Share

บทที่ 5

Penulis: Duck.bell
last update Tanggal publikasi: 2026-03-05 11:47:44

“ทานข้าวที่ไหนกันดีอะ อยากได้บรรยากาศแบบทานข้าวไปด้วยแล้วนั่งมองผู้ชายไปด้วยอะ”

อันนี้ไม่ใช่ฉันพูดนะ แต่เป็นยัยพริกไทยที่พูดด้วยสีหน้าดี๊ด๊าตามปกติของมันต่างหากละ ซึ่งแตกต่างจากฉันกับยัยสวยที่ดมยาดมกันอยู่สองคน

คือตอนนี้พวกเราเรียนคาบเช้าเสร็จแล้ว ใช่ ย้ำว่าเรียน มาวันแรกก็เรียนเลย ฉันนึกว่ามหาวิทยาลัยจะเป็นเหมือนมัธยมที่มาวันแรกก็นั่งคุยไร้สาระไปก่อน แต่มหาวิทยาลัยไม่ใช่จ้ะ ถามไถ่ที่มาที่ไปและเกริ่นเรื่องพอเป็นพิธีเท่านั้นหลังจากนั้นก็ลากพวกฉันลงทะเลเลยจ้ะ ดำน้ำกันสนุกสนานเลย ตอนนี้เลยรู้สึกเหมือนพวกไร้วิญญาณเดินออกมาแบบนี้ไง

“อยากมองผู้ชายก็ต้องโรงอาหารวิศวะปะ ฉันได้ยินพวกข้างหลังคุยกันเมื่อกี้ว่าอาหารก็อร่อยด้วย”

“เรียลลี้? งั้นโกวๆ เลยจ้ะ”

ฉันแนะนำจบยัยพริกไทยก็เดินนำฉันกับยัยสวยไปเลยโดยไม่รอพวกฉันสองคนที่มาด้วยกัน ละพอถึงโรงอาหารวิศวะสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นก็ทำพวกฉันอ้าปากค้างตะลึงกันเลยทีเดียวเมื่อโรงอาหารแห่งนี้เต็มไปด้วยคนหล่ออย่างอปป้าสาขาเกาหลีเดินกันให้ควั่ก

โอ๊ย นี่มันสวรรค์ชัดๆ ทำไมมีแต่เทพบุตรเดินถือจานข้าวแกงเยอะขนาดนี้!

“พิ้งค์ แกแนะนำที่ได้ดีมากเพื่อน...ฉันรักโรงอาหารวิศวะ ไอเลิฟเฮียร์!” ยัยพริกไทยหันมาพรรณนาโวหารกับฉันด้วยสายตาคลั่งไคล้ก่อนจะเดินนำเข้าไปในโรงอาหารทันที ฉันก็เลยรีบคว้าแขนยัยสวยที่ยืนเอ๋ออยู่ไปด้วยอย่างไว

พวกฉันสามคนเดินผ่านเหล่าหนุ่มๆ ที่นั่งมองอยู่ที่โต๊ะด้วยความมาดมั่น ประหนึ่งที่ตรงนี้คือรันเวย์สำหรับพวกฉัน ยกเว้นยัยสวยคนเดียวมันเดินก้มหน้าก้มตามองพื้นอย่างเดียวเลย

ยัยสวยนี่จริงๆ เลยมีใบหน้าที่สวยแท้ๆ แต่กลับไม่เอาออกมาใช้ ดูอย่างฉันกับพริกไทยสิเชิดจนคอเกร็งหมดแล้ว

“แกงส้มราดข้าวจานหนึ่งค่ะ” เสียงหวานเชียวนะยัยพริกไทย

“ข้าวมันไก่ทอดจานหนึ่งค่ะ” เอากับมันด้วย

“เอ่อ…ของหนูข้าวหมูแดงค่ะ” ยัยสวย

พอมาถึงร้านปุ๊บพวกฉันทั้งสามคนก็สั่งข้าวกับป้าที่อยู่ในร้านทันที แต่ป้าแกกลับมองพวกฉันอย่างงงๆ ก่อนจะเหลือบตามองไปที่อีกฝั่งของพวกฉันแทน พวกฉันก็เลยมองตามป้าแกด้วย...

