Home / โรแมนติก / ONS คู่นอนคืนนั้น / บทที่ 7 เห็นแล้ว

Share

บทที่ 7 เห็นแล้ว

last update Huling Na-update: 2026-01-02 13:00:55

         

             ในที่สุดเพิร์ธก็ทำได้ ถึงเหนือเมฆไม่ได้เอ่ยชมออกมาซึ่งๆหน้า แต่การไม่พูดอะไรเลยของเขาและเลือกที่จะเงียบกริบ หมายความว่านั่นเป็นคำตอบที่ชัดเจนแล้ว

            “ให้ตายเถอะครั้งแรกในชีวิต”

            เพิร์ธไม่ได้ตื่นเต้นดีใจแค่การได้ไปสักกับเพื่อนรุ่นพี่อีกรอบ และหวังจะจีบช่าง แต่การที่เขาสามารถดริฟต์รถในด่านที่ยากที่สุด ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยกับการเข้าตาเหนือเมฆถึงสามครั้งด้วยกัน โดยไม่มีข้อผิดพลาด

            “ไม่อยากจะเชื่อว่าแค่หญิงคนเดียวจะผลักดันมึงขนาดนี้”

            “สรุปพรุ่งนี้ไปใช่ปะ ผมจะได้เตรียมตัว”

            “อืม รอกูผ่าตัดเสร็จ”

            “ประมาณกี่โมงพี่”

            “สี่โมง”

             

            ช่วงสายของอีกวัน

            วันหนึ่งมาทำงานปกติ ในขณะที่เธอกำลังเตรียมของในร้านและเช็คอีเมลอยู่นั้น สายของโจก็เข้ามา

            “ว่าไงพี่”

            (วันนี้มีลูกค้านัดสักตอนห้าโมงนะ)

            “กะพี่นี่ หนึ่งเลิกสี่โมง”

            (เขารีเควสมึง)

            หญิงสาวเม้มปากแน่น ความคิดของเธอในตอนนั้นเกิดการตำหนิว่าใครกันที่ช่างกล้า มาแย่งเวลากลับบ้านไปพักผ่อนของเธอแบบนี้

            “ใครอะ”

            (มึงเคยสักให้เขาแล้ว วันนี้มาสักเพิ่ม)

             “แล้วไม่เห็นนัดล่วงหน้าเลย”

            (เอาน่าไอ้หนึ่ง มึงก็อย่าทำงานตามอารมณ์นักเลย เงินมาก็ต้องคว้าก่อนดิวะ เขารีเควสมึงให้กูทำไง)

            “งานพี่แม่งต้องใช้อารมณ์อะพี่ ลืมเหรอ?”

            (ไม่ แต่มึงมันเยอะไปไง จะเอาไง รับไหม ไม่รับกูจะได้บอกเขาตรงๆ)

            ร่างเล็กถึงกับมองบน วันนี้ตารางสักของเธอเริ่มตั้งแต่เก้าโมง ถึงจะมีสองคน ทว่าลายที่ลูกค้าเลือกมาก็เอาเรื่องอยู่ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำจะมีเวลากินข้าวไหม

            “อืมๆ รับก็ได้ ว่าแต่ใครวะพี่ หนึ่งสักตั้งหลายคน ใครจะไปจำได้”

            (นักแข่งรถ)

            คิ้วคู่สวยขมวดเข้ากันพร้อมกับสายที่ถูกตัด เธอนึกไม่ออกในตอนแรก ต่อมาเมื่อพยายามนึกอยู่นานถึงได้ร้องอ๋อในหัว จำได้ด้วยว่าเด็กคนนั้นไม่ได้มีเจตนามาสักอย่างเดียว แต่เหมือนจะมาขายขนมจีบกันด้วย ทีแรกแค่สงสัยพอเกิดการจองคิวและรีเควสระบุเจาะจงต้องเป็นเธอแบบนี้ จึงมั่นใจในทันที

            “เด็กหนอเด็ก”

            พลางส่ายหน้าช้าๆ หญิงสาวไม่ได้นึกรังเกียจหรือหมางเมินความรู้สึกนั้นของลูกค้า เพียงแต่ว่าเพิ่งจะเลิกกับคนรักเมื่อไม่นาน ถึงได้มองว่ามันเป็นไปได้ยากและมีโอกาสที่อีกฝ่ายจะคว้าน้ำเหลวมีสูง เนื่องจากเธอรู้จักตัวเองดีพอ หากหัวใจยังไม่หายดีจะไม่ดึงใครเข้ามาเป็นอันขาด ไม่ใช่เฉพาะลูกค้านักแข่งรถคนนั้น แต่รวมถึงเพื่อนร่วมรุ่นน้องของเธอด้วย

