FAZER LOGIN
บทนำ
“ช้อย…” น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่ดังขึ้นข้างกายทำให้คนที่กำลังยืนเหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มีดอกไม้ไฟหลากสีสันแตกกระจายสวยงามหันไปมองตามเสียงเรียก ในทันทีที่เห็นว่าเป็นใครหญิงสาวก็ต้องย่นคิ้วด้วยความแปลกใจยิ่งกว่า เพราะแม้จะเห็นแค่ลูกนัยน์ตาที่โผล่ออกมาจากหน้ากากอนามัยสีดำหล่อนกลับยังจำเขาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
คงอาจเป็นเพราะลูกตาคมกริบที่รับกับคิ้วหนาเข้มเจนตา การถูกบดบังไปเสียค่อนจึงไม่อาจลดทอนความน่ามองลงได้ ตรงกันข้าม กลับเพิ่มความน่าค้นหามากยิ่งขึ้น ทั้งยังกระตุ้นความทรงจำที่ผ่านมาให้ชัดแจ้งตามลำดับ ต่อให้ไม่สนิท ก็ยังจดจำได้แม่นยำ ไยเป็นเช่นนั้นไปได้
“พี่อิง” คือชื่อเล่นของคนตัวโตในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีดำกับกางเกงยีนสีเดียวกัน เขาเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงไว้ทั้งสองข้าง ชื่อของเขาหลุดจากริมฝีปากสีเรื่อของนาตาชาอย่างแผ่วเบา
แววตาของพี่อิงหรืออชิระยิ้มให้หญิงสาวเล็กน้อยขณะมองหล่อน
“มายืนทำอะไรตรงนี้คนเดียว”
นาตาชาสบตาเขาเพียงครู่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้าอีกครั้ง
“ออกมาหาอะไรกินค่ะ แต่ดอกไม้ไฟสวยดี ก็เลยหยุดดูสักหน่อย” บอกเขาเสียงเบาด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยร่าเริงอย่างเห็นได้ชัด อชิระมองท่าทางแบบนั้นนิ่ง เขารู้สาเหตุเป็นอย่างดี เพราะก่อนที่จะมายืนอยู่ตรงนี้ชายหนุ่มได้พบกับเนติคนรักของหญิงสาว อีกนัยคือเพื่อนของเขาอยู่พักใหญ่ก่อนแยกย้าย
“แล้วพี่อิงล่ะคะ มาทำอะไรแถวนี้” เมื่อดอกไม้ไฟชุดสุดท้ายหมดลง หญิงสาวก็หันไปมองเขาเต็มตาอีกครั้ง
วันนี้อชิระอยู่ในชุดธรรมดา ท่าทางของเขาเรื่อยๆ ดูสบายใจดี หญิงสาวพยายามมองหาผู้หญิงที่มักติดตามมาด้วยเสมอและเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แทบไม่ซ้ำหน้าจนหล่อนจำไม่ได้แต่กลับไม่พบเห็น ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกใจอีกเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะค่ำคืนที่ค่อนข้างสำคัญเช่นคืนนี้เขาควรอยู่กับครอบครัวหรือคนรัก อีกอย่างทางภาครัฐก็ออกมาตรการและขอร้องให้ทุกคนฉลองปีใหม่อยู่ภายในบ้านเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคโควิด ทว่าอชิระกลับมาปรากฏตัวอยู่ตรงนี้ตามลำพังเสียอย่างนั้น
“พี่แวะส่งเพื่อนแถวๆ นี้ ก็เลยลงมาซื้อของนิดหน่อย เขาบุ้ยหน้าไปทางร้านสะดวกซื้อที่หญิงสาวเองก็เพิ่งเดินออกมาได้ไม่นาน
“อ้อ” นาตาชาทำเสียงรับรู้ในลำคอ พลางคิดไปว่าเขาคงมาส่งเพื่อนสาวๆ ของเขานั่นเอง คิดได้เช่นนั้นก็หลุบตามองนาฬิกาข้อมือ แต่นี่มันเพิ่งจะเที่ยงคืนนิดๆ เองไม่ใช่เหรอ มาส่งไวไปนะ...