“อุ๊ย!”

ก็เลยสะดุ้งตกใจพร้อมกันเมื่อหันไปแล้วดันเจอสายตาประชาชีที่กำลังเข้าแถวรอซื้ออาหารร้านป้าแกมองจิกอยู่ และหนึ่งในนั้นก็มีคนที่ฉันรู้จักอย่างพี่ทามยืนเข้าแถวอยู่ด้วย

ฟุ่บ!

ฉันเลยรีบก้มหน้าหลบสายตาพี่ทามทันทีที่พี่เขายืนจ้องฉันด้วยสายตาเรียบนิ่งอย่างที่ชอบทำ เอาแล้วไงฉันโดนดุอีกแน่ๆ ที่มาแซงคิวแบบนี้

“น้องปีหนึ่งคณะแพทยศาสตร์นี่หว่า มาทานข้าวถึงที่นี่เลยเหรอวะ” คนที่พูดน่าจะเป็นหนึ่งในเพื่อนของพี่ทามแน่ๆ เพราะเสียงมันอยู่ใกล้ฉันแค่นี้เอง

“ใช่ค่ะ ปีหนึ่งจากคณะแพทย์ ขอโทษนะคะไม่ได้ตั้งใจจะแซงคิวพี่ๆ พอดีไม่ทันเห็น” เป็นยัยพริกไทยที่ออกโรงแก้ตัวแทนแล้วยกมือขอโทษพวกพี่ๆ เขาก่อนจะดึงมือฉันกับยัยสวยเดินไปเข้าแถวข้างหลังสุด

“สวยทำไมแกไม่บอกว่ามีคนอื่นเข้าแถวอยู่”

“พวกแกเดินเชิดฉันเดินก้มหน้าฉันจะเห็นได้ไงเล่า” ยัยสวยรีบตอบเมื่อโดนยัยพริกไทยว่า

“เอาน่าๆ ไม่ต้องเถียงกันไม่มีใครผิด” ฉันรีบปรามยัยพริกไทยกับยัยสวยที่ทำท่าจะวางมวยกัน นี่แค่เพิ่งรู้จักกันแค่ครึ่งวันนะพวกมันสองคนก็จะวางมวยกันแล้ว ไม่อยากนึกถึงอีกสามปีที่ยังไม่มาถึงเลยว่าจะเละขนาดไหน

หมับ!

“เฮ้ย!” ฉันที่กำลังยืนหันหน้าคุยกับเพื่อนอยู่ จู่ๆ ก็โดนลากออกมาโดยใครบางคนแต่พอเห็นหน้าคนลากเท่านั้นแหละฉันก็ถามเขาทันที

“พี่ทามพี่จะลากพิ้งค์ไปไหนเนี่ย”

“...” แต่คนถูกถามอย่างพี่ทามกลับไม่ตอบฉันแต่เดินหน้านิ่งลากฉันไปไหนสักที่ ก่อนจะผลักฉันไปนั่งที่โต๊ะแล้ววางจานข้าวมันไก่ทอดที่ฉันสั่งก่อนหน้านี้ลงมาตรงหน้าฉันและไม่นานเพื่อนๆ ฉันก็เดินตามมาพร้อมถาดอาหารที่ตัวเองสั่งไปก่อนหน้านี้เหมือนกัน

“วันหลังก็ใช้ระดับสายตาให้เหมือนคนปกติทั่วไปจะได้เห็นว่าคนอื่นเขาเข้าแถวกันอยู่”

จึ๊ ฉันเงยหน้าขึ้นถลึงตาใส่พี่ทามทันทีที่ว่าฉันแต่คนถูกถลึงตาใส่กลับไม่สะทกสะท้านอะไรก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะตัวเองซึ่งอยู่ถัดไปจากโต๊ะฉันหนึ่งตัวแถมพอไปนั่งกับกลุ่มเพื่อนแล้วยังนั่งหันหน้าเข้าหาฉันอีก

แล้วใครมันจะทานข้าวลงล่ะ

( - -) (- - )

“พิ้งค์...พิ้งค์...วอเตอร์พิ้งค์!!”

