Se connecterไม่นานนักร่างโปร่งก็แง้มประตูออกมา... เอาหัวโผล่ออกมากวาดสายตาไปรอบห้องและพบว่าเขาเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่อยู่ในตอนนี้
สองขายาวก้าวไปยังตู้เย็น... เปิดหาทั้งบนและล่างก็ไม่พบอะไรสักอย่าง มันมีเพียงน้ำเปล่าแช่ตู้เย็นไว้แบบนั้น
เขาหยิบน้ำเปล่าออกมาหนึ่งขวดก่อนกระดกดื่ม ใช้เวลาไม่กี่วินาทีน้ำทั้งหมดก็หมดในเวลาอันรวดเร็ว ธีโอตั้งวางมันไว้บนโต๊ะกินข้าวขนาดเล็กสำหรับ 2 คน ก่อนจะเดินออกมานั่งยังโซฟากลางห้อง
เขามองไปรอบ ๆ ห้องนี้ดูดี...แถมยังกว้างขวาง
"ถ้าพี่อยู่กับผมก็คงดี" เขาเปิดมือถือแล้วพยายามไล่หาแจ้งเตือนจากวิกตอเรีย ครอบครัวเพียงคนเดียว หลังจากวิกตอเรียโมโหเดือดดาลออกไปเมื่อสายวันนี้ ก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย...
"บล็อคเบอร์..." เขาโทรไปยังเบอร์ของวิกตอเรียตั้งแต่เที่ยงจนตอนนี้มันใกล้ค่ำเสียแล้ว
ถอนหายใจออกมาหนึ่งครั้งแล้วโยนมือถือไปให้ห่างตัว เอนหลังลงนอนราบบนโซฟาก่อนเสียงจากประตูจะดังขึ้น คนเข้ามาคือเกเบียล เขามาพร้อมถุงอาหารมากมายในมือ ธีโอผงกหัวมองเล็กน้อยก่อนจะเด้งตัวเดินไปทางผู้จัดการของเขา
"อาหารสำหรับอาทิตย์นี้ครับ" อาหารมากมายในถุงหน้าตาน่ากิน... กลิ่นหอมฟุ้งโชยออกมาจากกล่องปิดสนิท
"ผมหิวแล้ว..." เขาพูดแล้วลูบท้องเป็นวงกลม เกเบียลหัวเราะเล็กน้อยก่อนยื่นอาหารกล่องหนึ่งใส่มือธีโอ ส่วนที่เหลือเขาจัดเก็บเข้าตู้เย็นทันที ร่างโปร่งยังยืนมองดารกระทำตรงหน้าราวกับว่าเขาเป็นเพียงเด็กเล็กที่ไม่อาจช่วยงานใครได้เลย
"ทานเสร็จวางไว้ได้เลยนะครับ พรุ่งนี้เช้าจะมีแม่บ้านมาทำความสะอาดให้" เกเบียลพูดแค่นั้นแล้ววางคีย์การ์ดใบใหม่ที่เพิ่งได้มาจากนิติลงบนหลังตู้รองเท้า
"อย่าลืมพกไว้ด้วยนะครับ" แล้วก่อนประตูจะปิดสนิทลงก็ยังไม่วายหันมาชี้ไปยังคีย์การ์ดสีดำที่วางไว้
ธีโอพยักหน้าแล้วกล่าวขอบคุณอย่างเกรงใจ กล่องอาหารในมือยังอุ่นอยู่แถมกลิ่นก็หอมฟุ้งไปทั่วห้อง
เขาตั้งใจทานอาหารตรงหน้าโดยไม่วอกแวกไปมองสิ่งใด... แค่ก้มหน้า และกินอยู่แบบนั้นกระทั่งหมด
ดวงตาเหม่อลอยพร้อมกำมือข้างหนึ่งที่กำแน่นของธีโอทำให้คนเฝ้าหน้าจอกล้องวงจรปิดกำลังขมวดคิ้ว เขาพยายามจ้องลึกในดวงตาสีเขียวมรกตคู่นั้นแต่มันกลับว่างเปล่าไม่ปรากฎสิ่งใดให้เห็น
ลูคัสตั้งคำถามกับตัวเองเป็นรอบที่สองของวันเมื่อเจอท่าทีแปลกประหลาดของธีโอใต้อำนาจเดเมียน
แต่แล้วร่างกายโปร่งที่นั่งนิ่งอยู่พักหนึ่งก็ลุกขึ้น ดวงตาทั้งสองแข็งกร้าวราวกับพร้อมจะฆ่าคน ร่างกายแข็งทื่อวางกล่องอาหารสกปรกลงในอ่าวล้างจาน และยืนนิ่งอยู่แบบนั้นอีกนานสองนาน
