เข้าสู่ระบบ
เกือบอาทิตย์ที่เธอใช้ชีวิตอย่างสงบ หลังจากออกมาจากคอนโดเก่าและไม่ได้ไปทำงานที่ร้านสักลายสักพัก ทีแรกกะให้เรื่องนี้เงียบ หรือเซนต์เลิกตามเธอจึงจะกลับไปทำงานต่อ แต่ด้วยค่าใช้จ่ายที่จะต้องใช้สอยในแต่ละวันเธอจึงกังวลว่าเงินเก็บจะหมดลง จึงอยู่เฉยนานไม่ได้ จะต้องหางานเสริมทำในระหว่างนี้
ในขณะที่เธอนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ในร้านสะดวกซื้อและกำลังหางานในอินเตอร์เน็ตไปด้วยอยู่นั้น จู่ๆ มีใครบางคนเดินเข้ามาสะกิด เธอชะงักหลังที่หันไปเห็นว่าเป็นหลินผู้หญิงที่เจอในร้านก๋วยเตี๋ยววันนั้น หากแต่วันนี้เธอมาคนเดียว ไม่เห็นคนชื่อเพลิงแฟนของเธอมาด้วย
“คะ”
“วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอ”
วันหนึ่งจ้องหน้าหล่อนตาไม่กะพริบและไม่ตอบในทันที พร้อมสีหน้าที่เรียบเฉยไม่ใช่ว่าเธอหยิ่ง ทว่าสมองกำลังประมวลผล ถึงความเป็นกันเองของอีกฝ่ายที่เหมือนจะมีมากจนเกินไป ในขณะที่มันไม่ใช่นิสัยของเธอเลยสักนิด จึงเป็นเรื่องปกติถ้าเธอจะงงเป็นพิเศษ และเข้าไม่ถึงสิ่งนั้น แต่ก็ยังเลือกที่จะยิ้มน้อยๆกลับไปให้ พร้อมคำตอบที่นุ่มนวล
“กำลังหาอยู่ค่ะ”
“หืม? หางานเหรอ”
เพียงแค่คำตอบสั้นๆเพียงคำตอบเดียว กลับทำให้ร่างเล็กที่เหมือนเจตนามาแค่จะทักทายกันเฉยๆในทีแรก ลากเก้าอี้ใต้โต๊ะออกมานั่งข้างกัน วันหนึ่งเอียงคอ ปิดหน้าจอโทรศัพท์ที่ค้างไว้ เพื่อที่จะคุยกับหล่อนอย่างตั้งใจ
“ค่ะหางาน พอดีที่ทำงานเก่าหนึ่งมีปัญหานิดหน่อยเลยพักเอาไว้ ตอนนี้ที่จะหาคืองานพาร์ทไทม์ พี่พอจะมีที่แนะนำ..”
“ไปทำกับพี่ไหมล่ะ”
ไม่ทันที่สาวเจ้าจะพูดจบ ก็ถูกอีกคนสวนแทรกขึ้นมา คิ้วคู่สวยเลิกสูง ในขณะแววตาเต็มไปด้วยความแปลกใจ แต่อีกคนกลับยิ้มกรุ้มกริ่ม
“งานอะไรเหรอคะ”
“เรซควีนน่ะ สนใจไหม”
“เอ่อ..หนึ่งไม่..”
“พี่พอจะรู้ว่าเราค่อนข้างติสท์ แต่รู้ไหมว่าทรงเอย หน้าตาเอย มันเหมาะหมดเลย เสียดายนะถ้าหนูไม่ลองเก็บไปคิดดูก่อน”
“ทำไมพี่ดูจริงจังนักคะ”
ยอมรับว่าวันหนึ่งเริ่มกลัวแล้ว เพราะพี่สาวข้างๆหล่อนค่อนข้างเป็นคนแปลก ทั้งที่เธอแสดงสีหน้าให้เห็นอย่างชัดเจนว่ากำลังกังวล ถึงได้ดึงศีรษะถอยห่างออกไป เอ่ยถามสีหน้าฉงน
“สารภาพก็ได้ พี่น่ะเล็งน้องตั้งแต่แรกแล้ว”
“หมายถึงจะให้ไปทำงานนี้นะเหรอคะ”
“อืมฮึ” หลินยักคิ้ว และรอยยิ้มกว้างของหล่อนก็ทำให้วันหนึ่งถึงกับยิ้มเจื่อน “แฟนพี่เป็นนักแข่งรถ ส่วนพี่ฝ่ายอีเวนท์ออแกไนซ์”
พลันพยักหน้าให้กับข้อมูลใหม่ที่ได้รับมาด้วยใบหน้าที่ทึ่ง
“อ่าฮะ..”
