LOGIN
กึก! กึก! กึก!
เสียงส้นเท้าคัชชูหนังราคาแพงกระทบกับพื้นหินอ่อนทำให้ทั้งบริเวณดังกึกก้องท่ามกลางความเงียบ ทั้งที่มีผู้คนหลายสิบชีวิตนั่งทำงานอยู่แต่กลับไม่มีใครกล้าปริปากออกมาเลยสักคน
สายตาคมเข้มภายใต้คิ้วหนาที่ขมวดเป็นปมกวาดบอกพนักงานทุกคนที่กำลังจดจ่อกับงานของตัวเองก่อนเขาจะเดินผ่านเข้าห้องไป และทันทีที่เสียงประตูห้องถูกปิดลงเหล่าพนักงานที่เกือบลืมหายใจต่างต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ราวกับอดทนอดกลั้นมานาน ทั้งที่เวลาพึ่งผ่านไปไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ
ถามว่าทำไมถึงต้องเกรงกลัวขนาดนั้น?....ก็นั้นคือ ลูกชายเจ้าของบริษัทซึ่งมีตำแหน่งเป็นรองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหาร ชื่อเสียงของเขาเป็นที่ประจักษ์ต่อพนักงานทุกคนว่าเป็นคนที่เข้มงวดทุกกระเบียดนิ้ว เขาจะไม่ด่าออกมาตรง ๆ แต่จะตั้งคำถามให้คิดด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นที่ใครฟังต้องเจ็บไปถึงทรวงอย่างแน่นอน
แต่ทว่าในมุมกลับกันเขาก็เป็นผู้บริหารคนหนึ่งที่พนักงานรักและให้เกียรติเสมอ เหตุผลเพราะเขาไม่จู้จี้จุกจิกเรื่องส่วนตัวและค่อนข้างเห็นอกเห็นใจพนักงานทุกคน สวัสดิการของบริษัทก็ไม่เอาเปรียบคนหาเช้ากินค่ำ เรียกได้ว่าถึงจะดุแต่ก็ยังมีมุมที่ใจดีอยู่บ้าง
“พี่นุช ๆ”
เสียงของผู้จัดการฝ่ายบัญชีเอ่ยเรียก คุณนุช เลขาส่วนตัวของชายหนุ่มที่เพิ่งเดินเข้าห้องไป
“ว่าไงจ๊ะ?” คุณนุช หญิงวัย 40 ปีตอบรับด้วยรอยยิ้มพร้อมสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้
“วันนี้คุณครามเป็นไงบ้าง?”
“หืม? หมายถึงยังไงจ๊ะ?”
“หมายถึง...วันนี้คุณครามอารมณ์ดีมั้ย พอดีมีเอกสารให้เซ็นค่ะ” ผู้จัดการฝ่ายบัญชีว่าเสียงเบาพร้อมเลื่อนสายตามองแฟ้มเอกสารของตัวเอง
คุณนุชตอบกลับเพียงรอยยิ้มแล้วส่ายศีรษะเบา ๆ เป็นอันรู้กันว่า...อย่าเข้าไปตอนนี้เลย
“ทำไงดีอะพี่นุช เย็นนี้ต้องส่งให้สำนักงานใหญ่แล้วนะเนี่ย” เธอว่าหน้าเสียแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเป็นกังวลอย่างมาก
“รอคุณครามประชุมเสร็จก่อนมั้ย เดี๋ยวพี่เอาเข้าไปให้เอง”
พอได้ยินแบบนั้นก็รีบพยักหน้ารัวอย่างไม่ปฏิเสธ ก็ทางออกมีอยู่แค่นี้จะช้าจะเร็วก็ต้องให้ผู้บริหารเซ็นอยู่ดี
“พี่หญิงคะ” เสียงหวานปริศนาดังขึ้นทำให้ทั้งสองหันไปมองในทันที
“น้องเจนิส~~”
คุณหญิง เอ่ยเรียกหญิงสาวด้วยความรู้สึกปริ่มในอกพลางหันมองร่างบางด้วยแววตาอย่างมีความหวัง อยู่ ๆ ก็รู้สึกว่าตนเป็นลูกรักของพระเจ้าที่ส่งนางฟ้านางสวรรค์อย่างเจนิสมาได้ทันเวลาพอดี
“หนูมีเรื่องปรึกษาพี่หญิงค่ะ”
หญิงสาวใบหน้าสะสวยเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร เจนิสเป็นหัวหน้าฝ่ายขายซึ่งเป็นที่รักของพนักงานในบริษัทนี้ทุกคนเพราะเธอเป็นเหมือนน้ำเย็น ๆ ที่สามารถดับไฟโทสะร้อนระอุได้เสมอ....?