ลูคัสตั้งคำถาม... เขามองไปรอบข้างแต่ก็ไม่เจอใครให้สนทนา ความอึดอัดครอบงำจนแทบสติแตก เขาปิดจอตรงหน้าแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน สองขาก้าวเดินไปยังสวิซส์ไฟ ก่อนกดปิดแล้วเดินออกจากห้องไป
เสียงเข็มวินาทีดังขึ้นเป็นจังหวะ มันมาจากนาฬิกาบนผนังทางด้านหลังของธีโอ เขากำลังถูกปลุกให้พบความจริงหลังจากหลุดลอยไปในห้วงความฝันทั้งที่ยังไม่หลับตา ร่างกายกลับมาเป็นปกติ...จะมีก็เพียงความสับสนที่เกิดขึ้น
"เอ๊ะ..? " ธีโอเอียงคออีกครั้งเมื่อเห็นว่ากล่องอาหารว่างเปล่าถูกวางอยู่ในอ่างล้างจาน ความทรงจำเมื่อครู่ของเขากำลังยืนมองเกเบียลเดินออกจากห้องไปด้วยซ้ำ... มันเกิดอะไรขึ้น?
*Theo*
ช่างมันเถอะ... ผมก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ภาพตรงหน้ามันชอบตัดสลับกันอยู่เรื่อย...
วันนี้ผมพักผ่อนไปมากแล้วก็จริง แต่ความกังวลที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวันมันกำลังเล่นงาน ผมหาวออกมาเป็นครั้งแรกหลังจากกินอาหารเสร็จ... ผมไม่ได้ลิ้มรสอาหารพวกนั้นด้วยซ้ำ รู้แค่ว่าตอนนี้ท้องกำลังหนักอึ้งพร้อมดวงตาที่ใกล้จะพับปิด
เดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายให้สะอาด... แต่เมื่อออกมาก็เจอเข้ากับเตียงยับยู่ ไอ้เลวเดเมียนวันนี้มันน่ากลัว... สายตาของมันราวกับจะกลืนกินผมลงท้อง ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าหากไม่ร้องไห้ออกมามันจะพูดเล่นหรือจะทำเรื่องอย่างว่าจริง ๆ
ผมรู้...วงกรนี้มันสกปรก วงการมายาไม่เคยใสสะอาด แต่ผมไม่อยากเอาตัวเองลงไปเกลือกกลั้วขี้ดินต่ำ ๆ แบบนั้น... ผมคิดมาตลอดว่าเส้นทางนี้มันเป็นของผม ผมมาถึงจุดนี้เพราะฝีมือ ไม่ใช่จากการเอาตัวเข้าแลกเหมือนคนอื่น!
"แม่ง! " ทิ้งตัวเองลงบนเตียงแล้วกำหมัดทับลงไปบนฟูก ใบหน้าของเดเมียนทำเอาหงุดหงิดใจจนอยากจะต่อยเข้าที่เบ้าหน้ามันจัง ๆ ในตอนนี้ แต่โชคดีของมันที่ตอนนี้ไม่เสนอหน้าหนา ๆ ของมันมา
ทิ้งอารมณ์ไว้เบื้องหลังเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง มองไปรอบห้อง... มันดูดีจริง ๆ ห้องกว้าง เตียงนุ่ม มีระเบียง และกระจกบานใหญ่ที่สามารถมองวิวเมืองได้เกือบทั้งหมด ผมยิ้มออกมาอีกครั้ง
ขยับตัวนินบนเตียงอย่างดี เอื้อมมือไปปิดโคมไฟสีนวลบริเวณข้างหัวเตียง ทันทีที่บรรยากาศกลับมาเงียบสงบ ทั้งห้องมืดสนิท ความง่วงก็รุมเร้าแทบจะทันที หนังตาของผมหนักมากจนต้องยอมพับปิดไปในที่สุด
ไม่รู้ว่านอนไปนานขนาดไหน... แต่กลับต้องตื่นเพราะเสียงเคาะประตู ผมเดินงัวเงียไปเปิดประตู และพบหน้าเข้ากับเกเบียล ยังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไรอีกคนก็พูดขึ้นมา
"อีกสองชั่วโมงต้องเดินทางแล้วครับ" ทำงานสินะ... ผมหัวเสียเล็กน้อยตอนมองเวลาแล้วพบว่าตอนนี้มันเพิ่งจะตี 4 !
