สุดท้ายผมก็ตัดสินใจผมหยิบมือถือขึ้นมา ก่อนจะกดโทรออกหาเพื่อนที่ตอนนี้คงยุ่งยิ่งกว่าอะไร อนาคตหมอฟันแบบมันไม่ได้เรียนจบสี่ปีแบบพวกผม แต่เพราะเป็นสิ่งที่มันรัก แม้จะมีเวลาน้อยและเรียนหนักแค่ไหนมันก็ยังมีความสุขกับทางที่มันเลือก
‘ว่าไงมึง’
“วิล ว่างเปล่าวะ” ผมบีบพวงมาลัยด้วยความกังวล หัวใจเต้นรัว เหงื่อไหลซึมออกมาทั้ง ๆ ที่อยู่ในรถที่เปิดแอร์จนเย็นฉ่ำ
‘ว่างแต่ไม่นาน มีอะไร’
“ช่วยอะไรกูหน่อยได้ไหมวะ”
‘ถ้าช่วยได้นะ’
“มึงช่วยได้แน่นอนถ้ามึงจะช่วย”
‘เออ เรื่องอะไรก็ว่ามา อย่าลีลากูต้องอ่านหนังสือต่อ’ เสียงของเควิลติดรำคาญน้อย ๆ แต่เมื่อกี้ผมได้ยินเสียงพบรักแฟนของมันดังแว่ว ๆ เข้ามา คงไม่ได้จะอ่านหนังสืออย่างที่มันอ้างหรอก ถึงจะรู้แบบนั้นแต่ผมก็ไม่มีอารมณ์มาจับผิดเพื่อนเหมือนเคย เพราะปัญหาของตัวเองยังเอาไม่รอดเลย
“กูอยากรู้ข้อมูลคนไข้ในโรงพยาบาลของพ่อมึง”
‘เห้ย!! ไม่ได้ จรรยาบรรณของโรงพยาบาลและบุคลากรทุกคนคือต้องรักษาความลับของคนไข้ให้ดีที่สุด!’ เควิลตะโกนเสียงดัง ผมคิดไว้แล้วว่ามันต้องปฏิเสธ ถึงมันจะบ้า ๆ บอ ๆ ไปบ้างแต่มันก็มีความรักผิดชอบมากกว่าใคร ไม่อย่างนั้นคงเรียนหมอไม่ได้ ‘อย่ามาทำให้กูผิดจรรยาบรรณนะไอ้เพื่อนชั่ว!!’
“แต่ถ้ากูจะบอกว่า... กูกำลังสงสัยว่าผู้หญิงคนหนึ่งกำลังท้องกับกูล่ะ มึงจะยอมช่วยหรือเปล่า”
‘ว่ายังไงนะ!!’
“ไว้กูจะเล่าให้ฟัง ตอนนี้กูแค่อยากรู้ว่าเขาท้องกี่เดือนแล้ว กูจะได้มั่นใจว่าเขาท้องกับกูจริง ๆ”
‘มึงนี่มัน... ทำอะไรไม่ระวังเลยหรือไงวะ ถ้าเขาไม่ได้ท้องแต่มีโรคร้ายแรงล่ะ กูบอกแล้วใช่ไหมว่าให้ป้องกันดี ๆ หาแต่เรื่อง...’