            #ห้าโมงเย็น

            เสียงกระดิ่งหน้าร้านเรียกความสนใจจากคนสองคนที่กำลังนั่งดูคลิปวิดีโอบนโทรศัพท์เครื่องเดียวกัน เกี่ยวกับการสักของต่างประเทศหันไปมอง พบว่าเป็นการดันเข้ามาของลูกค้าสองคน ซึ่งหนึ่งในนั้นได้นัดไว้ ส่วนอีกคนวันหนึ่งไม่ได้มองหน้า เพราะกำลังเก็บสมุดปากกาที่วางเรียงอยู่บนโต๊ะขณะนั่งขีดเขียนคั่นเวลารอพวกเขา

            “สวัสดีครับ ที่นัดไว้ใช่ไหมครับ”

            หน้าที่พนักงานต้อนรับและชวนคุยทั่วไปจึงตกเป็นของตู๋ เพื่อนรุ่นน้องที่เพิ่งเลิกเรียนแต่แทนที่จะขี่รถตรงไปยังที่พัก กลับแวะมานั่งเล่นที่ร้านหวังอยู่เป็นเธอ ในสภาพยังสวมเสื้อช็อปวิศวะอยู่

            “ใช่ครับ ผมพาพี่มาด้วยได้ใช่ไหมครับ”

            เพิร์ธเป็นคนตอบคำถามเนื่องจากเขาเป็นคนสัก หากแต่ถามให้กับเหนือเมฆที่เดินตามเข้ามาติดๆ และตอนนี้เหมือนจะจ้องเขม็งไปยังช่างสาวหลังเคาน์เตอร์แทนที่จะกวาดสายตาสำรวจไปทั่วร้านอย่างที่เขาชอบทำ ซึ่งท่าทางนั้นของเขาอยู่ในสายตาของผู้ชายอีกสองคน หลังพูดคุยกันอยู่แล้วมองมาทางเขา แน่นอนว่าคนที่ต้องตอบคำว่าอนุญาตคือตู๋ เพราะช่างอีกคนมัวแต่ก้มหน้าก้มตาเตรียมงาน กลับชะงักและเงียบไปตามกัน ตู๋เลิกคิ้วสูงพร้อมเท้าเอวสอบ นั่นจึงทำให้วันหนึ่งที่ผิดสังเกตเนื่องจากจู่ๆในร้านก็เงียบเงยหน้าขึ้นมา เธอหันไปมองเพื่อนด้วยสีหน้าฉงนก่อน จึงจะหันมามองลูกค้า คนแรกไม่เท่าไหร่เพราะเคยเจอกันแล้ว ทว่ากับอีกคนทันทีที่สบตาถึงกับชะงัก

            ความทรงจำในคืนนั้นไหลเข้ามาทันที ภาพทุกภาพเข้ามาเป็นฉากๆ ถึงจะเมาจนขาดสติแต่เธอก็จำเขาได้ แน่นอนว่าเขาเองก็คงจะจำเธอได้เช่นเดียวกัน ถึงได้ยืนนิ่งสงบประหนึ่งหุ่นขี้ผึ้งไปแล้ว

            “อ่า.. ช็อตฟิวเวอร์”

             เพิร์ธเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ เขาเกาท้ายทอย เหลือบมองเหนือเมฆแบบงงๆเมื่อเห็นคนทั้งสองยืนมองหน้ากัน และทันทีที่ทั้งคู่รู้สึกว่ากำลังถูกจ้องมองด้วยความสงสัย จึงละสายตาจากจุดนั้นเบือนหน้าไปทางอื่น ทำราวกับว่าไม่เคยพบเจอกันมาก่อน

             “อ๋อครับ ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นตามผมไปข้างบน..”

