Masuk“พี่…” เขานิ่งอึ้ง สมองเบลอไปหมด แทบคิดอะไรไม่ออก “ช้อย พี่รู้ว่าพี่ทำเลวมาก ทำให้ช้อยผิดหวังเสียใจ แต่หากว่าช้อยจะยอมให้โอกาสพี่อีกสักครั้ง...” นาตาชาส่ายหน้า ริมฝีปากที่กำลังสั่นระริกขบเม้ม น้ำตาคลอหน่วยตางาม “ไม่ ช้อยให้โอกาสกับคนที่ช้อยรักและไว้ใจแต่กลับหักหลังช้อยอย่างเลือดเย็นแบบนี้อีกไม่ได้ ก่อนพี่จะทำเรื่องระยำแบบนั้นลงไปพี่ต้องรู้ดีสิ ว่าหากช้อยรู้มันจะเกิดอะไรขึ้น แต่พี่เนต์ก็ทำ เพราะความมักง่ายเพราะความอยาก พี่ไม่คิดถึงช้อย ตอนนั้นพี่คิดถึงแต่พี่ภัส พี่ไม่คิดถึงช้อยเลยว่าจะเจ็บแค่ไหน...” น้ำตาไหลพรากลงทันทีที่ได้ระบายสิ่งที่อยู่ในใจจนหมดสิ้น แต่ยิ่งร่างบางที่สะอื้นสั่นเทา ก็ยิ่งทำให้เนติเจ็บปวดสุดหัวใจ เขาเองก็เจ็บปวดพร้อมกับเกลียดตัวเองที่ทำให้คนรักต้องเสียน้ำตาเพราะความคึกคะนองล้วนๆ ของตัวเอง “ช้อย” ร่างสูงขยับเข้าไปหา ทว่าหญิงสาวขยับตัวหนี ยกมือที่ถือมีดขึ้นชี้ไปข้างหน้าจนอีกฝ่ายต้องชะงักลงอีกครั้ง “อย่าเข้ามานะ ออกไปจากห้องของช้อย อย่ามาที่นี่อีก ช้อยไม่อยากทำร้ายพี่ ไม่อยากให้ตัวเองต้องติดคุก เพราะงั้นออกไปซะ ทีนี้
๗สิ้นหวังกันตาเร่งฝีเท้าเดินตีคู่กับนาตาชาแล้วกระซิบถามขณะที่ รุ่งรวินทร์และลัดดากำลังซื้อกาแฟปั่น “นี่ช้อย ตกลงแกกับพี่อิงนี่ยังไงวะ” นาตาชาที่กำลังยืนดื่มกาแฟเย็นรอถึงกับสำลัก ไอแค่กๆ จนเพื่อนต้องรีบหยิบกระดาษทิชชูส่งให้ “เอ้า เบาแกเบา แหม ถามแค่นี้ถึงกับสำลักนี่คงไม่ธรรมดาแล้วมั้ง” กันตาเหล่ตามองอย่างจับผิด ด้วยสายตาแม่นยำของหล่อน หล่อนเชื่อเหลือเกินว่าเพื่อนรักและอชิระมีอะไรในก่อไผ่เป็นแน่แท้ “อะแฮ่ม” นาตาชากระแหร่มในลำคอ แล้วเหลียวมองไปทางเพื่อนรักอีกสองคนที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วย ก่อนหันกลับมาทางกันตาที่มักจะหูไวตาไวเสมอ “แกบอกว่าแกเห็นฉันกับพี่อิง แกเห็นอะไรไม่ทราบ” ไม่มีทางที่นาตาชาจะยอมรับอะไรง่ายๆ หากจับไม่ได้ไล่ไม่ทันล่ะก็ จึงถูกกันตามองค้อนขวับแล้วเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ “ก็วันที่เราลงไปกินข้าวเที่ยง แล้วเจอพี่อิงที่ลิฟต์ไง ตอนจะออกจากลิฟต์ ฉันเห็นพี่อิงจับมือแก ทีนี้บอกได้ยัง ว่ามันยังไงกันแน่นังช้อย!” ‘นังช้อย’ ถึงกับยิ้มเจื่อน หน้าตาแดงเห่อ แต่คนปากแข็งก็ยังเป็นคนปากแข็งอยู่วันยังค่ำ...
