LOGIN
"เพี๊ยะๆๆ" เสียงไม้เรียวถูกฟาดเข้าที่ก้นของเด็กน้อยวัยห้าขวบ
ม๊าจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่รู้สึกหงุดหงิดป๊า และม๊าจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่ฉันซน ฉันก็แค่ซนไปตามวัย...ก็ฉันยังเด็ก ทำไมม๊าต้องตีฉันด้วย
......
Elvelyn talk
"เฮ้อ ฝันแบบนี้อีกแล้ว เมื่อไรจะเลิกฝันแบบนี้สักที" ฉันค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง เพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน ฉันลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวและส่องกระจกเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของตัวเอง
"วันนี้แล้วสินะจะได้ใส่ชุดนักเรียน ม.ต้น เป็นวันสุดท้าย"
วันนี้เป็นวันที่ฉันจะไปรับผลการเรียนที่โรงเรียน
"กลับให้มันไวไวล่ะ มาช่วยฉันทำงานบ้าง เงินที่ป๊าแกส่งมา มันพอยาไส้แค่แก แต่ไม่พอยาไส้ฉัน"
เสียงของม๊าตะโกนด่าฉันออกมา
เฮ้อ...ยังกับเปิดเทปซ้ำวนไปวนมา เป็นแบบนี้ทุกเช้าเลยจริงๆ ฉันพลางคิดใจใน แต่ก็เถียงอะไรม๊ากลับไปไม่ได้ ได้แต่ก้มหน้าเป็นเด็กดีต่อไป เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับท่าน
"ค่ะม๊า หนูจะรีบกลับค่ะ"
"ให้มันจริงเถอะย่ะ"
เมื่อฉันถึงโรงเรียนก็มุ่งตรงไปรับผลการเรียนที่ห้องเรียนทันที
"โห!!! ผลการเรียนยังดีเหมือนเดิมเลยเอวารีน ทำไมเรียนเก่งจัง ดูฉันสิ โง๊โง่"
จินเย่ว เพื่อนสนิทวิ่งมาเกาะแขนของฉัน เธอชะโงกหน้ามาดูผลการสอบที่ฉันกำลังเปิดดูอยู่
"ถ้าผลการเรียนตกก็ถูกม๊าตีอีก ไม่อยากถูกตีแล้ว เนื้อตรงก้นด้านไปหมดแล้วเนี่ย"
ฉันพูดเชิงติดตลกกลับไป
"ฮ่าๆๆๆ บ้าน่ะแก ผิวพรรณแกดีขนาดนี้ จะมีส่วนไหนที่ไม่น่ามองอีกล่ะ"
จินเย่วกล่าวชมเพื่อนสนิทอย่างฉัน ฉันเป็นเด็กสาวหน้าตาดี ผิวขาวผุดผ่อง ซึ่งดูแล้วไม่น่ามีส่วนไหนในร่างกายที่จะบกพร่องได้เลย แต่ใครจะรู้ล่ะว่าภายในร่างกายฉันจะมีรอยแผล
"ขอกลับบ้านก่อนนะ ไม่อยากให้ม๊าโกรธ"
ฉันรีบกล่าวลาเพื่อน เพราะไม่อยากถูกม๊าตีอีกแล้ว หากกลับถึงบ้านช้า
"เฮ้ย...เอวารีน และจะไม่ไปกินไอติมกันก่อนหรอ"
"ไม่อ่ะแก ไว้วันหลังละกัน แกไปกับคนอื่นๆ ก่อนเลย"
"เออๆ แล้วคราวหน้าอย่าเบี้ยวอีกล่ะ"
"จ้า"
