Masukเครื่องจักรหยุดลงตามคำสั่งของเอริคในทันที เขาดึงเธอให้ลุกขึ้นแล้วพาเดินไปหาไอ้คนที่เกือบจะตายแต่เรเน่มาช่วยต่อชีวิตมันให้ไดพอมีลมหายใจได้ต่อไปก็อาจจะสักห้านาที..
“มึงรู้จักเธอ? หรือว่าเธอเป็นพวกเดียวกับมัน” ตุบ เอริคผลักเรเน่ลงไปที่พื้นอย่างแรง เรเน่ส่ายหัวไปมาเธอไม่ใช่พวกเดียวกับใครเลย เธอเป็นเพียงนักศึกษาที่มาทำงานพาร์ทไทม์ก็แค่นั้นทำไมชีวิตเธอต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ แค่เป็นเด็กกำพร้ายังไม่มากพออีกเหรอ นี่ยังจะมาตายแบบนี้อีก ยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตเลย “ไม่ อึก เธอไม่ใช่พวกเดียวกับผม อึก เราทำงานในคลับเดียวกันผมเป็นรุ่นพี่เธอ” เรเน่จ้องมองไปหาคนที่พูดก็พบว่าเป็นรุ่นพี่ที่คอยดูแลเธอตอนที่ฝึกงาน เขาใจดีมาก อะไรทำให้เขามีสภาพนี้ “แล้วมึงเรียกเธอทำไม!” “ผมแค่จำเสียงเธอได้ครับ อึก ท่าน อย่าทำอะไรเธอเลยนะครับเธอไม่เกี่ยวอึก เชิญนายท่านฆ่าผมได้เลยแต่ถ้าท่านฆ่าเธอท่านต้องเสียใจไปตลอดชีวิต” “หึ ทีนี้มึงไม่กลัวตาย มึงมีสิทธิ์อะไรมาร้องขอชีวิตให้เธอ ชีวิตมึงเองยังเอาไม่รอดแล้วน้ำหน้าอย่างมึงมาขู่กูเหรอ!!!”เอริคหยิบมีดขึ้นมาปักลงไปกลางหัวใจผู้ชายข้างหน้าต่อหน้าต่อตาเรเน่ “มีคนออกตัวปกป้องเธอจนตายเลยนะ เธอนี่มีเรื่องให้ฉันเซอร์ไพรส์ได้ตลอด” เรเน่รู้สึกพะอืดพะอมอยากจะอาเจียนเธออดกลั้นมันไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ทั้งเลือดทั้งคนตายเธอต้องมาเห็นอะไรแบบนี้พร้อมกันในวันเดียว มันเกินจะรับไหว “แหวะ อ่อก แหวะ แค่ก แค่กแหวะ” เอริคมองเธอด้วยสายตาว่างเปล่า เขาคิดว่าแค่นี้ก็อ้วกแล้วงั้นเหรอ? “ใครเป็นคนพาเธอมา” “ผมครับ เธอบอกว่านายท่านเรียกให้เธอมาหา” “มึงโง่ขนาดที่โดนผู้หญิงหลอกได้ สมควรจะทำหน้าที่ตรงนี้ต่อไปไหม”เสียงแข็งเอ่ยออกมาอย่างเยือกเย็นทำเอาคนฟังหัวหดเลยทีเดียว “คุณคะ คุณปล่อยฉันไปได้ไหมคะ” “สาวน้อยฉันมีเรื่องที่อยากจะทำกับเธออีกมาก คงจะปล่อยเธอไปไม่ได้หรอก” เอริคใช้มือบีบคางเธอเหมือนคางเธอจะแตกคามือเขาเลย “ที่ไอ้นั่นบอกว่าฆ่าเธอแล้วฉันจะเสียใจ ฉันอยากรู้ว่าจะเสียใจจริงไหม” “พาเธอกลับไปที่ห้องอย่าให้เธอหลอกพวกมึงได้อีก ไม่มีคำสั่งจากกู ห้ามเธอออกมาจากห้องเด็ดขาด” “ละถ้าเธอคิดจะทำอะไรโง่ ๆ คนที่จะเจ็บหรือตายจะเป็นพวกมันที่ดูแลเธอ เธอคงจะไม่ให้ใครมาตายแทนเธออีกนะสาวน้อย” “เธอก็ยังคงไม่มีน้ำตาอีกเหมือนเคย” เรเน่ส่ายหัวไปมาเธออยากออกไปจากที่นี่เธอไม่อยากจะเห็นหน้าเขาแล้ว ใครก็ได้ได้โปรดมาพาเธอออกไปจากขุมนรกนี้ทีได้ไหม “พาตัวออกไป” จบประโยคของเอริคลูกน้องร่างโตก็อุ้มเรเน่ขึ้นพาดบ่า