Masuk๓
เติมเต็ม
ร่างเปลือยเปล่าไร้ที่ติถูกวางลงบนเตียงนุ่มพร้อมด้วยร่างกำยำตึงแน่นที่ทาบทับตามลงมา ริมฝีปากได้รูปร้อนรุ่มตามติดเรียวปากอ่อนหวาน บดจูบเคล้าคลึงอย่างหยอกเย้า ก่อนจะดูดดื่มหนักหน่วงตามอารมณ์ที่โหมกระพือ
“อืม”
ลำคอระหงถูกขบเม้มเบาๆ แต่สร้างคลื่นความเสียวให้เกิดขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่าสำหรับคนที่ไม่เคยยอมให้ชายคนไหนแตะต้องล่วงเกินแบบนี้มาก่อน
“คะ คุณ” น้ำเสียงหวานสั่นพร่า ลมหายใจหอบสะท้านมือเรียวขยุ้มบนหัวไหล่บึกบึน
“อืม” น่านฟ้าครางอย่างพอใจ เขาชอบผิวของหล่อน ความเรียบลื่นและนุ่มละมุนมือทำให้เขาลูบไล้และละเลียดชิมอย่างไม่รู้เบื่อ
ขณะเดียวกันปนัสยาเองก็รู้สึกซาบซ่านกับความชิดใกล้แนบสนิท จากที่เคยหวงเนื้อหวงตัวเวลานี้หญิงสาวรู้สึกถึงความยินยอมพร้อมใจของตนเองที่มีต่อบุคคลตรงหน้า
เพราะอะไร เมา ผิดหวัง หรือว่าชอบเขา เขาหล่อหรือ มีเสน่ห์ลึกล้ำหรือ
ไม่รู้...นั่นคือเสียงกระซิบที่ดังออกมาจากสำนึก หญิงสาวตอบตัวเองไม่ได้เลยนอกจากความเสียวสยิวที่เขาปรนเปรอ
หญิงสาวสะดุ้งเยือกเมื่อยอดถันสีหวานถูกขบดูด มือใหญ่ลูบไล้แผ่วเบาก่อนหนักหน่วงกับทรวงอวบอิ่มอีกข้าง อีกมือเลื่อนไล้ทั่วเนื้อตัวงดงาม ก่อนหยุดนิ่งยังเนินนางที่ไม่เคยต้องมือชาย
“อ๊ะ!” เสียงหวานอุทานเมื่อใบหน้าคมเข้มเลื่อนต่ำ โดยเฉพาะมือเรียวยาวของเขาที่ลูบเบาๆ ที่ท้องขาอ่อนด้านใน พร้อมกับผลักท่อนขาให้แยกจากกันเพื่อเปิดเผยความต้องการที่หล่อนมีต่อเขาให้ปรากฏชัดตรงหน้า
สวย... น่ารัก
สิ่งที่เห็นในยามนี้ทำให้ชายหนุ่มบอกตนเองเช่นนั้น
น่านฟ้าชื่นชมจนพอใจแล้วก็จดริมฝีปากลงบนกลีบกุหลาบสีเรื่อที่คายหยาดน้ำหวานออกมา เขาจุมพิตผาดๆ เรียกเสียงครางกระเส่าจากริมฝีปากอิ่ม ก่อนฉกไล้ปลายลิ้นลงบนกลีบบอบบาง แล้วเม้มเบาๆ ราวหยอกเย้าจนร่างเล็กที่บิดส่ายแอ่นระแน้จากความเสียวซ่าน
“อื้อ” มือเรียวพยายามผลักดันศีรษะของเขาออกจากกุหลาบกลีบงามของตน แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ เพราะตรงนั้นของหล่อนถูกละเลงลิ้นหนักหน่วงและรวดเร็วยิ่งขึ้นจนสะโพกผายงดงามไม่อาจอยู่นิ่ง ซ้ำยังถูกปลายนิ้วเรียวยาวของเขาสอดลึกเข้าสู่ช่องทางเร้นลับจนไม่อาจยับยั้งเสียงครางแตกพร่าออกมาได้
“พอ พอแล้ว อื้อ” สุดท้ายหล่อนก็กรีดร้องเสียงหลงจากความเสียดเสียวแทบขาดใจนั้น!
