แชร์

บทที่ 2

last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-08 14:33:26

บทที่ 2

ภายในห้องทำงานขนาดใหญ่ของผู้บริหารถูกตกแต่งอย่างหรูหราในสไตล์โมเดิร์น โทนสีดำเทาสะท้อนถึงบุคลิกของเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี

เสียงกระดาษถูกเปิดพลิกดังขึ้นเบา ๆ ตามด้วยปลายปากการาคาแพงที่จรดลงบนกระดาษ ก่อนเจ้าของลายเซ็นจะลากเส้นในกระดาษแผ่นสุดท้ายของแฟ้ม

“เอาของเธอมาต่อเลย”

เสียงทุ้มเข้มดังขึ้นแทรกความเงียบอันน่าอึดอัด ดวงตาคมใต้คิ้วเข้มเหลือบมองหญิงสาวตรงหน้านิ่งเรียบเป็นเชิงบอกว่าให้เธอวางเอกสารลงบนโต๊ะได้

“ของเจไม่มีค่ะ…”

เจนิสเอ่ยเสียงแผ่ว ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ แล้วเม้มริมฝีปากแน่น ราวกับรู้ดีอยู่แก่ใจว่าคำตอบนี้อาจทำให้เขารู้สึกไม่พอใจ

“ไม่มี?” คิ้วเข้มขมวดแน่นอย่างไม่เข้าใจ ครามเอนตัวพิงพนักเก้าอี้เล็กน้อยก่อนจะเลื่อนสายตาคมกริบไปยังหญิงสาววัยกลางคนอีกคนที่นั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ “ไม่มีแล้วเธอเข้ามาทำไม?”

“เอ่ออ...พอดีหญิงขอให้น้องเจนิสมาเป็นเพื่อนค่ะคุณคราม” หญิงเจ้าของเอกสารปึกใหญ่รีบพูดขึ้นเมื่อได้ยินน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมของเจ้านาย

“เธอไม่มีอะไรทำแล้วเหรอ ถึงได้ว่างมาส่งคนนู้นคนนี้ไปทั่ว?”

ครามเค้นหัวเราะในลำคอพลางเอ่ยเสียงต่ำเปล่งถ้อยคำที่เหมือนคมมีด

“แล้วคุณน่ะ เป็นเด็กเหรอ ถึงต้องให้คนอื่นมาด้วย…หรือว่าไม่มีขา เดินมาเองไม่ได้?”

ว่าเพียงเท่านั้นแต่น้ำเสียงของเขากลับทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเฉียบจนแทบกลั้นหายใจ หญิงสาวผู้ตกเป็นเป้าถูกตำหนิได้แต่ก้มหน้าลงต่ำ ดวงตารื้นไปด้วยน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้สุดกำลัง

ก็เพราะปากของเขาเป็นแบบนี้แหละ…ลูกน้องถึงไม่กล้าเข้ามาหาเอง ครามจะรู้บ้างไหมว่าความดุเงียบของเขากำลังผลักทุกคนให้ห่างออกไปทีละนิด

“คุณครามคะ” เจนิสเอ่ยเรียกเสียงลอดไรฟันพร้อมส่งสายตาปราบชายหนุ่มด้วยความไม่พอใจ

“ถ้าไม่มีอะไรก็ออกไปได้แล้ว” ครามเห็นแบบนั้นรีบพยักพเยิดใบหน้าให้ทั้งสองทันที “ผมมีเรื่องจะคุยกับเจนิส”

ทว่าในขณะที่หญิงสาวทั้งสองกำลังจะก้าวออกจากห้อง อยู่ ๆ เสียงทุ้มก็ดังขึ้นทำให้เจ้าของชื่อหันมามองแล้วเลิกคิ้วด้วยความสงสัย ก็เขาเพิ่งไล่ออกห้องแล้วมีเรื่องจะคุยอะไรอีก?

หญิงได้ยินแบบนั้นรีบสาวเท้าเดินออกจากห้องทันที ทิ้งให้เจนิสอยู่ท่ามกลางความอึดอัดที่เปรียบเสมือนห้อง เชือดรอความตาย เธอคิดอยู่ในใจว่า เจนิสต้องโดนดุเพราะตัวเองแน่ ๆ รู้สึกผิดจัง ทว่าความจริงนั้น...

