Share

บทที่ 12

Penulis: Duck.bell
last update Tanggal publikasi: 2026-05-27 18:53:52

“จากเลือดที่หมอเจาะไปเมื่อกี้พบว่าโลหิตมันจางนะคะ แล้วความดันวันนี้ก็ต่ำกว่าเกณฑ์ปกติด้วยแถมน้ำหนักก็ลดลงกว่าครั้งที่แล้วอีก...เอาไงดี นอนดูอาการที่โรงพยาบาลสักคืนสองคืนไหมคะ”

เมียไอ้เธียรบอกผลตรวจพร้อมกับเปิดดูแฟ้มประวัติของชฎาเปรียบเทียบกับรอบที่แล้วที่ผมพาเธอมา ก่อนจะเงยหน้าจากแฟ้มประวัติแล้วมองผมกับชฎาที่นั่งเงียบกริบเป็นป่าช้ากันอยู่สองคน

เพราะเมื่อกี้เมียไอ้เธียรเธอพึ่งบอกว่าจะให้ชฎานอนดูอาการที่โรงพยาบาล ผมเลยเงียบไปต่อไม่ถูกเลย ส่วนชฎาที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมก็น่าจะอาการเดียวกับผม เผลอๆ อาจจะหนักกว่าผมอีกเพราะเธอเป็นคนไม่ชอบโรงพยาบาลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

“ต้องแอดมิดเลยเหรอคะ”

“ค่ะ เพราะอาการที่เป็นตอนนี้รุนแรงกว่าครั้งก่อนแล้วตัวของคนไข้เองก็ดูเหมือนจะควบคุมอาการอาเจียนไม่ได้ด้วย”

อันนี้จริงเลยผมเห็นด้วย หลายวันที่ผ่านมาผมรู้สึกว่าชฎาเธอคุมอาการไม่ได้จริงๆ กินอะไรเข้าไปก็อ้วกออกมาหมดอ้วกหนักกว่าวันแรกที่มาอยู่กับผมอีกแถมสีหน้าก็ซีดเป็นไก่ต้มด้วย แต่พอผมถามว่าไปโรงพยาบาลไหมเธอก็เอาแต่ตอบว่าเธอยังไหวเธอยังโอเคอยู่ ซึ่งตอนนั้นก็ทำเอาผมหงุดหงิดอยู่ไม่น้อยเหมือนกันที่เธอโคตรดื้อเลย

“คือหนู...”

“ทำตามที่หมอบอกเถอะ” ผมพูดขึ้นหลังจากที่เห็นสีหน้าไม่ค่อยดีบวกกับอาการอึกอักของชฎาที่ดูเหมือนจะกังวลใจ ผมรู้แหละว่าเธอไม่อยากนอนโรงพยาบาล แต่ตอนนี้อาการเธอน่าเป็นห่วงไงก็ต้องอยู่ใกล้ชิดกับหมอไหมวะ

“คุณชฎาไม่ต้องกังวลใจนะคะที่หมอให้นอนพักที่โรงพยาบาลก็เพื่อดูอาการเท่านั้นจะได้เป็นแนวการรักษาและปรับตัวยาให้เข้ากับตัวคนไข้ด้วย”

“นายจะอยู่กับฉันใช่ไหม” ชฎาหันมาจับมือผมแล้วเอ่ยถามผมด้วยสีหน้ากังวล เธอกลัวโรงพยาบาลหรือเธอกลัวว่าผมจะทิ้งให้เธออยู่คนเดียวกันแน่ว่ะ

“ฉันบอกแล้วว่าจะคอยดูแลเธอ ถ้าเธอต้องนอนโรงพยาบาลฉันก็ต้องมาเฝ้านั่นแหละหรือจะให้ฉันจ้างพยาบาลดูแล”

“ไม่เอา ถ้าฉันต้องนอนโรงพยาบาลฉันจะให้นายเฝ้าคนเดียว”

