Share

Episode – 3

last update Terakhir Diperbarui: 2024-11-11 15:21:06

เป็นเวลากว่าสองวันแล้วที่มาเวอริคถูกขังในห้องเก่า ๆ ของชั้นแรก มันเหมือนกับห้องนอนปกติเพียงแต่ข้าวของที่มีดูเก่าและดูใช้ได้เพียงไม่กี่อย่าง แต่มาเวอริคไม่ได้สนใจมันเท่าไหร่เพราะตอนนี้ความคิดของเขา มันกำลังจมอยู่กับการหาตัวคนทรยศ ซึ่งมีชื่ออยู่ในใจแล้วแต่จะยังไม่คอนเฟิร์มแม้เปอร์เซ็นต์จะสูงก็ตาม มาเวอริคถอนหายใจก่อนมองดูโซ่เส้นใหญ่ที่ล่ามข้อเท้าทั้งสองข้าง จากการลองยกข้อเท้าดูแล้วพบว่าน้ำหนักของโซ่ค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่ได้มากจนถ่วงการขยับหรือการเคลื่อนไหวของร่างกายได้

มาเวอริคมองไปรอบ ๆ ห้องแล้วหยุดสายตาที่ถาดอาหาร ถึงจะถูกขังในฐานะคนทรยศแต่อาหารการกินยังดูดีอยู่ ก็สมกับที่เอดิสันให้ความชื่นชอบมาเวอริคมากกว่าใคร มาเวอริคถอนหายใจแล้วเอนกายลงนอน สายตาทอดมองเพดานห้องก่อนค่อย ๆ ปิดลงพร้อมความคิดมากมายที่แล่นอยู่ในหัว

ผัวะ!

แต่การพักผ่อนกลับถูกทำลายด้วยประตูห้องที่ถูกเปิดออกอย่างแรง มาเวอริคยันกายขึ้นลุกนั่งแล้วมองตรงไปยังหน้าประตูห้อง

“มารยาทหายไปไหนกันหมด?” เอ่ยถามอย่างไม่สบอารมณ์แล้วมองหน้าบิดาด้วยสายตาแข็งกร้าว

“ปากดีเหมือนเดิมเลยนี่ลูกชาย แต่ที่ฉันมาหาแกในวันนี้เพราะฉันมีเรื่องต้องคุยกับแก... มาเวอริค” เอดิสันมองหน้าลูกชายด้วยสายตาที่แม้แต่มาเวอริคก็คาดเดาไม่ได้ แต่มาเวอริคยังคงนิ่งจนกระทั่งอเล็กซานเดอร์เดินผ่านเอดิสันแล้วตรงมาหาเขาที่อยู่บนเตียง

“ถึงจะพอรู้ว่าแผนของแกคืออะไร แต่เอดิสันก็อยากฟังจากปากของแกมากกว่า”

“แล้ว?”

“ถ้าแกไม่อยากเจ็บตัวก็พล่ามแผนของแกออกมาซะมาเวอริค” อเล็กซานเดอร์จ้องหน้ามาเวอริคเขม็ง มาเวอริคนิ่งเงียบก่อนเหยียดยิ้มออกมาและการยิ้มแบบนั้นต่อหน้าอเล็กซานเดอร์ ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาหันไปตามความแรงของหมัดที่กระแทกเข้ามา เอดิสันไม่คิดห้ามเพราะรู้ดีว่าลูกชายของตนมีแต่ต้องใช้ไม้แข็งเท่านั้น

“นึกถึงการฝึกแรกเลยแฮะ” เหยียดยิ้มแล้วบ้วนเลือดลงบนพื้นห้อง จากนั้นมาเวอริคก็ได้ลุกขึ้นต่อกรกับอเล็กซานเดอร์ ท่ามกลางสายตานับหลายสิบคู่ที่มองมา มาเวอริคไม่ได้อ่อนแอเลยสักนิดทั้งที่ข้อเท้าถูกล่ามด้วยโซ่เส้นใหญ่ ใบหน้าอเล็กซานเดอร์เริ่มมีรอยช้ำ ตามตัวเริ่มมีร่องรอยของบาดแผลเหมือนที่มาเวอริคมี

โครม!

“อึก!” แต่แล้วมาเวอริคก็ต้องมาเสียท่าเพราะเขาลืมเรื่องโซ่ที่ล่ามข้อเท้าอยู่ ทันทีที่ล้มลงบนพื้นห้อง อเล็กซานเดอร์เข้าชาร์จพร้อมกับมาเวอริคให้นอนคว่ำหน้าลง หัวเข่าแข็ง ๆ กดลงตรงช่วงท้ายทอย ทำให้มาเวอริครู้สึกอึดอัดพอสมควร

“แกนี่มันดื้อด้านจริง ๆ ต่อสายหาเมอร์ลินให้ฉัน” และประโยคต่อมาของเอดิสันเรียกสายตามาเวอริคให้ตวัดมอง

“พ่อคิดจะทำอะไร!”

“หุบปากของแกแล้วคอยดูอยู่ตรงนั้นก็พอ” เอดิสันเหยียดยิ้มแล้วโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อก็เป็นโทรศัพท์ของมาเวอริคเอง มาเวอริคได้แต่ภาวนาว่าน้องชายอย่าได้รับสายนี้เป็นอันขาดเลย แต่เหมือนพระเจ้าก็จะไม่ช่วยเขา

“รับแล้วครับ” มาเวอริคตัวชาวาบทันทีที่ได้ยินแบบนั้น โทรศัพท์ถูกส่งให้เอดิสันก่อนบมสนทนาทุกบทจะถูกถ่ายทอดให้มาเวอริคได้ยิน สปีกเกอร์โฟนทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างดี

(คุณ... เกิดอะไรขึ้นกับมาเวอริคหรือเขาหักหลังผม?) ยอมรับว่ามาเวอริคแอบเสียใจเหมือนกันที่น้องชายดูไม่ไว้ใจเขา แต่เขายอมรับมันได้ เว้นแต่เอดิสันที่ดูสะใจเหลือเกิน

“ฉันได้ยินมาว่าเจ้าลูกชายคนโตคุยกับน้องชายจนเข้าใจกันแล้ว แต่ดูแล้วแก... แกยังไม่ไว้ใจมันจริง ๆ สินะ” เอดิสันยิ้มแล้วมองมาเวอริคราวกับจะตอกย้ำ เอดิสันยังคงพล่ามให้เมอร์ลินฟังในเรื่องที่ไร้สาระ

“วางสายไปซะเมอร์!” มาเวอริครวบรวมแรงตะเบ็งเสียงลงไป ก่อนอเล็กซานเดอร์จะจับหัวเขากดลงบนพื้นห้องตามเดิม เอดิสันแค่นยิ้มแล้วปั่นประสาทเมอร์ลินไม่หยุด แม้เมอร์ลินจะไร้ซึ่งความเคารพแล้วก็ตาม จนกระทั่งน้ำเสียงปลายสายเปลี่ยนไป

(ฉันเอเวอร์เร็ตต์ ตั้งแต่ตกลงเรื่องแต่งงาน นี่คงเป็นครั้งแรกที่ได้คุยกันสินะ?) มาเวอริคโล่งใจในทันทีที่รู้ว่ารอบกายเมอร์ลินตอนนี้ มีผู้คนมากมายที่พร้อมจะปกป้องน้องชายของตน มาเวอริคกัดฟันแล้วออกแรงเพื่อให้หลุดจากพันธนาการ อเล็กซานเดอร์เสียจังหวะเล็กน้อยก่อนการต่อสู้ย่อม ๆ จะเริ่มขึ้นโดยที่เอดิสันคอยมองอยู่ตลอดเวลา ยิ่งการสนทนาระหว่างเอดิสันและเอเวอร์เร็ตต์กินเวลา มาเวอริคก็ยิ่งสะบักสะบอมมากขึ้นเรื่อย ๆ ความเหนื่อยล้าและอาการช้ำจากบาดแผลเริ่มส่งผล

(มาเวอริค!) แต่แล้วเสียงที่ตะเบ็งลงมาจากปลายสายทำให้มาเวอริคมีรอยยิ้มจาง ๆ กับแรงที่จะฮึดเพื่อตอบกลับน้องชาย (ผมไม่รู้ว่าคุณได้ยินผมไหม! แต่ผมมีเรื่องสำคัญจะบอกกับคุณ!) เมอร์ลินยังคงส่งเสียงมาเรื่อย ๆ และเอดิสันก็ไม่ได้มีความคิดจะตัดสายแต่อย่างใด

“ได้ยินแล้ว” มาเวอริคตอบกลับไปอย่างอ่อนแรงแต่ก็เสียงดังพอให้น้องชายได้ยิน

(ฟังดี ๆ นะครับ) มาเวอริคอยากตอบกลับว่าตั้งใจฟังอยู่ ไม่ว่าจะอยากพูดหรือด่าทออะไรก็พูดมันออกมาได้เลย ทว่า ประโยคต่อมาช่างช่วยต่อลมหายใจของมาเวอริคเหลือเกิน (เรเธเซีย! คุณได้หลานสาวนะครับ! ได้ยินผมชัดใช่ไหมว่าคุณได้หลานสาว!) เอดิสันตัดสายทันทีส่วนมาเวอริคกำลังนิ่งงันแล้วหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข ท่ามกลางสีหน้าที่อยากจะฆ่ามาเวอริคให้ตายของอเล็กซานเดอร์ เอดิสันเพียงแค่มองด้วยสายตาเรียบนิ่งราวกับในใจของเขากำลังคิดอะไรอยู่

“อเล็กออกมา ฉันจะให้โอกาสแกอีกครั้งมาเวอริค กลับตัวกลับใจในตอนที่ฉันยังมองแกเป็นลูกซะ” เอดิสันหมุนตัวเดินออกจากห้องไปก่อนตามด้วยอเล็กซานเดอร์ ที่ฝากความจุกด้วยการเตะเข้าสีข้างของมาเวอริค มาเวอริคหอบหายใจแล้วพลิกกายนอนหงายพร้อมกับรอยยิ้ม จากนั้นก็ค่อยกัดฟันพาร่างกายที่เจ็บหนักขึ้นมานอนบนเตียง

มาเวอริคยังคงนอนมองเพดานห้องที่อับแสงมาเป็นเวลากว่าหลายสิบนาทีนับแต่สายถูกตัด ที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของเขาถูกล่ามด้วยโซ่เส้นใหญ่เหมือนเคย ตามร่างกายมีรอยฟกช้ำจากการถูกอเล็กซานเดอร์ซ้อมมา แต่ใช่ว่าเขาจะยอมอยู่ฝ่ายเดียว มาเวอริคสู้กลับและยังสร้างบาดแผลให้อเล็กซานเดอร์ได้พอสมควร แต่รายนั้นมันอึดเกินไป ผลสุดท้ายตัวเขาเลยเจ็บหนักกว่าที่คิด

‘เรเธเซีย! คุณได้หลานสาวนะครับ! ได้ยินผมชัดใช่ไหมว่าคุณได้หลานสาว!’

รอยยิ้มผุดขึ้นมายามนึกถึงประโยคสุดท้ายก่อนพ่อเขาจะตัดสาย งั้นเหรอ... เขาได้หลานสาวสินะ เรเธเซีย... ไม่คิดเหมือนกันว่าเมอร์ลินจะยอมใช้ชื่อที่เขาตั้งให้ แต่ที่น่าเหลือเชื่อคือน้องเขยมันยอมได้ยังไงน่ะสิ?

ก๊อก ๆ

เสียงเคาะประตูห้องดังก่อนประตูจะถูกคนเปิดเข้ามา มาเวอริคหลุบตาลงมองไปที่ประตูห้อง เขาเห็นมีคนยืนอยู่แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร “แกเป็นใคร” เอ่ยถามแล้วเลื่อนสายตากลับมองเพดานห้องตามเดิม ที่ไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าคงเป็นคนของพ่อตน ในเมื่อคนของเขาถูกกีดกันขนาดนี้

“ผมเอียนครับ เอียน วิคตัน ผมจะมารายงานเรื่องของหัวหน้าฟินน์ครับ” แต่ชื่อที่ออกมาพร้อมกับจุดประสงค์บ่งบอกว่าเป็นคนของเขา มาได้ยังไง? เอดิสันยอมให้มาแล้วงั้นเหรอ?และถึงจะแปลกใจที่คนรายงานไม่ใช่อิวาน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากในเมื่อมาเวอริค มีเหตุผลรองรับที่หนักแน่นพอสมควรว่าทำไมอิวานถึงไม่มา

“ว่ามา”

“หัวหน้าฟินน์เดินทางไปยังประเทศจามิลครับ ประเทศทางใต้ที่ห่างออกไปไกลพอสมควร การเดินทางอย่างต่ำสามวัน โดยรอบแรกเครื่องจะหยุดที่รันเซีย ต่อเครื่องจากรันเซียไปลงที่ประเทศเพียร์ม่า แล้วต่อเครื่องจากเพียร์ม่าไปยังจามิลครับ อาจจะมีพักตามสนามบินระหว่างประเทศที่ผ่านบ้างแต่โดยรวมแล้วนับว่ายิงยาวจากเพียร์ม่าไปเลยครับ” เอียนรายงานตามที่ได้รับมา เขามองผู้เป็นนายที่นอนอยู่บนเตียง ไฟในห้องก็ไม่ได้เปิดเขาเลยไม่รู้ว่าตอนนี้เจ้านายแสดงสีหน้ายังไงอยู่ แต่ในความเป็นจริงนั้นต่อให้เห็นก็คงคาดเดาไม่ออกอยู่ดี และเอียนยังรู้สึกผิดที่เขาไม่สามารถช่วยเหลือผู้เป็นนายได้ และกว่าจะได้รับการอนุญาตให้เข้าเยี่ยมผู้เป็นนาย ก็ต้องยอมก้มหัวให้เอดิสันและอเล็กซานเดอร์อยู่หลายวัน

“ตอนนี้คงถึงแล้วใช่ไหม”

“ครับ คาดว่าน่าจะถึงหลายวันครับ”

“คงถึงจามิลก่อนที่ฉันจะกลับมาที่นี่สินะ” มาเวอริคต้องใช้เวลาอยู่รันเซียเพื่อปูทางให้ตนเองรวมถึงเรื่องน้องชายที่สำคัญกว่าเรื่องไหน ๆ ไหนจะเรื่องมาร์การ์เล็ตอีก ทว่า ทันทีที่จบเรื่องของเมอร์ลิน เขาก็รีบกลับอิงเกรเซียนทันทีแต่มันก็ไม่ทัน แถมเขายัง... “พอรู้หรือยังว่าใครทรยศฉัน?” กดเสียงต่ำเอ่ยถามเอียนที่ยืนอยู่หน้าประตู

“ยังครับ ไม่มีใครยอมรับแต่ทุกคนคิดว่าเป็น...”

“ไม่ต้องพูด ฉันพอเดาได้แต่ก็หวังว่าจะไม่ใช่มัน” เพราะมาเวอริคไม่อยากฆ่าคนที่ครั้งหนึ่งเขามองมันเป็นลูกน้อง แต่หากคำตอบมันตรงกับที่เขาคิดไว้ เขาก็จะฆ่ามันอย่างไม่ลังเล “ไปซะ”

“...ครับท่าน” เอียนค้อมศีรษะก่อนก้าวถอยหลังเล็กน้อยแล้วปิดประตูห้อง เมื่อประตูห้องปิดลง ความมืดก็กลับมาเยือนภายในห้องอีกครั้ง

มาเวอริคขยับตัวพลางกัดฟันแน่นยามความเจ็บปวดถาโถมเข้าหาเมื่อเขาลุกขึ้นนั่ง แผ่นหลังฟกช้ำพร้อมบาดแผลในบางจุดค่อย ๆ เอนพิงหัวเตียงแผ่วเบา ริมฝีปากซีดเผือดอ้าออกเล็กน้อยพลางผ่อนลมหายใจทางปากแทน มือหนาเอื้อมเปิดโคมไฟที่หัวเตียงก่อนก้มมองสภาพตัวเอง แสงสีส้มอ่อนจากโคมไฟกระทบผิวกายเขา ทำให้เขาเห็นว่าสภาพของตนเองในตอนนี้มันเป็นยังไง

‘ตั้งใจฆ่ากันเลยนี่’ บริเวณหน้าอกด้านซ้ายช้ำกว่าที่คิด ราวกับกระทืบมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ตอนนั้นมาเวอริคไม่ได้รู้สึกว่าโดนกระทืบตรงนี้เลย แถมหน้าท้องก็ยังช้ำไม่ต่างกัน มีแผลขีดข่วนที่พอให้เลือดออกบ้าง มาเวอริคคิดว่าอย่างน้อยเขาต้องช้ำในบ้างล่ะนะ แต่ที่ไม่พาไปโรงพยาบาลเพราะที่นี่มีหมอประจำตระกูลคอยดูแล และมาเวอริคก็เชื่อว่าบิดาไม่มีทางปล่อยให้เขาตายแม้จะสั่งอเล็กซานเดอร์ให้จัดการเขาก็ตาม

‘ไม่มีอะไรจะบอกฉันหน่อยหรือไงลูกชาย?’

