรือเปล่า”

“ช่วงนี้เกือบทุกวัน”

ข้าวปุ้นพยักหน้าแล้วก้มมองตารางในมืออีกครั้ง พรุ่งนี้มีถ่ายเอ็มวีตั้งแต่เช้า ต่อด้วยลองชุด แล้วตอนค่ำยังมีงานอีกหนึ่งงาน แค่เห็นตารางเธอยังเหนื่อยแทน

“พรุ่งนี้ปุ้นเตรียมกาแฟไว้ให้เขาดีกว่า”

เสียงจากเบาะหลังดังขึ้นทั้งที่เจ้าตัวยังหลับตา

“ไม่กินกาแฟตอนเช้า”

ข้าวปุ้นสะดุ้งแล้วหันกลับไป “พี่ออกัสยังไม่หลับเหรอคะ”

“กำลังจะหลับ จนได้ยินคนนินทา”

“ปุ้นไม่ได้พูดอะไรไม่ดีนะคะ”

“ได้ยินชื่อพี่”

“แค่คุยเรื่องเครื่องดื่มค่ะ”

ออกัสลืมตาขึ้นช้า ๆ “ชาไม่หวาน”

ข้าวปุ้นรีบเปิดสมุด “ชาอะไรคะ”

“อะไรก็ได้”

“ชาเขียว ชาดำ ชาไทย ชามะลิ ชาอู่หลง—”

“ข้าวปุ้น”

“คะ?”

“อะไรก็ได้”

“แต่ถ้าปุ้นซื้อผิด—”

“ซื้อผิดก็กิน”

ปลายปากกาหยุด ก่อนหญิงสาวจะเขียนลงไปว่า ตอนเช้าไม่ดื่มกาแฟ / ชาไม่หวาน อะไรก็ได้ ออกัสมองภาพนั้นจากด้านหลังแล้วเลิกคิ้ว

“จดทุกอย่างเลย?”

“ปุ้นกลัวลืมค่ะ”

“งั้นจดอีกอย่าง”

“อะไรคะ”

“พี่ไม่ชอบคนมาสาย”

เธอจดทันที

“ไม่ชอบกลิ่นบุหรี่”

จดอีก

“ไม่กินผักชี”

จด

“ไม่ชอบคนเสียงดังตอนอยู่บนรถ”

ข้าวปุ้นชะงัก ก่อนค่อย ๆ เงยหน้าจากสมุดแล้วหันไปมอง ออกัสกำลังมองเธออยู่พอดี หญิงสาวค่อย ๆ ปิดปากตัวเอง ข้าวสวยที่นั่งข้างกันหลุดหัวเราะ

ออกัสเองก็ยกมุมปาก “เข้าใจเร็วดี”

ข้าวปุ้นหันกลับมานั่งตรงเงียบกริบไปทันที ผ่านไปไม่ถึงสองนาทีเสียงทุ้มจากด้านหลังก็ดังขึ้นอีก

“ข้าวปุ้น”

เธอหันกลับไปโดยอัตโนมัติ “คะ?”

“ไม่มีอะไร”

“…”

เธอหันกลับ

“ข้าวปุ้น”

“คะ?”

“น้ำ”

เธอหยิบขวดน้ำส่งไปด้านหลัง ออกัสรับไป

“ข้าวปุ้น”

“อะไรอีกคะ”

คราวนี้น้ำเสียงเริ่มมีความอดทนน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

“บอกว่าอย่าเสียงดัง”

ข้าวปุ้นอ้าปากค้าง ข้าวสวยหันหน้าไปทางหน้าต่างทันทีเพราะกลั้นหัวเราะไม่อยู่

“แต่พี่เรียกปุ้นเองนะคะ”

“เถียงอีกแล้ว”

“ปุ้นไม่ได้เถียงค่ะ ปุ้นแค่อธิบาย”

“เหมือนกัน”

“ไม่เหมือนนะคะ”

“ชู่ว”

หญิงสาวเม้มปากแน่น หันกลับไปด้านหน้าแล้วกอดสมุดไว้กับอกไม่พูดอะไรอีก ไม่ถึงห้านาทีต่อมา

“ข้าวปุ้น”

คราวนี้เธอไม่หัน

“ข้าวปุ้น”

เงียบ

“ยัยแว่น”

ข้าวปุ้นหันขวับ “ปุ้นมีชื่อนะคะ”

ออกัสลืมตาขึ้นแล้วหัวเราะเบา ๆ เป็นครั้งแรกตั้งแต่ขึ้นรถ

“ก็หันนี่”