             “ไม่ล่ะ กูรออยู่ข้างล่าง”

              เป็นเหนือเมฆที่ทักท้วงสวนแทรกทั้งที่ตู๋ยังไม่ทันพูดจบ เพิร์ธหันขวับเลิกคิ้วสูง เพราะรู้ว่าประโยคนี้รุ่นพี่คุยกับเขา

              “จะดีหรือพี่ มันนานนะ”

               “แล้วไง กูขึ้นไปนั่งรอมึงสักข้างบน เวลาจะเดินเร็วขึ้นมางั้นสิ” เขาเลิกคิ้วสูง จู่ๆก็หงุดหงิดขึ้นมา และด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์นั้นทำให้เพิร์ธไม่กล้าขัดใจ “ไปดิ กูจะออกไปหาที่สูบบุหรี่ด้วย”

              “อ่าๆ ก็ได้..แต่พี่เห็นแล้วใช่ไหม”

              “เห็นอะไร?” เหนือเมฆหย่อนคิ้ว ไม่เข้าใจในคำถามของรุ่นน้อง จนกระทั่งเห็นสายตาที่ตวัดไปทางร่างเล็กหลายครั้ง จึงเริ่มเข้าใจ “เออ เห็นแล้ว”

              เขาบอกปัดเสียงห้วน ก่อนจะหมุนตัวออกไปนอกร้านเพื่อไปหาที่สูบบุหรี่อย่างที่บอก

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 150 แล้ววันหนึ่งก็ขึ้นไปหาก้อนเมฆ

    และแล้วงานวิวาห์ก็เกิดขึ้น งานถูกจัดแบบไม่อลังการมาก แต่ก็ไม่น้อยหน้าใคร ด้วยสินสอดที่ใครๆต่างต้องตาลุก นี่มันตกถังขาวสารน้ำหนักสามตันชัดๆ วันหนึ่งได้บ้านพักตากอากาศ เงินสด ทองคำ เพชร และเป็นเจ้าของโฉนดที่ดินอีกหลายแห่ง รอบถึงรถอีกสามคัน ไม่พอยังมีห้องเพนท์เฮาส์ที่เธอเคยอยู่ถูกยกให้ด้วย เรียกได้ว่าถอดชุดเจ้าสาวก็สวมเดรสส้นเข้ม เดินนวยนาดสะบัดผมได้เลยบอกตามตรงว่าเธอเองก็เพิ่งจะรู้ว่าเหนือเมฆรวยกว่าที่คิดก็วันนี้ไหนจะสมบัติจากพินัยกรรมที่พ่อแม่ทิ้งเอาไว้ให้เขาอีกและงานวันนี้คนที่ตกใจคงไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นโจกับตู๋ เพื่อนที่ทำงานเก่าของเธอ เพราะรู้ทีเดียวก็ตอนการ์ดเชิญถึงมือพวกเขาแล้ว แน่นอนว่ากว่าตู๋จะยอมมา และแสดงความเย็นดี เล่นเอาโจพูดจนปากเปียกปากแฉะ เกือบสิ้นพระชนม์“ยินดีด้วยนะพี่”เขายอมรับว่าวันนี้วันหนึ่งสวยที่สุด แต่ความยินดีกลับมีขีดจำกัดให้มากไม่ได้ ตู๋ยังคงมีความเสียใจแฝงอยู่ภายในนั้น แต่เพราะเชื่อว่าการรักใครสักคนต้องให้คนคนนั้นได้ดี ยินดีกับความสุขของกันและกัน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน นั่นถึงจะเรียกว่ารักที่บริสุทธิ์เขายอมมาเพื่อให้วันหนึ่งสบายใจใช้ชีวิตข้างหน้าอย่างไม่

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 149 เตรียมงานแต่ง

    วันที่ท้องฟ้าแจ่มใส หลังผ่านฤดูฝนมาได้ไม่นาน แม้โบราณจะบอกว่าฟ้าหลังฝนย่อมดีเสมอ แต่กลับไม่ใช่กับเธอคนนี้ธาดา กับหน้าท้องนูนๆของเธอที่ยืนอยู่หน้าหลุมฝังศพของสามีภรรยา ผู้วายชนม์คู่หนึ่งซึ่งเธอมีส่วนรวมต่อการจากไปของพวกเขากว่าจะมายืนตรงนี้ได้มันไม่ง่ายเลย เธอจะต้องหลบหลีกผู้คนหายหน้าหายตาไปจากสังคม ตอนคลอดก็ต้องห่างไกลจากเมืองเหนือเมฆคงกำลังพลิกแผ่นดินหา และแน่นอนว่าสิ่งนั้นต้องเป็นไปไม่ได้เธอได้สัญญากับสรวงสมรแม่ของเขาเอาไว้แล้ว จะไม่โผล่หน้าออกมาให้ใครเห็นเลยสักคน โดยเฉพาะเหนือเมฆและใต้น้ำลูกๆของเธอ แลกด้วยเงินจำนวนหนึ่ง ที่สามารถอยู่ได้อีกหลายปี และเลี้ยงลูกในท้องให้สบายไปจนโต หากไม่ฟุ่มเฟือยอยู่โรงเรียนที่เยอะค่าใช้จ่าย แต่เลือกโรงเรียนรัฐทั่วไป คงอยู่ได้จนถึงมหาลัย และที่แย่ไปกว่านั้นคือ เธอจะต้องไม่ให้ลูกของเธอใช้นามสกุลเดียวกันกับพวกเขา ป้องกันการหาเจอ หากเป็นไปได้เธอจะต้องไปเปลี่ยนชื่อตัวเองข้อแม้และเงื่อนไขมีเพียงแค่นั้น ซึ่งยอมรับว่าภายในใจลึกๆเลี่ยงไม่ได้ว่าเธอนั้นน้อยใจ เพราะเธอจะไม่ได้เจอแม้กระทั่งวันหนึ่งเพื่อนสนิท และไม่สามารถกลับมาเยี่ยมเด็กๆกับผู้มีพระคุณที่บ้านเ