ตลอดทางที่กลับมาเรเน่ดีดดิ้นใช้มือทุบตีด้านหลังจนมือของเธอเจ็บแต่มันก็ไม่เป็นผลเลย ตัวพวกเขามันทำมาจากหินใช่ไหม “ไปสืบเรื่องเธอมาเพิ่มฉันต้องการข้อมูลที่ละเอียดมากกว่านี้” “รับทราบครับนายท่าน” “หวังว่าเธอจะไม่ใช่คนที่ฉันคิด” เอริคเงยหน้าขึ้นมองเพดานหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาดื่ม ในหัวเขาตอนนี้มีทั้งเรื่องแก้แค้นและเรื่องเธอเขามาทำให้เขาว้าวุ่นใจอย่างที่ไม่เคยเป็น ใครหรอคะพี่เอริค แต่พี่แกโหดไปไหมทุกคนอย่าเกลียดพี่แกกันเลยนะพี่เขามีปม อุ๊ป10:00 AMสองวันถัดมา ทุกคนก็ยังคงอยู่เที่ยวเล่นพักผ่อนกันที่กระบี่ และแน่นอนว่าเอริคไม่เพียงพาเรเน่มาฉลองเรียบจบอย่างเดียว เขาได้เตรียมแผนเซอร์ไพรส์ใหญ่ไว้สำหรับเย็นวันนี้ เป็นแผนที่เขาคิดเองคนเดียว วางแพลนไว้นานมาก นานมากตั้งแต่ที่เริ่มรู้หัวใจตัวเองว่าเป็นของใคร เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะขอเธอแต่งงาน เอริคคิดมานานมากจริงๆ เรื่องที่อยากแต่งงานกับเธอ เคยคิดจะขอเรเน่อยู่หลายครั้ง อยากคุกเข่าขอตั้งแต่เคลียร์ปัญหาครอบครัวกับทุกเรื่องที่ผ่านจบแล้วด้วยซ้ำแต่ตอนนั้นติดปัญหาเรื่องที่เรเน่ยังเรียนไม่จบ และเอริคเองก็ไม่ได้อยากจะเร่งรัดอะไรเธอ เขาเองก็มองออกว่าเธออยากเรียนให้จบก่อน ซึ่งตอนนี้ก็เป็นเวลาที่เหมาะสม โอกาสที่เอริคจะได้ขอเรเน่แต่งงาน ก็ไม่ได้คาดหวังหรอกนะว่าร่างบางจะตอบตกลง ?แค่ตั้งหน้าตั้งตารอให้ถึงตอนเย็นไม่ไหวแล้วก็เท่านั้นน่ะสิ…“ยัยขี้เซา”เอริคนอนตะแคงข้างมองหน้าหญิงสาวอันเป็นที่รัก นิ้วเรียวเขี่ยแก้มใสไปมา “อื้ม ตื่นเช้าจังค่ะ ฮ้าวว”ลืมตามามองเอริคแป๊บนึงก็หลับตาหาว“อยากตื่นมามองหน้าคนขี้เซา”“โห ฉันไมาได้ขี้เซาสักหน่อย”แม้จะพูดอย่างนั้นแต่ตาก็ยังไม่ลืม มาเฟียหนุ่มดึงบางเข้ามาก
จับขาเรียววางลงแนบไปกับเตียงนอนสีขาว มือจับมาที่เอวบางพร้อมขยับแก่นกายใหญ่กระแทกแรงๆ มือหนาเลื่อนมาบีบขย้ำหน้าอกใหญ่ “อ๊างง เดินทางมาทั้งวัน อ๊างง ไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ อ๊ะ”ครางไปพร้อมกับแรงกระแทกจากร่างหนา แทบจะพูดไม่เป็นคำ “ให้พี่ทำทั้งวันทั้งคืนยังได้เลยครับ”เอริคก้มมองดูแก่นกายตัวเองที่มันเข้าออก น้ำหวานใสของเรเน่ที่ผสมกับน้ำเชื้อสีขาวเหมือนนมข้นหวานของเขา เป็นภาพที่น่าดูยิ่งนัก ก่อนจะไปถึงปลายทางเส้นชัยทางความรู้สึกที่จะปลดปล่อยออกมา เขาเปลี่ยนลุกขึ้นยืนอุ้มเธอขึ้น เรเน่จับไหล่เขาแน่นกลัวจะตกลงไป “อ๊างง ลึกมากค่ะ” “ลึกๆแบบนี้แหละพี่ชอบ” ยกสะโพกเธอขึ้นแล้วกระแทกลงมาแรงๆทีเดียว ปัก! “อึก อ๊างง”ร่างบางซบลงที่บ่าแกร่งอย่างหมดแรง “อื้ม สุดยอด”กระตุกแก่นกายรีดน้ำรักออก อัดแน่นเข้าไปในตัวเธอ เอริคปลดปล่อยลูกรักนับล้านเขาไปในตัวเธอ ล้นทะลักไหลเยิ้มออกมาผสมกันกับเลือดของเธอเล็กน้อย ไหนบอกจะทำเบาๆไงล่ะ ไปสุดไม่ยั้งแรงเลยนะพ่อหนุ่มมาเฟีย หรือเพราะขนาดห้าสิบแปดของเขานะ… “รีบๆมีตัวน้อยให้พี่นะครับ” จุ๊บ เอริคจูบลงบนปากเล็กเบาๆ เรเน่จูบตอบ ทั้งสองค่อยจูบอย่างละเมียดละไม เสียงด