“คิดอะไรอยู่”
คนถูกถามกะพริบตาปริบๆ ยิ้มเจื่อนผ่านหน้ากากอนามัยสีฟ้าเมื่อถูกอีกฝ่ายหรี่ตามองอย่างจับผิด
“ก็เรื่อยเปื่อยค่ะ เอ่อ...ช้อยขอตัวกลับก่อนนะคะ สวัสดีปีใหม่ค่ะ” นาตาชาโน้มศีรษะให้คนตัวโตรูปหล่อตรงหน้าเบาๆ ถือเป็นการทักทายและบอกลาเป็นครั้งแรกในวันขึ้นปีใหม่ ขณะที่กำลังจะก้าวเท้าผ่านหน้าของเขา ไปชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นว่า
“เดี๋ยวช้อย”
ร่างบางชะงักฝ่าเท้า เงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตเบิกนิดๆ ด้วยความกังขา
“ให้พี่ไปส่งดีกว่า”
เปลือกตาบอบบางกะพริบเบาๆ อย่างนึกแปลกใจอีกคำรบ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาแม้จะรู้จักเขาในนามเพื่อนของคนรัก แต่อีกฝ่ายแทบจะไม่เคยสนใจไยดีหรืออยากจะพูดคุยกับหล่อนเลยสักครั้ง มิหนำซ้ำทุกครั้งที่เจอหน้ากันเขาก็มักจะหนีบสาวๆ สวยๆ ตามมาด้วยเสมอ ทำให้แต่ละครั้งที่ได้เจอกันอย่างมากก็แค่ส่งยิ้ม พยักหน้าทักทายและพูดคุยกันสองสามคำเท่านั้น
ต่างจากวันนี้ ที่เขาและหล่อนพูดคุยกันหลายประโยค เรียกว่ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ จึงทำให้หล่อนค่อนข้างแปลกใจพอสมควรกับทุกๆ เรื่องที่จู่ๆ เขาก็มีทีท่าให้ความสนใจหล่อนขึ้นมา หรือว่า...
เขารู้เรื่องระหว่างหล่อนกับพี่เนย์แล้ว หญิงสาวขบคิด พลางหรี่ตามองเขาอย่างค้นคว้าขึ้นมาบ้าง
แต่ดวงตาคมกริบที่กำลังมองมานั้นค่อนข้างไร้ความหมาย ไม่มีอะไรที่สื่อออกมาให้รู้ว่าเขาคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ทำให้คนที่กำลังครุ่นคิดนั้นค่อนข้างสับสนไม่น้อย แต่ถึงเขาจะมีน้ำใจกับหล่อนขึ้นมาจริงๆ ก็คงจะรับเอาไว้ไม่ได้อยู่ดี เพราะเวลานี้หล่อนอยากอยู่คนเดียว จากนั้นก็เมา เผื่อว่าเมื่อตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่เงาของใครบางคนจะจางหายไปจากความทรงจำเสียที
“ขอบคุณค่ะ แต่ช้อยไม่อยากรบกวนพี่อิง ห้องพักช้อยอยู่ใกล้แค่นี้เองค่ะ” หญิงสาวมองไปยังคอนโดสูงกว่าสิบชั้นเบื้องหน้า อชิระมองตามสายตาของคนตัวบางแล้วหันมามองหล่อนอีกครั้ง สบตากลมโตหม่นมัวแล้วลดต่ำไปที่มือเล็กซึ่งถือถุงผ้าสีดำเอาไว้ก่อนหล่อนขยับมือไปซ่อนไว้ด้านหลัง แต่เขาก็ยังมองเห็นอยู่ดีว่าสิ่งที่อยู่ข้างในนั้นคืออะไร
“พี่แค่ห่วงเรา”
นาตาชาตัวเย็นวาบ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าในคำว่า ‘ห่วง’ จากคนที่หล่อนแทบจะไม่รู้จักจะทำให้หัวใจบอบช้ำในคืนเหงาและหนาวเหน็บเช่นคืนนี้อบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ก่อเกิดไอร้อนแทรกซ้อนขึ้นมายังกระบอกตาแดงก่ำ จากนั้นหยาดน้ำก็เอ่อ แต่ก่อนที่มันจะไหลหญิงสาวก็ต้องรีบกะพริบตาไล่ความอ่อนแอนั้นลงไปอย่างรวดเร็ว
นาตาชาส่ายหน้ายิ้ม ก่อนจะยกมือที่ถือถุงผ้าขึ้นแล้วบอกเสียงแผ่ว
“ช้อยมีแค่นี้” หญิงสาวเปิดถุงให้เขาดู ในนั้นมีเบียร์อยู่สี่ห้ากระป๋อง ทำให้คนตัวสูงที่หลุบตามองสิ่งของที่อยู่ในถุงผ้าขยับเรียวปากยิ้ม ดวงตาสีเข้มพราวขึ้นวูบหนึ่งพร้อมบอก
“กินคนเดียวจะไปสนุกอะไร”
คนฟังนิ่งอึ้ง สบตาเขาโดยปราศจากคำพูด
“บนรถพี่มีติดอยู่นิดหน่อย แต่คิดว่าคงพอสำหรับคืนนี้”
เพียงแค่นั้น ความเหงา ความเสียใจ ทุกความรู้สึกที่ประเดประดังและทุกความสับสนก็พาตัวตนของนาตาชาเดินตามอชิระขึ้นไปบนบีเอ็มดับเบิ้ลยูสีดำมันปลาบ
ดวงตาคู่งามสบตาคมกริบแวบเดียว จากนั้นก็มองไปข้างหน้า บอกตัวเองว่าคืนนี้ยังอีกยาวไกล...