อยู่ ๆ ก็นึกถึงประโยคที่ถูกถามทันทีที่กลับมาประเทศแล้วเข้าพบบิดา มาเวอริคไม่ได้เอะใจจึงถามกลับว่าเขาควรบอกอะไร แต่เอดิสันแค่ยิ้มแล้วปล่อยให้เขากลับห้อง เขาถูกถามทุกวัน ทุกเวลาที่เจอหน้า สุดท้ายมาเวอริคก็ได้เข้าใจว่าคำถามนั้น มันถามถึงอะไรถ้าไม่ใช่การที่เขาทรยศบิดาตนเอง

ก๊อก ๆ

ประตูถูกเคาะอีกครั้งก่อนเปิดออก แสงที่ส่องเข้าห้องทำมาเวอริคแสบตา มือหนายกขึ้นป้องใบหน้า ประตูห้องปิดลง แต่แค่ได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงกระทืบพื้นยามก้าวเดิน มาเวอริคก็รู้ทันทีว่าคนที่เข้ามาเป็นใคร เขาค่อย ๆ ลดมือลงพลางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยยามคนคนนั้นเดินมาหยุดข้างเตียง แสงจากโคมไฟทำให้มาเวอริคเห็นใบหน้าชัดเจน

มือเรียวเอื้อมประคองใบหน้าลูกชายพลางหันซ้าย หันขวา สายตาคู่สวยกวาดมองบาดแผลบนใบหน้าหล่อเหลาที่เธอฟูมฟักไม่ต่างจากเอดิสัน แม้จะคนละความรู้สึกก็ตามแต่มารีแอนน์รักมาเวอริคมากกว่าลูกชายอีกคนของเธอมาก

“เจ็บมากไหม?” เธอเอ่ยถามก่อนนำผ้าเช็ดหน้ามาซับบาดแผลให้แผ่วเบา

“แม่มีอะไรครับ?” มาเวอริคไม่ได้ปัดมือเธอออก แต่เอ่ยถามพร้อมหันหน้าหนีจากผ้าเช็ดหน้านั้น มารีแอนน์ชะงักมือพลางถอนหายใจ

“ทำไมลูกถึงคิดจะหักหลังพ่อตัวเองล่ะ? เมอร์ลินมันยุใช่ไหม?”

“น้องไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมคิดจะทำด้วยตัวเอง”

“ทำไมถึงคิดอะไรตื้น ๆ แบบนี้มาเวอริค! ลูกเอาชนะเขาไม่ได้หรอกนะ!” มารีแอนน์โวย ตอนเธอรู้เรื่องที่ลูกชายถูกอเล็กซานเดอร์จัดการเพราะคิดหักหลังเอดิสัน ใจเธอไม่อยู่กับตัวทันทีเพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องร้าย ๆ ขึ้นกับลูกชาย แล้วมันก็เป็นจริง เพราะสภาพของมาเวอริคตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับนักโทษเลย ทั้งบาดแผล โซ่ที่ล่ามเท้า ไหนจะคำสั่งงดอาหารที่ตามมานั่นอีก และหากมาเวอริคยังไม่พูดอะไรล่ะก็ ทุก ๆ อย่างมันจะเลวร้ายมากยิ่งขึ้น

“ผมไม่ได้ตัวคนเดียวเพราะฉะนั้นแม่ไม่ต้องห่วง อีกอย่างคือผมเบื่อที่ต้องใช้ชีวิตในฐานะคาร์ลอฟ แม่เองก็ถูกคนคนนั้นแย่งชิงอะไรมามากมาย ทำไมถึงยังภักดีกับเขาครับ?” มาเวอริคเอ่ยถามมารดากลับ

“แม่รักเขา... ถึงเขาจะไม่รักแม่ก็ตาม แต่ริค...”

“ผมเองก็รักน้องและผมต้องการลบความทรงจำแย่ ๆ ของเมอร์ออกไป แล้วแม่รู้ไหมครับว่ามันคืออะไร? มันก็คือตระกูลเฮงซวยนี่ไง” มาเวอริคบอกไปตามตรง น้ำเสียงของเขาไม่มีสั่นคลอนแม้แต่นิด

“คนที่ลูกควรรักคือพ่อกับแม่นะมาเวอริค! เมอร์ลินน่ะไม่ใช่...” มารีแอนน์พยายามเกลี้ยกล่อมลูกชาย

“จะบอกว่าน้องเป็นตัวประหลาดเพียงเพราะน้องสามารถท้องได้เนี่ยนะครับ? ไร้สาระ นั่นมันเป็นคำตัดสินของแม่ที่ยัดเยียดให้น้องไม่ใช่หรือไง?”

“มาเวอริค!”

“ผมได้หลานสาว หลานสาวคนแรกจากน้องชาย เมอร์ใช้ชื่อที่ผมตั้งให้เป็นชื่อลูกคนแรกของน้อง เรเธเซีย... เมื่อรู้แบบนี้แล้วแม่คิดว่าผมควรยอมก้มหัวให้พ่อต่อไปหรือไง?” สิ้นคำมาเวอริคมองหน้ามารดาด้วยสายตาจริงจัง แสงไฟสีส้มอ่อนจากโคมไฟหัวเตียงที่กระทบเสี้ยวหน้าของมาเวอริค ทำให้เธอได้เห็นสีหน้าจริงจังไร้ซึ่งความลังเลของลูกชาย มารีแอนน์เลยไม่กล้าแย้ง แต่เมอร์ลินท้องแล้วงั้นเหรอ ท้องจริง ๆ สินะแถมยังเป็นลูกสาว นี่มัน...

“เพราะฉะนั้น... แม่อย่ามาห้ามผมเลยครับ”

“แต่มาเวอริค แม่...”

“ถือว่าเป็นเรื่องที่สองที่ผมขอแล้วกัน” มารีแอนน์เงียบแล้วมองมาเวอริคที่นอนลง ยามลูกชายขยับขาก็จะได้ยินเสียงของโซ่ตรวนที่ขยับตาม ถูกล่ามไม่ต่างกับทาสหรือนักโทษ เพียงเพราะคนคนเดียวน่ะเหรอ?

“พ่อกับแม่ไม่ใช่ครอบครัวลูกหรอกหรือมาเวอริค เด็กนั่นน่ะ... เด็กคนนั้น...”

“คนที่ทำให้ผมรู้สึกถึงคำว่าครอบครัวมีแค่เมอร์ลิน ...ออกไปได้แล้วครับแม่ ผมต้องการพักผ่อน” มาเวอริคตัดบท มารีแอนน์เม้มริมฝีปากก่อนจะเดินออกจากห้องไป เธอไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรักเมอร์ลินมากขนาดนั้น รักมากกว่ามารดาอย่างเธอ ทั้งที่สามีของเธอกีดกันไม่ให้เจอเมอร์ลินมาตั้งแต่เด็ก ขัดขวางทุกอย่าง ขัดขวางทุกทาง เธอเองก็ให้ความร่วมมือโดยหวังว่าสามีจะหันมองบ้าง แต่สิ่งที่เธอได้คือความเกลียดชังจากลูกชายคนโตงั้นเหรอ? มารีแอนน์เจ็บปวดอย่างมากที่ลูกชายคนโตไม่ได้รักเธออย่างที่คิด ทว่า ความเจ็บปวดพลันเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังที่พุ่งไปยังลูกชายอีกคน

มาเวอริคถอนหายใจทันทีที่มารดาออกจากห้อง เขาคิดว่านั่นคือคำพูดที่ถนอมน้ำใจมากที่สุดแล้ว และหวังว่ามารดาจะไม่เข้ามายุ่งเรื่องของเขาอีกต่อไป

 3 วันต่อมา

หลังจากพักร่างกายให้บาดแผลดีขึ้นและมีแรงมากพอแล้ว มาเวอริคได้บอกกับเอียนที่เข้ามารายงานเขาทุกวัน ๆ จนตอนนี้เอียนได้รับความไว้วางใจจากมาเวอริค และคำสั่งล่าสุดที่มาเวอริคมอบให้กับเอียนคือ นำตัวอิวานมาให้ฉันก่อนที่การเจรจาจะเริ่มขึ้น และวันนี้ก็เป็นวันที่มาเวอริคได้เจอหน้าอิวานอีกครั้ง

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะอิวาน” มาเวอริคเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งขณะจ้องมองอิวานที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียง ส่วนอิวานกำลังสั่นเทาด้วยความกลัวและไม่คาดคิดว่าตนจะถูกเอียนจับได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือแค่ได้เห็นสายตาผู้เป็นนาย อิวานก็รู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้าคงจับทางได้แล้ว

“ท ท่านมาเวอริค ผม...”