อชิระเลิกคิ้วสูง ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ พลางแสยะยิ้มออกมาอย่างนึกสมเพชคงตรงหน้า “ทำไมกูต้องทำแบบนั้นวะ ช้อยเลิกกับมึงแล้ว เธอมีสิทธิ์ที่จะคบหากับใครใหม่ๆ ได้เสมอรวมถึงกู แล้วกูก็ไม่ได้มีใครเป็นตัวเป็นตน กูเองก็มีสิทธิ์ที่จะคบหากับช้อย ไม่ว่าจะฐานะอะไรก็ตามที่กูพอใจ” เนติกัดฟันแน่น เขาไม่เคยโกรธเกลียดใครมากขนาดนี้มาก่อน หัวใจของเขาเร่าร้อนจวนเจียนระเบิด และรู้ว่าทั้งรักและหวงแหน นาตาชามากแค่ไหนก็ในเวลานี้ เขายอมรับได้ ต่อให้หล่อนจะพลาดพลั้งลึกซึ้งไปกับอชิระมากแค่ไหนก็ตามที เขาจะไม่แยแส ไม่พูดถึง ไม่คิดถึง ขอแค่ได้หล่อนกลับคืนมาเป็นพอ “กูรักช้อย กูรักช้อยจริงๆ ไม่ว่าก่อนหน้านี้กูจะเคยทำเรื่องผิดพลาดมาสักกี่ครั้งกี่หน กูจะมีใครต่อใครมากมาย แต่ผู้หญิงคนเดียวที่กูรักมีแค่ช้อย เพราะงั้น กูขอช้อยคืน ขอแค่มึงยอมปล่อยมือจากช้อย กูขอแค่นี้เอง หากมึงยังเห็นกูเป็นเพื่อน ปล่อยมือจากช้อย เลิกยุ่งกับเธอซะ” “กูทำไมได้” อชิระตอบกลับทันควัน จากนั้นหลุบมองนาฬิกาบอกเวลาว่าเกือบเที่ยงแล้วจึงผุดลุกจากเก้าอี้ เนติหรี่ตาแคบ เขามองคนที่กำลังจะกลายเป็
หลายวันมานี้เนติลอบติดตามความเคลื่อนไหวของนาตาชาและอชิระมาโดยตลอด ยิ่งได้รู้มากขึ้นก็ยิ่งเงียบขรึม เขาคบหากับนาตาชามานานนับปี ไม่เคยแตะต้องเกินเลยมากกว่ากอดจูบ แต่ไอ้แมวขโมยตัวนี้กลับหายขึ้นไปบนห้องของหญิงสาวนานสองนาน นานขนาดนั้นหากทำอะไรกันก็คงได้กันไม่ต่ำกว่าสองรอบ! “ไอ้อิง มึงกล้าหักหลังกู!!” เนติทุบกำปั้นลงบนโต๊ะทำงาน สีหน้าแววตากร้าวจัด นับอาทิตย์มาแล้วที่ลูกน้องแทบไม่มีใครเข้าหน้าเขาติด แม้แต่ประภัสสรณ์ก็ถูกตะคอกกลับไปหลายครั้งหลายหน อชิระเงยหน้าขึ้นมองไปทางประตูห้องทำงานเมื่อถูกเคาะสามครั้งรัวหนักพร้อมกับเปิดผลัวะเข้ามาและปิดลง เจ้าของห้องหนุ่มเลิกคิ้วสูงเมื่อเนติก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง รูปภาพที่ถูกทิ้งลงมาบนโต๊ะทำงานของเขาทำให้อชิระหลุบตามองด้วยสีหน้าเย็นชา ครู่ต่อมาจึงเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือนที่สีหน้าแดงก่ำด้วยสายตาว่างเปล่า “มึงจะอธิบายกับกูว่ายังไง” อชิระเคาะปากกาลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ สีหน้าและแววตาหาได้เดือดร้อน ก่อนจะวางปากกาลงแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่วงท่าสบายๆ แต่ดวงตาสีเข้มสบตาวาววับของเพื่อนด้วยแววตาเย็นชาลง