๗สิ้นหวังกันตาเร่งฝีเท้าเดินตีคู่กับนาตาชาแล้วกระซิบถามขณะที่ รุ่งรวินทร์และลัดดากำลังซื้อกาแฟปั่น “นี่ช้อย ตกลงแกกับพี่อิงนี่ยังไงวะ” นาตาชาที่กำลังยืนดื่มกาแฟเย็นรอถึงกับสำลัก ไอแค่กๆ จนเพื่อนต้องรีบหยิบกระดาษทิชชูส่งให้ “เอ้า เบาแกเบา แหม ถามแค่นี้ถึงกับสำลักนี่คงไม่ธรรมดาแล้วมั้ง” กันตาเหล่ตามองอย่างจับผิด ด้วยสายตาแม่นยำของหล่อน หล่อนเชื่อเหลือเกินว่าเพื่อนรักและอชิระมีอะไรในก่อไผ่เป็นแน่แท้ “อะแฮ่ม” นาตาชากระแหร่มในลำคอ แล้วเหลียวมองไปทางเพื่อนรักอีกสองคนที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วย ก่อนหันกลับมาทางกันตาที่มักจะหูไวตาไวเสมอ “แกบอกว่าแกเห็นฉันกับพี่อิง แกเห็นอะไรไม่ทราบ” ไม่มีทางที่นาตาชาจะยอมรับอะไรง่ายๆ หากจับไม่ได้ไล่ไม่ทันล่ะก็ จึงถูกกันตามองค้อนขวับแล้วเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ “ก็วันที่เราลงไปกินข้าวเที่ยง แล้วเจอพี่อิงที่ลิฟต์ไง ตอนจะออกจากลิฟต์ ฉันเห็นพี่อิงจับมือแก ทีนี้บอกได้ยัง ว่ามันยังไงกันแน่นังช้อย!” ‘นังช้อย’ ถึงกับยิ้มเจื่อน หน้าตาแดงเห่อ แต่คนปากแข็งก็ยังเป็นคนปากแข็งอยู่วันยังค่ำ...
อชิระเลิกคิ้วสูง ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ พลางแสยะยิ้มออกมาอย่างนึกสมเพชคงตรงหน้า “ทำไมกูต้องทำแบบนั้นวะ ช้อยเลิกกับมึงแล้ว เธอมีสิทธิ์ที่จะคบหากับใครใหม่ๆ ได้เสมอรวมถึงกู แล้วกูก็ไม่ได้มีใครเป็นตัวเป็นตน กูเองก็มีสิทธิ์ที่จะคบหากับช้อย ไม่ว่าจะฐานะอะไรก็ตามที่กูพอใจ” เนติกัดฟันแน่น เขาไม่เคยโกรธเกลียดใครมากขนาดนี้มาก่อน หัวใจของเขาเร่าร้อนจวนเจียนระเบิด และรู้ว่าทั้งรักและหวงแหน นาตาชามากแค่ไหนก็ในเวลานี้ เขายอมรับได้ ต่อให้หล่อนจะพลาดพลั้งลึกซึ้งไปกับอชิระมากแค่ไหนก็ตามที เขาจะไม่แยแส ไม่พูดถึง ไม่คิดถึง ขอแค่ได้หล่อนกลับคืนมาเป็นพอ “กูรักช้อย กูรักช้อยจริงๆ ไม่ว่าก่อนหน้านี้กูจะเคยทำเรื่องผิดพลาดมาสักกี่ครั้งกี่หน กูจะมีใครต่อใครมากมาย แต่ผู้หญิงคนเดียวที่กูรักมีแค่ช้อย เพราะงั้น กูขอช้อยคืน ขอแค่มึงยอมปล่อยมือจากช้อย กูขอแค่นี้เอง หากมึงยังเห็นกูเป็นเพื่อน ปล่อยมือจากช้อย เลิกยุ่งกับเธอซะ” “กูทำไมได้” อชิระตอบกลับทันควัน จากนั้นหลุบมองนาฬิกาบอกเวลาว่าเกือบเที่ยงแล้วจึงผุดลุกจากเก้าอี้ เนติหรี่ตาแคบ เขามองคนที่กำลังจะกลายเป็