“แกหักหลังฉันทำไม?” ยิงคำถามออกไปทันทีที่อิวานเอ่ยปาก มาเวอริคไม่มีความคิดที่จะเก็บอิวานไว้อีกแล้ว และนี่ไม่ใช่คำถามที่ให้โอกาสมีชีวิตรอด แต่เป็นคำถามที่ตัดสินที่ตัดสินว่าจะฆ่าอิวานด้วยวิธีไหน “ในวันที่นัดพบโรนัลเดล คนเดียวที่อยู่กับฉันในห้องนั้นมีแค่แก ตอบฉันมาตามตรงอิวานว่าแกหักหลังฉันทำไม”

“...” อิวานก้มหน้ามองตักตนเองด้วยแววตาที่สั่นไหว ความหวาดกลัวมันทวีคูณมากขึ้นเรื่อย ๆ

“ถ้ามันตอบยากมากนักแกก็ฟังสิ่งที่ฉันจะพูดต่อจากนี้แล้วกัน ถ้าใช่ให้พยักหน้า” มาเวอริคพยายามอย่างมากกับการอดทนไม่ให้ลงมือฆ่าอิวานตอนนี้ “แกเป็นคนของพ่อฉันมาตั้งแต่แรกแล้ว?” คำถามแรกถูกถามออกไป

“...” อิวานพยักหน้า มาเวอริคกัดฟันและพยายามข่มอารมณ์ให้เย็นลง

“แกรายงานเรื่องฉันนับแต่เข้ามาทำงานหรือตั้งแต่ฉันก้าวเท้าออกจากคาร์ลอฟ?”

“ย อย่างหลังครับ” เสียงของอิวานสั่นมากแต่มาเวอริคก็พอจับใจความได้อยู่

“สุดท้ายที่ฉันอยากถามแก”

“...”

“แกหักหลังฉันทำไม”

“ผมขอโทษครับท่านมาเวอริค ผมจำเป็นต้องทำเพราะผมเป็นคนของท่านเอดิสัน ผมขอโทษครับ...” อิวานได้แต่ก้มหน้าแม้จะพูดขอโทษนับสิบนับร้อยครั้งก็ตาม มาเวอริคเดาะลิ้นแล้วเงยหน้ามองเพดานด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา อิวานที่เห็นว่าผู้เป็นนายเงียบไปจึงค่อย ๆ รวมความกล้าเงยหน้าขึ้นมอง

ผัวะ!

ก่อนใบหน้าจะหันไปตามแรงต่อย หมัดแรกว่าหนักแล้วแต่หมัดที่สอง สาม สี่ และห้าที่กระแทกลงบนใบหน้ามันแรงขึ้นทุกครั้ง ราวกับว่าทุกหมัดที่ปล่อยออกมามันอัดไปด้วยความรู้สึกของมาเวอริค

ตุบ

“แค่ก ๆ !” จนกระทั่งอิวานนั่งไม่ไหวต้องทรุดลงไปนอนบนพื้นห้อง สำลักเลือดออกมาเล็กน้อยพร้อมความเจ็บร้าวทั่วใบหน้า อิหวานพยายามที่จะยันตัวให้ลุกขึ้นนั่ง แต่ว่า...

พลั่ก!

“อึก!” แรงกระทืบที่ท้ายศีรษะทำให้ใบหน้าอิวานกระแทกลงบนพื้นห้องอีกครั้ง ความมึนเข้ามาแทนที่จนสติมันเลือนรางลงเรื่อย ๆ มาเวอริคกัดฟันทุกการกระทำที่เขาทำกับอิวาน มันเจ็บปวดเหมือนกันกับคนที่คิดว่าเป็นลูกน้องที่แสนซื่อสัตย์ แท้จริงแล้วมันเป็นเพียงหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากบิดา

“ฉันเสียใจที่ต้องฆ่าแกอิวาน แต่ฉันจะเสียใจกว่านี้ถ้าหากฉันปล่อยคนทรยศแบบแกให้มีชีวิตอยู่” เพียงสิ้นเสียง ลำคอของอิวานก็ถูกรัดด้วยโซ่ตรวนที่ล่ามข้อเท้ามาเวอริค โซ่ตรวนที่ล่ามข้อเท้ามาเวอริคนั้นมันมีความยาวของเส้นโซ่ระหว่างขาซ้ายกับขาขวาพอสมควร เพื่อให้มาเวอริคเดินเหินสะดวกเวลาเข้าห้องน้ำหรือต่อสู้ยามอเล็กซานเดอร์มา ทว่า ตอนนี้โซ่ตรวนนั้นถูกใช้ประโยชน์อีกขั้นโดยการลัดลำคออิวาน

“ด ได้โปรดท่านมาเวอริค อึก ได้โปรดไว้ชีวิตผม” อิวานขอร้องเพื่อมีชีวิตรอด สองมือพยายามแกะเอาโซ่ที่ลัดคอออก แต่มันยากเหลือเกินเพราะตอนนี้ความแน่นของโซ่มันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มาเวอริคค่อย ๆ ขยับสองเท้าออกไปด้านข้าง

“ความผิดของแกมันไม่ใช่แค่การทรยศอิวาน” มาเวอริคก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อมองเข้าไปในดวงตาอิวาน สองมือหนาจับเข้าที่เส้นโซ่แล้วออกแรงดึงจนหน้าอิวานแดงก่ำ “แต่มันเป็นเพราะแก ฉันถึงเสียเวลาในการตามนกของฉัน” ยิ่งคิดก็ยิ่งเกลียดชังและคับแค้นใจมากยิ่งขึ้น

“ ท ท่าน อึก!”

“ก่อนตายแกจงฟังคำของฉันไว้ให้ดี หากนกของฉันมีเจ้าของใหม่ก่อนฉันจะไปถึง ฉันจะกลับมาขุดศพแกแล้วกระทืบซ้ำจนกว่าฉันจะพอใจ” เพียงเท่านั้นสองมือก็กำโซ่ให้แน่นขึ้นแล้วออกแรงดึงรั้งจนมีเพียงเสียงอึกอักและสองเท้าของอิวานที่กระทืบไปมาเพื่อดิ้นรนเอาชีวิตรอด แต่เมื่อเวลาผ่านไป สองมือที่คอยดึงโซ่ก็ผ่อนลงพร้อมกับยกเท้าขึ้นเพื่อนำโซ่ที่พันลำคออิวานออก

“เข้ามา” น้ำเสียงเรียบนิ่งที่เอ่ยขึ้นหลังลมหายใจอิวานดับลง เอียน คนสนิทคนใหม่ได้เข้ามาพร้อมกับคนอีกสามคน สายตาของพวกเขามองไปยังร่างไร้วิญญาณของอดีตเพื่อนร่วมงาน ในตอนที่รู้ว่าอิวานคือคนที่หักหลัง พวกเขาก็พร้อมที่จะทำลายอิวานเพื่อแก้แค้นแทนเจ้านาย

“ผมจะรีบจัดการให้ครับ”

“เอาศพมันไปทิ้งไว้หน้าคฤหาสน์ ฉันอยากส่งของขวัญให้พ่อฉันหน่อย”

“รับทราบครับ” เอียนค้อมศีรษะก่อนจะให้เพื่อนร่วมงานอีกสามคนแบกศพออกไป แต่เอียนยังอยู่เพราะมีเรื่องจะรายงาน

“มีอะไร”

“อีกสี่วันต่อจากนี้จะมีการเจรจาระหว่างโรนัลเดลและคาร์ลอฟเกิดขึ้นครับ และคนส่วนมากจะระดมไปยังที่เจรจาเพื่อแสดงอำนาจของท่านเอดิสัน ในระหว่างนั้นผมคิดว่าการเฝ้าระวังที่ห้องนายท่านคงหละหลวมพอสมควร เมื่อถึงเวลานั้นผมกับคนอื่น ๆ จะเข้ามาตัดโซ่ตรวนเส้นนี้ออกครับ” เอียนรายงานหลังได้ยินมาจากคนอื่น ๆ ที่เป็นคนใต้ปกครองของเอดิสัน

“....อีกสี่วันเหรอ” มาเวอริคทำท่าคิดก่อนตัดสินใจอะไรบางอย่าง “ทันทีที่การเจรจาเริ่มต้นให้แกลอบขึ้นไปห้องนอนฉัน กดรหัส xxxx ในช่องลับโต๊ะทำงาน นำโน๊ตบุ๊กออกมาให้ฉันและวันนั้นเราจะเริ่มโต้กลับ ใครที่กลัวตายก็ให้มันถอนตัวไปตั้งแต่ตอนนี้”

“รับทราบครับ”