ติ๊ด! พรึ่บ!

เสียงสัญญาณดังขึ้นพร้อมกับม่านมูลี่ที่ค่อย ๆ ปิดลงทีละช่องจนแนบสนิท ก่อนผ้าม่านผืนใหญ่จะเลื่อนประกบกันโดยอัตโนมัติ ภายในไม่กี่วินาทีห้องทำงานที่เคยโปร่งแสงก็แปรเปลี่ยนเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ปิดทึบสนิทในทันตา

จากห้องผู้บริหารที่ใครต่อใครมองเห็นกลับกลายเป็นห้องที่ไม่มีใครสอดส่องได้แม้แต่น้อย ราวกับโลกภายนอกถูกตัดขาดออกไปโดยสิ้นเชิง เหลือเพียง “เขา” กับ “เธอ” เท่านั้น

“มานั่งสิ”

เสียงทุ้มบอกหญิงสาวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแตกต่างกับเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง มุมปากหยักกระตุกยิ้มน้อย ๆ ใช้สายตามองร่างบางอย่างเจ้าเล่ห์

“เจมีงานต้องทำค่ะ” แม้จะบอกเหมือนปฏิเสธแต่เธอก็สาวเท้าเล็ก ๆ กลับมานั่งที่เดิม

ครามไม่ได้ตอบในทันทีแต่เขาเลื่อนสายตาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือตัวเองก่อนจะใช้ปลายนิ้วชี้เคาะมันเบา ๆ

“เลิกงานแล้ว” ว่าแค่นั้นก็เอื้อมไปหยิบของบางอย่างที่ลิ้นชักก่อนจะยื่นให้เจนิส “เห็นส่องดูบ่อย รู้ว่าอยากได้เลยซื้อมาให้”

ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทันทีที่เห็นกล่องสีเทากำมะหยี่วางอยู่ตรงหน้า เธอระบายยิ้มกว้างออกมาโดยไม่รู้ตัวพลางเลื่อนมืออันสั่นเทาไปสัมผัสลูบกล่องเบา ๆ ราวกับคิดว่านี่เป็นเพียงแค่ความฝัน

“พี่ครามซื้อให้เจเหรอคะ?”

“อืม เปิดดูสิ”

ครามว่าเสียงอ่อนโยนพร้อมขยับมือหนาจับมือบางไว้ก่อนจะโน้มใบหน้าลงจรดริมฝีปากที่หลังมือขาวเนียนอย่างหลงใหล

ดวงตาคู่งามมองใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าอย่างขวยเขิน แม้เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับเธออยู่บ่อยครั้งแต่เขาก็หาเรื่องมาเซอร์ไพร์เธอทุกครั้งจนไม่ชินสักที

ใช่แล้ว...เดากันไม่ผิดหรอกว่าทั้งสองแอบคบกันอยู่ ครามเป็นผู้บริหาร ส่วนเจนิสเป็นพนักงานเงินเดือน ทำให้ความสัมพันธ์จำเป็นต้องเก็บเป็นความลับ อยู่ในที่ทำงานทั้งสองก็เป็นเพียงแค่เจ้านายและลูกน้อง แม้ในบางครั้งครามจะเก็บอาการไม่ค่อยได้ก็ตาม

“เก็บไว้ไปเปิดที่บ้านดีกว่าค่ะ”

เจนิสพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มกว้างที่เผยให้เห็นความดีใจอย่างชัดเจน เธอเป็นคนชอบเครื่องประดับและมักจะส่องดูในอินเทอร์เน็ตเป็นประจำแต่ด้วยราคาที่สูงจนเกินเอื้อมทำให้ต้องหักห้ามใจทุกครั้ง ทว่าเมื่อของที่เคยได้แต่มองได้มาวางอยู่ตรงหน้าแบบนี้ ความตื่นเต้นก็แทบเอ่อล้นออกมาจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่