หลายวันมานี้เนติลอบติดตามความเคลื่อนไหวของนาตาชาและอชิระมาโดยตลอด ยิ่งได้รู้มากขึ้นก็ยิ่งเงียบขรึม เขาคบหากับนาตาชามานานนับปี ไม่เคยแตะต้องเกินเลยมากกว่ากอดจูบ แต่ไอ้แมวขโมยตัวนี้กลับหายขึ้นไปบนห้องของหญิงสาวนานสองนาน นานขนาดนั้นหากทำอะไรกันก็คงได้กันไม่ต่ำกว่าสองรอบ! “ไอ้อิง มึงกล้าหักหลังกู!!” เนติทุบกำปั้นลงบนโต๊ะทำงาน สีหน้าแววตากร้าวจัด นับอาทิตย์มาแล้วที่ลูกน้องแทบไม่มีใครเข้าหน้าเขาติด แม้แต่ประภัสสรณ์ก็ถูกตะคอกกลับไปหลายครั้งหลายหน อชิระเงยหน้าขึ้นมองไปทางประตูห้องทำงานเมื่อถูกเคาะสามครั้งรัวหนักพร้อมกับเปิดผลัวะเข้ามาและปิดลง เจ้าของห้องหนุ่มเลิกคิ้วสูงเมื่อเนติก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง รูปภาพที่ถูกทิ้งลงมาบนโต๊ะทำงานของเขาทำให้อชิระหลุบตามองด้วยสีหน้าเย็นชา ครู่ต่อมาจึงเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือนที่สีหน้าแดงก่ำด้วยสายตาว่างเปล่า “มึงจะอธิบายกับกูว่ายังไง” อชิระเคาะปากกาลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ สีหน้าและแววตาหาได้เดือดร้อน ก่อนจะวางปากกาลงแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่วงท่าสบายๆ แต่ดวงตาสีเข้มสบตาวาววับของเพื่อนด้วยแววตาเย็นชาลง
๖อดีตก่อกวนสรุปแล้วนาตาชาก็ยังไม่รู้ว่าอชิระต้องการจะพูดเรื่องอะไรกับหล่อน เพราะหลังจากเสร็จสมได้ไม่นานเขาก็รับโทรศัพท์แล้วรีบกลับออกไป หลังจากอ้อยอิ่งอยู่กับหล่อนอีกครู่ใหญ่ หญิงสาวยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มพร้อมกับตบมือลงบนต้นคอเบาๆ เพื่อให้ร่างกายตื่นตัวพร้อมรบกับงานในเช้านี้ “ไงวะช้อย เช้านี้ดูท่าทางอึนๆ นะแก” รุ้งหรือรุ่งรวินทร์ร้องทักเมื่อก้าวเข้ามาในห้องทำงาน คนถูกทักหันไปส่งยิ้มให้เพื่อนแล้วดื่มกาแฟอีกสองอึกก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะตนเอง “ฮือ รู้สึกไม่ค่อยจะสดชื่นเลย” นาตาชายอมรับแต่โดยดี บางทีคงเกิดจากคืนที่ผ่านมาหล่อนนอนไม่ค่อยหลับ เพราะเอาแต่คิดถึงอชิระและการกระทำที่มีร่วมกันตลอดทั้งคืนก็ว่าได้ แน่นอนว่าการร่วมรักกับเขานั้นแปลกใหม่ น่าตื่นเต้น น่าค้นหา และดึงดูดหล่อนได้เสมอ ทว่าเมื่อกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงจึงคิดได้ว่าคนอย่างอชิระนั้นไม่มีวันจะจริงจังกับหล่อนหรือผู้หญิงคนไหนง่ายๆ เวลาเดียวกัน หล่อนเองก็กำลังติดกับสิ่งที่เขาใช้ล่อ สิ่งนั้นคือตัวเขา หล่อนหลงใหลเขา ติดใจรสรักที่เขาปรนเปรออย่างไม่อาจปฏิเสธตัวเอง และก็ไม่คิดจะปฏิเสธ จนเผลอคิดว่าบางท