แต่ไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงอะไร แค่เดินหน้ามุ่ยกลับมายังเตียงนอน... อีกตั้งสองชั่วโมง ผมทิ้งตัวลงนอนอีกครั้งก่อนผล็อยหลับเข้าสู่ห้วงนิทราฝันดีไปอีกรอบ
“ชอบดอกไม้เหรอครับ” ผู้จัดการหน้าใหม่ถามนักแสดงที่เขามีหน้าที่ดูแล ธีโอเงยหน้ามองเกเบียลก่อนจะยิ้มกว้างจนตาหยีแชะ!แล้วก็ถูกเกเบียลคนมือไวถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน“อ๋อ... เรื่องโซเชียลมีเดียของคุณธีโอ ประธานให้ผมเป็นคนจัดการนะครับ” ผู้จัดการหน้าหล่อทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ข้าง ๆ เขาพูดออกมาพลางก้มหน้าเลื่อนหาโซเชียลมีเดียของธีโอที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อคืนนักแสดงหน้าใหม่เพียงหยักหน้ารับรู้... เขาไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้เท่าไหร่ หันหน้ามามองดอกไม้ในมืออีกรอบ เขาก้มลงลองดมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่แทบจะสัมผัสไม่ได้ก็ยิ้มออกมาอีกครั้งดวงตาของธีโอตอนนี้เป็นประกายเหมือนแสงจันทร์ยามราตรี และภาพทั้งหมดถูกโพสต์ลงโซเชียลของธีโอด้วยมือของเกเบียลและคนแรกที่เข้ามาดูคงไม่ใช่คนอื่นไกล... ชายหนุ่มมาดเข้ม มีดวงตาสีฟ้าคราม ผมสีดำขลับเป็นเงาเขายิ้มเมื่อมองรอยยิ้มของอีกคนผ่านหน้าจอ...จากนั้นก็วางโทรศัพท์ไว้ยังเบาะข้างคนขับอีกครั้ง ก่อนจะจอดที่หน้าร้านขนมประจำ ทันทีที่เปิดประตูรถกลิ่นหอมหวานของขนมอบสดก็ลอยคลุ้งทั่วไปหมด เดดมียนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้าไปในร้าน หยิบถาดและกระดาษรองเขาเดินเลือกขนมปังอบสดอยู่สอง
“เลิฟซีน?” เขาขมวดคิ้วจนเป็นปม ก้อนเนื้อภายในอกรู้สึกคันยุบยิบจนต้องชะเง้อคอมองหาธีโออีกรอบ เกเบียลหัวเราะเบา ๆ ในลำคอก่อนตอบออกมา“ใช่ครับ” เกเบียลเห็นเพียงครึ่งหน้าของเจ้านายแต่ก็พอเดาออกมาว่าข้างเขานั้นต้องการจะสื่ออะไรจากท่าทางเมื่อคนร่างหนาไม่เห็นธีโออย่างที่ตั้งใจก็หน่อนก้นลงนั่งตามปกติแล้วหันไปทางผู้จัดการหน้าเข้ม มองพักหนึ่งก็ถอนหายใจออกมาพลางพลิกแผ่นหน้ากระดาษดู“คุณอนุมัติเรื่องนี้เอง” เกเบียลได้ยินเสียงพลิกกระดาษอย่างเร็วแรงก็หันไปหาต้นตอของเสียง เขาเห็นใบหน้าของเดเมียนที่คิ้วขมวดจนเป็นปม เหงื่อผุดตามกรอบหน้าทั้งที่แอร์เย็นฉ่ำ คนถูกพูดถึงหันควับตวัดสายตาบ่งบอกว่าเขาไม่พอใจในตัวบทที่เพิ่งอ่าน แต่เกเบียลก็ไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือจากแย่งบทกลับมาถือไว้เพราะเกรงว่าหมาบ้าจะขย้ำบทจนยับยู่“ธีโอมาแล้วครับ” เกเบียลพูดออกมาพร้อมเชิดหน้าไปทางด้านหน้า ธีโอในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนแขนยาวกับกางเกงสีขาวยิ่งทำให้อีกคนดูดีขึ้นเป็นเท่าตัว สายตาของเดเมียนมองตามดาราหน้าใหม่ไม่กะพริบราวกับหลงในมนต์เสน่ห์“ดูดีมาก” เขาพูดกับตัวเองตอนเห็นว่าธีโอกำลังเตรียมเข้าฉาก มีช่างแต่งหน้าและทีมงานรุมล้อมเต็มไปหม