“ถ้าไม่เปิดตอนนี้ก็มานี่หน่อย” ครามยกยิ้มมุมปากอย่างเอ็นดูพร้อมตบหน้าขาแกร่งตัวเองเบา ๆ

“เดี๋ยวคนเข้ามา” เจนิสรับส่ายหน้าพลันอย่างปฏิเสธ

“เนกไทพี่เบี้ยว” ครามบู้ยปากลงมายังเนกไทของตัวเอง

“คะ?” เรื่องเนกไทเบี้ยวเจนิสไม่เถียงหรอกแต่ที่ไม่เข้าใจคือ เห็นว่าเบี้ยวแล้วทำไมไม่จัดเอง?

“เนกไทพี่เบี้ยวมาจัดให้หน่อย”

เจนิสถอนหายใจออกให้กับความเจ้าเล่ห์ของชายหนุ่มก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาเขาทันที

ทว่ามือบางยังไม่ทันได้สัมผัสกับเนกไทร่างเล็กก็ถูกมือหนาฉุดรั้งให้นั่งลงบนตักแกร่งก่อนจะตวัดวงแขนโอบรัดเอวคอดทันที

“ชิ! อยากกอดเจก็บอกตรง ๆ ก็ได้ค่ะ ไม่ต้องเอาเรื่องเนกไทเบี้ยวมาอ้างหรอก”

เจนิสว่าประชดหยอกคนตรงหน้าอย่างรู้ทัน

“อย่าทำแบบนี้อีก”

ครามไม่ได้ตอบกลับแต่เพียงยกมือขึ้นลูบเส้นผมยาวสลวยของเธอก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบนิ่งปราบคนของตัวเองทันที

“...”

“อย่ามีน้ำใจไปเรื่อย งานของแผนกไหนก็ให้รับผิดชอบด้วยตัวเอง เธออยู่ฝ่ายขายมายุ่งกับฝ่ายบัญชีทำไม? หื้มม?”

“กำลังพูดถึงเรื่องเมื่อกี้รึเปล่า?”

“ใช่...ที่บอกว่าขอให้เธอมาเป็นเพื่อนน่ะ เธอมาทำไม...แค่ให้พี่เซ็นสัญญาเธอไม่เกี่ยวเลยนะ”

“ก็พี่หญิงขอให้ช่วย เจเห็นว่าพี่เค้ากลัวพี่นิเลย...”

“กลัวพี่...กลัวทำไม นี่คนไม่ใช่ผี”

“ก็ดุแถมปากหมาขนาดนี้ใครจะไม่กลัว”

“เจนิส” ครามข่มเสียงต่ำอย่างไม่ถูกใจในคำพูดของหญิงสาว

“ก็จริงนิ เมื่อกี้พี่ก็ดุเจ...อีกหน่อยเจก็คงกลัวและไม่อยากเข้าใกล้”

“ก็เธอทำตัวน่าดุ บอกกี่ครั้งก็ยังดื้อ” ครามบีบปลายจมูกเล็กเบา ๆ “พนักงานของพี่ต้องกล้า นี่ถ้ากับเจ้านายตัวเองยังไม่กล้าเข้าพบแล้วคิดเหรอว่าจะกล้าออกไปเจอลูกค้า...เพราะงั้นเธออย่าสั่งสอนหรือเอาใจพนักงานของพี่จนเสียคน”

“ดูพูดเข้า เจไม่ได้จะ...”

“ยังจะเถียงอีก...ดื้อแถมเถียงคำไม่ตกฟาก สั่งสอนกี่ทีก็ไม่เคยจำ” ครามว่าเสียงเข้มดุหญิงสาวที่ตนรักและหลงใหล

“แล้วถ้าตอนนั้นเจคิดถึง อยากเจอพี่ล่ะ”

“หึ!” ครามหัวเราะในลำคอพร้อมขยับใบหน้าหล่อเหลามาใกล้จนสันจมูกโด่งเฉียดแก้มนวลเนียน “อดทนแล้วไปเอากันที่บ้าน”