หลังจากผลักร่างบางนอนลงไปบนเตียงใหญ่ขนาดคิงไซส์แล้วนั้น มาเฟียหนุ่มก็จัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองปลดเปลื้องมันออกทุกชิ้น เผยให้เห็นกล้ามเนื้อเป็นล่ำสัน ซิกแพคเรียงกันบ่งบอกว่าออกกำลังกายมาอย่างหนัก เรเน่จ้องมองร่างกายกำยำนั้นก็ถึงกับต้องซี้ดปาก ยิ่งได้มองแก่นกายใหญ่ตั้งผงาดยิ่งทำเธอเสียวซ่านไปทั่วร่างกาย เอริคไม่รอช้าคลานเข่าขึ้นบนเตียง เข้าไปแทรกตรงหว่างขาเรเน่ ดึงขาเธอให้เข้ามาแนบชิดกับตัว เอริคดึงแก่นกายใหญ่ชักขึ้นชักลงสองสามทีก่อนจ่อไปยังช่องทางรัก เขาสอดใส่เข้าไปในตัวเธอช้าๆ พยายามไม่อยากทำรุนแรง “อ่าว์ เหมือนครั้งแรกที่ใส่ หืม” “อื้อ พี่เอริค”ร่างบางครางเสียงกระเส่าเมื่อสัมผัสถึงแก่นกายร้อนเข้ามาในร่างกาย “พี่จะทำช้าๆ เราจะได้ไม่เจ็บ”เอริคก้มลงมาจูบหน้าผากมน โน้มตัวลงมาแก่นกายก็ขยับตามไปด้วย เขาขยับสะโพกเข้าออก เป็นจังหวะ เรเน่ก็ขยับตามไปด้วย “อ๊าส์ เสียวจังค่ะ” พั่บ พั่บ “อื้อ แน่นเหมือนเดิมเลยนะครับ อ่าว์”เอริคครางกระเส่า เขาชอบเหลือเกินเวลาที่ได้เป็นหนึ่งเดียวกับเธอ “อยากให้พี่ขยับแรงขึ้นหรือยังครับ” พั่บๆ พั่บๆ “ขยับแรงๆได้เลยค่ะ” สิ้นเสียงหวานติดแหบพร่าน
“ขอบคุณนะคะที่พี่นึกถึงเพื่อนฉันด้วย” “พี่รู้ไง ว่าเธอรักเพื่อนมากก็คงอยากให้เพื่อนมาเที่ยวด้วย คนเยอะจะได้ไม่เหงา” เขาเป็นประเภทถ้าเป็นเพื่อนหรือคนสนิทจะไม่รู้สึกอึดอัดแต่จะเปิดใจและให้ทุกคนเข้ามาใน คอมฟอร์ท โซน ได้ “เปลี่ยนใส่ชุดบิกินีได้ไหมคะ..” หันมาทำเสียงอ้อน “ตามสบายเลยครับ แต่ใส่เสื้อคลุมด้วยก็ดีนะ” “เย้! ได้ค่ะ ชุดฉันไม่ได้โป๊มากเท่าไหร่” ก่อนจะหยิบชุดออกมาให้เอริคดู เป็นชุดทูพีช ด้านบนเป็นเกาะอกสีขาว ด้านล่างเป็นบิกินีตัวเล็กสีขาวรัดรูปด้านหลังก็อวดโชว์ก้นงอนสวยขาว ทำเอาเอริคแทบกุมขมับเลยก็ว่าได้ “พี่ว่ามันก็ออกจะ..” “ทำไมคะโป๊หรอ ก็มาทะเลทั้งที” “ฮะ ไม่ค่อยโป๊เลยครับ ไม่โป๊…”ขำแห้งไปสิคุณมาเฟียแต่ก็ไม่ได้อยากไปบังคับอะไรเธอหรอก เธออยากทำอยากใส่อะไรแล้วชอบทำแล้วมีความสุขก็ให้เธอทำไป แต่เขาจะคอยดูแลเอง “เดี๋ยวใส่เสื้อคลุมอีกไม่ได้โชว์อะไรหรอก คนเดียวที่ฉันจะโชว์ให้เห็นมีแค่พี่เอริคเท่านั้นแหละ”และส่งสายตายั่วๆ มาให้เขาที่คอยมองดูเธอกำลังแต่งตัว “ถ้าทำแบบนี้ระวังจะไม่ได้ออกไปถ่ายรูปนะ” “ไม่ได้ออกไป แล้วเราจะทำอะไรกันหรอคะ” เธอเหมือนจะไม่สนคำเตือ
“การจดจำรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ มันทำให้คนที่ได้รับ รู้สึกดีมากๆเลยค่ะ” “พี่น่ารักแบบนี้ต้องให้รางวัลนะ” ฟอดด! หอมลงไปที่แก้มเนียนนุ่ม “งั้นเรา… เย็นนี้ไปดินเนอร์กันนะคะ ฉันหาร้านไว้แล้ว” เธอพูดไปก็ลูบแขนคนรักไปด้วย ตอนนี้เธอมีความสุขมากเลย “ครับ? แอบไปหาร้านไว้หรอ” เขาก้มหน้ามาหาพร้อมเอ่ยถาม “ใช่ค่ะ ก็พี่เอาแต่เซอร์ไพรส์ฉันอย่างเดียวเลย ฉันก็อยากจะเซอร์ไพรส์อะไรพี่บ้าง” “น่ารักจริงๆเลยนะเรา” ก้มหน้าลงไปจุ๊บที่ปากบาง จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ “พอแล้วค่ะ” เรเน่พูดพร้อมกับขำที่เอริคจูบปากเธอสามทีเป็นการหยอกล้อ เอริคโอบกอดร่างบางมองวิวทะเล แล้วก็คิดว่าถ้าตอนนี้มีเจ้าตัวน้อยสักสองสามคนมาวิ่งเล่นที่ชายหาดตอนนี้ก็คงดี เขาเลื่อนมือลงมาจับที่หน้าท้องแบนราบ “ทะเลครั้งหน้าพี่จะพาเธอกับลูกมาอีก” “ค่ะ ครั้งหน้าเจ้าตัวน้อยจะได้เล่นน้ำทะเล” “พอมีลูกแล้วพี่จะรักฉันน้อยลงไหมคะ” ไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้เธอถามอย่างนั้นออกไป แต่ก็แค่อยากจะลองถามดู พรึ่บ จับร่างบางหันหน้ามาหา “พี่ไม่มีทางที่จะรักเธอน้อยลง แม้แต่วินาทีเดียวก็ไม่เคยมีความรู้สึกนั้น มีแต่จะรักเธอมากขึ้นด้วย!”พูดน้ำ
กระบี่ เอริคทำการเซอร์ไพรส์พาเรเน่มาฉลองไกลถึงกระบี่ หลังจากที่เธอเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยไปหมาดๆ โดยเป็นการจัดทริปเล็กๆ จะเรียกว่าเล็กได้ไหมนะ เพราะเขาก็ได้ที่ชวนเพื่อนสนิทของเธอมาด้วย นั่นก็คือ พริมโรสและลูกแก้ว และยังมีกลุ่มเพื่อนมาเฟียของเขามาด้วย รวมไปถึงภรรยาและว่าที่ภรรยาของเพื่อน และคู่ควง?..กับบางคนที่ยังไม่ยอมรับหัวใจตัวเอง… บ้านพักตากอากาศ เอริคลงทุนซื้อบ้านพักตากอากาศติดทะเลเพราะเขาชอบความเป็นส่วนตัว ไม่อยากวุ่นวายกับใคร หรือให้ใครมาวุ่นวาย เขาซื้อบ้านพักตากอากาศสองหลังติดกัน อีกหลังให้เป็นพื้นที่ของเพื่อนๆใช้เป็นพื้นที่ส่วนรวม บ้านพักตากอากาศหลังฝั่งเพื่อนจะมีห้องนอนมากกว่าหลังนี้สามห้องนอน ส่วนราคาที่เสียไปก็ประมาณ8หลัก…ต่อบ้านหนึ่งหลัง แต่จะมีเพื่อนเขาที่นอนบ้านนี้ด้วยเช่นกันก็จะเป็นครอบครัวของเดม่อน ออสการ์ กับฟานนาร์ ใช่นี่เป็นอีกเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครรู้คือฟานนาร์ได้เข้ากลุ่มวิอิเม็นซ์ (Vehemence) ก็นั่นแหละไม่ใช่ว่าเปิดรับใครง่ายๆแต่เป็นกลุ่มเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันที่รู้จักกันมาแต่เด็กแค่มีช่วงที่ไม่เข้าใจกัน…แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับมาเป็นเช่นเดิมแล้วหลั