“พี่ก็มีเรื่องให้น้องช่วยเหมือนกัน” หญิงว่าพร้อมยกมือขึ้นจับแขนเรียวทั้งสองข้างพลางส่งสายตาอ้อนวอนสุดชีวิต “พอดีพี่มีเอกสารให้คุณครามเซ็น”
“คะ?”
เจนิสอุทานเสียงหลงอย่างไม่เข้าใจก่อนจะหันไปสบตากับคุณนุชเลขาส่วนตัวของครามทันที ก็จะไม่ให้งงได้ไงล่ะ เลขาเขาก็ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้แล้วมาขอให้เธอช่วยทำไม?
“ตอนนี้คุณครามติดประชุมอยู่จ้ะ”
คุณนุชว่าแล้วระบายยิ้มกว้างราวกับรู้คำถามที่เจนิสกำลังจะเอ่ยออกมา
“พี่หญิง คุณครามประชุมอยู่แล้วจะให้หนูช่วยยังไงอะ ขนาดพี่นุชยังไม่กล้าเข้าไปเลย”
“แต่คุณครามไม่เคยดุน้องเจนิสเลยนี่น่า” หญิงรีบตอบกลับทันที
ก็จริงอย่างที่เธอบอกว่า...ครามไม่เคยดุเจนิสเลยสักครั้ง อาจเป็นเพราะทำงานด้วยกันมานานจนรู้นิสัยใจคอกันทุกอย่าง รู้ว่าอีกฝ่ายชอบแบบไหนและไม่ชอบแบบไหน สิ่งไหนที่ไม่ถูกใจเขาเจนิสจะหลีกเลี่ยงทันที
“พี่นุชเองก็ไม่เคยโดนดุนะคะ”
เจนิสตอบกลับพร้อมกลั้วหัวเราะกลบเกลือน เธอเองก็อยากปฏิเสธไปตรง ๆ เพราะไม่อยากก้าวก่ายงานของแผนกอื่น แต่ด้วยนิสัยที่ขี้สงสารจึงไม่กล้าพูดออกไปตรง ๆ กลัวคนอื่นจะมองว่าแล้งน้ำใจ
“แต่พี่นุชไม่กล้า” หญิงว่าเสียงอ๋อยพร้อมส่งสายตาปริบ ๆ ขอร้องให้เจนิสเห็นใจ
เจนิสเลื่อนสายตาไปมองเลขาของครามอีกครั้ง แม้นุชจะไม่เคยถูกครามดุโดยตรง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอเกรงกลัวเจ้านายคนนี้อยู่ไม่น้อย ถึงจะทำงานด้วยกันมานานมาก หรือจะเรียกได้ว่าเป็นคนที่อยู่กับเขานานที่สุดในบริษัทนี้ก็ตามที แต่เพราะความเข้มงวดและความเย็นชาของครามทำให้นุชยังคงรู้สึก “เกรงใจ” และไม่กล้าทำอะไรเกินหน้าเกินตาอยู่ดี
“พี่นุชคะ เจเข้าไปหาคุณครามได้มั้ยคะ?”