“!!”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 10

    บทที่ 10“ห้องเก็บเสียงมั้ย?” ในขณะที่กำลังจูบซับบริเวณเนินอกอวบสุ้มเสียงแผ่วเบาก็ดังขึ้นพลางเลื่อนมือหนาจับเอวคอดไว้แน่น เจนิสส่ายใบหน้าพลันเป็นคำตอบพร้อมเม้มริมฝีปากแน่น ก็หอพักเดือนไม่ถึงหมื่นจะเป็นห้องเก็บเสียงได้ไงพรึ่บ!! เมื่อได้คำตอบดังนั้นครามจึงผละกายขึ้นพร้อมดึงเรียวแขนเล็กให้ลุกขึ้น ก่อนจะอุ้มร่างบางในท่าลิงอุ้มแตงแล้วเดินเข้าห้องน้ำทันที“แล้วในห้องน้ำเก็บเสียงมั้ย?” ครามว่าขณะที่วางร่างบางบนเคาน์เตอร์พร้อมซุกไซร้ใบหน้าหล่อที่ซอกคอระหงส์พลางดูดเม้มเบา ๆ จนหญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ“อื้ออ...ดิฉันไม่รู้ค่ะ อ้ะ!”“แทนตัวเองด้วยชื่อ พูดแบบนี้มันดูท่างเหิน”“อะ..เอ่อ” เจนิสมองชายหนุ่มอย่างไม่มั่นใจก่อนจะก้มมองเรือนร่างตัวเองที่มีเพียงชุดชั้นในปกปิดของสงวนเอาไว้ หากเพียงแค่ใช้ปลายนิ้วปลดตะขอก็คงเผยให้เห็นหน้าอกอวบซ่อนรูป “แบบนี้จะดีเหรอคะ?” อยู่ ๆ ก็เกิดอาการกลัวขึ้นมาสะอย่างงั้น ทำเอาครามขมวดคิ้วแน่นก็จูบแลกลิ้นกันขนาดนี้ เปลือยกายกันทั้งคู่แบบนี้ยังจะมาถามอีกว่าดีมั้ย...ถึงจะไม่ดีก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือแล้ว“ดี...คิดสะว่าหาอะไรทำฆ่าเวลาตอนรอไฟติด”“อ

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 9

    บทที่ 9“จอดตรงนี้ก็ได้ค่ะ” เสียงแหบพร่าดังขึ้นหลังจากที่หลับเต็มอิ่มตอนที่ครามลงไปส่งนุชให้กับสามีในบ้าน เจนิสรีบปลดสายเบลท์ทำท่าพร้อมจะลงรถ“คุณพักอยู่ตึกไหน?” ครามเอ่ยถามพร้อมหันมองรอบ ๆ ที่มีตึกเรียงกันเป็นแถวในสภาพที่ไม่น่าอยู่มากนัก เจนิสรีบชี้ตึกหอพักตัวเองซึ่งแน่นอนว่าหากมองจากภายนอกอาจจะไม่ได้สวยงามน่าอยู่มากนัก แต่การตกแต่งภายในตึกสำหรับเธอแล้วก็ถือว่าไม่ได้แย่ขนาดนั้น“ปลอดภัยเหรอ?” ครามหันมาถามพร้อมจอดรถเทียบฟุตบาททันทีก่อนจะหันกลับไปมองตึกที่เธอชี้ “เดี๋ยวผมลงไปส่งที่ห้องดีกว่า”“ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้ก็เกรงใจมากแล้ว”“งั้นก็บอกให้แฟนลงมารับ เธอเมาอยู่นะ”“ดิฉันไม่มีแฟนค่ะ อยู่คนเดียว...เดินไปเองได้ค่ะ” เจนิสระบายยิ้มแหยะ ๆ แล้วใช้มือตบหน้าตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติให้สร่างเมา“....งั้นผมไปส่งดีกว่า” ไม่รอคำตอบใด ๆ จากหญิงสาว ครามรีบลงจากรถทันทีก่อนจะเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เธอ การกระทำของเขาทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นส่ำ อยู่ ๆ ก็รู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ก็ใครจะไปคิดว่ารองประธานบริษัทที่ดุและเข้มงวดอย่างเขาจะสุภาพบุรุษและอ่อนโยนกับเธอ