ชายหนุ่มผละใบหน้าหล่อเหลาจากเนินเนื้อนุ่มที่เขาสำรวจตรวจตราจนพอใจ หล่อนดูสดใหม่และบอบบางจนน่าพิศวง พร้อมกันนั้นก็ดึงปลายนิ้วออกจากช่องทางลับที่ทำให้เขารับรู้ถึงความคับแน่น ก่อนจะขยับกายยกตัวขึ้น ฉีกฟอยล์แล้วดึงเครื่องป้องกันออกมาสวมใส่ เพียงครู่เดียวก็ทิ้งร่างตั้งแต่ช่วงเอวสอบลงไปทับทาบ บดเบียดส่วนเหยียดขยายเต็มที่กับสัดส่วนอ่อนไหวที่เขาปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลมานานแสนนาน จนคนที่อ่อนระทวยใจกระตุกขึ้นมาอีกครั้งเมื่อรับรู้ถึงสัมผัสที่สยิวกายและอันตรายยิ่งกว่าเดิม
เสียงครางพร่าจัดจากคนที่ทาบทับเรียกสติที่เหลืออยู่น้อยนิดให้ค่อยๆ กลับมาอีกครั้ง เมื่อดวงตาเปิดปรือ หัวใจดวงน้อยก็ไหววาบ พร้อมกับริมฝีปากที่ถูกบดจูบอย่างหนักหน่วง เช่นเดียวกับส่วนสาวสะพรั่งที่กำลังถูกแนบชิดจากสะโพกสอบที่ขยับถูไถแก่นกายกับร่องหลืบสีหวานฉ่ำเยิ้ม
คิ้วงามโก่งขมวดมุ่น ร่างกายอ่อนปวกเปียกร้อนรุ่ม ขนกายลุกชัน มือเรียวเลื่อนลูบไล้ศีรษะได้รูปและบ่าไหล่กว้าง ก่อนจะสะดุ้งเฮือกขมวดคิ้วเม้มปาก เมื่อส่วนอ่อนไหวถูกชำแรกเข้ามา
“เจ็บ อือ” หญิงสาวกระซิบเสียงแผ่วเบา ก่อนจะขบเม้มเรียวปากเอาไว้แน่น น้ำตาซึมออกจากหางตา
น่านฟ้าผละห่างเล็กน้อย แนวกรามได้รูปขึ้นสันแกร่งเมื่อพยายามชำแรกท่อนลำเข้าสู่ช่องทางอ่อนนุ่ม ทว่าค่อนข้างยากเย็นสำหรับเขา ดวงตาคมกริบสีสนิมหลุบมองวงหน้างามที่สะบัดไปมาอย่างเสียวซ่านปนเจ็บปวด เพียงแค่ส่วนปลายที่ถูกบีบรัดเขาก็ใจสั่น จึงออกแรงดันอาวุธหลักประจำกายลงสู่ความคับติ้วเพียงครั้งเดียวก็สุดทาง
“โอ๊ย!” หญิงสาวจิกปลายนิ้วลงบนไหล่บึกบึนพร้อมกับกัดฟันแน่น ส่ายหน้าเบาๆ เพราะความเจ็บปวดที่บาดยามถูกชำแรก
คนที่ล่วงล้ำรู้สึกไม่ต่างกันนัก เขาขมวดคิ้ว กัดฟันกรอดแล้วผ่อนลมหายใจพร้อมกับสูดปากกับอาการตอดรัดร้อนรุ่ม
ใบหน้าเข้มคมก้มลงจูบริมฝีปากที่ห่อครางด้วยความเจ็บปวดนั้นอย่างเอาใจ ก่อนจะเลื่อนไซ้ซุกลำคอระหง แล้วรวบดูดยอดถันที่หดเกร็งเป็นตุ่มไต ตวัดลิ้นชิมรสหวานซ่านเข้าสู่อุ้งปากร้อนชื้น เพิ่มความหฤหรรษ์แก่หญิงสาว
“อ่าห์” เสียงหวานครางออกมาพร้อมเสียงซี้ดซ้าดที่เกิดขึ้นเพราะความเสียวปนเจ็บ โดยเฉพาะเมื่อเขาเริ่มขยับกายสอดเสือกก็ยิ่งเกิดความรู้สึกซ่านสยิวอย่างบอกไม่ถูก จากนั้นโลกก็เหมือนหกคะเมนตีลังกา เกิดอะไรขึ้นภายนอกบ้างหล่อนไม่อาจรับรู้ รู้เพียงว่าภายในนี้มีแค่เขาและหล่อน ลืมเลือนสิ้นซากกับความเจ็บช้ำก่อนหน้า รับรู้เพียงความสุขสมที่ได้รับจากชายแปลกหน้าที่หล่อนยินยอมพร้อมใจ ความเมามายทำให้การตัดสินใจเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ไร้ความขลาดกลัว เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ยากที่จะหยุดยั้ง ตรงกันข้าม กลับต้องการให้เขาเติมเต็มและไปจนสุดเส้นทางสายรุ้ง
