Se connecter“ย่าไม่เป็นอะไรแล้ว”
“คุณย่าต้องไปรักษานะครับ เกิดอาการกำเริบเหมือนวันนี้อีกมันจะยิ่งอันตราย”
หันกลับมามองทั้งสองคน รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องส่วนตัวแล้ว ก็เลยกระซิบบอกคุณป้าแม่บ้าน
“งั้นขวัญกลับก่อนนะคะ”
“ค่ะ คุณของขวัญ”
คุณป้าพยักหน้าให้ เห็นว่าไม่มีอะไรแล้วคนตัวเล็กก็ค่อย ๆ เฟดตัวเองออกจากห้องผู้ป่วย
“หนูของขวัญจะไปไหน?”
กึก
ยังไม่ทันพ้น คุณท่านก็หันมาเห็นพอดี
ทำให้ตอนนี้ทุกสายตาหันมามองเธอเป็นตาเดียว รวมถึงสายตาติดเย็นชาของผู้ชายที่น่าจะเป็นหลานชายของคุณท่านด้วย
เขาเอ่ยทวนชื่อของเธอ “หนูของขวัญ?”
“สวัสดีค่ะ ของขวัญค่ะ” ด้วยกลัวเสียมารยาท ก็เลยรีบแนะนำตัวเองอย่างสุภาพ
“หนูของขวัญเป็นคนช่วยย่าเอง”
“อย่างนั้นเหรอครับ” เขารับคำ พอคุณย่าอธิบาย
แต่ไม่ได้หันมาขอบคุณอะไร
“พอดีขวัญมีธุระ ขอตัวก่อนนะคะ” ถึงอีกฝ่ายไม่ขอบคุณของขวัญก็ไม่ได้ติดใจ ตอนนี้แค่อยากกลับเท่านั้นก็เลยบอกลาอีกรอบ
“หนูของขวัญ อย่าเพิ่งไป”
ร่างบางอึกอัก รู้สึกกดดันเพราะสายตาของผู้ชายตรงหน้า เขาอาจจะแค่มองมาเฉย ๆ แต่ไม่รู้ทำไมสายตาของเขากลับให้ความรู้สึกว่าต้องเกรงใจ
“คุณย่าพักผ่อนดีกว่าครับ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
“ย่าไม่ง่วง”
“ไม่ง่วงไม่ได้ครับ ตอนนี้ดึกมากแล้ว”
“ตาธานอย่าบังคับย่านะ ย่าไม่ใช่ลูกน้องของแก”
ตอนแรกก็ดูรักกันดี ไป ๆ มา ๆ กลับทะเลาะกันเสียได้ คุณท่านเอาแต่ใจ ส่วนคนเป็นหลานชายก็ดูจะไม่ยอมตามใจง่าย ๆ แต่เขาก็พูดเพื่อไม่ให้คุณย่ารบกวนเธอ
“คุณของขวัญช่วยพูดหน่อยได้ไหมคะ ถ้าคุณท่านกับคุณชายเกิดโมโหขึ้นมาทั้งคู่ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่” คุณป้าแม่บ้านกระซิบบอกของขวัญเสียงเครียด
แล้วจะให้เธอพูดอะไร ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับครอบครัวเขาเลย ของขวัญก็กลัวเป็นเหมือนกันนะ พวกเขาเป็นใครก็ไม่รู้ เกิดเป็นคนใหญ่คนโตมาก ๆ ถ้าทำให้ไม่พอใจขึ้นมา จะไม่เดือดร้อนหรือไง
เธอทำได้แค่เถียงในใจ
“ถ้าคุณย่ายังดื้อแบบนี้ ผมจะไม่ยอมให้ป้าเพ็ญพาคุณย่าออกมาเที่ยวแล้วนะครับ”
“ตาธาน! แกเป็นหลานฉันจริง ๆ ใช่ไหม ทำไมถึงได้ใจร้ายแบบนี้”
“ผมทำเพื่อคุณย่าครับ คุณย่ากำลังป่วย”
“แกสิป่วย ใจดำกับย่า”
“เอ่อ คุณท่านคะ”
เห็นพวกเขาเริ่มขึ้นเสียงใส่กันของขวัญก็รีบแทรกกลาง ไม่อยากให้ทะเลาะกันใหญ่โตไปมากกว่านี้ “ขวัญว่าคุณท่านพักผ่อนเถอะนะคะ ตอนนี้ดึกมากแล้วจริง ๆ”
พอเธอช่วยพูดคุณท่านก็เงียบลง รู้สึกแปลกใจเหมือนกันที่ท่านยอมรับฟัง ทั้ง ๆ ที่ตอนเถียงกับหลานชายดูไม่ยอมท่าเดียว