คนตัวเล็กจ้องเขาอย่างไม่พอใจ ก่อนหันกลับแล้วพึมพำกับตัวเองเบามาก

“นิสัยไม่ดี”

“ได้ยิน”

ข้าวปุ้นตัวแข็ง

“ปุ้นไม่ได้พูดค่ะ”

“ได้ยินเต็มสองหู”

“พี่ออกัสบอกว่าจะนอนไม่ใช่เหรอคะ”

“นอนไม่หลับแล้ว”

“ทำไมคะ”

ดวงตาเรียวยาวมองแผ่นหลังเล็กที่นั่งอยู่ด้านหน้า ก่อนมุมปากจะยกขึ้นช้า ๆ

“เจอของเล่นใหม่”

ข้าวปุ้นขมวดคิ้ว “ของเล่นอะไรคะ”

“ไม่มีอะไร”

เธอมองเขาอย่างระแวงอยู่พักหนึ่ง ก่อนหันกลับไปหาโทรศัพท์โดยไม่ได้ถามต่อ ออกัสมองอยู่เงียบ ๆ แล้วหลับตาลงอีกครั้ง ส่วนข้าวสวยที่เห็นทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบกลับถอนหายใจเบา ๆ เธอรู้จักเพื่อนคนนี้มานานพอจะรู้ว่าเวลามันไม่สนใจใคร มันแทบไม่เสียเวลาพูดด้วยด้วยซ้ำ แต่วันนี้ออกัสเรียกชื่อข้าวปุ้นมากกว่าที่เรียกชื่อเธอทั้งสัปดาห์เสียอีกข้าวสวยหันไปมองน้องสาวที่ยังไม่รู้อะไร กำลังตั้งใจเพิ่มรายการเตรียมของสำหรับวันพรุ่งนี้ลงในโทรศัพท์ ก่อนหันไปมองผู้ชายด้านหลังอีกครั้ง

“ออกัส”

“หือ”

“อย่าแกล้งน้องกูเยอะ”

ดวงตาของชายหนุ่มยังปิดอยู่ แต่ริมฝีปากกลับยกขึ้นนิด ๆ

“กูทำอะไร”

“กูรู้จักมึง”

“คิดมาก”

“ถ้าน้องกูร้องไห้ มึงตาย”

ออกัสหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างคนไม่ได้ใส่ใจคำขู่นั้นแม้แต่น้อย

“ใครจะไปทำร้องไห้”

ตอนนั้นเขาคิดแบบนั้นจริง ๆ เขาแค่เห็นว่าข้าวปุ้นแกล้งง่ายดี เวลาโดนกวนก็ตามไม่ทัน เวลาโกรธก็ทำได้เพียงเม้มปาก เวลาเถียงก็ยังลงท้ายด้วยคำว่า ‘ค่ะ’ ทุกประโยค

น่าสนุกดี

และออกัสยังไม่รู้เลยว่าอีกไม่นาน คนที่ทำให้ดวงตากลมภายใต้แว่นคู่นั้นมีน้ำตาขึ้นมาจริง ๆ จะเป็นเขาเอง ที่สำคัญกว่านั้นคือ ตอนที่มันเกิดขึ้น คนที่ทนเห็นน้ำตาของเธอไม่ได้ที่สุดก็จะเป็นเขาเหมือนกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • My Sweet Model หวานใจนายแบบหน้าหวาน    10. คืนเดียวกัน

    “ปุ้น พรุ่งนี้ไปเขาใหญ่กับออกัสนะ”ข้าวปุ้นที่กำลังดูตารางงานอยู่เงยหน้าขึ้นทันที “แล้วพี่สวยล่ะคะ”“พี่ไปไม่ได้”“ทำไมคะ”“ลูกค้าอีกเจ้าขอประชุมด่วน พี่ต้องอยู่กรุงเทพฯ”ข้าวปุ้นก้มมองตารางอีกครั้ง งานพรุ่งนี้เป็นงานถ่ายแคมเปญของรีสอร์ตหรู ใช้เวลาสองวันหนึ่งคืน ทีมงานส่วนใหญ่เดินทางไปตั้งแต่วันนี้ ส่วนเธอ ออกัส ช่างแต่งหน้าและทีมเล็กอีกสองสามคนจะตามไปตอนเช้า“ปุ้นไปคนเดียวได้ค่ะ”“คนเดียวที่ไหน”เสียงอีกคนดังมาจากโซฟาออกัสที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่เงยหน้าขึ้น “พี่ก็ไป”ข้าวปุ้นหันมอง “ปุ้นหมายถึงไม่มีพี่สวยค่ะ”“พูดเหมือนพี่ไม่ใช่คน”“ปุ้นไม่ได้หมายความแบบนั้น”“ทำหน้าเหมือนไม่อยากไปกับพี่”“ปุ้นก็ไปทำงานค่ะ จะไปกับใครก็เหมือนกัน”ออกัสหรี่ตา “เหมือนกัน?”“ค่ะ”“ถ้าเป็นคิมก็เหมือนกัน?”ข้าวปุ้นถอนหายใจ “เกี่ยวอะไรกับพี่คิมอีกแล้วคะ”ข้าวสวยหลุดหัวเราะ “มึงเลิกหาเรื่องน้องกูสักห้านาทีได้ไหม”“กูถามเฉย ๆ”“ถามทุกวัน”“แล้ว?”“รำคาญแทน”ออกัสยักไหล่แล้วกลับไปมองโทรศัพท์ข้าวสวยหันมาหาน้อง “พรุ่งนี้รถมารับเจ็ดโมง พักคืนหนึ่ง เสื้อผ้าปุ้นเตรียมเอง ส่วนของมันทีมสไตลิสต์จัดไว้หมดแล้ว”“ค่ะ”“