อ่าห์.... หญิงสาวครางในใจ รู้สึกใจหวิว ขนกายก็ลุกชัน เลือดในกายค่อยๆ ร้อนระอุ ยิ่งสบตาคมกริบที่มองตา มองปากของหล่อนก็ยิ่งรู้สึกถึงความกระหายในแววตาคู่นั้น เป็นความรู้สึกเดียวกันกับหล่อนที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้! มือเรียวที่ดันอกกว้างของเขาเอาไว้ค่อยๆ เลื่อนขึ้นโอบรัดต้นคอแกร่ง จากนั้นเลื่อนขึ้นลูบไล้ศีรษะได้รูปของเขา ดวงตาคู่งามมองใบหน้าคมเข้ม มองคิ้วสีดำสนิท มองขนตายาวงอน มองดวงตาเข้มขรึมที่เวลานี้เป็นตรงกันข้าม มองริมฝีปากที่สร้างความรวดร้าวทรมานและสุขสมได้ในเวลาเดียวกัน จากนั้นหญิงสาวก็คิดอะไรไม่ออก รู้อย่างเดียวว่าต้องทำอะไรต่อไป... อชิระเผยอปากรับปลายลิ้นอ่อนนุ่มของหญิงสาว อ้อมแขนกว้างรัดรึงเรือนร่างนุ่มหอมแน่นขึ้น เขาจูบตอบกลับไปอย่างเร่าร้อน มือไม้ไม่อาจอยู่นิ่งเฉย ลูบไล้ฟอนเฟ้นตามแรงอารมณ์ดำฤษณา เสื้อผ้าของนาตาชาหลุดจากร่าง หลงเหลือเพียงชิ้นเดียวคือซับในตัวจิ๋วที่เกาะติดสะโพกผาย ยอดอกชูชันแอ่นหยัดยามถูกขบเม้มดูดกลืน อชิระเองแม้ยังมีเสื้อผ้าครบถ้วนทว่าก็หลุดลุ่ยยุ่งเหยิง “อ๊าส์” สะโพกงามแอ่นยกเมื่อส่วนราวที่ชุ่มฉ่ำถูกปลายนิ้วเรียวราวสอดลึกแล้
“เป็นอะไรช้อย บอกพี่ได้นะ” หญิงสาวถอนหายใจยาว จะให้บอกกับเขาได้ยังไงว่าคิดอะไรอยู่ “พี่อิงบอกว่ามีเรื่องอยากคุยกับช้อย” อชิระพยักหน้า ดวงตาของเขาขรึมลงเล็กน้อย “เรื่องระหว่างเรา” คนฟังแทบลืมหายใจเมื่อเขากล่าวออกมา หญิงสาวก้มหน้าหลบสายตาเข้มลึกของอีกฝ่ายด้วยหัวใจสั่นไหวรุนแรง หล่อนรู้ว่าเขาจะพูดอะไรออกมา “ช้อยไม่อยากคิดถึงมันอีก พี่อิงไม่ต้องห่วง ช้อยจะไม่บอกเรื่องของเรากับใครทั้งสิ้น มันจะเหมือนกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ช้อยจะกลับไปทำหน้าที่ของช้อยอย่างเต็มที่ จะไม่ยุ่งวุ่นวายกับพี่อิงเกินกว่าเรื่องงาน ซึ่งอันที่จริงเราก็ไม่ค่อยได้เกี่ยวข้องกันสักเท่าไร” อชิระหรี่ตาสีเข้มมองหล่อนอย่างจริงจัง เขารอให้หญิงสาวพูดออกมาจนหมด ขณะที่อีกฝ่ายทำสีหน้าอึดอัดลำบากใจ ทำท่าจะพูดแต่ก็หยุดลง “พูดต่อสิ” นาตาชาอ้าปากค้างแล้วค่อยๆ หุบปากขบเม้ม ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนบอก “พี่อิงไม่ต้องกลัวว่าเอ่อ แฟนๆ ของพี่อิงจะรู้เรื่องของเรา เพื่อนๆ ของช้อยก็จะไม่รู้เหมือนกัน เราจะเก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับอย่างดีที่สุด”