“อืม ตามนั้นแหละ”

“งั้นหมอทำเรื่องแอดมิดเลยนะคะ”

“ค่ะ”

หลังจากที่เมียไอ้เธียรทำเรื่องแอดมิดให้ชฎาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ก็เข็นเปลที่เธอนั่งขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นแปดที่เป็นห้องพักพิเศษของเธอต่อทันทีโดยมีผมเดินล้วงกระเป๋าตามอยู่ใกล้ๆ ไม่ห่างไปไหน

หึ โคตรได้ฟิลผัวดูแลเมียฉิบหาย

ปึก! แอ๊ด~

"ถึงแล้วครับ" ใช้เวลาเดินไม่นานเจ้าหน้าที่ก็เข็นเปลมาถึงห้องพักของชฎา ผมเลยยืนดูชฎาค่อยๆลุกจากรถเข็นเตรียมขึ้นไปนอนบนเตียงคนไข้อย่างช้าๆ แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อชฎาดันสะดุดที่วางขาของรถเข็นเกือบหน้าคะมำไปกับเตียงผมก็เลยรีบขยับตัวไปรับหน้าท้องของเธอไว้ก่อนเพราะกลัวจะไปโดนขอบเตียงเอา

"ระวังหน่อยสิ"

"...โทษทีเมื่อกี้อยู่ ๆ ฉันก็รู้สึกหน้ามืดขึ้นมาอะ" ชฎาบอกผมพร้อมกับทำหน้าหงอยที่โดนผมดุไป ผมที่ไม่อยากเห็นสายตาและใบหน้าที่หงอยๆนั้นของเธอก็เลยจัดการอุ้มตัวเธอขึ้นไปวางบนเตียงเองซะเลย ไม่นานก็มีพยาบาลสาวสวยเดินเข้ามาดูเธอ ผมเลยย้ายตัวเองไปนั่งที่โซฟาแทนปล่อยให้พยาบาลทำหน้าที่ไป

“เรียบร้อยแล้วค่ะ ถ้ามีปัญหาอะไรกดปุ่มเรียกพยาบาลได้ตลอดเลยนะคะ” พยาบาลสาวสวยที่ต่อสายน้ำเกลือเข้ากับแขนของชฎาเสร็จแล้วหันมาบอกผม ละพอเธอพูดจบก็ยิ้มหวานให้ผมหนึ่งแมทช์ ผมก็เลยพยักหน้าตอบกลับไปสั้นๆ “ครับ”

จากนั้นเธอก็เดินออกไป และทันทีที่พยาบาลสาวสวยคนเมื่อกี้เดินผ่านหน้าผมไป สายตาของผมก็ปะทะเข้ากับชฎาที่นั่งจ้องหน้าผมตาเขียวอยู่บนเตียงคนป่วยพอดี

"..."

อะไรอีกว่ะ ท่าทางแบบนั้นคืออะไร เมื่อกี้ยังทำหน้าหงอยอยู่เลย...องค์ไหนเข้าสิงอีกว่ะเนี้ย

“เป็นอะไร” ผมถามชฎาด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมกับจ้องตาเธอกลับอย่างนิ่งๆเช่นกัน

“เปล่า” ชฎาไม่พูดเปล่าแต่เธอกลับล้มตัวนอนแล้วดึงผ้าห่มคลุมตัวหันหลังให้ผมด้วยท่าทางขึงขังแทน

เนี่ยปากบอกว่าเปล่าแต่การกระทำโคตรย้อนแย้งกันเลย แล้วแบบนี้ผมจะรู้ไหมว่ะว่าตกลงแล้วเปล่าจริงหรือเปล่าปลอม

“เป็นอะไรก็พูดมาดิ ถ้าเธอไม่พูดฉันก็ไม่รู้นะ” ผมบอกเธอ

“ไม่ได้เป็นอะไร”

“ก็เห็นอยู่ว่าเป็น”

ขวับ!