“ไปได้แล้ว” เอียนค้อมศีรษะแล้วรีบเดินออกไปพร้อมกับประตูห้องที่ปิดลง ห้องจึงกลับมาอับแสงและมีเพียงแสงไหสีส้มอ่อนจากโคมไฟเก่า ๆ ที่หัวเตียงเท่านั้น มาเวอริคเอนกายลงนอนแล้วผ่อนลมหายใจช้า ๆ พร้อมเปลือกตาที่ปิดลง ตอนนี้บาดแผลเขายังไม่หายสนิท รอยฟกช้ำจางลงแต่ก็ยังมีให้เจ็บจี๊ดอยู่บ้าง แต่ไม่เป็นไรเพราะเวลายังเหลืออีกสี่วัน ทันทีที่เขาส่งข้อมูลบางอย่างให้กับเมอร์ลิน เขาจะเริ่มตอบโต้กลับและเผชิญหน้ากับบิดารวมถึงอเล็กซานเดอร์

ไม่ว่าผลมันจะออกมายังไง เขาก็จะต้องรอดและพานกกลับสู่กรงอย่างที่ควรจะเป็นให้ได้

วันเจรจา

คฤหาสน์คาร์ลอฟดูวุ่นวายตั้งแต่ขึ้นเช้าวันใหม่ ในห้องนั่งเล่นกำลังถูกจัดและตกแต่งสถานที่เพื่อใช้เป็นพื้นที่เจรจากับโรนัลเดล เอดิสันเตรียมพร้อมทุกเวลารวมถึงอเล็กซานเดอร์ที่ยืนอยู่ข้างกาย

“เอ็ดดี้” เพราะอยู่ในห้องที่ไร้ซึ่งสายตาใคร อเล็กซานเดอร์จึงเปลี่ยนเป็นใครอีกคนที่ไม่มีใครรู้จักนอกจากเอดิสัน

“ว่าไงอเล็ก” หันมองคนเรียกพร้อมรอยยิ้มบางที่ริมฝีปาก เป็นรอยยิ้มหายากและเป็นรอยยิ้มที่มีให้อเล็กซานเดอร์เพียงผู้เดียว

“วันนี้ก็เหนื่อยอีกแล้วนะครับ” พูดจบก็ทอรอยยิ้มบาง ๆ พร้อมกับประทับริมฝีปากลงบนขมับแผ่วเบา

“คนที่เหนื่อยกว่าฉันคือนายนะอเล็ก วันนี้ฉันเองก็คงต้องฝากนายอีกครั้ง” เอดิสันยกมือลูบแก้มสากแผ่วเบา สายตาที่มองเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย อเล็กซานเดอร์เอียงแก้มแนบซบกับฝ่ามือข้างนั้น ยกมือขึ้นจับแผ่วเบาแล้วหันจูบฝ่ามือเอดิสัน ความสัมพันธ์ที่ต้องคอยหลบซ่อนมาอย่างยาวนานหลายสิบปี มีเพียงความสัมพันธ์เจ้านายและลูกน้องที่แสดงให้ใครอื่นเห็น มันมีเพียงช่วงเวลานี้เท่านั้น ช่วงเวลาที่อยู่ภายใน ห้องนอน ที่ต่างฝ่ายต่างแสดงความรักที่มีให้กันในฐานะ คนรัก ได้อย่างเต็มที่

“ผมรักเอ็ดดี้นะครับ”

“ฉันก็ด้วย ฉันรักนายมากกว่าใครบนโลกนี้” เอดิสันตอบกลับก่อนสวมกอดผู้เป็นดั่งหัวใจแล้วหลับตาลง อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้นที่ความรักของพวกเขาไม่ต้องคอยหลบซ่อน อีกเพียงนิด ขอแค่อเล็กซานเดอร์อดทนอีกเพียงนิดเดียว... กลับกันกับอเล็กซานเดอร์ที่อยากบอกให้เอดิสันพอ อยากให้เอดิสันหยุดแล้วไปใช้ชีวิตบั้นปลายด้วยกัน ทว่า เพียงแค่มองหน้าคนรัก อเล็กซานเดอร์ก็ไม่กล้าเอ่ยปากให้หยุดในเมื่อสายตาที่มองมา ยังเต็มไปด้วยความทะเยอะทะยานอันมากล้น

“ไปกันเถอะครับเอ็ดดี้”

“อืม ไปสิ” แล้วสีหน้าของทั้งสองก็ปรับเปลี่ยนในทันที ออกจากห้องในฐานะเจ้านายและลูกน้อง เดินลงมาและตรงไปยังห้องนั่งเล่น ซึ่งในเวลานี้มีลูก ๆ มารอกันอยู่แล้ว อีกทั้งคนจำนวนมากเพื่อแสดงถึงอำนาจของ เอดิสัน คาร์ลอฟ ส่วนอเล็กซานเดอร์ได้รับสิทธิ์นั่งข้างกายเอดิสันเป็นปกติอยู่แล้ว

และเมื่อถึงเวลาที่รอคอย สายตรงจากโรนัลเดลก็เข้ามาทันที ช่างตรงเวลาอะไรแบบนี้

ขณะเดียวกันก่อนการเจรจาจะเริ่ม

มาเวอริคกำลังนั่งมองเหล่าลูกน้องที่ช่วยกันใช้เลื่อยและอุปกรณ์ตัดเหล็กต่าง ๆ ในการตัดโซ่ตรวนให้เขา เพราะมันไม่มีกุญแจให้เนื่องจากมันถูกเชื่อมติดกัน ทางเดียวที่จะช่วยผู้เป็นนายได้มีแค่การตัดโซ่เท่านั้น มาเวอริคนั่งมองไปก็พลางคิดถึงเอียนไปพลางว่าตอนนี้จะเป็นยังไง จะขึ้นถึงห้องเขาแล้วหรือยัง

เคร้ง...

โซ่ตรวนที่ล่ามข้อเท้าขาดแล้วแต่เหลือโซ่ที่ล่ามกับขาเตียง ตอนนี้ขาซ้ายมาเวอริคได้รับอิสระแม้จะยังมีโซ่ตรวนติดที่ข้อเท้า ส่วนขาขวานั้นกำลังได้รับอิสระในเร็ว ๆ นี้

ปึง!

แต่อยู่ ๆ ประตูห้องกลับถูกเปิดออกมาอย่างแรงพร้อมเอียนที่หอบเหนื่อย ในอ้อมแขนมีโน๊ตบุ๊กมาเวอริคอยู่แต่สีหน้าเอียนดูไม่ค่อยดีนัก

“ร เร่งมือ! แฮ่ก แฮ่ก รีบเร่งมือเร็วเข้า!” เอียนปิดประตูแล้วเข้ามาหาผู้เป็นนายพร้อมส่งโน๊ตบุ๊กให้ ก่อนหันบอกเพื่อนร่วมงานให้เร่งมือในการตัดโซ่

“ขอบใจแกมาก” มาเวอริครับโน๊ตบุ๊กมาก็รีบเปิดเครื่องในทันที หัวใจเขากำลังสูบฉีดอย่างหนักขณะฟังรายงานจากเอียน เอียนกล่าวว่าตอนนี้การเจรจาได้เริ่มขึ้นแล้วและมีคนสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของตน แม้เอียนจะหลบหนีมาได้แต่อีกไม่นานอาจพากันตรงมายังห้องนี้ มาเวอริครีบเข้าไฟล์เอกสารลับที่เขาเก็บรวบรวมข้อมูลมาอย่างยาวนาน เขาทำการใส่รหัสการเข้าถึงไฟล์เอกสารนี้ว่า M A M E R ตอนใส่รหัสก็มียิ้มบางยามคิดถึงน้องชาย

ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ !

แต่แล้วเสียงทุบประตูหน้าห้องก็ดังขึ้นรัว ๆ ติดกันพร้อมเสียงเอะเอะโวยวาย ตอนนั้นเองที่ทุกสายตามองไปยังประตูห้องที่ใกล้จะพังเต็มที เพราะจากการทุบได้เปลี่ยนเป็นการใช้ตัวกระแทกเพื่อเปิด ที่รู้เพราะแค่เสียงที่เปลี่ยนไปก็พอเดาทางได้แล้ว

“ท่านมาเวอริค! ได้โปรดเปิดประตูด้วยครับ!” คนของเอดิสันต้องการเข้ามาค้นหาเอียน และแม้จะเป็นคนของเอดิสัน แต่มาเวอริคที่สืบสายเลือดก็ยังได้รับความเคารพและความเกรงใจอยู่ ดังนั้น จึงไม่มีใครกล้าพังประตูห้องเข้ามาง่าย ๆ มาเวอริคไม่สนใจแต่รีบมองเปอร์เซ็นการโหลดเอกสารให้เป็นไฟล์ p*f หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทันทีที่ขึ้นครบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์และเป็นไฟล์ p*f เสร็จสมบูรณ์ มาเวอริคก็รีบจัดการส่งไฟล์นั้นให้กับเมอร์ลินทันที

ผัวะ!