!!!

“อะไรของแกยัยพริกไทยเรียกซะฉันตกใจเลย” ฉันละสายตาจากพี่ทามที่กำลังจ้องหน้าอยู่หันไปเหลือบมองยัยพริกไทยที่เรียกฉันซะเสียงดังลั่นจนโต๊ะอื่นๆ ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ หันมามองกันหมด ถามจริงเถอะยัยนี่มันรู้จักคำว่าอายผู้คนบ้างไหมเนี่ย

“ไม่ตกใจสิแปลกฉันเรียกแกตั้งสามรอบกว่าจะได้ยิน...อธิบายหน่อยว่าพวกพี่เขาเป็นใครแล้วแกรู้จักได้ไง”

“เอ่อ…พี่ชายฉันเองอะ” ฉันตอบยัยพริกไทยด้วยความเลิ่กลั่กเล็กน้อย เพราะลืมวางแผนเรื่องนี้

“ฮะ พี่ชาย! แกมีพี่ชายเรียนอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ” ยัยพริกไทยทำหน้าตกใจที่ฉันบอกมันว่าพี่ทามคือพี่ชายฉันส่วนยัยสวยที่นั่งอ้าปากจะยัดข้าวเข้าปากก็ถึงกับชะงักหันขวับมาหาฉันเหมือนกัน

อะไรของพวกมันเนี่ยแค่บอกว่าพี่ทามเป็นพี่ชายฉันทำไมรีแอ็กชันมันต้องตกใจเว่อร์ขนาดนั้นด้วย หรือว่าฉันโกหกไม่เนียน ต้องเนียนสิเพราะหน้าฉันกับหน้าพี่ทามมีแต่มีคนบอกว่าคล้ายกันตั้งแต่เด็ก

“อืม เรียนวิศวะปีสาม” ฉันตอบนิ่งๆ ทำหน้าเฉยๆ พลางเหลือบมองพวกมันสองคน

“แก...พี่ชายแกหล่อมาก...เพื่อนๆ พี่แกก็หล่อมากด้วยแถมยังเลี้ยงข้าวฉันกับยัยสวยด้วย”

เฮ้อ ฉันถึงกับแอบลอบถอนหายใจออกมาเมื่อได้ยินที่ยัยพริกไทยพูดออกมา นึกว่าพวกมันจะไม่เชื่อฉันแล้ว คือฉันเลือกที่จะโกหกเพื่อนก็เพราะว่าฉันไม่อยากมานั่งอธิบายเหตุผลที่ฉันโดนจับแต่งไงล่ะ มันดูนิยายมากเลยนะที่โดนจับแต่งงานเพราะเหตุผลน่าถอนหายใจของแม่อะ

“จริงดิ” ฉันแกล้งทำหน้าตื่นเต้นกับพวกมันไป

“เออ! แกเห็นพี่ที่นั่งข้างพี่ชายแกปะ ฉันจอง” ยัยพริกไทยหันไปข้างหลังตัวเองแล้วแอบชี้ที่พี่ผู้ชายซึ่งนั่งอยู่ข้างพี่ทาม ซึ่งหน้าตาหล่อเหลาเอาการมากดูเป็นผู้ชายที่หล่อและอบอุ่นในเวลาเดียวกันซึ่งแตกต่างจากคนที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างสิ้นเชิง

นั่นไง...มีการหันมายิ้มให้ฉันกับยัยพริกไทยด้วย

“เชี่ยพี่เขายิ้มให้กูด้วยอะ...เขินว่ะ” ฮะ? ฉันหันขวับมองยัยพริกไทยทันทีที่มันพูดคำว่าเขินออกมา คือคนอย่างมันนี่นะรู้จักใช้คำว่าเขิน ถ้ามันเขินแล้วคุณสวยที่นั่งหน้าแดงตอนนี้ล่ะเรียกว่าอะไร

“สวย เป็นไรปะหน้าแดงทำไม” ฉันถามยัยสวยที่นั่งอมยิ้มเขินเล็กเขินน้อยหลังจากที่หันกลับมาทางเดิม

“พี่ชายแกอะ ขอได้ปะ”

ขวับ!

“อะไรเล่าก็พี่แกตกฉันอะ” ยัยสวยรีบพูดออกมาทันทีเมื่อโดนฉันจ้องขวับเข้าให้ ยัยสวยเห็นนิ่งๆ แต่แกจะมายิ่งใหญ่ภายหลังแบบนี้ไม่ได้นะ นั่นมันสามีของฉันนะเว้ย

“ไม่ได้แกจะชอบพี่ชายฉันไม่ได้”

"ทำไมอะ"

"..." ทำไม มันต้องมีทำไมด้วยเหรอวะ แล้วฉันจะตอบมันว่ายังไงเนี่ย...เอาไงดีอะ

"เอ่อ...พี่ฉันไม่ชอบผู้หญิงอะ"

"พี่เป็นเกย์เหรอ?" เกย์? เออน่าสนใจดีนะ

"ใช่ พี่ฉันเป็นเกย์" เอาวะดีกว่าให้เพื่อนชอบแล้วมารู้ว่าฉันกับพี่ทามเป็นอะไรกันละกัน

"เสียดายว่ะ...แล้วงี้พี่ไมโครเวฟของกูจะเป็นด้วยป่าววะ" พี่ไมโครเวฟ? ใครคือพี่ไมโครเวฟของยัยพริกไทยวะ

"มึงหมายถึงใครวะพริก"

"ก็คนที่นั่งอยู่ข้างพี่มึงนั่นไง" มันรีบตอบด้วยสีหน้าบูดบึ้งทันทีเหมือนหงุดหงิดพี่ทามอะที่ทำให้มันเริ่มไม่แน่ใจในตัวพี่ไมโครเวฟของมันก่อนจะนั่งเขี่ยข้าวในจานเล่นรวมถึงยัยสวยด้วย นี่ฉันทำบาปกับเพื่อนหรือเปล่าวะที่มาดับฝันของเพื่อนแบบนี้อะ

:(

:(

“น้องสวย!”

ขวับ!

“อ้าว พี่ภีมมาทานข้าวเหรอคะ” ยัยสวยเงยหน้าขึ้นจากจานข้าวแล้วยิ้มร่าให้ผู้ชายที่ตะโกนเรียกชื่อมันข้างหลังฉัน...ก่อนที่เขาจะเดินมาถึงโต๊ะพวกเรา “ครับ” และทันทีที่ฉันเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ ตาฉันก็เบิกกว้างทันที...

OMG นี่มันพรหมลิขิตชัดๆ บ้าบอมากนี่มันคนที่ฉันชนเขาเมื่อเช้านี่

“เอ๋อ...พี่ภีมนี่เพื่อนๆ สวยเอง น้ำพิ้งค์กับพริกไทย ส่วนพวกแกนี่พี่ชายเราเองพี่ภีมเรียนแพทย์เหมือนกัน” พี่ภีมชื่อน่ารักจัง

“ไงชื่อน้ำพิ้งค์เหรอเรา” โอ๊ยใครก็ได้ช่วยเอาถังออกซิเจนมาให้ฉันด่วน ฉันหายใจไม่ทัน พระเจ้านี่มันคนหรือเทพบุตร หล่ออะไรขนาดนี้!

“อะอ้อ...ใช่ค่ะ ชื่อน้ำพิ้งค์ค่ะ” ฉันยกมือทัดผมไว้ข้างหลังหูแล้วตอบพี่เขาอย่างเขินอาย พี่เขาก็เลยยิ้มตาหยีให้ฉัน โอ๊ยแม่! เปลี่ยนสามีให้พิ้งค์ตอนนี้ได้ไหม พิ้งค์จะเอาคนนี้! คนอะไรหล่อวัวตายควายล้มมากอะ

ติ่ง!

ฉันควานหาโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะในขณะที่สายตาก็ยังแอบมองพี่ภีมอยู่...อ่านข้อความปุ๊บฉันก็เงยหน้าขึ้นไปมองพี่ทามที่นั่งอยู่อีกโต๊ะทันที...

พี่ทาม: บิดขนาดนั้นกลัวคนอื่นไม่รู้หรือไงว่าเป็นง่อย

ก็ดูพี่มันส่งข้อความมาให้ฉันสิ ปากร้ายจริงๆ เลย ฉันก็เลยรีบพิมพ์ส่งกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้

น้ำพิ้งค์: ง่อยอะไรของพี่ พิ้งค์แค่บิดขี้เกียจเฉยๆ

จ้ะ ฉันส่งไปได้แค่นั้นแหละ เพราะถ้าพิมพ์แรงๆ กลับไปเดี๋ยวนางแคปส่งให้แม่ฉันอีก

พี่ทาม: เบาได้เบา ถ้าไม่อยากให้ฉันรายงานแม่เธอ

จึ๊ ยุ่งจริงๆ ไอ้มารขัดความสุขของฉัน!

“ทานข้าวเถอะพี่ไม่กวนละ” แล้วพี่ภีมก็เดินจากไปจากโต๊ะของพวกฉันแต่ฉันยังไม่อยากให้ไปเลย อยากให้อยู่ตรงนี้นานๆ อะ คนอะไรหล่อชะมัดเลย...ยิ้มหวานตาหยีดูอบอุ่นน่ารักปุ๊กปิ๊กไปหมด แตกต่างจากสามีที่แม่ให้ฉันแต่งงานอย่างสิ้นเชิง รายนั้นทั้งดุทั้งขรึมแถมปากร้ายด้วย

“สวย พี่แกมีแฟนยังอะ” ฉันยื่นหน้าถามยัยสวยที่นั่งอยู่ข้างหน้าอย่างอยากรู้

“มีแฟนแล้ว”

“จริงดิ”

“จริง นู่นอะเดินมานู่นละพี่น้ำแข็งเรียนวิศวะปีสาม”

ขวับ!

ฉันหันขวับทันทีที่ยัยสวยพยักหน้าไปด้านหลังฉันซึ่งมีผู้หญิงที่ชื่อน้ำแข็งกำลังเดินเข้ามาในโรงอาหารแห่งนี้และกำลังจะเดินผ่านโต๊ะพวกฉันไปยังโต๊ะของพี่ทามแล้วก็หยุดอยู่ตรงนั้นสักพัก คุยอะไรไม่รู้กับพี่ทามแล้วก็เดินไปหาพี่ภีมที่ร้านข้าว

นี่รู้จักกันเหรอ บ้าจริงมารหัวใจฉันรู้จักกับพี่ทามด้วยอะ

“พี่ชายแกกับพี่สะใภ้ของสวยรู้จักกันด้วยอะพิ้งค์ เอาไงดีอะศัตรูหัวใจรู้จักกับคนใกล้ชิดนี่จัดการยากนะ”

เออ จัดการยาก ถ้าอนาคตฉันปลื้มพี่ภีมขึ้นมาจริงๆ แล้วผู้หญิงที่ชื่อน้ำแข็งเอาไปฟ้องพี่ทามฉันซวยแน่!

จิ๊ ขัดใจว่ะ

“ช่างมันเถอะ แต่สวยฉันปลื้มพี่แกว่ะ อยากได้”

“แลกกัน”

แลกกัน? ให้ฉันเอาพี่ทามถวายให้มันน่ะเหรอ ฉันบอกว่าพี่ทามเป็นเกย์มันยังจะชอบอีกเหรอ

“แต่พี่ฉันเป็นเกย์นะ”

“เดี๋ยวฉันจะทำให้พี่แกกลับมาชอบผู้หญิง!”