วันหนึ่งเก็บคำแนะนำของเพื่อนใหม่ที่เพิ่งจะเจอกันเพียงสองครั้งกลับคิดที่ห้อง ถึงเธอจะไม่เข้าใจเนื้องานแบบถ่องแท้ แต่คำว่าเรซควีนก็พอจะผ่านหูมาบ้าง คงเป็นงานดูแลนักแข่ง กางร่มให้ประมาณนี้ ซึ่งเป็นงานที่ค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับค่าตอบแทนที่จะได้มา แถมไม่ได้ทำทุกวัน มีเฉพาะวันแข่ง เรียกได้ว่าทุกอย่างดีหมด ยกเว้นความกล้าของเธอ เนื่องจากว่าเธอไม่ค่อยชอบที่ที่มีคนเยอะ และไม่ชอบเป็นจุดเด่นสักเท่าไหร่
“เอาไงดี..”
หญิงสาวช่างใจ ทั้งที่ใจมากกว่าครึ่งเทไปทางนั้นแล้ว
ติ้ง!
แชทหลิน
หลิน : ทักทายจ้าน้องหนึ่ง
วันหนึ่งละสายตาจากวิวข้างล่างมายังโทรศัพท์ในมือ หลังเธอเดินมารับลมที่ระเบียง และผ่อนคลายไม่อยากให้รู้สึกว่าอุดอู้มากเกินไป เพื่อไม่ให้หาเรื่องไปหาอะไรทำข้างนอกเสี่ยงให้ลูกน้องของเซนต์เห็นแล้วถูกจับได้
วันหนึ่ง : ค่ะพี่
หลิน : โทษทีนะ ทั้งที่เพิ่งจะแยกกันเมื่อกี้
วันหนึ่ง : ไม่เป็นไรค่ะ พี่หลินมีอะไรหรือเปล่าคะ
หลิน : คือ อย่าหาว่าพี่เร่งอะไรเลยนะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว แฟนพี่เขาเพิ่งจะโทรมาบอกว่า จะมีการแข่งเรซล่าสุดอาทิตย์หน้า เผื่อว่าน้องหนึ่งสนใจ จะได้ล็อคเป้าไว้เลย พี่ไม่ต้องรับคนอื่นอยู่ไง สนใจไหมคะ เงินดีน้า..คนสวย
อ่านจบสาวเจ้าก็ยืนนิ่ง สมองตอนนี้กำลังปั่นป่วนอย่างหนัก คล้ายถูกประมวลอย่างเร่งด่วนจนปรับสภาพไม่ทัน ไม่มีเวลาให้คิดนาน และเมื่อช่างใจไตร่ตรองถี่ถ้วนแล้วว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะไม่คว้าโอกาสครั้งนี้เอาไว้ จึงตัดสินใจในทันที
วันหนึ่ง : ค่ะพี่หลิน ลองดูก็ได้ค่ะ แต่หนึ่งไม่เคยทำนะ ไม่มีประสบการณ์
หลิน : ไม่เป็นไรเลยค่ะน้องหนึ่ง งานไม่ได้ยากอะไร อย่างหนูพี่แนะนำครั้งเดียวคงจะเป็นมือชีพได้เลย ถ้าอย่างนั้นรายละเอียดส่งให้คร่าวๆก่อนนะคะ จะได้เตรียมตัว ไม่ตื่นเต้นเกิน”
วันหนึ่ง : ค่ะพี่
เธอมองหน้าจอที่มีเครื่องหมายอ่านแล้วทิ้งท้าย มานึกลังเลอีกทีก็ตอนตกลงปลงใจไปแล้ว พลางถอนหายใจพรืด
“ถือว่าชะตานำพาก็แล้วกันนะ..”