วันนี้คล้ายวันหยุด... เขาว่างมากพอจะตามไปดูนักแสดงในสังกัดของตัวเองทำงานวันแรก"หึ" เค้นหัวเราะในลำคอราวผู้ชนะ คิดได้แบบนั้นก็รีบชำระร่างกายของตนเองจนสะอาดเอี่ยม จากนั้นก็พาตัวเองออกมาเช็ดตัวจนแห้งที่หน้ากระจกบานเดิม หันซ้ายหันขวาเพื่อมองสัดส่วนได้รูปของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ เขาฉีกยิ้มหน้ากระจกอวดฟันจาวเรียงสวย จ้องมองในดวงตาสีครามราวกับปีศาจมัจจุราชพันร่างกายท่อนล่างไว้อย่าหมิ่นเหม่แล้วก้าวเกินออกมาจากห้องน้ำ ทันทีที่เนื้อหนังกระทบแสงแดด ผิวพรรณผู้ดีก็แทบจะประกายสีทองอร่าม เส้นผมสีดำสนิทยิ่งทำให้เขาดูเหมือนเทพลงมาจุติบนโลกมนุษย์ สองขาก้าวตรงไปยังตู้เสื้อผ้า แหวกเสื้อผ้านับร้อยที่เรียงแน่นกันในตู้ออกมาไม่กี่ตัว จากนั้นก็สวมทับเข้ากับร่างกายเป็นอันเสร็จกระจกบานใหญ่หน้าตู้เป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาจะมองร่างกายตัวเองก่อนออกจากห้อง วันนี้เขาสวมชุดลำลองเป็นเสื้อโปโลสีน้ำเงินกับกางเกงเนื้อผ้าสีดำ ทรงผมที่ไม่ได้เซ็ตทำให้วันนี้ดูสบายกว่าทุกวัน เส้นผมยังหมาดอยู่แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความดูดีลดลงเขาหยิบโทรศัพท์จากโต๊ะตัวเตียงเข้ามาเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง จากนั้นก็หยิบกระเป๋าสตางค์ยี่ห้อดังมาถือไว้ เมื่อป
*Damien*วันนี้เป็นวันเริ่มงานวันแรกของธีโอ... วันนี้ผมตื่นเต้นเป็นพิเศษเนื่องจากแกล้งมันเล็กน้อยด้วยการให้ตื่นก่อนเวลาหลายชั่วโมง"เป็นไงบ้าง" ผมโทรติดต่อกับเกเบียลทันทีที่เปิดโคมไฟ'เขากลับไปนอนต่อครับ' เสียงของเกเบียลตึงเครียด แต่ผมกลับหัวเราะออกมาเล็กน้อยหลังคิดถึงภาพใบหน้าของฑีโอที่ตอนนี้คงกำลังนอนหลับอุตุอยู่บนเตียงใหม่ที่นุ่มกว่าที่ผ่านมา"ปล่อยไปก่อน" ผมพูดปนหัวเราะในลำคอ ก่อนจะสางสายไปในที่สุด มองออกไปนอกหน้าต่างจากห้องทำงานก็เจอเข้ากับสวนภายในบ้าน ด้านซ้ายมีโต๊ะสำหรับจิบชายามบ่ายตั้งอยู่เผลอยิ้มออกมาเพราะเมื่อหลายสิบปีก่อน ธีโอเคยนั่งเล่นและกินขนมที่โต๊ะตัวนั้น"โตซะแล้ว..." ผมเฝ้ามองการเติบโตของธีโอมาตลอดหลายปีในวงการนักแสดง แม้ในช่วงนั้นเขายังเป็นเพียงตัวประกอบฉากไร้ตัวตนเปลี่ยนถ้าเป็นนั่งไขว่ห้างแล้วยกกาแฟขึ้นมาจิบ รสชาติกาแฟขมปร่าทั่วปากพร้อมกลิ่นหอมลอยคลุ้งขึ้นจมูก เผลอยิ้มออกมาตอนนึกถึงใบหน้าของธีโออีกครั้ง หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงวันนั้นภาพของผมที่คร่อมร่างของธีโอเอาไว้ ใบหน้าของ