ประตูถูกเปิดออกตามด้วยคนของเอดิสันรีบเข้ามา แต่เอียนเข้าชาร์จพร้อมกับเพื่อนร่วมงานอีกสองคนที่เข้าสกัดไว้

“เร่งมือเข้าบาโน่!” เอียนหันบอกกับเพื่อนร่วมงานอีกคนที่เร่งมือเลื่อยโซ่ที่เหลือเพียงนิด ขณะเดียวกันมาเวอริคก็รีบพิมพ์โดยลืมแนบรหัสไปด้วยเพราะสถานการณ์มันไม่รู้ดีนัก

[ From : maverickymerlinie@xmail.com

To : merlinronaldel@xmail.com

 จุดอ่อนของอเล้กและอดิสันอยู่ในนี้ รวมถึงข้อมุลของคาลอฟ พี่ต้องไปแล้ว ร้กนาย

<ไฟล์เอกสาร>  ]

แม้อยากจะแก้คำผิดแต่มันก็ไม่ทันแล้ว ทันทีที่ขึ้นว่า ส่งสำเร็จ

โครม!

โน๊ตบุ๊กเครื่องนี้ก็ถูกทุ่มลงบนพื้นห้องในจังหวะเดียวกับโซ่ถูกเลื่อนขาดพอดี มาเวอริก้าวลงจากเตียงแล้วกระทืบโน๊ตบุ๊กด้วยเท้าเปล่า ๆ ของตนเอง เขาต้องการทำลายหลักฐานเพื่อไม่ให้เอดิสันสืบสาวได้ และตอนนี้คนของเอดิสันได้พากันนิ่งเงียบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกมันกำลังแสดงอาการหวาดกลัวต่อมาเวอริค

“เข้ามา” เพียงสิ้นเสียงการปะทะกันในจุดเล็ก ๆ ก็เริ่มขึ้นและเพียงไม่นาน มันก็ได้ลุกลามกลายเป็นกลุ่มของมาเวอริคลุกขึ้นต่อต้าน โดยระหว่างทางไปยังห้องนั่งเล่น มาเวอริคต้องต่อกรกับคนของเอดิสันเป็นจำนวนมาก มีเอียนกับคนอื่น ๆ ที่เข้ามาสมทบคอยช่วยเปิดทาง ทว่า คนของเอดิสันนั้นมีมากและมีแต่คนเก่ง ๆ จึงเสียเปรียบในหลาย ๆ อย่าง ในขณะที่คนของมาเวอริคเริ่มเหนื่อยหอบ คนของเอดิสันที่เหนื่อยก็จะหลบไปและมีคนใหม่เข้ามาแทนที่ แต่มันไม่ใช่เรื่องที่เอามาใส่ใจเท่าไหร่นักเพราะทั้งหมดทั้งมวล แทบไม่ส่งผลกับมาเวอริคเลย

ผัวะ!

“หลีกไป” หมัดหนัก ๆ ที่เริ่มชุ่มด้วยเลือดกระแทกเข้าใส่ใบหน้าคนของเอดิสันอย่างจัง ความเจ็บร้าวราวกับถูกค้อนทุบทำให้ต้องยกมือกุมแก้ม แต่มาเวอริคก็ไม่ปล่อยให้พักหายใจ เขายกเท้าขึ้นเตะเข้าสีข้างแล้วเข้าชาร์จพร้อมจับทุ่มลงทันที “ฉันบอกให้หลีก”

กร็อบ!

“อ๊ากกก!” เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดยามถูกหักแขนดังสั่นคฤหาสน์ แต่มาเวอริคไม่สนใจ เขาผ่านไปคนต่อไปในทันที บาดแผลตามตัวมาเวอริคเริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เลือดที่ไหลจากแผลเดิมที่ฉีกและแผลใหม่ที่ได้มา มันกำลังไหลมาปนกัน แต่มาเวอริคไม่สนสิ่งใดนอกจากเขาต้องไปยังห้องเจรจาให้ได้เพื่อบอกรหัสกับโจไซอาห์

หมับ!

“นายท่านไปเลยครับ ทางนี้พวกผมจะจัดการเอง” เอียนที่เข้ามาชาร์จกันคนร่างใหญ่จากผู้เป็นนายเอ่ยบอก มาเวอริคมองหน้าเอียนแล้วขอบคุณก่อนรีบก้าวเท้าตรงไปยังห้องนั่งเล่นทันที แม้จะวิ่งแต่ก็ไม่ได้เร็วมากเพราะที่ข้อเท้ายังมีโซ่ตรวนอยู่ เขาเพียงแค่ตัดมันออกแต่ไม่ได้ถอดออกแต่อย่างใด

“โปรดหยุดแต่เพียงเท่านี้เถอะครับท่านมาเวอริค”

“หุบปาก” สิ้นเสียงก็เกิดการปะทะกันอีกครั้ง มาเวอริคกัดฟันกำหมัดแล้วง้างใส่เต็มแรง อีกทั้งยังต้องคอยหลบหลีกคนที่เข้ามาหวังใช้ช่องโหว่นั้น “พวแกที่ไม่ได้ครึ่งของอเล็กซานเดอร์ อย่าริอ่านมาเสนอหน้าขวางฉัน” นัยน์ตาสีน้ำเงินครามจ้องตรงไปยังใบหน้าของทุกคนที่ขัดขวางเขา ร่างกายของทุกคนเย็นวาบและหนักอึ้งราวกับดิ่งลงสู่ใต้มหาสมุทร เพราะสีตางั้นเหรอหรือเพราะความกดดันที่แผ่ออกมาจากคนตรงหน้ากัน

“เข้ามาเพราะถ้าพวกแกไม่เข้ามา ฉันจะเข้าไปเอง”

“หยุดท่านมาเวอริคให้ได้ ต่อให้เก่งกาจแค่ไหนแต่ท่านมาเวอริคก็ยังเป็นมนุษย์!”

“ใช่ ฉันเป็นมนุษย์แต่ฉันถูกฝึกมาราวกระสอบทราย คิดว่าของแค่นี้จะทำให้ฉันล้มได้หรือไง? ตลกน่า” มาเวอริคฉีกยิ้มแล้วพุ่งเข้าใส่ในทันที ตอนนี้เขาต้องรีบจัดการและผ่านไปให้ได้ ไม่อย่างนั้นมันเสียเวลาและการเจรจาอาจจะจบลงก่อนเขาไปถึง

“แค่ก!” มาเวอริคสำลักหลังถูกเตะเข้าที่สีข้าง แต่เขาตั้งตัวได้ทันใช้แขนกอดรัดขาข้างนั้นแล้วออกแรงเหวี่ยงทันที ชายคนนั้นถูกเหวี่ยงเข้ากระแทกกับตู้โชว์หลังใหญ่จนจุกอัก หลังร้าวราวกับกระดูกหักจนขยับตัวไม่ได้มาก มาเวอริคจึงเพ่งไปอีกคนที่ตั้งท่าแล้วกระโจนเข้าหมา

หมับ!

ก่อนฝ่ามือใหญ่จะคว้าหมับเข้าที่ใบหน้าแล้วออกแรงจิก พลันขามาเวอริคตวัดเตะขาข้างที่ก้าวมาด้านหน้าของมัน ร่างกายใหญ่โตจึงได้ล้มลงพร้อมกับหลังศีรษะกระแทกลงบนพื้น

“แฮ่ก แฮ่ก อึก...” มาเวอริคยืนหอบพลางยกมือขึ้นกุมปากแผล มืออีกข้างยกเช็ดเลือดที่มุมปากแล้วกัดฟันก้าวเข้าไปด้านหน้า คนของเอดิสันที่เหลือหลบทางให้ทันทีเพราะรู้ว่าต่อให้ต้องตาย มาเวอริค คาร์ลอฟ ก็จะไม่ยอมตายไปคนเดียวเป็นแน่

ปึง!

ประตูห้องนอนถูกเปิดออกเรียกสายตาของใครหลายคนมองมา ทุกคนต่างดูตกตะลึงกับภาพของมาเวอริคที่มีบาดแผลตามตัว เสียงโวยวายดังขึ้นแต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะมาเวอริคผลักพวกมันไปให้พ้นทาง

“อย่าเข้ามาใกล้กว่านี้เลยครับท่านพี่” แต่แล้วอิการาชิกลับชักดาบขึ้นมาจ่อคอมาเวอริค ยอมรับว่าอิการาชิตกใจที่พี่ชายคนโตผ่านเข้ามาด้วยสภาพร่างกายแบบนั้น แต่ไม่แปลกใจเพราะคนที่ฝึกให้เป็นสัตว์ประหลาดแบบนี้คืออเล็กซานเดอร์ แต่แล้วอิการาชิที่มักมีดวงตาเป็นจันทร์เสี้ยวยามยิ้มกลับต้องเบิกกว้างเล็กน้อย

หมับ...

