Masukยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ อู๋หนิงที่ตอนนี้ได้มีกิจการร้านหม้อไฟใหญ่โตในปักกิ่งก็ก้าวเข้ามาโอบกอดร่างเล็กของหลินไว้ด้วยความรู้สึกตื้นตันอย่างประหลาด น้ำตาไหลรินอาบแก้ม "แม่หนู...ในที่สุดเราก็ได้เจอกันอีกครั้ง" ก่อนที่ทุกคนจะหายจากความสับสน เสี่ยวหนิวก็เป็นฝ่ายอธิบาย "คุณย
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย... จากทารกน้อยที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนยิ้มแต้ในเปล บัดนี้ "อาหมวยน้อยหลิน" เติบโตขึ้นเป็นเด็กหญิงวัยห้าขวบที่ฉลาดและน่ารักเกินวัย เธอกำลังจะเตรียมตัวเข้าโรงเรียนอนุบาลในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้แล้ว ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาเด็กหญิงได้เห็นกิจการของครอบครัวเ
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งปี...ชีวิตของทุกคนในครอบครัวตงและครอบครัวสาขาต่าง ๆ ยังคงดำเนินไปอย่างราบรื่นและเปี่ยมด้วยความสุข กิจการร้านหมูกระทะขยายสาขาไปอีกหลายแห่งภายใต้การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบตามที่อาทิตย์จัดการ ทำให้ฐานะความเป็นอยู่ของทุกคนยิ่งมั่นคง และแล้วข่าวดีที่ทุกคนรอคอยก็มาเยือนครอบ
โอกาสครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาได้มาเคาะประตูอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว หลังจากได้ปรึกษาหารือกันในครอบครัวอย่างละเอียด ทุกคนก็เห็นพ้องต้องกันว่านี่คือโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่อาจจะปล่อยให้หลุดลอยไปได้ เคี้ยงจึงได้ตอบตกลงรับข้อเสนอของคุณสมชายผู้จัดการห้างซิตี้มอลล์ในที่สุด ไม่นานนักทีมงา
เวลาผ่านไปอีกหกเดือน... หลินน้อยเติบโตขึ้นเป็นทารกที่จ้ำม่ำน่ารักน่าชัง ผิวขาวผ่องและมีดวงตากลมโตเป็นประกายสดใส เป็นที่รักและเป็นแก้วตาดวงใจของทุกคนในครอบครัวใหญ่ ทั้งอากงตงและอาม่าเคี้ยงที่ตอนนี้มีความสุขกับการได้เลี้ยงหลานคนแรกของลูกชายคนเล็กอย่างเต็มที่ รวมถึงลุงชัยและป้าจำปีที่มักจะพ
ในสายตาของใครหลายคน ชัยอาจจะดูเป็นลูกชายคนโตที่ทอดทิ้งครอบครัวไปในยามที่ลำบาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องราวของเขาก็เต็มไปด้วยความรัก ความผิดพลาด และการเรียนรู้ที่ไม่ต่างจากคนอื่น ๆ ย้อนกลับไปในวันที่ชัยอายุเพียงสิบแปดปี เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่ร้อนรนด้วยความรักที่มีต่อ "จำปี" หญิงสาวที
เมื่อกลุ่มของเคี้ยงเดินมาถึงท้ายตลาด ที่ซึ่งเป็นแหล่งมั่วสุมของกลุ่มนักเลงเจ้าถิ่น พวกเขาก็เห็นภาพที่ทำให้อารมณ์เดือดพล่านขึ้นมาทันที!ไอ้สักหัวโจกของกลุ่มและลูกน้องอีกสามสี่คนกำลังนั่งล้อมวงคุยโวโอ้อวดถึงวีรกรรมที่เพิ่งไปรุมชกต่อยกลุ่มของทูนมาเมื่อกลางวันอย่างสนุกปาก เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังลั่นไปทั
ในช่วงเวลาพักกลางวัน หลินกับยุ่งตกลงกันว่าจะเดินไปหาใช้เพื่อกินข้าวด้วยกัน ในระหว่างนั้นใช้ผู้เติบโตเป็นหนุ่มน้อยวัยสิบห้าปีเต็มกำลังศึกษาอยู่ในชั้น ม.ศ.3 ของของโรงเรียนประจำอำเภอ ที่กำลังจะเปิดกล่องข้าวอยู่กับเพื่อนสนิทกลุ่มเล็ก ของเขาใต้ต้นมะม่วงใหญ่หลังอาคารเรียน ทันใดนั้นเพื่อนคนหนึ่งที่เพิ่งวิ่
งานศพของประทีปถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่วัดท้ายตลาดตามความประสงค์สุดท้ายที่เขาเคยเอ่ยไว้กับเคี้ยง และด้วยความที่เขาไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนหลงเหลืออยู่แล้ว พิธีการต่าง ๆ จึงไม่ได้จัดขึ้นหลายวันหรือใหญ่โตอะไรนักมีเพียงครอบครัวของตง เกสร และเพื่อนบ้านในตลาดไม่กี่คนที่รู้จักมักคุ้นกันมาร่วมงานส่งดวงวิญ
หลังจากวันนั้นไม่นาน เมื่อตกลงวันเวลากันเรียบร้อยแล้ว หลินก็อาสาเดินทางไปสำรวจตลาดและให้คำปรึกษาเบื้องต้นที่อำเภอของชัยกับจำปี โดยมีเคี้ยงและเกสรเดินทางไปด้วยเพื่อความเหมาะสมและช่วยดูแลส่วนใช้กับยุ่งนั้นอยู่ช่วยตงดูแลร้านข้าวแกงที่บ้าน รวมถึงยังต้องคอยดูแลประทีปด้วยที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีอาการหนัก







