LOGINElvelyn talk
"นี่!!! หายไปตั้งหลายชั่วโมง ทำไมกลับมาช้าขนาดนี้"
ม๊าดุฉันทันทีที่ฉันเปิดประตูเข้ามา
"ขอโทษค่ะม๊า หนูวิ่งสะดุดล้ม เลยแวะทำแผลที่ห้องพยาบาลของโรงเรียนก่อน ทำให้กลับช้าค่ะ"
"นี่ทำแล้วหรอ ไหนล่ะพลาสเตอร์"
ม๊าถามทันทีที่เห็นแผลถลอกตรงหัวเข่าของฉัน ซึ่งไร้พลาสเตอร์ปิดแผล
"เอ่อ...หลุดหายไปตอนหนูวิ่งกลับมาบ้านมั้งคะ"
"โกหกเก่งแต่เด็กเลยนะยะ เหมือนป๊าแกไม่มีผิด...และไหนผลการสอบ ส่งมาให้ฉันดูหน่อย ถ้าต่ำกว่า 3.5 แกได้โดนไม้เรียวเป็นรางวัลแน่"
ซวยละ หายไปไหนวะ ฉันพยายามหา แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ฉันได้แต่คิดในใจคงต้องยอมรับไม้เรียวของม๊า เป็นรางวัลแทนแล้วล่ะ
"เอ่อ...ลืมไว้ที่ห้องพยาบาลค่ะ ^^"
"นังเอวารีน!!! แกนี่มัน"
"เพี๊ยะๆๆ"
เสียงไม้เรียวฟาดเข้าที่แก้มก้นของฉันอย่างแรงสามครั้ง...
"โอ๊ยยยย...เจ็บ ตายๆๆ ก้นพังหมดแล้ว"
ฉันยืนบ่นพึมพัมอยู่หน้ากระจกในห้องนอน สองมือถกกระโปรงขึ้นและดึงแพนตี้ลงไปไว้ที่หัวเข่า จากนั้นฉันก็เอี้ยวตัวหันไปมองดูเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ตอนนี้ก้นและต้นขาด้านหลังของฉัน...เป็นรอยแผลจากไม้เรียวของแม่เต็มไปหมด
"นี่ม๊าเป็นนักเทนนิสทีมชาติมาก่อนหรือไงกัน หวดเก่งเหลือเกิน"
ฉันแอบนินทาม๊า ฉันพยายามทำใจไม่โกรธท่านนะ แต่บางครั้งก็รู้สึกน้อยใจม๊าเหมือนกัน อะไรๆ ก็ตีฉัน ตีตั้งแต่เด็กจนโตเป็นสาว ท่านก็ยังไม่เลิกตีเลย
"เออ...และสมุดผลการสอบมันหายไปไหนเนี่ย โอ๊ย!!! ทำไมชีวิตฉันต้องเจออะไรแบบนี้ด้วย" ฉันพยายามคิดและก็เริ่มนึกขึ้นได้ว่า สมุดน่าจะหล่นตอนฉันล้มลงกลางถนน แต่ถ้าออกไปดูตอนนี้ ม๊าก็คงว่าฉันอีก ถ้าไปหาและไม่เจอ กลับบ้านมาก็โดนฟาดอีกครั้ง
"ค่อยไปดูใหม่พรุ่งนี้ละกัน"
ฉันบอกตัวเองและจากนั้นฉันก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดอยู่บ้านเพื่อเตรียมตัวลงไปช่วยแม่ทำงานบ้าน ซึ่งขณะที่ฉันกำลังยืนตากผ้าอยู่ด้านล่าง ก็มีเสียงของชายหนุ่มกล่าวทักทายขึ้นมา
"สวัสดีเอวารีน"
"ว้าย!!! คุณ...คุณมาทำอะไรที่นี่"
ฉันตกใจทันทีเมื่อเห็นหน้าเขา ไม่ใช่ตกใจในความหล่อนะ แต่ตกใจที่ความซวยอาจจะกำลังมาเยือนในเร็วๆ นี้ ถ้าม๊ามาเห็นว่ามีผู้ชายมาหาลูกสาวถึงบ้าน ไม่ใช่แค่จะโดนไม้เรียวฟาดนะ ไม้หน้าสามต้องเข้าแล้วล่ะทีนี้
"คุณมานี้เลย"
ฉันรีบดึงมือเขา และพาเขาเดินไปให้ไกลจากบริเวณบ้านทันที
"เอวารีน คุณยังเด็กอยู่เลย ทำไมใจกล้าจัง"
"ใจกล้าอะไร"
ฉันถามเขากลับไปด้วยความงุงงง แต่ผู้ชายตรงหน้ากลับยิ้มกรุ้มกริ่มมาให้ซะอย่างงั้น
"ก็คุณพาผมมาที่ลับตาคน คุณ...จะทำอะไรไม่ดีกับผมหรือเปล่า"
"บ้าหรอคุณ คิดอะไรอยู่เนี่ย คุณจะพาฉันซวยเอานะ"
ฉันพูดไป พลางชะเง้อมองม๊าไป ฉันกลัวม๊าออกมาตามหาและจะเจอแจ็คพ็อตเข้า
"ซวยยังไงหรอครับ"
ยัง...เขายังไม่หยุดพูดและยังถามฉันต่อไป จนกระทั่งฉันเริ่มหงุดหงิด เพราะเขาอาจนำความซวยมาให้ฉันได้
"คุณไม่จำเป็นต้องรู้ เอาเป็นว่าคุณมาหาฉันทำไม"
"ผมเอานี่มาให้"
เขายื่นสมุดผลการสอบให้ฉัน
"เฮ้ย มันอยู่ที่คุณหรอ"
"ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ ขอบคุณจริงๆ"
ฉันดีใจมากที่ได้เห็นมันอีกครั้ง ฉันจึงก้มหัวขอบคุณเขาถึงสามครั้ง จนเขาถึงกับทำตาโตตกใจ
"นี่คุณ จะก้มหัวให้ผมหลายรอบทำไม ดีใจขนาดนั้นเลยหรอ"
"ดีใจสิ ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งนะ และก็...เอ่อ..."
"มีอะไรอยากจะพูดอีกหรือเปล่าครับ"
"ถ้าไม่จำเป็น...ไม่ต้องมาหาฉันอีกแล้วนะคะ และก็...ลาก่อนค่ะ"
ฉันก้มหัวให้เขาอีกหนึ่งครั้ง และรีบวิ่งจากเขาไปทันที
___________________________________
Elvelyn talkหนึ่งเดือนผ่านไปน้ำยาของพี่เฟยหลงก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ประจำเดือนฉันมาเลทและฉันก็รู้สึกเวียนหัวอยู่เป็นประจำ ฉันจึงเข้าตรวจร่างกายและก็พบว่า ฉันท้องอ่อนๆ ได้สองสัปดาห์แล้ว สามีฉันช่างเยี่ยมยอดอย่าบอกใครเชียว เมื่อพี่เฟยหลงทราบถึงข่าวดีนี้ เขาก็ดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ เขารีบกลับมาบ้านและดูแลประคบประหงมฉันอย่างดี"ที่รักอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมครับ" เขาเข้ามากอดฉันทันทีที่กลับมาถึงบ้าน และก็ถามฉันทันทีว่าอยากทานอะไร"เอวารีนมึนหัว กินอะไรไม่ค่อยลงเท่าไหร่ค่ะ" คำตอบของฉัน ทำให้สามีทำหน้าเริ่มเป็นห่วง"ถ้าไม่กิน จะไม่ดีต่อตัวเองและลูกนะครับ กินสักหน่อยนะ เดี๋ยวพี่ไปอุ่นนมให้ดื่มนะครับ""ก็ดีเหมือนกันค่ะ ขอบคุณนะคะ"พี่เฟยหลงดูแลฉันดีมากๆ ช่วงสามเดือนแรก ฉันแพ้ท้องน่าดู กินอะไรแทบไม่ได้ ไม่ว่าจะกินอะไรเข้าไป ก็จะอาเจียนออกมาตลอด จนถึงขั้นที่พี่เฟยหลงต้องพาฉันไปนอนโรงพยาบาล ฉันถูกเจาะแขนเพื่อให้น้ำเกลือผ่านทางสายยาง ฉันนอนโรงพยาบาลอยู่ประมาณสามวัน และเมื่อเข้าสู่เดือนที่สี่ ทุกอย่างก็เริ่มดีขึ้น ฉันทานอาหารได้มากขึ้นและแทบจะไม่แพ้ท้องแล้วพอเข้าเดือนที่หก เราก็เริ่มรู้เพศของลู
Fei long talkหนึ่งปีผ่านไปหลังจากงานแต่งงานของเรา ตอนนี้ครอบครัวตระกูลเฉินก็มีทายาทฝาแฝดน้อยๆ ลืมตาออกมาดูโลกแล้ว เด็กสองคนนั้นคือหลานชายและหลานสาวของผมเอง ชื่อเพทายกับแพรววนิต เป็นลูกของพลอยและเฮีย ตอนนี้หลานๆ ของผมอายุได้สามเดือนแล้ว น่ารักน่าชังมากๆ ผมเห็นแล้วก็เริ่มอยากมีลูกเป็นของตัวเองสักที ผมจึงคุยกับเมียผมอย่างจริงจัง เราทั้งคู่ไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย ผมอยากให้ร่างกายของเราพร้อมสำหรับการมีลูก เมื่อผลตรวจร่างกายออกมา ไม่พบความปกติใดใด ผมกับเอวารีนแข็งแรงกันทั้งคู่ ผมจึงเริ่มปฏิบัติภารกิจทำลูกกับเมียสุดที่รักของผมทันที“ที่รักครับ เราเริ่มทำลูกกันเลยดีไหมครับ” ผมทำเสียงออดอ้อนใส่เมียผม“ก็ดีนะคะ ตอนนี้เอวารีนก็อยากมีลูกแล้ว เพทายกับแพรววนิตน่ารักมาก และเดือนหน้าจินเย่วก็จะคลอดลูกชายออกมาแล้ว ตื่นเต้นแทนจินเย่วจังเลยค่ะ”“และที่รักอยากมีลูกชายหรือลูกสาวเป็นคนแรก หรืออยากมีลูกแฝดครับ” ผมถามความต้องการของเมีย เผื่อจะได้ใช้วิทยาการทางการแพทย์ช่วยให้เมียสมความปรารถนา“ยังไงก็ได้ค่ะ จะชายหรือหญิง หรือจะแฝด เอวารีนโอเคหมด เพราะเขาคือลูกของเรา” เธอตอบผมกลับมาด้วยรอยยิ้ม งั้นก็จัดไปต
Elvelyn talkพี่เฟยหลงค่อยๆ ถอดชุดเจ้าสาวจีนของฉันออก แม้ว่าชุดและเครื่องประดับจะเยอะไปหมด แต่พี่เฟยหลงก็ใจเย็นกับมันมากๆ โดยเฉพาะเครื่องประดับที่หัวของฉัน ถ้าถอดอย่างไม่ระวัง มันอาจทำให้ฉันเจ็บได้ พี่เฟยหลงมือเบากับฉันและทำเวลาถอดทุกอย่างได้รวดเร็วจริงๆ เครื่องประดับบางอย่าง เริ่มถูกถอดออกทีละชิ้นแล้ว"เจ็บไหมครับ" เจ้าบ่าวสุดหล่อของฉัน ถามขึ้นมาขณะกำลังถอดเครื่องประดับบนหัวของฉัน"ไม่เจ็บเลยค่ะ มือพี่เบามากๆ" ฉันตอบออกไปพร้อมรอยยิ้มเมื่อเครื่องประดับบนหัวถูกถอดออกจนหมด ก็เหลือชุดเจ้าสาวที่ไม่ได้ถอดออกง่ายๆ เลย ชุดถอดออกยากมากๆ แถมใส่หลายชั้นด้วย แต่ฉันก็ไม่ได้ใจร้ายปล่อยให้คนรักของฉันเหนื่อยกับการถอดชุดอยู่ฝ่ายเดียวหรอกนะ ฉันช่วยเขาถอดชุดเจ้าสาวอลังการนี้ออก เมื่อพี่เฟยหลงและฉันร่วมมือร่วมใจกันถอดชุดเจ้าสาวของฉันจนสำเร็จ ซึ่งใช้เวลาในการถอดเครื่องประดับและชุดก็เกือบยี่สิบนาทีแล้ว พี่เฟยหลงจึงไม่รอช้า เขารีบจัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองออกจากร่างกายเช่นกัน และตอนนี้เราทั้งสองคนก็ยืนเปลือยเปล่าล่อนจ้อนกันทั้งคู่แล้ว"เอวารีนสวยมากเลยนะครับ" คำชมที่ฉันได้ยินแทบทุกครั้งที่เรามีอะไรกัน"พี่ก็
Elvelyn talkสองเดือนผ่านไปฉันและคนรักของฉันเข้าพิธีแต่งงานตามธรรมเนียมของคนจีน ช่วงเช้าเราทำพิธีแบบจีน และแน่นอนป๊า เจ้พลอย และไพลิน ก็เดินทางมาร่วมพิธีแต่งงานของฉันด้วย ถึงเจ้พลอยจะท้องได้สามเดือนกว่าๆ แต่เจ้ก็ยังเดินทางมาร่วมงานแต่งของฉัน ซึ่งมันทำให้ฉันมีความสุขมากจริงๆฉันตื่นแต่งหน้าแต่งตัวตั้งแต่ตีสาม ซึ่งชุดแต่งงานของเจ้าสาวจีน ค่อนข้างยุ่งยาก เพราะมีเครื่องประดับเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ชุดก็สวยงดงามมากจริงๆ วันนี้ฉันมีจินเย่วเพื่อนรักคอยช่วยเหลือไม่ห่าง พร้อมทั้งพี่น้องของฉันก็คอยเคียงข้างและช่วยเหลืองานแต่งของฉันเช่นกันเมื่อถึงเวลาของพิธีตอนเช้า พี่เฟยหลงเจ้าบ่าวของฉันก็นั่งรถ Rolls-Royce มายังบ้านของฉัน เมื่อเจ้าบ่าวมาถึงหน้าบ้าน เขาก็มอบของให้ม๊าที่ยืนรอต้อนรับอยู่ตรงหน้าประตู พิธีนี้คล้ายเป็นการที่เจ้าบ่าวต้องขอบคุณแม่ของฝ่ายหญิงที่ให้กำเนิดและเลี้ยงเจ้าสาวมาจนเติบใหญ่ จากนั้นพี่เฟยหลงก็เดินขึ้นมารับฉันบนห้อง เมื่อพี่เฟยหลงเปิดประตูห้องเข้ามา เขาทำหน้าตะลึงไปสักพัก ไม่รู้ทึ่งในความสวยของฉัน หรือทึ่งในเครื่องประดับที่ฉันสวมใส่อยู่ แต่ดูแล้วน่าจะตะลึงในความงามของฉันนะ ก็ดูสา
สามเดือนผ่านไปอีกไม่กี่วันก็ใกล้ถึงวันแต่งงานของฉันแล้ว เชื่อไหมว่าฉันคิดว่าฉันแต่งงานไวแล้วนะ เอวารีนชิงแต่งก่อนฉันไปเมื่อเดือนที่แล้ว เอวารีนบอกว่าคุณเฟยหลงรอไม่ไหว เขารอมาหลายปีละ จึงรีบเร่งงานแต่งให้ไวขึ้น และตอนนี้ก็ถึงคิวของฉัน เอวารีนเป็นเพื่อนเจ้าสาวที่ดีมาก เพราะเธอเพิ่งเข้าพิธีแต่งงานมาหมาดๆ เลยให้คำแนะนำและคอยช่วยเหลืออย่างดีเมื่อถึงวันแต่งงาน เจ้าบ่าวสุดหล่อของฉันนั่งรถที่มีโบว์สีชมพูผูกอยู่ที่กระโปรงหน้ารถ มายังบ้านเจ้าสาวก็คือฉันเอง เมื่อเจ้าบ่าวมาถึงบ้านของฉัน ก็มอบของให้แม่ของฉัน เพื่อเป็นการตอบแทนที่ท่านตั้งท้องฉันมา และเมื่อเขาเดินขึ้นมารับฉันที่ห้อง เราสองคนก็เดินออกจากห้องแต่เราไม่ได้เดินออกไปอย่างง่ายๆ นะ เรายังต้องผ่านด่านของคนที่มากั้นประตู ซึ่งเราสองคนต้องแจกอั่งเปาพวกเขาก่อน จึงจะลงมาทำพิธีที่ชั้นล่างได้เมื่อเราทั้งสองลงมาด้านล่าง จากนั้นเราก็ทำพิธีไหว้ฟ้าดิน ไหว้เจ้าที่ (ที่เรียกว่า "ตี่จูเอี๊ย") ไหว้เทพเจ้าเตาไฟ ซึ่งอยู่ในครัว และไหว้บรรพบุรุษของฉัน เพื่อบอกกล่าวให้พวกท่านทราบว่าฉันกำลังจะจากครอบครัวไปแล้ว จากนั้นจึงทำการคารวะน้ำชาพ่อแม่ของฉันเมื่อเสร็จ
ตอนนี้เราทั้งสามคนเรียนอยู่ปีสี่ ซึ่งพวกเราใกล้จะเรียนจบกันแล้ว เอวารีนไม่รู้เลยว่าฉันและเจียอีคบกัน แต่เอาจริงๆ ฉันกับเจียอีคบกันเป็นแฟนมาแค่ไม่กี่เดือนเอง และตอนนี้เราทั้งหมดเรียนอยู่ปีสี่ ก็ต้องไปฝึกงานตามบริษัท แน่นอนว่า…เอวารีนไปฝึกงานที่บริษัทของคุณเฟยหลง จึงทำให้เธอยังไม่รู้เรื่องของฉันกับเจียอี แต่ยังไงฉันต้องบอกเพื่อนรักของฉันอยู่แล้วเอวารีนเล่าให้ฉันฟังว่าอีกไม่กี่วันเธอต้องเดินทางไปประเทศไทย เพื่อไปร่วมงานแต่งงานของพี่สาวเธอ ซึ่งฉันก็ร่วมดีใจไปกับเจ้พลอยด้วย เพราะฉันเคยไปดูคอนเสิร์ตของเจ้พลอยมาแล้ว เจ้น่ารักมากจริงๆ เจ้พลอยกำลังจะแต่งงานกับคุณเฟยเจินที่เป็นพี่ชายของแฟนเพื่อนรักฉันเองหนึ่งอาทิตย์ต่อมาวันนี้เจียอีพาฉันออกมาดูหนัง ซึ่งเป็นหนังรักโรแมนติก เขาเลือกรอบหนังเวลาสี่ทุ่มกว่าๆ คงอยากให้ในโรงหนังมีคนน้อยๆ เพื่อจะได้คลอเคลียกับฉันไปด้วยสิท่า เพราะตั้งแต่ตกลงเป็นแฟนกัน พ่อคุณก็ทำรักกับฉันแทบทุกวันเลย คนอะไรเอาเก่งจริงๆ และเมื่อถึงเวลาฉายหนัง เราสองคนก็เข้ามานั่งข้างใน และก็จริงคนในโรงหนังน้อยมากๆ แทบจะไม่มีใครเลย นอกจากเจ้าหน้าที่ของโรงหนังที่ยืนอยู่ตรงทางเข้าออกของปร