  • My Sweet Model หวานใจนายแบบหน้าหวาน    9. หึงอะไร ไม่ได้เป็นอะไรกัน

    เช้าวันนี้ข้าวสวยใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็สังเกตเห็นความผิดปกติ ไม่ใช่จากน้องสาวแต่จากเพื่อนสนิทของตัวเอง“ข้าวปุ้น”“คะ?”“น้ำ”ข้าวปุ้นที่กำลังเช็กเสื้อผ้าอยู่หันกลับไปมอง ก่อนชี้ขวดน้ำบนโต๊ะข้างมือเขา “อยู่ข้างพี่ค่ะ”“รู้”“แล้วเรียกปุ้นทำไมคะ”“อยากให้หยิบ”หญิงสาวถอนหายใจ แต่ก็เดินไปหยิบให้ “นี่ค่ะ”“ขอบคุณครับ”ข้าวปุ้นชะงักเล็กน้อย ช่วงนี้ออกัสพูดขอบคุณบ่อยขึ้นจริง ๆ เธอกำลังจะเดินกลับ“ข้าวปุ้น”“อะไรอีกคะ”“ผ้า”“อยู่บนตักพี่ค่ะ”ออกัสก้มมอง ผ้าผืนเล็กวางอยู่บนตักจริง ๆ“อ๋อ”ข้าวปุ้นมองเขาอย่างสงสัย “พี่ง่วงอยู่หรือเปล่าคะ”“เปล่า”“งั้นปุ้นไปทำงานนะคะ”“อือ”เธอเดินออกไป ข้าวสวยที่ยืนกอดอกดูเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นเลิกคิ้วขึ้น“มึง”“อะไร”“เป็นง่อยเหรอ”ออกัสปรายตามอง “ปากดี”“น้ำอยู่ข้างมือ ผ้าอยู่บนตัก ยังเรียกน้องกู”“ก็เป็นผู้ช่วย”“ผู้ช่วย ไม่ใช่คนใช้”“มันก็หยิบให้”“เพราะมันใจดี”ออกัสไม่ตอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น ข้าวสวยยังไม่ไปไหน“แล้วเมื่อกี้มึงมองอะไร”“อะไร”“ตอนปุ้นเดินออกไป”“ก็มองเฉย ๆ”“มองจนคอแทบหมุนตาม”“เว่อร์”“กูรู้จักมึงมากี่ปี”“นานเกินไป”“กูก็ว่างั