๑๖เปิดตัวเลยดีไหม“ไหนแกบอกว่าห่างกันแล้วไง แล้วที่เห็นนี่คืออะไร เจอปุ๊บยอมขึ้นเตียงปั๊บใช่ไหม” ไม่พูดเปล่าแต่มัสยายังกระตุกคอเสื้อเพื่อนจนเห็นร่องรอยที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเกิดจากอะไร “นังหยา!” เกนใจแหวใส่เพื่อน เพราะอีกฝ่ายเริ่มทำเกินไปแล้วจริงๆ ส่วนปนัสยาเม้มปาก หน้าร้อนวูบวาบโกรธทั้งเพื่อนและตัวเองแต่ยังคงก้มหน้ากัดปากแน่น ส่วนเกนใจส่ายหน้า อีกคนก็ทำตัวเหมือนลูก อีกคนทำตัวยิ่งกว่าแม่ “ฉันพูดเรื่องจริง ดูสิ หาคนดีๆ มาประเคนให้ มันก็หนีเขาไปกับไอ้บ้านั่นอีก” มัสยาก่นด่าไปน้ำตาคลอไปด้วยความเจ็บใจเพื่อน สงสารพี่ แล้วน้อยใจอีกฝ่าย ทุกอย่างประเดประดังเข้ามา “ใจเย็นหน่อยหยา เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของปริม คนตัดสินใจคือปริม คนเราลองรักใครมันก็เป็นแบบนี้แหละ ต่อให้รู้ว่าอนาคตอาจต้องเสียน้ำตา แต่ใจมันก็ไม่ยอมฟัง ต่อให้ข้างๆ มีคนแสนดีอย่างพี่อิศ ถ้าไอ้ปริมมันไม่รักไม่ใคร่ ร้อยพี่อิศก็เอามันไม่อยู่หรอก เข้าใจไหมหยา แกเองก็เถอะ สมมติว่าพี่อาร์มเป็นผู้ชายเจ้าชู้แย่ๆ แล้วจู่ๆ พวกฉันหันมาเชียร์พี่อิศให้แก แกจะเอาเขาไหม จะเอาเพราะเขาเป็นคนดีแล้วทิ้งค
แต่ปนัสยาไม่อยากสนใจ หล่อนดื่มกินกับเขาอย่างระมัดระวังแต่ก็เป็นธรรมชาติ รอยยิ้มงามของหญิงสาวเรียกร้องสายตาของธเนศให้มองตามอย่างเผลอๆ หลายครั้งเขาถูกเพื่อนรักถลึงตาใส่ แต่สิ่งที่ทำคือการเลิกคิ้วตอบอย่างยั่วเย้า น่านฟ้าหน้าบึ้งได้เดี๋ยวเดียวก็ยิ้มออกมา เขารู้ว่าอีกฝ่ายเพียงอยากจะแกล้งตน “คุณปริมรู้จักกับน่านได้ยังไงคะ” คำถามของสุทธิดาทำให้ปนัสยานิ่งอึ้ง หญิงสาวมองคนถามก่อนจะหันมาสบตาน่านฟ้าที่มองหล่อนอยู่แล้ว ก่อนจะหันไปสบตากับเพื่อน “เจอกันโดยบังเอิญ” เขาตอบแทนหญิงสาวสั้นๆ แล้วหันมาตักอาหารใส่จานให้หล่อนอย่างเอาใจ ทำให้สุทธิดายิ่งไม่ชอบหน้าหญิงสาว ความริษยาพลุ่งพล่านรุนแรงเสียจนสองสาวที่นั่งข้างคนรักสบตากันอย่างรู้สึกได้ “คุณปริมทำงานที่ไหนคะ” คนรักของก้องกวินเอ่ยถาม เพื่อต้องการขจัดความอึดอัดให้หมดไปจากวงสนทนา “ปริมทำที่ตึกพัฒนาค่ะ” หญิงสาวบอกชื่อบริษัท ทำให้คนถามเลิกคิ้วสูง ดวงหน้าสวยยกยิ้มกว้าง “ตายจริง เพื่อนลีก็ทำอยู่ที่ตึกเดียวกันกับคุณปริมเลย แต่คนละบริษัทค่ะ แหม โลกกลมจริงนะคะ” ลีเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น ทำให้