เพราะพี่ชายคนโตไม่กลัวคมดาบแต่กลับยกมือขึ้นจับแล้วบีบแน่นจนเลือดอาบดาบตน มาเวอริคมองไปยังบิดาที่ตอนนี้กำลังมองเขาด้วยสายตาพึงพอใจด้วยความรู้สึกที่สะอิดสะเอียน ทำไมพระเจ้าถึงต้องเขาและน้องชายเกิดเป็นลูกของคนคนนี้ แต่มาเวอริคก็ไม่สนใจแล้วเหลือบสายตาไปยังเหล่าโรนัลเดลที่ปรากฏบนจอ

“ไปหาเมอร์ลิน แล้วจะรู้ทุกอย่าง” เพียงเท่านั้นสีหน้าของเอดิสันและอเล็กซานเดอร์พลันดำมืดพร้อมกับยืนขึ้น ตอนนี้เอดิสันกำลังคิดอะไรหลาย ๆ อย่างทันทีที่ได้ยินแบบนั้นและก่อนที่จะตัดสินใจให้ตัดสัญญาณ มาเวอริคได้ทิ้งท้ายไว้อีกหนึ่งอย่างว่า “M A M E R”

หมับ โครม!

สัญญาณตัดขาดพร้อมกับอเล็กซานเดอร์ที่พุ่งเข้าชาร์จแล้วจับมาเวอริคทุ่มกดลงบนพื้น ช่วงเข่าที่กดลงตรงแผ่นหลังใต้ท้ายทอยลงมาหน่อย มันค่อนข้างเจ็บและทำมาเวอริคอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

“แกทำอะไรลงไปมาเวอริค!!!” อเล็กซานเดอร์ตวาดกร้าว แต่เอดิสันเดินมาจับไล่อเล็กซานเดอร์ไว้ มาเวอริคกัดฟันแล้ววตะแคงใบหน้าแนบแก้มฝั่งหนึ่งลงบนพื้น ตอนนั้นเองที่เขาเหลือบสายตาขึ้นมองและสบกับนัยน์ตาของบิดา

“นี่คือทางเลือกของแกสินะมาเวอริค” เอดิสันเสียดายมาเวอริคเหมือนกันแต่เขาก็ไม่ต้องการคนทรยศเช่นกัน “พามันไปไว้ห้องใต้ดินและจัดการตามที่นายคิดว่าเหมาะสม อเล็กซานเดอร์”

“รับทราบครับท่านเอดิสัน” แม้จะรับปากกับเอดิสันแต่สายตาที่จ้องมาเวอริค แทบจะฆ่าให้ตายเสียตรงนี้เลย

“คาร์ลอฟ อึก จะสิ้นสุดลงในไม่ช้า”

“มาเวอริค!” อเล็กซานเดอร์ตวาดใส่คนข้างใต้เสียงแข็งกร้าว มาเวอริคแค่นยิ้มแล้วไอออกมาเล็กน้อยก่อนพูดต่อ

“ถึงเวลาที่พ่อต้องพักแล้วครับ” อเล็กซานเดอร์สับสั้นมือลงบนท้ายทอยทันที มาเวอริคจึงสลบไปเพราะเดิมทีก็เหนื่อยล้าอยู่แล้ว และความต้องการเพียงหนึ่งเดียวคือการบอกรหัสและให้โรนัลเดลรับรู้สถานการณ์ทางนี้ ท้ายที่สุดแล้วมาเวอริคก็ถูกย้ายไปขังที่ห้องใต้ดิน ส่วนคนของมาเวอริคถูกซ้อมจนแทบขยับตัวไม่ได้ และถูกสั่งให้อยู่ใต้การปกครองเอดิสันแทน

แต่ถึงจะมีคำสั่งนั้นออกมา ทว่า พวกเขาทั้งหมดล้วนภักดีแก่นายเพียงคนเดียว นายที่ชื่อ มาเวอริค คาร์ลอฟ อีกทั้งพวกเขายังเชื่อว่ามันยังมีโอกาส โอกาสที่จะพลิกกลับมาชนะแม้มันจะริบหรี่เพราะไร้เสาหลักอย่างมาเวอริคหรือฟินน์

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • One day, you'll kneel for me.   Episode – 20 [ END ]

    ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาอันร่มเย็นในเวลาช่วงบ่ายของวัน มีรถวีลแชร์ที่มีชายคนหนึ่งนั่งอยู่พร้อมด้วยลูกเขยที่ยืนสูบบุหรี่อยู่เงียบ ๆ อังเดรได้เอ่ยขอเวลามาเวอริคเป็นการส่วนตัวเพื่อพูดคุย ซึ่งมาเวอริคเองก็ยินดีและเดินตามมาจนมาถึงใต้ต้นไม้นี้ เบื้องหน้าคือทุ่งข้าวสาลีสีเหลืองทองดูงดงาม ขยับพลิ้วตามแรงลมที่พัดผ่านและอีกไม่นานคงถึงเวลาเก็บเกี่ยวมันแล้ว“ที่มันง่ายขึ้นเพราะคุณใช่ไหม?” มาเวอริคเป็นคนเอ่ยทำลายความเงียบระหว่างพวกเขาสองคน แม้มาเวอริคจะยังมองตรงไปยังทุ่งข้างสาลีตรงหน้า แต่เขาก็ไม่ได้สนใจหรือใส่ใจมันมากนัก ตอนนี้มาเวอริคสนใจพ่อเลี้ยงของฟินน์มากกว่า ดูเป็นคนมีความสามารถพอสมควรแต่น่าเสียดายที่ดันกลายเป็นคนพิการ“คิดว่าคนแก่ ๆ อย่างผมจะทำอะไรได้กัน” อังเดรหัวเราะเบา ๆ ก่อนยิ้มแล้วมองทุ่งข้าวสาลี ยามมันพลิ้วไปตามแรงลมในทิศทางเดียวกัน “ผมขอถามอะไรคุณหน่อยสิ สักสองสามคำถาม”“ว่ามาสิ”“ก่อนอื่นผมขอบุหรี่สักมวนสิ” อังเดรเงยหน้าขึ้นมองคนข้างกาย มาเวอริหันมามองพ่อตาที่ยิ้มน้อย ๆ ก่อนส่งซองบุหรี่ราคาแพงพร้อมไฟแช็คซิปโป้ให้ อังเดรรับมาแล้วเคาะบุหรี่มาคาบไว้หนึ่งมวน จุดไฟสูบที่ปลายพลางมองควันส

  • One day, you'll kneel for me.   Episode - 19

    “นายยังไม่บอกฉันเรื่องแม่นาย” มาเวอริคเอ่ยบอกคนข้างกายที่ยังดูเพลียอยู่ ทางฟินน์ก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่ามาเวอริคจะออกเดินทางตอนตีสาม ไม่มีบอกอะไรกันเลยสักนิดแต่เล่นกอดเขาจนตีสองครึ่ง เวลาที่ฟินน์ได้นอนพักเอาแรงจึงมีเพียงแค่สามสิบนาทีเท่านั้น“พ่อกับแม่ผมหย่ากันตอนผมอายุราวสิบปีน่ะครับ แม่ย้ายมาจามิลก็หลังจากผมอายุสิบสอง แม่ทิ้งไว้เพียงเบอร์ติดต่อและผมเก็บติดตัวมาตลอด ก็แอบกังวลบ้างครับว่าแม่จะเปลี่ยนเบอร์แต่โชคดีที่เหมือนจะยัง ผมอยู่กับพ่อได้ประมาณห้าปี ถึงหนีออกจากบ้านแล้วเร่ร่อนอยู่ร่วมหนึ่งปี คาร์ลอฟถึงเก็บผมมาเลี้ยงและฝึกสอนอะไรต่าง ๆ ให้น่ะครับ” ฟินน์เล่าเรื่องราวของตนเองให้กับมาเวอริคฟัง แม้จะเพลียและอยากนอนพักสักหน่อยก็ตาม แต่ถ้าคนข้างกายอย่างรู้เรื่องของเขา ฟินน์ก็จะบอกให้หมดทุกเรื่อง“นายรู้ไหมว่าทำไมแม่นายถึงย้ายมาไกลถึงจามิล”“ถ้าผมเดาไม่ผิดก็คงหนีจากพ่อที่ช่วงแรกตามรังควานแม่ครับ ส่วนเหตุผลที่สองก็คงอยากเริ่มต้นใหม่ด้วยน่ะครับ” ฟินน์ยิ้มบางยามนึกถึงมารดา แต่พอนึกถึงหน้าแม่แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นกับมาเวอริคมันก็ฉายซ้ำอีกครั้ง “ผมขอถามคุณบ้าง คุณสะดวกใจจะพบแม่ผมหรือเปล่าครับ” ร