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 8

    บทที่ 8--ร้านคาราโอเกะ XXX— ภายในห้องคาราโอเกะขนาดใหญ่ที่ถูกจองเป็นห้องพิเศษ รองรับคนได้ถึง 30 คน เสียงเพลงดังก้องพร้อมไฟแทคสลับกับเสียงชนแก้วของนักดื่ม ทำให้เจนิสที่ไม่ได้ดื่มต้องนั่งมองตาปริบ ๆ พร้อมหยิบของแกล้มอย่างเอ็นไก่ทอดเข้าปากไปพลาง ๆ ดวงตาคู่สวยกวาดมองผู้คนรอบตัวที่กำลังสนุกสนานไปกับเสียงเพลง เสียงหัวเราะดังปะปนกันอย่างเป็นกันเอง จนเธออดยิ้มออกมาไม่ได้ เจนิสชอบบรรยากาศแบบนี้ บรรยากาศที่ไม่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน ทุกคนเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ทว่าในจังหวะนั้นเอง เธอกลับรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้อง ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าหยุดชะงักก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ เขานั่งอยู่ตรงมุมห้อง ในมือถือแก้วบรั่นดีที่หมุนวนช้า ๆ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นจับจ้องมาที่เธออย่างนิ่งงันไม่ละสายตา เจนิสเห็นแบบนั้นก็รีบหลบสายตาลงทันที หัวใจดวงน้อยเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกหวาดระแวงแล่นวาบขึ้นมาจนเธอต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ หากสายตาคู่นั้นเป็นของใครอื่น เธออาจไม่รู้สึกกลัวเลยแต่เพราะมันเป็นสายตาของ คเชนทร์ และในห้วงความคิดนั้นเอง คำพ

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 7

    บทที่ 7--2 สัปดาห์ผ่านไป— ภายในห้องผู้บริหาร อากาศเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศผสานกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้จากก้านไม้หอมที่วางอยู่ตรงมุมห้อง กลิ่นนั้นลอยอบอวลชวนให้รู้สึกผ่อนคลายหากแต่กลับสร้างบรรยากาศประหลาดชวนอึดอัดขึ้นในคราเดียวกัน หญิงสาวในชุดกระโปรงทรงเอสีอ่อนความยาวเหนือเข่าเพียงเล็กน้อย เธอสวมเสื้อแขนตุ๊กตาสีชมพูพาสเทล ทำให้ดูสุภาพเรียบร้อยแฝงความอ่อนหวาน เส้นผมสลวยถูกรวบขึ้นเป็นทรงหางม้าเผยให้เห็นลำคอขาวระหงส์ที่ดึงดูดสายตาอย่างห้ามไม่ได้ ครามทอดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าสลับกับเอกสารบนโต๊ะ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่“อย่ามัดผมขึ้นแบบนี้อีก” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังตวัดปลายปากกาลงเอกสารแผ่นสุดท้าย ก่อนแววตาคมเข้มจะเลื่อนขึ้นจ้องหน้าเธออย่างไม่ถูกใจกับทรงผมในวันนี้ของเธอเท่าไหร่นัก“ทำไมคะ?” เจนิสขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่เข้าใจ ก็ไม่มีกฎข้อไหนห้ามให้พนักงานรวบผมขึ้นสักหน่อย“ห้ามก็คือห้าม”“ห้ามไม่มีเหตุผล เจไม่ใช่เด็กนะคะ”“มันเห็นต้นคอ ไม่สวย” ครามว่าพร้อมเบือนหน้าหนี ที่บอกว่าไม่สวยนั้นโกหกทั้งเพ บอกว่าไม่สวยแต่กลับมองจนละสา