๑๕ภาพบาดใจเสียงเคาะประตูทำให้คนที่เพิ่งสุขสมสบตากัน ปนัสยากระชับผ้าห่มเอาไว้ พร้อมกับมองหานาฬิกาไปด้วย “ใคร” น่านฟ้าบ่นออกมาเบาๆ แล้วก้มลงจูบริมฝีปากสีหวานหนักๆ ทีหนึ่งก่อนบอก “ผมจะออกไปดู คุณรออยู่นี่แหละ” พูดจบเขาก็หยิบผ้าขนหนูออกมาพันกายท่อนล่าง เผยแผงอกกำยำบึกบึน ด้วยคิดว่าคนที่มาเคาะประตูเรียกคงจะเป็นเพื่อนผู้ชายของเขาไม่คนใดก็คนหนึ่ง แต่เมื่อประตูเปิดออกกว้าง คนที่อยู่ตรงหน้ากลับเป็นสุทธิดาเพื่อนผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่ม หญิงสาวหลุบตามองแผงอกกำยำของคนเป็นเพื่อนและผู้ชายที่แอบมีใจให้ด้วยความรู้สึกหัวใจเต้นรัว น่านฟ้านิ่วหน้าอย่างไม่ค่อยพอใจกับสายตาคู่นั้น แต่ก็เลือกที่จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แทน “มีอะไรเหรอ” เขายกมือขึ้นกอดอก รู้สึกหวงเนื้อหวงตัวขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วนจนนึกโมโหตัวเองที่ไม่แต่งตัวให้เรียบร้อยเสียก่อนเปิดประตูรับใคร “พวกเรากำลังจะกินข้าวกัน ฉันก็เลยอาสาขึ้นมาตามน่าน” ชายหนุ่มนิ่วหน้าแล้วดูนาฬิกาที่ข้อมือตัวเอง พอเห็นว่าเป็นเวลาหกโมงครึ่งเขาก็นิ่งอึ้ง เพิ่งรู้ว่าเขาใช้เวลากับปนัสยาเกือบสองช
คำตอบของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวยิ้มออกมาได้ “อยู่ไหนคะ หยาจะได้ไปตามถูก” อิศรานิ่งไปอึดใจ ก่อนจะมองออกไปยังพื้นทรายเบื้องหน้า กับบรรยากาศพลบค่ำ “ไม่ลองโทร.เข้ามือถือดูล่ะ” คำตอบของเขาทำเอาคนตัวเล็กเริ่มหงุดหงิด จู่ๆ อิศราก็ยียวนขึ้นมา หรือว่าเขาจะดื่มเบียร์มากเกินไป “โทร.แล้วแต่ไม่รับ ไม่งั้นหยาไม่มาถามพี่อิศหรอก” เมื่อได้ฟังดังนั้นอิศราเริ่มมีสติ เขาสบตาหล่อนอย่างเสียใจเล็กน้อย “ขอโทษที พี่มึนๆ ไปนิด” อีกฝ่ายส่ายหน้าอย่างไม่ถือโทษอะไร “ไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่ปริมอยู่ที่ไหนคะ” อิศราทำหน้าเคร่งอีกครั้ง แต่คราวนี้ยอมบอกแต่โดยดี “เมื่อชั่วโมงก่อนพี่เห็นปริมออกจากบ้านไป ก็เลยเดินตาม คิดจะเดินไปเป็นเพื่อน แต่ว่า” เกนใจก้าวเข้ามาสมทบ พลางเอ่ยถามทันที “แต่ว่าอะไรคะ” ชายหนุ่มหันไปมองหญิงสาวอีกคน สีหน้าที่มองมาเริ่มบ่งบอกว่ากำลังเป็นห่วงเพื่อนรัก “แต่ว่าพี่ดันไปเจอว่าปริมอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง ดูท่าทางสนิทสนมกันดี