เสียงน้ำไหลในอ่าง ช่วยบรรเทาความประหม่าภายใต้ความเงียบได้ดีทีเดียว หลังร่างเล็กถูกเขาประคองมาถึงห้องน้ำ และให้เธอนั่งอยู่ในอ่างที่มีน้ำไม่ถึงครึ่ง โดยถอดเสื้อผ้าออกไปทั้งหมด ความตื้นเขินถาโถมหลังจากนั้น เมื่อเขาเอาแต่จ้องมองเรือนร่างเปลือยตรงหน้าตาไม่กะพริบ ความรู้สึกมายมายที่ไม่สามารถระบายกระจายไปทั่วพื้นที่สมอง คืนนี้ทั้งคู่มีสติ ไม่เหมือนคืนก่อน ถึงได้ต่างฝ่ายต่างเงียบกริบกันเช่นนี้ “หนาวหน่อย ไม่ได้ผสมน้ำอุ่น” “มะ ไม่เป็นไรค่ะ” แขนเรียวข้างที่มีผ้าพันแผลถูกเขายกไปวางบนตักแกร่งของตัวเอง ส่วนอีกข้างถูกรดด้วยน้ำจากอ่างที่ใช้มือตัก เขาทำมันอย่างอ่อนโยน ประหนึ่งอาบน้ำให้เด็ก การกระทำนี้ทำให้เธอเผลอนิ่วหน้า ก่อนก้มหน้างุดหลีกเลี่ยงการร้องไห้ ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเธอ..ไม่เคยเลย “เป็นอะไรไป” “หนึ่งเป็นเด็กกำพร้า” “หืม?” จู่ๆเธอก็โพล่งขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำมือหนากำลังถูเนื้อเนียนอย่างละเมียดละไมชะงัก เงยหน้าขึ้นมาสบตาไหววูบ คิ้วที่ขมวดเข้าหากันของเขาบ่งบอกถึงควา
เขาพาเธอมายังคอนโดของเขาแทนที่จะพาไปโรงพยาบาล เนื่องจากอยู่ใกล้ที่สุด ความเงียบเข้าปกคลุมมาตั้งแต่ในรถ จนกระทั่งถึงห้องก็ยังไม่มีอะไรหลุดออกมาจากปากของพวกเขา ตอนนี้อยู่ในห้อง ทั่วพื้นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยา ระหว่างทำแผล “ดีจัง ไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาลเลย” ร่างเล็กคลี่ยิ้ม ช้อนตาขึ้นมองร่างสูงตรงหน้า ที่เอาแต่ทำหน้าเคร่งขรึม เขาเหลือบตาขึ้นมามอง พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย “แผลนี้ต้องเย็บนะ ทนไหวไหม” “ไหวค่ะ” “จะทำให้เบาที่สุด” ถึงจะบอกไปอย่างนั้น แต่เธอก็หวาดเสียวอยู่ดี พลันเบือนหน้าไปทางอื่นก็ตอนเห็นเข็ม และกัดปากเป็นการระบายความเจ็บปวด เขาเลือกที่จะเย็บสดๆเพียงเพราะต้องการให้ปากแผลปิดง่ายหายเร็วภายใต้การรอบมองของผู้รักษาเป็นระยะๆ จังหวะเข็มทิ่มทะลุเนื้อ ด้วยความกังวลว่าเธอจะเจ็บ ทว่าผิดคาดเธอไม่งอแงเลย เดาว่าการเย็บสดครั้งนี้คงจะเจ็บน้อยกว่าตอนมีดบาดเป็นไหนๆ หรือไม่ก็เจ็บจนชาไม่รู้สึกอะไร “ขอบคุณค่ะ”หลังจากเขาทำแผลเสร็จ ติดเทปบนผ้าก็อตเป็นอย่างสุดท้าย เธอก็ยิ้มให้อีกครั้ง เหนือเมฆรู้ว่ารอยยิ้มบาง