  • One day, you'll kneel for me.   Episode - 18

    ยิมต่อยมวยคือสถานที่ที่ฟินน์เลือกมารอในระหว่างที่มาเวอริคหลับ แต่ฟินน์ไม่ได้มาคนเดียวเพราะพ่วงด้วยบาโน่ โกร์และเกร์มาด้วย ทั้งสามไม่เข้าใจว่าฟินน์พามาทำไมแต่เมื่อเห็นอดีตหัวหน้าขึ้นบนสังเวียนมวยพร้อมผ้าสีขาวที่พันฝ่ามือ สายตาที่มองมายังพวกเขาพร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ บนริมฝีปากนั้น“ใครจะไปก่อน” บาโร่กัดฟันถามเสียงเบา สายตาไม่กล้าละจากอดีตหัวหน้าเพราะเกรงว่า ทันทีที่หลบสายตาจะกลายเป็นแรกที่ถูกเรียก“แกไปก่อนสิ เกลียดหัวหน้าไม่ใช่หรือไง” โกร์ใช้ศอกกระทุ้งข้างเอวน้องชาย“นี่ผมเป็นน้องพี่นะเว้ย!” เกร์ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เขาเพิ่งได้ยิน“มาสุภาพอะไรตอนนี้ ฉันไม่สงสารแกหรอกน้องชาย”“เป็นพี่ที่ดีจริง ๆ !” เกร์ใช้ศอกกระทุ้งกลับแล้วมองไปบนสังเวียน ตอนนี้ฟินน์พันผ้าที่ฝ่ามือสองข้าวเรียบร้อยแล้วและกำลังมองลงมาพร้อมกับฝ่ามือที่กวักเรียก ไม่เจาะจงว่าเป็นใครแต่อยู่ที่ใครจะยอมสละชีวิตขึ้นไปก่อน เกร์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ยามเห็นร่างกายของฟินน์ที่สวมเพียงเสื้อกล้ามสีดำ กางเกงวอร์มขนาดพอดีตัวสีเดียวกัน ทั้งที่ลาออกจากการเป็นบอดี้การ์ดไปหลายเดือนแต่ร่างกายยังคงดูกำยำอยู่เหมือนเดิม เกร์เกลียดนะแต่ตอนนี้ชักอิจฉา

  • One day, you'll kneel for me.   Episode - 17

    มาเวอริคเดินกลับมาที่รถพร้อมปรับสีหน้าให้นิ่งลง นิ่งมากจนใครที่เห็นต่างพากันหลบสายตา บอกตามตรงว่าแม่ฟินน์คือตัวแปรที่มาเวอริคไม่คาดคิด ความจริงแล้วในวินาทีที่ฟินน์บอกจะไม่กลับมา มาเวอริคคิดจะใช้กำลังบังคับลากกลับรันเซียโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ถึงจะยอมรับเรื่องที่ตกใจมากก็ตามในจังหวะที่ฟินน์ไม่ยอมกลับ ทว่าในเมื่อยอมทำตามที่ต้องการขนาดนี้แล้วยังไม่ยอม ก็ได้เวลาที่เขาควรทำตามที่ตนเองต้องการบ้างสิถูกไหม? แต่แค่นึกถึงตอนที่ฟินน์เรียกเขาด้วยน้ำเสียงแบบนั้น มาเวอริคก็พลันไม่ชอบขึ้นมาเพราะดูเหมือนว่าฟินน์จะให้ความสำคัญกับแม่มาก“แม่งั้นเหรอ เหอะ!” ยกมือเสยผมลวก ๆ อย่างหงุดหงิดใจพลางเดาะลิ้นสบถคำหยาบมากมายออกมา ในตอนที่กำลังจะเปิดประตูรถเพื่อกลับขึ้นไปนั่งสงบสติอารมณ์ หางตามาเวอริคเห็นว่าลูกน้องของเขากำลังวิ่งกลับมาทางนี้ ถึงจะแปลกใจแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรนอกจากเปิดประตูแล้วขึ้นมานั่ง บาโน่ โกร์และเกร์รู้สึกผิดมากที่ละเลยหน้าที่ของตนเอง แต่ที่ตามไปก็เพราะอยากจะเห็นว่าข้างในนั้นเป็นแบบไหนภาพครอบครัวที่ดูอบอุ่นนั้นมันไม่เหมาะกับพวกเขาเลย ส่วนเอียนนั้นเหมาะสมแล้วเพราะหลังจากเกิดเรื่องนั้นขึ้น นี่เ

  • One day, you'll kneel for me.   Episode – 16

    การตามหาฟินน์ยังคงดำเนินต่อไปแม้จะยากลำบากและดูริบหรี่ แต่มาเวอริคก็ไม่คิดจะยอมแพ้แต่อย่างใดแต่กลับสร้างเครือข่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อสัปดาห์ที่เอียนลาพักงานไป มาเวอริคก็ได้ออกตามหาฟินน์ด้วยการขับรถและใช้รูปถ่ายของฟินน์ทั่วเมืองคลานู ปรากฏว่าที่สนามของสกายไดร์ฟมีข้อมูลของฟินน์ มีพนักงานเคยเห็นหน้าฟินน์ว่าฟินน์มาร่วมเล่นสกายไดร์ฟเช่นกัน แต่หลังจากนั้นมาเวอริคก็หาข้อมูลของฟินน์จากเมืองนี้ไม่ได้อีกเลย ราวกับว่าอยู่ ๆ ก็หายตัวไปยังไงอย่างนั้น“นายนี่มัน... ไหวตัวได้เร็วจริง ๆ” มาเวอริคบ่นกับภาพถ่ายแล้วถอนหายใจออกมา ภาพถ่ายนี้ก็เป็นภาพที่ได้จากอิการาชิโดยให้อิการาชิ เข้าหาในเครือข่ายของคาร์ลอฟเผื่อจะมีข้อมูลของบอดี้การ์ดครบทุกคน ทั้งที่ตายและยังอยู่ ทั้งที่ลาออกและยังทำงาน ผลของมันคืออิการาชิเอารูปถ่ายของฟินน์มาให้ได้ ปกติแล้วมาเวอริคไม่ได้ขับรถออกมาตามหาเองแบบนี้ เขาจะใช้เส้นสายและเครือข่ายที่เขาสร้างขึ้นมาตามหาฟินน์แบบสบาย ๆ เพียงแค่ออกปากก็นั่งรอรับข้อมูลได้เลยทว่ามาเวอริคอยากออกมารับอากาศภายนอกบ้างและอยากให้การตามหาฟินน์เป็นการเที่ยวไปในตัว มาเวอริคจะเข้าใจฟินน์ว่าทำไมถึงดูชอบในการท่อ

  • One day, you'll kneel for me.   Episode – 15

    เมืองคลานูเป็นเมืองใหญ่รองลงมาจากเมืองหลวงจามิล การท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อที่สุดของเมืองคลานูคือการปีนเขาเพื่อชมทิวทัศน์อันแสนงดงามของเมืองคลานู การเดินป่าตั้งแคมป์แบบหมู่คณะ และยังมีกิจกรรมแอดเวนเจอร์อื่น ๆ อีกมากให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส ฟินน์เองก็เป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวที่กระหายในกิจกรรมเหล่านี้เช่นกัน“น่าเล่นทั้งนั้นเลยแฮะ” ฟินน์ยืนอ่านรายละเอียดของกิจกรรมแอดแวนเจอร์อย่างสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการกระโดดร่ม การปีนผาจำลอง ขับรถ ATV ล่องแก่งและอีกมากมาย แต่ที่ฟินน์สนใจมากที่สุดคือการกระโดดร่มและขับรถ ATV หลังจากยืนตัดสินใจอยู่นาน ฟินน์เลือกที่จะไปกระโดดร่มก่อนและตามต่อด้วยขับรถ ATV แม้ใจจริงจะอยากทำทุกอย่างแต่เวลามันไม่มากขนาดนั้นวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ฟินน์จะเที่ยวในเมืองคลานู สถานที่ต่อไปคือเมืองรัมเปลที่ขึ้นชื่อเรื่องวัฒนธรรมต่าง ๆ เรียกว่าเป็นเมืองที่รวบรวมวัฒนธรรมจามิลนับแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบันเลยก็ว่าได้ ฟินน์สนใจและฟินน์อยากจะไปเชยชมเร็ว ๆ ดังนั้น การเที่ยวเมืองคลานูจึงจะจบลงในวันนี้ เมื่อตัดสินใจว่าจะเริ่มกระโดดร่มก่อน ฟินน์ก็เดินไปจองที่หน้างานในทันที ปกติแล้วต้องจองล่วงหน้าผ่านเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status