ก๊อก ๆและแล้วก็ถูกปลุกขึ้นจากฝันดีด้วยเสียงเคาะประตูอีกเช่นเคย ภาพตรงหน้าเหมือนเหตุการณ์เดจาวูเกิดขึ้นเมื่อเปิดประตูก็เจอเข้ากับเกเบียล... เขาพูดซ้ำประโยคใกล้เคียงเดิม "อีกหนึ่งชั่วโมงต้องเดินทางแล้วครับ" ครั้งนี้พยักหน้ารับเพราะเห็นว่าเวลาค่อนข้างสมเหตุสมผล...หมุนหลังเดินกลับเข้าไปในห้องเพื่อชำระล้างร่างกาย เมื่อออกมาก็พบเข้ากับชุดที่ใครสักคนเตรียมไว้ให้ มันเป็นชุดลำลองแต่ค่อนข้างสุภาพ... เมื่อพลิกป้ายดูแบรนด์แล้วยิ่งทำให้ผมรู้สึกต่ำต้อยถอนหายใจเฮือกใหญ่ สวมเสื้อผ้าทับกางเกงชั้นในตัวเก่งของตัวเอง แล้วเดินออกมานั่งยังโถงโซฟาที่เกเบียลนั่งรออยู่ ผมยิ้มให้เขาเล็กน้อย แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาเป็นคิ้วขมวด"คุณตื่นสาย" เผลอทำคนของเดเมียนไม่พอใจซะแล้ว..."แต่มันทันเวลา" ผมมองนาฬิกาบนข้อมือ มันเหลืออีกราว ๆ 3 นาทีสำหรับการเดินออกจากห้อง คนตรงหน้าถอนหายใจออกมาเสียงดังแล้วลุกขึ้น เขาหยิบควงกุญแจรถในมือเดินนำไปตลอดโถงทางเดินเสียงกรุ๊งกริ๊งของกุญแจรถกระทบกันมันทำให้สมองของผมเริ่มหนักอึ้งธีโอ ธีโอเสียงแบบนั้น... ผมกลัวเสียงพวกน
ไม่นานนักร่างโปร่งก็แง้มประตูออกมา... เอาหัวโผล่ออกมากวาดสายตาไปรอบห้องและพบว่าเขาเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่อยู่ในตอนนี้สองขายาวก้าวไปยังตู้เย็น... เปิดหาทั้งบนและล่างก็ไม่พบอะไรสักอย่าง มันมีเพียงน้ำเปล่าแช่ตู้เย็นไว้แบบนั้นเขาหยิบน้ำเปล่าออกมาหนึ่งขวดก่อนกระดกดื่ม ใช้เวลาไม่กี่วินาทีน้ำทั้งหมดก็หมดในเวลาอันรวดเร็ว ธีโอตั้งวางมันไว้บนโต๊ะกินข้าวขนาดเล็กสำหรับ 2 คน ก่อนจะเดินออกมานั่งยังโซฟากลางห้องเขามองไปรอบ ๆ ห้องนี้ดูดี...แถมยังกว้างขวาง"ถ้าพี่อยู่กับผมก็คงดี" เขาเปิดมือถือแล้วพยายามไล่หาแจ้งเตือนจากวิกตอเรีย ครอบครัวเพียงคนเดียว หลังจากวิกตอเรียโมโหเดือดดาลออกไปเมื่อสายวันนี้ ก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย..."บล็อคเบอร์..." เขาโทรไปยังเบอร์ของวิกตอเรียตั้งแต่เที่ยงจนตอนนี้มันใกล้ค่ำเสียแล้วถอนหายใจออกมาหนึ่งครั้งแล้วโยนมือถือไปให้ห่างตัว เอนหลังลงนอนราบบนโซฟาก่อนเสียงจากประตูจะดังขึ้น คนเข้ามาคือเกเบียล เขามาพร้อมถุงอาหารมากมายในมือ ธีโอผงกหัวมองเล็กน้อยก่อนจะเด้งตัวเดินไปทางผู้จัดการของเขา"อาหารสำหรับอาทิตย์นี้ครับ" อาหารมากมายในถุ