“อีหนึ่ง” มือหนาถูกกำเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันปูด ก่อนจะเดินเร็วเข้ามาหาเธออย่างลืมตัว กะจะจัดการตามอารมณ์รุนแรงที่ไม่สามารถข่มได้เหมือนที่ผ่านมา จนลืมไปว่าตอนนี้เธอถือมืดใช้ตัวเองเป็นตัวประกันอยู่ มานึกขึ้นได้และขึงตากว้างก็ตอนที่คมมีดเฉือนลงไปบนเนื้อของหญิงสาวแล้ว ฉึก! เกิดแผลฉกรรจ์บนแขน เห็นเลือดค่อยๆซึมออกมาก่อนไหลเป็นทางตกหล่นบนพื้น เซนต์เห็นภาพนั้นถึงกับตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก “เชี่ย หนึ่ง..นี่มึง..” “เข้ามาอีกสิ คราวนี้..” แม้ว่าจะเจ็บปวดแต่เธอก็ยังฝืน ยอมกัดฟันไว้ ก่อนจะย้ายปลายมีดมาจ่อที่คอแทน “ตรงนี้.. หลังจากนี้ก็จัดการศพของกูด้วยละกัน” เป็นจังหวะเดียวกันกับที่โทรศัพท์ดังขึ้นมาพอดี คราวนี้เป็นสายโทรเข้า เธอไม่ได้หันไปมอง ทว่าหัวใจกลับเต้นแรง ใบหน้าเห่อร้อนวูบวาบ และปวดหนึบตรงกลางอก ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยเจอมาก่อน เพิ่งรู้ว่าการทำตัวเองเจ็บปวดด้วยน้ำมือของตัวเอง มันเสียใจอะไรมากมายขนาดนี้ เธอจ้องเขม็งไปยังร่างสูงตรงข้าม สายตาแข็งกร้าวเอาเรื่อง ก่อนถอยมีดออกจากตัวอีกครั้ง เพื่อ
อารมณ์รุนแรงของเซนต์ หลังจากขาดสติเมื่อครู่ได้เผลอทำร้ายร่างกายวันหนึ่ง จนเธอตกใจ กลายเป็นชนวนเหตุให้ต้องปกป้องตัวเอง เขาเข้าใจมันดี เพียงแต่คาดไม่ถึงว่าครั้งนี้เธอจะใจเด็ดถึงขั้นกล้าเล่นมีด และเริ่มลังเลเมื่อสังเกตจากแววตาเห็นความนิ่ง และมุทะลุ เขาถึงได้ไม่กล้าแลก ไม่ใช่เพราะกลัวตัวเองตายหรือเจ็บ แต่กลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจไปทำตัวเองมากกว่า“วางมีดลงหนึ่ง เดี๋ยวก็เจ็บตัวจริงๆหรอก” “งั้นก็ออกไปสิ” “หนึ่ง.. กูไม่..” “ออกไป! ถ้ากลัวว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ มึงก็ออกไป” “ให้โอกาสกันหน่อยไม่ได้เหรอวะ” “โอกาสอะไรอีก กูให้มึงมามากแล้วเซนต์ เพราะให้มากเกินไปไง กูถึงได้เป็นแบบนี้ มึงรู้ไหม..ตอนนี้กูแม่งโคตรไม่ชอบตัวเองเลย ..เพราะมึง” เธอหมายถึงงานที่เธอรัก ชีวิตที่เธอต้องการ ผู้คนที่เคยคัดสรรให้เข้ามาในชีวิตด้วยตัวเอง และอะไรต่อมิอะไรที่เธอเคยจัดการมันได้ ด้วยสองมือของเธอ แต่วันนี้กลับกลายเป็นว่าทุกอย่างเหมือนฝืนไปหมด ยากไปหมด แม้กระทั่งที่ซุกหัวนอน เธอไม่ได้ชอบที่นี่ กลับต้องย้ายมาอย่างจำใจด้วยเหตุผลเพรา