  • My Sweet Model หวานใจนายแบบหน้าหวาน    8. ผู้ชายที่ข้าวปุ้นยิ้มให้

    หลังจากคืนที่เลิกกองเกือบตีสอง ข้าวปุ้นคิดว่าตัวเองคงตื่นไม่ไหวแน่ ๆ แต่เจ็ดโมงเช้าเธอกลับลืมตาขึ้นมาก่อนนาฬิกาปลุกเสียอีก สิ่งแรกที่ทำคือคว้าโทรศัพท์มาเช็กตารางงาน ก่อนจะนึกถึงคำสั่งเมื่อคืนขึ้นมาได้‘กลับถึงบ้านแล้วนอนเลย’เธอทำตามจริง ๆ เมื่อคืนหลังอาบน้ำเสร็จ ข้าวปุ้นไม่ได้เปิดตารางซ้ำเหมือนทุกวัน เพราะออกัสเป็นคนบอกว่าจะเช็กเอง แต่พอเปิดแชตขึ้นมาตอนเช้า เธอกลับเจอข้อความที่ถูกส่งมาตอนตีสองครึ่งออกัส : พรุ่งนี้ 11 โมง สตูฯ เดิมตามด้วยอีกข้อความออกัส : ไม่ต้องรีบมาและอีกหนึ่งนาทีต่อมาออกัส : 10.30 ก็พอข้าวปุ้นมองข้อความแล้วหลุดยิ้ม คนที่ปกติต้องให้เธอเตือนทุกอย่าง กลับเป็นฝ่ายส่งตารางมาเตือนเธอเสียเอง เธอพิมพ์ตอบข้าวปุ้น : รับทราบค่ะกำลังจะวางโทรศัพท์ ข้อความฝั่งตรงข้ามก็ขึ้นว่าอ่านแล้วทันที ข้าวปุ้นชะงักข้าวปุ้น : พี่ตื่นแล้วเหรอคะออกัส : อือข้าวปุ้น : นอนกี่ชั่วโมงคะออกัส : พอข้าวปุ้น : พอคือกี่ชั่วโมงเงียบไปครู่หนึ่งออกัส : เธอเป็นแม่พี่หรือไงข้าวปุ้นทำหน้ามุ่ยใส่หน้าจอข้าวปุ้น : ปุ้นถามเพราะเป็นห่วงเรื่องงานค่ะอีกฝั่งอ่านทันทีแต่ไม่ตอบ เธอจึงวางโทรศัพท์แล้วลุก

  • My Sweet Model หวานใจนายแบบหน้าหวาน    7. คืนนี้ไม่เหมือนทุกวัน

    ข้าวปุ้นเพิ่งค้นพบว่า ตารางงานของนายแบบชื่อดังสามารถทำให้คำว่า ‘เหนื่อย’ ที่เธอเคยรู้จักดูเบาไปทันที เพราะตลอดสามวันที่ผ่านมา ออกัสมีงานต่อกันแทบไม่มีช่องว่าง วันแรกถ่ายโฆษณาตั้งแต่เช้าจนค่ำ วันที่สองบินไปถ่ายงานต่างจังหวัดแล้วกลับกรุงเทพฯ ตอนกลางคืน ส่วนวันนี้เริ่มแต่งหน้าตั้งแต่ตีห้าครึ่ง ถ่ายแฟชั่นเซตช่วงเช้า ต่อด้วยงานอีเวนต์ตอนบ่าย และปิดท้ายด้วยการถ่ายโฆษณาที่คาดว่าจะเสร็จเกือบเที่ยงคืน คนที่บอกว่าเหนื่อยที่สุดกลับไม่ใช่ออกัส แต่เป็นผู้ช่วยตัวเล็กที่เดินตามเขาจนขาแทบลาก“พี่ออกัสคะ”“หือ”“น้ำค่ะ”ชายหนุ่มที่กำลังนั่งหลับตาอยู่บนเก้าอี้รับขวดไปทั้งที่ยังไม่ลืมตา ข้าวปุ้นยืนรอ หนึ่งนาที สองนาที เขายังถือขวดเฉย ๆ“พี่ไม่ดื่มเหรอคะ”“ฝา”“คะ?”“เปิดให้หน่อย”หญิงสาวมองมือเขา “เมื่อยอีกแล้ว?”“อือ”“วันนี้เมื่อยจริงหรือแกล้งปุ้นคะ”“วันนี้จริง”น้ำเสียงเหนื่อยจนเธอไม่เถียงต่อ ข้าวปุ้นรับขวดกลับมาเปิดฝาแล้วส่งให้ เขาดื่มไปเกือบครึ่งขวดก่อนวางลง“กินอะไรไหมคะ”“ไม่”“ตั้งแต่บ่ายพี่ยังกินไปนิดเดียวเองนะคะ”“ไม่หิว”“แซนด์วิชไหม”“ไม่”“กล้วย?”“ไม่”“โยเกิร์ต?”“ข้าวปุ้น”“คะ”ออกัสลืม