พอถูกอ้อนมีรือคนใจอ่อนจะไม่ช่วย เจนิสถอนหายใจออกเฮือกใหญ่แล้วถามนุชทันที
“ถ้าน้องเจจะเข้าไป เดี๋ยวที่แจ้งให้นะ”
“รบกวนหน่อยนะคะ เจก็มีเรื่องจะรายงานคุณครามเหมือนกัน”
ถามว่าเรื่องที่เธอกำลังจะรายงานนั้นสำคัญไหม? …ก็ต้องตอบตามตรงว่าไม่ได้สำคัญถึงขั้นต้องเข้าไปขัดเขาในเวลาประชุมแน่นอน
แม้เธอจะถูกครามห้ามให้ยุ่งกับแผนกอื่นแล้วก็ตาม...แต่ก็ช่วยไม่ได้เอกสารของฝ่ายบัญชีนั้นสำคัญจริง ๆ
บทที่ 46 END ซ่า ซ่า~ เสียงหยดน้ำจากฝักบัวตกกระทบลงบนเรือนร่างอรชรอย่างเป็นจังหวะ ผิวเนียนละเอียดเปียกชื้นเป็นประกายภายใต้ละอองไอน้ำร้อนที่ลอยอวลอยู่ในห้องอาบน้ำกระจกใส เช้าวันนี้เธอเกล้าผมยาวขึ้นเป็นทรงดังโงะสูงแบบลวก ๆ มีปอยผมบางเส้นหลุดระลงมาปราดอยู่ข้างแก้ม ทำให้ใบหน้าสวยดูหวานปนเซ็กซี่ในสายตาของใครบางคนที่แอบยืนมองอยู่นาน ไม่นานประตูกระจกก็ถูกเลื่อนเปิดออกช้า ๆ ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเข้ามาภายในห้องน้ำอย่างเงียบ ๆ เจนิสที่หลับตาพริ้มปล่อยให้สายน้ำไหลผ่านแผ่นหลัง ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเมื่อสัมผัสได้ว่ามีเงาบาง ๆ ยืนอยู่ด้านหลัง ทว่าทันทีที่ดวงตาคู่สวยเปิดขึ้น สองแขนแกร่งของคนด้านหลังก็สอดเข้ามากอดเอวบางอย่างรวดเร็ว ทำเอาเจนิสสะดุ้งตัวโยนด้วยความตกใจ เธอหันขวับไปมองทันทีก็พบว่าคนที่แอบย่องเข้ามาในห้องน้ำไม่ใช่ใครอื่น“อาบน้ำนานไปแล้วนะ” เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบาชิดใบหูก่อนจะกดจมูกโด่งฝังลงแก้วนวลของหญิงสาวด้วยความหลงใหล เจนิสเอนกายหลบเล็กน้อยพลางขมวดคิ้วแน่น มือเล็กก็เลื่อนไปปิดก๊อกน้ำก่อนจะเอ็ดคนตัวสูงเสียงแข็ง“ออกไปเลยย เจอาบน้ำอยู่”“ขออาบด้วย”“พี่อาบแล้
บทที่ 45“ไอ้พี่คราม!!!” เจนิสแผดเสียงดังลั่นด้วยความไม่พอใจ ริมฝีปากเล็กเม้มแน่นเข้าหากันก่อนจะจ้องเขม็งมองคนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง ดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำใสฉายแววดื้อรั้นปนโกรธจัดอย่างไม่ปิดบัง ทันใดนั้นมือเล็กก็เอื้อมไปดึงเส้นผมครามอย่างแรงโดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว ทำเอาเจ้าตัวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บพร้อมอุทานออกมาเสียงดัง“โอ๊ย! จะ…เจ็บ ๆ” ครามร้องเสียงหลงอย่างไม่ทันตั้งตัว มือหนารีบยกขึ้นไปแตะข้อมือเล็กที่กำลังดึงผมเขาไว้แน่น พยายามขอให้เธอผ่อนแรงลงอย่างวิงวอนทั้งที่สีหน้ายังเหยเกด้วยความเจ็บ“หึ่ย!” เมื่อเห็นว่าอีกคนแสดงท่าทีเจ็บปวดอย่างจริงจัง ก็ยอมปล่อยแต่โดยดี โกรธก็โกรธ กลัวเขาเจ็บก็กลัว ชายหนุ่มที่เป็นอิสระแล้วได้แต่ยกมือลูบศีรษะตัวเองปอย ๆ ก่อนจะช้อนดวงตาคมเข้มขึ้นมองใบหน้าสวยตรงหน้า ทว่าหญิงสาวกลับเบือนหน้าหนี ไม่ยอมแม้แต่จะหันมาสบตากับเขา ท่าทีเมินเฉยนั้นเหมือนมีบางอย่างมาบีบแน่นอยู่กลางอกคราม ความเจ็บจากการถูกดึงผมเมื่อครู่ยังไม่เจ็บเท่าความรู้สึกผิดที่กำลังก่อตัวในใจเลย เขาเม้มริมฝีปากแน่น มีเรื่องจะพูดเยอะแยะม