“ก็บอกว่าไม่ได้เป็นไงจะถามเซ้าซี้ทำไมเนี่ย!” เอ้า! ใส่อารมณ์ว่ะ ไม่เป็นแล้วจะหงุดหงิดใส่ผมทำไมวะ

“ไม่เป็นแล้วจะหงุดหงิดใส่ฉันทำไม”

“ไม่ได้หงุดหงิดสักหน่อย”

“เออ แล้วแต่เธอละกันไม่เป็นก็ไม่เป็น จะกินอะไรไหมฉันจะลงไปข้างล่าง” ปวดหัวว่ะ ถามว่าเป็นอะไรก็ไม่ตอบแล้วยังมาใส่อารมณ์อีก

“จะลงไปข้างล่างหรือจะตามไปจีบพยาบาล”

ฮะ? อะไรของยัยนี้ว่ะ ผมจะลงไปซื้อกาแฟข้างล่างไม่ได้จะตามไปจีบพยาบาล ถึงพยาบาลจะสวยมากจนอยากแลกไลน์ก็เถอะ แต่มันก็ไม่ได้ป่าวว่ะ อีกอย่างผมเองก็ไม่ชอบทำอะไรที่มันประเจิดประเจ้อให้คนอื่นเห็นด้วยไง

...แต่ถ้าเจอกันที่ผับก็ว่าไปอย่าง

“จะไปซื้อกาแฟจบไหม เป็นอะไรเนี่ย”

“ก็ไปสิ ฝากซื้อส้มมาด้วยละกัน”

อะไรของยัยนี้ว่ะ อารมณ์แม่งสวิงฉิบหายเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงจนผมตามไม่ทันแล้วนะเว้ย ขอร้องเถอะช่วยสงสารคนปกติอย่างกูหน่อยเถอะครับที่ต้องมาเป็นสนามอารมณ์รองรับความแปรปรวนไปมาไม่ต่ำกว่าสี่อารมณ์ในหนึ่งวันเนี้ย

-_-

.

.

@marketing

พลั่ก!

หลังจากที่ผมเดินลงมาถึงชั้นล่างและแวะซื้อของบางอย่างเสร็จแล้วผมก็ผลักประตูเข้าไปในร้านกาแฟของทางโรงพยาบาลต่อ จากนั้นก็เดินไปสั่งออเดอร์กาแฟที่อยากดื่มกับพนักงานที่เคาน์เตอร์

“ไอซ์อเมริกาโน่แก้วหนึ่งครับ”

“ค่ะ เชิญคุณลูกค้านั่งรอสักครู่นะคะ”

“ครับ”

หลังจากที่พนักงานรับออเดอร์ของผมไปแล้ว ผมก็เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ยกเท้าไขว่ห้างหยิบโทรศัพท์ออกมาเล่นชิว ๆระหว่างที่รอกาแฟเสร็จแต่ระหว่างที่นั่งไถโทรศัพท์อยู่ จู่ ๆ ผมก็เหลือบมองไปที่ถุงส้มของชฎาที่วางอยู่ตรงหน้า

ใช่ครับเมื่อกี้ผมไปซื้อส้มให้เธอมาแล้วซื้อเสร็จก็มาสั่งกาแฟต่อ ผมนั่งจ้องถุงส้มของชฎาอย่างใช้ความคิด

คือผมกำลังคิดว่า...ทำไมผมต้องมานั่งอยู่ที่โรงพยาบาลเพราะเธอด้วยว่ะ เอาจริงๆก็จ้างพยาบาลดูแลก็ได้ อีกอย่างผมก็ไม่จำเป็นต้องดูแลและก็ทำตามที่ปากพูดทุกอย่างกับเธอดีขนาดนี้ก็ได้นี่หว่า

แต่...เฮ้อ~ ผมรับปากเธอไปแล้ว พอมานั่งคิดๆแล้วก็ไม่น่าไปรับปากแบบนั้นเลย เพราะแม่งเหนื่อยฉิบหาย

อยากเป็นคนเลวที่ไม่แคร์ห่าอะไรได้ไหมวะ แต่ก็ไม่ได้อีกเพราะผมคือพระเอกใช่ไหมว่ะ พระเอกก็ต้องห้ามทำตัวเลว ต้องทำตัวดีๆใช่ไหม

แต่...

โธ่โว้ย! หงุดหงิดวะ!

ที่สำคัญผมหงุดหงิดเพราะแม่งไม่ได้เอาใครมาหลายคืนแล้วด้วยไงประเด็น วันๆ อุดอู้อยู่แต่ในห้องฟังเสียงชฎาอ้วกทั้งวันทั้งคืน ชีวิตน่าหดหู่ฉิบหายเลย

พรึ่บ!

ตุบ!

“โอ๊ะ! ขอโทษค่ะ”

หลังจากที่ผมนั่งหงุดหงิดอยู่กับตัวเองไปสักพักผมก็ลุกขึ้นเตรียมจะเดินไปเคาน์เตอร์พนักงานแต่ด้วยความที่ผมไม่ทันได้ดูทางก็เลยชนเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินถือแก้วกาแฟเดินมาทางผมพอดี ทำให้น้ำกาแฟที่เธอถืออยู่หกใส่เสื้อผ้าผมเต็มๆ

อ่า~ เปียกหมดเลยสัส

“ขอโทษด้วยนะคะ...เสื้อคุณเลอะหมดเลยอะ” เธอที่กำลังตกใจอยู่รีบวางแก้วกาแฟลงแล้วหยิบทิชชูขึ้นมาเช็ดเสื้อให้ผมอย่างลุกลี้ลุกลนจนมือพันกันเป็นระวิงไปหมด

“ไม่เป็นไรครับ” ผมพูดพร้อมกับพยายามจับมือของเธอที่กำลังเช็ดเสื้อของผมให้หยุดลงเพราะยิ่งเช็ดก็ยิ่งเลอะ

“ไม่เป็นไรค่ะซินผิดเองที่เดินไม่ดูทาง”

“ผมเองก็ลุกขึ้นไม่ระวังด้วยเหมือนกันครับ ไม่เป็นไรครับ”

หมับ!

“อุ๊ปส์! แน่นจังเลยนะคะ” ผู้หญิงที่แทนตัวเองว่าซินชะงักมือที่กำลังจะขยับเมื่อกี้ลง แล้วมองที่หน้าอกของผมซึ่งมีมือของเธอจับอยู่ด้วยสายตาแพรวพราว

เหี้ยล่ะ!

พรึบ!

“เอ๋อ...พอแค่นี้ก็ได้ครับ” ผมถอยร่นไปด้านหลังแล้วมองเธอด้วยสายตาหวาดระแวงหน่อยๆ ที่เมื่อกี้เธอแม่งบีบหน้าอกของผมด้วย ผู้หญิงอะไรว่ะน่ากลัวฉิบหาย

“ค่ะ...เอ๋อ...ซินดี้นะคะ”

“ครับ”

หมับ!

“เดี๋ยวสิคะ ฉันยังไม่รู้จักชื่อของคุณเลย” ผู้หญิงที่บอกว่าตัวเองชื่อซินดี้ดึงแขนผมไว้เมื่อผมทำท่าจะหันหลังเดินหนีเธอ แต่พอผมหันไปหาเธอใหม่เธอก็ยืนกะพริบตาปริบ ๆ ทำตาหวานใส่ผมสะงั้น