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 148 ขอแต่งงาน

    “อยากมีลูกเหรอคะ” ร่างเล็กเอ่ยถามหลังจากนอนอยู่ใต้ร่าง คนตัวสูงที่คร่อมลงมาทาบทับกัน เขาผงกศีรษะยันตัวขึ้นมาเล็กน้อย “มันก็ดีไม่ใช่เหรอครับ จะได้ไม่เหงา” “มันก็ดี แต่หนึ่งยังไม่พร้อมเลยอะ ยังไม่อยากถูกแย่งความรักไป อีกอย่าง คิดว่ายังเป็นแม่ที่ดีไม่ได้” กลีบปากหยักยกยิ้ม คำตอบของเธอช่างน่าเอ็นดู จนเขาต้องบีบปลายจมูกเชิดรั้นนั้นเบาๆ แล้วโน้มตัวลงมาใหม่ “รอให้หนูพร้อม เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นครับ พี่ไม่ได้รีบ” สิ่งที่เขารีบตอนนี้ คือการสอดใส่เข้าไปในตัวเธอต่างหาก ท่อนลำร้อนทั้งดุ้นของเขาตึงเครียด ตอนนี้ผงาดพองเต็มเป้ากางเกงจนอึดอัดหายใจไม่ออกแล้ว “คนดี.. คืนนี้ขอทำถึงเช้าได้ไหมครับ แบบหลายๆรอบ” มือบางถูกมือหนาดึงเข้าไปภายใน เพียงแค่นิ้วเธอสัมผัส ความเสียวซ่านก็แทรกแซงจนต้องแหงนหน้าสูดปาก เขากำลังบอกให้เธอรู้ว่าไอ้เจ้านี่ตอนนี้มันทนไม่ไหวแล้ว ขืนเธอยังชักช้าไม่สานต่อสักที เขาอาจขาดใจตายเป็นแน่ “ทำไมน้องใหญ่ขึ้นกว่าเดิมคะ” “น้อง?” “ใช่ค่ะน้อ

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 147 อยากมีลูก

    มื้อค่ำคืนนั้นเต็มไปด้วยความสุขและเป็นกันเองเป็นอย่างมาก อาคีรารวยล้นฟ้านับแสนล้านแต่ทำตัวกึ่งติดดิน เหนือเมฆเคยเล่าว่าเขาเปลี่ยนไปมากทุกวันนี้เพราะภรรยา เนื่องจากเธอมาจากที่ธรรมดา และแน่นอนว่าสิ่งนี้เป็นผลพลอยได้ของวันหนึ่งในค่ำคืนนี้ด้วย ก็ลองคิดดูว่าหากเขาถือตัว ดูเข้าถึงยากสิ เธอที่ไม่ค่อยสุงสิงกับผู้คนมาแต่ไหนแต่ไร จะเป็นอย่างไร ไม่ประหม่าตายเลยรึ “อันนี้อร่อย” เหนือเมฆตักเนื้อกุ้งให้ ซึ่งอยู่ในห่อหมกทะเล เธอขยับปากขอบคุณเขาเบาๆ และทานอย่างเงียบๆ สลับกับตักให้เขาบ้าง ต่างฝ่ายต่างถามไถ่ใส่ใจซึ่งกันและกัน “ขอบคุณค่ะ”สลับกับการชำเลืองมองอีกคู่ ที่พูดคุยกันอย่างน่ารัก หวานน้ำตาลแว่น ด้วยบทสนทนาสนิทสนม เป็นกันเอง แต่ใครฟังแล้วเป็นอันต้องยิ้มตามทว่าพอหันมาทางคนของตัวเองเหมือนว่าไม่แตกต่าง คนคนนี้ก็เอาใจเก่ง ประหนึ่งเธอนั้นคือเจ้าหญิงที่พลัดพรากจากพระราชวังให้ตาย “ทานเยอะๆครับ” “พี่ก็ด้วยนะ”หลังจากนั้น ทั้งสี่ก็นั่งคุยกันตามปกติ ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมทะเล พูดคุยกันถึงแผนการของวันพรุ่งนี้ และเล่าเรื