๑๔ทบทวนความจำบนห้องพักส่วนตัวของน่านฟ้า ร่างบางเดินดูไปรอบๆ อย่างสนใจ ก่อนจะไปหยุดที่ระเบียงห้องนอนแล้วมองออกไปยังคลื่นสีขาวที่ม้วนตัวเป็นเกลียว มือใหญ่ที่สอดเข้ามารัดเอวบางจากด้านหลัง ทำให้หญิงสาวหันกลับไปพร้อมกับยกมือขึ้นโอบกอดรอบคอของชายหนุ่ม ดวงตาสองคู่สบตากันเพียงครู่ ชายหนุ่มก็โน้มใบหน้าลงหา หญิงสาวเอียงหน้าหนีไปอีกทาง จมูกของเขาจึงบรรจบลงที่นวลแก้มเนียนหอมจางๆ “เรื่องวันนั้น ผมขอโทษ” ดวงตาสีเข้มที่มองมาทำให้หัวใจของคนฟังไหวยวบ ความจริงหล่อนไม่ได้โกรธเขาเรื่องนั้น แต่โกรธเรื่องที่เขาเห็นหล่อนเป็นผู้หญิงอย่างว่ามากกว่า “คุณโอนเงินให้ฉัน เพราะคุณเห็นฉันเป็นผู้หญิงที่ใครๆ พยายามยัดเยียดให้ฉันเป็น” ชายหนุ่มสบตาหญิงสาวอย่างรู้สึกผิด “ผมแค่ไม่อยากเอาเปรียบคุณ แต่ไม่เคยคิดแบบนั้นเลยจริงๆ สาบานได้” หญิงสาวเม้มปาก ดวงตาที่มองแค่อกกว้างช้อนตาขึ้นมองใบหน้าของเขา “ที่ฉันยอมคบกับคุณ เพราะฉันชอบคุณ ไม่ได้อยากได้เงินของคุณ” อ้อมแขนของชายหนุ่มรัดแน่นขึ้น เมื่อสบตาคู่งามที่แข็งกระด้างขึ้นวูบหนึ่งยา
ลมที่โชยยามเย็นทำให้หญิงสาวรู้สึกดีขึ้น การได้อยู่ตามลำพังทำให้เกิดความสบายใจ เพราะไม่ต้องปั้นหน้ายิ้มหรือตอบคำถามของใครต่อใครอีก ระหว่างที่หญิงสาวกำลังเดินเล่นอยู่นั้นเอง น่านฟ้าที่ยืนมองทะเลอย่างไร้จุดหมาย มือหนึ่งถือขวดเบียร์ขนาดย่อม อีกมือล้วงกระเป๋ากางเกงชะงักลงเล็กน้อย เขาจ้องมองไปยังร่างกลมกลึงที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวแขนสั้นคอปาดค่อนข้างกว้าง กับกางเกงขาสั้นแค่ครึ่งขาอ่อนสีดำแล้วรีบกระดกเบียร์จนหมดพร้อมกับโยนลงถังขยะใกล้ๆ ก่อนจะก้าวตรงไปหาหล่อนด้วยจังหวะหนักแน่นรวดเร็วจังหวะก้าวเดินของปนัสยาค่อยๆ ชะลอลงเมื่อร่างสูงคุ้นตาคุ้นใจก้าวตรงมาหา หัวใจดวงน้อยเต้นแรงโลดเมื่ออีกฝ่ายหยุดลงตรงหน้า ทำให้หล่อนต้องหยุดเดินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “ไม่คิดว่าจะได้เจอกันที่นี่ มาเที่ยวเหรอ” น่านฟ้าเอ่ยทักทาย ดวงตาคมเข้มกวาดมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่ทำให้หญิงสาวร้อนผ่าวไปทั้งหน้า “ค่ะ คุณเองก็มาเที่ยวเหมือนกันนี่คะ” หญิงสาวมองเขาเหมือนอย่างที่เขามองหล่อนกลับไปบ้าง ทำให้คนตัวโตกลอกตาสองรอบ พยายามข่มจิตข่มใจไม่ให้ตวัดร่างเล็กขึ้นแบกแล้วเดินกลับห้อง