บทที่ 44สวบบ เวลาตีสามซึ่งเป็นเวลาหลับนอนของใครหลาย ๆ คน แต่กับบางคนกลับเป็นเวลาที่เพิ่งเข้าห้องได้ ร่างแกร่งสอดกายเข้าใต้ผ้าห่มผืนหนาอย่างระมัดระวัง ดวงตาคมเหลือบมองร่างบางที่นอนตะแคงหันหลังให้ราวกับบอกเป็นนัยว่ากำลังโกรธเขาเต็มประดา ครามค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบแนบแผ่นหลังบาง ก่อนจะชะโงกมองใบหน้าสวยที่หลับพริ้ม ก็พบคิ้วเรียวขมวดแน่นในยามที่หลับใหลแม้จะมีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียงส่องต้องแต่ก็ยังเห็นสีหน้าของเธอได้อย่างชัดเจน คนอะไรขนาดหลับยังขมวดคิ้วเป็นปม มือหนาเลื่อนขึ้นอย่างแผ่วเบา ปัดไลผมสลวยที่ปกปิดกรอบหน้าอันงดงามออกอย่างทะถนุถนอมแล้วโน้มลงหอมแก้มนวลเนียนอย่างหวงแหน“พี่รู้ว่าเธอยังไม่หลับ” เสียงแหบทุ้มดังชิดข้างหูอย่างแผ่วเบาแล้วกระชับวงแขนแกร่งกอดร่างบางไว้แน่น“หลับแล้ว!” คนแง่งอนรีบตอบกลับอย่างลืมตัวพลางดิ้นหวังจะสลัดร่างหนาออกให้พ้นตัวแต่ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด“หึ้อ! ถ้าหลับแล้วจะตอบพี่ได้ไง?” ครามกระตุกยิ้มพร้อมครางในลำคอเสียงหลงเมื่อได้ยินคำตอบ “พี่ขอโทษ”“...”“พี่ผิดเอง พี่ขอโทษ” น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยออกมาด้วยควา
บทที่ 43 หลังจากที่กลับจากไนต์คลับ ครามก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา เดินอาด ๆ เข้าห้องน้ำชั้นหนึ่งทันที ไม่แม้แต่จะหันมาคุยกับเธอเลยสักนิด ทั้งที่เธอเองก็ไม่ใช่คนผิด ทำเอาหญิงสาวแอบรู้สึกกังวลเล็กน้อยเพราะไม่รู้ว่าที่เขาเอาแต่เงียบนั้นเพราะโกรธเธอหรือกำลังจัดการอารมณ์เดือดดาลของตัวเอง เจนิสที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จกวาดสายตามองรอบ ๆ หวังว่าจะเจอชายหนุ่มนั่งรอบนเตียงอย่างทุกวัน ทว่าวันนี้กลับไม่พบแม้แต่เงา คิ้วเรียวขมวดเป็นปมด้วยความสงสัย ใจหนึ่งก็อยากตามหาอีกใจก็ขี้เกียจ เพราะวันนี้เธอเองก็ดื่มถึงจะไม่เมาแต่ก็ยังรู้สึกมึน ๆ เธอเดินไปหยิบโทรศัพท์แล้วกดโทรหาครามทันที ไม่นานอีกฝ่ายก็รับสาย“พี่อยู่ไหน?”(ข้างล่าง) ครามตอบมาแค่นั้นแต่กลับทำให้คิ้วเรียวขมวดแน่นยิ่งกว่าเดิมเพราะได้ยินเสียงหอบหายใจของเขา“อาบน้ำเสร็จก็รีบขึ้นมานอนได้แล้ว เที่ยงคืนแล้วเนี่ย” เจนิสว่าเสียงดุแฟนหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว(ยังไม่ได้อาบ) น้ำเสียงเรียบนิ่งทำเอาเจนิสชะงักทันที นี่อย่าบอกนะว่าที่ไม่ยอมขึ้นมานอนเพราะโกรธเธออยู่น่ะ...“ก็เจเห็นพี่เดินเข้าห้องน้ำนึกว่าอาบน้ำที่ชั้นหนึ่ง