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 146 เที่ยวเกาะ

    และแล้วก็ถึงวันไปเที่ยว หลังส่งใต้น้ำขึ้นเครื่องไปฝรั่งเศสได้สองวัน เหนือเมฆ วันหนึ่ง อาคีรา และพะแพง ก็มุ่งหน้าสู่เกาะส่วนตัว “เสียดายจังที่พี่สาติดงาน” พะแพงบ่นอุบ เมื่อรายนั้นที่จัดว่าเปรี้ยวจี๊ดเสียวฟันไม่มีโอกาสได้มาทริปนี้ด้วย ทั้งที่ยากแสนยากกว่าจะได้รวมตัวกัน “อือ น่าจะหลายเดือนกว่าสัญญาจะหมด” “คราวนี้ไปถ่ายละครใช่ไหม” “เห็นว่าอย่างนั้น” วันหนึ่งนั่งอมยิ้ม ขณะฟังสองสามีภรรยาหันหน้าพูดคุยกัน ขนาดแค่ผิวเผิน เรื่องที่คุยดูปกติแต่ทำไมช่างน่ารัก อาจเป็นเพราะน้ำเสียงอาคีราอ่อนโยนมาก ดูทะนุถนอมภรรยา แถมพะแพงเองเองก็เป็นผู้หญิงที่ร่าเริง คำพูดคำจาสมวัย รอยยิ้มจึงดูสดใสไปหมด “พี่หนึ่งพาบิกีนีมาไหมคะ” “คะ?” แต่เหตุไฉนจู่ๆถึงหันมาทางเธอล่ะ ร่างเล็กที่กำลังเหม่อลอยมองพวกเขาเพลินๆถึงกับสะดุ้ง หันขวับมองอีกคนอย่างลืมตัว และแน่นอนเขาเองก็มองอยู่เหมือนกัน ราวกับกำลังรอคำตอบไม่ต่างจากคนถาม “บิกีนี? คือพี่..ไม่เคยใส่” “โหพี่หนึ่ง รูปร่างดีขนาดนี้ถ้าใส่คง

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 145 จัดแจงปัญหา

    กว่าจะได้นำศพของพ่อและแม่มาทำตามพิธีทางศาสนาได้ เหนือเมฆต้องฝ่าด่านอุปสรรคมากมายหลายอย่างเลย เนื่องจากศพนั้นถูกอายัด เพื่อหาเหตุผลทางคดี ตอนนี้ทุกอย่างจบแล้ว คดีต่างๆถูกรื้อฟื้น ทรัพย์สินหลายอย่างถูกรื้อถอน สมบัติบางอย่างที่ได้มาด้วยความมิชอบธรรมก็ถูกยึดไป รวมถึงลูกน้องคนสนิทของพวกเขาด้วยที่ถูกจับเข้าตะราง เว้นก็แต่ธาดาเท่านั้นที่หาไม่เจอ ไม่รู้ว่าหล่อนเป็นตายร้ายดีอยู่ที่ไหน แน่นอนว่าในเมื่อพยายามหาแล้วยังไม่เจอ คนที่เรื่องตัวเองก็ยังยุ่งเหยิงมากพอกว่าจะเข้าที่เข้าทาง ความใส่ใจย่อมไม่ละเอียดสักเท่าไหร่นัก คงได้แต่รอและภาวนาให้หล่อนนั้นปลอดภัย และติดต่อกลับมาเองหนึ่งอาทิตย์ให้หลัง วันนี้เป็นวันที่เขากลับมายังคฤหาสน์ เป็นบ้านหลังที่เขาเกิดมาและเติบโตอยู่ที่นี่แค่วัยเด็ก หลังจากนั้นก็ไปโตที่เมืองนอกกับคุณปู่ของเขา “จะขายจริงเหรอวะ” อาคีราถาม หลังจากเงียบกันไปพักใหญ่ เขารู้มาบ้างว่าเหนือเมฆได้ทำการจ่ายเงินก้อนโตให้กับเหล่าบริวารพ่อบ้านแม่บ้าน เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ข้างนอก แต่เรื่องจะขายคฤหาสน์ให้ทางภาครัฐเพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status