ฉันโบกมือลาเพื่อน และเมื่อฉันกลับมาถึงบ้าน ฉันกำลังจะเปิดประตูเข้าไปในบ้าน ก็ต้องได้ยินเสียงม๊าคุยโทรศัพท์กับป๊า
"ทำไมไม่เอาลูกแกไปสักทีวะ แกรู้ไหมว่าฉันเริ่มต้นชีวิตใหม่ไม่ได้ ก็เพราะมีมันเนี่ยแหละ"
วินาทีที่ได้ยิน...หัวใจฉันแทบแตกสลาย ฉันรู้ว่าม๊าอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่แต่ก็ติดที่ต้องเลี้ยงดูฉัน เพราะงานที่ป๊าทำ มันทำให้ป๊าต้องจากบ้านไปไกล ป๊าทำได้แค่เพียงส่งเงินมาให้เราสองคนแม่ลูกใช้ แต่เมื่อม๊าทนความเหงาไม่ไหว ก็ขอหย่ากับป๊าตั้งแต่ฉันยังเด็ก
เมื่อการหย่าเกิดขึ้น เป็นสาเหตุที่ป๊าลดการส่งเงินมาให้ ป๊าจะส่งมาแค่ในส่วนของฉันเท่านั้น และตัดส่วนของม๊าออก ฉันเข้าใจม๊านะและก็เข้าใจป๊าด้วย งานของป๊า มันทำให้ชีวิตครอบครัวพังได้ แต่ป๊าไม่มีทางเลือก งานที่ป๊าทำ รายได้ค่อนข้างดี ป๊าจำเป็นต้องเลือกทำงานที่ไกลบ้าน เพื่อส่งเงินกลับมาให้ครอบครัว แต่ม๊า...ม๊าก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความรู้สึกเหงา เมื่อสามีห่างไกล ม๊าก็คงน้อยใจเป็นธรรมดา ความเหงาทำให้ม๊าเผลอใจให้ชายอื่นและขอหย่ากับป๊า
แต่เมื่อม๊าคบกับผู้ชายคนใหม่ก็คบกันได้ไม่ถึงปี เขาก็ทิ้งม๊าไป และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ม๊าเป็นผู้หญิงที่อารมณ์ไม่คงที่เลย
ฉันได้ยินคำพูดที่ม๊าพูดกับป๊า ม๊าพูดเหมือนว่าฉันคือตัวถ่วงชีวิตท่าน ฉันจึงวิ่งออกจากหน้าประตูไปและวิ่งไปเรื่อยๆ ซึ่งฉันวิ่งอย่างไร้จุดหมาย
"เอี๊ยดดดดด"
เสียงรถเบรคกะทันหัน เสียงมันดังมาก จนคนแถวนั้นถึงกับต้องหันมามอง ขณะที่ฉันนั่งกองลงกับพื้นตรงกลางถนน [นี่ฉันวิ่งแบบไม่มีสติมาที่กลางถนนได้อย่างไร]
"นี่เธอ อยากตายหรือไง ถึงได้วิ่งออกมากลางถนน"
______________________________________
Elvelyn talkหนึ่งเดือนผ่านไปน้ำยาของพี่เฟยหลงก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ประจำเดือนฉันมาเลทและฉันก็รู้สึกเวียนหัวอยู่เป็นประจำ ฉันจึงเข้าตรวจร่างกายและก็พบว่า ฉันท้องอ่อนๆ ได้สองสัปดาห์แล้ว สามีฉันช่างเยี่ยมยอดอย่าบอกใครเชียว เมื่อพี่เฟยหลงทราบถึงข่าวดีนี้ เขาก็ดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ เขารีบกลับมาบ้านและดูแลประคบประหงมฉันอย่างดี"ที่รักอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมครับ" เขาเข้ามากอดฉันทันทีที่กลับมาถึงบ้าน และก็ถามฉันทันทีว่าอยากทานอะไร"เอวารีนมึนหัว กินอะไรไม่ค่อยลงเท่าไหร่ค่ะ" คำตอบของฉัน ทำให้สามีทำหน้าเริ่มเป็นห่วง"ถ้าไม่กิน จะไม่ดีต่อตัวเองและลูกนะครับ กินสักหน่อยนะ เดี๋ยวพี่ไปอุ่นนมให้ดื่มนะครับ""ก็ดีเหมือนกันค่ะ ขอบคุณนะคะ"พี่เฟยหลงดูแลฉันดีมากๆ ช่วงสามเดือนแรก ฉันแพ้ท้องน่าดู กินอะไรแทบไม่ได้ ไม่ว่าจะกินอะไรเข้าไป ก็จะอาเจียนออกมาตลอด จนถึงขั้นที่พี่เฟยหลงต้องพาฉันไปนอนโรงพยาบาล ฉันถูกเจาะแขนเพื่อให้น้ำเกลือผ่านทางสายยาง ฉันนอนโรงพยาบาลอยู่ประมาณสามวัน และเมื่อเข้าสู่เดือนที่สี่ ทุกอย่างก็เริ่มดีขึ้น ฉันทานอาหารได้มากขึ้นและแทบจะไม่แพ้ท้องแล้วพอเข้าเดือนที่หก เราก็เริ่มรู้เพศของลู
Fei long talkหนึ่งปีผ่านไปหลังจากงานแต่งงานของเรา ตอนนี้ครอบครัวตระกูลเฉินก็มีทายาทฝาแฝดน้อยๆ ลืมตาออกมาดูโลกแล้ว เด็กสองคนนั้นคือหลานชายและหลานสาวของผมเอง ชื่อเพทายกับแพรววนิต เป็นลูกของพลอยและเฮีย ตอนนี้หลานๆ ของผมอายุได้สามเดือนแล้ว น่ารักน่าชังมากๆ ผมเห็นแล้วก็เริ่มอยากมีลูกเป็นของตัวเองสักที ผมจึงคุยกับเมียผมอย่างจริงจัง เราทั้งคู่ไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย ผมอยากให้ร่างกายของเราพร้อมสำหรับการมีลูก เมื่อผลตรวจร่างกายออกมา ไม่พบความปกติใดใด ผมกับเอวารีนแข็งแรงกันทั้งคู่ ผมจึงเริ่มปฏิบัติภารกิจทำลูกกับเมียสุดที่รักของผมทันที“ที่รักครับ เราเริ่มทำลูกกันเลยดีไหมครับ” ผมทำเสียงออดอ้อนใส่เมียผม“ก็ดีนะคะ ตอนนี้เอวารีนก็อยากมีลูกแล้ว เพทายกับแพรววนิตน่ารักมาก และเดือนหน้าจินเย่วก็จะคลอดลูกชายออกมาแล้ว ตื่นเต้นแทนจินเย่วจังเลยค่ะ”“และที่รักอยากมีลูกชายหรือลูกสาวเป็นคนแรก หรืออยากมีลูกแฝดครับ” ผมถามความต้องการของเมีย เผื่อจะได้ใช้วิทยาการทางการแพทย์ช่วยให้เมียสมความปรารถนา“ยังไงก็ได้ค่ะ จะชายหรือหญิง หรือจะแฝด เอวารีนโอเคหมด เพราะเขาคือลูกของเรา” เธอตอบผมกลับมาด้วยรอยยิ้ม งั้นก็จัดไปต
Elvelyn talkพี่เฟยหลงค่อยๆ ถอดชุดเจ้าสาวจีนของฉันออก แม้ว่าชุดและเครื่องประดับจะเยอะไปหมด แต่พี่เฟยหลงก็ใจเย็นกับมันมากๆ โดยเฉพาะเครื่องประดับที่หัวของฉัน ถ้าถอดอย่างไม่ระวัง มันอาจทำให้ฉันเจ็บได้ พี่เฟยหลงมือเบากับฉันและทำเวลาถอดทุกอย่างได้รวดเร็วจริงๆ เครื่องประดับบางอย่าง เริ่มถูกถอดออกทีละชิ้นแล้ว"เจ็บไหมครับ" เจ้าบ่าวสุดหล่อของฉัน ถามขึ้นมาขณะกำลังถอดเครื่องประดับบนหัวของฉัน"ไม่เจ็บเลยค่ะ มือพี่เบามากๆ" ฉันตอบออกไปพร้อมรอยยิ้มเมื่อเครื่องประดับบนหัวถูกถอดออกจนหมด ก็เหลือชุดเจ้าสาวที่ไม่ได้ถอดออกง่ายๆ เลย ชุดถอดออกยากมากๆ แถมใส่หลายชั้นด้วย แต่ฉันก็ไม่ได้ใจร้ายปล่อยให้คนรักของฉันเหนื่อยกับการถอดชุดอยู่ฝ่ายเดียวหรอกนะ ฉันช่วยเขาถอดชุดเจ้าสาวอลังการนี้ออก เมื่อพี่เฟยหลงและฉันร่วมมือร่วมใจกันถอดชุดเจ้าสาวของฉันจนสำเร็จ ซึ่งใช้เวลาในการถอดเครื่องประดับและชุดก็เกือบยี่สิบนาทีแล้ว พี่เฟยหลงจึงไม่รอช้า เขารีบจัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองออกจากร่างกายเช่นกัน และตอนนี้เราทั้งสองคนก็ยืนเปลือยเปล่าล่อนจ้อนกันทั้งคู่แล้ว"เอวารีนสวยมากเลยนะครับ" คำชมที่ฉันได้ยินแทบทุกครั้งที่เรามีอะไรกัน"พี่ก็
Elvelyn talkสองเดือนผ่านไปฉันและคนรักของฉันเข้าพิธีแต่งงานตามธรรมเนียมของคนจีน ช่วงเช้าเราทำพิธีแบบจีน และแน่นอนป๊า เจ้พลอย และไพลิน ก็เดินทางมาร่วมพิธีแต่งงานของฉันด้วย ถึงเจ้พลอยจะท้องได้สามเดือนกว่าๆ แต่เจ้ก็ยังเดินทางมาร่วมงานแต่งของฉัน ซึ่งมันทำให้ฉันมีความสุขมากจริงๆฉันตื่นแต่งหน้าแต่งตัวตั้งแต่ตีสาม ซึ่งชุดแต่งงานของเจ้าสาวจีน ค่อนข้างยุ่งยาก เพราะมีเครื่องประดับเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ชุดก็สวยงดงามมากจริงๆ วันนี้ฉันมีจินเย่วเพื่อนรักคอยช่วยเหลือไม่ห่าง พร้อมทั้งพี่น้องของฉันก็คอยเคียงข้างและช่วยเหลืองานแต่งของฉันเช่นกันเมื่อถึงเวลาของพิธีตอนเช้า พี่เฟยหลงเจ้าบ่าวของฉันก็นั่งรถ Rolls-Royce มายังบ้านของฉัน เมื่อเจ้าบ่าวมาถึงหน้าบ้าน เขาก็มอบของให้ม๊าที่ยืนรอต้อนรับอยู่ตรงหน้าประตู พิธีนี้คล้ายเป็นการที่เจ้าบ่าวต้องขอบคุณแม่ของฝ่ายหญิงที่ให้กำเนิดและเลี้ยงเจ้าสาวมาจนเติบใหญ่ จากนั้นพี่เฟยหลงก็เดินขึ้นมารับฉันบนห้อง เมื่อพี่เฟยหลงเปิดประตูห้องเข้ามา เขาทำหน้าตะลึงไปสักพัก ไม่รู้ทึ่งในความสวยของฉัน หรือทึ่งในเครื่องประดับที่ฉันสวมใส่อยู่ แต่ดูแล้วน่าจะตะลึงในความงามของฉันนะ ก็ดูสา
สามเดือนผ่านไปอีกไม่กี่วันก็ใกล้ถึงวันแต่งงานของฉันแล้ว เชื่อไหมว่าฉันคิดว่าฉันแต่งงานไวแล้วนะ เอวารีนชิงแต่งก่อนฉันไปเมื่อเดือนที่แล้ว เอวารีนบอกว่าคุณเฟยหลงรอไม่ไหว เขารอมาหลายปีละ จึงรีบเร่งงานแต่งให้ไวขึ้น และตอนนี้ก็ถึงคิวของฉัน เอวารีนเป็นเพื่อนเจ้าสาวที่ดีมาก เพราะเธอเพิ่งเข้าพิธีแต่งงานมาหมาดๆ เลยให้คำแนะนำและคอยช่วยเหลืออย่างดีเมื่อถึงวันแต่งงาน เจ้าบ่าวสุดหล่อของฉันนั่งรถที่มีโบว์สีชมพูผูกอยู่ที่กระโปรงหน้ารถ มายังบ้านเจ้าสาวก็คือฉันเอง เมื่อเจ้าบ่าวมาถึงบ้านของฉัน ก็มอบของให้แม่ของฉัน เพื่อเป็นการตอบแทนที่ท่านตั้งท้องฉันมา และเมื่อเขาเดินขึ้นมารับฉันที่ห้อง เราสองคนก็เดินออกจากห้องแต่เราไม่ได้เดินออกไปอย่างง่ายๆ นะ เรายังต้องผ่านด่านของคนที่มากั้นประตู ซึ่งเราสองคนต้องแจกอั่งเปาพวกเขาก่อน จึงจะลงมาทำพิธีที่ชั้นล่างได้เมื่อเราทั้งสองลงมาด้านล่าง จากนั้นเราก็ทำพิธีไหว้ฟ้าดิน ไหว้เจ้าที่ (ที่เรียกว่า "ตี่จูเอี๊ย") ไหว้เทพเจ้าเตาไฟ ซึ่งอยู่ในครัว และไหว้บรรพบุรุษของฉัน เพื่อบอกกล่าวให้พวกท่านทราบว่าฉันกำลังจะจากครอบครัวไปแล้ว จากนั้นจึงทำการคารวะน้ำชาพ่อแม่ของฉันเมื่อเสร็จ
ตอนนี้เราทั้งสามคนเรียนอยู่ปีสี่ ซึ่งพวกเราใกล้จะเรียนจบกันแล้ว เอวารีนไม่รู้เลยว่าฉันและเจียอีคบกัน แต่เอาจริงๆ ฉันกับเจียอีคบกันเป็นแฟนมาแค่ไม่กี่เดือนเอง และตอนนี้เราทั้งหมดเรียนอยู่ปีสี่ ก็ต้องไปฝึกงานตามบริษัท แน่นอนว่า…เอวารีนไปฝึกงานที่บริษัทของคุณเฟยหลง จึงทำให้เธอยังไม่รู้เรื่องของฉันกับเจียอี แต่ยังไงฉันต้องบอกเพื่อนรักของฉันอยู่แล้วเอวารีนเล่าให้ฉันฟังว่าอีกไม่กี่วันเธอต้องเดินทางไปประเทศไทย เพื่อไปร่วมงานแต่งงานของพี่สาวเธอ ซึ่งฉันก็ร่วมดีใจไปกับเจ้พลอยด้วย เพราะฉันเคยไปดูคอนเสิร์ตของเจ้พลอยมาแล้ว เจ้น่ารักมากจริงๆ เจ้พลอยกำลังจะแต่งงานกับคุณเฟยเจินที่เป็นพี่ชายของแฟนเพื่อนรักฉันเองหนึ่งอาทิตย์ต่อมาวันนี้เจียอีพาฉันออกมาดูหนัง ซึ่งเป็นหนังรักโรแมนติก เขาเลือกรอบหนังเวลาสี่ทุ่มกว่าๆ คงอยากให้ในโรงหนังมีคนน้อยๆ เพื่อจะได้คลอเคลียกับฉันไปด้วยสิท่า เพราะตั้งแต่ตกลงเป็นแฟนกัน พ่อคุณก็ทำรักกับฉันแทบทุกวันเลย คนอะไรเอาเก่งจริงๆ และเมื่อถึงเวลาฉายหนัง เราสองคนก็เข้ามานั่งข้างใน และก็จริงคนในโรงหนังน้อยมากๆ แทบจะไม่มีใครเลย นอกจากเจ้าหน้าที่ของโรงหนังที่ยืนอยู่ตรงทางเข้าออกของปร