“เดี๋ยวขวัญจะอยู่ข้าง ๆ จนคุณท่านหลับเลยดีไหมคะ”
“ก็ได้”
คุณท่านยอมทำตามคำขอของของขวัญ พร้อมดึงมือเล็กไปจับเอาไว้อีกครั้งราวกับต้องการที่พึ่งพิง จากนั้นก็หลับตาแน่น ร่างบางนั่งตัวตรงรับรู้ได้ว่ามีคนกำลังมองมา พอเงยหน้าก็สบสายตากับคนที่นั่งนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
สายตาฆ่าคนได้ มันเป็นแบบนี้หรือเปล่านะ
แค่เขามองมา เธอก็รู้สึกร้อนผ่าวไปหมดทั้งตัวราวกับว่ากำลังโดนไฟลวก
ผู้ชายอันตรายแบบนี้ ควรอยู่ให้ห่างจะดีกว่า ของขวัญคิดในใจ
พิธานอดไม่ได้ที่จะมองจ้องผู้หญิงตัวเล็กตรงหน้าด้วยความใคร่รู้ เธออยู่ในชุดทำงานธรรมดาที่แสนเรียบง่าย สวมแว่นตาและมัดผมหลวม ๆ ใบหน้าขาวเนียนไม่ได้แต่งแต้มอะไรมากมาย
เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ที่ไม่รู้ทำไมถึงได้มีบางอย่างดึงดูดความสนใจจากเขาได้
ห้างสรรพสินค้าชั้นนำย่านเอ็มทาวน์“คุณมาช้ามาก” หนูเล็กยกมือขึ้นกอดอก มองผู้ชายตัวสูงที่กำลังเดินตรงมาหาเธอด้วยท่าทางหนักใจ“คุณหนูเล็กไม่ควรจะโทรตามผมมาด้วยเรื่องส่วนตัวแบบนี้นะครับ” เอกศิษฎิ์มองเพื่อนสนิทของภรรยาเจ้านายอย่างจริงจัง“ก็ฉันเบื่อ”“คุณหนูเล็กครับ”“ไปซื้อของเป็นเพื่อนหน่อยได้ไหมคะ”ร่างสูงเงียบงัน แต่ไม่ปฏิเสธทันที“ฉันมีเพื่อนสนิทแค่คนเดียว แล้วตอนนี้ของขวัญก็ไปฮันนีมูนด้วย แล้วอย่างนี้จะให้ฉันทำยังไง” คุณเอกได้รับอนุญาตให้พักร้อนในช่วงนี้เขาเลยว่าง หนูเล็กกะพริบตาลงอย่างน่าสงสาร เธอเป็นคนที่มีแววตาดูเศร้าอยู่แล้ว พอบีบน้ำตานิดหน่อยก็ไม่มีใครทนได้โดยเฉพาะกับผู้ชายตรงหน้า“ผมไปเป็นเพื่อนก็ได้ครับ” ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างจนใจ“ดีค่ะ ไปกันเถอะ” พอเขาตกลง หญิงสาวก็ยิ้มร่าเริงแล้วเดินไปเกาะแขนของอีกฝ่าย“เอ่อ เดินเฉย ๆ ได้ไหมครับ”“เดี๋ยวล้มไง”“ผมไม่ล้มหรอกครับ”“ไม่ค่ะ เดี๋ยวฉันล้ม วันนี้ใส่รองเท้าส้นสูงมา” เธอพูดพลางยิ้ม “สูงมากเลยเห็นไหม”คุณเอกไม่รู้จะพูดอะไรที่ทำ
บ้านสวัสดิ์เทวา“-_-”“เป็นอะไร” สามภพเงยหน้ามองน้องชายคนเล็ก ที่เดินเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าบึ้งตึง“มีผู้หญิงบอกว่าไม่ชอบผม”“ได้บอกเธอหรือเปล่าว่านามสกุลอะไร”“เธอรู้อยู่แล้ว”“งั้นก็คงไม่ชอบจริง ๆ”“ทำยังไงดีเฮีย” เทพทัศมองหน้าพี่ชายคนโตอย่างหงุดหงิด เขาไม่เคยชอบใครแล้วอีกฝ่ายจะไม่ชอบกลับ เกิดมาเกือบสิบแปดปีชายหนุ่มไม่เคยถูกปฏิเสธมาก่อน นี่เป็นครั้งแรก เพราะแบบนี้เลยยอมรับไม่ได้“ให้ทำยังไงล่ะ ก็ผู้หญิงเค้าไม่ชอบนี่”“เฮียไม่มีวิธีเลยเหรอ”“ถ้าเค้าไม่ชอบก็ทำให้เค้าชอบสิ” ผู้เป็นพี่ชายครุ่นคิด“ทำยังไง”“คิดเอง”“ถ้าผมคิดออกจะมาถามเฮียทำไม”“งั้นก็จีบ” ชอบก็จีบ เคยได้ยินมาแบบนั้น“ผมเคยจีบใครที่ไหน ปกติแค่มองหน้าก็ได้แล้ว” เทพทัศพูดความจริง เขาไม่เคยจีบใครจริง ๆ“ไม่เคยจีบใครเหมือนกันว่ะ”“โห่ เฮีย” พึ่งพาไม่ได้เลย หรือต้องไปถามเฮียธาน“คุยอะไรกันอยู่” ระหว่างที่เทพทัศกับสามภพนั่งคุยกัน รวี ลูกชายคนกลางบ้านสวัสดิ์เทวาก็กลับมาพอดี“วันนี้ไม่นอนที่คอนโด
คำทำนายเป็นจริงท้องหรือไม่ท้องหลังกลับมาจากฮันนีมูนที่สุดแสนจะหวานฉ่ำและวาบหวามได้ไม่นาน ของขวัญก็แอบซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจโดยที่ยังไม่ได้บอกใครร่างบางนั่งรออยู่เพียงลำพังด้วยสีหน้าสงบ แต่ในใจกำลังเต้นระทึกราวกับอยู่บนเครื่องเล่นที่หวาดเสียวในสวนสนุก หญิงสาวหลับตานับถอยหลังอย่างเชื่องช้า จนกระทั่ง...ถึงเวลาที่เฝ้ารอเธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาแล้วมองไปยังอุปกรณ์ทดสอบการตั้งครรภ์ทั้งสามที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้า ก่อนจะพบว่าทุกอันขึ้นสองขีดทั้งหมดของขวัญตัวแข็งทื่อ นี่เธอ...ท้องแล้ว“ขวัญทำอะไรอยู่ ไปกินข้าวกันเถอะ”“ค่ะ คุณลงไปก่อนเลย” มือเล็กรวบที่ตรวจครรภ์ทั้งสามอันมาเก็บไว้ในกระเป๋า ก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำ แล้วลงมาที่ห้องอาหาร“มีอะไรหรือเปล่าครับ” พอเห็นหน้าภรรยา พิธานก็รับรู้ได้ถึงความไม่ปกติ คนตัวเล็กโกหกไม่เก่งไม่ว่าอะไรก็แสดงออกผ่านสีหน้าทั้งหมด“ไม่มีอะไรค่ะ แค่ปวดท้องนิดหน่อย” เธอส่ายหน้า“ปวดท้อง?”“อื้อ”“ปวดท้อง แต่มีความสุขขนาดนี้เลยเหรอ”บอกว่าปวดท้องแต่ยิ้มกว้าง
(เรื่องราวของบ้านเจริญทรัพย์)ข้อความจากท่านชวันถึงของขวัญในวันแต่งงาน‘นี่พ่อเอง พ่อขอโทษสำหรับทุกอย่าง แล้วก็ขอบคุณที่ขวัญขอให้คุณพิธานวางมือจากบริษัทเจริญทรัพย์ สุดท้ายนี้พ่อก็ขอให้ลูกมีความสุขกับชีวิตแต่งงาน หากเมื่อไรที่ของขวัญให้อภัยพ่อได้ เราสองคนมากินข้าวด้วยกันตามประสาพ่อลูกสักครั้งนะ...แล้วพ่อจะรอ’ครอบครัวเจริญทรัพย์ตอนนี้ไม่ได้อยู่กันด้วยความรักและมีความสุขเหมือนที่เคยเป็น ท่านชวันเย็นชากับคุณหยาดผู้เป็นภรรยาถึงขั้นแยกห้องนอน คุณหยาดเสียใจมาก ที่ไม่เป็นที่รักของสามีแล้ว เธอเลยหันไปดื่มเหล้าและติดมันอย่างหนักประวีร์ผู้ที่ไม่ได้รับรู้อะไรเลยว่าตัวเองไม่ใช่สายเลือดที่แท้จริงของตระกูลเจริญทรัพย์ ใช้ชีวิตอย่างเสเพลจนติดเชื้อ HIV จากภรรยาของเพื่อนสนิทลูกปัดย้ายไปเรียนต่อที่อังกฤษแต่ก็เรียนไม่จบ ก่อนจะย้ายตามผู้ชายไปอยู่ที่ชิคาโก ซึ่งเธอไม่รู้เลยว่าผู้ชายคนนั้นเป็นพ่อค้ายาและยังซาดิสม์อีกด้วยที่คาดหวังว่าจะเจอผู้ชายที่ดีกว่าพิธานและอัทกรสุดท้ายก็ต้องผิดหวัง เพราะผู้ชายคนนั้นนอกจากจะชั่วช้ายังมีภรรยาหัวรุนแรง
ผ่านงานแต่งงานมาได้หนึ่งวันก่อนที่คู่บ่าวสาวป้ายแดงจะเดินทางไปฮันนีมูนที่เกาะส่วนตัวของนิราม ของขวัญถือโอกาสพาพิธานมาเจอกับคุณแม่ที่วัด ปกติหญิงสาวจะมาที่นี่ทุกวันครบรอบหรือมาทุกครั้งที่รู้สึกไม่ดี ต้องการให้ใครสักคนปลอบโยน นี่คงจะเป็นครั้งแรกที่เธอมาหาคุณแม่ด้วยรอยยิ้มสว่างไสวเปี่ยมสุข และที่ข้างกายก็ไม่ได้ว่างเปล่าเหมือนเช่นเคย มีสามีติดตามมาด้วย“แม่คะนี่สามีของหนูเอง ชื่อพิธาน” เสียงเล็กเอ่ยบอกแผ่วเบา น้ำตารื้นขึ้นอย่างห้ามไม่ได้“สวัสดีครับ ผมพิธาน” ชายหนุ่มแนะนำตัวเองอย่างสุภาพ มองรูปภาพของแม่ยายบนเจดีย์ รู้สึกว่าอีกฝ่ายเหมือนภรรยาของเขามากจริง ๆ ตอนที่ท่านมีชีวิตคงจะอ่อนโยนและจิตใจดี“เขาดีกับหนูมาก คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงหนูแล้วนะคะ”“ต่อไปนี้ผมจะรักและดูแลของขวัญเองครับ คุณแม่ไม่ต้องห่วง” พิธานพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น พร้อมทั้งกุมมือเล็กของภรรยา“หลับให้สบายนะคะ หนูรักแม่” สุดท้ายน้ำตาที่คลออยู่ก็ไหลริน ของขวัญร้องไห้ออกมาแต่ตอนนี้เธอมีคนคอยปลอบแล้ว “ไม่ร้องไห้สิ”“ขวัญไม่ได้ร้องไห้เพราะเศร้า แต่ขวัญร้องไห้เพราะมีความส
ในที่สุดชายหนุ่มก็ทนไม่ไหว เขาดึงเอาความเป็นชายออกมาจากปากเล็กอย่างรวดเร็วจนน้ำลายเธอเยิ้มตาม ไม่รอช้าแขนแกร่งอุ้มร่างบางให้ยืนขึ้นดันหลังเธอจนติดกำแพง แล้วจับขาเล็กยกพร้อมแยกกว้าง ก่อนจะสอดใส่แก่นกายเข้าไปในร่องรักที่เปียกฉ่ำสวบ!“อ๊าง”“ขอโทษ ผมทนไม่ไหวแล้ว” เขาพึมพำและจูบปากเล็กที่ปรนเปรอเขาจนขาดสติ“ขวัญชอบ อื้อ” นอกจากจะไม่ต่อว่าการกระทำที่หุนหันยังสนับสนุน เธอกอดเขาแน่น“ผมรักคุณชะมัด”“จริงเหรอ” ของขวัญยิ้มพอใจ ที่ทำให้สามีคลั่งได้“จริง เดี๋ยวจะทำให้ดู”“ทำอะไรคะ”“นี่ไง”ตับตับเอวสอบโยกขยับพิธานมองลงไปยังร่างกายที่แนบชิดเป็นหนึ่งเดียว เขาขยับสะโพกไม่ปรานี รักเท่าไหนโยกแรงเท่านั้น กายแกร่งเร่งจังหวะ รีบเร่งส่งเธอให้ถึงฝั่งฝันเพราะที่โดนอมไปก่อนหน้านี้ ทำให้ใกล้เสร็จรอมร่อชายหนุ่มไม่อยากเสร็จก่อน มันเสียเชิงชายสวบ!“อ๊ะ ที่รัก”“อ่าส์”“อ๊าาา” ของขวัญครางลั่นเสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่น ยิ่งปลุกปั่นอารมณ์ดิบของร่างสูงให้พุ่งทะยาน คราวนี้เขาอุ้มกายบางจนตัวล