มึงเจอของแรงใส่แล้วละไอ้ตฤณ ปกติล่าแต่เขา วันนี้โดนเขาล่าแล้วมึง

“เอ๋อ...พอดีผมรีบอะ ขอตัวก่อนนะครับ” ว่าจบผมก็ดึงมือเธอออกจากแขนของผมจากนั้นก็เดินไปจ่ายเงินค่ากาแฟทันที ก่อนจะย้อนกลับไปหยิบถุงส้มของชฎาต่ออย่างรีบๆ แล้วเดินออกไปจากร้านกาแฟในที่สุด ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็มองตามผมพร้อมรอยยิ้มสยดสยองนั้นตลอดความเคลื่อนไหวของผม

คือเธอแม่ง...ทำให้ผมขนลุกซู่ไปหมด ยิ่งไอ้ปากแดงๆ เหมือนแดกเลือดไก่นั้นแล้วผมยิ่งขยาดกลัวเข้าไปใหญ่

ปากนะ...แดงได้แต่ไม่ใช่แดงแบบนั้นไอ้สัส...

ขวัญเอ่ยขวัญมานะไอ้ตฤณ

ปึก! แอ๊ด~

“เฮ้ย!”

เชี้ยไรว่ะเนี้ย ยัยบ้าเอ๊ยแล้วใครเขามายืนหน้านิ่งตาเขียวปั๊ดหน้าประตูแบบนี้กันว่ะ

ใช่ครับหลังจากที่ผมเดินขึ้นมาแล้วผมก็เปิดประตูเตรียมจะเข้าห้องพักของชฎา แต่ดูยัยนี้สิมายืนหน้านิ่งเป็นผีเฝ้าประตูซะงั้น

คือนึกภาพกันออกใช่ไหม หน้านิ่ง ๆ ตาเขียวปั๊ดผมยาวอยู่ในชุดผู้ป่วยของโรงพยาบาลยืนจับเสาน้ำเกลือ เป็นพวกคุณจะตกใจไหม แม่งเอ๊ยหัวใจเกือบจะวาย

“ยืนทำบ้าอะไรของเธอตรงนี้วะชฎา”

“ไปไหนมา” เสียงแข็งเชียว เป็นอะไรอีกละ

“ไปซื้อกาแฟกับส้มของเธอมาไง” ผมตอบเธอกลับไป

“โกหก”

โกหก? ผมเนี้ยน่ะโกหก กูไปโกหกตอนไหนวะ ก็เห็นอยู่ว่าถือถุงส้มกับกาแฟอยู่เนี้ย

“นี่ไงหลักฐาน เข้าห้องไปได้แล้วยืนนานๆ เดี๋ยวก็หน้ามืดอีกหรอก”

ผมเบื่อที่จะยืนตอบคำถามของชฎาก็เลยยกถุงส้มไปจ่อหน้าเธอให้ดูเต็ม ๆ สองลูกตาแม่งเลยจะได้รู้ว่าผมไม่ได้โกหกซึ่งเธอก็ปัดมือผมลงแล้วทำหน้างอตาขวางใส่ผมที่ผมทำแบบนั้น ผมก็เลยจับเสาน้ำเกลือของเธอเพื่อจะช่วยเข็นเข้าไปในห้อง แต่ชฎาแม่งกลับออกแรงยึดเสาน้ำเกลือไม่ให้เคลื่อนที่สู้กับผม

จะเอาแบบนี้ใช่ใหม่ว่ะ ไม่โดนผมดุนี้แม่งจะดื้อแบบนี้ใช่ไหมว่ะ

"บอกให้เข้าไปข้างในไง เดี๋ยวก็หน้ามืดอีกหรอก"

ยัง...ยังไม่ขยับอีก จับตัวหมุนแม่งเลย ใช่ครับผมจับตัวของชฎาหมุนให้เดินกลับเข้าไปในห้องพร้อมกับช่วยลากไอ้เครื่องน้ำเกลือของเธอตามไปด้วยให้มันจบๆ ผมจะได้เข้าไปนั่งพักสักที ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว เจอเรื่องเหี้ยไรไม่รู้วัน ๆ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Oh My Daddy สยบรักร้ายคุณพ่อของลูก   บทที่ 55