บทที่ 42--หลายเดือนผ่านไป--@ไนต์คลับ Xxer.S ภายในไนต์คลับสว่างวาบไปด้วยแสงไฟหลากสีที่สาดส่องสลับกันไปมาตามจังหวะดนตรี เสียงเพลงอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำดังกระแทกโสตประสาทจนหัวใจเต้นตามจังหวะอย่างห้ามไม่อยู่ กลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งปะปนไปกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพง อีกทั้งเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย และเสียงชนแก้วก็ดังประสานกันอย่างวุ่นวาย ต่างจากในห้องโซน VIP ชั้นสองที่ถูกแบ่งแยกเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน มีเพียงเสียงดนตรีคลอเบา ๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายสบายหู ทว่าในความสงบนั้นกลับสามารถมองเห็นความคึกคักวุ่นวายของโซนด้านล่างได้อย่างชัดเจน“ไอ้เชนทร์ไปไหน?” เสียงทุ้มของครามเอ่ยถามเจ้าของไนต์คลับอย่างเวกัสเพื่อนรักเพื่อนร้าย“เดี๋ยวนี้ถามถึงแต่มัน มึงโดนมันเล่นของใส่รึไง?” เวกัสกลอกตาขึ้นมองบนพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่ทันทีที่ได้ยินคำถามของคราม ช่วงหลังมานี้ครามแทบจะตัวติดกับคเชนทร์ยิ่งกว่าผัวเมียเสียอีก หลังจากทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันและคลี่คลายปมลึกในใจกันได้สำเร็จก็ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด เรียกได้ว่าเห็นครามอยู่ที่ไหนมักจะต้องเห็นคเชนทร์อยู่ที่นั่นเสมอ“ก็มันบอกว่าจะมาหามึง” ครามตอบเส
บทที่ 41“จะให้พี่แต่งกับใคร…” ครามกระซิบเสียงแผ่ว พลางเอื้อมมือไปประคองแก้มเธอไว้ใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบา ๆ อย่างทะนุถนอม รอยยิ้มอ่อนโยนแต้มบนริมฝีปากหยักก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นจนทำให้คนนิ่งอึ้งใบหน้าร้อนผ่าวจนทำอะไรไม่ถูก “ก็แต่งกับเธอไง” น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดังแต่กลับซึมลึกลงไปถึงหัวใจของเจนิส ถ้อยคำนั้นทำให้โลกทั้งใบของเธอเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจดวงน้อยที่เต้นแรงระรัวราวกับกองสะบัดชัย“พี่อยากแต่งงานกับเธอ” ครามไม่หยุดเพียงเท่านั้น ยังพูดต่อพร้อมจูบลงหนัก ๆ ที่ซอกคอขาวเนียนแล้วกระชับวงแขนแกร่งกอดเธอไว้แน่นอย่างกับกลัวว่าเธอจะหายไปไหน“ตะ...แต่งได้เหรอคะ?” เจนิสเอ่ยถามน้ำเสียงขาดห้วงอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง เธอก็เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ใฝ่ฝันอยากแต่งงานมีครอบครัวเหมือนคนทั่วไป ซึ่งแน่นอนว่าคนที่เธออยากแต่งงานด้วยก็คือคราม... แต่ที่นิ่งอึ้งจนทำอะไรไม่ถูกอยู่พักใหญ่เพราะไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงเร็วขนาดนี้“อ้าว พูดงี้หมายความว่าไง?” ครามผละออกเล็กน้อยเลื่อนมาสบดวงตากลมโตอย่างไม่เข้าใจ “เธอจะไม่แต่งกันพี่งั้นเหรอ?”“เปล่าสะหน่อย”