๖อดีตก่อกวนสรุปแล้วนาตาชาก็ยังไม่รู้ว่าอชิระต้องการจะพูดเรื่องอะไรกับหล่อน เพราะหลังจากเสร็จสมได้ไม่นานเขาก็รับโทรศัพท์แล้วรีบกลับออกไป หลังจากอ้อยอิ่งอยู่กับหล่อนอีกครู่ใหญ่ หญิงสาวยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มพร้อมกับตบมือลงบนต้นคอเบาๆ เพื่อให้ร่างกายตื่นตัวพร้อมรบกับงานในเช้านี้ “ไงวะช้อย เช้านี้ดูท่าทางอึนๆ นะแก” รุ้งหรือรุ่งรวินทร์ร้องทักเมื่อก้าวเข้ามาในห้องทำงาน คนถูกทักหันไปส่งยิ้มให้เพื่อนแล้วดื่มกาแฟอีกสองอึกก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะตนเอง “ฮือ รู้สึกไม่ค่อยจะสดชื่นเลย” นาตาชายอมรับแต่โดยดี บางทีคงเกิดจากคืนที่ผ่านมาหล่อนนอนไม่ค่อยหลับ เพราะเอาแต่คิดถึงอชิระและการกระทำที่มีร่วมกันตลอดทั้งคืนก็ว่าได้ แน่นอนว่าการร่วมรักกับเขานั้นแปลกใหม่ น่าตื่นเต้น น่าค้นหา และดึงดูดหล่อนได้เสมอ ทว่าเมื่อกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงจึงคิดได้ว่าคนอย่างอชิระนั้นไม่มีวันจะจริงจังกับหล่อนหรือผู้หญิงคนไหนง่ายๆ เวลาเดียวกัน หล่อนเองก็กำลังติดกับสิ่งที่เขาใช้ล่อ สิ่งนั้นคือตัวเขา หล่อนหลงใหลเขา ติดใจรสรักที่เขาปรนเปรออย่างไม่อาจปฏิเสธตัวเอง และก็ไม่คิดจะปฏิเสธ จนเผลอคิดว่าบางท
อ่าห์.... หญิงสาวครางในใจ รู้สึกใจหวิว ขนกายก็ลุกชัน เลือดในกายค่อยๆ ร้อนระอุ ยิ่งสบตาคมกริบที่มองตา มองปากของหล่อนก็ยิ่งรู้สึกถึงความกระหายในแววตาคู่นั้น เป็นความรู้สึกเดียวกันกับหล่อนที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้! มือเรียวที่ดันอกกว้างของเขาเอาไว้ค่อยๆ เลื่อนขึ้นโอบรัดต้นคอแกร่ง จากนั้นเลื่อนขึ้นลูบไล้ศีรษะได้รูปของเขา ดวงตาคู่งามมองใบหน้าคมเข้ม มองคิ้วสีดำสนิท มองขนตายาวงอน มองดวงตาเข้มขรึมที่เวลานี้เป็นตรงกันข้าม มองริมฝีปากที่สร้างความรวดร้าวทรมานและสุขสมได้ในเวลาเดียวกัน จากนั้นหญิงสาวก็คิดอะไรไม่ออก รู้อย่างเดียวว่าต้องทำอะไรต่อไป... อชิระเผยอปากรับปลายลิ้นอ่อนนุ่มของหญิงสาว อ้อมแขนกว้างรัดรึงเรือนร่างนุ่มหอมแน่นขึ้น เขาจูบตอบกลับไปอย่างเร่าร้อน มือไม้ไม่อาจอยู่นิ่งเฉย ลูบไล้ฟอนเฟ้นตามแรงอารมณ์ดำฤษณา เสื้อผ้าของนาตาชาหลุดจากร่าง หลงเหลือเพียงชิ้นเดียวคือซับในตัวจิ๋วที่เกาะติดสะโพกผาย ยอดอกชูชันแอ่นหยัดยามถูกขบเม้มดูดกลืน อชิระเองแม้ยังมีเสื้อผ้าครบถ้วนทว่าก็หลุดลุ่ยยุ่งเหยิง “อ๊าส์” สะโพกงามแอ่นยกเมื่อส่วนราวที่ชุ่มฉ่ำถูกปลายนิ้วเรียวราวสอดลึกแล้