เอาแล้วไงฉัน พี่ชายเพื่อนก็อยากได้ เพื่อนก็ดันมาอยากได้สามีตัวเองอีก โอ๊ยวงวารอะไรของฉันเนี่ย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 270

    1ปีผ่านไป....“พีช ช่วยป๊าเลี้ยงน้องก่อนครับ ป๊าขอเซ็นเอกสารให้พี่เขาแป๊บหนึ่งลูก”“ปะป๊าค่ะ พีชก็กำลังรักษาคนไข้อยู่นะคะ เนี้ยคนไข้เจ็บหนักต้องผ่าตัดด่วนเลยนะคะ ปะป๊ารอก่อนได้ไหมคะ”เวรกรรม คือวันนี้ผมพาลูกสาวและลูกชายในวัยหนึ่งขวบมาทำงานที่บริษัทด้วย เพราะวันนี้ชฎาขอผมไปเข้าสปาขัดผิวอะไรไม่รู้ของเ

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 269

    5นาทีต่อมา....หลังจากที่ได้กอดกันด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักแล้ว ต่างฝ่ายก็ต่างผละออกจากกันแล้วมองตากันอยู่สักพักโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ก่อนที่มือใหญ่ของตฤณจะลูบไล้พวงแก้มเนียนละเอียดของชฎาอย่างทะนุถนอมด้วยความอ่อนโยนตามด้วยประทับจุมพิตเบาๆบนริมฝีปากของชฎาในเวลาต่อมา"ต่อไปนี้เธอจะ

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 268

    20 นาทีผ่านไป....หลังจากที่ลูกพีชบอกว่าจะนอนกับผมพร้อมกับแม่ของเธอแล้ว ผมก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เสร็จเรียบร้อยแล้วเดินขึ้นไปนอนบนเตียงที่มีพวกเธอนอนกันอยู่"ปะป๊ามาแล้ว หนูอยากให้ปะป๊าอ่านนิทานก่อนนอนให้หนูฟังได้ไหมคะ หนูฟังหม่ามี้อ่านจนเบื่อแล้วค่ะ" ทันทีที่ร่างกายของผมเอนไปกับเตียง ลูกพีชที่

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 267

    แต่สุดท้ายแม่ง...“เฮ้อ~”ฟึบ!ผมก็ลุกออกจากโซฟาตรงดิ่งไปที่ประตูจนได้ ก่อนจะขับรถตรงกลับบ้านในที่สุด ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมต้องรีบร้อนขนาดนี้ แต่ตอนที่ผมหลับตาเมื่อกี้ สีหน้าและสายตาของชฎาที่มองผมเมื่อเช้ามันก็แวบเข้ามา และนั้นก็ทำให้ผมทนอยู่คอนโดไอ้แปลนต่อไปไม่ไหว ถึงแม้อยากลองใจแข็งอยู่ต่อแ

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 266

    Trin partผมไม่รู้ว่าต้องอธิบายความรู้สึกตอนนี้ยังไงดีมันถึงจะถูก ทุกอย่างที่ผ่านมามันอยู่ในแผนการของชฎามาตลอด ในขณะที่ผมตามหาเธอกับลูกแทบพลิกแผ่นดินแต่เธอกลับรู้ทุกความเคลื่อนไหวของผมมาตลอดหึ ผมนี่มันโคตรน่าสมเพชฉิบหายเลย ถูกลูกเมียตลบหลังได้น่าสมเพชมาก“ขอบคุณที่ทำให้ฉันรู้ว่าความตั้งใจที่ผ่านมาข

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 265

    “…”“ตอบฉันมาชฎา”“หมอสวยแนะนำให้ฉันไปอยู่เชียงใหม่เพราะไม่อยากให้ฉันคิดมากเรื่องนาย และให้หมอน้ำพิ้งค์เพื่อนของเธอช่วยจัดการเรื่องที่อยู่อาศัยให้พร้อมกับฝากครรภ์เลย”เหอะ! แบบนี้เองสินะ ไอ้พวกเพื่อนเลวเอ๊ย นี่พวกมันต้มผมจนเปื่อยเลยน่ะ พวกแม่งรู้เรื่องของชฎามาตลอดแต่ก็ปิดบังผมมาตลอดเช่นกัน โดยเฉพาะไ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status