“อย่าเพิ่งด่ากู รอให้กูมั่นใจก่อนค่อยด่าก็ไม่สาย ตอนนี้กูแค่อยากรู้ว่าเธอท้องกี่เดือน ช่วยเพื่อนได้ไหมวะ ครั้งเดียว” ถ้าอยู่ต่อหน้าผมคงก้มลงกราบมันไปแล้ว เพราะตอนนี้มีแค่เควิลคนเดียวที่จะสามารถยืนยันความจริงกับผมได้ ถ้ามันไม่ช่วยผมคงจนปัญญาจริง ๆ
‘ถ้ากูไม่ช่วยกูต้องกลายเป็นเพื่อนใจยักษ์ใช่ไหม’
“ไม่หรอก แต่กูก็ไม่กล้ารับผิดชอบเด็ก เพราะไม่มั่นใจว่าลูกตัวเองหรือเปล่า และถ้าผู้หญิงคนนั้นท้องกับกูจริง ๆ เด็กก็จะเกิดมาไม่มีพ่อ”
‘เออ ๆ ไม่ต้องพูดจนกูเป็นคนใจร้ายขนาดนี้ก็ได้ปะวะ ชื่ออะไรล่ะผู้หญิงคนนั้น’ ผมรีบบอกชื่อและนามสกุลของพรีมให้มันทันทีเพราะกลัวว่ามันจะเปลี่ยนใจ ‘เดี๋ยวนะ...ชื่อนี้ นามสกุลนี้…’
“เออ อย่างที่มึงคิดนั่นแหละ”
‘มึงแม่งล้วงคองูเห่าไม่กลัวตายเลยนะ แล้วนี่ผู้หญิงคนนี้มันอดีตคู่หมั้นไอ้มาเฟียไม่ใช่เหรอ มึงนะมึง เตรียมคำตอบไว้ให้กูดี ๆ ก็แล้วกัน อีกยี่สิบนาทีกูโทรหา แค่นี้’
“ขอบใจมากนะเว้ย”
‘FxxK YOU’
เควิลวางสายทันทีเมื่อได้ด่าผมแล้ว ตอนนี้ผมไม่มีความรู้สึกอะไรเลยแม้จะโดนด่าแบบนั้น หัวสมองมันโล่งไปหมด ร่างกายก็เหมือนชาจนไม่รู้สึกอะไร ผมไม่รู้เหมือนกันว่าจะอธิบายความรู้สึกนี้ยังไงให้คนอื่นเข้าใจ
อีกยี่สิบนาทีหลังจากนี้ผมคงได้คำตอบที่แน่ชัดแล้วว่าเธอท้องกับผมหรือไม่ ผมใช้เวลาที่รอสายจากเพื่อนสนิทเดินเข้าไปในบ้าน ป๊าและหม่าม้าน่าจะกลับมาแล้ว ผมจึงเดินเลี่ยงนั่งไปที่สวนหลังบ้านแทน ยังไม่พร้อมเจอหน้าใครตอนนี้จริง ๆ
นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยซักพักมือถือที่ถืออยู่ก็สั่น บ่งบอกว่ากำลังมีสายเรียกเข้า ซึ่งชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอก็ทำให้ผมมือสั่นน้อย ๆ อย่างประหม่า แต่สุดท้ายก็กดรับเพราะอะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิดอยู่ดี ผมไม่มีทางหนีมันพ้นอยู่แล้ว
“ฮัลโหล”
“ได้ข้อมูลที่มึงต้องการแล้วนะ”
“อะ...อืม”
“พริมาตามาหาหมอเมื่ออาทิตย์ก่อน ตอนนั้นหมอตรวจพบว่าเธอตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์กับอีกสามวัน แต่ถ้านับจนถึงตอนนี้คงสิบสัปดาห์แล้ว และก่อนมาหาหมอเธอไม่รู้มาก่อนว่าตัวเองกำลังตั้งท้อง”
“แน่ใจใช่ไหมวะ” ผมถามเควิลย้ำอีกครั้ง เพราะถ้าพรีมท้องสิบสัปดาห์จริง ๆ ก็จะเป็นช่วงเดียวกับที่ผมมีอะไรกับเธอวันนั้น และนั่นก็แปลว่าผมเป็นพ่อของเด็กจริง ๆ นอกจากเธอจะไปมีอะไรกับใครต่อหลังจากนั้น ซึ่งผมไม่คิดว่าเธอจะทำ เพราะคืนนั้นผมรู้ดีว่าเธอบอบช้ำแค่ไหน ครั้งแรกและมาเจอผม แถมผมยังจัดเต็มตั้งสามครั้ง ถ้าเธอยังสามารถนอนกับคนอื่นได้ภายในสามวันก็แกร่งเกินไปแล้ว
“เออ โรงพยาบาลกูไม่เคยตรวจพลาด” ไอ้เควิลเอ่ยย้ำให้ผมมั่นใจ ผมหลับตาลงอย่างยอมรับความจริง ตั้งใจจะวางสายเพื่อนเพื่อใช้เวลากับตัวเองซักหน่อย แต่เสียงของปลายสายที่ดังขึ้นทำให้ผมหยุดการกระทำนั้นลง “และที่สำคัญ”
“...”
“พริมาตาตั้งท้องลูกแฝด”
“ฝะ...แฝด”
“เออ แฝด ถ้าเขาท้องลูกมึงจริง ๆ แปลว่ามึงกำลังจะมีลูกสองคน”