เส้นผมของเธอถูกกระชากไปข้างหลังอีกครั้ง หลังเขาพุ่งเข้ามาอีกรอบ หญิงสาวกัดฟันกรอด ทอดมองเพดานที่อยู่ภายในม่านตา ก่อนจะตัดสินใจกระทืบเท้าเขาอีกที จากนั้นถีบกลางลำตัวจนเขาถอยร่นไปไกลพอสมควร “อีหนึ่ง!” และเพราะรู้ว่าไม่สามารถสลัดไปได้อย่างถาวร แค่ถ่วงเวลาไว้ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เธอจึงคิดว่าวิธีอื่น จังหวะนั้นเหลือบไปเห็นมีดจึงไม่รีรอที่จะวิ่งไปคว้าไว้ ก่อนจะชี้ไปข้างหน้าอย่างสิ้นคิด “เข้ามาสิ คราวนี้กูแทงจริงๆด้วย”“เข้ามาสิ คราวนี้กูแทงจริงๆด้วย” ในตอนนั้นเธอคิดแบบนั้นจริงๆ มือบางถึงได้ไม่สั่น แต่จับด้ามมีดแน่นและอยู่ในท่าเตรียมพร้อม ในสมองไม่มีห่วงอะไรเลย นั่นเพราะเธอตัวคนเดียว ที่ผ่านมาเธอหนีเพราะอยากมีชีวิตรอด และอาจจะรักชีวิตมากเกินไปจึงเลือกที่จะยอมเอาตัวเข้าแลก เพื่อเปิดทางให้ใครอีกคนเข้ามา คนที่ใครต่อใครบอกว่าเขาสามารถช่วยเธอได้ ทว่าตอนนี้เหมือนจะรู้แล้วว่าต่อให้เป็นคนที่มีอิทธิพลมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถปกป้องเธอได้ทัน เท่ากับตัวเธอเองที่ช่วยเหลือตัวเอง ต่อมาคือความน้อยใจต่อโชคชะตาที่มีต่อเบื้องบน เธออุตส่า
“พี่เซนต์..” ประตูถูกปิดทันทีที่ตั้งสติได้ แต่เหมือนจะเร็วไม่เท่ามือเขา ที่คว้าบานประตูไม่กลัวจะถูกปิดทับ ความรู้สึกกลัวถาโถมในใจเพียงชั่วพริบตาเดียว เป็นชนวนเหตุทำให้หัวใจเต้นแรง เธอทำอะไรไม่ถูกรนไปหมด “มึงต้องเชิญกูเข้าห้องหนึ่ง ไม่ใช่ปิดประตูใส่” “ขึ้นมาได้ไง” ประตูบานนั้นยังคงถูกยื้อยึดฉุดกระชาก กระทั่งฝ่ายหญิงพ่ายแพ้เพราะทนแรงอีกคนไม่ไหว บานประตูถูกผลักเข้ามาพร้อมกับร่างเล็กที่ปลิวไปตามแรง “ง่ายจะตาย” เท้าเล็กถอยร่นไปข้างหลัง ดวงตาขึงกว้างตอนประตูปิดกลับ “บอกแล้วไง มึงหนีไม่พ้น” เพิ่งจะตระหนักได้ว่ามีเงินเช่าคอนโดที่ราคาแพง ความปลอดภัยก็จะแพงตามด้วย อันที่จริงที่นี่ก็ไม่เลว แต่เขาอาจจะใช้กลอุบายพร้อมกับเงินมากกว่าถึงได้เข้ามาได้สำเร็จเซนต์จัดเป็นคนหน้าตาดีมากคนหนึ่ง ถ้าไม่ได้รู้จักมากพอ ดูเผินๆเขาดูเหมือนคนไม่มีพิษไม่มีภัย ด้วยบุคลิกท่าทางที่ดูใจดี แต่ใครจะรู้ว่าเขานี่แหละคือวายร้าย คนเลวคนหนึ่งที่ควรไปนอนในคุก มากกว่าเดินคลุกคลีอยู่กับคนปกติและคนอย่างเซนต์มักจะใช้เงินฟาดหัวคนอื่นเพื่อแลกกับสิ่งที