    1ปีผ่านไป....“พีช ช่วยป๊าเลี้ยงน้องก่อนครับ ป๊าขอเซ็นเอกสารให้พี่เขาแป๊บหนึ่งลูก”“ปะป๊าค่ะ พีชก็กำลังรักษาคนไข้อยู่นะคะ เนี้ยคนไข้เจ็บหนักต้องผ่าตัดด่วนเลยนะคะ ปะป๊ารอก่อนได้ไหมคะ”เวรกรรม คือวันนี้ผมพาลูกสาวและลูกชายในวัยหนึ่งขวบมาทำงานที่บริษัทด้วย เพราะวันนี้ชฎาขอผมไปเข้าสปาขัดผิวอะไรไม่รู้ของเ

  • Oh My Daddy สยบรักร้ายคุณพ่อของลูก   บทที่ 54

    5นาทีต่อมา....หลังจากที่ได้กอดกันด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักแล้ว ต่างฝ่ายก็ต่างผละออกจากกันแล้วมองตากันอยู่สักพักโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ก่อนที่มือใหญ่ของตฤณจะลูบไล้พวงแก้มเนียนละเอียดของชฎาอย่างทะนุถนอมด้วยความอ่อนโยนตามด้วยประทับจุมพิตเบาๆบนริมฝีปากของชฎาในเวลาต่อมา"ต่อไปนี้เธอจะ

  • Oh My Daddy สยบรักร้ายคุณพ่อของลูก   บทที่ 53

    20 นาทีผ่านไป....หลังจากที่ลูกพีชบอกว่าจะนอนกับผมพร้อมกับแม่ของเธอแล้ว ผมก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เสร็จเรียบร้อยแล้วเดินขึ้นไปนอนบนเตียงที่มีพวกเธอนอนกันอยู่"ปะป๊ามาแล้ว หนูอยากให้ปะป๊าอ่านนิทานก่อนนอนให้หนูฟังได้ไหมคะ หนูฟังหม่ามี้อ่านจนเบื่อแล้วค่ะ" ทันทีที่ร่างกายของผมเอนไปกับเตียง ลูกพีชที่

  • Oh My Daddy สยบรักร้ายคุณพ่อของลูก   บทที่ 52

    แต่สุดท้ายแม่ง...“เฮ้อ~”ฟึบ!ผมก็ลุกออกจากโซฟาตรงดิ่งไปที่ประตูจนได้ ก่อนจะขับรถตรงกลับบ้านในที่สุด ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมต้องรีบร้อนขนาดนี้ แต่ตอนที่ผมหลับตาเมื่อกี้ สีหน้าและสายตาของชฎาที่มองผมเมื่อเช้ามันก็แวบเข้ามา และนั้นก็ทำให้ผมทนอยู่คอนโดไอ้แปลนต่อไปไม่ไหว ถึงแม้อยากลองใจแข็งอยู่ต่อแ

  • Oh My Daddy สยบรักร้ายคุณพ่อของลูก   บทที่ 51

    Trin partผมไม่รู้ว่าต้องอธิบายความรู้สึกตอนนี้ยังไงดีมันถึงจะถูก ทุกอย่างที่ผ่านมามันอยู่ในแผนการของชฎามาตลอด ในขณะที่ผมตามหาเธอกับลูกแทบพลิกแผ่นดินแต่เธอกลับรู้ทุกความเคลื่อนไหวของผมมาตลอดหึ ผมนี่มันโคตรน่าสมเพชฉิบหายเลย ถูกลูกเมียตลบหลังได้น่าสมเพชมาก“ขอบคุณที่ทำให้ฉันรู้ว่าความตั้งใจที่ผ่านมาข