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 6

    บทที่ 6“พี่ครามของเจเก่งที่สุดแล้ว” เป็นเพียงคำพูดสั้น ๆ ที่หญิงสาวพูดอยู่บ่อยครั้ง แต่น่าแปลกที่ได้ยินทีไรก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย ครามยอมผละกายออกช้า ๆ ก่อนจะจรดริมฝีปากที่หน้าผากมนแล้วเลื่อนลงมาหอมแก้มเนียนนุ่มทั้งสองข้างของเธอฟอดใหญ่“หอมจัง” ครามว่าเสียงแผ่วเบาแล้วจูบริมฝีปากนุ่มอีกครั้ง“ทำไมกลับมาแล้วไม่เปิดไฟคะ เจคิดว่าโจรแอบเข้ามาดื่มไวน์พี่สะอีก” เจนิสว่าหลังจากที่ครามผละริมฝีปากออก ชายหนุ่มเพียงไหวไหล่เบา ๆ ก็เมื่อกี้อยากอยู่คนเดียวมืด ๆ ดื่มด่ำไปกับแอลกอฮอล์พอให้หายเครียดเลยคิดว่าแสงสว่างไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น“คิดว่าเป็นโจรแล้วเดินดุ่ม ๆ เข้ามามือเปล่าเนี่ยนะ” ครามว่าหยอกพร้อมกระชับเอวบางไว้แน่น “ตัวก็เท่านี้ถ้าโจรอุ้มเธอไป พี่จะทำไงดี”“พี่ก็ต้องตามหาเจสิ” เจนิสรีบตอบกลับทันควันเพราะเรื่องแบบนี้ครามต้องทำอยู่แล้วไม่ใช่รึไง“หึ!”แปะ! แปะ! ครามหัวเราะแผ่วในลำคอเมื่อได้ยินเสียงแหวะของแฟนสาวตอบกลับ เขายกมือหนาขึ้นเหนือศีรษะแล้วปรบเบา ๆ สองครั้ง ทำให้แสงไฟในห้องติดสว่างทันตาด้วยระบบอัตโนมัติ พอหันกลับมามองใบหน้าสวยก็พบว่าเธอกำลังจ้องมอง

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 5

    บทที่ 5 ครามไม่แน่ใจเลยว่าความเห็นแก่ตัวของมนุษย์จะสิ้นสุดลงตรงไหน…จะต้องแลกด้วยความเจ็บของใครอีกกี่คนถึงจะรู้สึกได้บ้างว่ามันมากเกินไปแล้ว คำถามนี้ฝังอยู่ในใจเขาเสมอโดยเฉพาะในวันที่ความทรงจำบางอย่างย้อนกลับมาแทงกลางใจเขาซ้ำไม่รู้จบ--ย้อนไปเมื่อ 14 ปีก่อน— ในวันที่สายฝนกระหน่ำราวกับมรสุมลูกใหญ่พัดผ่าน ท้องฟ้าครึ้มเทาไม่ต่างจากหัวใจของเด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีที่กำลังแตกสลาย เขานั่งนิ่งมองรูปถ่ายของผู้เป็นแม่ด้วยดวงตาเอ่อคลอ พวงแก้มยังเปื้อนคราบน้ำตาที่ไม่ยอมแห้ง ทั้งที่ความจริงควรจะยอมรับได้แล้วว่า…แม่ได้จากไปแล้ว เขาคงไม่รู้สึกเจ็บปวดมากถึงเพียงนี้…ถ้าหากผู้เป็นพ่อไม่พาผู้หญิงอีกคนเข้ามาในบ้าน แล้วยังมีหน้าบอกให้เขาเรียกเธอคนนั้นว่า แม่ มันช่างเป็นตลกร้ายสิ้นดี เมียตายได้ไม่ถึงปีแต่กลับพาผู้หญิงคนใหม่เข้ามาพร้อมกับลูกที่ตัวเองไป “ไข่ทิ้งไว้” อย่างไม่รู้สึกผิด ครามอยากรู้เหลือเกินว่าพ่อเคยรู้สึกเสียใจบ้างไหมกับการสูญเสียผู้หญิงที่ตัวเองใช้ชีวิตร่วมทุกร่วมสุขมาด้วยกันเกือบยี่สิบปี ทำให้ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา…เด็กหนุ่มที่เคยอ่อนโยนและยิ้มให้กับท

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status