  • My Sweet Model หวานใจนายแบบหน้าหวาน    6. คนที่แกล้งได้มีแค่พี่

    หลังเหตุการณ์วันนั้นออกัสเปลี่ยนไปนิดหน่อยนิดหน่อยจริง ๆ เพราะเขายังเรียกใช้ข้าวปุ้นเหมือนเดิม ยังชอบกวนประสาท ยังเรียกเธอว่ายัยแว่นหรือคนเตี้ยเป็นครั้งคราวและถ้ามีโอกาสก็ยังแย่งขนมจากมือเธอหน้าตาเฉย สิ่งเดียวที่หายไปคือการแกล้งเกี่ยวกับเรื่องงาน“พี่ออกัสคะ อีกครึ่งชั่วโมงต้องออกค่ะ”“ครับ”ข้าวปุ้นชะงัก เธอเงยหน้าจากแท็บเล็ตมองคนที่นั่งอยู่บนโซฟาอย่างไม่ไว้ใจ“อะไร”“พี่ตอบง่ายจังค่ะ”“แล้ว?”“ปกติต้องเถียงปุ้นก่อน”ออกัสเหลือบตามอง “อยากให้เถียง?”“ไม่ค่ะ”“งั้นก็ไปเตรียมของ”“ค่ะ”ข้าวปุ้นเดินออกไปสองก้าว“เดี๋ยว”เธอหยุดทันที “อะไรคะ”ออกัสชี้ไปที่โต๊ะ “ขนม”หญิงสาวมองถุงขนมของตัวเองแล้วรีบคว้ามากอดไว้ “ไม่ให้ค่ะ”“ยังไม่ได้พูดว่าจะเอา”“แต่พี่มองอยู่”“ขอชิ้นหนึ่ง”“พี่มีของพี่นะคะ”“ของเธออร่อยกว่า”“เหมือนกันค่ะ”“ไม่เหมือน”“ต่างตรงไหนคะ”ออกัสตอบโดยไม่ต้องคิด “แย่งมาอร่อยกว่า”ข้าวปุ้นถอนหายใจทันที “นิสัยไม่ดี”เธอหยิบขนมหนึ่งชิ้นยื่นให้ “เอาไปค่ะ”ชายหนุ่มกลับไม่รับ“อะไรอีกคะ”“ป้อน”“พี่มีมือค่ะ”“เมื่อย”“เมื่อกี้พี่ยังเล่นโทรศัพท์อยู่เลยนะคะ”“ตอนนี้เมื่อยแล้ว”ข้าวปุ้น

  • My Sweet Model หวานใจนายแบบหน้าหวาน    5. เรื่องงานที่ไม่ควรเอามาเล่น

    เช้าวันถัดมาข้าวปุ้นมาถึงสตูดิโอพร้อมชาอู่หลงไม่หวานหนึ่งแก้วตามคำสั่ง แต่คนที่สั่งกลับยังไม่มา เธอวางแก้วไว้บนโต๊ะแล้วเริ่มเช็กตาราง วันนี้งานไม่หนักเท่าวันก่อน มีถ่ายภาพสำหรับนิตยสารช่วงสายและสัมภาษณ์สั้น ๆ ช่วงบ่าย หากทุกอย่างตรงเวลาเธอน่าจะเลิกงานก่อนหกโมงและทันไปเจอพี่นนท์ตามที่นัดไว้“มองนาฬิกาตั้งแต่เช้าเลยนะ”เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลังจนข้าวปุ้นสะดุ้ง เธอหันไปก็เจอออกัสยืนอยู่ใกล้กว่าที่คิด“พี่ออกัส มาไม่ให้เสียงเลยค่ะ”“มาไม่ให้เสียงคืออะไร พี่เดินเข้าประตูปกติ”“ปุ้นตกใจค่ะ”สายตาเขาเหลือบไปยังหน้าจอโทรศัพท์ในมือเธอ “วันนี้รีบ?”“นิดหน่อยค่ะ”“ไปไหน”“มีนัดค่ะ”“กับใคร”ข้าวปุ้นมองหน้าเขา ก่อนนึกถึงบทสนทนาเมื่อคืน “พี่นนท์ค่ะ”สีหน้าคนฟังเรียบลงเล็กน้อย “จำได้”“ปุ้นยังไม่ได้ถามเลยนะคะว่าพี่จำได้ไหม”“ก็พูดให้รู้”“อ๋อค่ะ”เธอวางโทรศัพท์แล้วหยิบชาให้ “ชาอู่หลงไม่หวานค่ะ”ออกัสรับมาแต่ยังไม่ดื่ม “นัดกี่โมง”“หกโมงครึ่งค่ะ”“ที่ไหน”“ร้านกาแฟแถวมหาวิทยาลัย”“ทำไมต้องร้านกาแฟ”“ก็เขาจะเอาหนังสือมาคืนค่ะ”“คืนตรงไหนก็ได้”ข้าวปุ้นขมวดคิ้ว “พี่นนท์บอกว่าจะเลี้ยงข้าวปุ้นด้วยค่ะ ไม่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status