  • Oh My Daddy สยบรักร้ายคุณพ่อของลูก   บทที่ 50

    “…”“ตอบฉันมาชฎา”“หมอสวยแนะนำให้ฉันไปอยู่เชียงใหม่เพราะไม่อยากให้ฉันคิดมากเรื่องนาย และให้หมอน้ำพิ้งค์เพื่อนของเธอช่วยจัดการเรื่องที่อยู่อาศัยให้พร้อมกับฝากครรภ์เลย”เหอะ! แบบนี้เองสินะ ไอ้พวกเพื่อนเลวเอ๊ย นี่พวกมันต้มผมจนเปื่อยเลยน่ะ พวกแม่งรู้เรื่องของชฎามาตลอดแต่ก็ปิดบังผมมาตลอดเช่นกัน โดยเฉพาะไ

  • Oh My Daddy สยบรักร้ายคุณพ่อของลูก   บทที่ 8

    what's coming is better than what is gone.เช้าวันต่อมา...“อ้วก!!! อ้วก!!!! แค่กๆ”“อ้วก!!!!”พรึบ!เฮ้อ~ เสียงอ้วกขนาดนั้นไม่นงไม่นอนแล้วก็ได้ว่ะ หงุดหงิดฉิบหายผมลุกออกจากเตียงด้วยสภาพหัวฟูตายังไม่เปิดเต็มที่เดินไปกระชากประตูแล้วออกไปที่ห้องของชฎาที่กำลังอ้วกเสียงดังสนั่นตั้งแต่เช้าด้วยความรำคาญ

  • Oh My Daddy สยบรักร้ายคุณพ่อของลูก   บทที่ 7

    !!“ไอ้เธียร...”“...”ครับ...ไอ้เธียร คนที่ผมเห็นอยู่ในห้องหมอตอนนี้คือไอ้เธียร มันคือเพื่อนสนิทของผมตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน ซึ่งตอนนี้ก็ยังเป็นเพื่อนที่สนิทกันเหมือนเดิม แต่ที่ผมตกใจมันเนี่ยหนึ่ง...ผมตกใจที่เห็นมันอยู่ที่นี่สอง...ผมงงว่าแม่งมาอยู่ที่นี่ได้ไง เพราะแม่งไม่ใช่หมอไงแต่..

  • Oh My Daddy สยบรักร้ายคุณพ่อของลูก   บทที่ 6

    “เหอะ! ตอนนี้ฉันเป็นได้แค่ภาระของนายสินะ”“...”“ก็ประมาณนั้น”ดูเขาตอบสิไม่คิดจะถนอมจิตใจฉันเลยใช่ไหม อยากพูดอะไรก็พูดตามใจปากแบบนี้เลยสินะ หึ! ไอ้คนมีสกุลรุนชาติที่สถุลเอ๊ย!หล่อ รวย ตระกูลดี แต่โคตรสถุลบอกเลย“เก็บกระเป๋าแล้วลากตามฉันมา”“...”“ยืนบื้ออะไรล่ะ”“...”“เธอแม่ง...”ใช่ ฉันไม่ทำตามที

  • Oh My Daddy สยบรักร้ายคุณพ่อของลูก   บทที่ 5

    วันต่อมา...10.00 am. ณ คอนโดแห่งหนึ่งติ๊งน๊อง~ ติ๊งน๊อง~“ยัยมีน นี่แกจะทำกับฉันแบบนี้จริงๆ เหรอ”“ถ้าไม่ทำแบบนี้แล้วแกจะอยู่ที่ห้องคนเดียวเหรอ แพ้ท้องหนักขนาดนั้นอะ”“แต่เขาไม่เปิดประตูให้เราเลยนะเว้ยทั้งๆ ที่เรายืนกดอ๊อดหน้าห้องของเขามาสักพักแล้วน่ะ กลับเถอะ กูอยู่คนเดียวก็ได้”หมับ!“ไม่ได้ กูไ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status